ตรางูขาวพันธนาการแห่งชะตา

ตรางูขาวพันธนาการแห่งชะตา

last updateLast Updated : 2026-01-10
By:  Sanassetong Ongoing
Language: Thai
goodnovel12goodnovel
Not enough ratings
10Chapters
550views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

ไป๋เสวี่ยหลาน (ชื่อเล่น: เสวี่ยหลาน) เด็กกำพร้า แม่ถูกฆ่าตาย พ่อหายสาบสูญตั้งแต่เด็กถูกเลี้ยงโดยพ่อค้าเร่ แสร้งเป็นหญิงธรรมดา แต่ภายในร่างมี ตราสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ “งูขาว” ที่สืบทอดมาโดยไม่รู้ เสวี่ยหลานถูกลากเข้าสู่ยุทธภพหลังพ่อค้าผู้เลี้ยงนางมาถูกฆ่า นางถูกไล่ล่า จนเผลอเปิดเผยพลังทำให้ทั้งยุทธภพเริ่มจับตามอง นางเข้าร่วม “สังเวียนประลองโลหิต” ที่เหล่าคนหนุ่มสาวแข่งขันวรยุทธเพื่อเลื่อนขั้น จนได้ฉายา “งูขาวโลหิต”ได้พบพันธมิตรและศัตรู เสวี่ยหลานสืบพบว่าแม่แท้จริงเคยเป็น “จ้าวพิษบุปผา” หนึ่งในหญิงผู้ครองยุทธภพ การตายของแม่เกี่ยวข้องกับการแตกหักของ 12 ตราศักดิ์สิทธิ์ นางต้องเลือกว่า จะฟื้นฟูเกียรติยศของมารดา หรือจะทำลายวัฏจักรแห่งอำนาจ สี่สำนักใหญ่เริ่มรบพุ่งกันเพื่อชิงตรา เสวี่ยหลานถูกผลักให้กลายเป็นผู้นำกองกำลังของผู้ถูกกดขี่ทในที่สุด นางตัดสินใจสร้าง “สำนักไร้ตรา” ที่ไม่ขึ้นต่อใคร ศึกสุดท้ายคือการเผชิญหน้ากับผู้ถือ “ตรามังกรทอง” ที่แท้จริงแล้วเป็นบิดาที่หายสาบสูญ

View More

Chapter 1

ดินแดนแห่งยุทธภพ

"Tenanglah kita akan mencari dananya. Aku akan membantumu untuk mencari pinjaman," ucap Luna menenangkan sahabatnya.

"Dari mana? 30 juta bukan uang yang sedikit Luna! Dari mana kita bisa mendapatkan uang itu, ibuku, ibuku sudah sangat kesakitan." Uuna menangis mencurahkan seluruh isi hati dan pikirannya.

"Aku tahu, jika seperti ini pun kita tidak bisa menyelesaikan masalah, Uuna! Kamu harus kuat demi ibumu!" Luna terus mengusap punggung sahabatnya, berusaha menenangkan gadis malang itu.

"Iya, aku harus kuat, demi Ibu," ucap Uuna lirih.

Uuna melihat jam di tangannya, kemudian dia tersadar harus berangkat bekerja di sebuah kantin rumah sakit, "Aku harus pergi, aku sudah sangat terlambat." Ucapnya bangkit dari duduk.

"Apa kamu yakin akan bekerja?" tanya Luna cemas.

"Iya! Aku harus mengumpulkan banyak uang untuk ibuku," sahutnya seraya merapikan pakaiannya yang berantakan.

"Hemm, hati-hati lah .... semangat!" Luna memberi dukungan.

Di rumah sakit

Uuna berjalan dengan sangat cepat di koridor ketika akan mengantarkan makan siang salah seorang dokter SpOG.

Uuna mengetuk pintu itu dengan sangat hati-hati, takut di dalam masih ada pasien.

"Masuk...!" ucap seseorang dari dalam.

"Permisi Dok, ini makanannya," ucap Uuna

Ketika memasuki ruangan dokter SpOG, dan ternyata ruangan itu sepi.

