Chapter: ตอนที่ 28 : สายลับในจวนอ๋องตอนที่ 28 : สายลับในจวนอ๋องหลังเหตุลอบสังหารใต้แสงโคม เซียวจิ่งเหยียนสั่งปิดจวนทันที ประตูใหญ่ ประตูตะวันตก ประตูส่งของ และทางลับซึ่งเชื่อมไปยังค่ายทหารด้านเหนือถูกปิดผนึกทั้งหมด ทหารจากกองทัพเหนือเข้าประจำทุกจุดโดยไม่อนุญาตให้ผู้ใดเข้าออก ไม่ว่าจะเป็นขุนนางที่มาขอพบ คนส่งเสบียง หมอ หรือแม้แต่คนรับใช้ซึ่งอ้างว่ามีญาติป่วยหนัก ทุกคนถูกสั่งให้อยู่ภายในพื้นที่ของตนจนกว่าการตรวจสอบจะสิ้นสุด เหล่าองครักษ์เปลี่ยนรหัสลับทุกหนึ่งชั่วยาม อาวุธในคลังถูกนับใหม่ทั้งหมด และรายชื่อคนซึ่งรู้แผนรถม้าสามเส้นทางถูกเขียนลงบนกระดาษเพียงฉบับเดียวก่อนเผาทิ้งต่อหน้าผู้เป็นนาย บรรยากาศภายในจวนตึงเครียดจนแม้แต่สาวใช้ที่เดินถือถาดน้ำชายังไม่กล้าส่งเสียงดัง เฉินเยว่นั่งอยู่ในห้องหนังสือของเซียวจิ่งเหยียน สายตาจับจ้องแผนผังจวนซึ่งกางอยู่บนโต๊ะ ข้างมือมีเหรียญหยกสลักอักษรคำว่า สาม ตราเก่าของมารดา และเข็มขัดที่ซ่อนสัญลักษณ์นกสามขาวางเรียงกัน หลักฐานทุกชิ้นดูเหมือนชี้ไปยังคนละทิศ แต่สิ่งที่ชัดเจนที่สุดกลับไม่ใช่ชื่อของผู้บงการ หากเป็นความจริงที่ว่าอีกฝ่ายรู้แผนลวงแทบทั้งหมด รถม้าคันแรกถูกโจมตีตรงเวลา รถม้าคันที่สอ
Last Updated: 2026-07-31
Chapter: ตอนที่ 27 : เหยื่อล่อใต้แสงโคมตอนที่ 27 : เหยื่อล่อใต้แสงโคมข่าวลือเริ่มแพร่ไปทั่วเมืองหลวงตั้งแต่ยามเช้าว่าเฉินเยว่พบหลักฐานสำคัญซึ่งสามารถชี้ตัวผู้บงการเหตุลอบวางพิษเซียวจิ่งเหยียนได้แล้ว และนางจะนำหลักฐานนั้นเข้าถวายจักรพรรดิภายในสามวัน ไม่มีผู้ใดรู้ว่าข่าวเริ่มต้นจากที่ใด บ้างกล่าวว่าหลุดจากปากสาวใช้ในจวนเซียวอ๋อง บ้างกล่าวว่าคนของกรมพิธีการได้ยินบทสนทนาระหว่างองครักษ์ บ้างกล่าวว่าพระชายาเซียวอ๋องส่งจดหมายลับไปถึงสำนักตรวจการด้วยตนเอง ยิ่งไม่มีคำยืนยัน ข่าวก็ยิ่งแพร่เร็ว ผู้คนในโรงน้ำชาพูดถึงหีบหลักฐานที่ว่ากันว่าสามารถลากขุนนางใหญ่ลงจากตำแหน่งได้หลายคน ส่วนในจวนของเหล่าผู้มีอำนาจ บรรยากาศกลับเงียบกว่าปกติ ทุกฝ่ายต่างจับตามองประตูจวนเซียวอ๋อง รอดูว่าเฉินเยว่จะเคลื่อนไหวเมื่อใด ความจริงแล้วนางยังไม่มีหลักฐานเด็ดขาดพอจะกล่าวหาผู้ใด ตราเก่าของมารดา สัญลักษณ์นกสามขา คำสั่งปลอมจากขุนนางที่ตายไปแล้ว และผงเครื่องหอมจากตำหนักเชื้อพระวงศ์ ล้วนเป็นเพียงเส้นด้ายที่เชื่อมโยงกัน แต่ยังไม่มีเส้นใดนำตรงไปถึงมือของผู้บงการ ข่าวที่ปล่อยออกไปจึงเป็นเพียงกับดัก บีบให้คนที่ซ่อนอยู่ในเงามืดต้องรีบขยับก่อนที่หลักฐานในจินตนาการจะถู
Last Updated: 2026-07-31
Chapter: ตอนที่ 26 : สามเงื่อนไขของพันธมิตรตอนที่ 26 : สามเงื่อนไขของพันธมิตรสามวันหลังเซียวจิ่งเหยียนฟื้นจากพิษ อาการของเขาดีขึ้นมากพอจะลุกนั่งและอ่านเอกสารได้ แม้เฉินเยว่จะสั่งห้ามไม่ให้เขาใช้กำลังหรือจัดการงานราชการนานเกินหนึ่งชั่วยาม แต่บุรุษผู้เคยบัญชาการกองทัพท่ามกลางหิมะและคมดาบย่อมไม่ยอมพักอย่างว่าง่าย ตั้งแต่เช้าตรู่ โต๊ะเตี้ยข้างเตียงก็เต็มไปด้วยรายงานจากองครักษ์ บัญชีคนเข้าออกวัง รายชื่อขุนนางจากกรมพิธีการ และแผนผังตำหนักซึ่งใช้จัดงานเลี้ยงบุปผา เฉินเยว่เดินเข้ามาพร้อมถ้วยยา เห็นเขากำลังเปิดอ่านรายงานฉบับที่สามก็วางถ้วยลงแรงกว่าปกติเล็กน้อย เสียงกระทบของกระเบื้องทำให้เซียวจิ่งเหยียนเงยหน้าขึ้น แต่สีหน้าของเขายังคงสงบนิ่งราวกับไม่รู้ว่านางกำลังไม่พอใจ"ข้าจำได้ว่าข้าสั่งให้ท่านพัก""ข้ากำลังพัก"เฉินเยว่ปรายตามองกองเอกสารสูงเกือบครึ่งแขน"ท่านพักด้วยการอ่านรายงานลับหรือ?""อย่างน้อยข้ายังนั่งอยู่บนเตียง""เช่นนั้นพรุ่งนี้ท่านคงบอกว่าการประชุมแม่ทัพข้างเตียงก็นับเป็นการพักเช่นกัน"เซียวจิ่งเหยียนปิดเอกสารในมือแล้วเลื่อนถ้วยยาเข้าหาตน"เจ้านำยามาแล้ว เหตุใดยังไม่ให้ข้าดื่ม?""เพราะข้ากำลังคิดว่าจะเพิ่มสมุนไพรทำให้ง่วง
Last Updated: 2026-07-31
