Short
ค่ำคืนไร้นิทรา

ค่ำคืนไร้นิทรา

Oleh:  เยว่เยว่Tamat
Bahasa: Thai
goodnovel4goodnovel
24Bab
630Dibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

ในวันที่เฮ่อหลานฉือได้เลื่อนตำแหน่งเป็นอัครมหาเสนาบดี ทันทีที่กลับถึงจวน ประโยคแรกที่เขาพูดกับเซี่ยหลิงหลัวคือ เขาต้องการรับกู้อวิ๋นเหยาเข้ามาเป็นภรรยาร่วมศักดิ์ เซี่ยหลิงหลัวพยักหน้าอย่างเฉยชา จากนั้น นางก็ดูเหมือนเปลี่ยนไปเป็นคนละคน แต่ก่อน เพียงได้ยินว่าเฮ่อหลานฉือเหลือบมองบ่าวสาวใช้ผู้ใดมากเป็นพิเศษ นางก็จะโกรธอยู่หลายวัน ทว่าบัดนี้ นางกลับเป็นผู้จัดเตรียมพิธีรับภรรยาร่วมศักดิ์เข้าจวนด้วยตัวเอง พิธีการดูยิ่งใหญ่ ทุกขั้นตอนพิถีพิถัน จนยิ่งใหญ่กว่างานแต่งของตัวนางเองเสียอีก แต่ก่อน นางมักจะหาข้ออ้างนำน้ำซุปหรือของว่างไปส่งให้เขาที่ห้องหนังสือ ทว่าบัดนี้ นางเก็บตัวอยู่ในเรือน และไม่ปรากฏตัวต่อหน้าเขาอีก แต่ก่อน นางมักจะแต่งตัวอย่างพิถีพิถันทุกวัน หวังว่าจะได้รับการโปรดปรานจากเขาบ้าง ทว่าบัดนี้ นางกลับปล่อยหน้าสด เก็บตัวไม่ออกไปไหน แม้กระทั่งตอนที่เฮ่อหลานฉือเข้ามาในเรือนของนาง และโน้มกายหมายจะมาจุมพิต นางก็ยังผลักเขาออกไปอย่างแผ่วเบา! “วันนี้ข้ามีรอบเดือนมาเยือน เกรงว่าจะปรนนิบัติท่านได้ไม่รอบคอบ น้องอวิ๋นเหยาเพิ่งเข้าจวนมาได้ไม่นาน นางย่อมต้องการความเห็นใจและการดูแลจากท่านพี่ ท่านพี่ไปหาน้องอวิ๋นเหยาที่เรือนเถิดเจ้าค่ะ”

Lihat lebih banyak

Bab 1

 บทที่ 1

ในวันที่เฮ่อหลานฉือได้เลื่อนตำแหน่งเป็นอัครมหาเสนาบดี ทันทีที่กลับถึงจวน ประโยคแรกที่เขาพูดกับเซี่ยหลิงหลัวคือ เขาต้องการรับกู้อวิ๋นเหยาเข้ามาเป็นภรรยาร่วมศักดิ์

เซี่ยหลิงหลัวพยักหน้าอย่างเฉยชา

จากนั้น นางก็ดูเหมือนเปลี่ยนไปเป็นคนละคน

แต่ก่อน เพียงได้ยินว่าเฮ่อหลานฉือเหลือบแลมองบ่าวสาวใช้ผู้ใดมากเป็นพิเศษ นางก็จะโกรธอยู่หลายวัน ทว่าบัดนี้ นางกลับเป็นผู้จัดเตรียมพิธีรับภรรยาร่วมศักดิ์เข้าจวนด้วยตัวเอง พิธีการดูยิ่งใหญ่ ทุกขั้นตอนพิถีพิถัน จนยิ่งใหญ่กว่างานแต่งของตัวนางเองเสียอีก

แต่ก่อน นางมักจะหาข้ออ้างนำน้ำซุปหรือของว่างไปส่งให้เขาที่ห้องหนังสือ ทว่าบัดนี้ นางเก็บตัวอยู่แต่ในเรือน และไม่ปรากฏตัวต่อหน้าเขาอีก

แต่ก่อน นางมักจะแต่งตัวอย่างพิถีพิถันทุกวัน หวังว่าจะได้รับการโปรดปรานจากเขาบ้าง ทว่าบัดนี้ นางกลับปล่อยหน้าสด เก็บตัวไม่ออกไปไหน แม้กระทั่งตอนที่เฮ่อหลานฉือเข้ามาในเรือนของนาง และโน้มกายหมายจะมาจุมพิต นางก็ยังผลักเขาออกไปอย่างแผ่วเบา!

“วันนี้ข้ามีรอบเดือนมาเยือน เกรงว่าจะปรนนิบัติท่านได้ไม่รอบคอบ น้องอวิ๋นเหยาเพิ่งเข้าจวนมาได้ไม่นาน นางย่อมต้องการความเห็นใจและการดูแลจากท่านพี่ ท่านพี่ไปหาน้องอวิ๋นเหยาที่เรือนเถิดเจ้าค่ะ”

เฮ่อหลานฉือชะงักไปชั่วขณะ ก่อนผุดกายลุกตรงและหันไปมองหน้านาง แสงเทียนวูบไหวบนใบหน้าของนาง ใบหน้าที่เคยเต็มไปด้วยรอยยิ้มและความรักที่มีต่อเขา บัดนี้เหลือเพียงความเย็นชาที่ห่างเหินเท่านั้น

“เซี่ยหลิงหลัว เดือนนี้ข้ามาหาเจ้าหลายสิบหนแล้ว แต่รอบเดือนของเจ้าก็จะมาทุกครั้ง เจ้าคิดว่าข้าจำรอบเดือนของเจ้าไม่ได้ หรือคิดว่าข้าเป็นคนหลอกง่ายฮะ?”