Uuna meletakan makan di atas meja. Ketika Uuna hendak berbalik ia melihat brosur bertuliskan donor ginjal. Entah bagaimana di dalam otaknya terlintas perkataan 'Kenapa tidak kamu donorkan saja ginjalmu, Uuna?!'

"Maaf Dok, apa berbahaya jika kita mendonorkan salah satu ginjal kita?" tanya Uuna sambil menggigit bibir bawahnya.

"Kenapa? Apa kamu tertarik?" tanya dokter Nadia penasaran.

"Emm ... sedikit," jawabnya ragu.

"Ada masalah apa, Uuna? Apa ada sesuatu yang urgent sehingga kamu harus mendonorkan ginjalmu?" tanya dokter Nadia yang sudah mengenal Uuna karena sering kali gadis itu yang mengantarkan pesanan makanannya.

Uuna memang sangat membutuhkan biaya untuk ibunya, tanpa pikir panjang ia mengiakannya, "Ya, Dok, saya ingin mendonorkan ginjal saya agar mendapatkan uang. Apa itu aman?!" tanya Uuna dengan suara menggebu-gebu.

Dia merasa yakin bahwa ini satu-satunya jalan untuk mendapatkan uang.

"Tergantung fisik si pendonor itu sendiri, Uuna. Tapi, itu sangat beresiko tinggi bagi masa depanmu," ujar Dokter Nadia memperingati.

"Tidak masalah, yang terpenting Saya mendapatkan uang yang halal untuk pengobatan Ibu saya," jawab Uuna dengan binar di matanya.

Nadia memandang lekat wajah Uuna, ia kembali teringat akan kerabatnya yang baru saja berkonsultasi dengannya, "Apa hari ini kamu ada kuliah?!" tanya Nadia.

"Tidak Dok," jawab Uuna cepat.

"Datanglah ke apartemen Saya! Saya akan menjelaskan sesuatu di sana. Kamu bisa datang jam 5 sore ini, kan, Uuna?" pinta Nadia, dan Uuna pun menyanggupinya.

Sore harinya Uuna sudah berada di ruang tamu dokter Nadia. Nadia menjelaskan betapa ber resikonya melakukan donor ginjal.

"Aku mempunyai pilihan lain untuk kamu Uuna, jika kamu bersedia meminjamkan rahimmu selama satu tahun dan melahirkan seorang anak, maka kamu akan mendapatkan uang untuk tunjangan hidup Ibu dan kualihmu.

"Maksud Dokter?!" tanya Uuna masih tidak mengerti.

"Begini, Uuna. Salah seorang kerabat saya memiliki sebuah masalah pelik dalam keluarganya. Mereka menginginkan keturunan tanpa harus menikahkan putra mereka. Salah satunya dengan cara melakukan inseminasi buatan dan menitipkan benih itu di rahim seseorang. Namun kriteria yang mereka inginkan sangat tinggi. Sudah satu bulan ini aku mencarinya Uuna, dan menurutku kamu sangat Cocok. Uang 30 juta akan langsung mengalir ke rekening kamu dan Ibumu bisa langsung dioperasi." Dokter Nadia berusaha menjelaskan sedetail mungkin.

"Tapi, bagaimana bisa saya mengandung anak seseorang? Dan bagaimana jika dunia tahu saya sedang mengandung anak tanpa Ayah?!"

"Dunia tidak akan tahu, Uuna. karena semua data Kamu akan saya amankan. Dan Kamu pun tidak akan tahu siapa Ayah dari bayi Kamu. Saat bayi itu lahir, dia akan langsung diambil oleh keluarganya. Semua proses kita lakukan diam-diam," jelasnya lagi.

"Apa itu tidak terlalu kejam, Dok?!"

"Kehidupan ini memang kejam, Uuna. Dan tidak ada yang gratis di dunia ini!!"

Uuna hanya bisa terdiam membayangkan dirinya akan berpisah dengan anaknya yang bahkan belum tumbuh di rahimnya. Tak lama ponsel dia pun bergetar, tertera nama bibinya di layar ponselnya.

