Share

ตอนที่ 4 หลบหนี

last update Petsa ng paglalathala: 2026-06-23 09:27:16

สามวันต่อมา

คฤหาสน์ตระกูลลู่ เวลา 10.47 น. 

ในค่ำคืนหนึ่งจู่ ๆ บอดีการ์ดต่างวิ่งวุ่นวายไปทั่วคฤหาสน์เพราะมีคนนำร่างลูกชายคนโตของตระกูลลู่ที่อยู่ในสภาพเนื้อตัวเต็มไปด้วยเลือดและบาดแผลทั่วร่าง ใบหน้าปูดโปนเขียวช้ำจนไม่หลงเหลือสภาพของว่าที่ผู้นำเลย เหล่าลูกน้องที่เห็นเจ้านายในสภาพนั้นก็สามารถเดาได้ทันทีว่าคงเป็นคุณหลานอย่างแน่นอน เพราะหรงฉีชอบไปนอนที่กาสิโนของคุณหลาน นาน ๆ ครั้งถึงจะกลับมายังคฤหาสน์และไม่มีใครกล้าพูดถึงเหตุการณ์ในครั้งนี้เลยเพราะเกรงว่าจะโดนทำโทษ

"เป็นอย่างไรบ้างลูก" จางลี่ถามลูกชายขณะพยุงพามานั่งที่ห้องโถงใหญ่กลางคฤหาสน์หลังรักษาตัวอยู่เป็นเวลาสามวันเต็ม ๆ 

"ดีขึ้นแล้วครับ" หรงฉีในตอนนี้ใบหน้ายังคงมีรอยเขียวช้ำอยู่ แต่ไม่มากเท่าตอนแรก เนื้อตัวมีผ้าพันแผลสีขาวพันเอาไว้ โชคยังดีที่ไม่มีกระดูกหักถือว่าครั้งนี้คุณหลานยังปรานี ไม่เอาชีวิต

"แล้วจะทำอย่างไรกันต่อ งามหน้าไหมล่ะ ติดหนี้คุณหลานเกือบพันล้านแบบนี้"

ฟงเหมียนตำหนิลูกชาย แม้ว่าตระกูลลู่จะเป็นมาเฟียที่มีฐานะปานกลาง แต่ก็ไม่ได้มีเงินมากมายขนาดนั้น หนี้สินที่ลูกชายได้ก่อไว้รวม ๆ ทั้งต้นและดอกทั้งหมดแล้วไม่ต่ำกว่าพันล้านเลย เขาถึงได้เครียดจนปวดหัวอยู่แบบนี้ไง

"ผมบอกคุณหลานว่าจะส่งคนไปขัดดอกให้ครับ" หรงฉีตอบป๊าด้วยน้ำเสียงสั่น ๆ ป๊าของเขากำลังโกรธจนเขาเข้าหน้าไม่ติด

"เกอจะส่งใครไปล่ะ ผู้หญิงที่เกอไปนอนๆ ด้วยน่ะเหรอ" เหมยลี่ถามพี่ชายด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดเล็กน้อย ถ้าถามว่าเธอเป็นห่วงพี่ชายไหม เธอก็ห่วงแหละ แต่ห่วงว่าตัวเองจะไม่มีเงินไปเที่ยวมากกว่าถ้าหากต้องชดใช้หนี้ให้คุณหลาน

"เหมยลี่ลูก ลูกอยากเป็นนายหญิงของตระกูลหลานไหม ลูกลองเข้าหาคุณหลานดูสิ ลูกม้าสวยขนาดนี้คุณหลานต้องชอบต้องหลงรักแน่ๆ"

จางลี่หันไปมองหน้าลูกสาวด้วยความหวัง ถ้าหากลูกสาวของเธอได้ขึ้นเป็นนายหญิงของตระกูลหลานแล้วละก็ เธอเองก็จะสบายไปทั้งชีวิต มีทั้งเงิน ทั้งอำนาจและลูกน้องมากมายคอยรับใช้ 

"เป็นนายหญิงมันก็ดีอยู่หรอกค่ะม้า แต่หน้าตาคุณหลานเป็นอย่างไรก็ไม่มีใครรู้ หากหน้าตาขี้เหร่ น่าเกลียดน่ากลัวขึ้นมาหนูไม่ต้องทนอยู่ด้วยไปจนตายเลยเหรอคะ"

