Share

บทนำ 2

last update Tanggal publikasi: 2026-06-12 12:22:28

เด็กน้อยก้าวขาไปข้างหน้าก้าวหนึ่งแล้วชันเข่าลงคำนับ “นายกองหลี่... ข้ามาเพื่อเจรจา วางอาวุธแล้วมาตกลงกันดีกว่า”

                “ข้าไม่รู้จักมารยาทการขอเจรจาด้วยการปารองเท้าใส่”

                “ข้าเองก็ไม่รู้จักมารยาทของพวกอันธพาลรุกรานชาวบ้านเช่นกัน ตอนนี้อันธพาลเช่นท่านกำลังถูกไล่ตีเหมือนสุนัข ข้านำทางออกมาให้ก็ควรจะคำนับขอบคุณข้าถึงจะถูก”

                “ไอ้เปี๊ยกอวดดีผู้นี้เป็นใคร วอนหาที่ตาย”

หลี่เซวียนหลงเดือดจนมือหงิก กำรองเท้าข้างนั้นแน่นแทบแหลก จู้จื่อจับกุมตัวเด็กตัวน้อยไว้แล้วโดยหิ้วคอเสื้อด้านหลังขึ้นมาจนขาห้อยต่องแต่ง แต่หนูน้อยยังออกฤทธิ์ เตะขาเหวี่ยงไปมาและปารองเท้าอีกข้างใส่หน้าหลี่เซวียนหลง ทาบรอยเดิมพอดิบพอดี เหล่าทหารต่างอึ้งตาค้าง มีเพียงแต่เด็กน้อยที่จงใจหัวเราะเสียงดัง

                “ยกทัพมาเพื่อยึดเมืองอะไรกัน นายกองหลี่... รองเท้าของข้าท่านยังหลบไม่ได้เลย คงต้องพิจารณาชื่อเสียงของท่านใหม่จะดีกว่า”

                เจ้าหนูรู้ว่าเขาเป็นใคร แต่บังอาจจงใจเรียกเขาว่า ‘นายกองหลี่’ องค์ชายหนุ่มวัยสิบห้าชันษาคำรามฮือ พ่นลมออกจมูกดังพรืด แต่เด็กน้อยหาได้เกรงกลัว มือของหลี่เซวียนหลงจึงคันยิบๆ อยากจะกระชากดาบออกมาขู่เด็ก แต่การทำเช่นนั้นจะหมิ่นเกียรติของเขาเสียเอง ดวงตาคมกร้าวจึงถลึงจ้อง อีกฝ่ายก็กลับตอบโดยไม่ลดละ คนหนึ่งเล็กคนหนึ่งใหญ่ต่างไม่มีใครยอมใคร

“เจ้าเป็นใคร พ่อแม่เจ้าอยู่ที่ไหนล่ะเจ้าหนู รู้รึเปล่าว่าที่นี่เป็นสนามรบ”

จู้จื่อยึดมีดไว้พลางส่ายหน้า กลางสมรภูมิที่เต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือดเช่นนี้ไม่ใช่สถานที่ที่เด็กควรมา เด็กน้อยไม่ยอมตอบ เอาแต่ทำหน้านิ่ง จู้จื่อจึงเดาว่าน่าจะเป็นพวกเด็กกำพร้าจากสงคราม หากไร้ที่พึ่งพิงก็ต้องร่อนเร่กลายเป็นขอทาน

                “ถ้าเจ้าหลงทางมาก็รีบไสหัวไปซะ”

                “ข้าไม่ได้หลงทาง ข้าแซ่เฉิน อายุเจ็ดขวบ ข้าตั้งใจมาหาท่านโดยเฉพาะ” เด็กเนื้อตัวปอนๆ ประกาศก้อง ริมฝีปากแดงจิ้มลิ้มบึ้งตึงไม่แพ้กัน เค้าโครงใบหน้าดูจะหวานสวยเกินไปจนเหมือนเด็กผู้หญิง แต่กิริยาท่าทางห้าวหาญไม่ใช่เล่น ขนาดอยู่ตัวคนเดียวท่ามกลางศัตรูยังไม่มีอาการหวาดกลัวเลยสักนิด แต่หลี่เซวียนหลงไม่ให้ความสนใจต่อเด็กเสียสติผู้นี้อีกแล้ว

“จับมันมัดแล้วโยนทิ้งไปซะ เราเสียเวลามากแล้ว”

“หลี่เซวียนหลง! ข้าคือเอี้ยนซ่านฉี!”