เซี่ยหลิงหลัวเงยหน้าขึ้น สายตาเฉียบคม “ข้าไม่บังอาจหรอกเจ้าค่ะ แต่ตัวข้านั้นไม่สบายจริง ๆ ข้าเองก็ไม่ทราบรอบเดือนถึงมาซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพราะเหตุอันใด อีกอย่าง น้องอวิ๋นเหยาก็เพิ่งเข้ามาในจวน ย่อมต้องกานการดูแลเอาใจใส่จากท่านพี่เป็นพิเศษ หากท่านพี่จะไปอยู่กับนางให้มากหน่อย มันก็เป็นเรื่องอันสมควรอยู่แล้ว”

เฮ่อหลานฉือถึงกับพูดไม่ออกสักคำเมื่อเห็นท่าทีไม่ยอมอ่อนข้อของนาง โทสะที่สะกดกลั้นอยู่ภายในอกเป็นเวลานานก็ระเบิดขึ้นอย่างรุนแรงยิ่งกว่าเดิม

เขาจ้องหน้านางอยู่นาน ก่อนสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ด้วยน้ำเสียงอ่อนลงเล็กน้อย “ข้าจะไปเรือนของอวิ๋นเหยาเอง ทว่าวันนี้ ข้าจะพักที่เรือนของเจ้า ข้าอยู่กับอวิ๋นเหยามาตลอดทั้งเดือนแล้ว หากข้ายังไม่มาค้างที่เรือนของเจ้าบ้าง ข่าวลือภายในจวนก็คงจะทับถมเจ้าจนตายได้”

เซี่ยหลิงหลัวกลับส่ายหน้าเบา ๆ แล้วถอยหลังลงไปหนึ่งก้าวเพื่อเว้นระยะห่าง “ข้าไม่สนใจคำพูดของคนอื่น อีกอย่าง…ข้าไม่ได้มีแค่รอบเดือน แต่สองสามวันก่อนข้าต้องลมหนาวทำให้เป็นหวัดด้วย บัดนี้ยังไม่หายดี เกรงว่าจะทำให้ท่านพี่ติดไข้ไปด้วย”

เฮ่อหลานฉือเงยหน้าขึ้นมองนาง แต่กลับเห็นว่าสีหน้าของนางแดงระเรื่อ ลมหายใจสม่ำเสมอเป็นปกติ มีอาการป่วยได้ที่ไหน?

“เซี่ยหลิงหลัว!” เขาเรียกนางด้วยชื่อเต็ม น้ำเสียงแฝงด้วยความกรุ่นโกรธ “เจ้ายังโกรธข้าเรื่องนั้นอยู่ใช่หรือไม่?”

“ได้ ข้ายอมรับ ตอนแรกภายในใจข้ามีอวิ๋นเหยาเพียงผู้เดียว แต่หลังจากเกิดเรื่องกับพ่อของเจ้าเมื่อครั้งก่อน ข้าก็บอกกับเจ้าแล้วว่า หลังจากนี้ ข้าจะปฏิบัติต่อเจ้าเหมือนปฏิบัติต่อนางทุกประการ แล้วเจ้าจะไม่พอใจเรื่องอะไรอีก? นี่เจ้าต้องการอะไรกันแน่?”

“ท่านพี่คิดมากไปแล้วเจ้าค่ะ วันนี้ข้าเพียงตัวไม่สบาย จึงไม่สามารถปรนนิบัติท่านได้เท่านั้นเอง”

เป็นเช่นนี้อีกแล้ว! นางยังคงเป็นท่าทีเฉยเมย ราวกับทุกเรื่องบนโลกนี้ล้วนไม่อาจทำให้นางหวั่นไหวได้!

เฮ่อหลานฉือรู้สึกออกแรงไปเสียเปล่า เพลิงโทสะที่ไร้ที่ระบายแผดเผาหน้าอกของเขาจนเจ็บหน้าอกแปล๊บ

“ได้” เขาระงับความโกรธลง ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาและแข็งกร้าว “เช่นนั้นพรุ่งนี้ข้าค่อยจะมาใหม่”

“พรุ่งนี้ก็ไม่ต้องมาหรอกเจ้าค่ะ” เซี่ยหลิงหลัวตอบกลับอย่างทันที “พรุ่งนี้ข้าจะไปสวดมนต์ขอพรให้ท่านพ่อที่วัด”

“เช่นนั้นก็วันมะรืน”

“วันมะรืนก็ไม่ได้เช่นกันเจ้าค่ะ ข้านัดกับช่างปักผ้าไว้ ข้าต้องรีบตัดเย็บชุดในฤดูใบไม้ร่วงสักหลายตัว”

“วันมะเรื่อง!”

