Masukเขาคือผู้ชายที่เย็นชากับทั้งโลก ยกเว้นเธอคนเดียว "ปล่อยยัยนั่น ถ้าอยากมีอวัยวะครบสามสิบสอง" : เพลิงกัลป์ สมัยเป็นเด็กเขาไม่ชอบการต่อยตี ครั้นถูกพ่อที่เป็นมาเฟียให้เรียนต่อสู้มักอู้และหาข้ออ้างหนีตลอดเวลา แต่ด้วยวันหนึ่งเขาต้องสูญเสียคนที่รักสุดหัวใจไปต่อหน้าต่อตาด้วยวัย 18 ปี ความคิดที่จะไม่ยุ่งกับวงการมืดของครอบครัวเลยต้องเปลี่ยนความคิดใหม่ เริ่มฝึกการต่อสู้และเก่งกาจเพียงเวลาไม่กี่ปีจนได้นั่งตำแหน่งแทนพ่อในอายุเพียงแค่ 25 ภายนอกเขาไม่ยุ่งกับใคร เย็นชากับทุกคน จนวันหนึ่ง เพียงแค่แผ่นหลังของผู้หญิงคนหนึ่งที่เขาเผลอมอง นำพาให้เขาลืมเธอไม่ลง และด้วยความบังเอิญหรือพรมลิขิต ทำให้เขาเจอเธออีกครั้ง "จัดการพวกมัน แล้วพาตัวเธอมา!" . . . :: ฟางเซียน :: สาวน้อยลูกครึ่ง ไทย-จีน ที่แสนจะอาภัพ ไม่มีพ่อแม่ไม่พอ ยังต้องอยู่อย่างขี้ข้ากับป้าที่แสนใจร้าย เธอดูแลป้าแท้ ๆ กับลูกสาวเขาอย่างถวายหัว แต่ใครเลยจะรู้ว่าสองคนที่เธอเหลืออยู่จะชั่วร้ายถึงขั้นขายเธอได้ลงคอ "ช่วยด้วย!" #เพลิงคลั่งเซียน
Lihat lebih banyakฟิ้ว~
สายลมเย็น ๆ พัดต้องร่างบางที่ยืนอยู่บนสะพานสูงที่พาดผ่านแม่น้ำจูในมณฑลกวางตุ้งของประเทศจีน
ค่ำคืนนี้พระจันทร์เต็มดวงส่องสว่างไสวทำให้ท้องฟ้าเต็มไปด้วยหมู่ดาวระยิบระยับแลดูสวยสดงดงามกว่าคืนไหน ๆ
หากแต่คนที่กำลังยืนอยู่ท่ามกลางบรรยากาศแสนโรแมนติกนี้กลับมีใบหน้าที่เหม่อลอยทอดมองไปข้างหน้าอย่างไม่มีสิ้นสุดเท่าที่สายตาคนธรรมดาจะมองถึง
สองมือบางกำขอบราวสะพานไว้หลวม ๆ
คืนนี้ทำไมผู้คนถึงได้เงียบเหงาทำให้เธอที่ยืนอยู่ตรงนี้คนเดียวดูโดดเดี่ยวขึ้นเป็นทวีคูณ
อืม… โดดเดี่ยวเหรอ?
