Masukเควิน วิลเลียมเบอร์ลิซ หนุ่มหล่อมาดเข้มทายาทตระกูลวิลเลียมเบอร์ลิซที่มี ธุรกิจในเครืออยู่ทั่วทุกมุมโลก ฉลาด รู้ทันคน เก่งกาจรอบด้าน เจ้าชู้ลูกเล่นแพรวพราว สเปกหญิงต้องสวยอวบอึ้มเท่านั้น แต่พอมาเจอสาวเฉิมแสนเชยหากมีฝีปากเก่งกล้า ซึ่งจับพลัดจับผลูเข้ามาอยู่ในคฤหาสน์วิลเลี่ยมเบอร์ลิซแบบฟลุคๆ สเปกอันมั่นคงชักเริ่มรั่ว เพราะเวลาที่ให้เคยให้กับบรรดาสาวๆ กลับเอามาคอยตอแยกลั่นแกล้งสาวเจ้าที่ไม่ตรงสเปคสักอย่างอยู่ตลอดเวลา และยิ่งได้ว่าภายใต้ชุดแสนเชยเหมือนคุณป้าแก่ๆ ได้ห่อหุ้มสาวน้อยแสนสวยสุดเซ็กซี่เอาไว้ แล้วปลาไหลเรียกลูกพี่อย่างเควินน่ะหรือจะปล่อยให้หลุดออกจากกรง! VS ชายิกา เทพวรกุล คุณหนูตกยากหนีออกจากบ้านไปอยู่กับเพื่อนที่ประเทศอังกฤษเพราะทะเลาะกับบิดา จนเจอเข้ากับเหตุร้ายไม่คาดฝัน ชายิกาได้คุณนายวิลเลียมเบอร์ลิซช่วยเอาไว้ และถูกตาต้องใจแอบจองเอาไว้ให้ลูกชายจอมเจ้าชู้โดยที่สาวเจ้าไม่รู้ตัวแม้แต่น้อย คุณนายวิลเลียมเบอร์ลิซให้เธอปลอมตัวเป็นสาวเฉิ่มแสนเชยเพื่อตบตาลูกชายจอมเจ้าชู้ หากเรื่องไหนๆ เธอก็สู้ไม่ถอยอยู่แล้ว แต่ให้สู้กับลูกชายแสนจะเจ้าชู้ แถมยังปากว่ามือถึงของคุณนายนี่สิ ทำเอาชายิกาอยากจะหนีออกจากบ้านอีกสักหนเสียให้รู้แล้วรู้รอด
Lihat lebih banyakรีสอร์ตเทพวรกุลเป็นรีสอร์ตครบวงจรที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัดเชียงใหม่ เจ้าของคือพ่อเลี้ยงเทวา เทพวรกุล ซึ่งเป็นพ่อหม้ายเนื้อหอม ถึงแม้อายุอานามจะย่างเข้าวัยหกสิบเข้าไปแล้ว ทว่าใบหน้ายังคงอ่อนวัยและร่างกายก็ยังบึกบึนที่บรรดาหนุ่มๆ บางคนยังต้องชิดซ้าย เนื่องจากดูแลตัวเองเป็นอย่างดีมาตั้งแต่สมัยยังหนุ่มๆ
ในจังหวัดเชียงใหม่ไม่มีใครไม่รู้จักเจ้าของที่ดินนับหลายพันไร่ รวมทั้งรีสอร์ตกับโรงแรมในจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดใกล้เคียงอีกมากมายหลายแห่ง อย่างพ่อเลี้ยงเทวา แต่ชื่อเสียงและความร่ำรวยที่มีก็ดังกระฉ่อนพอๆ กับความเจ้าชู้กันเลยทีเดียว