เสียงดุดันก้องสะท้านปานฟ้าผ่าดังแทรกขึ้นจากเชิงเขาด้านล่าง แม้จะอยู่ห่างไกลแต่พลังเสียงห้าวหาญทะลุแก้วหู ทหารทัพหลี่ที่คุมเชิงอยู่ตามจุดต่างๆ บนเนินเขาถึงกับต้องอุดหูไว้ บ่งบอกระดับของเอี้ยนซ่านฉีว่าน่ากลัวเพียงใด

“หลี่เซวียนหลงอยู่ที่ใด!”

แม่ทัพเอี้ยนซ่านฉีเตะสีข้างม้าให้ก้าวออกมาหน้ากระบวนทัพ แผ่ความกดดันเต็มที่ ส่วนบรรดาพลทหารขึ้นสายเกาทัณฑ์เพลิงเตรียมพร้อมจุดไฟเผาเนินเขาตัดทางหนีให้สิ้น เมื่อหนูน้อยได้ยินเสียงอันดัง จากเดิมที่ไม่เคยกลัวอะไรก็หน้าถอดสี ทิ้งคอห้อยตกลงทันควัน

“เจ้าลูกเต่าหลี่เซวียนหลงช่างขี้ขลาดตาขาว ทำศึกด้วยวิธีสกปรกหยาบช้า! ยังจะกล้าเทียบตนเองเป็นนักรบอีกงั้นหรือ?! ไอ้ถ่อยหลี่เซวียนหลง ไสหัวออกมาพบข้าเดี๋ยวนี้”

เอี้ยนซ่านฉีตะโกนด่า หลี่เซวียนหลงหงุดหงิดจนแทบร้องจึงตะโกนกลับลงไป

“ข้าเป็นชายชาตรี ฆ่าได้หยามไม่ได้! มารดาเจ้าเถอะ! มีตรงไหนที่ข้ากระทำเสื่อมเกียรติ”

“ลูกผู้ชายอย่างข้าไม่เคยใส่ร้ายใคร การจับเด็กเป็นตัวประกันเป็นวิถีลูกผู้ชายของเจ้างั้นรึ?! คนแคว้นหลี่ช่างไม่ละอายฟ้าดิน ปล่อยตัวนางเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นข้าจะบดขยี้พวกเจ้าให้แหลกยิ่งกว่าตาย”

ปล่อยตัวนาง?

หลี่เซวียนหลงหันขวับกลับไปที่เจ้าเด็กแซ่เฉินทันที ใบหน้าเปลี่ยนเป็นแดงก่ำด้วยความโมโห ไอ้ลูกหมาเหตุใดถึงกลายเป็น ‘นาง’

“ไอ้หนูคนนี้มันเด็กผู้ชายชัดๆ” หลี่เซวียนหลงหันกลับไปหาเจ้าหนูแซ่เฉิน สบตานิ่งก่อนที่เขาจะล้วงมือเข้าไปใต้กางเกงเด็ก “นี่ไงล่ะ! ผู้... ชาย... เอ่อ... หญิง”

เขาพูดไม่ออกเมื่อคลำมือไม่พบสิ่งที่คาดหวัง แม้ว่าจะพยายามควานมือเท่าไหร่ๆ ก็ไม่พบแท่งหยกน้อย ส่วนเจ้าหนูที่เขาคิดว่าเป็นเด็กชายมาตลอดก็แผดเสียงร้องลั่น เร่งเร้าให้เอี้ยนซ่านฉีโกรธเกรี้ยวยิ่งขึ้น

สวรรค์! สีหน้าของชายหนุ่มพลันเหวอระคนแดงก่ำ หลี่เซวียนหลงยืนกุมหน้าผากตัวเองอยู่ชั่วครู่เพื่อระงับอารมณ์ แต่สองแก้มของชายกรรจ์มันร้อนราวกับถูกไฟลวกก็ไม่ปาน มือแกร่งรับตัวเด็กหญิงมาจากจู้จื่อ หิ้วคอเสื้อตัวจ้อยมาห้อยต่องแต่งที่ริมผา

“นางเป็นใคร” 

“นางคือเฉินเถาฮวา[1] บรรดาศักดิ์องค์หญิงหย่งอานแห่งเอี้ยน!”