เหมยลี่เบ้ปากพลางลูบแขนด้วยความขนลุกเมื่อเผลอจินตนาการถึงใบหน้าภายใต้หน้ากากที่ปิดบังเอาไว้ ไหนจะความโหดเหี้ยมเกิดมนุษย์มนาที่ผู้คนต่างร่ำลือกันอย่างหนาหู ต่อให้มีเงินเป็นล้านล้านเธอก็ไม่อยากเสี่ยงหรอกนะ

"ไม่ต้องห่วงหรอกเหมยเม่ย เกอหาคนได้แล้วละ คืนพรุ่งนี้เกอจะส่งพวกมันไปขัดดอกที่กาสิโนคุณหลานเอง"

หรงฉียิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ แม้ภายในใจจะเต็มด้วยความโกรธแค้นที่มีต่อหลานเฟยหลงจนมันเอ่อล้นออกมา รอก่อนเถอะเมื่อไหร่ที่เขาขึ้นเป็นผู้นำ เขาจะรวบรวมกำลังคนและอาวุธไปโค่นล้มตระกูลหลานให้หายไปจากฮ่องกงเอง  

"ใครคะ?" เหมยลี่ถามออกมาด้วยความสงสัยพร้อมกับจางลี่และฟงเหมียนที่มองหน้าลูกชาย

"ก็สองแม่ลูกนั่นไงครับ ผมจะส่งพวกมันไปขัดดอก" หรงฉีบอกเสียงเรียบ

แต่กลับเป็นฟงเหมียนที่ตะโกนเสียงดัง  "ไม่ได้!"

"ทำไมไม่ได้คะ ไหนคุณบอกว่าไม่ได้รักพวกมันไงคะ หรือว่าเกิดเสียดายอีเย่วเทียนขึ้นมาอย่างนั้นเหรอ" จางลี่หันไปมองขวางใส่สามีทันทีด้วยความหึงหวง

"นั่นน่ะสิคะคุณป๊า ให้พวกมันไปขัดดอกกับคุณหลานสิคะ จะมาอยู่กินที่นี่สบาย ๆ ได้อย่างไร ถือเสียว่าให้พวกมันตอบแทนตระกูลเราที่ให้ที่อยู่ ให้อาหารพวกมันแล้วกันค่ะ" เหมยลี่รีบเสริมทันทีเพื่อกดดันป๊าอีกทาง 

"ถ้าคุณไม่ส่งพวกมันไปก็ให้คุณหลานมาฆ่าพวกเราให้หมดไปเลยค่ะ ตายมันด้วยกันที่คฤหาสน์นี่แหละ" จางลี่ประชดประชันใส่สามีเมื่อเห็นว่าเขากำลังอาลัยอาวรณ์อีเย่วเทียน

"พวกเราต้องมาตายเพราะผู้หญิงที่มีชู้กับลูกชู้เหรอคะ รู้ถึงไหนอายไปถึงนั่น" เหมยลี่รีบสมทบ

"ตระกูลลู่คงล่มสลายเพราะภรรยาน้อยของป๊ากับลูกชู้" หรงฉีร่วมวงด้วยทันที

ฟงเหมียนกุมขมับแน่นด้วยความเครียดและกดดัน เส้นเลือดเต้นตุบ ๆ อย่างคนที่คิดหนัก ตระกูลลู่ที่เขาพยายามสร้างมันมาด้วยความยากลำบากต้องมาสิ้นสลายเพราะเป็นหนี้พนัน ใบหน้าสวยของภรรยาสาวชาวไทยลอยเข้ามาในหัว ผู้หญิงที่ทำให้เขาใจเต้นแรงตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้พบเมื่อยี่สิบห้าปีก่อน แม้จะเสียดายและเสียใจที่ต้องปล่อยเธอไป ทว่าตระกูลลู่ก็ต้องอยู่ต่อ เขาไม่ยอมให้มันล่มสลายลงไปอย่างแน่นอน 