พ่อเลี้ยงเทวามีลูกสองคน คนหนึ่งเป็นหนุ่มมาดเข้มเกิดจากภรรยาคนแรกชื่อราช เทพวรกุล คนที่สองคือสาวน้อยแสนสวย ชายิกา เทพวรกุลซึ่งเกิดจากภรรยาคนต่อมา
แต่ในวันนี้บ้านไม้สักกว้างขวางหรูหราทั้งหลังที่ตั้งอยู่ในอาณาบริเวณของรีสอร์ตแทบแตก เมื่อพ่อเลี้ยงเทวาพาแม่สาวงามนางหนึ่งเข้าบ้าน และแนะนำว่าจะให้มาเป็นภรรยาคนต่อไป
“อะไรนะคะ! พ่อจะเอาแม่นี่มาเป็นแม่เลี้ยงของชายางั้นเหรอ”
“นี่ชายาพูดจาให้มันดีๆ หน่อย คุณทิพย์เขากำลังจะมาเป็นแม่เลี้ยงของเรานะ”
คุณหนูชายิกาเมื่อได้ยินประโยคเอาจริงเอาจังของบิดาจึงปรายตามองผู้หญิงร่างเพรียวบางอายุอานามก็คงจะเลยเลขสามมาเล็กน้อยด้วยหางตา ก่อนกวาดมองตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างตั้งใจไร้มารยาท เมื่อคนถูกจ้องก้มหน้ามองพื้นงุดๆ จึงหันไปเอ่ยกับผู้เป็นบิดา
“แล้วมันต่างจากคนก่อนตรงไหนล่ะคะ คนนี้จะอยู่กี่วัน กี่อาทิตย์ กี่เดือน ก่อนจะกอบโกยเอาไปสร้างเนื้อสร้างตัว หาหนุ่มๆ มาเป็นสามีใหม่ แล้วทิ้งคนแก่อย่างพ่ออีกตามเคยน่ะ พ่อยังไม่เข็ดอีกหรือไง ถ้าจะใช้เงินซื้อชั่วครั้งชั่วคราวเหมือนที่ผ่านๆ มาชายาไม่ว่าหรอกนะคะ แต่จะให้มาเป็นแม่เลี้ยงออกหน้าออกตา ชายาไม่เอา ถ้าให้แม่นี่เข้ามาอยู่ในบ้าน งั้นชายาจะไม่อยู่ที่นี่ พ่อเลือกเอาก็แล้วกันว่าจะเอาแม่นี่หรือชายา”
“ชายา! นี่มันจะมากไปแล้วนะ ขอโทษคุณทิพย์เดี๋ยวนี้ คนนี้พ่อเอาจริง จะจดทะเบียนให้ด้วย ไม่ว่าแกจะยอมหรือไม่ยอม คุณทิพย์เขาก็จะมาเป็นแม่เลี้ยงของแกแน่นอน”
“พ่อ! นี่พ่อเห็นแม่นี่ดีกว่าชายางั้นเหรอ ดี! งั้นก็ขอให้เสวยสุขกันให้สาสมใจเลย ชายาจะไม่อยู่ร่วมชายคากับแม่นี่เป็นอันขาด ถ้าแม่นางทิพย์นางสวรรค์นี่ทิ้งไปวันไหน ชายาจะกลับมาหัวเราะให้ฟันหักเลยคอยดู เชิญเลย! เชิญเธอสูบเอาให้สาแก่ใจ”
ตวาดเสียงใส่บิดากับว่าที่แม่เลี้ยงเสร็จ ลูกสาวตัวดีก็สะบัดร่างวิ่งหายขึ้นไปชั้นบนทันที ปล่อยให้คนเป็นพ่อตะโกนตามหลังเสียงดังลั่นบ้าน
“ชายา! ลงมาคุยกับพ่อให้รู้เรื่องเดี๋ยวนี้นะ ชายา!”
