กลลวงวิวาห์รัก

กลลวงวิวาห์รัก

last updateTerakhir Diperbarui : 2026-04-06
Bahasa: Thai
goodnovel16goodnovel
10
1 Peringkat. 1 Ulasan
33Bab
2.5KDibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

พี่ชายของนางแย่งคู่หมายผู้อื่น บัดนี้คนในตระกูลหมายใช้นางเป็นตัวแทนเพื่อลดความขัดแย้ง ไม่มีใครล่วงรู้เลยว่านี่เป็นกับดักของเขา แผนการทั้งหมดนี้ก็เพื่อให้นางค่อยๆ เดินเข้าไปติดกับ เมิ่งเสวี่ยเยวียน คุณหนูห้าตระกูลเมิ่ง เพราะเป็นบุตรสาวจึงไม่ได้รับความสำคัญเท่ากับพี่ชายทั้งสี่คน กระทั่งวันหนึ่งคนในตระกูลเห็นความสำคัญขึ้นมา เพราะพี่ชายไม่เพียงพาคู่หมายของผู้อื่นหนีตามกันไป แต่ยังนำสินสอดที่เป็นของตกทอดของอีกฝ่ายไปขายอีกด้วย!!! นางเป็นคุณหนูตระกูลเมิ่งคนเดียวที่ปักปิ่นแล้ว อีกทั้งไม่มีคุณหนูตระกูลเมิ่งคนใด อยากแต่งให้กับบุรุษที่สองมือเคยเปื้อนเลือด!!!

Lihat lebih banyak

Bab 1

บทที่ 1.1

รถม้าหรูหราคันหนึ่งกำลังแล่นขึ้นเขาตรงไปยังอารามนางชีเมืองหวงฝู่ สตรีที่เพิ่งเลิกม่านรถม้าขึ้นมองออกไปยังด้านนอก แท้ที่จริงก็คือคุณหนูห้าตระกูลเมิ่ง บุตรสาวนายท่านเมิ่งแห่งร้านแพรพรรณอันดับหนึ่งเมืองหวงฝู่ คหบดีที่ทั้งร่ำรวยและมีชื่อเสียง

...เมิ่งเสวี่ยเยวียน นามรองอวี้หลาน

นางเพิ่งปักปิ่นและกำลังจะขึ้นเขาไปเยี่ยมมารดาซึ่งบวชชีอยู่ที่อารามดังกล่าว

 หากกล่าวถึงเรื่องราวในอดีตของเมิ่งเสวี่ยเยวียน ก็ต้องย้อนไปตอนที่นางยังไม่ถือกำเนิด บิดามารดาแต่งงานกันก็เพราะการสนับสนุนของผู้อาวุโสสองตระกูล แม้ไม่มีความรักทว่าทั้งสองก็ให้เกียรติกันเป็นอย่างดี สองปีของการแต่งงาน เมิ่งสวี่และอวี้หรู อยู่ร่วมกันอย่างราบรื่นแต่กลับไม่มีทายาท ตระกูลเมิ่งร้อนใจเพราะเกรงว่าจะไม่มีผู้รับช่วงดูแลกิจการ ครานั้นแม้นายท่านเมิ่งมีฮูหยินเอกเพียงคนเดียวไม่รับอนุ แต่เขาจนใจที่อวี้หรูไม่มีวี่แววจะตั้งครรภ์ ดังนั้นจึงเสนอให้บุตรชายรับอนุเพื่อให้กำเนิดทายาท

ผู้ใดจะรู้...ต่อมาเมิ่งสวี่กลับหลงใหลในตัวอนุคนงามยิ่งกว่าสิ่งใด ที่สำคัญไปกว่านั้นโจวอี๋เหนียงก็ยังให้กำเนิดบุตรชายถึงสองคน นำความปลาบปลื้มมาให้นายท่านตระกูลเมิ่งเป็นอย่างยิ่ง

ในจวนตระกูลเมิ่งอวี้หรูแม้เป็นฮูหยินเอก ทว่ากลับไม่ได้รับความสำคัญอีกต่อไป อะไรที่ว่าดี ที่ว่าเป็นมงคล นายท่านเมิ่งล้วนยกยออนุของบุตรชายมาเป็นอันดับหนึ่ง แม้อวี้หรูดูแลจวนอย่างยากลำบากก็ยังไม่นำพา ครานั้นหากมิใช่ว่าแม่สามีอย่างเมิ่งฮูหยินเอ็นดูเห็นใจนาง เกรงว่านางคงหนีกลับตระกูลอวี้ไปหลายครั้ง

วันเวลาผันผ่านจิตใจคนเองก็เหมือนกับสายน้ำที่ไหลไปไม่หวนกลับ โจวอี๋เหนียงให้กำเนิดบุตรชายคนที่สาม คนที่สี่ กระทั่งในที่สุดอวี้หรูก็ทนไม่ไหวแล้ว นางแอบหนีไปกลางดึกโกนผมบวชชีอย่างปลงตก ไม่ยี่หระกับชีวิต

ตอนนั้นเองหลังออกบวชชีและส่งข่าวกลับจวนตระกูลเมิ่ง นางกลับพบว่าตัวนางเองกำลัง...ตั้งครรภ์!!!

ใช่แล้ว...นี่คือเรื่องเล่าอันน่าตื่นตาของคุณหนูห้าตระกูลเมิ่ง บุตรีที่เกิดจากฮูหยินเอกของเมิ่งสวี่ ชาวบ้านหากกล่าวถึงนางล้วนต้องกล่าวถึงเรื่องนี้ทันที

กระทั่งหลังจากนางลืมตาดูโลกขึ้นมาอย่างปลอดภัย เมิ่งสวี่จึงเขียนหนังสือหย่าให้อวี้หรู เพื่อส่งเสริมให้นางบวชชีได้อย่างสงบในอารามบนเขาห่างไกลจากความวุ่นวาย

เมิ่งฮูหยินรับตัวเมิ่งเสวี่ยเยวียนไปดูแลด้วยตัวเอง กระทั่งไม่นานเมิ่งสวี่จึงยกอนุของตนขึ้นมาเป็นฮูหยินเอก เนื่องจากอย่างไรเสียบุตรชายของเขาก็ต้องเป็นทายาทตระกูลเมิ่งอย่างถูกต้อง

ภายใต้การดูแล อบรม สั่งสอน และการปกป้องของเมิ่งฮูหยิน แน่นอนว่าในจวนตระกูลเมิ่งไม่มีใครกล้ารังแกเมิ่งเสวี่ยเยวียน เนื่องจากอย่างไรนางก็เป็นถึงบุตรสาวที่เกิดจากฮูหยินเอกอย่างถูกต้อง อีกทั้งหลายครานางยังเคยช่วยผู้เป็นย่าดูแลจวนใหญ่โต แม้แต่โจวซื่อที่ได้เลื่อนขึ้นมาเป็นฮูหยินเอกของบิดา ทุกครั้งที่มองนางยังแทบจะไม่กล้าโอ้อวดถือดี

จะชอบใจก็ดี ไม่ชอบใจก็ช่าง เรื่องที่โจวซื่อเคยเป็นเพียงโจวอี๋เหนียงก็ไม่อาจเปลี่ยน แม้นางจะมีบุตรชายก็เป็นช่วงที่มีตำแหน่งเป็นเพียงอนุ ดังนั้นในสายตาของผู้คนก็ยังถือสาเรื่องเหล่านี้อยู่วันยังค่ำ

ปีที่แล้ว...เมิ่งเสวี่ยเยวียนปักปิ่น นายท่านเมิ่งจากไปเพราะอาการป่วย เมิ่งฮูหยินวางมือจากการดูแลจวน ยกหน้าที่ให้โจวซื่อ อีกฝ่ายยินดีจนแม้แต่รอยยิ้มก็เก็บไม่มิด

จนกระทั่งล่วงรู้ว่าการดูแลจวนนี้...เว้นเพียงสินเดิมของอวี้หรูที่นางไม่อาจแตะต้อง โจวซื่อรับหน้าที่เมิ่งฮูหยินเต็มตัวแล้วแต่กล้ำกลืนความไม่พอใจ ด้วยตระหนักดีว่าสินเดิมของอวี้หรูนั้นมหาศาลเพียงใด...

