LOGINOne night stand เรื่องราวความฮอต ความแซบของ 'อัปสร' กับ 'ตรัย' ที่ระดับความฮอตนั้นทะลุจุดเดือดได้ไม่ยาก (ชุดรวมเรื่องรักฉบับติดเรท 1)
View More“เอ็งมีอะไรกับสรแล้วใช่ไหม” คำถามของนิก ทำเอาผมสำลักเหล้าที่กำลังดื่มดังพรวด หน้าแดงก่ำ หันมามองมันอย่างสำนึกผิด “มีแล้วว่ะ”“ไอ้เพื่อนเลว” ไม่พูดเปล่า เนติธรยังยกเท้ามาถีบผมอีก ดีที่ผมอาศัยความไวหลบบาทาของมันได้ทัน ไม่อย่างนั้น อาจลงไปนั่งพับเพียบที่พื้นแล้วก็ได้“ข้าขอโทษ แต่ข้ารักของข้า นี่ก็กะจะให้ผู้ใหญ่ไปสู่ขอน้องเอ็งอย่างเป็นทางการอยู่”“อดเปรี้ยวไว้กินหวานหน่อยไม่ได้หรือไง...ห๊ะ!”“ไม่ได้” ผมตอบไปตามตรง นั่นเพราะผมอดเปรี้ยวมาพอแล้ว ถึงขนาดทำตามคำขอของว่าที่พี่เขยไปเสียทุกอย่างแบบนั้น“ข้าจะทำให้เอ็งดูเป็นตัวอย่าง รับรองว่าข้าจะไม่แตะต้องน้องดาจนถึง วันส่งตัวเข้าหอ”“ให้มันจริง”“มาพนันกันไหมล่ะ ว่าไง” เนติธรยักคิ้วท้าทายผม “เอาสิ เอ็งจะเอาอะไรมาพนันกับข้า”“เงินสดแสนนึงเป็นไง”“โอเค” ผมรับปากอย่างไม่ลังเล ซึ่งมั่นใจว่าผมต้องได้เงินสดหนึ่งแสนบาทนี้แน่นอน จากนั้นเราก็เปลี่ยนมาคุยเรื่องธุรกิจของเราที่กำลังไปได้สวยบ้าง คุยไปคุยมา คนข้างๆ ก็ชิ่งหลับไปก่อนผมเสียอีก ผมจึงนั่งกินเหล้าคนเดียวต่ออีกหน่อย พร้อมๆ กับคิดถึงเรื่องของผมกับอัปสรไปด้วย ตั้งแต่รู้ว่าชอบเธอ ผมก็มีเธอเป็น
“ก็พี่คิดถึงเมียนี่ครับ”“ไว้มีโครงการเรียนต่อหรือไปเที่ยว สรจะบอกพี่ตรัยนะคะ” “ครับผม” เสียงทุ้มเอ่ยรับ จากนั้นเราก็ลงไปชั้นล่าง เดินเล่นที่สวนด้วยกัน ก่อนที่เสียงโทรศัพท์ของฉันจะดังขึ้น และคนที่โทรเข้ามาก็ไม่ใช่ใครอื่น พี่ชายของฉันนั่นเองอยู่ไหน กับใคร ทำอะไรอยู่ กลับมาบ้านตอนนี้ได้ไหม นี่คือประโยคคำถามและคำสั่งกลายๆ จากพี่ชายคนเดียวของฉัน พอบอกตรัยไปเขาก็เอาแต่หัวเราะชอบใจ “พี่ว่าคืนนี้น่าจะได้มอมเหล้าไอ้นิกมันอีกคืน”“บ้า!” ฉันแยกเขี้ยวใส่คนทะลึ่ง ก่อนที่เราสองคนจะกลับไปบ้านของฉันกัน แต่พอมาถึงฉันก็ตาโตเป็นไข่ห่าน เมื่อเห็นยัยดานั่งยิ้มเขินอยู่ในห้องรับแขก ถามไปถามมา ถึงได้รู้ว่าเมื่อเช้าพี่ชายฉันไปหากรดาที่บ้าน บุกไปบอกว่าชอบและขอคบต่อหน้าพ่อกับแม่ของกรดา