72 ชั่วโมงที่รักผลิบาน

72 ชั่วโมงที่รักผลิบาน

last updateآخر تحديث : 2026-04-14
لغة: Thai
goodnovel16goodnovel
لا يكفي التصنيفات
38فصول
320وجهات النظر
قراءة
أضف إلى المكتبة

مشاركة:  

تقرير
ملخص
كتالوج
امسح الكود للقراءة على التطبيق

"ขอโทษที่เคยทำนิสัยไม่ดีนะคะ ต่อไปนี้ รัญจะเป็นเด็กดีของพี่...คนเดียว"

عرض المزيد

الفصل الأول

บทนำ

ณ งานแต่งงานบ้านสวน ช่วงห้าโมงเย็น

        รัญญาวีร์ หญิงสาววัยสามสิบห้า เจ้าของร้านขนมปังชื่อดังที่เปิดร้านมาเกือบหนึ่งปีแล้ว วันนี้มีโอกาสดีได้นำขนมปังพรีเมียมจากร้านตัวเองมาจัดวางเป็นของว่างในงานแต่งงานของเพื่อนสนิท

รัญยืนกอดอกมองถาดขนมปังและครัวซองต์พรีเมียมของเธอด้วยความภาคภูมิใจ แป้งนำเข้าจากฝรั่งเศส เนยแท้ที่แพงที่สุด ทุกอย่างถูกคัดสรรมาอย่างดี โดยในงานแต่งครั้งนี้ มีขนมหลายชนิดถูกนำมาจัดวางเรียงรายเพื่อต้อนรับแขกที่มาร่วมงาน

แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตาของรัญคือ คัพเค้กรสวานิลลาและรสส้มที่วางอยู่ใกล้กับขนมของเธอ แขกคนหนึ่งชิมแล้วหันไปกระซิบเพื่อน

“แก... อันนี้อร่อยมาก ลองดูสิ”

และไม่นานคัพเค้กในถาดไม้ก็ถูกหยิบไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งเหลือชิ้นสุดท้าย รัญจึงรีบเดินไปหยิบชิ้นสุดท้ายใส่จาน และเดินไปหาโต๊ะนั่งเพื่อจะลองลิ้มรสขนม เธออยากรู้เหลือเกินว่าทำไมคัพเค้กหน้าตาธรรมดาถึงมีคนให้ความสนใจมากขนาดนี้

ต่างจากขนมปังและครัวซองต์ของเธอที่แทบไม่พร่องเลย

ระหว่างที่นั่งพิจารณาชิ้นขนมตรงหน้า ลูกหยี เพื่อนสนิทของรัญผู้ซึ่งเป็นเจ้าสาวของงานวันนี้ก็เดินเข้ามาทักทาย

ลูกหยีในชุดเดรสเกาะอกสีขาว ความยาวเพียงเข่า เดินเข้ามาทักทายรัญด้วยรอยยิ้มกว้าง

“นั่งมองอยู่นั่นแหละ ไม่ชิมสักทีล่ะ”

รัญเงยหน้าจากจานขนม “ขนมนี่ของใครเหรอหยี ฉันเห็นแขกในงานหยิบกันทุกคนเลย”

“ขนมจากร้านพี่สาน่ะ สาวิตรี เบเกอรีโฮมเมด เคยได้ยินชื่อนี้มั้ย”

“หงึ ไม่อะ” รัญส่ายหน้าเบา ๆ “แกไปรู้จักได้ไง”

“ฉันเป็นลูกค้าประจำน่ะ ร้านพี่สาขายดีมากเลยนะแก ว่าง ๆ ลองไปซื้อขนมร้านนี้ดูสิ เผื่อแกจะได้แรงบันดาลใจมาใช้กับร้านของแกบ้าง”

“โอ๊ยไม่เอาหรอก” รัญตอบทันที “ร้านฉันเพิ่งเปิด มันก็ต้องใช้เวลา อีกไม่นานหรอก รับรองดังเป็นพลุแตกแน่ ๆ”

