تسجيل الدخول“แกก็รู้ว่าฉันค่อนข้างจะสนิทกับคุณกานดา เผอิญวันนั้นท่านให้ฉันไปหาที่บ้าน ก็เลยได้เจอกับเขา ซึ่งก่อนหน้านั้นฉันเจอเขาแล้วครั้งหนึ่ง” แล้วเรื่องราวต่าง ๆ ก็ถูกเล่าต่อให้เพื่อนฟังโดยไม่มีปิดบัง
(แล้วแกรู้สึกกับเขายังไงล่ะน้ำผึ้ง เอาความจริงนะ)
“ฉันไม่รู้ว่ามันรู้สึกยังไงถึงจะเรียกว่ารัก แต่เขาตรงสเป็กฉันมาก ทำให้ฉันเผลอคิดถึงอยู่บ่อย ๆ” เธอเล่าความรู้สึกตัวเอง
(เอางี้ เวลาที่อยู่ต่อหน้าเขาหรือเจอเขา แกจะรู้สึกเขินอาย ไม่กล้ามองหน้าเขา ใจเต้นรัว ขาดความมั่นใจ แต่เวลาไม่เจอกลับคิดถึงและอยากอยู่ใกล้ ๆ เขา อยากให้เขาอยู่ในระยะสายตาอะไรแบบนี้ แกมีอาการนี้หรือเปล่า)
“..อือ” เธอตอบหลังจากคิดทบทวนดี ๆ “เหมือนแกมานั่งอยู่ในใจฉันเลยสินี แกรู้ได้ยังไง”
(คนปากเก่งแบบแก ถ้ามีความรักแล้วมันจะกลายเป็นคนละคนไปเลย สรุปแกฟังฉันนะน้ำผึ้ง ในฐานะที่ฉันเป็นเพื่อนกับแกมานาน ฉันเชียร์แกเต็มที่ตอบรับเขาไปเลย”
“จะดีเหรอสินี มันเร็วเกินไปมั้ย”
(รักคือการไขว่คว้า ห้ามวิ่งหนีเด็ดขาด ทุกอย่างมันอยู่ที่ใจแกคนเดียว ทำเพื่อตัวเองไม่เสียหาย เวลาไม่ใช่ตัวตัดสิน คนจะหมดรักเวลาไม่สำคัญเลย ฉวยได้ก็รีบฉวยไว้ก่อน)
“ฉันกลัวคนในบริษัทจะหาว่าฉันเล่นของสูงสิแก” พูดด้วยน้ำเสียงเป็นกังวล
(น้ำผึ้ง ฉันถามแกหน่อยเถอะ ถ้าคุณเควินไปจีบพวกมัน แกคิดว่าพวกมันจะปฏิเสธมั้ย ไม่มีทาง แกเชื่อฉันสิ แกไม่เคยสนใจปากชาวบ้านนี่นา แล้วตอนนี้แกจะมาสนทำไม แข่งเรือแข่งพายมันแข่งได้ แต่แข่งบุญแข่งวาสนามันแข่งยาก วันนี้เขารักแกก็พอแล้ว ส่วนเรื่องอนาคตยังไม่ต้องไปคิด)
“เขายังไม่ได้บอกว่ารักฉันเลยนะสินี” พูดด้วยความเขิน ส่วนมือก็จับปากกาขีดเขียนชื่อเขาไว้เต็มหน้ากระดาษ
(อีกหน่อยก็บอกเองแหละ สู้ ๆ นะแก ฉันเอาใจช่วยเสมอ แค่นี้ก่อนนะ ดาร์ลิงค์ฉันออกจากห้องน้ำแล้ว ขอเวลาไปจุ๊กกรู้ก่อนนะ บาย)
“เพื่อนบ้า พูดอะไรไม่อายฟ้าดินบ้างเลย” เธอบ่นอุบอิบหลังจากเพื่อนวางสายไปแล้ว