Chapter: ตอนที่ 25 : ผู้ต้องสงสัยจากจวนแม่ทัพตอนที่ 25 : ผู้ต้องสงสัยจากจวนแม่ทัพเซียวจิ่งเหยียนฟื้นขึ้นในเช้าวันที่สองหลังจากถูกพิษ แสงอ่อนจากนอกหน้าต่างลอดผ่านม่านบางเข้ามาตกบนพื้นห้อง กลิ่นสมุนไพรยังคงอบอวลอยู่ในอากาศ เสียงน้ำเดือดจากเตายาดังแผ่วเบา ทุกสิ่งรอบตัวเงียบสงัดจนเขาได้ยินแม้กระทั่งเสียงลมหายใจของคนที่นั่งอยู่ข้างเตียง ร่างกายของเขาหนักอึ้ง หน้าอกยังคงเจ็บเป็นระยะ แต่ชีพจรไม่ติดขัดเหมือนก่อนแล้ว เขาค่อย ๆ ลืมตาขึ้น ภาพแรกที่เห็นไม่ใช่หมอทหาร ไม่ใช่องครักษ์ และไม่ใช่เพดานห้องที่คุ้นเคย หากเป็นเฉินเยว่ซึ่งฟุบหลับอยู่ข้างเตียง ใบหน้าของนางซบอยู่บนแขนข้างหนึ่ง เส้นผมดำบางส่วนหลุดจากปิ่นและตกลงข้างแก้ม มืออีกข้างยังวางอยู่บนข้อมือของเขา ปลายนิ้วแตะตรงจุดชีพจรราวกับแม้ยามหลับก็ยังไม่ยอมละจากหน้าที่ ใต้ดวงตาของนางมีรอยคล้ำจาง ๆ ใบหน้าซีดกว่าปกติ เห็นได้ชัดว่าสองวันที่ผ่านมาแทบไม่ได้พักผ่อน เซียวจิ่งเหยียนมองนางอยู่นาน ความเย็นชาที่เคยปกคลุมแววตาค่อย ๆ อ่อนลงโดยไม่รู้ตัว เขาจำภาพในคืนก่อนหน้าได้เพียงบางส่วน จำเสียงของนางที่คอยเรียกชื่อเขา จำความเจ็บจากเข็มเงิน และจำได้เลือนรางว่าตนจับมือนางไว้แน่นเพียงใด ความทรงจำหลายช่วงพ
Last Updated: 2026-07-30
Chapter: ตอนที่ 24 : คืนที่ห้ามหลับตอนที่ 24 : คืนที่ห้ามหลับค่ำคืนนั้นจวนเซียวอ๋องเงียบสงัดผิดปกติ ประตูใหญ่ทั้งสี่ด้านถูกปิดสนิท ทหารจากกองทัพเหนือยืนเฝ้าทุกทางเข้าออก ไม่มีผู้ใดได้รับอนุญาตให้ออกจากจวนแม้จะอ้างว่ามีธุระเร่งด่วน ภายนอกทุกอย่างดูเหมือนเซียวจิ่งเหยียนกลับจากงานเลี้ยงบุปผาแล้วต้องการพักผ่อนเพียงลำพัง แต่ภายในเรือนหลักกลับเต็มไปด้วยกลิ่นยา เสียงน้ำเดือด และฝีเท้าเร่งรีบของคนที่พยายามรักษาชีวิตผู้เป็นนาย เซียวจิ่งเหยียนนอนอยู่บนเตียง ใบหน้าซีดขาวยิ่งกว่ากระดาษ ริมฝีปากไร้สี เส้นเลือดตรงขมับเต้นช้าและไม่สม่ำเสมอ แม้เฉินเยว่จะระบายเลือดเสียออกไปบางส่วนแล้ว แต่อำนาจของพิษแมลงหนาวยังคงซ่อนอยู่ในร่าง มันไม่ได้โจมตีอย่างรวดเร็วเหมือนพิษทั่วไป หากค่อย ๆ ทำให้เลือดหนืดและจับตัวเป็นก้อน ชีพจรของผู้ถูกพิษจึงอาจหยุดลงได้ทุกเมื่อโดยไม่มีสัญญาณล่วงหน้า ทุกครั้งที่เซียวจิ่งเหยียนหลับลึก ลมหายใจของเขาจะเบาลงและชีพจรจะช้าจนน่าหวาดหวั่นเฉินเยว่จึงนั่งอยู่ข้างเตียง มือหนึ่งจับข้อมือเขา อีกมือคอยปรับเข็มเงินที่ฝังอยู่ตามจุดสำคัญ นางไม่ยอมละสายตาแม้แต่ชั่วครู่ เพราะรู้ดีว่าหากพลาดเพียงไม่กี่ลมหายใจ บุรุษตรงหน้าอาจไม่ตื่นขึ
Last Updated: 2026-07-30
Chapter: ตอนที่ 23 : พิษไร้ชื่อตอนที่ 23 : พิษไร้ชื่อหลังงานเลี้ยงบุปผาสิ้นสุดลง ท้องฟ้าเหนือวังหลวงก็ถูกย้อมด้วยแสงเย็นของยามสนธยา ขบวนขุนนางทยอยออกจากอุทยานหลวงทีละกลุ่ม เสียงดนตรีที่เคยดังอยู่ในศาลาค่อย ๆ เลือนหาย เหลือเพียงเสียงลมพัดผ่านกิ่งไม้และเสียงฝีเท้าของทหารรักษาการณ์ซึ่งเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างเงียบงัน การตายของขันทีหลังกำแพงตำหนักถูกปิดข่าวอย่างรวดเร็ว ไม่มีผู้ใดในงานได้รับอนุญาตให้กล่าวถึง และผู้ที่รู้เห็นก็ถูกสั่งให้แยกย้ายราวกับไม่เคยเกิดสิ่งใดขึ้น เฉินเยว่เดินเคียงข้างเซียวจิ่งเหยียนผ่านระเบียงหินขาว สีหน้าของนางยังคงสงบนิ่ง แต่สายตากลับจับจ้องรายละเอียดรอบตัวทุกฝีก้าว นางเห็นขันทีบางคนก้มหน้าต่ำเกินไป เห็นนางกำนัลสองคนรีบเลี่ยงทางเมื่อขบวนจวนอ๋องเดินผ่าน และเห็นทหารเฝ้าประตูชั้นในผลัดเวรเร็วกว่ากำหนด ทุกอย่างเหมือนกำลังถูกจัดเก็บให้เรียบร้อยก่อนที่คนจากจวนเซียวอ๋องจะออกจากวัง เซียวจิ่งเหยียนเองก็เงียบกว่าปกติ เขาไม่เอ่ยถึงศพ ไม่ถามเรื่องพิษ และไม่แสดงท่าทีผิดปกติแม้แต่น้อย ทว่าขณะที่ทั้งสองกำลังจะก้าวลงบันไดสู่ลานรถม้า เฉินเยว่กลับสังเกตเห็นว่าฝีเท้าของเขาชะงักไปเพียงเสี้ยวลมหายใจ มือข้างหนึ่งกดลงบนรา
Last Updated: 2026-07-30
