Se connecterคนเรา...คู่กันแล้วก็ไม่แคล้วกันหรอก ต่อให้มีอันต้องพลักพราก แยกจาก...สุดท้ายก็จะได้กลับมาหากันเพื่อเป็นคู่ของกันอยู่ดี เช่นเดียวกับเขาและเธอ
Voir plus" จะโยนแล้วนะคะ ทุกคนพร้อมมั้ย " เสียงเจ้าสาวที่กำลังยืนหันหลังอยู่เอ่ยถามเหล่าสาวๆในชุดราตรีที่ยืนรอรับช่อดอกไม้
" พร้อมแล้วค่าาา...โยนเลยๆๆ " เสียงปรบมือมาพร้อมกับเสียงเชียร์จากแขกในงาน
กรี๊ดดดดด...
ดอกไม้ช่อใหญ่ถูกโยนจากด้านบนของเวที เสียงร้องของเหล่าสาวๆที่มาร่วมเป็นสักขีพยานดังไปทั่วห้องแกรน์บอลรูมขนาดใหญ่ วันนี้เป็นวันแต่งงานของประธานใหญ่แห่งอัครากรุ๊ปคู่รักในตำนานที่กำลังถูกพูดถึงในสื่อต่างๆ ไม่ว่าใครที่ได้ยินเรื่องราวความรักของทั้งคู่ก็คงอดที่จะชื่นชมไม่ได้ ต่อให้มีอุปสรรคขนาดไหนหากแม้ใจยังผูกพันสิ่งใดๆเหล่านั้นก็ไม่อาจทำลายรักได้
“ เฮ้ยยยย “ หญิงสาวร่างเพรียวในชุดราตรีสีฟ้าร้องด้วยความตกใจแต่กระนั้นมือบางก็ยกขึ้นเพื่อรับสิ่งที่กำลังลอยมาหาตน เธอไม่ได้เข้าไปรวมกลุ่มกับสาวๆที่หน้าเวทีเพื่อแย่งดอกไม้ของเจ้าสาว แต่ปาลิตาที่มาเป็นแขกในงานพึ่งจะเดินกลับเข้ามาในงานเพราะไปเข้าห้องน้ำมาต่างหาก
พรึ่บ...ดอกไม้ช่อโตลอยเข้ามาอยู่ในอ้อมแขนของเธอ ปาลิตานิ่งอึ้งยืนค้างเพราะไม่รู้จะต้องทำอย่างไรต่อไป สายตาหลายคู่จับจ้องมายังเธอ...หญิงสาวบางคนสะบัดหน้าใส่เพราะเธอไม่ได้เป็นเจ้าของช่อดอกไม้ที่อยู่ในมือของปาลิตาในตอนนี้ แต่ก็ยังโชคดีที่แขกในงานส่วนใหญ่ส่งยิ้มมาให้เธอ
การได้ช่อดอกไม้จากเจ้าสาวในงานแต่งเป็นเรื่องที่สาวๆทุกคนใฝ่ฝัน เพราะหากรับช่อดอกไม้ได้นั่นหมายถึงเจ้าสาวคนต่อไปจะเป็นเธอนั่นเอง
" ขอเชิญหญิงสาวผู้โชคดีที่รับช่อดอกไม้ได้เมื่อสักครู่ขึ้นมาบนเวทีสักหน่อยนะครับ เชิญครับ..เชิญเลยครับ " เสียงชายหนุ่มที่ทำหน้าที่พิธีกรฝ่ายชายเอ่ยขึ้น
เสียงเรียกจากด้านบนเวทีทำให้ปาลินหรือปาลิตารู้สึกตัว ไหนๆก็ไหนๆแล้วจะโยนทิ้งเสียก็คงไม่ได้ ในเมื่อสวรรค์อยากให้เธอได้ช่อดอกไม้ช่อนี้เธอก็คงจำต้องรับมันไว้ ร่างบางเดินขึ้นไปบนเวทีตามคำเชิญของพิธีกรที่เอ่ยเมื่อสักครู่ ระหว่างทางที่เดินไปมีเสียงแสดงความยินดีจากแขกโต๊ะอื่นๆ ดังแว่วมาทำให้เธอต้องส่งยิ้มให้คนเหล่านั้นไปด้วย