หญิงสาวนั่งใช้ความคิดไปกับคำพูดของสินีซ้ำไปซ้ำมา ยอมรับว่าเพื่อนพูดถูก ทุกอย่างมันอยู่ที่ใจ แล้วเธอจะปฏิเสธทำไม.. แล้วก็ต้องสะดุ้งสุดตัวด้วยความตกใจ เมื่อเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น... เธอมองเบอร์ที่โชว์อยู่หน้าจอแข่งกับเสียงเรียกเข้า มั่นใจว่าต้องเป็นสายของเขาแน่นอน แต่ก็ไม่กล้ารับจนสายตัดไป และดังขึ้นใหม่อีกรอบ
ทางด้านของเควิน เขากดโทรออกไปที่เบอร์ที่บันทึกชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่าฮันนี่อีกครั้ง หลังจากที่รอสายจนสายถูกตัด ฟังเพลงรอสายพร้อมกับอมยิ้ม
(สวัสดีค่ะ)
“ขอบคุณนะครับน้ำผึ้ง” เขาพูดขึ้น
(..ขอบคุณเรื่องอะไรคะ) ถามกลับงง ๆ
“ขอบคุณที่บอกรักผมไงครับ” เขาตอบกลับไป
คนฟังหน้าแดงก่ำ ส่ายหน้าให้กับโทรศัพท์เหมือนคุยกับเขาต่อหน้า (น้ำผึ้งยังไม่ได้พูดอะไรแบบนั้นเลยนะคะ)
“อ้าวเหรอครับ แต่ตอนที่ผมโทรหาน้ำผึ้ง ผมได้ยินคนในสายพูดว่ารักคนโทรมาจังเลย”
มุกบ้าน ๆ ของเขาทำให้เธอยิ้มแก้มแทบปริ (งั้นน้ำผึ้งต้องตอบคุณเควินมั้ยคะ)
“ถ้าคำตอบของน้ำผึ้งมีความหมายเหมือนกับเพลงรอสาย ผมก็จะยินดีมากครับ”
(ขอเวลาน้ำผึ้งหน่อยนะคะคุณเควิน.. ในอนาคตน้ำผึ้งอาจจะตั้งเพลงนี้เป็นเสียงรอสายของคุณคนเดียว)
เพียงเท่านี้เขาก็พอใจแล้ว นับจากนี้ต่อไปก็อยู่ที่การกระทำของเขา ที่จะทำให้เธอได้เห็นได้รับรู้
“ขอบคุณนะครับที่ให้โอกาสผม”
(น้ำผึ้งให้โอกาสตัวเองมากกว่าค่ะ)
“ครับ เราต่างให้โอกาสกันและกันก็แล้วกันนะครับ” เขาชวนเธอคุยอีกสักพักก็บอกวางสาย เพราะอยากให้เธอได้พักผ่อน วางสายไปแล้วนั่งคิดถึงเธอ เวลาคุยโทรศัพท์ทำไมเธอกล้าคุยมากกว่าตอนอยู่ต่อหน้าเขานะ เวลาอยู่ต่อหน้าทีไรเธอเป็นโรคติดอ่างทุกที หน้าเขาก็แทบไม่มอง
แล้วพรุ่งนี้ถ้าเจอกันที่บริษัทเธอจะทำหน้าตาแบบไหนใส่เขานะ อยากรู้จริง ๆ เลย เขาหยิบโทรศัพท์มาพิมพ์ข้อความส่งหาเธอ
เมื่อวางโทรศัพท์จากชายหนุ่มแล้ว ณัฐวราก็บันทึกเบอร์ของเขาเก็บไว้ในเครื่องทันที ความรู้สึกของเธอตอนนี้ดีขึ้นกว่าตอนหัวค่ำมาก เหมือนได้พูดในสิ่งที่ค้างคาอยู่ในใจ จึงรู้สึกโล่งอกและได้กลับมาเป็นน้ำผึ้งคนเดิมอีกครั้ง..
เธอเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์เมื่อมีสัญญาณเตือนข้อความเข้าดังขึ้นมา
ฝันดีนะครับ ฮันนี่ของผม
แล้วเธอก็ได้รู้ความจริงว่าชายต้องสงสัยที่ส่งข้อความให้เธอ และเปย์เธอในโรงเบียร์คือใคร เธอฉีกยิ้มด้วยความสุขใจ แล้วพิมพ์ข้อความส่งกลับไปหาเขา ทำตามหัวใจเรียกร้องเหมือนที่สินีบอก ชั่วคราวหรือค้างคืนตลอดไป หวังว่าเขาจะเข้าใจนะว่ามันคือชื่อเพลง
“ทานเสร็จแล้วเราไปต่อกันอีกที่นะคะ เพราะว่าหุ้นส่วนของดาวอีกคนเขาอยากทราบรายละเอียดเรื่องงานด้วยน่ะค่ะ” ชายหนุ่มมองหน้าเธอแล้วนิ่งไปเหมือนใช้ความคิด “ถ้าคุณนภดลไม่สะดวกก็ไม่เป็นไรนะคะ ดาวจะคุยแทนคุณนภเองก็ได้ แต่อาจจะไม่ถูกใจเพื่อนดาวนัก” เธอทำหน้าเครียดนิด ๆ อย่างลำบากใจ“ก็ได้ครับ ผมขอไปโทรศัพท์สักครู่นะครับ” แล้วแยกตัวออกไป.......................นภดลเดินออกมาที่หน้าร้านแล้วโทรหาเลขาส่วนตัวทันที รอไม่นานก็มีเสียงทักทายมาตามสาย“เดชา ตอนนี้ผมออกมากินข้าวกับคุณดุจดาวนะ แต่อีกสักพักต้องไปเจอกับหุ้นส่วนของเธออีกคน แต่ผมไม่อยากไปคนเดียว เดี๋ยวผมจะส่งโลไปให้คุณ รีบตามไปให้เร็วที่สุดนะ” คุยกับเดชารู้เรื่องแล้วจึงกดหาสินี รู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อยที่เธอรับสายช้าจนสายตัด เขากดโทรออกอีกครั้ง และเธอก็รับแทบจะทันทีในครั้งนี้ “ทำไมรับสายช้าจัง”(สินีกำลังช็อปปิ้งอยู่ค่ะ เลยไม่ได้ยิน) ความจริงเธอก็นั่งอยู่ร้านเดียวกับเขานั่นแหละ เห็นตั้งแต่ตอนที่เขาเดินเข้าร้านและเดินออกไปจากร้าน“วันนี้ผมอาจจะกลับดึกหน่อยนะ คุณดาวเธอจะแนะนำให้รู้จักหุ้นส่วนอีกคนของเธอน่ะ ผมต้องออกไปกับเธอ” (..ค่ะ คุณไปคนเ
ห้างสรรพสินค้าณัฐวราและสินีเดินเที่ยวกันอย่างสนุกสนานไปทั่วห้าง เดินเหนื่อยก็นั่งพักดื่มน้ำบ้าง กินไอศกรีมบ้าง แต่ก็ยังไม่ได้ของสักชิ้น“สินี ฉันอยากจะซื้อชุดนอน แกช่วยฉันเลือกหน่อยนะ เอาแบบที่แกคิดว่าฉันใส่แล้วเจ้านายแกเลือดกำเดาทะลักเลยนะ” น้ำผึ้งเริ่มแผนขณะที่กำลังเดินเข้าร้าน และแล้วชุดนอนที่แสนจะยั่วใจสามีก็ถูกซื้อมาเรียบร้อยแล้วถึงเจ็ดชุด โดยงานนี้เจ้าแม่น้ำผึ้งเป็นสปอนเซอร์รูดบัตรเครดิตของสามีให้แก่เพื่อนรักโดยเฉพาะ และหวังอย่างยิ่งว่าจะถูกใจคนสั่ง“น้ำผึ้ง ถ้าแกใส่ชุดที่ฉันเลือกให้นะ รับรองว่าท่านประธานฉันหัวใจวายตายแน่” แล้วหัวเราะอย่างสนุกที่ได้แกล้งเพื่อนณัฐวราได้แต่ยิ้มขำกับคำพูดของเพื่อนรัก และชวนกันไปซื้อของใช้อื่น ๆ ต่ออีกหลายอย่าง“ท้องแกโตไวมากเลยนะน้ำผึ้ง ตอนไอ้เอท้องแรกฉันยังจำได้เลยว่าตั้งหกเดือนมั้งถึงดูออก แต่ของแกนี่แค่สามเดือนก็เริ่มดูออกแล้ว ท้องแฝดหรือเปล่า” “ไม่รู้เหมือนกัน อาทิตย์นี่แหละหมอนัดซาวด์ แต่..ไม่รู้ว่าแกจะเชื่อฉันมั้ย ฉันคิดว่าพี่วายุต้องมาเกิดเป็นลูกฉัน” แล้วเธอก็เล่าเรื่องที่เธอและเด็ก ๆ ได้เจอวายุให้กับเพื่อนฟังสินีขนลุกชัน ลูบแขนตัวเ
สินีเดินออกจากห้องน้ำพร้อมกับชุดนอนกางเกงลายการ์ตูน บนหัวโพกผ้าไว้เหมือนแขก เธอเดินไปนั่งลงหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง แล้วหันไปมองนภดลทีนั่งอยู่บนโซฟาตัวเล็กปลายเตียง “ไปอาบน้ำค่ะ จะได้รีบนอน พรุ่งนี้ต้องไปตรวจงานข้างนอกไม่ใช่เหรอคะ”เขาลุกขึ้นแต่ไม่ได้เดินเข้าห้องน้ำ กลับเดินตรงมาหาเธอ เขากอดเธอแล้วฝั่งจมูกลงบนผมที่ยังเปียกหมาด ๆ ของเธอ “ก็ผมบอกคุณแล้วว่าให้อาบพร้อมกัน คุณก็รั้นไม่เข้าเรื่อง”“คุณนี่ทะลึ่งเงียบนะ” จึงได้รางวัลเป็นจมูกโด่งที่ฝั่งลงบนแก้มนุ่มอย่างหมั่นเขี้ยว“อาบน้ำเสร็จเมี่อไหร่จะกลับมาทำโทษ ที่กล่าวหาว่าผัวตัวเองทะลึ่งเงียบ” เขามองเธออย่างคาดโทษ “แล้วคราวนี้ก็ตั้งใจฟังด้วยนะว่าเงียบจริงมั้ย” แล้วหญิงสาวก็ต้องสะดุ้งอีกครั้ง เมื่อเขาเอามือล้วงเข้าไปในเสื้อนอนของเธอ “ดีมาก เดี๋ยวเจอกันที่รัก” แล้วผละจากเธอไปเข้าห้องน้ำ “บ้า!” เธอต่อว่าเขาที่มาจับหน้าอกไร้บราของเธอสินีอ่านหนังสือไปเรื่อย ๆ จนเห็นสามีเดินออกจากห้องน้ำจึงวางหนังสือในมือลง แล้วลุกไปหยิบชุดนอนที่เตรียมไว้ส่งให้เขา แต่เขาส่ายหน้าอย่างมีความหมายแทน ซึ่งเธอก็เข้าใจดี จึงวางมันลงที่เดิมแล้วเปลี่ยนเป็นเช็ดผมให้เข
“ผมรู้ฮันนี่ ผมไม่อยากให้คุณคิดมากเรื่องผู้หญิงคนอื่น พวกเขาไม่มีความสำคัญกับผมเท่าคุณกับลูกของเราหรอกนะ อย่าคิดมาก ทำใจให้สบาย ลูกของเราจะได้แข็งแรง สุขภาพดี” เขาปลอบเธออย่างอ่อนโยน “ค่ะ น้ำผึ้งจะดูแลลูกของเราให้ดีและจะมีเหตุผลให้มากกว่านี้”“ครับ กลับบ้านกันเถอะ ทุกคนรอเราอยู่”“ค่ะ”.........................