ปกติก็โดดเดี่ยวเหมือนตัวคนเดียวอยู่แล้วนี่นะ
หญิงสาวยังคงยืนเหม่อมองสายน้ำที่ไหลอย่างเงียบสงบ พร้อมก่อเกิดความคิดหนึ่งขึ้นมาในหัวสมอง
กลางดึกแบบนี้ หากสายน้ำที่นิ่งสงบมีอะไรหนัก ๆ หล่นกระทบจะเกิดเสียงดังกังวาลหรือเปล่านะ
แล้วถ้าสิ่งที่หล่นลงในแม่น้ำตอนนี้คือวัตถุบางอย่างที่มีน้ำหนักสี่สิบห้ากิโลกรัมแบบเธอ สายน้ำจะกระเพื่อมสั่นไหวและจมลงไปได้ลึกเท่าไรกัน
เพียงแค่สมองคิด มือบางที่วางเกาะราวกั้นเหล็กของสะพานก็กำแน่น หัวใจที่เต้นตึกตักอยู่เหมือนจะเต้นแผ่วลงราวไม่อยากขยับ
ปู๊นนนน…
เสียงฮูดของเรือโดยสารลำใหญ่ดังขึ้น ทำให้สติเธอกลับมา
ร่างบางค่อย ๆ ถอนหายใจ ยกมือขึ้นรวบผมที่ยาวสลวยปลิวไปตามแรงลมรวบเข้าด้วยกันให้อยู่กลางศีรษะ ใช้ยางรัดผมค่อย ๆ มัดเส้นผมนั้นให้มั่นเป็นทรงหางม้า
เดินหันหลังกลับไปยังจักรยานคันเก่า ๆ ที่สนิทเกรอะแทบจะทุกซี่ของล้อรถเพื่อปั่นนำโจ๊กร้อน ๆ กลับไปให้คนที่รออยู่ที่บ้านซึ่งเป็นกิจวัตรประจำวันของเธอ
ใช้เวลาเพียงไม่กี่สิบนาที รถจักรยานคันเก่า ๆ เจ้าของแรงปั่นก็กลับมาถึงบ้านปูนหลังหนึ่งมองแค่ภายนอกก็รู้ฐานะของคนอาศัยอยู่ทันที
คราบน้ำและสีที่ลอกจากการคงอยู่ที่เป็นเวลานาน มีส่วนแตกหักของปูนเปลือยตามกำแพงบ้าน คราบตะไคร่สีเขียวที่ขัดทำความสะอาดอย่างไรก็ไม่เคยสะอาดดั่งใจคิด
แต่กระนั้นก็ดีมากโขแล้วที่เธอยังมีที่ซุกหัวนอนไม่โดนน้ำฝน โดนแดดแผดเผา
“ทำไมวันนี้คนเยอะจัง”
จักรยานถูกจอดไว้หน้ารั้วบ้าน เธอมองเข้าไปด้านในเห็นแสงไฟสว่างอยู่แถมยังมีรถจอดอยู่เยอะกว่าทุกวัน
“คุณป้าคงจะเสี่ยงดวงอีกแล้ว”
เธอถอนหายใจออกมาอย่างเอือมระอากับนิสัยชอบเล่นการพนันของป้าเธอ
เล่นมาตั้งเป็นปี จากบ้านที่หลังใหญ่ หรูหรามีกินมีใช้ ต้องย้ายเร่ร่อนมาอยู่บ้านทรุด ๆ โทรม ๆ ก็เพราะไอ้ผีพนันพวกนั้นเข้าสิง
แทนที่จะคิดได้ แต่ยิ่งเสียก็ยิ่งอยากเอาคืน หวังว่าต้องมีสักตาที่เป็นของเรา ทั้ง ๆ ที่สุดท้ายก็วนลูปเสียแล้วก็เสียเหมือนเดิม
“ขออีกพันหยวนนะจะเอามาแก้มือ”
เสียงป้าเหยา ป้าแท้ ๆ ของเธอร้องขอยืมเงินจากเพื่อน ๆ ในวงดังลอดออกมาจนถึงหน้าบ้าน
หญิงสาวได้แต่ส่ายหน้าไปมาเมื่อคำนวณเงินที่คนเป็นป้าเป็นหนี้ตอนนี้มากจนจะแตะห้าหมื่นหยวนอยู่แล้ว
ก้มลงมองโจ๊กในมือแล้วถอนหายใจอย่างสมเพชตัวเอง
เงินพันหยวนถ้ามีคนให้ป้าได้ เธอก็อยากยืมมาไว้ใช้ซื้อข้าวสารกรอกหม้อบ้างเหมือนกัน ลำพังกินแต่โจ๊กทุกวันจนแทบจะไม่มีเรี่ยวแรงทำงานตอนกลางวันอยู่แล้ว
“แสนหยวน! [1] ”
เสียงตกใจของป้าเหยาดังลั่นบ้าน