" โอ้โห...ไม่ใช่แค่ดอกไม้สวยนะครับแต่หญิงสาวผู้โชคดีของเราก็สวยไม่แพ้เลย อย่างนี้ไม่รู้ว่าเธอจะมีเจ้าของรึยังนะครับ หนุ่มๆคนไหนอยากรู้ขอเสียงหน่อยครับ " สิ้นเสียงของพิธีกรฝ่ายชายเสียงปรบมือพร้อมกับเสียงโห่ร้องก็ดังขึ้นพร้อมๆกับที่ปาลินเดินมาหยุดอยู่ตรงกลางเวทีที่มีเจ้าบ่าวและเจ้าสาวยืนยิ้มอยู่
ยิ่งได้เห็นใกล้ๆปาลินยิ่งทึ่งในความสวยของเจ้าสาว ไม่น่าเชื่อว่าเธอจะผ่านการศัลยกรรมเปลี่ยนใบหน้ามาถึงสองครั้ง...สวยจริงๆ มิน่าใครๆก็อิจฉาประธานใหญ่แห่งอัครากรุ๊ป
" เอาล่ะครับๆ ผมจะถามเธอให้ว่าสาวสวยที่ยืนอยู่ข้างผมตอนนี้เธอชื่ออะไร .... สวัสดีครับ " หลังจากพูดกับแขกเหรื่อในงานแล้วพิธีกรฝ่ายชายก็หันมาหาปาลินที่ยืนอยู่ข้างๆ
" สวัสดีค่ะ " หญิงสาวรับไมค์จากเจ้าหน้าฝ่ายเวทีแล้วเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
" ไม่ทราบว่าสาวสวยที่ยืนอยู่ตรงหน้าของผมตอนนี้ชื่ออะไรเหรอครับ "
" ขอบคุณนะคะ รู้สึกเป็นเกียรติจริงๆที่ได้รับคำชม ดิชั้นปาลิตา ค่ะ "
" คุณปาลิตา...แหมสวยแถมยังเสียงหวานไพเราะอีกต่างหาก รู้สึกยังไงบ้างครับที่เป็นคนได้รับช่อดอกไม้จากเจ้าสาววันนี้ "
" จะบอกว่ายังไงดีล่ะคะ...ก็คงต้องดีใจแน่นอนค่ะ แต่สำหรับคนโสดอย่างดิชั้นก็ไม่รู้อีกนานแค่ไหนนะคะที่จะได้เป็นเจ้าสาวกับเค้าบ้าง " จบคำพูดของปาลินเสียงโห่ร้องของหนุ่มๆในงานดังก็ขึ้น
" โอ้โหเธอชิงตอบก่อนที่ผมจะถามอีกนะครับทุกคน เธอโสดอยู่นะครับ งานนี้ใครอยากสมัครเชิญกรอกประวัติส่วนตัวไว้ได้เลยนะครับ ได้ใช่มั้ยครับคุณปาลิตา " พิธีกรหันมาถามปาลินที่ยืนยิ้มอยู่
" ยินดีค่ะ... แล้วก็ยินดีกับเจ้าบ่าวและเจ้าสาวด้วยนะคะ ดิชั้นเองก็หวังว่าสักวันตัวเองจะโชคดีมีความรักดีๆแบบคุณภาคินและคุณญาดาบ้างเหมือนกัน ยังไงก็ขอบคุณอีกครั้งค่ะ " เพราะไม่อยากต้องยืนอยู่บนเวทีนานๆปาลิตาจึงรีบตัดบทสนทนาและเดินลงจากเวทีมาที่โต๊ะของตนทันที
อีกด้าน
" เมย์ " เสียงทุ้มเอ่ยเบาๆ สายตาคมเพ่งมองหญิงสาวที่กำลังเดินขึ้นเวที เย่วเฟิ่งขมวดคิ้วเข้าหากัน...เขาแปลกใจว่าทำไมหญิงสาวคนนี้ถึงมาอยู่ที่นี่ได้ ทั้งๆที่เธอ...
