تسجيل الدخولในห้องทำงานส่วนตัวบุด้วยผนังกันเสียงของแอรอน บรรยากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นบุหรี่และวิสกี้ราคาแพง เจ้าของห้องนั่งอยู่หลังโต๊ะไม้ตัวใหญ่ สายตาของเขาเฝ้ามองอลันที่กำลังนั่งตัวสั่นเทาอยู่ที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้าม อลันกำลังประหม่ากุมมือเข้าหากันแน่นจนข้อนิ้วขาวซีดไปหมดหลังจากที่เข้ามาในห้อง อลันนั่งตัวสั่นอยู่อย่างนั้น พวกเขาอยู่ในความเงียบมาพักใหญ่ และแอรอนก็ใจเย็นมากพอที่จะรอให้อีกฝ่ายพูดขึ้นมาเอง“นะ...นี่ครับ” หลังจากเป่าปากลดความตื่นเต้น อลันก็หยิบอะไรบางอย่างออกจากกระเป๋ากางเกง เขากำมันไว้ในมือแน่น ก่อนจะวางไมโครชิปขนาดจิ๋วบนแผ่นกำมะหยี่สีดำแล้วเลื่อนมันไปตรงหน้าแอรอน“มันคืออะไร” แอรอนถามเสียงเรียบ เอาแต่จดจ้องที่วัตถุนั้นไม่วางตา“มัน...มันคือความลับครับคุณแอรอน ผมแอบขโมยมันมาจากห้องทำงานของจินไตย์ก่อนที่ผมจะถูกตามล่า มันคือบัญชีรายชื่อเครือข่ายค้ามนุษย์ทั้งหมดที่ตระกูลวินิชวาณิชย์คุมอยู่"อลันพูดจบก็สะอึกสะอื้นออกมา ร่างที่ซูบผอมกอดตัวเองเอาไว้ แต่สายตายังคงล่อกแล่กเก็บความหวาดระแวงไม่มิด “ผมกลัว... ผมกลัวว่าถ้าเขารู้ว่าผมเอามาให้คุณ เขาจะฆ่าผม... เขาต้องฆ่าผมแน่ๆ”“นายปลอดภัยแล้วอลัน ไม่
ต่อหน้าแอรอนนั้น อลันคือคนว่านอนสอนง่าย ดูไร้พิษภัย ออดอ้อนเอาใจแอรอนสุดๆ แต่ลับหลังเมื่อต้องอยู่กับเรนสองต่อสอง ตัวตนที่แท้จริงของอลันก็เผยออกมาจนได้“เมื่อไรนายจะออกไปจากที่นี่ซะที”“อะไรนะ”“พี่ถามว่าเมื่อไรนายจะไสหัวออกไปจากที่นี่ ตอนนี้แอรอนเขามีพี่แล้ว แม้แต่เรื่องสแกนใบหน้าเขาก็ให้ความยินยอมกับพี่เหมือนที่เคยให้กับนาย แค่นี้นายก็ควรจะรู้ตัวได้แล้วนะว่าไม่เป็นที่ต้องการแล้ว ยังจะหน้าด้านหน้าทนอยู่ได้อีก เมื่อก่อนก็ร้องจะออกไปทำงานข้างนอกไม่ใช่รึไง ที่อยู่ก็เพราะหวงก้างสิท่า พวกหมาเห่าเครื่องบิน"“คุณเป็นอะไรของคุณน่ะอลัน กินยาผิดรึไง” พักหลังอลันเริ่มไม่ค่อยเป็นตัวของตัวเอง เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย อารมณ์ขึ้นลงจนน่าใจหาย"เปล่าเลย ก็แค่เจ้าของที่เขากลับมาทวงของคืนแล้ว เจ้าของจอมปลอมจะอยู่ทำไมอีก