ลูกหยีเห็นแววตาในความมั่นใจของเพื่อนก็ไม่อยากเอ่ยขัด แม้ลึก ๆ ในใจจะแอบสงสารรัญไม่น้อย ที่เปิดร้านมาเกือบปีแล้ว ลงทุนทำร้านไปตั้งหลายล้าน แต่จนถึงตอนนี้ร้านของรัญก็ยังไม่เป็นที่รู้จักนัก และการที่เธอเอาขนมของเพื่อนมาเป็นของว่างในงาน ก็เพื่อจะช่วยเปิดโอกาสให้มีคนรู้จักขนมของรัญมากขึ้น

“งั้นตามสบายนะแก ฉันขอไปรับแขกก่อน” ลูกหยีส่งยิ้มให้เพื่อน

“อื้ม ขอบคุณมากนะหยีที่อุดหนุนร้านฉัน”

“เต็มใจมากแก ยังไงก็อย่าเพิ่งรีบกลับล่ะ ช่วงค่ำมีค็อกเทลด้วยนะ”

“อื้ม แกไปดูแลแขกเถอะ”

รัญกลับไปสนใจขนมตรงหน้าต่อ หลังจากลูกหยีหันหลังเดินจากไป และทันทีที่เธอตักเค้กคำแรกเข้าปาก รสสัมผัสที่ได้รับก็ทำให้รัญต้องชะงัก

จากที่ตั้งใจว่าจะแค่ลองชิมสักคำสองคำ กลับกลายเป็นว่ารัญญาวีร์ค่อย ๆ เคี้ยว และตั้งใจรับรสความหอม ความนุ่ม ความหวาน และทุกวัตถุดิบที่บรรจุอยู่ในเนื้อเค้กชิ้นนี้

‘ใช้เนยของอะไรนะ หอมดีจัง’

‘ตีแป้งยังไงนะถึงได้นุ่มขนาดนี้’

‘ใช้ไซรัปของอะไรนะ ทำไมกลิ่นหอมจัง’

หลากหลายความสงสัยเริ่มเข้ามาในความคิดของรัญ จนเค้กตรงหน้าหมดไปอย่างรวดเร็วแบบที่รัญไม่รู้ตัว

“อ้าว หมดแล้วเหรอ”

รัญเอ่ยออกมาเมื่อพบเพียงความว่างเปล่าในจานใบเล็กตรงหน้า เธอจึงจำใจต้องวางช้อนลง

ทว่าสิ่งที่ไม่หมดไปพร้อมกับเนื้อเค้ก คือชื่อร้านเค้กที่ลูกหยีเอ่ยบอกเมื่อครู่นี้ มันยังดังก้องในหัวของรัญซ้ำไปซ้ำมา

สาวิตรี เบเกอรี โฮมเมด...

“หรือว่าต้องลองไปดูให้เห็นกับตาสักหน่อย มันจะสักแค่ไหนกันเชียว”

ระหว่างที่คิด มือเรียวก็หยิบมือถือมาเสิร์ชหาชื่อร้านตามที่เพื่อนบอก ไม่กี่วินาทีหน้าจอก็ปรากฏผลลัพธ์พร้อมแสดงพิกัดตามแผนที่ร้าน

“รีวิวเต็มห้าดาวหนึ่งร้อยรีวิว! จ้างหน้าม้าปะเนี่ย”

รัญเอ่ยออกมาเสียงดังท่ามกลางสายตาของแขกคนอื่นที่เดินผ่านไปมาบริเวณนั้น เธอจึงรีบโค้งศีรษะเป็นการขอโทษ อีกมือรีบหยิบเสื้อสูทที่พาดไว้กับเก้าอี้ แล้วเดินออกมาจากบริเวณงานทันที

“ดูจากรูปก็แค่ร้านเล็ก ๆ รีวิวมันจะเว่อร์เกินไปมั้ง ขอไปดูให้เห็นกับตาหน่อยละกัน”