จะเป็นไปได้ยังไง...เย่วเฟิ่งรำพึงรำพันกับตัวเอง แต่หากตอนนี้เขาปฏิเสธไม่ได้เลยว่าหญิงสาวที่เขาเห็นอยู่ตอนนี้เป็นคนคนเดียวกับคนรักเก่าของเขา คนรักที่เขาเองเป็นคนเลือกที่จะทิ้งเธอมา สายตาคมมองร่างบางที่ยืนยิ้มอยู่บนเวที...เธอเปลี่ยนไปมาก ไม่ว่าจะเป็นบุคลิกท่าทางและไหนจะคำพูดอีก คำตอบที่เธอตอบพิธีกรบนเวทีช่างเฉือดเฉือนใจเขายิ่งนัก เธอโสด....ใช่...เธอก็ต้องโสดสิ ตอนนี้เธอกับเขาเลิกกันแล้ว
เย่วเฟิ่งนั่งมองหญิงสาวที่อยู่บนเวทีจนเธอเดินลงและไปนั่งที่โต๊ะของเธอที่อยู่อีกฝั่ง คิ้วหนาขมวดเข้าหากันด้วยความแปลกใจเพราะโต๊ะตัวที่เธอนั่งเป็นโต๊ะของแขกวีไอพีซึ่งผู้ที่จะได้นั่งโต๊ะที่อยู่ด้านหน้านี้ต้องเป็นญาติกับฝ่ายเจ้าบ่าวหรือฝ่ายเจ้าสาวเท่านั้น แต่เมธิญาไม่มีทางเป็นญาติกับคู่รักที่อยู่บนเวทีอย่างแน่นอนเพราะเธอเป็นเด็กกำพร้า
ตลอดชีวิตของเมธิญาเธอมีแค่น้าสาวและน้าของเธอก็ตายไปได้หลายปีแล้ว ... จะมีเหตุผลอย่างอื่นอีกมั้ยที่ทำให้เธอมานั่งอยู่ที่โต๊ะตัวนั้นได้
" สนใจเธอเหรอครับ " เสียงชายหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างๆเอ่ยถามทำให้เย่วเฟิ่งที่กำลังคิดถึงเรื่องของคนรักเก่าอยู่ได้สติ
" อึ้ม " เย่วเฟิ่งเผลอหลุดปากตอบพายัพลูกน้องคนสนิทของภาคินเจ้าบ่าวในวันนี้
" ไม่คิดก่อนสักหน่อยเหรอครับ หึหึ " พายัพเอียงตัวเข้ามาหาญาติผู้น้องของเจ้านายของตน
" นายกลายเป็นคนพูดมากตั้งแต่เมื่อไหร่กันพายัพ " เย่วเฟิ่งทำตาดุใส่คนนั่งข้างๆที่กำลังอมยิ้มอยู่
" นั่นคุณปาลิตาลูกสาวคนเดียวของคุณประภพพี่ชายของคุณพิมลค่ะ " พิมมาดาที่นั่งอยู่ข้างๆสามีเอ่ยขึ้น เธอเองก็สังเกตเช่นกันว่าเห็นเย่วเฟิ่งสนใจผู้หญิงที่รับดอกไม้ได้เป็นพิเศษ แต่ความจริงก็ไม่เฉพาะชายหนุ่มผู้นี้หรอกหนุ่มๆในงานเองก็ล้วนสนใจเธอ
" ลูกสาว ? " คำบอกกล่าวของพิมมาดายิ่งทำให้เย่วเฟิ่งแปลกใจ
" ค่ะ ลูกสาว...คุณปาลิตาคนนี้แต่ก่อนก็ไม่ได้มีหน้าตาแบบนี้หรอกนะคะ เธอพึ่งศัลยกรรมเปลี่ยนใบหน้ามาน่ะคะ " พิมมาดาขยายความเมื่อเห็นสีหน้าของสามีและญาติผู้น้องของเจ้านายใหญ่
