مشاركة

บทกวี

مؤلف: Sanassetong
last update تاريخ النشر: 2025-09-29 15:40:42

หลังจากกินข้าวเสร็จชายชราก็พาเด็กน้อยลงไปด้านล่างเพื่อที่จะไปหาหนังสือตำหรับตำราเขาหยิบหนังสือออกมา แล้วไสคืนที่ ชายชราเดินหยิบไปเรื่อยๆจนในที่สุดก็ได้ตำรามาสองเล่มและสมุดเปล่าอีกหนึ่งเล่ม ก่อนที่จะเดินหาผู้กันและหมึก

"ได้ของครบแล้วป่ะขึ้นไปเรียนด้านบนกันเถอะ"

ชายชรากล่าวขึ้นและพาเด็กน้อยขึ้นไปด้านบน เขาโบกมือหนึ่งครั้งทำให้โต๊ะที่ตั้งอยู่ตรงกลางนั้นไหลมาอยู่ตรงริมจุดที่เด็กน้อยปีนขึ้นมา ชายชราไม่ได้ปีนขึ้นมาดั่งที่ตัวเองพูด เผลอแป๊บเดียวเขาก็ขึ้นมาข้างบนได้แล้ว เด็กน้อยหลินซือหยาได้แต่คิดในใจอีกสักกี่ปีนะ นางถึงจะสามารถเหาะขึ้นมาข้างบนได้แบบนี้

"มานั่งเถอะ ข้าต้องสอนหนังสือให้เจ้าก่อนให้เจ้าก่อน เจ้าจะได้รู้ตัวหนังสือแล้วเจ้าจะได้ศึกษาตำราด้วยตัวเอง"

ชายชรากล่าวขึ้น

"แบบนั้นท่านตาให้ข้าเขียนให้ดูก็ได้นะเจ้าคะเพราะว่านั้นก็ได้ร่ำเรียนมาด้วยตัวเองบ้าง ข้าเคยเอาตำราของพี่ชายของข้ามาฝึกฝน การเขียนอักษรบ้างแล้ว การเริ่มเขียนนั้นน่าจะไม่ค่อยจำเป็นสักเท่าไหร่ แต่ข้าอาจจะเขียนคำยากๆไม่ได้ และไม่รู้ความหมายของมันเท่านั้นเจ้าค่ะ"

เด็กน้อยกล่าวขึ้น ชายชราจึงนำสมุดเปล่าและก็นำหมึกมาวางให้นางลองเขียนอักษรต้นดูก่อน สักพักใหญ่ๆชายชรามาตรวจดูก็พบว่าโอเคเด็กผู้นี้เป็นหนังสือจริงๆด้วย แถมลายมือของนางนั้นสวยงามอีกต่างหาก ดีถ้าอย่างนั้นเจ้าเปิดตำราหัดเขียนหน้านี้เกียวกับบทกวีหน้าที่สิบสองแล้วลอกให้ข้าดูสักนิด ชายชราเปิดแล้วอ่านให้เด็กน้อยฟัง

"บทกวี

ลมพัดหวนผ่านฟ้าเวิ้งว้าง

ดวงจันทร์ส่องกลางธารามืดมิด

เงาดาบหนึ่งฟาดสะท้านสวรรค์

เลือดหยดเดียวสะเทือนภูผานับพัน

ใจผู้กล้าไร้พันธะเหนี่ยวรั้ง

ดั่งมังกรล่องลอยในห้วงหมอก

กระบี่มิใช่เพื่อเข่นฆ่า

หากเพื่อพิทักษ์ใต้หล้าสงบสุข

บทนี้ให้เจ้าลอกให้ครบทุกตัวอักษรเขียนสิบรอบ ในแต่ละรอบให้เจ้าสังเกตุและคิดตาม"