แถมยังไปเล่าประวัติส่วนตัว หน้าที่การงานให้ผู้ใหญ่ฟังจนละเอียดยิบ ฟังแล้วฉันก็ได้แต่หัวเราะให้พี่ชายตัวเอง ที่บทจะเอาจริงก็เอาจริงเสียจนอึ้งกันไปถ้วนหน้า“แล้วแกตอบว่าไงดา”“ก็คบสิ” กรดานั่งก้มหน้าก้มตาตอบ ส่วนฉันก็หัวเราะชอบใจ คู่นี้เป็นคู่รักสายฟ้าแลบกว่าคู่ของฉันเสียอีก แอบชอบกันอยู่เงียบๆ แต่บทจะสารภาพรักก็เล่นเอาตูมเดีย
“เพิ่งรู้ว่าสรเองก็ทะลึ่ง”“ก็ใช่ว่าสรจะเป็นแบบนี้กับทุกคนนะคะ” ฉันสบตาเขาไปตรงๆ พยายามไม่เขิน แต่สงสัยสีหน้ามันจะออกอาการแน่ๆ “เป็นกับพี่คนเดียวก็พอ...รู้ไหม” เขายื่นมือมาบีบจมูกฉันเบาๆ ก่อนจะถามขึ้น “วันนี้สรว่างไหม”“ว่างค่ะ”“งั้นกินข้าวเสร็จ ไปช่วยพี่ซื้อของหน่อยได้ไหมครับ”“ได้สิคะ” ฉันรับปาก นั่นเพราะวันนี้ฉันเองก็ไม่ได้มีแผนไปที่ไหน ออกไปซื้อของกับตรัยก็คงเพลินไปอีกแบบ เมื่อเรากินข้าวเช้าอิ่มก็พากันออกไปข้างนอก เขาขับรถพาฉันไปห้างสรรพสินค้าที่เน้นแต่ของตกแต่งบ้าน นั่นทำให้ฉันนึกขึ้นได้ว่าเขาเคยชวนฉันไปบ้านที่ฉันเดาเอาว่าเขาเพิ่งซื้อ เพราะเมื่อก่อนเขาอยู่คอนโดมิเนียม แต่ฉันปฏิเสธเขาจึงขับรถพาฉันไปนั่งคุยที่สโมสรในหมู่บ้านแทน แต่ความที่รอบข้างมันมืด ฉันจึงมองไม่เห็นบรรยากาศอะไรมากสักเท่าไหร่“พี่ตรัยอยากแต่งบ้านเหรอคะ”“ครับ…ซื้อของเสร็จ เดี๋ยวเราไปบ้านพี่กัน” “ค่ะ” ฉันรับปากแล้วเดินตามเขาไปยังแผนกเครื่องนอน จังหวะหนึ่งตรัยเดินเข้ามากุมมือฉันไว้ขณะที่พนักงานในแผนกก็เดินเข้ามาแนะนำนั่นนี่ตามหน้าที่“พี่เพิ่งซื้อบ้านใหม่ได้ราวๆ เดือนกว่า ยังไม่ได้ตกแต่งอะไรมาก โดยเฉพาะห้องนอน
ฉันตื่นมาอย่างสดใส ทั้งๆ ที่เมื่อคืนแทบไม่ได้นอนเลยด้วยซ้ำ ส่วนคนข้างๆ ก็หน้าระรื่นไม่แพ้ฉันสักเท่าไหร่ เห็นแล้วก็หมั่นไส้จนต้องมองค้อนให้อยู่หลายครั้งเช้านี้ตรัยอาสาเข้าครัวเตรียมอาหารเช้าให้ ซึ่งฉันก็ไม่ได้คัดค้านอะไร เพราะบ่อยครั้งที่เขามานอนค้างที่บ้านแล้วตื่นเช้ามา ฉันก็จะได้กินกับข้าวฝีมือเขา ระหว่างรอฉันก็ชะเง้อชะแง้มองหาพี่ชายไปด้วย แต่น่าแปลกที่ไม่เห็นพี่ชายฉันแม้แต่เงา สงสัยพอสร่างเมาแล้วจะรีบไปหากรดาที่บ้านเป็นแน่ อยากรู้ผลนักว่าป่านนี้จะเป็นยังไง“คิดอะไรอยู่ครับ”“คิดว่า ป่านนี้พี่นิกจะทำอะไรอยู่”“นั่นน่ะสิ” คนในครัวเอ่ยเห็นด้วย สีหน้าดูครุ่นคิดจนคิ้วขมวด “จะสารภาพรักกับยัยดาเลยไหมนะ” ฉันสันนิษฐานไปตามเรื่องตามราว “อาจมีสิทธิ์ เพราะดาไปเรียนต่อเมืองนอกตั้งสองปี ถ้าไม่สารภาพตอนนี้มันอาจกินแห้วได้” เพราะคิดไปก็คงมีแต่จะฟุ้งซ่าน ฉันจึงรอให้พี่ชายกลับมาค่อยถามน่าจะดีกว่า ก่อนจะหันมาให้ความสนใจผู้ชายตัวโต ที่ตอนนี้กำลังใส่ผ้ากันเปื้อนและยืนทำอะไรอยู่หน้าเตานานสองนาน “ว่าแต่พี่ตรัยทำอะไรอยู่คะ กลิ่นหอมเชียว” กลิ่นหอมๆ ที่ลอยมาเตะจมูก ทำเอาท้องฉันร้องเพราะความหิวเสียแล้วสิ
“สงสัยจะทะเลาะกับแฟนมามั้งคะ คนไม่มีแฟนแบบพี่นิกไม่มีทางเข้าใจหรอก” ฉันแอบแขวะพี่ชายไปหนึ่งยก อันที่จริงอยากบอกเหลือเกินว่ามีสาวแอบชอบ แต่ไม่เอาดีกว่า ให้รู้กันเอง ซึ่งก็ไม่รู้ว่าชาตินี้พี่ชายฉันจะได้รู้ไหม เพราะกรดาเองก็ปากแข็ง ไม่สารภาพรักง่ายๆ แน่นอน “ก็ไม่เห็นเป็นไร พี่อยากรวยมากกว่าอยากมีแฟน”“เ
“สร...” เขาเหมือนมีอะไรจะพูด แต่เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นเสียก่อน ตรัยลังเลว่าจะรับหรือไม่รับ กระทั่งตัดสินใจรับสาย“ว่าไงนิก” ชื่อที่ได้ยิน ทำเอาฉันเย็นไปทั้งตัว ฉันทำให้พี่ชายต้องผิดหวังเสียแล้วสิ มิหนำซ้ำยังทำร้ายจิตใจของผู้หญิงอีกคนด้วย เฮ้อ…ถึงแม้จะไม่มีน้ำตาไหลออกมาให้เห็น แต่ข้างในใจฉันมันก็กำ
“พะ…พี่ตรัยขา อ่าห์…” เอ่ยเรียกชื่อเขาได้ไม่เท่าไหร่ เสียงของฉันก็เปลี่ยนไปเป็นเสียงครางอีก เพราะตอนนี้เขาจูบต่ำลงไปเรื่อยๆ กระทั่งถึงหน้าท้อง ปลายลิ้นของเขาที่หยอกเย้ากับสะดือทำเอาฉันขนลุก ก่อนจะสะดุ้งเฮือกเมื่อรู้ว่าเขาจูบต่ำลงไปจนถึงจุดที่ฉันหวงมากที่สุด“สรสวยเหลือเกิน” เขาเอ่ยชมฉัน เป็นคำชมที่
ก่อนจะฝัน...ในฝันฉันกำลังนอนอยู่และมีเจ้าชายกำลังโน้มใบหน้าลงหมายจะมาจูบฉัน ฉันพยายามเพ่งสายตามองหน้าของเจ้าชายคนนั้น แต่กลับมองไม่เห็น กระทั่งริมฝีปากของเราสัมผัสกัน นั่นทำให้ฉันสะดุ้งและตื่นขึ้นจากความฝัน แต่ทว่าฝันกลับกลายเป็นจริง เพราะเมื่อครู่พี่ตรัยจูบฉัน“พี่ขอโทษ” ฉันนั่งนิ่ง ฟังคำขอโทษจากเ