" ศัลยกรรมเปลี่ยนใบหน้าอย่างนั้นเหรอ " เย่วเฟิ่งรู้สึกตกใจเมื่อได้ยินสิ่งที่พิมมาดาบอก
" แล้วพิมรู้ได้ยังไงว่าเธอศัลยกรรมเปลี่ยนใบหน้ามา " เสียงของสามีเอ่ยแทรกด้วยความอยากรู้
" ก็พิมเป็นคนติดต่อนัดหมายให้คุณประภพพ่อของเธอได้คุยกับหมอพาขวัญนี่ นี่เป็นครั้งแรกเลยมั้งคะที่เธอออกงานสังคมแบบนี้ ก่อนหน้านี้ไม่มีใครได้เห็นลูกสาวของท่านประภพหรอกค่ะเพราะเธอไม่ออกไปไหน "
" เมธิญา...ปาลิตาลูกสาวของคุณประภพอย่างนั้นเหรอ " เป็นอีกครั้งที่เย่วเฟิ่งเผลอเอ่ยชื่อของคนรักเก่าและหญิงสาวที่กำลังจ้องมองอยู่อย่างลืมตัว
คำบอกเล่าของเลขาญาติของผู้พี่อย่างภาคินทำให้เย่วเฟิ่งได้รู้ว่าตัวเองคิดผิด เธอไม่ใช่เมธิญาคนรักเก่าของเขา แต่หากเป็นใครอีกคนที่ศัลยกรรมเปลี่ยนใบหน้าเหมือนเมธิญาก็เท่านั้น
แต่เรื่องนี้มันเกิดขึ้นได้ยังไง ครอบครัวนี้ไม่เคยรู้จักหรือเห็นหน้าเมธิญามาก่อน หากเมธิญาเป็นดาราโด่งดังจนคนรู้จักไปทั่วก็ว่าไปอย่าง
ชายหนุ่มก้มมองนาฬิกาบนข้อมือของตนหลังจากนั้นเขาก็ลุกขึ้นและเดินออกจากโต๊ะไป เย่วเฟิ่งเดินออกจากห้องจัดเลี้ยงมาหยุดอยู่ที่มุมด้านหน้าของโรงแรมแกรนด์อัครา มือหนาล้วงเข้าหยิบโทรศัพท์ที่อยู่ในกระเป๋าเสื้อสูท
" ครับนาย " เสียงปลายสายตอบรับ
" อาเหลียงชั้นมีงานให้นายทำ "
....................................................................................
" ยั่วเหรอ ? "" ไม่ได้ยั่ว แต่อยากอีกแล้ว " เธอเองก็ไม่ได้มาเล่นๆ ในเมื่อตกลงจะสู้ไปพร้อมกับเขาแล้ว เธอก็ไม่ควรอ่อนแอ...วันนี้เธอจะสู้ไปกับเขาจนกว่าแรงจะหมดเลยล่ะ" งั้นอีกสักสิบยกเป็นไง ไหวรึเปล่า " เขายกยิ้มที่มุมปากพลางเอ่ยถามเธออย่างเจ้าเล่ห์...เขาน่ะมันหมาป่า หนูน้อยหมวกแดงอย่างเธอจะรับไหวรึเปล่าเถอะ" รับคำท้า "" หึ... โอเค ดีล " ริมฝีปากหนายกยิ้ม หลังจากพูดประโยคนั้นจบชายหนุ่มก็รั้งตัวเธอให้ลุกขึ้น เขาเอามือช้อนก้นของเธอยกขึ้นขณะที่เบื้องล่างยังเชื่อมติดกันอยู่" อะ อาเย่วว จะทำอะไรน่ะ " ปาลิตาร้องด้วยความตกใจ บทรักมันต้องถึงขั้นนี้เลยเหรอ เธอเคยดูในหนังผู้ใหญ่ที่เค้าทำกันมันก็ดูเป็นท่าที่ปกตินี่ แต่นี่อาเย่วเล่นอุ้มเธอกระเตงแบบนี้...