นที (โปรด) รัก

นที (โปรด) รัก

last updateآخر تحديث : 2025-11-15
بواسطة:  23.19น.مستمر
لغة: Thai
goodnovel18goodnovel
لا يكفي التصنيفات
34فصول
685وجهات النظر
قراءة
أضف إلى المكتبة

مشاركة:  

تقرير
ملخص
كتالوج
امسح الكود للقراءة على التطبيق

ทั้งที่ 'ไม่โปรด' แต่กลับทำตัวเหมือนเป็น 'เจ้าของเธอ' ทั้งที่เขาเฉยชาแต่เธอกลับเลิก ‘โปรด’ ไม่ได้ ทั้งที่ไม่เคย ‘ชัดเจน’ แต่ก็ยัง ‘อ้อนวอน’ ขอให้เขาช่วย ‘โปรดรัก’

عرض المزيد

الفصل الأول

บทที่ 1 อัจฉรา

“แม่ พ่อยังไม่กลับมาอีกเหรอ”

น้ำเสียงเจือความเหนื่อยเอ่ยถามผู้เป็นมารดา หลังจากที่เดินเข้าบ้านมาแต่ไม่เห็นแม้แต่เงาของผู้เป็นบิดาเลยแม้แต่น้อง

“ไม่รู้มัน สงสัยไปตายห่าตายโหงที่ไหนแล้วล่ะมั้ง”

คนถูกถามตอบ น้ำเสียงไม่ใส่ใจกับคำถามซ้ำซากนั้น ราวกับว่านี่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นทุกวันจนเคยชิน สายตาของหล่อนมองตามลูกสาวที่พึ่งกลับมาถึงบ้าน แววตาที่เคยเต็มไปด้วยความรักใคร่เอ็นดู บัดนี้กลับส่องประกายความไม่ได้ตั้งใจผิดจากเมื่อก่อนจนรู้สึกได้

“แล้วนี่ไปไหนมา กลับมาซะค่ำมืดเชียว”

หล่อนถามเสียงแข็งเล็กน้อยแต่ก็ยังมีแววเกรงใจอยู่บ้าง สายตากวาดมองลูกสาวที่กำลังจะเดินเข้าครัวตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะไปหยุดที่หัวอีกครั้ง

“แล้วนี่ทำผมสีอะไรของเอ็งวะ อีเนย แดงแรดขนาดนั้นไม่ห่วงว่าคุณอัญแกจะว่าอะไรหรือไง”

อัจฉราหยุดกึก มือที่ยื่นออกไปจับฝาชีครอบอาหารบนโต๊ะลอยค้างอยู่กลางอากาศ ผ่อนลมหายใจออกมาอย่างแผ่วเบา ก่อนจะเปิดฝาชีออกเผยให้เห็นแกงสองถุงกับข้าวสวยอีกหนึ่งจาน มื้อเล็ก ๆ ที่เพียงพอแล้วสำหรับบ้านที่อยู่มีอยู่กันแค่สองคน หล่อนไม่ได้ตอบคำถามของแม่ในทันที แกะยางรัดถุงแกงออกเงียบ ๆ ก่อนจะตักแบ่งใส่เป็นจานเดียว

“แม่... เนยแค่ทำสีผม”

อัจฉราหันกลับไปมองผู้เป็นแม่ของหล่อน เดินออกจากห้องครัวไปหาอีกฝ่าย สาวเจ้าหย่อนกายนั่งลงบนพื้นวางจานไว้ตรงหน้าตน ความหิวทำให้เธอไม่ได้พูดอะไรต่อ ตั้งใจว่าจะกินข้าวเงียบ ๆ แต่กินไปแค่สองสามคำอรไพลินก็เอ่ยปากขึ้นมาอีกครั้ง

“เออ กูรู้อยู่ว่ามึงแค่ทำสีผม แต่ที่กูถามเนี่ยกูแค่ไม่เข้าใจว่ามึงจะไปทำมาทำไม ผมดำก็ดีอยู่แล้ว เดี๋ยวคุณอัญเธอก็แดกกระบาลให้หรอก เธอยิ่งจะเริ่มไม่ค่อยชอบกูอยู่ด้วย ตั้งแต่แยมมันไปก่อเรื่องใหญ่มานั่นนะ”

ช้อนลอยอยู่ห่างจากริมฝีปากของอัจฉราอยู่ไม่เท่าไหร่ สายตาของเจ้าหล่อนเพียงแค่มองลงไปยังจานข้าว ความอยากอาหารหมดสิ้นลงในพริบตา จนต้องวางช้อนลงอย่างเก่า สาวเจ้าเงยหน้าและหันไปมองแม่ตนเองที่ยามนี้กำลังจดจ่ออยู่กับหน้าจอทีวี แทะเม็ดแตงไปพลาง ๆ แต่ทว่าบรรยากาศในตอนนี้กลับไม่สามารถปฏิเสธความตึงเครียดออกไปได้เลย

“เนยรับงานมา เพื่อนมันหาให้เลยต้องเปลี่ยนสีผม...”