توسيع
الفصل التالي
تحميل

أحدث فصل

فصول أخرى
لا توجد تعليقات
38 فصول
บทนำ
ณ งานแต่งงานบ้านสวน ช่วงห้าโมงเย็น รัญญาวีร์ หญิงสาววัยสามสิบห้า เจ้าของร้านขนมปังชื่อดังที่เปิดร้านมาเกือบหนึ่งปีแล้ว วันนี้มีโอกาสดีได้นำขนมปังพรีเมียมจากร้านตัวเองมาจัดวางเป็นของว่างในงานแต่งงานของเพื่อนสนิทรัญยืนกอดอกมองถาดขนมปังและครัวซองต์พรีเมียมของเธอด้วยความภาคภูมิใจ แป้งนำเข้าจากฝรั่งเศส เนยแท้ที่แพงที่สุด ทุกอย่างถูกคัดสรรมาอย่างดี โดยในงานแต่งครั้งนี้ มีขนมหลายชนิดถูกนำมาจัดวางเรียงรายเพื่อต้อนรับแขกที่มาร่วมงานแต่สิ่งที่ดึงดูดสายตาของรัญคือ คัพเค้กรสวานิลลาและรสส้มที่วางอยู่ใกล้กับขนมของเธอ แขกคนหนึ่งชิมแล้วหันไปกระซิบเพื่อน“แก... อันนี้อร่อยมาก ลองดูสิ”และไม่นานคัพเค้กในถาดไม้ก็ถูกหยิบไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งเหลือชิ้นสุดท้าย รัญจึงรีบเดินไปหยิบชิ้นสุดท้ายใส่จาน และเดินไปหาโต๊ะนั่งเพื่อจะลองลิ้มรสขนม เธออยากรู้เหลือเกินว่าทำไมคัพเค้กหน้าตาธรรมดาถึงมีคนให้ความสนใจมากขนาดนี้ต่างจากขนมปังและครัวซองต์ของเธอที่แทบไม่พร่องเลยระหว่างที่นั่งพิจารณาชิ้นขนมตรงหน้า ลูกหยี เพื่อนสนิทของรัญผู้ซึ่งเป็นเจ้าสาวของงานวันนี้ก็เดินเข้ามาทักทายลูกหยีในชุดเดรสเกาะอกสีขาว ความยาวเพี
اقرأ المزيد
บทที่ 1 ไม่เหมือนที่คิดไว้
แสงแดดอ่อน ๆ ยามเย็นที่ควรจะให้ความรู้สึกผ่อนคลาย กลับทำให้ รัญญาวีร์ หงุดหงิดมากกว่าเดิมหญิงสาวร่างเพรียวในชุดสูทสีพาสเทลเนื้อดีที่เพิ่งก้าวออกมาจากงานแต่งงานสุดหรู กำลังนั่งอยู่หลังพวงมาลัยของรถสปอร์ตสีดำคันงามที่จอดสนิทอยู่ริมถนนใหญ่ เนื่องจากระบบนำทางจีพีเอสเจ้ากรรมดันบอกว่าเลี้ยวซ้ายอีกสองร้อยเมตร จะเจอจุดหมายของคุณอยู่ทางด้านซ้ายมือ“ให้ตายเถอะ ซอยแคบขนาดนี้จะเลี้ยวเข้าไปได้ไง เปิดร้านแบบไหนกันที่จอดรถก็ไม่มี”รัญบ่นอุบระหว่างวนหาที่จอดรถ และสุดท้ายก็ต้องยอมเดินเท้าเข้าซอยไปตามพิกัดแผนที่ในมือถือ ระยะทางไม่กี่ร้อยเมตรในสายตาคนอื่นอาจจะดูสั้น แต่สำหรับเจ้าของร้านเบเกอรีพรีเมียมที่เน้นความสะดวกสบายและการบริการระดับห้าดาวอย่างเธอ การต้องมาเดินตากแดดในซอยแคบ ๆ แบบนี้คือเรื่องที่น่าหงุดหงิดที่สุด“แค่ครั้งเดียวแน่ ๆ ที่คนอย่างรัญญาวีร์จะทำอะไรแบบนี้”เมื่อเดินลึกเข้ามาจนเกือบสุดซอย บรรยากาศรอบตัวก็ค่อย ๆ เปลี่ยนไป จากตึกแถวปูนเก่า ๆ กลายเป็นบ้านไม้สองชั้นหลังหนึ่งที่โอบล้อมด้วยสีเขียวขจีของต้นไม้น้อยใหญ่ รัญชะงักเท้าเมื่อเห็นภาพตรงหน้าหน้าบ้านไม้หลังนั้นมีสวนขนาดกะทัดรัดที่จัดวางอ
اقرأ المزيد
บทที่ 2 ไม้กันหมา
สาวิตรี รัตน์นาภิรมย์ หญิงสาววัยสี่สิบ เจ้าของร้านเบเกอรีโฮมเมดที่เปิดมานานกว่าสิบปี ตอนนี้เธอกำลังงุนงงกับบุคคลแปลกหน้าที่พยายามจะขอเข้ามาช่วยล้างอุปกรณ์ทำขนมทั้งที่ไม่ได้รู้จักมาก่อน แถมยังมีพิรุธเรื่องที่จะซื้อขนมร้านเธอให้ได้ ถึงขนาดขอซื้อบัตรคิวต่อจากลูกค้าคนอื่น หากเธอไม่เปิดกล้องวงจรปิดดูระหว่างที่ทั้งสองพูดคุยกันอยู่ ก็คงไม่รู้เรื่องนี้“ขอบคุณที่มีน้ำใจนะคะ แต่ฉันไม่ต้องการผู้ช่วยตอนนี้ค่ะ”เจ้าของบ้านย้ำชัดอีกครั้ง แต่ดูเหมือนคนตรงหน้าก็ยังไม่ละเว้นความพยายาม“โถ่ ก็ต้องการไว้สักคนสิคะ มีผู้ช่วยดีกว่าไม่มีนะคะ งานคุณจะได้เสร็จเร็ว ๆ ไง”“ไม่เป็นไรค่ะ อีกอย่าง เราสองคนไม่รู้จักกันด้วย”บานหน้าต่างกำลังจะถูกปิดอีกครั้ง แต่รัญรีบยื่นมือขวาไปตรงหน้าอีกฝ่ายทันที“ฉันชื่อรัญค่ะ คุณชื่ออะไรคะ?” รัญยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาว ดวงตาแพรวพราวระยิบระยับรอยยิ้มนั้นทำเอาคนที่ได้เห็นชะงักไปครู่หนึ่ง แต่เพียงครู่เดียวสาวิตรีก็กลับมามีสีหน้าราบเรียบดังเดิม และยังไม่ยอมปริปากพูดอะไร รัญจึงเอ่ยต่อ“เธอคะ ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว เรามาทำความรู้จักกันมั้ยคะ”“เธอ?” คนอายุมากกว่าขมวดคิ้วยิ่งขึ้น“ก็เธอไม่ยอ
اقرأ المزيد
บทที่ 3 ข้อแลกเปลี่ยน
เสียงกุกกักดังมาจากใต้โต๊ะ ก่อนที่ใบหน้าหวานของเจ้าของร้านจะค่อย ๆ โผล่ขึ้นมา ผมที่รวบไว้หลุดลุ่ยเล็กน้อย ใบหน้าแดงก่ำ ไม่รู้ว่าเพราะความร้อนจากการมุดเข้าไปหลบ หรือเพราะประโยคที่รัญประกาศปาว ๆ ว่าเป็น แฟนใหม่ เมื่อครู่กันแน่“ใครใช้ให้ไปพูดแบบนั้น!”