INICIAR SESIÓNม่านใหมคิดว่าเธอฝังอดีตไว้ลึกพอแล้ว จนกระทั่ง อคินทร์ ชายผู้มีโลกททั้งใบอยู่ในกำมือ ปรากฏตัวขึ้นพร้อมประกาศว่าเขาจะทวงคืนทุกอย่าง…ทั้งร้านกาแฟเล็กๆและลูกสาวที่เขาทิ้งไปเมื่อห้าปีก่อน งานนี้ต่อให้ต้องทุ่มเงินทั้งอาณาจักรเพื่อแลกกับรอยยิ้มของเธอ เขาก็พร้อมจะทำ
Ver másเสียงกระดิ่งหน้าร้านกาแฟ 'ม่านไหมคอฟฟี่' ดังกรุ๊งกริ๊งต้อนรับยามบ่ายที่ค่อนข้างเงียบเหงา ม่านไหม วางถ้วยเซรามิกในมือลงบนเคาน์เตอร์ไม้ขัดมัน ก่อนจะเงยหน้าขึ้นจากสมุดบัญชีเพื่อกล่าวต้อนรับลูกค้าตามความเคยชิน
"ยินดีต้อนรับค่ะ รับอะไร..." ประโยคของเธอขาดห้วงไปทันที เมื่อเงยหน้าขึ้นสบตากับคนแปลกหน้า ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีเข้มแบรนด์หรูที่ดูแปลกแยกจากบรรยากาศร้านกาแฟเล็กๆ แห่งนี้ ดวงตาคมกริบคู่นั้น... ที่เธอจำได้แม่นยิ่งกว่าใบหน้าของตัวเอง กำลังจ้องมองเธอราวกับจะกลืนกิน อคินทร์ เขายืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ราวกับรูปปั้นที่มีชีวิต แววตาของเขาไหววูบในวินาทีแรกที่สบตากับเธอ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นความเรียบเฉยที่แฝงไปด้วยความรู้สึกยากจะหยั่งถึง "ไม่ได้เจอกันนานนะ... ม่านไหม" เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นพร่าเล็กน้อยอย่างที่เขาไม่อาจปกปิดได้ ม่านไหมรู้สึกเหมือนลมหายใจของเธอสะดุดไปชั่วขณะ เธอจิกเล็บลงบนขอบเคาน์เตอร์เพื่อดึงสติ ความโกรธแค้น ความเสียใจ และความทรงจำที่เธอพยายามฝังกลบไว้ตลอดห้าปีตีตื้นขึ้นมาจนจุกอยู่ที่ลำคอ "ที่นี่ร้านกาแฟค่ะ ถ้าจะมาสั่งกาแฟก็เชิญเลือกเมนูที่เคาน์เตอร์ แต่ถ้าจะมาเพื่อทวงถามความหลัง... ฉันคิดว่าคุณคงมาผิดที่" เธอพยายามบังคับน้ำเสียงให้ราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้หัวใจจะเต้นรัวจนแทบกระดอนออกมานอกอก อคินทร์ก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกก้าว กลิ่นน้ำหอมราคาแพงประจำตัวของเขาโชยมาแตะจมูก มันเป็นกลิ่นเดิม... กลิ่นที่เคยทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยที่สุด และตอนนี้มันกลับกลายเป็นกลิ่นที่ทำให้เธอรู้สึกหายใจไม่ออก "ห้าปีที่ผ่านมา... เธอสบายดีใช่ไหม" เขาถามประโยคที่แสนธรรมดา แต่สำหรับม่านไหม มันคือการตบหน้าเธอด้วยความเจ็บปวด "สบายดีมากค่ะ" เธอเชิดหน้าขึ้น สบตาเขาอย่างท้าทาย "ไม่มีคุณ... ชีวิตฉันกับลูกก็ปกติสุขดีมาก" คำว่า 'ลูก' ทำให้แววตาของอคินทร์เปลี่ยนไป ความเจ็บปวดฉายชัดขึ้นมาวูบหนึ่ง แต่ก่อนที่เขาจะทันได้เอ่ยอะไร เสียงฝีเท้าเล็กๆ ก็วิ่งตึงตังออกมาจากหลังร้าน "แม่คะ! น้องไหมทำการบ้านเสร็จแล้วค่ะ!" เด็กหญิงตัวน้อยวัยห้าขวบวิ่งถลาออกมา ใบหน้ากลมแป้นที่มีดวงตากลมโตและจมูกโด่งรั้นนั้น... มันเหมือนกับใครบางคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าม่านไหมราวกับพิมพ์เดียวกัน