ท่านย่าของหญิงสาวเปลี่ยนฐานะเป็นฮูหยินผู้เฒ่าตระกูลเมิ่ง กอดบัญชีสินเดิมของเมิ่งเสวี่ยเยวียนเอาไว้แน่น รอวันที่หญิงสาวจะได้ออกเรือนอย่างถูกต้อง ไม่ยอมให้ผู้ใดแตะต้องแม้แต่เมิ่งสวี่บิดาของหญิงสาวเองก็ตาม!!

เมิ่งเสวี่ยเยวียนถอนหายใจออกมาเสียงเบา

ซิ่วเอ๋อร์หันกลับมามองผู้เป็นนาย “คุณหนู...ยังคิดถึงเรื่องเมื่อวานอีกหรือเจ้าคะ เรื่องสินเดิม??”

“อืม เกรงว่าท่านแม่คงรู้แล้วเป็นแน่” ข่าวลือข้างนอกลือกันไปทุกมุมถนน เมิ่งอวี่อี้ พี่ชายคนโตของนางแต่งฮูหยินเข้าจวนอย่างยิ่งใหญ่ สินสอดที่สมทบกับสินเดิมเจ้าสาวขบวนยาวถึงสองมุมถนน คหบดีสองตระกูลผูกไมตรีสัมพันธ์แนบแน่น ร้านแพรพรรณกับร้านเครื่องกระเบื้องอันมั่งคั่งของเมืองหวงฝู่

เรื่องเหล่านี้คงน่าชื่นชมและได้รับการกล่าวถึงที่ดีกว่านี้ หากมิใช่คนตระกูลอวี้ตระกูลเดิมมารดาของหญิงสาวมิได้มาต่อว่าถึงที่จวน กล่าวว่าเมิ่งอวี่อี้ไปที่ร้านข้าวสารที่เป็นสินเดิมของเมิ่งเสวี่ยเยวียน ชี้มือชี้ไม้สั่งการบอกว่าร้านนั้นถูกยกให้เขาแล้ว และเขาจะใช้ร้านนั้นเป็นสินสอดแต่งฮูหยินน้อยเข้าจวนตระกูลเมิ่ง!!