Chapter: ตอนที่ 42 สูตรเดียว มาตรฐานเดียวตอนที่ 42 สูตรเดียว มาตรฐานเดียวหลังจากตัดสินใจเปิดสาขาที่สอง กู้หว่านหนิงแทบไม่ได้พักเต็มคืนอีกเลยแม้ร้านใหม่ใกล้ประตูเมืองฝั่งตะวันตกจะซ่อมแซมไปได้กว่าครึ่งแล้ว ป้ายหอม่านเซียงแผ่นใหม่ก็ใกล้แกะสลักเสร็จ เตานึ่งกับโต๊ะขายของถูกสั่งทำตามขนาดที่กำหนด ทุกอย่างดูเหมือนกำลังดำเนินไปอย่างราบรื่นแต่สิ่งที่ทำให้นางกังวลที่สุดกลับไม่ใช่ค่าเช่า ไม่ใช่เงินทุน และไม่ใช่จำนวนลูกค้าสิ่งที่นางกังวลคือรสชาติหากซาลาเปาหมูแดงของสาขาใหม่หวานกว่าสาขาเดิมเพียงเล็กน้อย หากซาลาเปาครีมมีแป้งหนากว่า หรือหมั่นโถวธัญพืชนึ่งนานเกินไปจนเนื้อแข็ง ลูกค้าย่อมรู้สึกได้ทันทีคนที่ซื้อจากหอม่านเซียงไม่ได้ซื้อเพียงอาหารรองท้องพวกเขาซื้อความเชื่อมั่นลูกค้ายอมเดินทางไกล ยอมต่อแถว และยอมจ่ายในราคาที่ไม่ถูกที่สุด เพราะเชื่อว่าทุกครั้งที่เปิดห่อออกมา พวกเขาจะได้รับรสชาติเดิมที่คุ้นเคยหากสาขาที่สองทำไม่ได้ ชื่อเสียงที่กู้หว่านหนิงสร้างมาทั้งหมดอาจพังลงในเวลาไม่กี่วันเช้าวันรุ่งขึ้น พนักงานทุกคนจึงถูกเรียกมารวมตัวกันตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างบนโต๊ะกลางห้องมีตาชั่ง ถ้วยตวง นาฬิกาน้ำ กระดาษ พู่กัน และถาดวัตถุดิบวางเรียงอย่
Last Updated: 2026-07-31
Chapter: ตอนที่ 41 สาขาที่สองตอนที่ 41 สาขาที่สองแม้หอม่านเซียงจะขายดีขึ้นทุกวัน แต่กู้หว่านหนิงกลับไม่ได้มีเวลานั่งชื่นชมตัวเลขในสมุดบัญชีนานนักเช้าวันหนึ่ง ขณะที่แสงแดดอ่อนส่องผ่านชายคา นางยืนอยู่หลังโต๊ะคิดเงิน มองแถวลูกค้าที่ทอดยาวออกไปถึงหน้าร้าน ลูกค้าหลายคนถือป้ายคิว บางคนพูดคุยกันอย่างอารมณ์ดี บางคนชะเง้อมองเข่งซาลาเปาที่กำลังส่งกลิ่นหอมออกมาจากหลังร้านภาพตรงหน้าควรทำให้เจ้าของร้านยินดีทว่ากู้หว่านหนิงกลับขมวดคิ้วเล็กน้อยช่วงหลายวันที่ผ่านมา นางพบว่าลูกค้าบางกลุ่มที่เคยเดินทางมาจากฝั่งตะวันตกของเมืองเริ่มหายหน้าไปไม่ใช่เพราะพวกเขาไม่ชอบสินค้าของหอม่านเซียงแต่เพราะระยะทางไกลเกินไปเมืองแห่งนี้แม้ไม่ใหญ่เท่าเมืองหลวง แต่จากประตูเมืองฝั่งตะวันตกมายังถนนสายการค้าฝั่งตะวันออกต้องใช้เวลาเดินไม่น้อยกว่าครึ่งชั่วยาม หากนั่งเกวียนก็ยังต้องผ่านถนนหลายสาย ยิ่งในวันตลาดนัด ผู้คนและรถเกวียนยิ่งแน่นขนัดลูกค้าบางคนยอมเดินทางมาเพราะชื่นชอบซาลาเปาหมูแดงแต่บางคนที่ต้องรีบกลับไปทำงานย่อมไม่มีเวลามากพอหลายคนจึงเลือกซื้ออาหารจากร้านใกล้บ้าน แม้รสชาติจะด้อยกว่าเล็กน้อยก็ตามเรื่องนี้อาจดูเหมือนปัญหาเล็กน้อย แต่สำหรับ
Last Updated: 2026-07-31
Chapter: ตอนที่ 40 ร้านคู่แข่งขาดทุนตอนที่ 40 ร้านคู่แข่งขาดทุนผ่านไปหนึ่งเดือนเต็มนับจากวันที่เถ้าแก่หานประกาศลดราคาสินค้าทั้งร้านอย่างเอิกเกริก ถนนสายการค้าที่เคยเต็มไปด้วยเสียงเรียกลูกค้า บัดนี้กลับมีบรรยากาศแตกต่างจากเดิมอย่างเห็นได้ชัดหน้าร้านหานจี้ฝางยังคงแขวนป้ายสีแดงตัวโต เขียนข้อความว่าซาลาเปาและหมั่นโถวทุกชนิดราคาถูกกว่าร้านอื่นในเมือง ทว่าป้ายที่เคยดูสะดุดตาในวันแรกกลับซีดจางเพราะแดดและฝน ขอบกระดาษเริ่มม้วนงอ ราวกับสะท้อนชะตาของเจ้าของร้านที่กำลังค่อย ๆ เสื่อมถอยลงทุกวันเถ้าแก่หานยืนอยู่หลังโต๊ะคิดเงิน ใบหน้าซูบตอบ ดวงตาแดงก่ำจากการอดนอน เขาพลิกสมุดบัญชีไปมาเป็นครั้งที่เท่าไรไม่มีใครรู้ ตัวเลขทุกหน้าล้วนบาดตาราวกับคมมีดเงินที่จ่ายออกไปมากกว่าเงินที่รับเข้ามาแป้งสาลีที่ซื้อไว้กองเต็มโกดังเนื้อหมูที่เคยใช้ของดีเริ่มเปลี่ยนเป็นเนื้อส่วนราคาถูกน้ำมันที่ใช้ทอดของก็ลดคุณภาพลงแม้กระทั่งถ่านสำหรับนึ่งซาลาเปา เขายังสั่งให้ลูกจ้างใช้ให้น้อยที่สุดแต่ไม่ว่าเขาจะประหยัดเพียงใด ตัวเลขขาดทุนก็ยังเพิ่มขึ้นทุกวัน“เถ้าแก่ วันนี้ขายซาลาเปาหมูได้เพียงเจ็ดเข่งขอรับ”ลูกจ้างคนหนึ่งรายงานด้วยน้ำเสียงหวาดหวั่นเถ้าแก่หานเง
Last Updated: 2026-07-31