“พ่อเลี้ยงคะ ถ้าหนูชายาเขาไม่ชอบทิพย์ ให้ทิพย์ไปอยู่ในเมืองก็ได้นะคะ”
ผู้หญิงผิวบางนามทิพย์เกสรต้นเหตุของเรื่องทั้งหมดพูดขึ้นด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก เมื่อได้เห็นพ่อลูกทะเลาะกันใหญ่โตแบบนี้
“ไม่เอาน่าคุณทิพย์ แม่ลูกสาวของผมมันก็เป็นแบบนี้แหละ ไม่เคยจะพูดจาดีๆ กับผู้หญิงที่ผมเฉียดเข้าใกล้สักคน คุณไม่ใช่คนแรกหรอกนะคุณทิพย์ แม่ตัวดีนี่ถูกเลี้ยงดูมาแบบตามใจ คนในบ้านโอ๋กันมาตั้งแต่เด็ก ต้องกำราบซะบ้าง ไม่งั้นจะเหลิงไปกันใหญ่ คุณอย่าไปใส่ใจเลยนะคุณทิพย์”
“แต่หนูชายาเธอไม่พอใจมากเลยนะคะ”
พ่อเลี้ยงหัวใจยังหนุ่มเมื่อได้เห็นสีหน้ากังวลใจของว่าที่ภรรยาคนใหม่จึงดึงร่างเพรียวบางเข้ามากอด พลางเอ่ยปลอบโยนเสียงอ่อนเสียงหวาน
“อย่าคิดมากเลยคุณทิพย์ ปัญหานี้ผมจัดการเอง คุณอยู่ที่นี่ให้สบายใจเถอะ ผมรักคุณนะ อยากให้คุณมาเป็นคู่ชีวิต และคอยอยู่เคียงข้างผม ณ รีสอร์ตเทพวรกุลแห่งนี้ตลอดไป ถ้าคุณอยู่ที่นี่แบบไม่มีความสุขแล้วผมจะมีความสุขได้ยังไงฮึ!”
ทิพย์เกสรไม่รู้จะตอบโต้พ่อเลี้ยงหนุ่มใหญ่ว่าอย่างไรดี ที่เธอยอมตามเขามาอยู่ที่นี่ก็เพราะนึกรักในความอบอุ่นและช่างเอาใจของเขา ถึงแม้มันจะเกิดขึ้นในเวลาอันรวดเร็วไปสักหน่อยก็ตามที แต่เธอก็รักเขาจริงๆ ไม่ได้คิดจะมายุ่งเกี่ยวกับสมบัติอะไรของเขาด้วยความบริสุทธิ์ใจ แต่พอมาเห็นพ่อกับลูกทะเลาะกันใหญ่โตเพราะเธอเป็นต้นเหตุแบบนี้ ก็อดรู้สึกหดหู่ในหัวใจไม่ได้
ส่วนพ่อเลี้ยงเทวาก็ได้แต่กอดปลอบคนรักอยู่เช่นนั้น หากยังไม่ทันจะได้ผละไปทางไหน คนที่หนีขึ้นไปชั้นบนก็พาร่างระหงในชุดเสื้อยืดกับกางเกงยีนพร้อมแบกเป้ใบใหญ่บนหลังก้าวลงมาจากบันได มีสาวใช้สองคนวิ่งตามคอยดักหน้าดักหลังพร้อมเอ่ยห้ามปรามเสียงระงม บอกให้รู้ว่าเตรียมตัวจะออกไปจากบ้านอย่างแน่นอน
“คุณหนูอย่าไปเลยนะคะ คุณหนูจะไปอยู่ที่ไหน เราสองคนเป็นห่วง คุณหนูใจเย็นๆ ก่อนนะคะ”
“หลีกไปพี่น้อย พี่แจ่ม คนเป็นพ่อเขายังไม่เห็นจะสนใจลูกอย่างฉันเลย พี่สองคนจะมาเป็นห่วงเป็นใยอะไรนักหนา หลีกไปสิคะ”