"Halo, Bi!" ucapnya dengan suara yang parau.

"Uuna, Ibu Kamu sudah dibawa ke rumah sakit, dan kita butuh uang segera Una. Paling tidak untuk perawatan Ibumu saat ini!" Suara di seberang sana terdengar sangat panik.

"Tapi Uuna belum pegang uang itu Bi, Uuna akan mencari pinjaman dulu. Bibi tunggulah Ibu di sana!" pinta Uuna dengan nada yang sangat lemah. Ia takut kondisi ibunya akan semakin parah, sementara ia sendiri belum mendapatkan pinjaman dari manapun.

**

Sementara itu, di tempat lain. Sebuah dilema tengah melanda Melissa Miller.

Tuan Malik Hayes semakin hari semakin memprihatinkan, keinginannya untuk melihat Cicitnya semakin menuntut bagi Malissa yang dia sendiri sangat prihatin dengan keadaan putranya.

"Cepat temukan metode yang cocok untuk melakukan pembuahan dan wanita yang sesuai dengan kriteria yang kita inginkan." ujar Melissa Miller dengan menatap kosong jendela kamarnya.

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
10 Chapters
ดินแดนแห่งยุทธภพ
ใต้หล้าแห่งนี้ มิได้มีราชา มิได้มีสวรรค์ชี้นำ มีเพียง พลังแห่งวรยุทธ เท่านั้นที่ชี้ขาดชะตาชีวิตผู้คน ดินแดนยุทธภพ แผ่นดินกว้างใหญ่ที่แสงอาทิตย์มิอาจส่องทั่วถึง ปกคลุมด้วยหมอกควันแห่งสงครามและเลือดสังเวยแห่งความทะเยอทะยาน ที่นี่… ความถูกผิดถูกกลืนหายไปตั้งแต่ยุคบรรพกาล เหลือเพียง “กำลัง” และ “เจตจำนงแห่งคมดาบ” เท่านั้นที่ยังคงอยู่เหนือยอดเขา มีสำนักใหญ่ครอบครองฟ้าเบื้องบน กลางแผ่นดิน มีเจ้าพรรคผู้ปกครองดินแดนด้วยกำลังมือ ใต้เงาหุบเหว มีเหล่ามารผู้ซ่อนเร้น รอวันกลืนกินแสงสว่าง ทุกชีวิตที่ถือกำเนิดในโลกนี้ ล้วนถูกกำหนดด้วยพลังในลมปราณและเส้นทางที่ตนเลือก คำว่า “ยุทธภพ” จึงมิใช่เพียงชื่อเรียก หากคือ สนามประลองแห่งโชคชะตา ผู้ไร้พลัง ย่อมเป็นเหยื่อ ผู้มีพลัง แต่ไร้ใจ ย่อมเป็นอสูร และผู้ที่มีทั้งพลังและใจ ย่อมต้องแบกรับชะตาของโลกทั้งผืนไว้ในฝ่ามือ ในแต่ละราตรี มีเสียงกระบี่ที่ยังมิได้ชำระความในแต่ละรุ่งอรุณ มีโลหิตที่ยังมิทันแห้งกรังผู้ฝึกยุทธนับหมื่นชีวิตยอมสละเลือดเนื้อ เพื่อไขว่คว้า “หนึ่งก้าวเหนือฟ้า” เพราะเพียงแค่ก้าวเดียวที่ยืนสูงกว่าผู้อื่น คือเส้นแบ่งระหว่าง ผู้เป็นตำนาน และ ผู