สาวิตรีลุกขึ้นยืนเต็มความสูง พยายามปรับสีหน้าให้นิ่งเหมือนเดิมแต่กลับทำได้ยากเหลือเกิน“อ้าว ก็พี่ให้รัญช่วยหนิคะ วิธีนี้ได้ผลชะงัดที่สุดแล้ว” รัญยืดตัวขึ้นพลางกอดอกยิ้มกริ่ม“รัญทำให้ผู้หญิงคนนั้นกลับไปได้แล้ว อย่าลืมว่าเรามีข้อแลกเปลี่ยนกันนะคะ”“ไม่ลืมหรอกน่า ว่ามาสิ” สาวิตรีขยับมายืนใกล้บานหน้าต่าง เธอยังไม่วางใจเปิดประตูให้อีกฝ่ายรัญเลิกคิ้ว ยกยิ้มมุมปากนิด ๆ สายตายังคงสอดส่ายเข้าไปในห้องครัวเล็ก ๆ ของสาวิตรี ที่ตอนนี้กลิ่นของขนมที่เพิ่งออกจากเตายังไม่จางหายไป แม้ว่าเธอจะจัดส่งทุกออเดอร์ให้ลูกค้าทุกคนเรียบร้อยแล้ว“ใกล้มืดแล้ว วันนี้รัญขอเข้าไปช่วยพี่ล้างอุปกรณ์ทำขนมนะ พี่จะได้เก็บร้านเสร็จเร็ว ๆ เดี๋ยวแฟนเก่าพี่ก็กลับมาอีกหรอก”“ข้อแลกเปลี่ยนแค่นี้?” เจ้าของบ้านขมวดคิ้ว“ใช่ค่ะ เปิดประตูให้รัญเถอะน่า เชื่อใจได้ รัญไม่ใช่มิจฉาชีพหรอก
اقرأ المزيد
บทที่ 4 ไม่ง่ายเหมือนที่คิด
รัญเดินตามแผ่นหลังของสาวิตรีออกมาทางหลังร้าน ก่อนจะพบว่าพื้นที่เล็ก ๆ บริเวณด้านหลังของบ้านไม้สองชั้น ซ่อนเสน่ห์บางอย่างเอาไว้ในยามค่ำคืนสวนหย่อมขนาดกะทัดรัดถูกจัดวางไว้อย่างลงตัว มีบ่อปลาเล็ก ๆ ที่ส่งเสียงน้ำลัดเลาะโขดหินดังแว่วมาเบา ๆ แสงไฟจากแผงโซลาร์เซลล์ส่องสว่างนวลตาตัดกับความมืด และจุดเด่นที่สุดคือโต๊ะไม้ตัวยาวที่มีเตาปิ้งย่างตั้งรออยู่“กินหม่าล่ากัน”“หม่าล่าเหรอคะ ที่พี่บอกว่ากินอะไรง่าย ๆ?”“อื้ม”สาวิตรีเอ่ยเน้นย้ำพร้อมกับวางกล่องพลาสติกที่มีเนื้อสัตว์เสียบไม้บรรจุอยู่ในนั้นลงบนโต๊ะ เธอหันมาสบตารัญก่อนจะพยักพเยิดหน้าไปทางเตา“รัญจุดเตานะ เป็นเตาแก๊สอินฟราเรดใช้ง่าย พี่เข้าไปเอาซอสกับแปรงทาในครัวแป๊บนึง”“เอ่อ ได้ค่ะได้” รัญรับคำเสียงตะกุกตะกักเมื่อเจ้าของบ้านหายลับเข้าไปในตัวบ้าน รัญก็ถอนหายใจออกมาเบา ๆ เธอก้มลงมองเตาปิ้งย่างตรงหน้าพลางยิ้มขำตัวเอง‘ครั้งเดียวพอ ครั้งเดียวในชีวิตแน่ ๆ ที่จะทำอะไรแบบนี้’เธอพึมพำกับตัวเองด้วยความรู้สึกประหลาดใจ แต่น่าแปลกที่ความวุ่นวายเล็ก ๆ น้อย ๆ นี้กลับไม่ได้ทำให้เธอหงุดหงิดเลยสักนิดบรรยากาศเริ่มอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมเผ็ดร้อนเมื่อสาวิตรี
اقرأ المزيد