“วันมะเรื่อง…เกรงว่าร่างกายข้ายังคงไม่ฟื้นดีเจ้าค่ะ” เซี่ยหลิงหลัวเงยหน้ามองที่เขา ก่อนจะพูดทีละคำอย่างชัดเจน “ท่านพี่ หลังจากนี้…ท่านอย่ามาที่นี่จะดีกว่าเจ้าค่ะ เรือนแห่งนี้เงียบเหงา อีกทั้งตัวข้ายังเจ็บป่วย ข้าไม่อยากจะทำให้ร่างอันสูงศักดิ์และบริสุทธิ์ของท่านต้องมัวหมอง ในเมื่อท่านพี่กับน้องอวิ๋นเหยามีใจตรงกัน จากนี้ไปท่านก็ทำเป็นว่าข้าไม่มีตัวตนในจวน และไม่จำเป็นต้องเป็นห่วงเรื่องศักดิ์ศรี ท่านจะค้างที่เรือนของน้องอวิ๋นเหยาทุกคืน ข้าเองก็จะไม่ตำหนิเลยสักคำ”

“เจ้า—!” เฮ่อหลานฉือถูกคำพูดของนางกระตุ้นจนโมโห หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรง พายุที่ทำให้ผู้คนหวาดกลัวปรากฏขึ้นในแววตาของเขา “เซี่ยหลิงหลัว! นี่เจ้าจงใจทำเช่นนี้ใช่หรือไม่ ชีวิตยังเหลืออีกยาวไกล หรือว่าเจ้าคิดจะผลักไสข้าเช่นนี้ไปทั้งชาติ? บัดนี้จวนแม่ทัพล่มสลาย เจ้าก็ไร้ที่พึ่งแล้ว หากเจ้าจะมาประชดข้าเช่นนี้ มันก็ไม่มีประโยชน์อะไร!”

เซี่ยหลิงหลัวมองใบหน้าหล่อเหลาดุจเทพเซียน ตอนนี้แววตาของเขาดุดันขึ้นหลายส่วนเพราะความโกรธ แต่ภายในใจของนางกลับสงบนิ่งและว่างเปล่า

“ข้าไม่ได้ประชด ในเมื่อท่านพี่ชอบน้องอวิ๋นเหยา เช่นนั้นต่อจากนี้ก็ขอให้ท่านทั้งสองรักใคร่ให้เกียรติซึ่งกันและกัน ครองรักกันไปจนแก่เฒ่า ส่วนข้าเอง…จะปฏิบัติตนให้สงบเสงี่ยมเจียม และจะไม่ไปรบกวนพวกท่าน”

เฮ่อหลานฉือจ้องมองนางด้วยตาเขม็ง นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเพิ่งได้รู้จักกับสตรีที่ตนแต่งเข้าจวนมาเป็นภรรยานานห้าปี แต่ไม่เคยใส่ใจอย่างแท้จริง

สายตาของนางสงบนิ่งมากเกินไป ความสงบนิ่งนั้นกลับทำให้เขารู้สึกกระวนกระวายขึ้นมา ราวกับว่ามีของสำคัญบางอย่างกำลังหลุดหายไปยังสถานที่ที่เขามองไม่เห็นอย่างรวดเร็ว

“ได้!” เขาสะบัดแขนเสื้อ แผ่นหลังแข็งทื่อ ท่าทางเต็มไปด้วยโทสะที่พลุ่งพล่าน “เซี่ยหลิงหลัว หวังว่าเจ้าจะจดจำคำพูดของเจ้าในวันนี้ให้ดี! อย่าเสียใจภายหลังก็แล้วกัน!”

เขาปิดประตูอย่างแรงจนเสียงดังลั่น ฝุ่นที่อยู่ด้านบนก็ร่วงกราวลงมา

เซี่ยหลิงหลัวยืนอยู่ที่เดิม ไม่ได้ขยับไปไหน

จนเสียงฝีเท้าหายไปจากด้านนอกเรือนโดยสิ้นเชิง นางจึงค่อย ๆ เดินไปนั่งลงข้างโต๊ะ ก่อนยกถ้วยชาที่นางรินเอาไว้จนเย็นชืดไปนานแล้วขึ้นมาจิบ

ความเย็นแล่นผ่านลำคอและทำให้ตัวนางสั่นเล็กน้อย

เสียงกระซิบกระซาบจากสาวใช้ก็ดังแว่วขึ้นมาจากนอกหน้าต่าง

“ดูสิ ทะเลาะกันอีกแล้ว ไม่ทราบจริง ๆ ว่าฮูหยินกำลังคิดสิ่งใดอยู่ เดิมทีนางก็ไม่เคยได้รับการโปรดปรานจากท่านอัครมหาเสนาบดี ยิ่งบัดนี้ตระกูลของนางก็ล่มสลายแล้ว แทนที่จะหาหนทางเอาใจท่านอัครมหาเสนาบดี นางกลับผลักไสท่านออกไปอีก…”

“นั่นน่ะสิ ข้าว่าจากนี้ไปจวนนี้จะต้องตกอยู่ในอำนาจของฮูหยินกู้แล้ว พวกเราก็ต้องรีบหาวิธีออกจากเรือนแห่งนี้ให้เร็วที่สุด รับใช้ผู้เป็นนายที่ไร้วาสนา พวกเราจะลืมตาอ้าปากได้เช่นไร?”