อคินทร์ชะงักงัน ร่างกายของเขาราวกับถูกสาปให้เป็นหินเมื่อสายตาปะทะเข้ากับใบหน้าของเด็กหญิง เขาหยุดหายใจไปชั่วขณะ และในวินาทีนั้นเองที่ความลับทั้งหมดที่ม่านไหมพยายามปกปิดมาตลอดห้าปี... ดูเหมือนจะพังทลายลงต่อหน้าต่อตา "แม่คะ... ใครหรอคะ? คุณลุงคนนี้หล่อจังเลย!" น้องไหมหยุดยืนข้างแม่ เอียงคอมองอคินทร์ด้วยความสงสัยใสซื่อ ม่านไหมตัวชาวาบ เธอรีบคว้าข้อมือลูกสาวไว้แน่นด้วยความตื่นตระหนก สายตาของเธอที่มองอคินทร์ในยามนี้ มีทั้งความหวาดระแวงและความเจ็บปวดที่ประดังเข้ามาพร้อมกันแสงแดดอ่อนโยนของช่วงเช้าตรู่ทอดยาวผ่านม่านโปร่งสีขาวเข้ามาภายในห้องนอนกว้าง ตกกระทบลงบนพื้นไม้ปาร์เกต์ขัดมันอย่างอบอุ่น เสียงคลื่นซัดสาดกระทบฝั่งเบาๆ ดังแว่วมาจากภายนอก หน้าต่างบานใหญ่เปิดรับอากาศบริสุทธิ์ของทะเลสาบโคโม่ ประเทศอิตาลี ลมเย็นพัดพาเอาความสดชื่นเข้ามาเติมเต็มปอด ม่านไหมในชุดคลุมอาบน้ำผ้าไหมเนื้อนุ่มยืนอยู่ที่ระเบียงห้องพัก กลิ่นหอมจางๆ ของกาแฟคั่วบดสดใหม่ลอยอบอวลมาจากมุมห้องครัวด้านหลังนี่คือสัปดาห์ที่สามแล้วที่เธอและรวีเดินทางมาพักผ่อนหลีกหนีความวุ่นวายจากโลกธุรกิจในกรุงเทพฯ ทริปนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การท่องเที่ยวพักผ่อนธรรมดา แต่เป็นการเยียวยาจิตใจและเติมเต็มช่องว่างที่เคยขาดหายไป หลังจากผ่านพ้นเรื่องราวอันหนักหน่วงและบททดสอบมากมายในอดีต บัดนี้ชีวิตของเธอก้าวเข้าสู่บทใหม่อย่างงดงามเสียงฝีเท้าแผ่วเบาก้าวเข้ามาใกล้ พร้อมกับอ้อมกอดอุ่นที่สวมกอดเธอจากด้านหลังอย่างคุ้นเคย คางคมเกยลงบนลาดไหล่มนของหญิงสาว พร้อมกับเสียงทุ้มนุ่มที่เอ่ยทักทายยามเช้า"ตื่นนานแล้วเหรอครับคนดี? ทำไมไม่นอนต่ออีกหน่อย อากาศกำลังสบายเลยนะ" รวีเอ่ยกระซิบชิดใบหู ลมหายใจอุ่นๆ ทำ1ให้ม่านไหมรู้สึกจั๊กจี้จน
แสงแดดยามบ่ายสาดส่องผ่านกระจกใสบานใหญ่ของห้องทำงานประธานบริหาร กลุ่มบริษัทอคินทร์ทอประกายอบอุ่น อาการตึงเครียดที่เคยเกาะกุมหัวใจของม่านไหมมานานแรมปีถูกแทนที่ด้วยความปลอดโปร่งโล่งสบายอย่างแท้จริง ซองเอกสารสีน้ำตาลที่ส่งตรงมาจากต่างประเทศของปารวีถูกเก็บเข้าแฟ้มอย่างมิดชิด ปิดฉากเรื่องราวอันมืดมนในอดีตลงอย่างสมบูรณ์แบบ ไม่มีเงาทมิฬ ไม่มีความหวาดระแวง และไม่มีความแค้นเคืองหลงเหลือให้อีกต่อไปในขณะที่ม่านไหมกำลังจัดการกับงานเอกสารชุดสุดท้ายบนโต๊ะทำงาน เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งตามมารยาท ก่อนที่ร่างเพรียวสง่าของเลขาฯ ส่วนตัวจะเดินเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเจื่อนๆ ที่ปิดไม่มิด"ท่านประธานคะ... เอ่อ คือว่ามีแขกมารอพบค่ะ" เลขานุการสาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงลังเลม่านไหมเงยหน้าขึ้นจากกองกระดาษ ขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความสงสัย "แขก? ฉันไม่ได้มีตารางนัดหมายส่วนตัวช่วงบ่ายนี้นี่คะ ใครกัน?""คือ... คุณแม่ของคุณค่ะ" เลขานุการตอบเสียงเบาคำว่า "แม่" ทำให้บรรยากาศรอบตัวของม่านไหมชะงักไปชั่วขณะ หัวใจที่เพิ่งสงบลงกลับไหววาระรัวขึ้นมาอีกครั้ง ไม่ใช่ด้วยความโกรธเกรี้ยวเช่นในอดีต แต่เป็นความรู้สึกซับซ้อนยากจะอธิบาย