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya

Ulasan-ulasan

Ketchup_Syrup
Ketchup_Syrup
พระเอก : ทุกอย่างเป็นไปตามแผน ปล. ข่าวสามารถเปลี่ยนเรื่องจริง จากแนว action ให้เป็นแนว romantic ได้ 555
2026-06-28 22:04:33
0
0
33 Bab
บทที่ 1.1
รถม้าหรูหราคันหนึ่งกำลังแล่นขึ้นเขาตรงไปยังอารามนางชีเมืองหวงฝู่ สตรีที่เพิ่งเลิกม่านรถม้าขึ้นมองออกไปยังด้านนอก แท้ที่จริงก็คือคุณหนูห้าตระกูลเมิ่ง บุตรสาวนายท่านเมิ่งแห่งร้านแพรพรรณอันดับหนึ่งเมืองหวงฝู่ คหบดีที่ทั้งร่ำรวยและมีชื่อเสียง...เมิ่งเสวี่ยเยวียน นามรองอวี้หลาน นางเพิ่งปักปิ่นและกำลังจะขึ้นเขาไปเยี่ยมมารดาซึ่งบวชชีอยู่ที่อารามดังกล่าว หากกล่าวถึงเรื่องราวในอดีตของเมิ่งเสวี่ยเยวียน ก็ต้องย้อนไปตอนที่นางยังไม่ถือกำเนิด บิดามารดาแต่งงานกันก็เพราะการสนับสนุนของผู้อาวุโสสองตระกูล แม้ไม่มีความรักทว่าทั้งสองก็ให้เกียรติกันเป็นอย่างดี สองปีของการแต่งงาน เมิ่งสวี่และอวี้หรู อยู่ร่วมกันอย่างราบรื่นแต่กลับไม่มีทายาท ตระกูลเมิ่งร้อนใจเพราะเกรงว่าจะไม่มีผู้รับช่วงดูแลกิจการ ครานั้นแม้นายท่านเมิ่งมีฮูหยินเอกเพียงคนเดียวไม่รับอนุ แต่เขาจนใจที่อวี้หรูไม่มีวี่แววจะตั้งครรภ์ ดังนั้นจึงเสนอให้บุตรชายรับอนุเพื่อให้กำเนิดทายาทผู้ใดจะรู้...ต่อมาเมิ่งสวี่กลับหลงใหลในตัวอนุคนงามยิ่งกว่าสิ่งใด ที่สำคัญไปกว่านั้นโจวอี๋เหนียงก็ยังให้กำเนิดบุตรชายถึงสองคน นำความปลาบปลื้มมาให้นายท่านตระกูลเมิ่งเป็
Baca selengkapnya
บทที่ 1.2
เรื่องน่าขบขันเช่นนี้ถูกชาวบ้านกล่าวถึงอยู่เกือบสิบวัน ผู้เป็นพี่ชายหมายแย่งสินเดิมของน้องสาว อีกทั้งยังเป็นน้องสาวต่างมารดา เรื่องขบขันของตระกูลเมิ่งถูกขุดขึ้นมากล่าวถึงอย่างสนุกปากไม่พอยังกล่าวว่าเมิ่งสวี่ทำให้ฮูหยินเอกของตนขุ่นเคืองจนหนีไปบวชชี อีกทั้งบุตรชายที่เขายกขึ้นเป็นว่าที่ผู้นำตระกูล แท้ที่จริงกลับเป็นบุตรชายที่เคยได้ชื่อว่าเป็นบุตรที่เกิดจากอนุ!!ฮูหยินผู้เฒ่าตระกูลเมิ่งโกรธจนเป็นลมหมดสติ หลังได้สติก็ให้แม่นมหยางตรวจสอบบัญชีสินเดิม ตรวจทานจนมั่นใจว่ามีโฉนดร้านขายข้าวสารหายไปจริง!! วุ่นวายกันยกหนึ่งจึงสามารถตามกลับคืนมาได้ กระทั่งพบว่าคนที่ขโมยไปก็คือเมิ่งสวี่ บิดาของนางนั่นเอง...รถม้ายังไม่ทันได้จอดลงเด็กหญิงคนหนึ่งก็วิ่งเข้ามาบอก มารดาของนางขอให้นางกลับไป เรื่องภายนอกนางไม่ได้อยากรับรู้ อีกทั้งตอนนี้เมิ่งเสวี่ยเยวียนก็นับว่าเติบโตจนปักปิ่นแล้ว ไม่อาจค้างแรมอยู่ข้างนอกนานๆ ไม่อาจรั้งอยู่นอกจวนเกินยามโหย่ว[1] ยิ่งไม่สมควรที่จะไปๆ มาๆ อารามนางชีดังนั้น...นอกจากปิ่นหยกเรียบๆ อันหนึ่งที่มารดาฝากเอาไว้ให้ หญิงสาวก็ไม่ได้พบมารดา ยิ่งไม่อาจอยู่ค้างกับมารดาเช่นที่เคยทำก่อนหน้าน