“จริงดังว่า! เจ้าดูสิฮูหยินกู้เพิ่งเข้าจวนมาได้ไม่กี่วัน ท่านอัครมหาเสนาบดีก็ดูแลนางดั่งแก้วตาดวงใจ! ไม่ว่าจะเป็นไข่มุกหนานไห่ เครื่องเทศจากซีอวี้ ล้วนถูกส่งมายังเรือนของนางอย่างไม่ขาดสาย! ได้ยินมาว่าเมื่อวานนี้ ท่านยังเชิญแม่นมหลวงจากในวังเพื่อมาทำอาหารเจียงหนานให้นางโดยเฉพาะ เพียงเพราะนางพูดแค่ว่าอยากกินเท่านั้น!”

“เบาเสียงหน่อย! ฮูหยินยังไม่หลับนะ!”

“จะกลัวสิ่งใดเล่า? ตอนนี้นางยังเอาตัวไม่รอดเลย แล้วนางจะทำอะไรพวกเราได้ ข้าว่ารีบไปประจบประแจงเอาใจฮูหยินกู้จึงจะเป็นหนทางที่ถูกต้อง บางทีพวกเราอาจพลอยได้รับวาสนาไปด้วยนะ…”

เสียงนั้นค่อย ๆ ห่างออกไป

เซี่ยหลิงหลัวถือถ้วยชาที่เย็นชืด ปลายเล็บซีดขาว ใบหน้ายังคงไร้อารมณ์เช่นเดิม

จนกระทั่งมีนกพิราบส่งสารสีเทาตัวหนึ่งกระพือปีกเข้ามา แล้วจิกที่ซี่กรงตรงหน้าต่างเบา ๆ นางถึงได้ลุกเดินเข้าไปหา จากนั้นก็แกะท่อไม้ไผ่เล็ก ๆ ที่ติดอยู่ตรงขาของมัน ก่อนจะเปิดจดหมายที่อยู่ด้านใน

นั่นคือจดหมายของท่านพ่อที่ถูกส่งมาจากชายแดน

ลายมือหวัด อีกทั้งยังแฝงความหยาบกร้านของสภาพแวดล้อมที่ชายแดน

【ลูกสาวของพ่อปลอดภัยดีหรือไม่? เรื่องการหย่าร้าง พ่อไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วน เห็นว่าไม่สมควร ตามกฎหมายแห่งราชวงศ์แล้ว เมื่อฝ่ายชายไม่ได้เขียนหนังสือหย่า หากฝ่ายหญิงเป็นผู้ร้องขอหย่า และต้องไปรับทัณฑ์กลิ้งตะปูที่จวนจิงเจ้า! มีโอกาสรอดเพียงหนึ่งในสิบ ทรมานเจียนตาย! พ่อสำนึกผิดเหลือเกิน พ่อไม่ควรใช้อำนาจบีบบังคับให้เฮ่อหลานฉือแต่งกับลูก จนทำให้ลูกต้องทรมานถึงเพียงนี้! หวังว่าลูกจะไตร่ตรองให้รอบคอบ อย่าได้ผลีผลามเป็นอันขาด! พ่ออยู่ที่ชายแดน ยังพอปกป้องตนเองได้ ลูกไม่ต้องเป็นห่วง】

ทัณฑ์กลิ้งตะปู…

พอเซี่ยหลิงหลัวเห็นคำนั้น ปลายนิ้วก็สั่นขึ้นมาเล็กน้อย

แต่ไม่นานนางก็สงบใจลงได้ และยื่นกระดาษแผ่นนั้นเข้าใกล้เปลวเทียน นางมองกระดาษที่ค่อย ๆ ม้วนงอ เปลี่ยนเป็นสีดำ แล้วกลายเป็นเถ้าถ่าน

ทรมานเจียนตาย?

นางครุ่นคิด ไม่มีสิ่งใดเจ็บปวดไปกว่าการที่นางยังรักเฮ่อหลานฉืออยู่ ทว่ากลับต้องยืนดูในดวงใจของเขามีเพียงผู้อื่นอีกแล้ว

ไม่มีสิ่งใดเจ็บปวดไปกว่าการที่ยืนดูท่านพ่อถูกเนรเทศอย่างไม่เป็นธรรม ตนเองนั้นกลับหมดหนทางที่จะร้องขอความช่วยเหลือจากผู้ใดได้

บัดนี้นางทบทวนอย่างถี่ถ้วนแล้ว

นางจะหย่า!