นี่กูไล่ขนาดนี้แล้วยังไม่รู้ตัวอีกเหรอ คุณแอรอนเป็นของกูแล้ว เข้าใจมั้ยวะไอ้โง่เรน"เมื่อสรรพนามเปลี่ยนอีกครั้ง เรนก็เริ่มเข้าใจอะไรมากขึ้น เขาเคยเห็นสายตาอาฆาตคู่นี้มาก่อน มันเหมือนกับวันแรกที่เขาได้เจออลันในห้องเช่านั่นไม่มีผิด สายตาที่เกิดจากอาการคลุ้มคลั่ง เส้นเลือดขึ้นแดงก่ำและแข็งกร้าวจน
บ่ายวันนี้เป็นบ่ายที่บรรยากาศน่าอึดอัดกว่าทุกวัน เรนกับอลันที่เคยร่วมมื้ออาหารกันมาตลอดแทบทุกมื้อ ตอนนี้กลับนั่งแยกกันคนละมุมห้อง ตั้งแต่ตื่นนอนจนตอนนี้พวกเขาคุยกันนับคำได้ไม่นานแอรอนก็กลับมาจากข้างนอกและหย่อนตัวลงนั่งอยู่ที่โซฟาตัวยาว ในมือถือกล่องกำมะหยี่สีน้ำเงินเข้ม ที่มีเครื่องประดับอยู่ด้านใน ส่วนอลันที่เก็บตัวเงียบมาทั้งวันนั้นก็ร่าเริงขึ้นมาทันทีและรีบเดินเข้าหาเจ้าของบ้านพร้อมรอยยิ้มต้อนรับกลับ“กลับมาแล้วเหรอครับ คุณหิวไหม ผมไปหาอะไรมาให้ดีกว่า”“นายนี่กระตือรือร้นดีจังนะ ไม่เหมือนใครบางคนแถวนี้ อยู่มาก็นานแต่ไม่เคยคิดจะแม้แต่จะเสิร์ฟน้ำ” ทางด้านเรนได้ยินแบบนั้นก็หน้าตึง เขาก็อยู่เงียบๆ ก็ดีแล้วแท้ๆ ยังจะวนมาแขวะกันได้ “นายเป็นพี่ก็ช่วยสอนเขาหน่อยแล้วกัน เขาอาจจะอยากได้คำแนะนำดี ๆ จากนาย”“อย่าไปว่าเรนเลยครับ ชีวิตเขาคงกดดันอะไรหลายอย่าง ก็เลยอาจจะยังไม่พร้อมรับอะไร เดี๋ยวผมไปเอาน้ำมาให้คุณดื่มเอง”“แต่ฉันมีธุระจะคุยกับนายน่ะสิ”“ถ้าเขาอยากบริการคุณขนาดนั้นก็ให้เขาทำสิครับคุณแอรอน แต่คุณแข็งแกร่งร่างล่ำบึ้กขนาดนั้นคงไม่ขาดใจตายเพราะน้ำแก้วเดียวหรอกมั้ง”อลันได้ฟังก็ชักสีหน้
[หนึ่งเดือนผ่านไป]ตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านอลันดีขึ้นมาก ชายหนุ่มเข้ารับการบำบัดอย่างต่อเนื่องจนไม่ค่อยมีอาการกำเริบให้เห็น อาจมีบ้างบางครั้งที่เขาวิตกจริตเกือบคลุ้มคลั่ง แต่เพราะมีเรนอยู่ด้วยจึงพอช่วยเรียกคืนสติให้เขาได้อลันนั้นเหมือนคนขาดความรัก ยามที่ถูกตามใจเขาจะร้องขอมันเพิ่มเรื่อยๆ จนกว่าจะพอใจ ขณะเดียวกันแอรอนก็ไม่เคยปฏิเสธ และตามใจอลันถึงขั้นที่ว่าอลันอยากได้อะไรก็ซื้อให้หมด“คุณแอรอน คุณใจดีกับผมที่สุดเลยครับ ไม่เหมือนเรนกับคนอื่นที่คอยห้ามนั่นห้ามนี่ผมตลอดเลย คุณกลับมาที่นี่บ่อยๆ ได้มั้ยครับ อย่างน้อยให้ผมได้ทำอะไรตอบแทนคุณบ้าง”“อย่างเช่นอะไร”“ก็...