บทที่ 5 อยากได้ก็ต้องได้
ลมกลางคืนพัดผ่านร่างสูงระหงของรัญขณะที่เธอสาวเท้าเดินออกจากซอยบ้านไม้ของสาวิตรีด้วยความรู้สึกที่ปั่นป่วนอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนคำพูดนิ่ง ๆ ที่ว่า ‘เด็กเอาแต่ใจไม่ใช่ทางของพี่’ ยังคงดังก้องอยู่ในหูเหมือนเสียงระฆังที่ตีเตือนสติซ้ำ ๆ รัญกดรีโมทเปิดล็อกรถสปอร์ตสีดำคันงามที่จอดอยู่อีกฝั่งของถนนใหญ่ แสงไฟหน้ารถกะพริบในทันทีราวกับกำลังรอต้อนรับเจ้าของกลับสู่พื้นที่ที่คุ้นเคยรัญก้าวเข้าไปนั่งหลังพวงมาลัย กลิ่นเบาะหนังคลาสสิกและน้ำหอมราคาแพงฟุ้งกระจายอยู่รอบตัว ทันทีที่เธอกดปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์และเปิดโทรศัพท์มือถือที่ปิดไปก่อนหน้านี้ แรงสั่นสะเทือนจากสายที่ไม่ได้รับก็โหมกระหน่ำจนเครื่องค้างไปชั่วขณะ48 Missed Calls - Babyรัญถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ พิงศีรษะลงกับพนักพิงพลางหลับตาลงนึกถึงใบหน้าสงบนิ่งของสาวิตรีที่เพิ่งไล่เธอออกมา‘เด็กเอาแต่ใจงั้นเหรอ...แค่นี้มันยังน้อยไป’ รัญถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ แต่แล้วมือถือในมือก็สั่นระรัวขึ้นมาอีกครั้ง รัญลืมตาขึ้นมองหน้าจอ เห็นชื่อ Baby กะพริบหราเธอนิ่งไปสามวินาทีเพื่อปรับจูนอารมณ์ ก่อนจะกดรับสายด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคน โทนเสียงหงุดหง
اقرأ المزيد
บทที่ 6 ผู้ช่วยจำเป็น
เช้าวันรุ่งขึ้น แสงแดดจ้าสาดส่องลงบนถนนหน้าซอยแคบอันคุ้นตา วันนี้รัญญาวีร์ไม่ได้สวมสูทตัวหรูหรือนาฬิกาแบรนด์ดังอย่างเช่นเมื่อวาน มีเพียงเสื้อเชิ้ตสีดำกับกางเกงยีนสีน้ำเงินเข้มดูทะมัดทะแมง ทำให้เธอดูเหมือนคนที่พร้อมจะลุยงานจริง ๆรัญจอดรถสปอร์ตไว้บริเวณถนนอีกฟากที่เดิมก่อนจะเดินกึ่งวิ่งเข้าซอยมุ่งหน้าไปยังบ้านไม้สองชั้น หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะเหนื่อยจากการเดิน แต่เพราะกำลังลุ้นว่าเจ้าของบ้านจะทำหน้าอย่างไรเมื่อเห็นเธอกลับมาปรากฏตัวอีกครั้งหลังจากโดนไล่ตะเพิดไปเมื่อคืนเมื่อมาถึงหน้าบ้าน ภาพเดิม ๆ ก็ปรากฏสู่สายตา แถวลูกค้าที่ยืนยาวเหยียดออกมาจนถึงรั้วไม้ ทุกคนมีสีหน้าคาดหวังและตื่นเต้น รัญสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะเดินฝ่าฝูงชนตรงไปยังหน้าต่างบานเล็กที่พี่สากำลังง่วนอยู่กับการส่งถุงขนมให้ลูกค้า“ของลูกค้าออเดอร์อะไรคะ...