๐๐๐๐๐๐

บ้านเล็กหลังคฤหาสน์

หญิงสาวร่างบางกำลังทำความสะอาดบ้านอย่างขะมักเขม้นเหมือนทุก ๆ วันที่ผ่านมา สองมือจับไม้ถูพื้นเอาไว้แน่นก่อนจะถูไปตามพื้นเป็นทางเดียวกัน ทว่าสองหูพลันได้ยินเสียงบอดีการ์ดด้านนอกกระซิบกระซาบกันดังแว่วมาจากทางหน้าบ้าน 

ใบหน้าสวยหันไปมองซ้ายมองขวา ไม้ถูพื้นถูกวางพิงกำแพงพร้อมกับร่างบางที่ย่องเบา ๆ ไปยังที่มาของเสียงบริเวณหน้าบ้าน ขวัญเนตรแนบหูกับกำแพงเพื่อรอฟัง

'นายน้อยติดหนี้พนันเกือบพันล้านเลยเหรอวะ?' 

'ก็เออน่ะสิ เมื่อสามวันก่อนกูว่าก็น่าจะโดนคุณหลานกระทืบมาแน่ คงไม่มีเงินไปจ่ายหนี้'

ขวัญเนตรตกใจตาโตกับสิ่งที่ได้ยินก่อนจะรีบเอามือปากตัวเองเพื่อกลั้นเสียงไม่ให้คนด้านนอกได้ยิน ใบหน้าสวยยิ่งแนบหูชิดกำแพงมากขึ้น รอฟังประโยคถัดไป

'แล้วทำไงต่อดีวะ พวกกูต้องเตรียมหนีออกไปจากที่นี่ด้วยหรือเปล่า ถ้าไม่มีเงินไปใช้หนี้ กูว่าไม่นานคุณหลานต้องมายึดคฤหาสน์แน่เลยว่ะ' 

'กูได้ยินมาว่านายน้อยหาทางใช้หนี้ได้แล้วนะเว้ย' 

'อะไรของมึงวะ รีบบอกมาดิ๊'

'ก็นายจะให้สองมะ...'

"ขวัญลูก ไปยืนทำอะไรตรงนั้น" 

ขวัญเนตรสะดุ้งตัวด้วยความตกใจเพราะกำลังจดจ่ออยู่กับบทสนทนาของคนด้านนอกโดยไม่ทันสังเกตว่าแม่ได้เดินเข้ามาด้านหลังของเธอพร้อมกับฝ่ามือแตะลงบนลาดไหล่เล็ก

"แม่! หนูตกใจหมดเลยค่ะ" มือบางจับเข้าที่ข้อมือของแม่พลางออกแรงลากออกจากบริเวณหน้าบ้านเพราะเกรงว่าคนด้านนอกจะได้ยินสิ่งที่เธอจะพูดกับแม่ก่อนจะพามานั่งด้วยกันที่โซฟาด้วยท่าทีลุกลี้ลุกลน

"เป็นอะไรลูก ทำไมต้องตื่นตระหนกขนาดนี้ ข้างนอกมีอะไรกันเหรอ" เกสราถามออกมาเมื่อเห็นท่าทีของลูกสาวที่ดูแปลกตาไป 

"แม่คะ หนูได้ยินมาว่าหรงฉีติดหนี้พนันคุณหลานเกือบพันล้านค่ะ" 

"อะไรนะ!!" 

"แม่คะ เบาเสียงลงหน่อยค่ะ เดี๋ยวพวกข้างนอกก็ได้ยินหรอก"

ขวัญเนตรรีบยกมือปิดปากแม่ทันที เพราะเกรงว่าเสียงที่แม่ร้องออกมาด้วยความตกใจเมื่อครู่มันจะทำให้พวกบอดีการ์ดข้างนอกได้ยินเข้า ใบหน้าสวยของแม่พยักหน้าลงอย่างเข้าใจ ก่อนที่เธอจะค่อยๆ ปล่อยมือออก

"แม่คะ หนูว่าคืนนี้เราต้องรีบออกไปแล้วค่ะ ก่อนที่พวกมันจะมาจับเรา ไม่ก็คุณหลานมายึดคฤหาสน์" 