Read more
เช้าของคนแร่
แสงอรุณแรกของฤดูปลายวสันต์สาดลงมาบนตลาดเล็ก ๆ ริมทางการค้า หมอกเช้าลอยเอื่อยเหนือหลังคามุงฟาง กลิ่นควันไฟจากเตาถ่านผสมกับกลิ่นใบชาที่เพิ่งคั่ว เสียงเจื้อยแจ้วของเด็ก ๆ วิ่งไล่กันในตรอก เสียงเอะอะโวยวายของคนที่เดินผ่านตอนเด็กน้อยวิ่งไล่กันจนจะชนเขา เด็กน้อยหันมาทำหน้าล้อเลียนแล้ววิ่งหนีไป ทำให้เช้าวันนี้ดูเหมือนเช้าที่ผ่านมา อบอุ่น เงียบง่าย และไม่สำคัญต่อผู้ใดในยุทธภพที่แสนโหดร้าย ไป๋เสวี่ยหลานเด็กน้อยวางกาน้ำชาดินเผาลงบนโต๊ะไม้เตี้ย เสียงน้ำร้อนเดือดพล่านดัง ปุดปุด ขณะเธอค่อย ๆ รินลงถ้วยดินเผาสีน้ำตาล เสียงกระทบกันเบา ๆ คล้ายระฆังเล็ก สาวน้อยยิ้มบางให้ชายชราที่นั่งรออยู่พลางยื่นถ้วยไป “เชิญเจ้าค่ะ ลุงหลี่ วันนี้ชารสเข้มหน่อยนะ ดืมให้อร่อยเจ้าค่ะ”เด็กน้อยกล่าวขึ้น ชายชราหัวเราะแห้ง ๆ พลางยื่นเหรียญทองแดงสองสามอันใส่มือเธอ และสูดดมชาที่หอมกรุ่นก่อนที่จิบเล็กน้อย พอริ้มรสแล้วรู้สึกว่าไม่ร้อนมากก็กระดกใส่ปากทันที“เสวี่ยหลาน เด็กน้อยเอ๋ย หากมีลูกสาวเช่นเจ้าอยู่บ้าน ข้าคงไม่เหงาอย่างนี้ ”ชายชรากล่าวขึ้น เด็กน้อยหัวเราะเบา ยกชายผ้าพันแขนปาดเหงื่อออกจากหน้าผาก พลางหันไปเรียกพ่อค้าเร่ผู้ห
Read more
ของเก่าสร้อยและงู
เมื่อเด็กน้อยทุกคนกลับไปแล้วเด็กน้อยเสวี่ยหลานก็ไปช่วยพ่อจัดผ้าอีก พ่อจึงก็หยิบกล่องไม้เล็ก ๆ ออกมา เปิดเผยวัตถุที่เสวี่ยหลานเห็นเพียงไม่กี่ครั้งในชีวิตสร้อยหยกรูปงูขาว เด็กน้อยมองด้วยความอยากรู้นางมองและจดจำลักษณะของมัน หยกนั้นขาวสะอาดจนแทบเรืองแสง ลวดลายสลักเป็นเกล็ดเรียงละเอียด เมื่อแสงแดดส่องต้องกลับสะท้อนเป็นประกายเย็นเยียบอย่างประหลาด เด็กน้อยทำตาลุกวาวเมื่อเห็นแสงสะท้อนอย่างประหลาดนั้นมากระทบตาตัวเอง นางมองเลยไปจนเห็นพ่อ ที่มองหยกอยู่นานก่อนจะยื่นให้เสวี่ยหลาน เด็กน้อยสะดุ้งเล็กน้อยไม่ใช่ว่าหนังจ้องมองขนาดนั้นจนพ่อรู้ว่านางแอบจดจำรายละเอียดแล้วหรือนางจึงไม่กล้ายื่นมือเข้าไปจับ“รับเอาไปสิ มันเป็นของเจ้า จำไว้นะ หลานเอ๋ย ของสิ่งนี้อย่าให้ใครเห็น ” น้ำเสียงเขาเต็มไปด้วยความจริงจังผิดจากทุกวัน ทำให้ผู้ฟังที่ไม่เคยกินเกิดความรู้สึกในใจว่าเหมือนกำลังจะมีอะไรเปลี่ยนแปลง“ของสิ่งนี้ คือของที่แม่เจ้าทิ้งไว้ให้ จงเก็บรักษามันให้ดี มันอาจนำพาเคราะห์ร้ายมา แต่ก็อาจเป็นสิ่งเดียวที่จะคุ้มครองเจ้าได้”เสวี่ยหลานชะงัก ดวงตาสั่นไหว นางไม่ค่อยได้ถามถึงมารดา เพราะทุกครั้งที่ถาม พ่อมักเลี่ยงเสีย