Baca selengkapnya
บทที่ 1.3
“ตระกูลเหยียน??” กล่าวถึงตระกูลเหยียนเมิ่งเสวี่ยเยวียนกลับนึกถึงเรื่องราวหนหลังในอดีต ใบหน้าหล่อเหลาทว่าดุดันน่ากลัว ชายหนุ่มผู้มีดวงตาสุขุมลึกล้ำ กลิ่นอายบนตัวเขาให้ความรู้สึกเย็นเยียบพานให้ผู้คนหวาดหวั่น ใบหน้าเปื้อนเลือด สองมือกุมกระบี่ กลิ่นอายของความตายคุกรุ่น ทว่าเบื้องหลังกลับทำเพื่อปกป้องคนในครอบครัว...เหยียนจิ่นเหิงหม่าไห่จูเบิกตาพูดด้วยความตื่นเต้น “คุณหนูท่านเคยได้ยินเรื่องการหมั้นหมายระหว่างตระกูลเหยียนและตระกูลลั่วหรือไม่เจ้าคะ”“เคยได้ยินมาบ้าง ตระกูลลั่วมีร้านขายข้าวสารขนาดใหญ่ที่ถนนตงผิง ว่ากันว่าเป็นสัญญาหมั้นหมายตั้งแต่คุณหนูลั่วยังอยู่ในครรภ์มารดา” เรื่องนี้เกรงว่าคนทั้งเมืองหวงฝู่คงล่วงรู้กันดีอยู่แล้ว นางเองก็เคยได้ยินท่านย่ากล่าวถึงหลายครั้ง“ใช่เจ้าค่ะ ข้าเองก็เคยได้ยินมาว่านายท่านตระกูลลั่วกับนายท่านตระกูลเหยียนเคยเป็นสหายที่ร่ำเรียนมาด้วยกันที่สำนักศึกษาหลวง” หม่าไห่จู่มองซ้ายขวาราวกับเกรงว่าจะมีคนผ่านมาได้ยิน “แต่ว่า...ข้ากลับแอบได้ยินมาว่าคุณหนูลั่วมิได้มีใจอยากแต่งเข้าตระกูลเหยียนเจ้าค่ะ”เมิ่งเสวี่ยเยวียนเลิกคิ้ว“จริงๆ นะเจ้าคะ ตรงกันข้ามเลยข้าเคยเห็นคุณ
Baca selengkapnya
บทที่ 1.4
หญิงสาวสบถมองคนตระกูลเมิ่งที่ให้ความช่วยเหลือในการปิดบังการหลบหนีครั้งนี้ กระทั่งอีกฟากหนึ่งของแม่น้ำเห็นขบวนคนเดินทางที่แต่งกายรัดกุมปราดเปรียว นาง...เพ่งสายตามองบุรุษชุดสีดำนิ่งเหยียนจิ่นเหิง!!! เขาถึงกับมาด้วยตัวเอง“ท่านบอกข้ามาให้หมด พี่รองทำอะไรลงไปกันแน่!!”เหล่าจางกลืนน้ำลายมองเหยียนจิ่นเหิงที่อยู่อีกฟากของแม่น้ำ “เขาเดาถูกได้อย่างไรว่าคุณชายรองจะลงเรือและไปทางรถม้า?!”“มันใช่เวลาจะมาพูดเรื่องนี้หรือไร!” หญิงสาวตวาด “เรื่องอำพันแดงสองพันปีนั่นมีใครล่วงรู้บ้าง”“คุณหนูห้าเหตุใดท่านเองก็รู้...” เขากลืนน้ำลาย “คือ...คุณหนูลั่วขอรับ นางบอกว่าการเดินทางมีค่าใช้จ่าย ข้าน้อยสาบานได้ว่าคุณชายไม่รู้มาก่อนว่านั่นเป็นสินสอดอย่างแน่นอน มารู้หลังจากจำนำไปแล้ว...” เขาเสียงแผ่วลง“นั่นเป็นของตกทอดจากบรรพบุรุษ! ตระกูลลั่วมิได้มั่งคั่งถึงเพียงนั้นจะมีของที่มีมูลค่ามากกว่าหมื่นตำลึงได้อย่างไร!!” นางกล่าว “ของมีค่าเช่นนั้นไม่สืบที่มาให้ชัดเจนก็นำไปจำนำอย่างโง่งม สิ้นคิดที่สุด!” นางเดินไปมาพยายามใช้ความคิด นึกถึงเรื่องครั้งก่อนที่เหยียนจิ่นเหิงลงมือสังหารคนอย่างเหี้ยมโหด นางหันไปบอกคนของพี่ชายคน