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
24 Bab
 บทที่ 1
ในวันที่เฮ่อหลานฉือได้เลื่อนตำแหน่งเป็นอัครมหาเสนาบดี ทันทีที่กลับถึงจวน ประโยคแรกที่เขาพูดกับเซี่ยหลิงหลัวคือ เขาต้องการรับกู้อวิ๋นเหยาเข้ามาเป็นภรรยาร่วมศักดิ์ เซี่ยหลิงหลัวพยักหน้าอย่างเฉยชา จากนั้น นางก็ดูเหมือนเปลี่ยนไปเป็นคนละคนแต่ก่อน เพียงได้ยินว่าเฮ่อหลานฉือเหลือบแลมองบ่าวสาวใช้ผู้ใดมากเป็นพิเศษ นางก็จะโกรธอยู่หลายวัน ทว่าบัดนี้ นางกลับเป็นผู้จัดเตรียมพิธีรับภรรยาร่วมศักดิ์เข้าจวนด้วยตัวเอง พิธีการดูยิ่งใหญ่ ทุกขั้นตอนพิถีพิถัน จนยิ่งใหญ่กว่างานแต่งของตัวนางเองเสียอีก แต่ก่อน นางมักจะหาข้ออ้างนำน้ำซุปหรือของว่างไปส่งให้เขาที่ห้องหนังสือ ทว่าบัดนี้ นางเก็บตัวอยู่แต่ในเรือน และไม่ปรากฏตัวต่อหน้าเขาอีก แต่ก่อน นางมักจะแต่งตัวอย่างพิถีพิถันทุกวัน หวังว่าจะได้รับการโปรดปรานจากเขาบ้าง ทว่าบัดนี้ นางกลับปล่อยหน้าสด เก็บตัวไม่ออกไปไหน แม้กระทั่งตอนที่เฮ่อหลานฉือเข้ามาในเรือนของนาง และโน้มกายหมายจะมาจุมพิต นางก็ยังผลักเขาออกไปอย่างแผ่วเบา!“วันนี้ข้ามีรอบเดือนมาเยือน เกรงว่าจะปรนนิบัติท่านได้ไม่รอบคอบ น้องอวิ๋นเหยาเพิ่งเข้าจวนมาได้ไม่นาน นางย่อมต้องการความเห็นใจและการดูแลจาก
Baca selengkapnya
 บทที่ 2
เมื่อห้าปีก่อน นางยังเป็นลูกสาวคนเดียวดั่งแก้วตาดวงใจของเซี่ยฉิงชัง ผู้เป็นแม่ทัพใหญ่ พ่อของนางคือเสาหลักแห่งประเทศชาติ มีผลงานการรบที่โดดเด่น นางจึงถูกเลี้ยงมาได้อย่างงดงามและมั่นใจในตัวเอง ทว่าจิตใจกลับบริสุทธิ์ยิ่งนัก ไม่ว่านางต้องการของสิ่งใด ท่านพ่อก็จะหาทางนำของสิ่งนั้นมากองไว้ตรงหน้านางให้ได้ จนกระทั่งงานเลี้ยงฉงหลินในปีนั้น นางได้ติดตามท่านพ่อไปวังหลวง ทว่าหลงทางอยู่ในอุทยานหลวง และบังเอิญได้พบกับเฮ่อหลานฉือที่ได้รับตำแหน่งจอหงวนผู้ใหม่ ตอนนั้นอายุเขายังไม่ครบ 20 ปี เขาสวมชุดคลุมสีขาวทั้งร่าง รูปร่างสูงระหงดุจต้นไผ่ ตอนนั้นเขากำลังพูดคุยกิจการบ้านเมืองกับเพื่อนที่สอบจอหงวนรุ่นเดียวกัน ถ้อยคำของเขาแสดงถึงทรรศนะได้เฉียบแหลมไม่เหมือนใคร ท่าทางที่งดงามและสุขุมเยือกเย็น แม้ใบหน้าจะดูเย็นชา ทว่าก็ยากจะปกปิดความสง่างามของเขา เพียงแค่มองครู่เดียว หัวใจของนางก็สั่นระรัว นางไม่เข้าใจเรื่องหักห้ามใจ หลังจากตกหลุมรักแล้ว นางก็ใช้เส้นสายของท่านพ่อ วางแผนทุกวิถีทางเพื่อให้พบกัน เดิมทีเขายังรักษาระยะห่างอย่างมีมารยาท ต่อมาคงเพราะเขาถูกรบกวนจนเหนื่อยหน่าย ท่าทางของเขาจึงเย็นชากว่าเ
Baca selengkapnya
บทที่ 3
คืนนั้น เซี่ยหลิงหลัวหลับไม่สนิทเลย เนื่องจากเสียงรบกวนจากเรือนของกู้อวิ๋นเหยาที่อยู่ด้านข้างดังเกินไปทั้งเสียงเรียกให้เตรียมน้ำ เสียงหัวเราะ เสียงดนตรีบรรเลงอย่างแผ่วเบา เสียงเหล่านั้นดังขึ้นตลอดทั้งคืน หากเป็นเมื่อก่อน เกรงว่านางคงจะปวดใจแทบขาด กระสับกระส่ายจนข่มตานอนไม่ลง น้ำตาท่วมหมอนแต่ตอนนี้ นางรู้สึกแค่ว่ามันหนวกหู เสียงดังรบกวนจนนางนอนไม่หลับจนเมื่อถึงกลางดึก จากเสียงอึกทึกก็เปลี่ยนเป็นเสียงกรีดร้องที่ตื่นตระหนกและเสียงฝีเท้าที่รีบร้อน เซี่ยหลิงหลัวพลิกตัวไปมา ข่มตานอน ไม่สนใจเรื่องเหล่านั้น นางหลับจนถึงฟ้าสว่าง เมื่อตื่นขึ้นมา เสียงกระซิบกระซาบจากสาวใช้ที่อยู่นอกหน้าต่างก็ดังเข้ามาในโสตประสาทของนาง“เจ้ารู้เรื่องหรือยัง? กลางดึกเมื่อคืนนี้ โรคหัวใจของฮูหยินกู้กำเริบเฉียบพลัน เกือบไม่รอด!”