ผมทำกับข้าวให้คุณได้นะครับ ไม่ก็นวดผ่อนคลายให้คุณ”“อาบน้ำขัดตัวให้ฉันได้รึเปล่า”“ไม่ได้” เรนขัดขึ้น น้ำเสียงเขาฟังดูฉุนราวกับคนกำลังหวงของ เรนไม่รู้ตัวเลยว่าเขาแสดงท่าทีออกมาแบบไหน แต่แอรอนถึงกับหรี่ตาลงไม่คิดว่าคนที่พยายามไม่เข้ามายุ่งในบทสนทนาระหว่างเขากับอลันเลยตลอดเวลาที่อลันอยู่ที่นี่ กลับโพล่งสิ่งที่ไม่คาดคิด “คุณห้ามแตะต้องเขาอลันไม่ใช่ของเล่นของคุณ” เขารู้แค่ว่าแอรอนต้องการอะไรจากอลัน และเขาก็ไม่อยากให้เกิดการบังคับฝืนใจ
“อยู่ที่นี่เฉยๆ น่าเบื่อจัง เรน...นายไม่เบื่อบ้างเหรอ เราไปข้างนอกกันดีกว่าไหม พี่อยากไปเดินตลาดกลางคืน" นับตั้งแต่อลันเข้ามาอยู่ในเพนต์เฮาส์ทำให้เรนมีอะไรทำมากขึ้น และไม่ค่อยว่างเท่าเมื่อก่อน แต่คนที่รู้สึกเบื่อกลับเป็นอลันแทน และเรนก็เข้าใจความรู้สึกอีกฝ่ายดี“คุณคงไม่ได้คิดจะไปหาซื้อยาพวกนั้นมาใช้อีกหรอกใช่มั้ย”“เปล่านะ พี่ไม่ได้คิดแบบนั้นเลย เชื่อพี่สิ พี่ไม่ได้รู้สึกอยากใช้ยาพวกนั้นอีกแล้ว พี่สาบานได้” อลันปฏิเสธยกใหญ่ เขายังยืนยันว่าแค่อยากออกไปเปิดหูเปิดตาเท่านั้น“งั้นคงต้องไปขออนุญาตแอรอนก่อน แต่เขาจะยอมมั้ยก็อีกเรื่อง” เพราะเรนมั่นใจว่าแอรอนไม่มีทางยอม เขาถึงแนะนำให้อลันไปลองถามเอาจากเจ้าตัว**********"ก็ไปสิ ฉันจะให้คนพานายไป”เรนไม่อยากจะเชื่อหูกับคำตอบของแอรอน เมื่อก่อนเขาขอร้องแทบตายกลับไม่ได้รับความยินยอม แต่พอเป็นอลันเท่านั้น แอรอนตอบกลับแบบไม่ต้องคิด“นี่สำหรับนาย” แอรอนวางบัตรสีดำดีไซน์เรียบหรูลงบนโต๊ะตรงหน้าอลัน "อยากได้อะไร ก็ซื้อได้เลย ไม่ต้องรอถามฉัน" อลันเบิกตากว้าง มือที่หยิบบัตรขึ้นมาสั่นเทาด้วยความดีใจ "จริงเหรอครับ? ผมซื้อเสื้อผ้าใหม่ได้ใช่มั้ย ซื้อของที่ผ
แสงไฟสลัวในห้องนั่งเล่นกว้างขวางทำให้บรรยากาศดูอึดอัดกว่าปกติ นั่นทำให้เรนมักจะหนีออกมานั่งอยู่ที่ริมระเบียงมุมที่เขาชอบอยู่เสมอ สายตาของเขาเหม่อลอยมองออกไปไปยังฟ้ากว้าง เขาเพิ่งกลับมาหายใจได้เป็นปกติหลังจากได้พักรักษาตัว แต่ความหน่วงในใจกลับเพิ่มขึ้นทุกครั้งที่ต้องมาอยู่รวมกับคนที่เขาไม่อยากอยู่ และอยู่ในที่ที่ไม่ใช่ของเขา“คุณแอรอนครับ...