ลางสังหรณ์บางอย่างมันทำให้ขวัญเนตรรู้สึกถึงความไม่ปลอดภัย มันต้องมีอะไรเกิดขึ้นกับเธอและแม่อย่างแน่นอนหากยังอยู่ที่นี่ เธอต้องรีบออกไปให้เร็วที่สุด 

"ได้ลูกๆ เราจะออกไปตอนไหนล่ะลูก บอดีการ์ดเต็มรอบบ้านแบบนี้" เกสรากังวลจนคิ้วเริ่มขมวดเป็นปม ตลอดสามวันที่ผ่านมารอบ ๆ บ้านนั้นมีคนเฝ้าอยู่เกือบตลอดเวลา

"ตอนเที่ยงคืนค่ะ เท่าที่หนูคอยสังเกตดู เวลาช่วงเที่ยงคืนถึงตี 2 จะไม่มีคนมาเฝ้าค่ะแม่ เราต้องออกไปช่วงนั้น"

ขวัญเนตรอธิบายด้วยความหนักแน่นและมั่นใจ ช่วงเที่ยงคืนเธอเคยออกมาเดินดูรอบบ้านแต่ก็ไม่พบบอดีการ์ดสักคน พวกมันคงคิดว่าทั้งเธอและแม่คงนอนหลับกันตั้งแต่สี่ทุ่มเพราะไฟในบ้านถูกปิดหมดแล้ว

"โอเคลูก ถ้าอย่างนั้นเราเริ่มทยอยเก็บของบางส่วนเลยดีกว่าไหม จะได้ไม่เสียเวลาถ้าถึงเวลานั้นเราจะได้รีบไปกันทันที" เกสรากุมมือบางของลูกสาวเอาไว้ เธอกำลังจะเป็นอิสระจากตระกูลลู่แล้ว 

"ดีค่ะ" 

นัยน์ตากวางคู่สวยฉายแววเด็ดขาดและเด็ดเดี่ยวออกมา ในสมองกำลังคำนวณเส้นทางในการหลบหนีครั้งนี้อย่างรอบคอบ เธอจะไม่ทำให้มันสูญเปล่าอีกแน่ เธอและแม่เราจะออกไปเริ่มต้นใหม่กัน หรือไม่ก็อาจจะกลับประเทศไทยไปตั้งรกรากอยู่ที่บ้านเกิดของแม่ ตัดขาดจากตระกูลลู่ไปเลยแล้วนับจากนี้จะไม่มี ลู่เย่วซินอีกต่อไป จะมีแต่ขวัญเนตรคนนี้เท่านั้น

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • ที่รักของพยัคฆินทร์   ตอนที่ 24 เฮียจะปกป้องหนูเอง 2/2

    สมาพันธ์งูดำ ประกอบไปด้วยหัวหน้าของสมาพันธ์ผู้ริเริ่มก่อตั้งอย่าง ห่าวอู๋ มาเฟียรุ่นเดียวกับป๊าของจากัวร์ที่เป็นคู่อริกันมานานหลายปี จนเมื่อป๊าพยัคฆ์ประกาศลงจากตำแหน่งผู้นำ ห่าวอู๋ก็รวบรวมเหล่ามาเฟียและกำลังคนเพื่อตามล่าหัวหวังล้มล้างตระกูลหลาน แต่ก็ไม่เป็นผลเพราะโดนป๊าพยัคฆ์จัดการหมดจนเจ้าตัวต้องล่าถอยหายไปหลายปีถัดมาเป็นสมาชิกอันดับหนึ่งของสมาพันธ์งูดำ คือ หลิงจุนเฟิง ที่เพิ่งจะเข้าร่วมมาได้แค่สองปี แน่นอนว่าความโลภและอำนาจเป็นตัวผลักดันให้หลิงจุนเฟิงทำผิดกฎหมายตามรอยห่าวอู๋ แล้วได้ชักชวนเฉิงชางมาเข้าร่วมด้วย แต่สุดท้ายเฉิงชางก็ถูกกำจัดโดยฝีมือของจากัวร์ และดูเหมือนว่าหลิงจุนเฟิงจะยังพยายามตามหาตัวคนที่ฆ่าเพื่อนของตนอยู่สมาชิกอันดับสองของสมาพันธ์งูดำคือ หวังหยุนอิน มาเฟียรุ่นเดียวกับจากัวร์ที่ขึ้นรับตำแหน่งหลังจากัวร์ได้ไม่นานเท่าไหร่ หวังหยุนอินจะแตกต่างจากห่าวอู๋และหลิงจุนเฟิงตรงที่เจ้าตัวจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด มนุษย์และสัตว์ แต่หวังหยุนอินเป็นมาเฟียที่ขายอาวุธสงครามให้กับมาเฟียเกือบทั่วโลกแทน "แล้วครั้งนี้มีใครมาบ้างครับ" "มีมาเยอะเลยครับนายใหญ่ รวมถึงห่าวอู๋ด้วยครับ" มุ