ชายชรากล่าวขึ้นและเหาะไปข้างล่างเพื่อให้เด็กน้อยฝึกเขียนด้วยตัวเอง กลอนบทนี้มีความหมายแฝง หากเด็กผู้นี้หัวทื่อจริงจะไม่มีวันเข้าใจ เขาก็จะให้นางเขียนทุกวันวันนี้เขียนสิบจบ หากนางกล่าวความหมายออกมาไม่โดนใจเขา วันพรุ่งนี้ก็ให้นางเขียนอีกสิบห้าจบ และวันต่อไปอีกยี่สิบจบ เพิ่มขึ้นอีกวันละห้าจบเรื่อยๆ เมื่อเด็กน้อยได้รับภารกิจมาว่าต้องคัดหนังสือให้ได้สิบจบก็เริ่มจะไม่พอใจเสียแล้วเนื่องจากว่าเด็กน้อยวัยห้าหนาวยังติดที่จะเล่นอยู่เลย วันแรกคัดได้สิบจบนางก็ใช้เวลาตั้งแต่เช้าจนถึงตอนเย็น เมื่อชายชรากลับมานางก็เสร็จแล้ว เมื่อมาถึงแล้วชายชรายังไม่ได้ตรวจงานทันทีพานางมาทำกับข้าว เขาสอนนางก่อไฟเป็นอันดับแรก ชายจะทำให้นางดูนั้นมันง่ายดายนิดเดียว แต่เอาเข้าจริงๆมันไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดเนื่องจากว่านางไม่สามารถเสกไฟเหมือนเขาได้

"555+เจ้าทำไม่ได้เพราะยังไม่มีวรยุทธ แต่เราสามารถทำมันขึ้นมาด้วยมือป่าวได้"

ชายชรากล่าวขึ้น และโบกมือดับไฟที่เสกให้นางดู แล้วนำเศษไม้มาวาง ชายชราแบมือขึ้นก็มีหัวหินสองก้อนขนาดเล็กอยู่ในมือ เขาจึงเอาหินมากระทบกันสามครั้งประกายไฟก็เกิดขึ้นเขากระทบกันใกล้ๆกับเศษไม้ที่วางไว้ ทำให้มีไฟขึ้นเล็กน้อยแล้วเขาก็นำเศษไม้ขึ้นมาให้มันติดไฟแล้วก็นำถ่านไม้ที่อยู่ด้านล่างขึ้นมาแล้วก็วางไว้บนไฟสักพักใหญ่ๆถ่านไม้นั่นก็ติดไฟ

"ท่านตานี้มันหินอะไรกันจ๊ะทำไมมันติดไฟง่ายขนาดนั้น"

เด็กน้อยถามขึ้น

"ก็หินของตาไงนี่เอาไว้เจ้าต้องติดตัวไว้เผื่อเวลาเจ้าหุงหาอาหารเจ้าต้องใช้มัน"

ชายชรากล่าวขึ้นและยื่นหินให้เด็กสาว ชายชราชี้ไปที่อุปกรณ์ต่างๆแล้วบอกชื่อบอกนามและบอกว่ามันใช้ทำอะไรบ้างเครื่องปรุงมีอะไรบ้างให้รสชาติอย่างไร และวันนี้ชายชราก็ได้ปลามาสามตัว เขาก็เริ่มทำปลามีดใหญ่ไปที่อยู่ในมือเขาตวัดไปมาอย่างช่ำชองไม่นานก้างปลาก็ถูกเลาะออกชายชราต้มน้ำไว้ทั้งที่ยังไม่ใส่เครื่องปรุงอะไรลงไป พอน้ำเดือดเขาก็เอาเนื้อปลาลงไปทันทีไม่นานเครื่องปรุงแล้วเครื่องปรุงเล่าก็ลงไปเลยหม้อน้ำนั้น พร้อมกับผักอีกหนึ่งชามใหญ่ๆก็ลงไปแล้วก็ปิดหม้อ

"ท่านตาไม่ชิมก่อนหรือเจ้าค่ะ แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าอร่อยหรือไม่"

เด็กน้อยสงสัย

"เจ้าไม่เห็นข้าทำหรอกหรือ ข้าใช้หลักความจะไม่ใช้หลักการชิม เดี๋ยวสักครู่ก็เสร็จแล้วจะได้รู้ว่าอร่อยหรือไม่"

ชายชรากล่าวขึ้น ไม่นานเนื่อปลากับผักที่อยู่ในหม้อก็ส่งกลิ่นหอมออกมาไม่นานน้ำแกงปลาก็สุกแล้ว ทั้งสองคนมานั่งกินอาหารกัน

"วันนี้เจ้าเขียนบทกวีเป็นอย่างไรบ้าง"