“เห็นข้าเป็นเด็กสามขวบหรืออย่างไร” หลี่เซวียนหลงโกรธทันที ใบหน้าหล่อเหลาดุจหยกเนื้อดีบูดบึ้งด้วยโทสะ แผดเสียงคำราม “ข้าไม่เคยได้ยินมาก่อนว่าเอี้ยนอ๋องมีพระธิดา คิดหรือว่าข้าจะหลงเชื่อ”

“อ้ายโง่สมองสุนัข!” เอี้ยนซ่านฉีตะโกนตอบเสียงดังปานฟ้าถล่ม “เจ้าเห็นข้าเป็นพวกพูดจาสับปลับงั้นรึ?! ฮวาเอ๋อร์ เจ้าไม่ต้องกลัว พี่มาช่วยแล้ว”

องค์หญิง? หลี่เซวียนหลงดึงร่างเฉินเถาฮวาให้หันมาเพื่อดูหน้าองค์หญิงชัดๆ เบ้าหน้าก็แบนๆ ตาตี่ๆ แถมฟันหลอ เผ้าผมเนื้อตัวมอมแมม จี้หยกประจำตัวเชื้อพระวงศ์ก็ไม่มี ดูๆ ไปแล้วก็มีแต่ผิวพรรณอ่อนเยาว์ที่พอใช้ได้ เขาพินิจพิจารณาเพียงอึดใจ บีบแก้มยุ้ยๆ พลิกซ้ายพลิกขวาและหิ้วคอให้เหล่าทหารดูโฉมองค์หญิง

“คิดว่าไง?”

ท่อนแขนกำยำชูตัวเด็กหญิงขึ้นสูง เขย่าไปมาจนศีรษะเล็กๆ สั่นกระด๊อกกระแด๊ก จู้จื่อกลอกตาไปมาพลางส่ายหน้า ส่วนทหารทั้งสามพันนายเห็นเฉินเถาฮวาชัดๆ เต็มตา ก่อนจะตะโกนกลับลงไปพร้อมกันว่า

“โกหก!!”   

[1] เถาฮวา แปลว่า ดอกท้อ

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ชายามังกร    บทที่ 13 ประกาศิตเบื้องบน 1

    บทที่ 13 ประกาศิตเบื้องบน ช่วงฟ้าสาง แสงอรุณอ่อนโยนลอดผ่านมวลเมฆหนาทึบ ก่อนจะกลืนแสงกลับไป จู้จื่อก้าวออกมาจากกระโจมของตนเองอย่างเนิบช้า ขยับสันกรามไปมาแต่ทำไม่ค่อยได้เพราะเจ็บ หางคิ้วแตก ปวดตุบๆ จนซี้ดปาก เป็นจังหวะเดียวกันกับองค์ชายรูปงามที่ก้าวออกมาในสภาพคล้ายๆ กันทั้งคู่มองหน้ามองตาอีกฝ่ายแล้วยกนิ้วโป้งให้กัน “โดนอะไรมาบ้างล่ะ หมูป่าบุกรึไงวะ” “แค่นอนดิ้นไปแตะสะโพก ก็เลยโดนลูกถีบสาม หมัดสี่ เล็บจิกและคำด่าอีกนับไม่ถ้วนพ่ะย่ะค่ะ ต้องจับมัดไม่งั้นไม่ได้นอน” “ฮึๆ ไอ้กระจอก” หลี