  • ที่รักของพยัคฆินทร์   ตอนที่ 23 เฮียจะปกป้องหนูเอง 1/2

    ผ่านมาแล้วสามเดือนนับตั้งแต่วันที่จากัวร์เอ่ยปากจะสอนศิลปะการต่อสู้ให้ขวัญเนตร ไม่ว่าจะเป็นการป้องกันตัวแบบไม่ใช้อาวุธอย่างมวยไทย ยูโดและยิวยิตซูหรือจะเป็นแบบใช้อาวุธอย่างปืนสั้นและมีดพับ แม้จะใช้เวลาในการเรียนไม่ได้นานเท่าคนอื่น แต่เธอก็สามารถใช้มันป้องกันตัวได้กว่าเมื่อก่อนเพราะสิ่งที่อีกฝ่ายสอนเธอนั้นส่วนมากจะใช้สำหรับโจมตีเข้าจุดตายของร่างกายทั้งหมด ซ้ำยังสามารถประยุกต์ใช้ร่วมกันได้หลากหลายอีกด้วยสำหรับผู้หญิงแล้วถ้าพูดถึงเรื่องพละกำลังก็คงจะสู้แรงผู้ชายตัวใหญ่ไม่ได้ แต่ด้วยเรื่องสรีระและรูปร่างที่เพียวบางทำให้การเคลื่อนไหวร่างกายจะรวดเร็วกว่าและควรโจมตีเข้าจุดตายของคู่ต่อสู้เพื่อตัดกำลัง ซึ่งในจุดนี้ทำให้จากัวร์เลือกที่จะสอนด้วยตัวเอง เชื่อได้เลยว่าอีกไม่นานขวัญเนตรอาจจะได้กลายเป็นนาตาชา โรมานอฟฟ์สาขาสองอย่างแน่นอน๐๐๐๐๐๐ชั้นใต้ดินของกาสิโนตระกูลหลานเวลาฮ่องกง 00.11 น. ห้องรับรอง (ใช้สำหรับฝึกซ้อม)"เจ็บมากไหมครับ" น้ำเสียงทุ้มเจือความห่วงใยดังขึ้นจากร่างสูงที่กำลังนั่งทายาแก้ฟกช้ำบริเวณน่องเล็กของขวัญเนตรให้อย่างเบามือ"ไม่เจ็บเท่าไหร่ค่ะ สงสัยร่างกายของหนูมันคงจะเริ่มชินแล้