ชายชราถามขึ้น

"ข้าเขียนครบสิบรอบแล้วเจ้าคะ"

เด็กน้อยตอบขึ้น

"อ้าหากครบแล้ว ความหมายของมันล่ะเจ้าให้ความหมายของมันว่าอะไร"

ชายชราถามขึ้นเด็กเราก็ไม่สามารถตอบได้นางพยายามอ่านและสังเกตดูแล้วก็ยังไม่รู้ความหมายของมันอยู่ดี เนื่องจากว่านางเองเป็นเด็กเพียงวัยห้าหนาวจะรู้อะไรมากมายขนาดนั้น

"อ้าไม่เป็นไร พรุ่งนี้เจ้าเขียนเพิ่มอีกห้าจบเป็นสิบห้าจบ ข้าเชื่อว่าต้องมีสักครั้งที่เจ้าจะรู้ความหมายของมัน"

ชายชรากล่าวขึ้น ทำให้เด็กน้อยรู้สึกว่ามันหนักหนาไปสำหรับตัวเอง นางแสดงออกทางสีหน้าอย่างเห็นได้ชัด

"อะไรกันไหนเจ้าว่าเจ้าจะอดทนเรียนคัมภีร์กับข้า แล้วดูนี้สิขนาดเรียนบทกวีเล็กๆขนาดนี้เจ้ายังอดทนกับมันไม่ได้ เจ้ายังไม่พยายามหาความหมายของมัน แล้วคำภีร์ที่พูดเราพูดคุยกันนั้นเจ้าจะได้เรื่องหรือไม่เล่า"

ชายชรากล่าวขึ้น

"ได้เจ้าคะท่านตา พรุ่งนี้ข้าจะเขียนอีก"

เด็กน้อยกล่าวขึ้นและกินข้าวเสร็จนางก็ไต่ลงไปด้านล่างและอาบน้ำเตรียมที่จะนอนแต่นางก็เอาบทกวีนี้มาอ่านซ้ำแล้วซ้ำเล่าในวันต่อมานางก็หุงหาอาหารเสร็จก็เริ่มเขียนบทกวีสิบห้าจบแต่นางก็ยังไม่สามารถบอกความหมายของมันวันต่อมาน้ำก็เขียนอีกยี่สิบจบก็ยังไม่สามารถบอกความหมายที่แท้จริงของมัน จนชายชราเริ่งหนักใจว่านางจะไปได้รอดหรือไม่ เขาพยายามไม่สอบถามมาแต่นางก็จะมาอธิบายให้เขาฟังซึ่งมันยังไม่ตรงประเด็นมาก เจ็ดวันผ่านไปชายชราคิดว่านี้จะให้โอกาสนางเป็นครั้งสุดท้ายถ้าไม่ได้ก็จะต้องหาบทใหม่ให้นางศึกษา จะต้องหาบทที่ง่ายกว่านี้ ในค่ำวันนั้นนางเขียนบทกวี่ไปแล้วสี่สิบจบ นางวางบทกวีที่เขียนภายในวันนี้ให้ท่านอาจารย์ดูและก็พูดความหมายให้เขาฟัง

"บทกวีนี้สื่อถึง ผู้กล้าในยุทธภพ ผู้มีพลังยิ่งใหญ่แต่ไม่ยึดติดกับอำนาจหรือชื่อเสียง เขาใช้กระบี่ไม่ใช่เพื่อเข่นฆ่า หากเพื่อพิทักษ์โลกให้สงบสุข เปรียบเหมือน มังกรผู้โดดเดี่ยวในฟ้าเวิ้งว้าง ที่ดำรงอยู่เหนือความมืดมิดและความวุ่นวาย"

นางกล่าวจบชายชราก็ยิ้มเขาดีใจมากนางตีความหมายได้สำเร็จแล้ว

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • ดอกหญ้าทะยานฟ้า   เหตุที่ต้องเรียกของ