“จริงดังว่า! ได้ยินมาว่าตอนนั้นอาการวิกฤตยิ่งนัก ต้องใช้หญ้าวิญญาณเหมันต์ของขึ้นชื่อจากวัดหลิงอิ่นที่อยู่ภูเขาด้านหลังตรงชานเมืองถึงจะสามารถช่วยชีวิตนางได้! แต่ตอนนั้นประตูวังปิดไปแล้ว ไม่มีผู้ใดออกจากเมืองได้!”“แล้วเจ้ารู้หรือไม่ว่าสุดท้ายท่านอัครมหาเสนาบดีทำเช่นไร? เพื่อช่
Baca selengkapnya
บทที่ 4
เมื่อตื่นขึ้นมาอีกครั้ง นางก็พบว่าตนเองกำลังนอนอยู่บนเตียงที่คุ้นเคยนางพยายามลืมตาขึ้นมอง จากนั้นก็เห็นเฮ่อหลานฉือกำลังนั่งอยู่ข้างเตียง เขาขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วมองหน้านางเมื่อเห็นว่านางตื่นแล้ว สายตาของเขาก็เหมือนยกภูเขาออกจากอก เขาโน้มตัวลงมา น้ำเสียงอ่อนโยนลงโดยไม่รู้ตัว “ฟื้นแล้วหรือ? เป็นอย่างไรบ้าง? ยังเจ็บอยู่ใช่หรือไม่? ให้ข้าเรียกหมอมาตรวจอาการเจ้าอีกครั้งดีหรือไม่?”เซี่ยหลิงหลัวมองใบหน้าที่เต็มไปด้วยความห่วงใยของเขา เมื่อได้ยินคำพูดที่อ่อนโยน หัวใจของนางกลับชาหนึบ “ไม่จำเป็น” นางพูดขึ้น น้ำเสียงแหบพร่าอย่างมาก เฮ่อหลานฉือชะงักไปเล็กน้อย “ถ้าเช่นนั้น…ข้าจะให้คนไปต้มน้ำแกงบำรุงเลือดลมของเจ้าดีหรือไม่?”“ไม่จำเป็น”“...เจ้าอยากกินอะไร? ข้าจะให้คนในครัวทำให้”“ไม่จำเป็น”เฮ่อหลานฉือถูกนางปฏิเสธสามครั้งติดก็พูดอะไรไม่ออก เขาซักถามขึ้นด้วยความอดทนอย่างหาได้ยาก “ถ้าเช่นนั้นเจ้าต้องการสิ่งใด? บอกข้ามาสิ ข้าจะหามาให้เจ้า”เซี่ยหลิงหลัวค่อย ๆ หันหน้าไปมองเขา ใบหน้านางซีดขาวเหมือนกระดาษ ริมฝีปากแห้ง เพียงดวงตาดำขลับคู่นั้นที่ยังคงมืดมนและไม่ประกายแสงใด ๆ นางมองหน้าเขาอ
Baca selengkapnya
บทที่ 5
“เช่นนั้นเจ้าก็พักผ่อนเถิด ข้าจะมาเยี่ยมเจ้าทีหลัง” เขาพูดด้วยเสียงทุ้มต่ำ จากนั้นก็หมุนตัวเดินออกไป หลายวันต่อมา เฮ่อหลานฉือส่วนใหญ่ก็จะอยู่กับกู้อวิ๋นเหยา แต่เขาก็ยังหาเวลาหนึ่งถึงสองชั่วยามมาเยี่ยมเซี่ยหลิงหลัวอยู่ดีต่อให้ทุกครั้งเซี่ยหลิงหลัวจะหาเหตุผลต่าง ๆ นานามาไล่เขาทั้งทางตรงและทางอ้อมก็ตาม จนกระทั่งวันนี้ เฮ่อหลานฉือไม่ได้มา แต่คนที่มาคือหัวหน้าสาวใช้นามชิงอวี๋ที่รับใช้เขาในห้องหนังสือ ชิงอวี๋โค้งคำนับให้นางอย่างมีมารยาท ใบหน้าประดับรอยยิ้มเล็กน้อย “ฮูหยิน ท่านอัครมหาเสนาบดีบอกว่าช่วงนี้เขาไม่เจริญอาหาร จู่ ๆ ก็นึกถึงขนมเจ็ดสมบัติที่ท่านเคยทำ ดังนั้นก็ส่งบ่าวมาหาท่านโดยเฉพาะ ไม่ทราบว่าฮูหยินสะดวกหรือไม่?”เซี่ยหลิงหลัวที่กำลังตัดแต่งกระถางกล้วยไม้ตรงริมหน้าต่าง ได้ยินดังนั้น มือก็ชะงักค้างขนมเจ็ดสมบัติเป็นขนมเรียกน้ำย่อย ที่นางเรียนมาอย่างยากลำบากจากพ่อครัวหลวงที่เกษียณจากวังหลวงเพื่อเอาใจเขาขั้นตอนการทำก็ซับซ้อนมาก นอกจากนี้นางยังต้องคัดสรรวัตถุดิบอย่างพิถีพิถัน กว่าจะทำเสร็จแต่ละครั้งต้องใช้เวลาเป็นวัน ตอนที่เขากินครั้งนั้น เขายังชมออกมาอย่างหาได้ยากว่า “ไม่เ
Baca selengkapnya
บทที่ 6