  • ที่รักของพยัคฆินทร์   ตอนที่ 22 เฮียจะสอนหนูเอง 2/2

    "ปล่อยมือได้แล้ว" จางหย่งตรงเข้าไปจับข้อมือของตงหยางพลางออกแรงบีบจนเจ้าตัวมีสีหน้าเหยเกด้วยความเจ็บ แล้วยอมปล่อยมือออกจากแขนของเจียอี"เจียเป็นอะไรไหม" ขวัญเนตรรีบเข้าไปหาเจียอีด้วยความเป็นห่วง เช่นเดียวกับเจียอีที่ถามเธอด้วยความเป็นห่วงเหมือนกัน สองสาวยืนกอดกันอยู่ด้านหลังของจางหย่ง"เข้ามายุ่งทำไมวะ เรื่องของผัวเมีย!" ตงหยางตะคอกลั่นอย่างขุ่นเคืองที่มีคนเข้ามาวุ่นวายมากขึ้นพลางสะบัดมือออกจากการกอบกุม สายตาจ้องหน้าคนที่เข้ามาขวางเขม็ง ก่อนที่จะต้องขมวดคิ้วเมื่อรู้สึกคุ้นหน้า"มึงเป็นใครวะ" "จำกูไม่ได้?" จางหย่งกระตุกยิ้มร้ายให้ตงหยาง ซึ่งเป็นลูกหนี้ของนายน้อยที่เมื่อหลายวันก่อนโดนซ้อมเพราะไม่มีเงินมาจ่ายดอก"มะ.. มึง ๆ" และเป็นตงหยางที่ต้องเบิกตากว้างอย่างตกใจ ยกนิ้วชี้หน้าอย่างลนลานเมื่อมองเห็นหน้าผู้ชายที่เข้ามาขัดได้ชัดเต็มสองตา ความหวาดกลัวแล่นพล่านไปทั่วร่างพร้อมกับถอยหลังหนี ภาพในหัววันที่โดนกระทืบฉายชัดขึ้นมา ขวัญเนตรมองทั้งสองคนด้วยความฉงน ก่อนที่จะนึกถึงคำพูดของเจียอีที่บอกว่าแฟนของเธอติดหนี้คุณหลานและไม่มีเงินจ่ายดอก แล้วที่มาก่อกวนแบบนี้คงเพราะต้องการจะมาเอาเงินจากเจียอ

  • ที่รักของพยัคฆินทร์   ตอนที่ 21 เฮียจะสอนหนูเอง 1/2

    วันต่อมาร่างบางกำลังทำงานเสิร์ฟของตัวเองอย่างขะมักเขม้นเมื่อลูกค้าต่างทยอยเข้าร้านอาหารมาเรื่อยๆ หลังจากผ่านเหตุการณ์เมื่อวานที่ทำให้จิตใจหวั่นไหวอย่างรุนแรง ทั้งน้ำเสียง สีหน้าและแววตาของใครบางคนยังคงชัดเจนอยู่ในหัวไม่ยอมหายไปสักทีทำเอาเธอเผลอคิดถึงเขาอยู่บ่อยครั้ง คิดถึงเองก็แก้มแดงเองจนเพื่อนสาวอย่างเจียอีและน้อง ๆ ภายในร้านต่างแอบเหล่มองอย่างสงสัย "หน้าแดงอีกแล้ว ไม่สบายหรือเปล่า" เสียงร้องทักจากเจียอีดังขึ้นหลังจากที่เธอเสิร์ฟอาหารให้ลูกค้าเสร็จเรียบร้อยแล้วเดินกลับมายังเคาน์เตอร์ของร้านที่ติดกับห้องครัวโดยมีเพื่อนสนิทอย่างเย่วซินยืนหน้าแดงอยู่"อ่อ เปล่า ๆ สบายดี" น้ำเสียงหวานรีบตอบกลับแม้จะพยายามเก็บอาการ แต่ก็ไม่วายโดยจับได้อยู่ดี"อาการเหมือนคนกำลังมีความรักเลยนะเนี่ย" เจียอีออกปากแซวจนเพื่อนสาวยิ่งหน้าแดงก่ำขึ้นกว่าเดิม ขวัญเนตรที่หน้าร้อนผ่าวจากคำพูดของเจียอีก็ยิ่งทำตัวไม่ถูก เธอไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเผลอแสดงอาการออกมาอย่างชัดเจนจนโดนจับได้ แล้วมันจะผิดหรือเปล่าที่ตัวเธอหวั่นไหวไปกับอีกฝ่าย ดวงตากวางหันไปมองหน้าเจียอีด้วยสายตาที่เริ่มจริงจัง ริมฝีปากบางอ้าหุบทำท่าเหมือนจะพ