Baca selengkapnya
บทที่ 1.5
ม้าสีขาวส่งเสียงร้องชูขาหน้าขึ้นด้วยความเจ็บปวดและตื่นตระหนก มันสะบัดไปมาอย่างแรงจนหญิงสาวเกือบจะตกหลายครั้ง เมื่อไม่อาจบังคับม้านางจึงโดนตามจนทัน เห็นโจรป่าคนหนึ่งส่งเสียงหัวเราะและหันไปตะโกนหยาบโลนกับสหาย นางหัวใจหล่นวูบหวาดหวั่นขึ้นมาในทันที ทว่ายังไม่ทันที่โจรคนนั้นจะเอื้อมมือมาจนถึงตัวนาง ม้าอีกตัวกลับไม่รู้ว่าพุ่งเข้ามาจากทิศทางใด ชนจนโจรป่ากระเด็นตกลงไปล้มกลิ้งบนพื้น“เหยียนจิ่นเหิง?!” นางพึมพำกับตัวเองด้วยความตกใจ ไม่เข้าใจว่าเหตุใดเขาจึงมาปรากฏตัวอยู่ที่นี่ เวลานี้“ส่งมือมา!!” เขาตะโกนบอกนาง เมิ่งเสวี่ยเยวียนยื่นมือไปหาเขา ถูกเขากระชากตัวลอยขึ้นจากหลังม้า ร่างอรชรกระแทกเขากับอกกว้าง ถูกชายหนุ่มรวบเอาไว้บนหลังม้าพาควบม้าหนีออกมาจากจุดนั้นนางควรโล่งใจกระทั่งมองเห็นว่าด้านหลังยังมีโจรป่าอีกสองคนควบม้าตามหลังมา!“จับให้แน่น!” ชายหนุ่มตะโกนบอกนางหญิงสาวสอดสองแขนกอดรวบแผ่นหลังของชายหนุ่ม นางนั่งซ้อนอยู่ข้างหน้าเขาจึงยากที่จะให้เขาบังคับม้าได้อย่างสะดวก ในเวลาเช่นนี้ไม่ได้คำนึงถึงการเว้นระยะห่างหรือความเหมาะสมทั้งสิ้น เพราะนางกลัวจนห่วงเพียงชีวิตและการเอาตัวรอด แขนทั้งสองข้างกอดเ
Baca selengkapnya
บทที่ 2.1
เหยียนจิ่นเหิงแจ้งทางการ ท่านเจ้าเมืองขอให้น้องสาวของเขาพาไปยังจุดซ่องสุมของกลุ่มโจร ผู้บงการถูกจับได้พร้อมของกลางซึ่งก็คือทรัพย์สินที่เขานำไปใช้ไถ่ตัวคน ชั่วขณะที่ความแค้นสุมอก ความเกลียดชังปะทุ เขาเงื้อกระบี่ขึ้นหมายสังหารน้าของตัวเอง เสียงกรีดร้องหนึ่งดังขึ้นพร้อมกับร่างเล็กที่ปราดเข้ามาคว้าข้อมือของเขา‘หากท่านสังหารเขาตอนนี้ ท่านจะกลายเป็นฆาตกรนะ! น้องสาว น้องชาย คนตระกูลเหยียนของท่านต่อไปเล่าจะเป็นอย่างไร! พวกเขาจะอยู่ต่ออย่างไร!’เขาก้มลงมองเด็กสาวคนหนึ่งที่ยังไม่ปักปิ่น ไม่คุ้นหน้าเลยสักนิด นางเงยหน้าขึ้นมองเขา พยายามหยุดกระบี่ของเขาเอาไว้ ‘ปล่อยมือเถิด ท่านยังมีน้องสาวน้องชายให้ต้องปกป้อง ส่งตัวเขาให้ทางการ ให้เขารับโทษตามที่ท่านเจ้าเมืองตัดสิน ให้กฎหมายลงโทษเขา...ดีหรือไม่’ไม่รู้เพราะอะไรคำพูดของนางดึงเขากลับมาได้ เขาหันไปมองน้องสาวของตัวเองที่ร้องไห้ดวงตาแดงก่ำ แม้เดินไม่ได้แต่ก็ยังกล้าหาญที่จะพาท่านเจ้าเมืองมาชี้จุดซ่องสุมกำลังโจรที่ทั้งลึกลับและเส้นทางคดเคี้ยวเหยียนจิ่นเหิงปล่อยกระบี่ในมือจากนั้นเดินเข้าไปหาน้องสาว อุ้มนางขึ้นจากนั้นพานางกลับเข้าเมือง เขานึกขึ้นได้ตอนอย