อ้าว”สาวิตรีชะงักคำพูดไปทันทีเมื่อเงยหน้าขึ้นมาสบตากับดวงตาคู่คมที่พราวไปด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ และรอยยิ้มบนใบหน้าของเธอก็หายไป เหลือเพียงความเรียบเฉย“สวัสดีค่ะ วันนี้ไม่ได้มาซื้อขนม ตั้งใจมาช่วยค่ะ”รัญเอ่ยเสียงใสพลางเท้าแขนลงบนขอบหน้าต่างไม้ “เปิดปร
اقرأ المزيد
บทที่ 7 เหมือนขาดอะไรไป
ประตูบ้านของสาวิตรีถูกผลักออกอย่างแรง พร้อมกับหนึ่งประโยคที่ดังลั่น“แล้วเรื่องที่เราเป็นแฟนกันแล้วล่ะคะ?”“ว่าไงนะ?”เจ้าของบ้านหันมามองค้อน เธอคิดว่าเรื่องนี้จะจบไปแล้วซะอีกและเธอก็คิดว่ารัญกลับไปแล้วด้วยซ้ำ แต่เจ้าตัวดันมายืนหน้าจ๋องอยู่ตรงหน้า“รัญบอกแฟนเก่าพี่สาไปแล้วว่ารัญเป็นแฟนปัจจุบันของพี่ พี่ไม่กลัวเค้ากลับมาอีกรึไง”สาวิตรียักไหล่อย่างไม่สนใจนัก “ก็ถ้าเค้ามา พี่จะจัดการเอง”“แน่ใจเหรอว่าพี่จัดการได้ พี่ดูกลัวเค้าขนาดนั้น?”รัญยังจำได้ดีว่าเมื่อวานนี้แววตาของสาวิตรีดูหวาดหวั่นมากแค่ไหนเมื่อเห็นใบหน้าของผู้หญิงคนนั้น ถึงแม้เธอจะไม่รู้เรื่องราวตื้นลึกหนาบางของทั้งคู่ แต่เท่าที่สังเกต รัญญาวีร์มั่นใจว่าเรื่องราวของทั้งคู่คงจบไม่สวยแน่นอน“ก็ช่างเถอะน่า เธอกลับไปได้แล้ว ร้านปิดแล้ว”“ปิดแล้วไปไหนต่อคะ?”รัญไม่ถามเปล่าแต่กลับก้าวเท้าเดินเข้าไปหาสาวิตรีที่กำลังใช้ผ้าเช็ดเคาน์เตอร์ไม้ในห้องครัวอย่างใจเย็น คนเด็กกว่าเห็นดังนั้นก็รีบดึงผ้าผืนนั้นมาไว้ในมือแล้วทำหน้าที่แทน“มือพี่เจ็บอยู่ รัญทำให้ค่ะ”“พี่ทำได้”“รู้ค่ะ...แต่อยากทำให้”ประโยคเดียวสั้น ๆ ที่ส่งกลับมาทำเอาอีกฝ่ายเผลอป
اقرأ المزيد
บทที่ 8 บล็อกทุกคน