ไม่ใช่แค่ป้าเธอตกใจ แต่ตัวเธอเองก็ตกใจเช่นกันที่ได้ยินคำว่า ‘แสนหยวน’
“เอาเลยม้า”
นี่ไม่ใช่เสียงใคร เป็นเสียงของลูกป้าเหยาที่ชื่อจิ้นหงนั่นเอง
“มันจะง่ายขนาดนั้นเหรอ” ผู้เป็นแม่ถามลูกสาวคืน
จำนวนเงินมันล่อตาล่อใจพวกเธอมาก หากแต่ของแลกเปลี่ยนคืออะไรล่ะ
“แลกกับอะไร”
"มาหรือยัง"กันตพลไม่ตอบคำถามไน้สาระนั่นของลูกน้องมือขวาหรอกไอ้เทพน่ะ ถ้ายิ่งเดินตามหมากของมัน ยิ่งไม่จบง่าย"เพิ่งถึงเมื่อสามนาทีที่แล้วครับ"แม้ปากจะรายงานปกติ แต่แววตายังคงมีเลศนัยมองผู้เป็นนายเป็นระยะ ๆ"มึงเฝ้าเธอไว้"เขาหมายถึงเฝ้าขัติมากรแม้รู้ดีว่าเธอไม่กล้าเข้าไปวุ่นวายที่ชั้นสองห้องทำงานเขาแต่ก็ชะล่าใจไม่ได้งานสีเทาพวกนั้นเขาไม่อยากให้คนบริสุทธิ์อย่างเธอต้องมารับรู้หรือควรบอกว่า ลึก ๆ ในใจกันตพลกำลังหวาดกลัว กลัวว่าถ้าหากเด็กน้อยที่เขาช่วยชีวิตไว้ มารับรู้ถึงอาชีพที่เขาทำอยู่แล้วเธอจะหนีเขาไป"ครับนาย"ทัศน์เทพเองก็ไม่ชอบใจคนที่มาติดต่อธุรกิจกับนายเขาในวันนี้เช่นกันเลยไม่ต่อปากต่อคำทำตัวเป็นเด็กร้องโอดครวญเหมือนครั้งที่เขามอบหน้าที่พาทัวร์มหาลัยให้ในคราวนั้น"ว่าแต่นายไม่เป็นอะไรจริง ๆ ใช่ไหมครับ"ถ้าจะยั่วเยาะเขาขนาดนั้นก็ไม่ต้องมีแล้วล่ะหางเสียงน่ะ"ยังอยากเป็นอยู่ไหม มือขวาน่ะ"แทงใจดำที่สุดก็ประโยคนี้แหละเล่นเอาสิ่งที่เขากลัวที่สุดในชีวิตว่าจะถูกไล่ออกมาขู่แบบนี้เลิกล้อแล้วก็ได้"ผมไปหาน้องฟางเซียนก่อนดีกว่า"หางคิ้วร่างกำยำสวมชุดสีดำกระตุกกึก ๆ เมื่อได้ยินสรรพนามแส
"ฮะ...เฮีย เพลิง"แม้แต่ออกเสียงยังสั่นเครือเลย หายใจก็ติด ๆ ขัด ๆ เพราะรู้สึกเหมือนอีกคนจะโถมน้ำหนักตัวลงมาพิงฉันมากเกินไปจนต้องขืนร่างกายให้ดูมั่นคงแข็งแรงรับน้ำหนักเขา"ถ้าเบอร์นี้โทร.มา หนูต้องรับสาย ห้ามปฏิเสธเด็ดขาด"ฉันทวนสิ่งที่เขาพูดตอนแรกในแบบที่ตัวเองเข้าใจ และดูเหมือนอีกคนจะพอใจแล้วเลยปล่อยฉันให้เป็นอิสระ เดินกลับไปนั่งที่เก้าอี้ตัวเดิมก่อนออกคำสั่งต่อมา"กฏข้อที่สอง"แค่กฏข้อแรกหัวใจฟางเซียนก็จะวายอยู่แล้ว หวังว่าข้อสองของเขาคงไม่ยากนะ"ห้ามคบเพื่อนผู้ชายที่มหาลัย""แล้วถ้ามีงานกลุ่มล่ะคะ?"แบบนี้มันกดสิทธิส่วนบุคคลเกินไปนะ"ฉันหมายถึงคบเป็นแฟน"อ๋อ นึกว่าหมายถึงคบพูดคุยเป็นเพื่อนอะไรพวกนั้น"หนูไม่คิดเรื่องพวกนั้นตอนนี้หรอกค่ะ คุณเพลิงกัลป์ไว้ใจได้"ฉันตอบอย่างมั่นอกมั่นใจ แถมรอยยิ้มสวยให้อีกหนึ่งรอยเลย"แล้วเมื่อไหร่ถึงจะพร้อม""คะ?"ทำไมวันนี้เขาดูแปลก ๆ"ช่างเถอะ ทำให้ได้อย่างที่รับปากแล้วกัน"ฉันพยักหน้าสบตาเขาอย่างไม่ละไปไหนเพื่อแสดงความจริงใจว่าฉันจะไม่ผิดคำพูดตัวเองแน่นอน"ข้อสาม"ยังมีต่ออีกเหรอเนี่ย!"ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น คนที่เธอต้องนึกถึงคนแรกคือฉัน"ข้อนี้เขา
ตุ้บ!เห็นไหม มือฉันสั่นจนทำโทรศัพท์หลุดมือไปแล้ว"หึ!"ได้ยินเสียงขำเบา ๆ ดังลอดออกมา จากนั้นร่างกายฉันก็แข็งทื่อราวถูกสาป เมื่อมือแกร่งเอื้อมเหมือนโอบกอดฉันข้างหนึ่งเพื่อมาคว้ามือถือไปถือไว้จากที่ตอนแรกมาแค่มือข้างเดียว แต่นาทีนี้เขาใช้มืออีกข้างเอื้อมโอบมาด้านหน้า กลายเป็นร่างบางของฉันอยู่กึ่งกลางแขนทั้งสองข้างของเขาใบหน้าเขายังคงวางตำแหน่งเดิมจนบางครั้งแอบเสียดสีแก้มฉันเบา ๆ แล้วก็ขยับออกห่างเล็กน้อยไม่ดี ๆ ตอนนี้ร่างกายฉันวูบวาบ หายใจไม่ทั่วท้องไปหมดแล้ว"พูดตามสิ"นึกว่าจะจบแล้ว แต่คนตัวโตที่ไม่รู้กำลังเล่นอะไรอยู่ออกคำสั่งให้ฉันอ่านตามสิ่งที่เขาพิมพ์"ยะ...ย.ยักษ์"นี่เขากำลังจะสอนพยัญชนะไทยให้อยู่หรือเปล่าเนี่ย"สระเอ" เสียงฉัน"อืม" ทำไมต้องครางตอบด้วยฉันถูกสอนเขียน สอนอ่านภาษาไทยมาตั้งแต่จำความได้จากแม่แท้ ๆ อยู่แล้ว ทำให้พื้นฐานแน่น ไม่ต้องมาหลอกวัดไอคิวฉันก็ได้ค่ะ"พูดต่อสิ"พอฉันเงียบเพราะรู้สึกสติสตังไม่ค่อยอยู่กับตัว คนด้านหลังก็ใช้ไหล่หนาเขาสะกิดไหล่บางฉันที่เหมือนถูกโอบกอดอยู่ให้อ่านพยัญชนะตัวต่อไป"พ.พาน"ทำไมต้องทำอะไรให้ยุ่งยากแบบนี้ก็ไม่รู้"ล.ลิง""...""สระอ
ตอนนี้ฉันกำลังถูกขนาบข้างด้วยบอดี้การ์ดของคุณเพลิงกัลป์ทั้งสองคน ส่วนด้านหน้ายังมีผู้ชายแสนเย็นชานั่งเฝ้าอีกต่างหาก"อะ สมัครให้ครบทุกอย่างแล้ว"เฮียเทพยื่นโทรศัพท์ที่คุณเพลิงกัลป์เพิ่งซื้อให้หมาด ๆ คืนฉัน"ส่วนนี่ รหัสพร้อมพาสเวิร์ดสำหรับเข้าใช้งานแอปต่าง ๆ"คุณเทชิเองก็ยื่นสมุดโน้ตขนาดเท่าฝ่ามือมาให้ฉันเช่นกัน"ฝึกเล่นให้ชิน" คุณเพลิงกัลป์สั่ง"จะพยายามค่ะ" ฉันตอบอย่างเรียบง่ายนั่งดูเฮียเทพเล่นเมื่อกี้ก็ไม่เห็นจะยากอะไร"เฮียครับ ได้เวลาแล้ว"ฉันเหลือบมองดูเวลาที่ผนังห้อง บ่งบอกว่าเที่ยงตรงพอดีเมื่อเช้าเขามีนัดนี่นะ..."พวกมึงออกไปก่อน"สิ้นคำสั่งทั้งสองคนก็ออกไปจากห้องนี้ทันทีส่วนห้องที่ว่าก็ไม่ใช่ห้องไหน เป็นห้องนั่งเล่นที่อยู่ชั้นล่างนี่แหละRrr...เสียงริงโทนที่เฮียเทพเพิ่งตั้งให้ฉันหมาด ๆ ดังขึ้นจากโทรศัพท์เครื่องที่ถืออยู่รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยว่าใครโทร.มา เพราะเครื่องเพิ่งเปิดใช้บริการ และในวินาทีต่อมาฉันก็กระจ่างแจ้งว่าเบอร์ที่ว่านี้คือเบอร์ใคร"รับสิ นั่นเบอร์ฉันเอง"เบอร์เขา?แล้วทำไมต้องให้ฉันรับสายด้วย บอกแค่นี้ก็รู้แล้ว"รับ" เสียงทุ้มดังขึ้นอีกรอบรีบลนลานสไลด์หน้