ดื่มเยอะไปรึเปล่า”น้ำเสียงแผ่วเบาที่ดังขึ้นไม่ใช่ของเรน แต่เป็นอลันที่เดินเข้าไปหาแอรอนที่นั่งดื่มวิสกี้เงียบๆ อยู่ที่เคาน์เตอร์บาร์ ร่างกายที่ซูบผอมและใบหน้าที่คล้ายเรนราวกับพิมพ์เดียวแต่ดูซีดเซียวกว่า ทำให้แอรอนชะงักไปครู่หนึ่ง“ไม่ใช่เรื่องที่นายต้องห่วง” แอรอนตอบเสียงเรียบ สายตาของเขากลับไม่ได้มองไปยังคู่สนทนา แต่ทอดมองไปยังเงาของใครอีกคนที่นั่งเหม่ออยู่นอกระเบียงนั่นอลันไม่ได้ขยับตัวไปไหน เมื่อเขาเหลือบไปเห็นเรนที่กำลังจะเดินกลับเข้ามาด้านในก็รีบทิ้งตัวคุกเข่าลงข้างเก้าอี้ของแอรอนอย่างนอบน้อม มือของเขาสั่นเทานิดๆ ขณะเอื้อมไปแตะหลังมือหนา "ผมแค่เป็นห่วง ผมรู้ว่าผมมันไม่มีค่าอะไร แต่ในวันที่ผมตกนรก จินไตย์ทำให้ผมกลัวจนไม่กล้าไว้ใจใคร จนกระทั่งผ
เรนยังคงทำหน้าที่ของตัวเองตามปกติ เขาทิ้งช่วงไว้อีกหลายวันถึงได้ใช้วิธีการแบบเดิมโดยการขอเฮียวุธออกไปพักหลังร้าน แล้วเรียกมอเตอร์ไซค์รับจ้างแวะไปสอดส่องดูอลัน“เรน ผมนึกว่าผมจะไม่ได้เจอคุณอีกแล้ว” อลันพูดเสียงเครือ แต่สายตายังคงล่อกแล่กดูหวาดระแวงสิ่งรอบตัว เขายื่นมือที่ยังคงสั่นเทาออกมารับของยังชี
หลายวันมานี้เรนยังคงทำตัวตามปกติ เขาไม่ได้กลับไปหาอลันอีกเพราะยังหาจังหวะไม่ได้ และยังไม่ได้บอกเรื่องนี้กับใครเพราะเขาต้องห่วงสวัสดิภาพตัวเองเหมือนกันถ้าขืนบอกแอรอนไปรับรองได้เลยว่าคงไม่ได้ออกไปเห็นโลกภายนอกอีกนานแต่เพราะเรนรู้ดีว่าความรู้สึกตกนรกทั้งเป็นมันเป็นอย่างไร เขาจึงอดไม่ได้ที่จะนึกถึงแต
“เอ้านี่ เอาไปกรอกให้หน่อย ทางศูนย์อยากได้ข้อมูลของเด็ก นังหนูมันเคยกินยังไงนอนยังไง นิสัย ความชอบ คำถามสำคัญๆ ก็ตามนี้ มึงน่าจะเป็นคนที่จักเธอดีที่สุดแล้ว ช่วยพวกเขาหน่อย”ก่อนกลับเรนรับแบบฟอร์มสำหรับให้ข้อมูลเกี่ยวกับเมลินดามาชุดหนึ่ง สิงห์มาส่งเขายังเพนต์เฮาส์ได้ก่อนเวลาห้าทุ่มพอดิบพอดีนั่งกรอก
แกรก....ประสบการณ์ชีวิตสอนให้เรนระมัดระวังตัวแม้ในยามที่เขาหลับตา หูก็ยังคนคอยเงี่ยฟังเสียงรอบข้าง มันคือเสียงที่ดังอยู่เบื้องหลังของประตูหน้าห้องที่เขานอน ดังอยู่เพียงสองสามครั้งก็เงียบไปคืนนี้เป็นคืนที่เรนต้องนอนทรมานไม่น้อย นอกจากไข้ที่ไม่ยอมลดลงแล้ว เขายังคิดถึงน้องสาวตัวน้อยอย่างเมลินดาอย่าง