Read more
เสียงหัวเราะที่หายไป
เมื่อชายวัยกลางคนจัดของเสร็จวันพรุ่งนี้รุ่งเช้าเขาก็จะพาลูกออกเดินทาง เขาจึงเข้าไปดูลูกน้อย เมื่อเข้าไปแล้วก็เห็นว่าลูกยังไม่นอนกำลังเย็บผ้าที่เสียหายอยู่ ผู้เป็นพ่อนั่งลงตรงหน้าของลูก แสงตะเกียงสั่นไหวในห้องเล็ก พ่อจ้องมองดวงตาของบุตรสาวที่ยังใสซื่อ เขายกมืออันหยาบกร้านจากงานหนักลูบศีรษะเธอแผ่วเบา น้ำเสียงต่ำช้าแต่หนักแน่นเอ่ยว่า“ลูกเอ๋ยจำไว้นะ...อย่าบ่ายเบี่ยงกับคนแปลกหน้า”เด็กสาวขมวดคิ้ว น้ำเสียงสั่นถามเบา “ทำไมเจ้าคะ พวกเขาไม่ใช่คนดีหรือ?”พ่อถอนหายใจยาว แววตาเต็มไปด้วยความอาทรปนเศร้าลึก “เพราะโลกนี้...ไม่ได้มีที่สำหรับความอ่อนแอ บางครา การปฏิเสธเพียงเล็กน้อยอาจเปลี่ยนเป็นหอกที่หันกลับมาทิ่มแทงเจ้าเอง”เงียบงันครู่หนึ่ง ก่อนที่พ่อจะจับไหล่ลูกแน่น “หากเจ้าจำเป็นต้องยอม ก็ยอมอย่างฉลาด หากต้องเอ่ยถ้อยคำ ก็เอ่ยด้วยใจเย็น อย่าเผยความกลัวออกมาเด็ดขาด”คำสอนนั้นแทรกซึมในใจเด็กสาว ไม่ใช่เพียงคำเตือนเรื่องคนแปลกหน้า แต่คือการบอกนัยว่าทางข้างหน้ามีเพียงความโหดร้ายรออยู่ ผู้เป็นลูกพยักหน้าให้กับพ่องึกๆ พ่อสบสายตาลูกยิ้มให้เล็กน้อย เด็กผู้นี้แต่ก่อนมีนิสัยที่ร่าเริงแต่มาวันนี้เกิดเรื่องแ
Read more
คำคืนที่ไม่เหมือนเดิม
ลมราตรีพัดกรรโชกผ่านป่าไผ่ เสียงใบไผ่เสียดสีกันราวกับเสียงคร่ำครวญจากวิญญาณเร้นลับภายในเรือนเล็กกลางหมู่บ้าน ไป๋เสวี่ยหลานเด็กสาวนั่งเย็บเสื้อผ้าใต้แสงตะเกียงน้ำมัน แสงอุ่นส่องขับดวงหน้านวลที่ยังไร้เดียงสา ดวงตาคู่นั้นยังเต็มไปด้วยความฝันเรียบง่าย ใช้ชีวิตอยู่กับบิดาเงียบสงบไปวัน ๆ พรุ่งนี้เช้าทั้งสองจะออกเดินทางไปขายผ้าที่ถิ่นใหม่แล้ว ไป๋เสวี่ยหลานเย็บผ้าตัวนี้เสร็จก็จะเขานอน แต่คืนนี้ที่ควรจะสงบสุข กลับแปรเปลี่ยนเป็นฝันร้ายที่ยากลืมเลือน "ตึง! ตึง! ตึง!