Chapter: ตอนที่ 39 ลูกค้ายังแน่นตอนที่ 39 ลูกค้ายังแน่นเช้าวันต่อมา ตลาดกลางเมืองหลินอันยังคงเต็มไปด้วยเสียงพูดคุยเรื่องสงครามราคาที่เกิดขึ้นระหว่างร้านอาหารสองแห่งร้านของเถ้าแก่หานยังแขวนป้ายลดราคาไว้เด่นชัดตัวอักษรสีแดงบนผืนผ้าขนาดใหญ่ประกาศว่าทุกเมนูมีราคาถูกกว่าหอม่านเซียงด้านล่างยังมีข้อความเขียนเพิ่มเติมว่า"ยิ่งซื้อยิ่งคุ้ม"ผู้คนที่เดินผ่านต่างหยุดมองบางคนชื่นชอบของราคาถูกจึงเดินเข้าไปทันทีบางคนเคยลองซื้อเมื่อวานแล้ว แต่ยังลังเลว่าควรให้โอกาสอีกครั้งหรือไม่เถ้าแก่หานยืนอยู่หลังโต๊ะเก็บเงิน สีหน้าของเขายังคงเต็มไปด้วยความมั่นใจแม้รายรับของวันก่อนจะไม่มากอย่างที่คิดแม้คนงานจะเริ่มบ่นเรื่องต้นทุนแม้เขารู้ว่าทุกชิ้นที่ขายออกไปแทบไม่เหลือกำไรแต่เขายังเชื่อว่าหากยืนหยัดต่อไป หอม่านเซียงจะต้องทนไม่ไหวก่อนเขามองไปทางร้านของกู้หว่านหนิงที่อยู่ไม่ไกลหน้าร้านนั้นยังคงมีลูกค้ายืนรอบัตรคิวถูกแจกอย่างเป็นระเบียบหม้อน้ำชาร้อนยังมีไอสีขาวลอยขึ้นพนักงานยังคงพูดกับลูกค้าด้วยน้ำเสียงสุภาพไม่มีสิ่งใดแสดงว่าหอม่านเซียงกำลังหวาดกลัวเถ้าแก่หานจึงกำมือแน่น"นางแค่ฝืนทำเป็นสงบ"ลูกน้องที่ยืนข้างกันไม่ได้ตอบเพราะเม
Last Updated: 2026-07-30
Chapter: ตอนที่ 38 สงครามราคาตอนที่ 38 สงครามราคารุ่งเช้าวันหนึ่ง เมืองหลินอันยังคงคึกคักเช่นทุกวันพ่อค้าแม่ค้าต่างเปิดร้านรับลูกค้าตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างแต่เช้าวันนี้กลับมีเสียงพูดถึงเรื่องเดียวกันดังไปทั่วตลาด"ร้านเถ้าแก่หานลดราคา""ซาลาเปาถูกกว่าหอม่านเซียงตั้งหลายอีแปะ""ได้ยินว่าหมั่นโถวก็ลดเหมือนกัน"ข่าวแพร่กระจายรวดเร็วราวกับลมพัดผู้คนจำนวนมากเดินไปดูด้วยความสงสัยหน้าร้านของเถ้าแก่หานแขวนป้ายผืนใหญ่ตัวอักษรสีแดงสะดุดตา"ลดราคาทุกเมนู""ถูกที่สุดในเมือง"ลูกค้าหลายคนหยุดอ่าน ก่อนหันไปมองราคาที่เขียนไว้เสียงอุทานดังขึ้นเป็นระยะ"ถูกกว่าจริง""ราคานี้แทบไม่มีกำไร"บางคนถึงกับเปรียบเทียบกับราคาของหอม่านเซียงผลต่างแม้ไม่มาก แต่ก็เพียงพอให้คนจำนวนหนึ่งลังเลภายในร้านของเถ้าแก่หาน ชายวัยกลางคนกำลังนั่งยิ้มอยู่หลังโต๊ะคนงานคนหนึ่งถามด้วยสีหน้ากังวล"เถ้าแก่ขอรับ""หากขายราคานี้ต่อไป เราจะขาดทุนมิใช่หรือ?"เถ้าแก่หานยกถ้วยชาขึ้นจิบอย่างสบายใจ"ข้ารู้"คนงานยิ่งตกใจ"แล้วเหตุใดจึงยังลดอีกขอรับ"เถ้าแก่หานหัวเราะเบาๆ"ข้าไม่ได้ต้องการกำไรในตอนนี้""ข้าต้องการให้หอม่านเซียงอยู่ไม่ได้"เขาวางถ้วยชาลง"ร้านของ
Last Updated: 2026-07-30
Chapter: ตอนที่ 37 รับพนักงานตอนที่ 37 รับพนักงานหลังจากหอม่านเซียงเริ่มใช้ระบบบัตรคิว ความวุ่นวายหน้าร้านก็ลดลงอย่างเห็นได้ชัดลูกค้าไม่ต้องแย่งกันคนงานไม่ต้องคอยตะโกนห้ามหน้าร้านที่เคยเบียดเสียดกลับเป็นระเบียบ แม้จำนวนผู้คนจะเพิ่มขึ้นทุกวันแต่เมื่อปัญหาหนึ่งได้รับการแก้ไข ปัญหาใหม่ก็ปรากฏขึ้นทันทียอดขายสูงขึ้นมากจนเด็กกำพร้าและคนงานเดิมเริ่มรับภาระไม่ไหวก่อนฟ้าสาง พวกเขาต้องตื่นขึ้นมานวดแป้งเมื่อเปิดร้านก็ต้องคอยรับคำสั่งซื้อ จัดสินค้า ประทับตรา และตรวจคุณภาพหลังปิดร้านยังต้องล้างอุปกรณ์ จัดห้องเก็บของ และเตรียมวัตถุดิบสำหรับวันรุ่งขึ้นแม้ทุกคนจะตั้งใจทำงาน แต่ความเหนื่อยล้าก็เริ่มปรากฏชัดเช้าวันหนึ่ง เสี่ยวเป่ากำลังยกตะกร้าซาลาเปาออกจากครัวเพราะรีบเกินไป เขาจึงสะดุดขอบประตูตะกร้าในมือเอียงจนเกือบตกกู้หว่านหนิงที่ยืนอยู่ใกล้กันรีบเข้าไปประคองไว้"ระวัง"เสี่ยวเป่าหน้าแดงด้วยความอาย"ขออภัยขอรับ ข้าไม่ทันมอง"กู้หว่านหนิงมองใบหน้าซีดเซียวของเด็กชายใต้ตาของเขามีรอยคล้ำชัดเจนนางถามว่า"เมื่อคืนเจ้านอนกี่ยาม?"เสี่ยวเป่าอึกอัก"ข้าเพียงช่วยนับถุงแป้งจนดึกขอรับ""แล้วตื่นเมื่อใด?""ก่อนยามอิ๋นเล็กน้อย
Last Updated: 2026-07-30