นางเรียกสาวใช้ที่ติดตามมาจากบ้านเดิม “ชุนเถา เจ้าไปเชิญหมอสวีมาที่จวนที บอกว่าข้าไม่สบาย ดังนั้นอยากเชิญเขามาตรวจดู” หมอสวี เป็นทายาทของแพทย์ทหารที่เคยอยู่ใต้บังคับบัญชาของพ่อนาง วิชาแพทย์สูงส่ง เป็นคนซื่อตรง ท่านพ่อตั้งใจให้เขาอยู่ที่เมืองหลวงเพื่อดูแลนางโดยเฉพาะเฮ่อหลานฉือขมวดคิ้วขึ้นแต่ไม่ได้พูดอะไรหลังจากนั้นไม่นานชุนเถาก็พาชายชราท่าทางกระฉับกระเฉง ผมและเคราเกือบขาวเดินเข้ามา “ลุงสวี” เซี่ยหลิงหลัวพยักหน้าให้ชายชราเล็กน้อย “รบกวนไปตรวจชีพจรฮูหยินกู้ที่อยู่เรือนด้านข้างที ดูว่านาง…ได้รับพิษอะไรเข้าไป”หมอสวีประสานมือทำความเคารพ “ขอรับ คุณหนู” ในตอนแรกกู้อวิ๋นเหยาก็ปฏิเสธ แต่เซี่ยหลิงหลัวยืนหยัดหนักแน่น เฮ่อหลานฉือก็พยักหน้าเห็นด้วย หมอสวีเดินเข้าไปตรวจชีพจร แต่เวลาเพิ่งผ่านไปหนึ่งถ้วยชา เขาก็เดินออกมาแล้ว “เรียนท่านอัครมหาเสนาบดี ฮูหยิน” เสียงของหมอสวีดังกังวาน “ชีพจรของฮูหยินกู้แข็งแรงปกติ มีอาการไฟพร่องเล็กน้อย แต่ไม่มีร่องรอยของการถูกยาพิษ!”เฮ่อหลานฉือหน้าเปลี่ยนสี “ว่าไงนะ?”เขาหันมองไปทางหมอของจวนมหาเสนาบดีที่นั่งคุกเข่าตัวสั่นงันงกอยู่ด้านข้าง ก่อนพูดด้วยน้ำเ
Baca selengkapnya
บทที่ 7 
เฮ่อหลานฉือมองตามแผ่นหลังที่เด็ดเดี่ยวของนาง ในตอนนั้นเขาก็อยากจะวิ่งตามนางไป แต่เสียงร้องไห้ของกู้อวิ๋นเหยาก็ดังขึ้นมาจากด้านหลัง “พี่ฉือ…”เขาชะงักฝีเท้าครู่หนึ่ง สุดท้ายก็หยุดลง หลายวันต่อมา เซี่ยหลิงหลัวไม่ยอมออกจากเรือน และไม่ไปไหนเลย ไม่ว่าด้านนอกจะประโคมข่าวว่าอัครมหาเสนาบดีเอาอกเอาใจฮูหยินคนใหม่มากแค่ไหน และเย็นชากับนางอย่างไร แต่นางก็ไม่ได้สนใจเลยแม้แต่น้อย จนกระทั่งวันนี้เฮ่อหลานฉือมาหานางด้วยตัวเอง “หลิงหลัว วันนี้ในเมืองมีเทศกาลโคมไฟ ได้ยินมาว่ามันครึกครื้นมาก ข้า…ข้าจะพาเจ้าไปดูดีไหม?”เซี่ยหลิงหลัวจำได้ว่าเทศกาลโคมไฟของทุกปีก่อนหน้านี้ นางมักจะรบเร้าเขาว่าอยากไป แต่เขามักจะบอกว่าเขายุ่งเรื่องงานราชการแล้วบ่ายเบี่ยงที่จะไปแต่ตอนนี้เขากลับเป็นคนพูดขึ้นมาเอง“ไม่อยากไป” นางส่ายหน้า น้ำเสียงราบเรียบเฮ่อหลานฉือมองท่าทางเย็นชาของนาง ความไม่สบายใจก็ปรากฏขึ้นอีกครั้งเขาไม่ได้พูดอะไรมาก แต่หันไปถามว่า “เตรียมรถ”เขาแทบจะใช้อำนาจบังคับให้เซี่ยหลิงหลัวออกจากจวนรถม้าเพิ่งจอดอยู่ที่หน้าประตูจวน แต่กลับเห็นว่ากู้อวิ๋นเหยาที่แต่งตัวงดงามกำลังยืนรอเขาด้วยรอยยิ้มสดใส
Baca selengkapnya
บทที่ 8
เมื่อตื่นขึ้นมาอีกครั้ง นางก็อยู่ในห้องของตัวเองร่างกายของนางเต็มไปด้วยผ้าพันแผล กระดูกเหมือนแตกละเอียดทุกส่วน เพียงแค่ขยับเล็กน้อยก็รู้สึกเจ็บปวดเจียนตาย เฮ่อหลานฉือเฝ้าอยู่ข้างเตียงของนาง ใบหน้าซีดเซียว ดวงตาแดงก่ำ เมื่อเห็นว่านางตื่นแล้ว แววตาของเขาก็ประกายความยินดี จากนั้นก็รีบโน้มตัวมาหา “หลิงหลัว! เจ้าฟื้นแล้วหรือ? เป็นอย่างไรบ้าง? ยังเจ็บอยู่หรือไม่?”เซี่ยหลิงหลัวมองหน้าเขา สายตาว่างเปล่า ไร้การตอบสนอง ความยินดีบนใบหน้าของเฮ่อหลานฉือแข็งทื่อ จากนั้นความรู้สึกผิดก็เข้ามาแทนที่ เขากุมมือที่เย็นเฉียบของนาง แล้วอธิบายด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “หลิงหลัว ข้าขออภัยด้วยนะ…วันนั้น หลังจากเจ้าจุดพลุสัญญาณ เดิมทีข้าก็รีบตั้งใจนำคนไล่ตามไป แต่…แต่จู่ ๆ อวิ๋นเหยาก็ใจสั่นจนเป็นลมหมดสติ สถานการณ์เร่งด่วนมาก ตอนนั้นข้าก็ปลีกตัวออกมาไม่ได้เลย…รอจนกว่าข้าปลอบนางเสร็จแล้ว ข้าก็รีบไล่ตามมาทันที แต่มันก็สายเกินไป…ข้าตามหาเจ้าอยู่ทั้งคืน ถึงได้เจอเจ้าอยู่ด้านล่างหน้าผา…”เขาพูดจาไม่เป็นภาษา พยายามอธิบาย พยายามให้นางยกโทษให้เขา เซี่ยหลิงหลัวค่อย ๆ ดึงมือออก น้ำเสียงแหบพร่า ทว่าราบเรียบ “ไม่ต้