    หลินซือหยาไม่รอช้ารีบไปหาตัวคนที่จะทำร้ายตัวเองถึงยังไงวันนั้นเองก็คงจะหนีไม่พ้นทั้งสามแต่ถ้าให้สู้ก็ดูกันอีกทีว่าเป็นอย่างไร หญิงสาวพยายามรีบไปก่อนที่ทั้งสามคนจะอยู่ด้วยกันเพราะถ้าสามคนอยู่ด้วยกันแล้วนางก็จะลำบากมากขึ้น ในชีวิตนี้นะไม่เคยต่อสู้กับคนเลยส่วนมากก็จะต่อสู้กับสัตว์อสูร และเคยต่อสู้กับอาจารย์บ้างแต่นั้นก็ยังไม่ถึงชีวิต แต่ครั้งนี้ดูๆแล้วเหมือนจะถูกหมายปองเอาชีวิตให้เป็นแน่ เป็นดังที่นางคาดการณ์เอาไว้ไม่มีผิดทั้งสามรวมตัวกันเรียบร้อยแล้ว และเหมือนจะรับรู้ได้แล้วว่านางอยู่แถวๆนั้น"เฮ้ นั้นไงสตรีผู้นั้นไง อยู่ตรงนู้นเร็วๆรีบจัดการเถอะ"เสียงบุรุษผู้ที่เจอกับหลินซือหยาเมื่อก่อนนั้นดังขึ้น นางเองไม่รอช้าทะยานวิ่งออกไปทันที พลังวรยุทธแล้ววรยุทธเล่าพุ่งเข้าไปหานางจนในที่สุดต้นไม้แถบนั้นก็ล้มระนาวแต่ทั้งสามก็มองไม่เห็นหลินซือหยาแล้ว หญิงสาวทยานตัวไปด้านข้างเนื่องจากว่านางรู้อยู่แล้วว่าเป้าหมายของพวกนั้นอยู่แต่ด้านหน้า เมื่อนางทยานหนีไปได้ก็กระอักเลือดออกมาถึงสามคราก่อนที่นางจะกระโดดขึ้นต้นไม้ใหญ่ พลังวรยุทธของทั้งสามช่างรุนแรงเสียเหลือเกิน ขนาดยังไม่โดนจังๆนางยังรู้สึกกระทบกระเท

  • ดอกหญ้าทะยานฟ้า   ผู้มีวรยุทขั้นสี่

    หญิงสาวใช้เวลาตอนกลางวันในการเดินทางส่วนตอนกลางคืนนั้นนางก็ฝึกเคล็ดวิชาเงาดารา หญิงสาวสามารถไขปริศนาได้ว่าภายในหนึ่งวันนั้น แผ่นหยกนั้นจะมีข้อความปรากฏหนึ่งครั้งตอนที่นางถ่ายทอดวรยุทธ์เข้าไปในครั้งแรกของวัน ข้อความที่ปรากฎนั้นจะไขข้อสงสัยของนางทุกครั้งไป จนนางเริ่มเรียนรู้ที่จะบังคับให้จิตรเป็นแก่นกลางจนได้ และเริ่มรู้ว่าเคล็ดวิชานี้คือการเคลื่อนที่ให้เร็วกว่าเดิม ซึ่งมันก็เหมาะกับพวกที่มีวรยุทธในการเคลื่อนที่สมควรที่จะต้องรวดเร็วดั่งสายฟ้าเหมือนเงาดาราที่นางกำลังร่ำเรียนแรกๆตอนกลางคืนฝึกเทรดวิชานี้และตอนกลางวันเดินทางแต่ตอนนี้นางเริ่มที่จะทำให้จิตใจเป็นแกนหลักได้แล้วนางจึงเริ่มใช้เคล็ดวิชาเงาดาราในการเคลื่อนที่บ้างแต่ตอนนี้นางก็ยังถือว่าช้าอยู่เนื่องจากว่าวรยุทธ์ของนางเพียงแค่ขั้นสอง เท่านั้นหลังจากที่เดินทางออกจากภูเขานั้นเราราวสิบกว่าวัน นางก็ไม่เคยพบเจอผู้คนใดเลย ได้ยินแต่เสียงสัตว์เล็กสัตว์ใหญ่ร้องเท่านั้นแต่วันนี้อยู่อยู่นางก็รู้สึกว่าเหมือนมีสิ่งใดกำลังจ้องมองนางอยู่นางจึงทำท่าเดินธรรมดา และพยายามเรียกกริชออกมา"ฟ้าดินเคลื่อน ปราณวิญญาณจงรวม กริชที่อยู่ในกำไรสุญญตาจงออกมา"หญิง