Chapter: ตอนที่ 44 หมายเลขหนึ่งตอนที่ 44 หมายเลขหนึ่งเงาร่างภายในถังทดลองลืมตาขึ้นอย่างช้า ๆ ดวงตาสีดำสนิทไม่มีตาขาว ไม่มีม่านตา และไม่มีแสงสะท้อนจากหลอดไฟเหนือเพดาน มันดูเหมือนช่องว่างสองช่องที่ถูกเจาะลงบนใบหน้าของมนุษย์ ธันวายืนนิ่งอยู่หน้ากระจก ความรู้สึกแรกไม่ใช่ความกลัว แต่เป็นความคุ้นเคยซึ่งลึกเกินกว่าจะอธิบาย ใบหน้าภายในถังเหมือนเขาแทบทุกส่วน ตั้งแต่รูปคิ้ว แนวกราม จมูก ไปจนถึงรอยแผลเล็กเหนือริมฝีปากซึ่งธันวาเองไม่เคยมี ความแตกต่างชัดเจนที่สุดคืออายุ เด็กหนุ่มในถังดูอายุใกล้เคียงกับเขา แต่ร่างกายสูงกว่าเล็กน้อย กล้ามเนื้อแน่นและเต็มไปด้วยรอยเย็บตามหน้าอก แขน และลำคอ สัญลักษณ์สีดำใต้ผิวตรงกลางอกเต้นเป็นจังหวะคล้ายหัวใจอีกดวง ทุกครั้งที่มันสว่าง ของเหลวในถังจะหมุนแรงขึ้น และแก่นอนันต์ในร่างธันวาจะสั่นตอบราวกับรับรู้ถึงสิ่งที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของตน เด็กทดลองสิบเจ็ดคนรวมกลุ่มอยู่ด้านหลัง ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้กระจก แม้แต่หมายเลขยี่สิบเอ็ดซึ่งเคยเห็นภาพล่วงหน้าก็ยังถอยจนหลังชนกำแพง ใบหน้าของนางซีดลงทันทีที่สบตากับร่างในถังหมายเลขยี่สิบเอ็ดพูด"เขาตื่นแล้ว"ธันวาไม่ละสายตาจากกระจก"เขาคือใคร"เด็กหญิงกำชายเสื้อของต
Last Updated: 2026-07-31
Chapter: ตอนที่ 43 ห้องทดลองตอนที่ 43 ห้องทดลองความเย็นเป็นสิ่งแรกที่ธันวารับรู้เมื่อสติค่อย ๆ กลับคืน เขาไม่ได้ลืมตาทันที เพราะเปลือกตาหนักราวกับถูกถ่วงด้วยโลหะ ร่างทั้งร่างชาแต่ความเจ็บยังคงอยู่ลึกถึงกระดูก เสียงเครื่องจักรเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมออยู่รอบตัว มีเสียงน้ำไหลผ่านท่อ เสียงเข็มขยับในราง และเสียงหายใจของใครบางคนซึ่งไม่ใช่เขา กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อปนกลิ่นโลหะเก่ากระตุ้นความทรงจำที่ไม่สมบูรณ์ ภาพถังแก้ว ห้องสีขาว และมือเล็กของเด็กคนหนึ่งซึ่งกำแน่นอยู่หลังผนังกระจกผุดขึ้นในหัว ธันวาพยายามขยับนิ้ว แต่ข้อมือถูกตรึงไว้กับแท่นโลหะ สายรัดรอบแขน ขา หน้าอก และลำคอแน่นพอให้หายใจได้เพียงตื้น ๆ เมื่อเขาลืมตา แสงสีขาวเหนือศีรษะสว่างจนมองอะไรไม่เห็นชั่วครู่ จากนั้นภาพค่อย ๆ ชัดขึ้น เพดานห้องสูงกว่าห้องทดลองทั่วไป มีวงแหวนโลหะหลายชั้นแขวนอยู่ด้านบน เข็มจำนวนมากถอยกลับเข้าไปในเครื่องจักรแล้ว เหลือเพียงรอยแผลเล็กทั่วหน้าอกและแขน เลือดแห้งติดผิวเป็นทาง เขาหันศีรษะได้เล็กน้อยและเห็นผนังกระจกอยู่ทางขวา หลังผนังนั้นมีห้องอีกห้องซึ่งเหมือนกันแทบทุกส่วน แต่สิ่งที่อยู่ข้างในไม่ใช่อุปกรณ์ มันคือเด็ก เด็กชายตัวเล็กประมาณหกขวบนอนอยู่
Last Updated: 2026-07-31
Chapter: ตอนที่ 42 กับดักตอนที่ 42 กับดักกลางคืนปกคลุมเมืองไร้ธงด้วยความเงียบที่ผิดปกติ เสียงซ่อมกำแพงยังดังอยู่ตามจุดต่าง ๆ แต่ไม่มีใครพูดคุยเกินความจำเป็น ทุกคนรู้ว่าธันวากำลังจะออกเดินทางไปยังหอสังเกตการณ์หมายเลขเจ็ด แม้ข่าวจริงจะถูกจำกัดไว้เพียงคนกลุ่มเล็ก แต่อารมณ์ของเมืองก็หนักอึ้งราวกับผู้คนสัมผัสได้ว่าบางสิ่งกำลังจะเปลี่ยน ธันวายืนอยู่ในอุโมงค์ระบายน้ำเก่าทางตะวันตก สวมเสื้อคลุมสีเข้มและพกเพียงมีดสั้น ปืนหนึ่งกระบอก และเครื่องส่งสัญญาณขนาดเล็กซึ่งเมธาซ่อนไว้ในกระดุมเสื้อ อิงดาวสร้างอุปกรณ์บิดเบือนคลื่นชีวภาพติดไว้ใต้ผิวบริเวณต้นแขน มันไม่สามารถซ่อนตัวเขาได้ทั้งหมด แต่พอทำให้ระบบติดตามของสถาบันอ่านค่าตำแหน่งคลาดเคลื่อน พิมพ์ชนกยืนห่างออกไปไม่กี่ก้าว ใบหน้ายังซีดจากการมองเส้นเวลาซ้อน นางได้รับหน้าที่อยู่ในเมืองและสร้างภาพอนาคตปลอมส่งออกไป ทำให้ศัตรูเชื่อว่าธันวากำลังเดินทางตามเส้นทางภูเขาด้านเหนือ ส่วนอาเสือ คราม อิงดาว และเมธาจะเตรียมกำลังช่วยเหลือหากสัญญาณผิดปกติ แต่สุดท้ายผู้ที่ต้องก้าวผ่านทางของเวลามีเพียงธันวาเท่านั้นพิมพ์ชนกถาม"นายยังเปลี่ยนใจได้"ธันวาตรวจปืนเป็นครั้งสุดท้าย"ถ้าผมไม่ไป พวกมัน
Last Updated: 2026-07-31