ประโยคที่ได้ยินทำเอาชายิกาถึงกับเบิกตาโตอย่างไม่อยากจะเชื่อหู เขารู้ตัวหรือเปล่าว่ากำลังพูดอะไรออกมา ส่วนคนพูดก็ได้แต่คลี่ยิ้มกว้างเมื่อได้เห็นสีหน้าเหลอหลาของคนตกใจ ชั่วครู่ตาคมกริบก็ค่อยๆ เปลี่ยนประกายเป็นอ่อนเชื่อม จ้องใบหน้านวลเนียนแสนงามอย่างจริงจังขึ้น แล้วเลื่อนลงมามองเรียวปากแดงก่ำน่าจูบนั้นนิ่งอยู่นาน ก่อนจะก้มลงมาหาช้าๆชายิกาได้แต่นั่งนิ่งขึง ไม่รู้ว่าที่ไม่ขยับหนีเพราะติดลำแขนล่ำสันกับมือใหญ่ตรึงร่างเอาไว้ หรือว่าเพราะหัวใจของเธอสั่งไม่ให้ขยับหนีกันแน่ เมื่อปากได้รูปสัมผัสกลีบปากนุ่มมาแผ่วเบา ตากลมโตก็ค่อยๆ พริ้มหลับลง และพอเรียวปากร้อนๆ เริ่มบดคลึงหลอกล่อหนักขึ้นเรื่อยๆ กลีบปากนุ่มก็เปิดปากรับจูบอย่างลืมตัว ปล่อยให้ปลายลิ้นอุ่นแทรกเข้าไปกวาดเอาความหวานละเมียดละไมอย่างเต็มใจในที่สุด แถมยังเรียนรู้ไว รู้จักที่จะตอบโต้ด้วยการส่งเรียวลิ้นเล็กหยอกล้อกับปลายลิ้นอุ่นชื้นเป็นไปอย่างกล้าๆ กลัวๆ อีกด้วยทำเอาคนตั้งใจจูบครางออกมาแผ่วๆ ด้วยความพึงพอใจ เริ่มบดจูบหนักหน่วงอย่างเรียกร้องและต้องการพลางเก็บเกี่ยวเอาความหวานที่ยังติดใจไม่รู้เบื่ออยู่นานแสนนาน กว่าเรียวปากร้อนๆ จะยอมผละห่าง
“มัมผมเนี่ยนะให้คุณแต่งตัวแบบนี้เพราะกลัวไอ้เสี่ยนั่นจำได้”เควินกระตุกยิ้มมุมปากเมื่อได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดจบลง เนื่องจากเริ่มรู้แกวมารดา แค่การ์ดนับร้อยที่คัดมาแต่ฝีมือฉกาจแทบทั้งนั้น รับรองไม่มีใครถึงตัวแม่เมียพระราชานี่ได้เป็นอันขาด จึงไม่มีความจำเป็นใดๆ ที่จะต้องให้คุณเธอปลอมตัวเลยสักนิด แล้วจะให้ปลอมตัวไปเพื่ออะไร ถ้าไม่ใช่เพื่อตบตาเขาน่ะแต่ที่เควินสงสัยก็คือ มารดาส่งแม่สาวเชยไปทำงานเป็นเลขาของตนเพื่ออะไรนั่นต่างหาก เหตุผลที่ว่าเพื่อชดเชยเงินสิบล้านนั้นมันดูอ่อนไป เพราะคุณนายวิลเลียมเบอร์ลิซบริจาคให้การกุศลเยอะกว่านี้หลายเท่านัก มันไม่ใช่ประเด็นนี้อย่างแน่นอน มันต้องมีอะไรมากกว่านั้นที่เควินยังไม่รู้“แล้วคิดจะอยู่ที่นี่ไปอีกนานแค่ไหน”คำถามนี้ทำให้ดวงตากลมโตคู่สวยขุ่นคลั่กขึ้นมาทันที และตวัดจ้องใบหน้าคนถามอย่างเอาเรื่อง แต่ยังไม่ทันจะได้ว่าอย่างไร เสียงทุ้มก็เอ่ยออกมาดักทางอย่างรู้ทัน“อย่ามองกันแบบนี้น่า ผมไม่ได้ไล่ คุณอยู่ที่นี่ได้ตามแต่หัวใจของคุณอยากจะอยู่ ตัวเล็กๆ บางๆ กินข้าวเหมือนมดแทะอาหารแบบนี้ คงไม่เปลืองสักเท่าไรหรอกมั้ง ผมก็แค่อยากรู้เฉยๆ”“ถ้าฉันสบายใจเมื่อไรแล้วฉ