Baca selengkapnya
บทที่ 2.2
ก้มลงมองคนที่หมดสติไปในอ้อมแขน เขาถอนหายใจออกมาเสียงหนึ่ง มองไปรอบๆ จากนั้นก็ตัดสินใจแบกนางขึ้นหลัง โจรกลุ่มนี้เป็นโจรภูเขาจริงๆ ที่ไม่ใช่โจรปลอมตัวมาเหมือนครั้งที่บิดามารดาของเขาโดนดักปล้น ดังนั้นเขาไม่อาจรอช้าและย่ามใจพักเหนื่อยอยู่ตรงนี้ในความมืดเขาเดินเท้าโดยแบกหญิงสาวที่หมดสติบนหลัง เท้าก้าวเดินสองตามองไปรอบๆ ด้วยความระแวดระวัง พยายามไม่ให้เกิดเสียง กระทั่งไม่กล้าแม้แต่จะเข้าใกล้ถนนที่เลียบไปตามแม่น้ำ หากโจรกลุ่มนั้นข้ามฝั่งมาก็ต้องเริ่มค้นหาจากริมถนนก่อน หากเจอตัวเขาในสภาพนี้เขาเองก็ไม่มั่นใจว่าจะสามารถพาหญิงสาวหลบหนีไปได้อย่างปลอดภัยชายหนุ่มตัดสินใจเดินลึกเข้าไปในป่า ขึ้นที่สูงเพื่อให้มองเห็นความเคลื่อนไหวโดยง่าย หากโจรกลุ่มนั้นมาเพื่อตามล่าอย่างน้อยเขาก็จะมองเห็นคบเพลิงเป็นอย่างแรก นี่เป็นความได้เปรียบของการหลบเร้นในความมืด...ชะง่อนผา...แม้ไม่อบอุ่นแต่ก็ปลอดภัย ที่สูงเช่นนี้กันลมได้ก็นับว่าดีมากแล้ว เขาวางหญิงสาวลงโชคดีที่นางได้สติแล้ว “คุณหนูเมิ่ง...เจ้ารู้สึกอย่างไรบ้าง” สองมือของเขาประคองแก้มเย็นเยียบของนาง อุ้งมือวางแนบส่งความอบอุ่นให้นางเล็กน้อย“ประมุข...เหยียน?” นางส
Baca selengkapnya
บทที่ 2.3
“ยังไม่มีโอกาสได้กล่าวขอบคุณ” เขาเอ่ย “ขอบใจเจ้ามาก...เรื่องครั้งนั้น หากไม่ได้เจ้าข้าคงทำอะไรโง่งมจริงๆ”“ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร ช่วยท่านได้ก็ดีแล้ว ข้าเข้าใจว่าตอนนั้นท่านทั้งโกรธและร้อนใจ ที่สำคัญคือท่านสามารถยับยั้งชั่งใจได้ต่างหาก”เขาถอนหายใจ “เรื่องวันนี้อันตรายมาก เหตุใดออกมาด้วยตัวเอง”“เกรงว่ากว่าจะบอกกล่าวก็คงตามไม่ทันแล้ว”เขาหัวเราะ “ที่บอกว่าตามไม่ทัน ตามพี่ชายของเจ้า หรือข้า?”นางเงียบก็เท่ากับยอมรับ เขาถอนหายใจออกมา “ข้ามีบทเรียนมาแล้วคราหนึ่ง หลังจากนั้นก็มิได้ใช้อารมณ์นำพาการกระทำอีก มิใช่ทุกครั้งข้าจะมีเจ้าคอยห้ามปรามเตือนสติ จริงหรือไม่”เขาหัวเราะอย่างเห็นขันทว่านางกลับถอนหายใจออกมา “ข้ารู้ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นพี่รองผิดต่อท่านและตระกูลเหยียน เรื่องนี้ตระกูลเมิ่งต้องมีคำตอบให้ท่านอย่างแน่นอน ข้า...”“คุณหนูเมิ่งเรื่องนี้ไม่ใช่ความผิดของเจ้า แม้เจ้าจะรู้สึกผิดต่อข้า ทว่าก็เป็นเพียงความรู้สึกที่คิดแทนผู้อื่น ต้นเรื่องรู้สึกอย่างไร สำนึกผิดหรือไม่เจ้าเองก็ไม่แน่ใจ ดังนั้นอย่าได้แบกรับความผิดที่เจ้าไม่ได้เป็นคนก่อ ข้าไม่โทษผู้ใดนอกจากตัวต้นเรื่อง เอาละเจ้าพักผ่อนได้แล้ว ข