Chapter: ตอนที่ 41 คำเชิญจากศัตรูตอนที่ 41 คำเชิญจากศัตรูเสียงระฆังครั้งที่สามดังสะเทือนไปทั่วเมืองไร้ธง ขณะที่ธันวายืนอยู่หน้าทางเข้าอาคารสีขาวซึ่งไม่ควรมีอยู่ในปัจจุบัน ความทรงจำใหม่ไหลเข้ามาในหัวเป็นระยะ เขาจำได้ว่าตนเคยวิ่งผ่านทางเดินนี้ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยรู้จักสถานที่แห่งนี้มาก่อน เขาจำประตูเหล็กด้านซ้ายได้ จำรอยไหม้บนผนัง และจำเสียงเตือนซึ่งดังซ้ำในคืนหนึ่งเมื่อสิบปีก่อน แต่ทุกครั้งที่พยายามมองให้ชัด ภาพเหล่านั้นกลับเปลี่ยนไป บางครั้งเขาเห็นตนเองในวัยเด็ก บางครั้งเห็นตนเองในวัยปัจจุบัน และบางครั้งเห็นเพียงห้องว่างซึ่งมีเงาสีดำยืนอยู่กลางรอยแยก พิมพ์ชนกยืนข้างเขา มือยังจับแขนไว้แน่นเพราะความทรงจำของนางกำลังเปลี่ยนเช่นกัน อาเสือ อิงดาว เมธา และขวัญข้าวตามมาอยู่ด้านหลัง ส่วนครามนำผู้ป้องกันเมืองกระจายกำลังล้อมอาคารเพื่อป้องกันเหตุไม่คาดคิด ไม่มีใครรู้ว่าภายในมีคนจริงหรือเป็นเพียงเศษอดีตซึ่งซ้อนทับกับปัจจุบัน แต่ทุกคนเห็นเงาคนยืนอยู่ปลายทางเดินอย่างชัดเจน เงานั้นไม่ขยับ ไม่ก้าวออกมา และไม่แสดงท่าทีโจมตี มันเพียงยกมือขึ้นช้า ๆ ก่อนผนังทั้งสองด้านจะสว่างขึ้นพร้อมกัน จอภาพเก่าซึ่งควรดับมานานปรากฏสัญลักษณ์พระอาท
Last Updated: 2026-07-30
Chapter: ตอนที่ 40 เส้นเวลาซ้อนตอนที่ 40 เส้นเวลาซ้อนพิมพ์ชนกยืนตัวแข็งอยู่ข้างโต๊ะยา ใบหน้าซีดจนแทบไม่มีสี มือข้างหนึ่งจับขอบโต๊ะไว้แน่นราวกับหากปล่อยเมื่อใด ร่างทั้งร่างจะทรุดลงทันที ภาพที่เพิ่งพุ่งเข้ามาในหัวไม่ได้เลือนหายเหมือนนิมิตทั่วไป มันยังคงชัดเจนทุกส่วน ทั้งห้องสีขาว กระจกหนาซึ่งเต็มไปด้วยรอยแตกร้าว แสงสีม่วงจากรอยแยก และธันวาในวัยปัจจุบันที่ยืนอยู่ภายในสถานที่ซึ่งควรหายไปเมื่อสิบปีก่อน สิ่งที่น่ากลัวกว่านั้นคือ นางเห็นตัวเองยืนอยู่ข้างเขา ใบหน้าของนางไม่ได้อ่อนวัยลง ไม่มีความแตกต่างจากตอนนี้แม้แต่น้อย ราวกับทั้งสองคนจากปัจจุบันเคยปรากฏอยู่ในอดีตมาแล้วจริง ๆ ขวัญข้าวยังคงยืนกอดตุ๊กตาผ้า มองผู้ใหญ่รอบตัวด้วยความสับสน เด็กหญิงไม่รู้ว่าคำพูดของตนเพิ่งทำให้ความเข้าใจเกี่ยวกับเวลา ชะตา และนิมิตทั้งหมดเริ่มพังทลายลงธันวาจับแขนพิมพ์ชนกไว้"คุณเห็นพวกเราที่ไหน"พิมพ์ชนกหายใจเข้าช้า ๆ แต่เสียงยังสั่น"ในศูนย์สีขาว"อิงดาวขมวดคิ้ว"ศูนย์วิจัยโครงการห้วงกำเนิดหรือ""ฉันไม่รู้ชื่อ แต่มีสัญลักษณ์เดียวกับที่ขวัญข้าววาด"เมธารีบหยิบเครื่องบันทึกขึ้นมา"คุณเห็นเป็นอดีตแน่หรือ ไม่ใช่อนาคตที่มีฉากเหมือนอดีต"พิมพ์ชนกส่า
Last Updated: 2026-07-30
Chapter: ตอนที่ 39 เด็กหญิงผู้จำหน้าได้ตอนที่ 39 เด็กหญิงผู้จำหน้าได้สัตว์ประหลาดตัวที่สองค่อย ๆ ดันร่างขึ้นจากรอยแยกกลางเมืองไร้ธง ดวงตาหลายสิบดวงบนใบหน้าของมันกลอกไปคนละทิศอย่างไร้จังหวะ ขาหน้าทั้งสี่เกาะขอบหลุมจนหินแตกละเอียด เสียงหายใจของมันดังเหมือนลมพายุลอดผ่านถ้ำลึก ทุกครั้งที่มันขยับ แสงสีม่วงจากใต้พื้นจะไหลตามรอยแตกออกไปทั่วลาน อาเสือยืนข้างธันวา มือข้างหนึ่งถือปืนลูกโม่ อีกข้างกำกระบองเหล็ก ครามประจำอยู่ด้านซ้ายพร้อมค้อนหนัก อิงดาวควบคุมเครื่องยิงสายเคเบิลจากอาคารฝั่งตะวันตก ส่วนเมธากับพิมพ์ชนกคอยส่งข้อมูลจากแนวหลัง ผู้คนเมืองไร้ธงกระจายตัวตามแผน ไม่มีใครใช้พลังโจมตีตรง ๆ เพราะรู้แล้วว่าสิ่งมีชีวิตจากรอยแยกสามารถดูดกลืนพลัง แต่สัตว์ประหลาดตัวนี้ต่างจากตัวแรก มันไม่ได้อ้าปากดูดพลังทันที กลับใช้ดวงตาจำนวนมากมองสำรวจผู้คนรอบลาน ราวกับกำลังเลือกบางสิ่งมากกว่าตามล่าอาหาร ธันวารู้สึกได้ว่าดวงตาหลายคู่หยุดอยู่ที่ตน เขาไม่รู้ว่าสิ่งมีชีวิตเบื้องหน้ารู้จักหมายเลขศูนย์หรือไม่ แต่ความรู้สึกเย็นจัดที่ไหลตามแผ่นหลังบอกว่ามันไม่ได้ขึ้นมาโดยบังเอิญอาเสือถาม"เห็นจุดอ่อนไหม"ธันวาจ้องข้อต่อและช่วงคอของมัน"ยังไม่เห็น"ครามพูด
Last Updated: 2026-07-30