  • ดอกหญ้าทะยานฟ้า   เคล็ดวิชาเงาดารา

    เมื่อศิษย์กับอาจารย์แยกทางกันเดินแล้ว ผู้เป็นลูกศิษย์เดินเล่นเที่ยวอยู่ในป่าเนื่องจากว่านางยังไม่รู้ว่าดินแดนหมื่นอสูรนั้นอยู่ที่ใด แต่ท่านอาจารย์แค่ชี้แนะว่าอยู่ทางทิศนี้ นางจึงคิดว่าจะเดินเล่นไปเรื่อยๆ ส่วนผู้เป็นอาจารย์เมื่อแยกจากลูกศิษย์เขาก็หายตัวไปทันที หลินซือหยาคิดถึงตอนที่ตัวเองห้าขวบที่ถูกไล่ออกจากบ้านนางไร้วรยุทธใดๆ เดินทางด้วยเท้ามายังภูเขาค่ำไหนก็นอนนั่น แต่ตอนนี้นางกลายเป็นสาวที่มีวรยุทธขั้นสองแล้ว ความเร็วในการเดินทางของนางก็เพิ่มมากขึ้น แต่นางก็ไม่สามารถที่จะทยานได้เร็วเหมือนคนที่มีวรยุทธ์ขั้นสูงสูง และไม่สามารถหายตัวได้เหมือนท่านอาจารย์ ระหว่างเดินทางมานี้นางก็หยิบตำรามสหนึ่งเล่มซึ่งเกี่ยวกับบทคาถาที่เรียกอุปกรณ์ ซึ่งตัวนางนั้นมีกำไรสุญญตาเก็บของ แต่ในการค้นหาหากเป็นการค้นหาธรรมดาก็จะยุ่งยากมากเกินไปนางต้องถอดกำไรนั้นมาและความหาแต่ท่านอาจารย์ให้นางเรียกสิ่งของ ถ้าหากว่านางทำสำเร็จแล้วนางก็ไม่ต้องถอดกำไรนั้นออกมาเพียงแค่ท่องคาถาเรียก สิ่งของนั้นก็จะออกมาหานางเอง"ฟ้าดินเคลื่อน ปราณวิญญาณจงรวม น้ำที่อยู่ในกำไรสุญญตาจงออกมา"เสียงใสของหญิงสาวเป็นออกจากปากกำไรสูญญตาของนา

  • ดอกหญ้าทะยานฟ้า   ของดีมีเต็มโต๊ะ

    เมื่อทั้งสองจัดการอาหารที่อยู่บนโต๊ะเสร็จท่านผู้เฒ่าลุกขึ้นและกวาดมือไปหนึ่งครั้งทำให้ของที่อยู่บนโต๊ะนั้นหายไปทันที และกวาดมือกลับมาอีกหนึ่งครั้ง บนโต๊ะก็มีของกองอยู่มากมาย หญิงสาวมองด้วยความสนใจ"อะไรหรือท่านอาจารย์ ท่านเอาอะไรออกมาหรือท่านจะแบ่งสมบัติให้ข้าหรือ"หญิงสาวกล่าวถาม"จะแบ่งสมบัติอะไรละ นี่ยกให้เจ้าหมดเลยแหละ เจ้าเก็บปลายเผื่อเวลาอันตรายเจ้าจะได้ใช้ประโยชน์จากมันอันนี้คือหยกเชิงหมิงเจ้าลองมองดูในนั้นมีเคล็ดวิชาเงาดารา เจ้าลองฝึกฝนระหว่างทางที่เดินไปยังดินแดนหมื่นอสูร หากเจ้ามีภัยเพียงเจ้าทำลายหยกเชิงหมิงนี้ เจ้าก็จะปลอดภัยแต่หยกมีมันจะสามารถช่วยเจ้าได้เพียงครั้งเดียวและมันก็จะสลายหายไปหากว่าเจ้าศึกษาเคล็ดวิชาเงาดาราไม่สำเร็จเจ้าก็จะไม่มีโอกาสอีกแล้ว"ชายชรากล่าวกับหญิงสาวและยื่นหยกสีน้ำเงินแผ่นหนึ่งให้กับหญิงสาว หญิงสาวพิจารณาดูหยกสีน้ำเงินเข้มที่เหมือนไม่มีอะไรพิเศษเอาเสียเลย เป็นหยกที่ห้อยเชือกธรรมดาเท่านั้น นางส่องซ้ายส่องขวาก็ไม่มองเห็นถึงความพิเศษของมัน"หยกอะไรหรือท่านอาจารย์ ทำไมมันเหมือนของธรรมดา สีก็พิลึกปกติหยกจะเป็นสีเขียวไม่ใช่หรืออันนี้มันเป็นสีน้ำเงิน"หญิง