เสียงของประตูไม้ที่ถูกถีบแตกดังสะท้านไปทั่วเรือน ก่อนที่เงาดำหลายสายจะทะยานเข้ามาอย่างรวดเร็วบิดาของไป๋เสวี่ยหลาน นามว่าไป๋อหมิงพ่อค้าเร่ที่ทุกทุกคนพูดถึง พุ่งออกมาขวางด้วยดวงตาเด็ดเดี่ยว เขาเพียงทันคว้าดาบเก่า ๆ ขึ้นมาในมือ“หลานเอ๋อร์ถอยไปอยู่หลังข้า!” เสียงเขาก้องดังก้องไปทั้งห้องเพลี้ยง! เพลี้ยง! เพลี้ยง!เสียงดาบปะทะกับอาวุธของผู้บุกรุก เสียงโลหะเสียดสีกันจนเกิดประกายไฟในความมืด ไป๋เสวี่ยหลานตัวสั่นงันงกเมื่อเห็นโลหิตสาดกระเซ็นออกมาจากแขนของบิดา หัวใจของนางนั้นเต้นดววตาของนางก็เริ่มพร่ามัวเหมือนมีอะไรมาบังสายตาให้มันมัวลงไป
Read more
ลมแรกของตรา
เสียงฝีเท้าในค่ำคืนยังตามหลอกหลอนในห้วงฝันของเด็กสาว ลมกลางดึกพัดผ่านผนังไม้ กรีดเสียงคล้ายมีดเฉือนใจของนาง วันนั้น...แสงเพลิงส่องลอดประตู เสียงโลหะกระทบกันก้องกังวาน นางเองได้แต่ยืนตัวสั่น มองเงาของพ่อที่ยกดาบขึ้นปะทะกับคนชุดดำในความมืด“หนีไป...!”เป็นเสียงสุดท้ายที่พ่อพูดกับนางและพลักนางให้ออกจากบ้านหลังนั้น ก่อนที่เงานั้นจะกลืนร่างท่านหายไปในม่านควัน นางวิ่งไปในความมืด หัวใจเต้นรัวดั่งจะระเบิด เสียงดาบยังดังไล่หลัง เหมือนเตือนให้จำว่าข้ายังมีชีวิตได้เพราะใคร หลายคืนแล้วที่นางไม่อาจหลับสนิท ทุกครั้งที่ปิดตา เขายังเห็นแผ่นหลังของพ่อยืนอยู่ท่ามกลางเพลิง แผ่นหลังที่สั่นไหวด้วยลม แต่ไม่เคยสั่นด้วยความกลัว นางอยากกลับไปกอดพ่ออีกครั้ง อยากบอกว่าตัวเขาจะไม่หนีอีกต่อไป นางจะเติบโต...ให้คู่ควรกับเลือดที่พ่อทิ้งไว้ในคืนนั้น ครั้นนางจะหยุดพักก็เหมือนว่ามีคนกำลังวิ่งตามพอมองออกไปก็ไร้วี่แววของผู้คน นางได้แต่คิดอยู่ในใจ ในเมื่อนางหนีมาหลายวันหลายคืนแล้ว ทำไมเสียงนั้นยังตามหลอกหลอนนางอยู่ ถามว่านางน่าจะคิดไปเองว่ายังมีคนวิ่งไล่ตามอยู่ตลอดเวลา ลมหนาวยามค่ำยังคงพัดผ่าน เด็กสาวเงยหน้ามองฟ้า เห็นดวง
Read more
เสียงของตรา
สายลมยามค่ำคืนเย็นเยียบจนแทงทะลุผิวกายหญิงสาวพิงผนังหินในถ้ำลึก มือกุมหน้าอกแน่น ใบหน้าเปื้อนเหงื่อและฝุ่น นางหอบหายใจแรงราวกับเพิ่งหนีตายมาไกลหลายลี้ นางมองซ้ายมองขวาด้วยความหวาดกลัว ถ้ำนี้ดีหน่อยที่มีคบเพลิงอยู่สามสี่อัน นางจุดคบเพลิงขึ้นเพียงอันเดียวก็เพียงพอให้แสงสว่างแล้ว เพราะเป็นตอนกลางคืนและถ้ำเองก็มืด คบเพลิงอันเดียวก็ส่งแสงสว่างเพียงพอ เสียงน้ำหยดจากเพดานถ้ำดังเป็นจังหวะช้า