เควินก้มลงไปประกบปิดปากสีสวยที่กำลังเผยอน้อยๆ เชิญชวนให้จูบซ้ำอย่างไม่รู้ตัวนั้นอีกครั้ง มอบจูบร้อนเร่าให้ไปอีกหนอย่างไม่อยากจะรั้งรอและหักห้ามใจตัวเองอีกต่อไป เฝ้าตักตวงเอาความหวานที่ไม่เคยได้รับจากผู้หญิงคนไหนมาก่อนอย่างไม่รู้จักพอ เหมือนเพิ่งค้นพบรสชาติถูกใจและถูกปากจนต้องลิ้มลองเอาให้หนำใจ ยอมรับว่าขณะนี้เขากำลังหลงใหลรสชาติหวานล้ำของปากจิ้มลิ้มนี้เป็นที่สุด และคงไม่เบื่อในเวลาอันใกล้นี้อย่างแน่นอนพอลิ้มรสความหวานจนสาแก่ใจถึงค่อยๆ ถอนเรียวปากร้อนจากปากอิ่มแสนหวานช้าๆ คนใต้ร่างถึงกับหอบหายใจถี่รัว กายละมุนสั่นสะท้านไปตลอดทั้งตัวจนร่างแกร่งรู้สึกได้ เขาจึงกระชับวงแขนให้แน่นขึ้นเพื่อปลอบประโลมให้เธอคลายจากอาการสั่นเทา ขณะเดียวกันดวงตาคมกริบก็จดจ้องเรียวปากอิ่มบวมแดงสั่นระริกจากฝีมือตัวเองนิ่งอยู่นาน เพราะมันน่ามองเอามากๆ เควินใช้ปลายนิ้วโป้งไล้กลีบปากสีสวยแผ่วๆ ด้วยกิริยาเผลอไผลชายิกามารู้ตัวอีกทีก็เมื่อเห็นตาคมกริบสีสวยทอประกายอ่อนเชื่อมกำลังจ้องหน้าเธออยู่ไม่วางตา ทำเอาหน้าร้อนวูบวาบไปหมดจนต้องเบือนหนีสายตาหยาดเยิ้มนั้นอย่างอายๆ และมันคงแดงแบบจัดๆ อย่างไม่ต้องสงสัย ก่อนจะได้ยินเส
จนผ่านไปนาทีแล้วนาทีเล่า คนยืนแอบอยู่ก็ชักเริ่มดิ้นขยุกขยิกพลางบิดร่างไปมา ก็ยืนเกร็งไปทั้งตัวแบบนี้มันเมื่อยน้อยเสียเมื่อไร ที่สำคัญตะคริวจะกินเธออยู่แล้ว กระทั่งได้ยินเสียงทุ้มดังลอยมาจากมุมห้อง และเป็นภาษาไทยชัดถ้อยชัดคำ“คิดว่าจะยืนอยู่ตรงนั้นไปอีกนานแค่ไหน...ชายิกา”เจ้าของชื่อสะดุ้งโหยง ก่อนจะค่อยๆ โผล่หน้าออกไปกวาดตามองหาเจ้าของเสียง ก็ได้เห็นเขากำลังนั่งเอนอยู่บนพรมขนแกะอยู่อย่างสบายๆ เท้าศอกเอาไว้บนหมอน และยกเข่าข้างหนึ่งขึ้นมาตั้งชัน มีหนังสือเปิดกางเอาไว้ข้างตัวที่เขาคงอ่านมันระหว่างรอดูความเคลื่อนไหวของเธอชายิกาจึงค้อนให้เสียตาแทบกลับ เพราะท่าทางกับประโยคเมื่อกี้บอกให้รู้ว่าเขารู้ว่าเธออยู่ในห้องนี้ตั้งแต่ก้าวเข้ามา แต่ชื่อจริงของเธอที่ได้ยินมันฟังดูเอาจริงแปลกๆ ทำให้รู้สึกร้อนๆ หนาวๆ ยังไงก็บอกไม่ถูก“ไม่รอให้เธอมุดเข้าไปในชั้นหนังสือซะก่อนล่ะ ถึงค่อยพูดออกมาน่ะอีตาบ้านี่!”ปากอิ่มขมุบขมิบว่าให้อย่างนึกเคืองเมื่อรู้ว่าโดนแกล้ง และตั้งท่าจะก้าวหนีออกจากห้อง ทว่าเสียงห้าวก็เอ่ยออกมาดักทางเสียก่อน“ถ้าจะไปสะสางบัญชีกันบนห้องของคุณก็ได้นะ เดี๋ยวผมตามขึ้นไป และบอกเอาไว้ก่อน ว