  • ดอกหญ้าทะยานฟ้า   อาหารมื้อสุดท้าย

    ภายในกระต๊อบที่อบอุ่นที่แตกต่างจากเมื่อคืนและสามวันที่ผ่านมามากนัก หญิงสาววัยแรกแย้มนอนห่มผ้าหนาอยู่บนเตียงตัวน้อยตัวเดิมของตัวเอง เกือบจะสิบปีแล้วที่นางได้มาอยู่ที่นี่ตั้งแต่ที่นางไม่มีวรยุทธ์ใดๆแต่วันนี้นางมีวรยุทธ์ขั้นที่สองแล้ว แม้ที่ผ่านมานั้นนางจะเจ็บปวดแสนสาหัสกว่าที่จะผ่านมาถึงทุกวันนี้ได้ แต่ณเวลานี้นางเองก็อยู่สุขสบายแล้ว และการฝึกฝนในทุกๆวันในตอนนี้ก็เหมือนจะแตกต่างออกไป นางเคยเจ็บปวดจนเข้ากระดูกเหมือนว่าร่างกายของนางจะอยู่ไม่ได้แล้ว แต่สามวันที่ผ่านมาที่นางออกไปฝึกฝนนั้น นางมีวรยุทธเพิ่มขึ้นตั้งหนึ่งขั้นถือว่านางเร็วกว่าตอนแรกเสียด้วยซ้ำ"เจ้าเด็กน้อยออกมากินข้าวได้แล้วกะมัง "เสียงชายชราดังขึ้นจากตัวเรือนชั้นบน หญิงสาวลืมตาขึ้นเล็กน้อย"เฮ้อข้าก็โตเป็นสาวแล้วท่านอาจารย์ก็ยังเรียกเป็นเด็กน้อยอยู่นั่นแหละ"เด็กสาวพรึมพรำเบาๆก่อนที่จะลุกขึ้นและบิดขี้เกียจก่อนที่จะออกจากเรือนไปชำระร่างกายล้างหน้าล้างตา และขึ้นไปกินข้าวกับท่านอาจารย์เช่นเคย พอนางขึ้นไปข้างบนแล้วก็มองกับข้าวที่ท่านอาจารย์กำลังทำและอีกส่วนหนึ่งที่วางอยู่บนโต๊ะ วันนี้ท่านอาจารย์ทำกับข้าวมากมายหลายอย่าง เด็กสาวมอง