  • ชายามังกร    บทที่ 12 ดื่มยาเถิดคนดี 6

    “เจ้าเรียนกลยุทธ์จากใคร”“ไม่ได้เรียนหรอก อาศัยว่าครูพักลักจำจากพวกพี่ชาย”เขาหัวเราะ อัจฉริยะตัวเป็นๆ กำลังนั่งตาแป๋วอยู่ตรงนี้นี่เอง เฉินเถาฮวาจิบยาขมๆ อยู่นานแล้วแต่ไม่พร่องลงสักนิด ชายหนุ่มจึงกำหนดเวลาไว้ในใจ ถ้าอาหมวยยังไม่ยอมดื่มยาให้หมด เขาจะจัดการในแบบของเขาเอง ดวงตาคมกริบมองโซ่ที่ล่ามข้อมือของเขากับนางไว้ นึกฝันอยากให้ถึงวันที่โซ่เส้นนี้ไม่จำเป็นต้องใช้อีก อยากให้มีพันธะผูกพันลึกซึ้งมากพอที่จะหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวและอยู่ด้วยกันอย่างสงบเงียบเช่นนี้ตลอดไป“รู้หรือไม่ว่าทำไมเจ้าถึงแพ้ศึกนี้”“เพราะเหยี่ยวของท่าน”“ผิดแล้ว นั่นเป็นแค่ปัจจัยการศึกที่ข้าใช้ชิงความได้เปรียบ แต่ในเงื่อนไขนั้นทดแทนด้วยชัยภูมิของเจ้าแล้ว” หลี่เซวียนหลงใช้กิ่งไม้เล็กๆ วาดบนพื้น กึ่งๆ สอน ซึ่งเขาก็ไม่แน่ใจว่านางจะลักจำแล้วนำกลับมาเชือดคอเขาหรือไม่ “หน่วยทหารที่เจ้าได้รับแบ่งมาจากเอี้ยนซ่านฉีเป็นทั้งจุดแข็งและจุดอ่อนของเจ้า”เฉินเถาฮวานิ่งฟัง คิดสักครู่ก็เข้าใจทะลุปรุโปร่ง“ข้าย

  • ชายามังกร    บทที่ 12 ดื่มยาเถิดคนดี 5

    “เชิญขึ้นม้าได้แล้ว นอกเสียจากว่าเจ้าต้องการให้ข้าอุ้ม”“ไม่ต้อง ข้าเดินเองได้เพคะ”“เชิญองค์หญิงเสด็จ”หลี่เซวียนหลงกลั้นยิ้มจนปวดแก้ม ดวงตาของเจ้าฮวาเอ๋อร์งดงามเสมอแม้ว่านางมักจะทำสีหน้าบึ้งตึงก็ตาม และพวงแก้มที่เริ่มซับแดงระเรื่อขึ้นก็ทำให้ดวงตาของเขาเจิดจ้าขึ้นเช่นกัน บุรุษหนุ่มถอยไปอย่างไว้เชิงและผายมือเชิญร่างน้อยให้เดินนำไปก่อน แต่พอเฉินเถาฮวาสอดเท้าเข้าโกลนม้า เหวี่ยงขาไปได้ครึ่งทาง ถึงได้รู้ตัวว่าเขายืนอยู่ที่เดิมและมองสะโพกของนางอยู่คนต่ำช้า! ร่างบอบบางกระแทกตัวลงนั่งบนอานม้าอย่างขัดเคือง ส่วนเขากลั้วหัวเราะอยู่ด้านล่างและทำท่าจะเหวี่ยงตัวขึ้นม้าบ้าง“เอ๊ะ! ท่านไปขึ้นม้าตัวอื่นสิเพคะ”“ไม่ได้ ม้าไม่พอ”เชื่อก็โง่แล้ว เฉินเถาฮวาถีบใส่ไม่ยั้งเพื่อกันไม่ให้เขาขึ้นม้า แต่คนผี! เขานอกจากจะไม่หลบแล้ว ยังคว้าข้อเท้าเล็กๆ ของนางแล้วลูบสูงขึ้นไปตามเรียวน่องจนนางขนลุกอีกต่างหาก “ถ้าเจ้าดื้อกับข้าอีกครั้งเดียว”“แล้วจะทำไม?!”“ข้าจะ