ไม่เคยรู้มาก่อนว่าทำแบบนี้ก็ได้ด้วย ขณะที่หัวสมองกำลังคิดถึงฉากรักในหนังเรื่องต่างๆที่เธอเคยดูมา ร่างของเธอก็ถูกเขายกลอยขึ้น ด้วยเพราะกลัวจะหล่นลงกับพื้นหญิงสาวจึงรีบยกเรียวขาเกี่ยวกับเอวสอบของเขาไว้แน่น" อาาาาา....ซี๊ดดดด แน่นมากเมย์ " ยิ่งเธอยกขาเกี่ยวเอวของเขาแน่นเท่าไหร่ ชายหนุ่มก็รู้สึกว่าท่อนเอ็นของเขามุดเข้าลึกเท่านั้น" .... " เสียงครางข
" สู้ไปด้วยกัน... จะได้มั้ย " เย่วเฟิ่งมองใบหน้าของหญิงสาวที่นั่งอยู่ข้างกาย เขากำลังรอคำตอบจากเธอด้วยความลุ้นระทึก ต่อจากนี้คำตอบของเธอจะเป็นอย่างไงเขาก็ยินดีจะยอมรับมัน หากเธอตอบว่าไม่...พรุ่งนี้เขาจะกลับเมืองจีนและจะไม่มาให้เธอเห็นหน้าอีก" สัญญาได้มั้ย..ว่าต่อจากนี้จะไม่ทิ้งกันไปแบบวันนั้นอีก " คนที่นั่งนิ่งอยู่นานเอ่ยขึ้น ดวงตาเล็กเริ่มมีน้ำใสๆเอ่อคลอ" ถ้านายสัญญา...ฉันก็ยินดีจะรับข้อเสนอ...ที่จะสู้ไปด้วยกัน " ริมฝีปากหนายกยิ้มเมื่อได้ยินคำตอบของเธอ" ชั้นสัญญา...ต่อจากนี้ชั้นจะไม่มีวันทิ้งเธอไปอีก เราจะเดินไปด้วยกัน...ชั้นสัญญา " เขาเน้นประโยคสุดท้ายให้เธอได้ยินชัดๆ มือหนายกขึ้นปาดน้ำตาออกจากพวงแก้ม ใบหน้าหวานฉีกยิ้มแม้ตอนนี้เธอจะกำลังสะอื้นไห้อยู่ก็ตามสองร่างโผเข้ากอดกันกลม เมื่อกำแพงที่ตั้งไว้ได้พังทลายลงเธอจึงเผยด้านอ่อนแอของตัวเองทันที ปาลิตาปล่อยน้ำตาให้ไหลออกมาเป็นสาย ความคิดถึง ความโหยหาที่เก็บไว้มานานถูกปลดปล่อย ในเมื่อห้ามใจไม่ให้รักไม่ได้เธอก็ขอปล่อยใจไปเลยเสียดีกว่า ยังไงชีวิตนี้เธอก็รักใครอีกไม่ได้แล้ว ลองมันอีกสักตั้งเป็นไง ถ้าคราวนี้เขาพูดคำว่าเลิกอีก...เธอจะต่อ
" นะ นี่ นาย อาเย่ว...เลือด เลือดไหล ทะ ทำไม เลือดออกเยอะแบบนี้ วาง วางฉันลง " " จะเสียงดังไปทำไม โดนแค่ถากๆเอง " ชายหนุ่มเอ่ยขณะที่ขายังก้าวเดินต่อ" ไม่ได้ๆ ปล่อยชั้นลง วางชั้นลงก่อน เลือดมันไหลออกมาเยอะแล้วเนี้ย " พูดได้หน้าตาเฉย...