  • ดอกหญ้าทะยานฟ้า   ผจญป่าฝึกใจ

    แสงอรุณแรกสาดลอดหมู่ไม้ ทาบเงาทาบพื้นดินเป็นริ้วทองอ่อนเสียงลมพัดผ่านยอดไม้ดัง “ซู่ซู่” คล้ายเสียงกระซิบจากวิญญาณโบราณในหุบเขาหนทางเบื้องหน้าเต็มไปด้วยหมอกขาวบาง ลึกลับราวม่านแห่งสวรรค์ที่กั้นระหว่างคนกับพลังลมปราณ หลินซื้อหยาย่างเท้าเข้าขึ้นอีกครั้งหลังจากพักผ่อนไปได้เล็กน้อย มือกำดาบไม้แน่น ในหัวใจไม่มีสิ่งใด นอกจากคำอาจารย์ที่ว่า“หากเจ้ามิอาจฝึกจิตให้สงบในหมู่ความวิเวก เจ้าก็ไม่มีวันก้าวข้ามขอบเขตวรยุทธได้”ทุกย่างก้าว นางต้องเผชิญทั้งความเงียบ ความหิว และความกลัวบางคืน เสียงสัตว์คำรามดังก้องในหุบเขาบางยาม ลมเย็นพัดผ่านจนเหมือนมีเงาผู้คนเดินตามอยู่ข้างหลัง แต่เมื่อหลับตาและปล่อยใจเข้าสู่สมาธิ นางกลับสัมผัสได้ถึงจังหวะของลมหายใจที่ผสานกับเสียงป่า ใบไม้ไหว คือการเต้นของพลังชีวิตสายน้ำที่ไหล คือการหมุนเวียนแห่งลมปราณและในที่สุด นางก็เข้าใจว่า “วรยุทธ มิได้อยู่ในคัมภีร์ แต่อยู่ในหัวใจผู้ไม่ยอมแพ้”ในป่า จากเด็กสาวที่กลัวเสียงสัตว์กลายเป็นนักยุทธที่ยืนหยัดได้กลางพายุฝนมือขวาจับดาบนิ่งสงบ ดวงตาแน่วแน่พลังภายในพลุ่งพล่านเหมือนสายน้ำที่ไหลกลับสู่ต้นธาร ราตรีนั้น ฟ้าปิดเงียบไร้ดา

  • ดอกหญ้าทะยานฟ้า   ก้าวแรกสู่ความกล้า

    เช้าวันต่อมาสองคนอาจารย์กับลูกศิษย์เมื่อกินข้าวกันเสร็จ ก็เตรียมตัวที่จะออกไปเดินป่าปกติเด็กน้อยจะไม่ค่อยได้ออกไปเดินป่าสักเท่าไหร่เพราะว่าในป่านั้นมันอันตรายชายชราจึงไม่อยากให้นางได้ไป แต่วันนี้นางมีวรยุทธถึงขั้นหนึ่งแล้ว นางจึงจำเป็นที่จะต้องหาประสบการณ์บ้าง ชายชราเพียงส่งเด็กน้อยไว้ในป่าที่เขาสา

  • ดอกหญ้าทะยานฟ้า   ปักปิ่น

    ชายชราลงเขาเพื่อไปหาเครื่องประดับสำหรับสตรีสำหรับเขาแล้วไม่เคยชินสำหรับการสรรค์หาสักเท่าไหร่ หมู่บ้านเล็กๆที่มีของขายมากมายส่วนมากจะเป็นผู้ที่มีวรยุทธ์ไปจับจ่ายซื้อของที่ได้มาจากเขา นายพรานชอบล่าสัตว์ป่าบางประเภทที่หายากมาขาย แร่ธาตุต่างๆที่เหมาะสมสำหรับฝึกวรยุทธ์ รวมไปถึงส่วนใดส่วนหนึ่งของสัตว์ เช

  • ดอกหญ้าทะยานฟ้า   ตื่นแล้ว

    ภาพนี้หยุดนิ่งอยู่เนินนานเลือดที่ออกจากทวารทั้งเจ็ดนั้นไม่ได้แห้งเหือดไปเหมือนไหลอยู่ตลอดเวลา ชายชราไม่ดื่มไม่กินยืนเฝ้าเด็กสาวผู้นี้และคอยฟังเสียงลมหายใจที่แผ่วเบาตลอด พอถึงเช้าวันที่แปดเหมือนสีหน้าของเด็กสาวผู้นั้นจะดีขึ้นและเลือดเริ่มหยุดไหลแล้ว ลมหายใจของนางเร็วและถี่ขึ้นเหงื่อนั้นท่วมใบหน้า บ

  • ดอกหญ้าทะยานฟ้า   เลือกดวงดาว

    เหมือนว่าแรกๆนางจะไปได้ไวมากแต่เหมือนตอนนี้ว่านางเริ่มจะชะงักแล้วชายชราจึงมองออกถึงปัญหาของนางว่าตอนนี้นางยังไม่สามารถที่จะสัมผัสกับดวงดาวได้ ตอนนี้นางแค่สัมผัสกับใจของตัวเองเพื่อไม่ให้จินตนาการไปให้เกิดความกลัวตอนนี้ใจนางบริสุทธิ์ก็จริง แต่ยังไม่สามารถรับพลังของดวงดาวได้ อาจจะเป็นเพราะว่านางกังวลเ

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status