  • ชายามังกร    บทที่ 12 ดื่มยาเถิดคนดี 4

    ทันทีที่หวูอิงได้รับอนุญาตปล่อยตัว มันจึงตรงไปยังกลุ่มเชลยเพื่อชำระแค้นซูเจี้ยนทันที นางอยู่ในกรงขังร่วมกับเชลยสาวคนอื่นๆ จำนวนเสบียงที่ร่อยหรอและการทำศึกในฤดูหนาวเป็นเหตุให้ความเป็นอยู่ของเชลยย่ำแย่มากเพราะแทบไม่ได้ปันอาหารจากพวกทหาร แต่ละคนจึงนั่งกอดกันร้องไห้สะอึกสะอื้น บางคนก็นอนป่วย ส่วนซูเจี้ยนนั่งคุกเข่า หันจ้องไปทางกระโจมผู้บัญชาการทัพตาเขม็ง “ว่าไงจ๊ะเมียข้า โทรมลงไปเยอะเลยนะ ข้านอนหนาวตากหิมะมาสองคืน อยากได้ไออุ่นจากเจ้ามาชดใช้เป็นที่สุด รับรองเลยว่าข้าจะเอาคืนเจ้าให้สาสม นังสารเลว”หวูอิงเดินวนเวียนรอบกรงขัง ปากร้องข่มขู่หยาบคายไม่หยุดจนพวกผู้หญิงในกรงหวาดกลัว แต่ซูเจี้ยนสงบนิ่ง ไม่ได้เห็นไอ้หมูสกปรกอยู่ในสายตา หวูอิงจึงกระตุกโกรธ ร้องสั่งทหารยามให้ไขกุญแจกรง “ไม่ได้ขอรับท่านรองแม่ทัพ เรื่องนี้ข้าทำไม่ได้”&

  • ชายามังกร    บทที่ 12 ดื่มยาเถิดคนดี 3

    “ฮวาเอ๋อร์... เจ้าจะไม่เรียกชื่อข้าหน่อยหรือ”“ซะ...หลี่เซวียนหลง...”“ไม่ใช่ ข้าเปลี่ยนชื่อแล้วนะ ชื่อใหม่นี้ข้าให้เจ้าเรียกได้ผู้เดียว”นางอึกอักอยู่แทบริมฝีปากของเขา ก่อนจะร้องออกมาเบาๆ และสะดุ้งไหล่ไหวตามแต่ปลายนิ้วของชายหนุ่มจะพร่างพรม ชั่วชีวิตของเขาไม่เคยสะทกสะท้านต่อศาสตราวุธใดๆ แต่เสียงหวานๆ ของเจ้าฮวาเอ๋อร์กลับทำให้เขาสะดุ้งเหมือนถูกแส้เพลิงฟาดใส่ ร่างกายเครียดจัดราวกับกำลังจะแตกดับในเวลาอันใกล้นี้แล้ว“ยังจำคำพูดของข้าเมื่อสิบปีก่อนได้หรือไม่” ชายหนุ่มเกลี่ยปอยผมเงางามให้พ้นวงหน้าสวย “มีเรื่องเดียวที่ข้าเสียใจก็คือ วันนั้นข้าไม่น่ายอมคืนเจ้าให้เอี้ยนซ่านฉีเลย”ชื่อของพี่ชายทำให้นางได้สติ เฉินเถาฮวาผลักเขาออกไปได้สำเร็จ เรียกว่าถีบกระเด็นจนร่างสูงใหญ่หล่นตุบจากฟูกขนสัตว์เลยก็ว่าได้ นางอยากจะชี้หน้าด่า แต่ว่าเอาแต่หอบกระชั้น ร้อนวูบวาบไปหมดทั้งตัว ไอ้คนโรคจิต“ถ้า... ถ้าท่านกล้ารังแกข้าอีกล่ะก็... ก็ไม่ต้องมาพูดกันอีก”ร่างบอบบางจะขยับตัวลุกขึ้นก็ต้องนิ่ว