คฤหาสน์แม็คแคนเลย์“คุณพ่อกับคุณแม่กลับมาแล้วครับ”“น้องวา น้องคิม อย่ากระโดดใส่แม่นะ เดี๋ยวโดนน้อง” คุณกานดาบอกหลานที่กำลังวิ่งออกไปรับบิดาและมารดา เด็กทั้งสองตอบรับและวิ่งเข้าไปหาบิดาแทน แต่แล้วทุกคนก็ต้องตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อคนที่เป็นมารดากลับยืนอึ้งแล้วน้ำตาก็เริ่มคลอเบ้า ก่อนขอตัวเดินขึ้นห้องนอนโดยอ้างว่าปวดหัว ไม่ขอลงมาทานข้าวด้วย “เควี่ แกทำอะไรเมีย” คุณกานดาใส่ทันที“เปล่านะครับ สงสัยจะน้อยใจลูกที่ไม่ยอมเข้าไปกอดเหมือนทุกวัน คุณหมอบอกว่าอารมณ์ช่วงนี้ของเค้าจะแปรปรวนครับแม่ เหมือนกับขาดความมั่นใจเพราะอีกหน่อยรูปร่างจะขยาย แล้วการปฏิบัติตัวก็จะเปลี่ยนไป อย่างเด็ก ๆ ที่เคยอุ้มเคยกอดก็ทำไม่ได้ ก็เลยทำให้รู้สึกเหมือนห่างเหิน แต่อีกพักก็จะดีขึ้นเองครับ”
“ดาวอยากจะขอบคุณคุณเลขาค่ะ ที่ช่วยดูแลคุณนภแทนดาว” สินีไม่เข้าใจคำพูดของเธอจึงมองหน้าเป็นคำถาม “ดูแลเรื่องอะไรคะ” “ก็ที่คุณเลขาไปดูแลคุณนภถึงญี่ปุ่นน่ะค่ะ เขาเล่าให้ดาวฟังหมดแล้วค่ะ เขาบอกว่าน้อยใจดาวที่เขาชวนแล้วไม่ยอมไปกับเขาด้วย เขาเลยต้องชวนคุณเลขาไปแทนเพราะจองตั๋วไว้แล้ว ดาวก็เลยอยากขอบคุณที่ช่วยดูแลเขาแทนดาวน่ะค่ะ” สินีมองหญิงสาวที่ปั้นหน้าแต่งเรื่องได้สมจริง แต่เธอก็โกรธหล่อนที่พูดจาดูถูกเธอเหมือนกับเธอเป็นแค่ของเล่นของเจ้านายเท่านั้น แต่เธอก็ไม่คิดจะตอบโต้เพราะคิดว่ายังทนไหว เธอจะรอให้ถึงจุดเดือดก่อนแล้วค่อยระเบิดทีเดียวให้เละไปเลย “ไม่เป็นไรค่ะ มันเป็นหน้าที่ของเลขาอย่างดิฉันอยู่แล้ว” แล้วส่งยิ้มหวานกลับไปให้ดาวขัดใจต่อท่าทีและคำตอบของสินีมาก ที่คำพูดของเธอไม่สามารถทำให้หล่อนสะทกสะท้านอะไรเลย “คุณเลขานิสัยดีจังเลยค่ะ คุณนภก็แสนดี พอกลับมาถึงก็รีบรับนัดคุณพ่อของดาวเพื่อไปทานข้าวเย็นที่บ้านดาว เขาคงจะแคร์ความรู้สึกของพ่อดาวมาก ๆ เลยนะคะ” แม้เธอจะเอาบิดามาอ้าง แต่ถ้าเลขาคนนี้ฉลาดพอก็น่าจะเดาได้ว่าเธอต้องการสื่อถึงตัวเอง สินีชักเริ่มจะหมดความอดทนกับผู้หญิงคนนี้แล้ว แล
เธอจับมือเขาแล้วยืนขึ้นด้วยความดีใจที่เขาเห็นด้วย ยอมเดินตามเขาไปด้วยความเต็มใจเพราะคิดว่าเขาจะยอมปล่อยเธอเป็นอิสระ แต่เธอคิดผิดถนัด เพราะเขาดันตัวเธอติดผนัง แล้วจัดการปิดปากด้วยจูบดูดดื่ม มือข้างหนึ่งปลดกระดุมเสื้อของเธอเพื่อล้วงเข้าไปในบราตัวจิ๋ว คลึงเคล้นหน้าอกหน้าใจ หยอกเย้ากับยอดอกจนสยิวเสียวซ่าน “คุณนภพอเถอะค่ะ” สติที่ยังพอเหลืออยู่ร้องห้ามเสียงสั่นพร่า แต่เขาก็ไม่ได้สนใจ ถกกระโปรงของเธอขึ้นมาไว้เหนือเอว แล้วใช้นิ้วมือสอดเข้าไปในช่วงล่างของเธอ ปลุกเร้าให้เธอตื่นตัวและเตรียมพร้อมสำหรับเขา แล้วจับเธอหันหลัง จัดการกับกางเกงของตัวเองให้หลุดไปกองที่ปลายเท้าแล้วดึงขาข้างหนึ่งออกให้เป็นอิสระ จับสะโพกผายให้โก่งโค้งประชิดตัว แล้วจ่อส่วนสำคัญของตัวเองหยอกเย้าเร้าอารมณ์เธอ สอดใส่ให้เป็นหนึ่งเดียวกันจนหญิงสาวสูดปากครางสะท้าน “ คุณนภคะ” ครางชื่อเขาออกมา “ครับที่รัก” มือทั้งสองจับยึดเอวเธอไว้แน่นตามอารมณ์ แล้วก้มลงซุกไซร้ไปตามซอกคอนุ่ม มือทั้งสองขยำที่ทรวงอกที่ห้อยตามแรงโน้มถ่วงอย่างเมามัน เขาปรนเปรอความสุขให้กับภรรยาป้ายแดงจนเธอถึงฝังฝันไปก่อน ไม่นานก็รีบกระแทกสะโพกถี่ ๆ เพื่อเธอไปอีกคนเส
คำพูดและรอยยิ้มของเขา ทำให้ณัฐวราหลงเผลอคิดเข้าข้างตัวเองไปพักใหญ่ ๆ ถ้าเป็นผู้ชายอื่นมาทำแบบนี้เธอคงร้องหึด้วยความไม่ชอบอยู่ในใจ แต่พอเป็นผู้ชายคนนี้ทำไมถึงรู้สึกดีจัง คงเป็นเพราะเขาคือสเป็กของเธอสินะ “นะครับน้ำผึ้ง” เขาย้ำอีกครั้งเมื่อเห็นเธอเอาแต่อ้ำอึ้ง “ค่ะ น้ำผึ้งขอตัวกลับก่อนนะคะ”
“คุณป้าคะ หนูว่า...” “ให้เด็ก ๆ ตัดสินใจดีกว่านะจ๊ะ.. ว่าไงจ๊ะน้องคิม น้องวา มาอยู่กับยายกับตาแล้วก็ลุงเควี่นะลูกนะ” วาคิมหันมายิ้มให้ทุกคน เด็กชายโตพอที่เข้าใจอะไรได้แล้ว เขารู้ว่าแม่น้ำผึ้งของเขานั้นคงเหนื่อยอย่างที่คุณยายบอกจริง ๆ เพราะต้องตื่นแต่เช้ามาทำอาหาร อาบน้ำแต่งตัวให้น้องสาว
เด็ก ๆ ยกมือทำความเคารพคุณตาอย่างนอบน้อม ท่านจึงอุ้มเด็กหญิงไปนั่งที่ตัก และเอาแขนอีกข้างโอบเด็กชายเอาไว้ พูดคุยถามไถ่ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ก่อนจะปล่อยให้เด็กไปนั่งเก้าอี้เพื่อเตรียมกินข้าว “คุณคะ แล้วลูกชายเราไม่ลงมาทานด้วยกันเหรอคะ” “นั่นสิ ทำไมยังไม่ลงมานะ วรรณไปดูเขาหน่อยซิ”“ผมมาแล้วค
ภายในห้องทำงานของท่านประธานเควินกำลังยืนมองลงไปที่ถนนที่มีพนักงานบริษัทต่าง ๆ เดินข้ามไปมาพลุกพล่าน และหยุดสายตาอยู่ที่หญิงสาวคู่หนึ่ง ที่กำลังยกมือขอทางจากรถที่วิ่งสวนไปมา พร้อมกับก้มศีรษะขอบคุณ ก่อนที่จะมาหยุดอยู่ตรงรถเข็นขายผลไม้ คนหนึ่งคือเลขาหน้าห้องของบิดา ส่วนอีกคนคือคนที่วิ่งเข้ามาอยู่ในคว