Chapter: ตอนที่ 39 : ความจริงครึ่งเดียวตอนที่ 39 : ความจริงครึ่งเดียวแสงอรุณสาดผ่านหน้าต่างไม้ของสำนักแพทย์ตะวันออกอย่างแผ่วเบากลิ่นยาสมุนไพรยังคงลอยอบอวลอยู่ในห้องรักษาเซียวอวี้นอนอยู่บนเตียง สีหน้าดีขึ้นกว่าเมื่อคืนมาก ไข้ลดลงแล้ว แม้ริมฝีปากยังซีดอยู่บ้าง แต่ลมหายใจกลับสม่ำเสมอหลินเยว่นั่งอยู่ข้างโต๊ะ จดบันทึกอาการลงบนสมุดเล่มเล็ก"ไข้ลดลง ชีพจรสม่ำเสมอขึ้น พิษยังไม่กระจายเข้าสู่หัวใจ การล้างแผลได้ผล"เมื่อเขียนเสร็จ นางเงยหน้ามองชายหนุ่มบนเตียงเซียวอวี้ค่อย ๆ ลืมตาดวงตาคมยังมีอาการอ่อนล้า แต่สติกลับแจ่มชัดดังเดิมเขากวาดสายตามองรอบห้อง ก่อนกล่าวเสียงแหบ"ข้ายังไม่ตาย"หลินเยว่ตอบเรียบ ๆ"ข้ายังไม่อนุญาต"มุมปากของเซียวอวี้ยกขึ้นเพียงเล็กน้อย"เจ้าพูดเหมือนความตายต้องขออนุญาตเจ้าก่อน""อย่างน้อยตอนอยู่ในสำนักแพทย์ของข้า ก็เป็นเช่นนั้น"ทั้งสองสบตากันครู่หนึ่งบรรยากาศกลับเงียบสงบกว่าที่เคยเซียวอวี้ค่อย ๆ พยายามลุกขึ้นทันใดนั้น หลินเยว่ยกมือห้าม"อย่าเพิ่งขยับ""ข้าไหว""เจ้าคิดว่าไหวทุกครั้ง"นางเดินเข้าไปประคองหลังเขาอย่างระมัดระวัง"พิษยังไม่หมดฤทธิ์"เซียวอวี้ไม่ได้ขัดขืนเขานั่งพิงหัวเตียงเงียบ ๆหลินเยว่หัน
Last Updated: 2026-07-31
Chapter: ตอนที่ 38 : แผลอาบยาพิษตอนที่ 38 : แผลอาบยาพิษรุ่งเช้าหลังข่าวการลอบสังหารขุนนางจากเมืองหลวง เมืองชิงเหอทั้งเมืองตกอยู่ในความตึงเครียดผู้คนพากันซุบซิบอยู่ตามตลาดและโรงน้ำชา"ได้ยินว่าคนจากเมืองหลวงถูกฆ่าตาย""ไม่ใช่โจรธรรมดาแน่""เขาเพิ่งออกจากสำนักแพทย์ของแม่นางหลินด้วย""หรือเรื่องนี้เกี่ยวกับพิษอีกแล้ว"หลินเยว่ยืนอยู่หน้าสำนักแพทย์ มองผู้คนที่เดินผ่านไปมาอย่างครุ่นคิดชายแซ่เหวินเพิ่งจากไปเพียงวันเดียวก็ถูกลอบโจมตีทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วเกินไปเหมือนมีคนเฝ้ามองทุกความเคลื่อนไหวของเมืองชิงเหออยู่ตลอดเวลาอาเซิ่งเดินเข้ามาพร้อมสีหน้ากังวล"แม่นางหลิน เมื่อคืนข้าได้ยินคนพูดกันว่า คนร้ายหนีเข้าป่าหลิวดำ"หลินเยว่พยักหน้าเบา ๆ"แล้วเซียวอวี้เล่า"อาเซิ่งส่ายหน้า"ตั้งแต่เมื่อวานก็ยังไม่เห็นเขาเลย"หลินเยว่รู้สึกใจหายเล็กน้อยแม้ชายผู้นั้นจะบอกเสมอว่าตนเป็นเพียงพ่อค้า แต่ทุกครั้งที่เกิดเรื่อง เขามักหายตัวไปอย่างน่าประหลาดอีกด้านหนึ่งของเมืองภายในป่าหลิวดำเงาร่างหลายสายกำลังไล่ล่ากันผ่านต้นไม้สูงเซียวอวี้กระโจนข้ามลำธารแคบอย่างรวดเร็ว ดวงตาคมจับทุกความเคลื่อนไหวของชายชุดดำที่กำลังหลบหนี"หยุด"เสียงของเขาด
Last Updated: 2026-07-31
Chapter: ตอนที่ 37 : จดหมายเชิญตอนที่ 37 : จดหมายเชิญราชสารที่ส่งถึงจวนเจ้าเมืองชิงเหอทำให้บรรยากาศทั้งเมืองเปลี่ยนไปอย่างเงียบงันภายนอกทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม ตลาดเช้ายังมีเสียงพ่อค้าแม่ค้าร้องขายของ เด็กเล็กยังวิ่งเล่นตามตรอก ผู้ป่วยยังต่อแถวหน้าสำนักแพทย์ตะวันออก แต่ภายในจวนเจ้าเมือง เสมียนและข้าราชการชั้นผู้น้อยต่างเดินเบากว่าปกติ ราวกับกลัวว่าเสียงฝีเท้าของตนจะไปกระทบเรื่องใหญ่ที่กำลังเคลื่อนตัวลงมาจากเมืองหลวงเจ้าเมืองชิงเหอนั่งอยู่หลังโต๊ะไม้ ถือราชสารฉบับนั้นไว้ในมือ เขาอ่านซ้ำมาแล้วไม่ต่ำกว่าสิบรอบ"ได้ยินว่าเมืองชิงเหอมีหมอหญิงผู้ชำนาญการรักษาโรคระบาด น้ำปนเปื้อน พิษ และสูติกรรม ให้เจ้าเมืองชิงเหอตรวจสอบความสามารถและรายงานโดยละเอียด"ถ้อยคำสั้น ๆ แต่ความหมายไม่สั้นเลยเมืองหลวงเริ่มสนใจหลินเยว่แล้วหากเป็นเพียงความสนใจธรรมดา ย่อมถือเป็นวาสนา แต่ในช่วงที่คดีพิษ ยาลูกกลอนดำ ตำราที่หายไป และพยานจากเมืองหลวงเริ่มโยงเข้าหากัน การถูกเมืองหลวงสนใจอาจไม่ต่างจากการถูกลากไปยืนกลางลานประหารที่มองไม่เห็นดาบเจ้าเมืองถอนหายใจเสมียนยืนอยู่ข้างโต๊ะ ถามเสียงเบา"ใต้เท้า จะส่งคนไปแจ้งแม่นางหลินหรือไม่ขอรับ"เจ้าเมืองส
Last Updated: 2026-07-31