แสงอาทิตย์สาดแสงสะท้อนผิวกระจกตึกระฟ้าใจกลางมหานครกรุงเทพฯ บรรยากาศยามเย็นของร้านอาหารบนดาดฟ้าหรูหราเต็มไปด้วยความผ่อนคลาย เสียงดนตรีแจ๊สบรรเลงแผ่วเบาคลอไปกับสายลมเย็นที่พัดโชยมาปะทะผิวกาย ม่านไหมในชุดเดรสยาวผ้าไหมสีเอิร์ธโทนเรียบหรู นั่งไขว่ห้างจิบไวน์ขาวเบาๆ พลางทอดสายตาชมทัศนียภาพยามค่ำคืนของเมืองหลวงที่เริ่มเปิดไฟระยิบระยับเบื้องหน้าของเธอคือรวี ชายหนุ่มในชุดสูทลำลองไม่ผูกเนกไทที่ยังคงรักษามาดกุมภาพันธ์ความอบอุ่นไว้อย่างเหนียวแน่น ตั้งแต่วันที่ม่านไหมประกาศตัวชัดเจนว่าจะยังไม่ขอรับรักและขอเว้นระยะความสัมพันธ์ รวีก็ไม่ได้ถอยห่างหรือแสดงความอึดอัดใจออกมาเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม เขากลับทำตามสัญญาที่จะ "จีบใหม่" ด้วยความเสมอต้นเสมอปลาย คอยดูแลเอาใจใส่ในฐานะเพื่อนสนิทและที่ปรึกษาคนสนิทที่รู้ใจเธอมากที่สุด"มองหน้าผมแบบนี้ มีอะไรจะติเรื่องอาหารหรือเปล่าครับ ท่านประธาน?" รวีเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์เล็กน้อย ขณะวางแก้วไวน์ลงบนโต๊ะม่านไหมหลุดหัวเราะเบาๆ "เปล่าเสียหน่อย ฉันแค่มองว่าคุณนี่แปลกคนดีนะ โดนปฏิเสธคำสารภาพรักไปแท้ๆ แต่ทำไมถึงยังดูอารมณ์ดีและขยันมาวนเวียนอยู่ใกล้ฉันได้ทุกวันไ
แสงแดดยามบ่ายสาดส่องผ่านกระจกใสบานใหญ่ของห้องประชุมใหญ่ สะท้อนเงาร่างโปร่งในชุดสูทกางเกงเข้ารูปสีครีมของม่านไหม เธอเพิ่งเสร็จสิ้นจากการประชุมร่วมกับคณะผู้บริหารชุดใหม่ บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความกระตือรือร้นและพลังงานเชิงบวกที่ขับเคลื่อนองค์กรไปข้างหน้า แต่อีกมุมหนึ่งของหัวใจ ความรู้สึกภายในกลับไม่ได้เรียบง่ายและราบรื่นเหมือนดั่งงานที่กำลังไปได้สวยเมื่อประตูกลุ่มผู้บริหารปิดลงจนหมด เหลือเพียงเธอกับรวีที่ยังคงยืนอยู่ภายในห้อง ม่านไหมขยับตัวเล็กน้อย แววตาที่เคยฉายความมั่นใจเมื่อครู่กลับเจือด้วยความลังเลและร่องรอยความอึดอัดที่ซ่อนไว้ภายใต้รอยยิ้มบางเบารวีที่ยืนกอดอกพิงขอบโต๊ะประชุมมองเธอด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความรักและความอ่อนโยน เขายังคงจำสัมผัสและคำพูดที่อบอุ่นเมื่อช่วงเช้าได้ดี คิดว่าระยะห่างระหว่างเขากับเธอได้ถูกทลายลงจนหมดสิ้นแล้ว ทว่าบรรยากาศรอบตัวที่เปลี่ยนไปกลับทำให้เขาต้องเลิกคิ้วขึ้นด้วยความประหลาดใจ"เป็นอะไรไปครับม่านไหม ตั้งแต่จบการประชุมแล้ว ดูเธอมีเรื่อง(กังวลในใจ) อะไรอยู่หรือเปล่า" รวีเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล พร้อมกับก้าวเข้าไปใกล้เธออีกนิดม่านไหมสูดลมหายใจเข้าลึ