ๆ ผสมกับเสียงหัวใจเต้นที่ดังชัดในอกความเหนื่อยล้าเข้ามาปะปน นางหลับตา สูดลมหายใจลึกเพื่อข่มความสั่นแต่ยิ่งพยายามสงบเท่าไร เสียงนั้นกลับยิ่งชัดขึ้น... “เลือดของข้า... ไหลเวียนในตัวเจ้าแล้ว”หญิงสาวสะดุ้งเฮือก ลืมตาขึ้นกวาดมองรอบถ้ำไม่มีใคร ไม่มีเงาของผู้คน มีเพียงเปลวไฟจากคบเพลิงที่นางจุดไว้สะท้อนอยู่บนผนังหินซึ่งไร้คนอื่นๆ เปลวเพลิงเองก็นิ่งเงียบราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน“ใคร... ใครอยู่ที่นั่น!”เธอตะโกนถาม เสียงสะท้อนกลับมาเพียงคำพูดของตนเอง"ใคร...ใครอยู่ที่นั่น!"สักพักใหญ่ๆก็มีเสียงอีกเสียงที่ไม่ใช่เสียงสะท้อนของนาง“ข้า... คือเจ้า”“และเจ้าคือผู้สืบตราแห่งอสรพิษขาว”เสียงนั้นดังขึ้นในหัวชัดเจ
Read more
รอยแห่งพันธนา
แสงอรุณสาดลอดปากถ้ำเข้ามาอาบผนังหิน เงาแสงสีทองอุ่นจางส่องต้องใบหน้าของหญิงสาว เด็กน้อยค่อย ๆ ลืมตาขึ้นจากห้วงฝันอันพร่าเลือน ความฝันที่เต็มไปด้วยเสียงกระซิบ เสียงลมหายใจของอสรพิษ และแสงเงินที่เลื้อยอยู่รอบกาย ทั้งตื่นเต้นและหวาดกลัวไปในที่แผลตอนที่นางลืมตาตื่นขึ้นมาหัวใจของนางยังเต้นไม่เป็นจังหวะ หัวใจที่เต้นถี่ ความเย็นจากพื้นหินยังคงซึมเข้าสู่ร่างเรื่อยๆ“เมื่อคืน... มันคือความฝันงั้นหรือ?”หญิงสาวพึมพำเบา ๆกับตัวเองพรางบิดขี้เกียจ และมือบางบางของนางก็เลื่อนไปแตะที่ต้นคอของตัวเองเบาๆ ความเย็นเฉียบแผ่วผ่านปลายนิ้ว ก่อนที่นางจะชะงักมือด้วยความตกใจ เมื่อเห็นบางสิ่งสะท้อนในแสงยามเช้า มันเป็นคล้ายๆกับเกล็ดเงินเล็กละเอียดปรากฏชัดบนผิวจองนาง เรียงเป็นลวดลายโค้งคล้ายเกล็ดงู นุ่มเรียบแต่มันส่องแสงสีขาวราวโลหะกระทบกับแสงอาทิตย์“นี่มัน...” นางสูดลมหายใจสั้น ร่างทั้งร่างสั่นสะท้าน รอยนั้นไม่จางหาย ไม่ใช่รอยสัก ไม่ใช่แผลแต่เหมือนเป็น “ส่วนหนึ่งของร่าง” ไปแล้วความหวาดกลัวแล่นวูบเข้าสู่ใจ แต่ลึกลงไป... มีบางสิ่งหนึ่งที่เหมือนกำลัง ปลุกเร้า นางจากภายใน เสียงนั้น... กลับมาอีกครั้ง “อย่ากลัว.
Read more
ผู้เฒ่ากลางพายุ