โดนแค่ถากๆแล้วมันไม่เจ็บรึยังไงกัน ปาลิตารีบเอ่ยหลังจากนิ่งอึ้งอยู่สักพัก" แต่ชั้นอยากให้เธอขี่หลังนี่ ถ้าพลาดคราวนี้ก็ไม่รู้จะมีโอกาสอีกมั้ย "" มันใช่เวลามั้ยเนี้ย ถ้ายังไม่วางฉันลง ต่อไปจะไม่คุยด้วยแล้วนะ " เธอต้องใช้ไม้นี้สินะ..." โอเคๆ " เย่วเฟิ่งจำใจย่อตัวและปล่อยลำแขนที่โอบตัวเธอไว้ เขาหันมาสบตากับคนที่ยืนอยู่ข้างๆ ... เดาไม่ออกเลยจริงๆว่าตอนนี้เธอรู้สึกยังไง เป็นห่วงหรือกำลังโกรธเขาอยู่กันแน่ แต่ก็คงจะเป็นอย่างหลังมากกว่า...ดูจากสายตาที่จ้องมองเขาซิ" หันมา " ชายหนุ่มขมวดคิ้วเมื่อได้ยินประโยคของเธอ" ห๊ะ "" บอกว่าหันมา " เมื่อเธอพูดจบเขาก็หันหน้ามาหามองเธอด้วยแววตาละห้อย แต่นั่นก็ยังไม่ใช่สิ่งที่เธอต้องการ ปาลิตาส่ายหน้าพร้อมกับถอนหายใจ...เขากลายเป็นคนซื่อบื้อแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ถ้าปล่อยเวลาให้ยืดเยื้อมากกว่านี้คนร้ายได้ตามมาเล่นงานอีกแ
( เย่วเฟิ่ง )" ไอ้หยาาาา " เสียงคนตัวเล็กที่กำลังขับรถอยู่ร้องขึ้น เธอคงคิดว่ามันมากันแค่สองคนซินะบอกตรงๆ ผมเองก็ตกใจเหมือนกันที่เห็นว่าคนที่ขับตามหลังมาเป็นเธอ จริงๆผมรู้อยู่แล้วว่ามีรถขับตามหลังและคนพวกนั้นคงไม่ได้มาเล่นๆ...แต่จะแค่ขู่หรือหวังถึงขั้นเอาชีวิตนั้นผมก็ยังไม่รู้เพื่อไม่ให้เกิดอันตรายกับคนอื่นๆ ผมจึงเลือกที่จะขับออกนอกเมืองเพื่อที่จะได้ทำอะไรได้สะดวกๆหน่อย มากันแค่นี้ผมไม่กลัวหรอก...มากกว่านี้ผมก็เจอมาแล้วแต่วันนี้...ดันมีอีกคนที่ผมไม่อยากให้อยู่ด้วยในเวลาเช่นนี้โผล่มาด้วยเนี้ยสิ ถ้าผมคนเดียวก็ไม่ต้องมาห่วงหน้าพะวงหลังแบบนี้หรอก" บอกไว้ก่อน...ฉันไม่ใช่ตัวปัญหา นายก็รู้ว่าฉันมีฝีมือ " นั่น...ทียังงี้ทำมาเป็นรู้ใจ รู้อีกว่าผมกำลังกังวลกับเรื่องของเธอ" รู้...แต่พวกนี้มันเป็นนักฆ่ามืออาชีพ ชั้น...เป็นห่วงเธอ "" ไม่ใช่เวลามาทำซึ้ง บอกมาว่าแผนจัดการกับพวกนี้ของนายคืออะไร " อาา...ผมประเมินผู้หญิงตรงหน้าผิดไปมาก ผมน่าจะรู้ว่าเธอเป็นนักสู้ ... แววตาของเธอมันส่องประกายออกมาทุกครั้งเมื่อได้ต่อสู้ปั้ง...ตุ๊บ....ครึดดดดดดดดดดดดแต่ก่อนที่ผมจะได้บอกแผนการกับเธอเสียงปืนจากด้านห