Chapter: ตอนที่ 36 : ชีวิตของสองคนตอนที่ 36 : ชีวิตของสองคนเลือดสีแดงสดไหลซึมลงบนเสื่อจนกลิ่นคาวคลุ้งไปทั่วเต็นท์หญิงตั้งครรภ์นอนหายใจหอบ ใบหน้าซีดขาวราวกระดาษ มือทั้งสองกำชายเสื้อป้าโจวแน่น ดวงตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและเจ็บปวด"ช่วยลูกข้าด้วย...ได้โปรด...ช่วยลูกข้า..."ป้าโจวเองก็หน้าซีด มือที่เคยมั่นคงกลับสั่นเล็กน้อย นางเคยเห็นหญิงคลอดลูกมามาก แต่เลือดมากเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องดีหมอตำแยชราที่ถูกเรียกมาจากค่ายผู้ลี้ภัยนั่งอยู่ด้านข้าง ใบหน้าเต็มไปด้วยเหงื่อ นางส่ายหน้าช้า ๆ"เด็กกลับหัวไม่ดี เลือดออกมากเกินไป มารดาก็อ่อนแรงแล้ว ข้าทำไม่ได้...ข้าทำไม่ได้จริง ๆ"คำว่า "ทำไม่ได้" ทำให้หญิงตั้งครรภ์ร้องไห้โฮชายผู้เป็นสามีที่คุกเข่าอยู่นอกเต็นท์แทบคลานเข้ามา"ท่านหมอ ช่วยภรรยาข้าด้วย ขอเพียงนางรอด ข้ายอมทุกอย่าง"หลินเยว่ยกมือห้าม"ห้ามเข้ามา"เสียงของนางไม่ดัง แต่หนักแน่นจนชายผู้นั้นหยุดทันทีหลินเยว่นั่งลงข้างผู้ป่วย มือของนางแตะชีพจร ตรวจการหายใจ ตรวจสีริมฝีปาก และประเมินปริมาณเลือดที่ออกอย่างรวดเร็วเสียเลือดมากร่างกายเริ่มอ่อนแรงหากปล่อยไว้นานกว่านี้ ทั้งแม่และเด็กจะไม่รอดนางมองหมอตำแยชรา"เด็กอยู่ท่าใด"หมอตำแย
Last Updated: 2026-07-30
Chapter: ตอนที่ 35 : ค่ายผู้ลี้ภัยตอนที่ 35 : ค่ายผู้ลี้ภัยสายฝนที่ตกต่อเนื่องมาสามวันสามคืนไม่เพียงทำให้ลำธารเอ่อล้น หากยังเปลี่ยนแม่น้ำสายใหญ่ทางเหนือของเมืองชิงเหอให้กลายเป็นกระแสน้ำเชี่ยวกรากยามรุ่งสาง เสียงระฆังเตือนภัยของเมืองดังขึ้นไม่หยุดก้องก้องก้องชาวเมืองต่างเปิดประตูบ้านด้วยสีหน้าตื่นตกใจไม่นาน ทหารยามก็ขี่ม้าเข้ามาตามถนนสายหลัก พร้อมตะโกนสุดเสียง"น้ำป่าจากหุบเขาทางเหนือหลากลงมา""หมู่บ้านซานเหอและหมู่บ้านชิงหลินถูกน้ำท่วม""ผู้รอดชีวิตกำลังอพยพเข้าเมือง"ข่าวนั้นแพร่กระจายไปทั่วเมืองอย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วยาม ประตูเมืองด้านเหนือก็เต็มไปด้วยผู้คนชายชราที่เดินแทบไม่ไหวเด็กเล็กที่ร้องไห้ไม่หยุดหญิงอุ้มลูกเปียกโชกไปทั้งตัวชายฉกรรจ์ที่แบกคนเจ็บไว้บนหลังเกวียนแตกหักหลายคันถูกลากเข้ามาพร้อมเสียงคร่ำครวญมีทั้งคนศีรษะแตก แขนหัก เท้าพลิก แผลฉีกจากไม้และหิน รวมทั้งคนที่สำลักน้ำจนหายใจติดขัดจำนวนผู้ลี้ภัยเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วหนึ่งร้อยคนสองร้อยคนสามร้อยคนไม่มีทีท่าว่าจะหยุดภายในสำนักแพทย์ตะวันออก อาเซิ่งรีบวิ่งเข้ามาหลินเยว่ด้วยใบหน้าซีดเผือด"แม่นางหลิน คนกำลังหลั่งไหลเข้ามาไม่หยุดขอ
Last Updated: 2026-07-30
Chapter: ตอนที่ 34 : ผู้ป่วยจากเมืองหลวงตอนที่ 34 : ผู้ป่วยจากเมืองหลวงยามสายของวันถัดมา ถนนใหญ่หน้าเมืองชิงเหอมีขบวนเกวียนพ่อค้าจากเมืองหลวงเคลื่อนเข้ามาอย่างเชื่องช้าเกวียนสิบกว่าคันบรรทุกผ้าแพร เครื่องหอม ใบชา และกล่องไม้ปิดผนึกแน่น คนคุ้มกันขบวนเดินตามสองข้างด้วยสีหน้าเหนื่อยล้า แต่สิ่งที่ทำให้ชาวเมืองหันมองไม่ใช่สินค้า หากเป็นเสียงร้องแตกตื่นจากกลางขบวน"นายท่านหมดสติแล้ว""รีบหาหมอ""ไปสำนักแพทย์ตะวันออกเร็วเข้า"เกวียนคันหน้าถูกเร่งเข้าเมืองจนล้อบดพื้นหินเสียงดัง ผู้คนหลีกทางให้โดยไม่ต้องสั่ง หลังเหตุบ่อน้ำกลางเมือง ชื่อของสำนักแพทย์ตะวันออกกลายเป็นที่พึ่งแรกของคนทั้งเมืองไปแล้วเมื่อเกวียนหยุดหน้าสำนักแพทย์ อาเซิ่งรีบออกมาต้อนรับ แต่พอเห็นชายวัยกลางคนบนเกวียน เขาก็หน้าตึงทันทีชายผู้นั้นนอนหมดสติ ใบหน้าซีดเหลือง ริมฝีปากคล้ำเล็กน้อย เหงื่อเย็นผุดเต็มหน้าผาก มือข้างหนึ่งกำแน่นกับอกคล้ายเจ็บแน่นคนรับใช้ตะโกน"หมออยู่ที่ใด นายท่านข้าเป็นโรคหัวใจ รีบรักษาเร็วเข้า"หลินเยว่เดินออกมาจากด้านในทันที"อย่าตะโกน ยกเขาลงมาอย่างระวัง วางบนเตียงด้านซ้าย อาเซิ่ง เตรียมน้ำต้ม ผ้าสะอาด และเปิดหน้าต่างให้อากาศถ่ายเท"ชายรับใช้รีบ
Last Updated: 2026-07-30