การรอคอยสิ้นสุดลง เมื่อรัญตื่นขึ้นมาในเช้าวันพุธ วันนี้เธอดีดตัวลุกจากเตียงตั้งแต่นาฬิกายังไม่ปลุก ดวงอาทิตย์ยังไม่โผล่พ้นขอบฟ้า เพราะมันเป็นเวลาตีห้าใช้เวลาไม่นานในการอาบน้ำแต่งตัว รัญก็พาตัวเองมาอยู่หน้าบ้านของสาวิตรีที่ยังคงปิดเงียบรัญญาวีร์จ้องมองไปยังประตูรั้วไม้ที่ยังคงคล้องโซ่สนิท แสงสลัวยามเช้าทำให้บรรยากาศดูเงียบเหงา แต่หัวใจของคนรอกลับเต้นระรัวด้วยความหวัง ห้าวันที่ผ่านมาเหมือนการตกนรกทั้งเป็นสำหรับคนที่ไม่เคยต้องรออะไรนานขนาดนี้มาก่อนหากคำกล่าวที่ว่า เงินซื้อทุกอย่างได้เป็นความจริง รัญญาวีร์อยากคัดค้านเสียตอนนี้เลยว่า ประโยคนั้นใช้ไม่ได้กับผู้หญิงที่ชื่อ สาวิตรีเวลาล่วงเลยไปจนแปดโมงเช้า...ทุกอย่างรอบตัวยังคงนิ่งสนิท แดดเริ่มร้อนจัด จนกระทั่งเก้าโมง สิบโมงและสิบเอ็ดโมง...รถเก๋งสีขาวคันเล็กที่รัญเคยเห็นมันจอดอยู่ในโรงรถของบ้านพี่สาก็แล่นเข้ามาในซอยรัญเด้งตัวขึ้นจากพื้นริมถนนหน้าบ้านสาวิตรีทันที เธอยืนมองอีกฝ่ายลงมาเปิดประตูรั้วบ้าน แล้วค่อย ๆ ขับรถเข้าไปในบ้านโดยไม่มีคำทักทายราวกับว่า...ไม่รับรู้การมีอยู่ของคนที่ยืนอยู่หน้ารั้วบ้านแต่ถึงอย่างนั้น รัญก็ไม่ได้ท้อใจ เธ
اقرأ المزيد
บทที่ 9 มุมที่ไม่เคยเห็น
ความเงียบงันปกคลุมไปชั่วขณะหลังจากเสียงตะโกนของคริสดังขึ้นที่หน้าประตูรั้ว สาวิตรียืนนิ่ง ร่างกายของเธอแข็งทื่อไปโดยอัตโนมัติ แววตาที่เคยสงบนิ่งตอนนี้สั่นไหวด้วยความหวาดหวั่นที่พยายามซ่อนไว้แต่ไม่มิด รอยแผลเก่าในใจดูเหมือนจะถูกสะกิดให้เจ็บแปลบขึ้นมาเพียงแค่ได้ยินน้ำเสียงที่แสนเอาแต่ใจของผู้หญิงคนนั้น รัญญาวีร์ลอบสังเกตปฏิกิริยาของคนตรงหน้าอย่างละเอียด เธอเห็นมือที่สั่นน้อย ๆ ของอีกฝ่าย และเห็นความเหนื่อยล้าที่ฉายชัดในดวงตา ความขี้เล่นซุกซนของรัญหายไปในพริบตา แทนที่ด้วยความเย็นเยียบที่แผ่ซ่านออกมาจากแววตาคมกริบคู่นั้น “พี่สา...ไม่ต้องกลัวนะ รัญอยู่ตรงนี้” น้ำเสียงของอีกฝ่ายอ่อนลงแบบที่สาวิตรีไม่เคยได้ยินมาก่อน “รัญ พี่คิดว่าพี่จัดการเองได้” เธอพยายามดึงมือออกจากการกอบกุม “ไม่ต้องคิดค่ะ ได้หรือไม่ได้เราก็ต้องไปด้วยกัน” รัญกระชับมืออีกฝ่ายแน่นขึ้นแล้วมองลึกเข้าไปในแววตาคู่นั้น “ถ้าพี่อยากพูดอะไรกับเขา พี่ก็พูด แต่ถ้าไม่อยากก็อยู่เฉย ๆ รัญจัดการเอง พี่แค่อยู่ข้างรัญก็พอ” สาวิตรีมองดวงตาที่เต็มไปด้วยความมั่นใจของเด็กคน
اقرأ المزيد
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status