Baca selengkapnya
บทที่ 9
เฮ่อหลานฉือพักอยู่กับกู้อวิ๋นเหยาที่วัดกว่างจี้เป็นเวลาสามวันภายในวัดเงียบสงบ กลิ่นหอมอบอวล แต่เขากลับรู้สึกไม่สบายใจอยู่ตลอด เขามักจะสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึก ในฝันเขาจะเห็นสายตาที่สงบนิ่งคู่หนึ่งมองเขา สายตาคู่นั้นทำให้เขารู้สึกกระวนกระวายใจ นั่นคือดวงตาของเซี่ยหลิงหลัวกู้อวิ๋นเหยาดูออกว่าเขาจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว จึงวางพู่กันที่ใช้คัดลอกพระคัมภีร์ลง ก่อนโน้มตัวเข้าหาเขา เสียงอ่อนโยนเหมือนสายน้ำ “พี่ฉือ ทำไมช่วงนี้พี่เอาแต่เหม่อล่ะ? หรือว่าพี่กำลังคิดถึง…เซี่ยหลิงหลัวอยู่?”เฮ่อหลานฉือขมวดคิ้วขึ้นมา จากนั้นก็วางคัมภีร์ที่เขาอ่านอย่างไรก็ไม่เข้าใจในมือลง “อย่าพูดจาเหลวใหล ข้าเพียงแค่…ช่วงนี้งานในราชสำนักเยอะไปหน่อย จึงรู้สึกเหนื่อยล้า”กู้อวิ๋นเหยาเบะปาก แล้วพูดขึ้นอย่างน้อยอกน้อยใจ “เช่นนั้น…เช่นนั้นพวกเราอยู่ต่ออีกสักหน่อยดีหรือไม่เจ้าคะ? ที่นี่เงียบสงบ ข้ามาที่นี่แล้วรู้สึกว่าร่างกายสดชื่นขึ้นมาก เมื่อมีท่านพี่อยู่กับข้า ในใจข้ายิ่งมีความสุข อาการป่วยก็หายเร็วขึ้นกว่าเดิม”เฮ่อหลานฉือมองไปทางแสงสนธยาที่กำลังจะมืดดับด้านนอกหน้าต่าง ความรู้สึกกระวนกระวายใจกลับทวีคูณมากกว
Baca selengkapnya
บทที่ 10
ชายชราตกใจจนแข้งขาอ่อน เขาทรุดตัวลงกับพื้นแล้วโบกมือไปมา “ไม่ ไม่รู้ขอรับ…แม่นางคนนั้นให้เงินเข้ามา นางบอกให้ข้ารออยู่ที่นี่ ข้า ข้าก็ไม่รู้ว่านางไปที่ไหน…”เฮ่อหลานฉือกำหนังสือหย่าที่น้ำหนักเบา แต่ให้ความรู้สึกหนักอึ้งเหมือนพันชั่ง เขากำหมัดจนข้อนิ้วขึ้นเป็นสีขาว จดหมายยับยู่ยี่ด้วยมือของเขา จากนั้นเขาก็รีบคลี่มันออกให้เรียบ คราบเลือดที่แห้งจนแข็งติดอยู่ที่ปลายนิ้วของเขา มันทั้งเย็นและเหนียว ทันใดนั้นเขาก็นึกถึงแววตาของนางในวันที่นางนอนอยู่บนเตียงวันนั้น สายตาตอนที่นางพูดกับเขาว่า “ข้าก็ไม่เคยฝากความหวังกับท่านได้อยู่แล้ว”ที่แท้ไม่ใช่ความโกรธ ไม่ใช่เพราะงอน แต่เพราะนางวางแผนเอาไว้เรียบร้อยแล้ว นางไม่ต้องการเขาแล้วจริง ๆ นางใช้วิธีที่แน่วแน่เช่นนี้ แทบจะเป็นวิธีที่ทำร้ายตัวเองก็เพราะนางต้องการไปจากเขา!“หลิงหลัว...” เขาพูดพึมพำขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว จากนั้นก็หมุนตัวกลับ เขาผลักกู้อวิ๋นเหยาที่กำลังจะเข้ามาช่วย จากนั้นก็วิ่งไปทางคอกม้าอย่างบ้าคลั่ง “พี่ฉือ!” กู้อวิ๋นเหยาที่เซถอยหลังเพราะถูกเขาผลักก็อุทานขึ้นมาอย่างตกใจ ตอนนี้เฮ่อหลานฉือไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้น ภายในสมองของเขาตอน
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status