  • ที่รักของพยัคฆินทร์   ตอนที่ 20 หวั่นไหว 2/2

    "หนูคิดอะไรอยู่ครับ" ฝ่ามือหนาแตะลงบนหลังมือขาวที่หยุดบีบนวดบ่าของเขา นัยน์ตาคมพยายามมองลึกลงไปในดวงตาของร่างบาง มันกำลังฉายแววเศร้าหมองออกมา"หนูแค่เผลอคิดถึงเรื่องในอดีตน่ะค่ะ" เอ่ยตอบหลังหลุดออกจากภวังค์"ไม่ต้องไปคิดถึงมันหรอกครับ ตอนนี้หนูเป็นคนของเฮียแล้ว คิดถึงแค่เฮียก็พอ" "..."ไม่ต้องส่องกระจกตอนนี้ขวัญเนตรก็รับรู้ได้ว่าหน้าตัวเองมันแดงมากแค่ไหนหลังจากได้ยินประโยคที่ทำให้หัวใจดวงน้อยเต้นระรัว เลือดลมสูบฉีดไปทั่วร่าง ตั้งแต่วันที่เธอโดนทำร้ายได้รับบาดเจ็บ นับแต่นั้นมาจากัวร์ก็มักจะพูดประโยคที่ชวนให้จิตใจสั่นไหวอยู่หลายครั้ง และดูเหมือนว่ามันจะมีอิทธิพลกับเธอเป็นอย่างมากด้วย"หิวไหมครับ เฮียจะได้ให้คนเอาอาหารมื้อค่ำขึ้นมาให้หนู" "ไม่หิวค่ะ หรือว่าเฮียหิวคะ" "เฮียไม่หิวครับ หนูไปนั่งพักเถอะครับเฮียขอเคลียร์เอกสารต่อก่อน" มือหนาแตะเบา ๆ ที่หลังมือขาวเพื่อบอกให้ร่างบางหยุดนวด"หายปวดแล้วเหรอคะ""ครับ" ริมฝีปากหยักคลี่ยิ้มให้ร่างบางอย่างอ่อนโยน ก่อนที่จากัวร์จะอ่านเอกสารบนโต๊ะต่อหลังจากขวัญเนตรเดินไปนั่งรอที่โซฟาตัวสวยกลางห้องแล้วเรียบร้อย ภายในห้องทำงานตกอยู่ในความเงียบงัน แต่

  • ที่รักของพยัคฆินทร์   ตอนที่ 19 หวั่นไหว 1/2

    The Land Of Dragon เวลาฮ่องกง 20.38 น. ร่างบางในชุดเสื้อยืดสีขาวกับกางเกงยีนขายาวสีเข้มพร้อมด้วยกระเป๋าสะพายใบเดิม สองขาเรียวก้าวเดินตามหลังบอดีการ์ดไปตามทางของกาสิโนที่ภายในตอนนี้เต็มไปด้วยเหล่านักท่องเที่ยวมากหน้าหลายตา ผู้คนที่หวังเพิ่งโชคจากการเสี่ยงดวงต่าง ๆ ตามเครื่องเล่นมากมายหลายพันเครื่อง ดวงตากวางเป็นประกายระยิบระยับด้วยความตื่นตาตื่นใจ ใบหน้าสวยหันมองซ้ายทีขวาที สองมือบางกำสายกระเป๋าแน่นพลางรีบเดินตามหลังบอดีการ์ดให้ทันเพื่อไม่ให้ตัวเองพลัดหลงทางเอาได้ จนเข้ามาถึงด้านในที่ดูเหมือนเป็นในส่วนของโรงแรม ขวัญเนตรรู้สึกคุ้นตาเพราะมันเป็นสถานที่ที่ทำให้เธอได้เจอกับจากัวร์เป็นครั้งแรกก๊อก ก๊อก ก๊อก"นายใหญ่ครับ ผมพาคุณเย่วซินมาแล้วครับ" จางเหว่ยเคาะประตูห้องทำงานของนายน้อยเพื่อขออนุญาตก่อนจะเปิดเข้าไปด้านในเพียงเล็กน้อยพร้อมบอกเสียงดังฟังชัดจนนายน้อยพยักหน้าเป็นเชิงรับรู้เขาถึงได้หันกลับมาหาหญิงสาว"เชิญครับ" "ขอบคุณค่ะ" ขวัญเนตรกล่าวขอบคุณให้กับจางเหว่ยพร้อมเดินเข้าไปยังด้านในห้องทำงานที่ดูคุ้นตา นี่เป็นครั้งที่สองที่เธอได้มาเข้ามาในห้องนี้ แตกต่างกันก็แค่ครั้งนี้เธอเข้ามาใ

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status