สายหมอกยามเช้าคลอเคลียยอดไม้ เสียงน้ำจากธารภูเขาไหลรินอย่างสงบ หญิงสาวเดินเซอย่างเหนื่อยล้าท่ามกลางผืนป่าที่ทอดยาวไร้สิ้นสุด เท้าทั้งสองเปื้อนโคลน เลือดแห้งกรังอยู่ตามขาและแขน แต่ดวงตา... ยังส่องประกายแน่วแน่ นางนั้นวิ่งหนีออกจากถ้ำตั้งแต่เมื่อคืนยังไม่ได้หยุดพักเนื่องจากว่าหากหยุดพักก็กลัวว่าจะถูกตามทัน และเหมือนมีพลังบางอย่างที่ทำให้ไม่สามารถที่จะหยุดพักได้“อีกนิดเดียว...” เด็กน้อยพึมพำเบา ๆราวกับเสียงกระซิบในหัวตอบกลับทันที “หนทางของตรา ไม่ใช่การหนี... แต่คือการ ตื่นรู้”เสียงเมื่อคืนที่นั่งได้ยินนั้นดังอีกครั้ง“ข้าไม่ต้องการมัน...” นางตอบเสียงแผ่ว “ตรานี้นำแต่ความตาย...หากไม่เรียนรู้จะควบคุม พลังนั้นจะกลืนเจ้าในที่สุด”คำพูดนั้นยังดังก้องอยู่ในใจ จนนางแทบไม่รู้ว่าตนเองเดินมาถึง “หุบเขาแห่งพายุ” ตั้งแต่เมื่อใดหมอกหนาทึบและลมแรงพัดหมุนตลอดเวลา ต้นไม้รอบด้านเอียงเอนไปตามแรงลม เสียงกรีดของพายุทำให้ทุกก้าวกลายเป็นการต่อสู้นางพยายามหาที่หลบ แต่ลมกลับพัดรุนแรงกว่าเดิม จนกระทั่ง“เจ้า... ทำไมถึงมาที่นี่ได้”เสียงหนึ่งดังขึ้นเหนือเสียงพายุ หญิงสาวเงยหน้ามอง เห็นชายชราผู้หนึ่งยืนอย
Read more
ลมหายใจแห่งเลือด
เสียงลมพัดหวิวรอบหุบเขาไม่เคยสงบ ตั้งแต่เมื่อวานจนเข้าสู่วันใหม่ หมอกบางเคลื่อนไหวดั่งมีชีวิต ขณะที่หญิงสาวนั่งขัดสมาธิอยู่กลางลานหินเปียก ลมหายใจของนางสม่ำเสมอแต่เต็มไปด้วยความกดดัน สายฝนที่ตกต่อเนื่องราวไม่รู้จักจบจักสิ้นมันตกทั้งวันทั้งคืน แต่กลับไม่อาจดับความร้อนที่พลุ่งพล่านในโลหิตของหญิงสาว ชายชรายืนห่างออกไปไม่กี่ก้าวดวงตาเขาปิดอยู่ แต่เขารับรู้ได้ถึงทุกการสั่นไหวในลมหายใจของนาง“จงฟังเสียงลมในกายเจ้า...”เสียงทุ้มของเขาเอื้อนเอ่ย “ลมหายใจที่หนึ่งคือ การตื่นของตรา — เจ้าผ่านมาแล้ว แต่ลมหายใจที่สองคือ การยตอมรับเลือดของมัน หากใจเจ้าไม่มั่นคง มันจะกลืนเจ้าจากภายใน”เสียงชายชรากล่าวขึ้นอย่างไม่รีบร้อน หญิงสาวหลับตาแน่น พยายามสงบใจเสียงฝนกลายเป็นจังหวะเดียวกับหัวใจของนางเสียงสายลมแผ่วเบาจนแยกไม่ออกว่า มาจากนอกกาย... หรือในกาย“เจ้าคือเลือดของข้า..จงฟังข้า... และเจ้าจะไม่ต้องเจ็บปวดอีก...”เสียงกระซิบกลับมาอีกครั้งหลังจากที่มันไม่ได้กระซิบกับนางมาเป็นเวลาหนึ่งวันแล้ว เสียงที่แผ่วเบาแต่ชัดเจนราวกับอยู่ในหู ภาพวูบวาบแล่นผ่านในห้วงสำนึก เงาร่างของพ่อที่ล้มลงกลางเพลิง มือที่ผลักนางอ
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status