Baca selengkapnya
บทที่ 2.4
รถม้าตระกูลเมิ่งตามรถม้าของเขามาทว่าก็แยกไปอีกทางเพราะจวนอยู่คนละฝั่งของเมืองหวงฝู่ “นายท่าน ข้าน้อยแจ้งใต้เท้าหวังแล้วว่ากลุ่มโจรเหล่านั้นอาจจะซุกซ่อนอยู่บนเขา เกรงว่าสองสามวันนี้คงมีคำตอบ”“อืม หากใต้เท้าหวังต้องการชี้จุดเจ้าก็ไปได้เลย”“ขอรับ”“ยังมี...เรื่องตระกูลลั่วกับจวนตระกูลเมิ่ง หากมีคนมาที่จวนช่วงนี้ให้แจ้งไปว่าข้าไม่สะดวกรับแขก เชิญท่านหมอเฝิงมาด้วย”“ขอรับ”ก้มลงมองแขนของตัวเองตอนนี้นอกจากเป็นไข้ก็นับว่าเขาดีขึ้นมากแล้ว เพียงแต่...หากจะให้ทุกอย่างเป็นไปอย่างที่เขาต้องการ บาดแผลนี้เกรงว่าต้องเก็บเอาไว้อีกสักสองสามวันทันทีที่กลับถึงจวนน้องสาวและน้องชายของเขาก็รออยู่แล้ว ใบหน้าซีดขาวของเหยียนหร่วนซี สายตาห่วงกังวลของเหยียนอวี่คุน “พี่ใหญ่ไม่เป็นไร” เขายิ้มแต่สีหน้าที่ซีดเซียวของเขาก็ทำให้ทั้งสองเป็นกังวลยิ่งกว่าเดิม “เอาละๆ ท่านหมอกำลังมา พี่ใหญ่เข้าไปเปลี่ยนชุดก่อนจะเล่าให้พวกเจ้าฟังอย่างละเอียด”ชายหนุ่มตระหนักดีว่าเรื่องที่เกิดขึ้นมิใช่เรื่องเล็กๆ เลยจริงๆ ตระกูลเหยียนในเวลานี้เป็นถึงคหบดีอันดับหนึ่งของเมืองหวงฝู่ ตระกูลลั่วเองก็เป็นสหายที่คบหากันมาตั้งแต่บิดามารดา ความส
Baca selengkapnya
บทที่ 2.5
“ข้าเพียงนึกถึงเรื่องครานั้น...” น้อยครั้งที่น้องสาวจะพูดถึงเรื่องในอดีตเขามองน้องสาวเงียบๆ รอฟังสิ่งที่อีกฝ่ายจะพูดออกมา “ตอนนั้นข้าตกม้าจนบาดเจ็บ ข้ารู้แน่ๆ แล้วว่าจะกลายเป็นคนพิการไร้ประโยชน์...”“ไม่อนุญาตให้กล่าวเช่นนั้น” เขาขมวดคิ้วทว่าน้องสาวกลับยิ้มออกมา“ก็ได้ๆ ข้าไม่พูด ข้าได้รับบาดเจ็บขยับไม่ได้ แถมยังโดนโจรผู้นั้นพาขึ้นหลังม้าเป็นตัวประกันเพื่อหลบหนี บนถนนผู้คนมากมายไม่มีใครกล้ายื่นมือเข้าช่วยเหลือ”เห็นร่องรอยความหวาดหวั่นที่ยังคงหลงเหลือของนาง ชายหนุ่มได้แต่กัดฟันสะกดความโกรธที่มากับความรู้สึกผิด“วันนั้นคุณหนูเมิ่งกลับเป็นคนตะโกนให้คนช่วยกันขว้างปาสิ่งของ โจรผู้นั้นในที่สุดก็ตกลงจากหลังม้าพร้อมข้า หากไม่ใช่เพราะนางท่านคงตามไม่ทัน” เหยียนหร่วนซีสองตาแดงก่ำ “พี่ใหญ่วันนั้นข้าเห็นท่าน... ข้า...” นางสะอื้น“ไม่ต้องพูดแล้ว ไม่เป็นไรแล้ว” เขาปลอบน้องสาวนางส่ายหน้า “นางเป็นคนดี ดีมากๆ ตอนนั้นข้าไม่ยากทำตัวเป็นภาระของท่านจึงคิดสั้น นางปราดเข้ามาคว้ามีดสั้นของข้า บอกข้าว่าให้ข้าอยู่เพื่อท่าน...”นี่เป็นครั้งแรกที่เขาตกตะลึงจนพูดไม่ออก เขารู้ว่าการที่น้องสาวบาดเจ็บครานั้น อีกฝ่า
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status