  • ชายามังกร    บทที่ 12 ดื่มยาเถิดคนดี 2

    “อืม...นี่เป็นครั้งแรกที่ข้าทำอะไรแบบนี้กับรองแม่ทัพ... ไม่เลวเลย ข้าชอบมาก”มือร้อนจัดบีบเคล้นยอดอกเบาๆ ก่อนจะเลื่อนลงต่ำ ลูบไล้ลาดสะโพกงามและซุกนิ้วเข้าสำรวจหาความชุ่มฉ่ำอย่างหิวกระหาย ร่างบอบบางกระตุกเฮือกสุดตัวและแข็งทื่อเหมือนท่อนไม้ ขอบตาร้อนผ่าวด้วยความอับอายจนสะอื้น“หยุดนะ ปล่อยเดี๋ยวนี้ ท่านป้อนยาอะไรให้ข้ากันแน่”“ยาแก้ไข้ไงเล่า ร้องโวยวายทำไม”คนหน้าด้านยิ้มและหันเหความสนใจด้วยการวนเวียนจุมพิตตรงนั้นตรงนี้ตามใจชอบ “จุๆ ทานยาให้หมดก่อน เจ้าไข้ขึ้นมาหลายวัน อาการเวียนศีรษะดีขึ้นแล้วหรือไม่ เจ้าอย่าเพิ่งขยับดีกว่า ปล่อยให้เป็นหน้าที่ข้าเอง”“ไม่!”ดวงตาของนางวาววับด้วยความโกรธและดื้อดึง แม้จะดิ้นขลุกขลักแต่ไม่สามารถผลักร่างแกร่งกร้าวดุจศิลาออกไปได้ จังหวะลมหายใจของนางร้อนถี่ขึ้นทีละน้อย ทรงจัดการกับสาวดื้อด้วยการรวบข้อมือเล็กๆ ไว้ในอุ้งมือเดียว ก่อนจะจับต้นคอขาวผ่องไว้ไม่ให้ถอยหนีแล้วป้อนยาด้วยปากทันที ยาอึกแรกผ่านลำคอไปด้วยลิ้นระรัว แต่อึกที่สองกลับไม่เป็นเช่นนั้นเพราะเฉิน

  • ชายามังกร    บทที่ 1 รับตัวเข้าจวน 2

    “เด็กเอ๋ยเด็ก การทำศึกไม่ได้วัดผลแพ้ชนะกันที่จำนวนทหารเสียหน่อย”เรียวปากของชายหนุ่มวัยสิบห้าเหยียดยิ้ม ใช้นิ้วจิ้มหน้าผากเด็กรัวๆ คนอย่างเขาชอบการต่อสู้เพราะฉะนั้นจึงไม่เกี่ยงหรอกว่าอีกฝ่ายจะเป็นแค่เด็กเจ็ดขวบ“ข้าอาจจะพลาดที่ไม่คิดว่าพี่ชายเจ้าจะซุ่มทัพไว้นอกเหนือจากที่คำนวณไว้ เรื่องจะง่ายขึ้นมา

  • ชายามังกร    บทที่ 1 รับตัวเข้าจวน 1

    บทที่ 1 รับตัวเข้าจวน องค์หญิงหย่งอาน พระธิดาของเอี้ยนอ๋อง ประวัติความเป็นมาขององค์หญิงผู้นี้ไม่แน่ชัด แทบไม่มีใครล่วงรู้ตัวตนขององค์หญิงผู้นี้เลยด้วยซ้ำ หากพิจารณาจากรูปร่างหน้าตาอาจจะฟันธงไม่ได้ แต่ถ้าดูจากกิริยาท่าทาง นางมีสง่าราศีแฝงอยู่ก็จริง แต่ก็ยังห่างไกลจากคำว่าเชื้อพระวงศ์

  • ชายามังกร    บทที่ 1 รับตัวเข้าจวน 4

    ดวงตาคมกริบเหลือบมองเด็กน้อย ก่อนจะเลื่อนสายตากลับไปมองตรงข้างหน้า มือร้อนๆ กดศีรษะเล็กๆ ไว้ให้แนบแผงอก “ไม่น่ารักเอาซะเลยนะเรา อนาคตต้องได้เป็นนักรบที่เหลือรอด[1]แน่นอน”“นายกองหลี่พูดถูกต้องแล้ว” เฉินเถาฮวาฟังแล้วยิ้มอย่างถูกใจทันที“อย่ามัวแต่พูดมาก เกาะม้าไว้ให้ดีๆ เร็วเข้า”มือหยาบกระด้างกดศีร

  • ชายามังกร    บทที่ 1 รับตัวเข้าจวน 3

    “ใช้เลือดเนื้อฟันผ่า? ท่านนายกองโง่งมพูดเสียสวยหรู เท่าที่ข้าเห็น ท่านเดินหน้าหาความตายไม่พอ ยังพาลูกน้องไปตายอีกต่างหาก วาจาเยี่ยงนี้ยังหลอกเด็กอย่างข้าไม่ได้เลย”เด็กหญิงกล้าต่อกรโดยไม่สะทกสะท้าน“ถ้าข้าจะสู้ ข้าจะสู้ด้วยสติปัญญา คนทำศึกหากไม่รู้ดินฟ้าอากาศ ไม่รู้จักกลยุทธ์ ไม่รู้จักใช้คน ไม่รู้จ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status