อัจฉราตอบเสียงเหนื่อยระคนระอา หล่อนรู้ดีว่าแม่จะไม่ฟังหล่อนเหมือนเดิมแล้ว ตั้งแต่หายแม่ที่เคยเอ็นดูหล่อนเมื่อก่อน ไม่เคยพูดหยาบใส่ก็เปลี่ยนไปราวกับคนละคน

“งานอะไร? หวังว่ามึงคงไม่ได้คิดจะเจริญตามทางอีแยมล่ะ ดูสิ... มันขายตัวจนได้ดี แต่เอาเถอะตอนนี้กูปลงแล้วล่ะ มึงจะทำกูก็ไม่ว่าหรอก อย่างน้อยก็ได้ผัวรวย... กูจะได้สบายสักที”

อัจฉราถอนหายใจออกมาเบา ๆ ละสายตาจากคนเป็นแม่ พลางลุกขึ้นเก็บจานข้าวที่ยังกินไม่หมดไปไว้ในครัว จำต้องทิ้งลงถังขยะและล้างจานเก็บและหันหลังขึ้นห้องตนไป ดวงหน้าของหล่อนในตอนนี้แม้จะยังสวยสด แต่ประกายในดวงตากลับฉายแววเหนื่อยล้าชัดเจน หญิงสาวขบริมฝีปากตัวเองเบา ๆ

เหนื่อย... ตอนนี้อัจฉรารู้สึกเหนื่อยจนสะเอวแทบจะขาดอยู่แล้ว ทำไมทุกอย่างมันถึงได้มาตกที่เธอแบบนี้ได้นะ

อัจฉราได้แต่ถอนหายใจระบายความอึดอัดใจอย่างทำอะไรไม่ได้ ตอนนี้งานเดียวไม่พอเลี้ยงชีพตัวเองและครอบครัวอีกแล้ว ด้วยเสียงหายใจยาว ๆ อีกครั้ง สาวเจ้าคว้าผ้าขนหนูและตรงเข้าไปในห้องน้ำทันที... หวังจะคลายความเหน็ดเหนื่อยที่ต้องเผชิญและผ่านมันไปแต่ละวัน แม้จะเป็นแค่กิจวัตรประจำวันก็ตาม

เพล้ง! โครม!!

ดวงตาของอัจฉราเบิกกว้าง เสียงของแตกและหล่นอย่างแรงดังขึ้นมาจากชั้นล่างจนถึงหู สาวเจ้ารีบคว้าผ้าขนหนูมาพันรอบตัวเองแล้วรีบเปิดประตูวิ่งออกไปจากห้องน้ำ ตรงดิ่งลงไปยังชั้นล่างของบ้านทาวน์เฮ้าส์ซอมซ่อทันที เมื่อเท้าแตะพื้นหัวใจของหล่อนก็กระตุกวูบด้วยความตกใจกับฉากตรงหน้าทันที

“นี่! กูบอกว่าอย่าเอาของกูไปไงวะ!”

แม่ของหล่อนโวยวาย ขณะที่กำลังยื้อทีวีจอแบนตกรุ่นกับชายฉกรรจ์ร่างโตอย่างสุดกำลัง

ภาพที่เห็นนั้นไม่จำเป็นต้องคำอธิบายอะไร อัจฉราก็เข้าใจได้ในทันที... เจ้าหนี้ของพ่อมาอีกแล้ว แต่ครั้งนี้ไม่ได้มาเพื่อขู่อีกแล้ว

“มึงแต่ไม่จ่าย! ของมึงกูก็ต้องเอาไปสิวะ! ถ้ามึงไม่อยากให้กูเอาไปมึงก็ไปเรียกผัวมึงให้มาใช้หนี้ซะ!”

“พี่! ใจเย็น ๆ ก่อนนะจ๊ะ คุยกับหนูก่อนได้ไหม!”

อัจฉราไม่ได้สนใจตัวเอง หล่อนรีบปรี่เข้าไปยืนประกบข้างอรไพลินทันที มือบางยกขึ้นไหว้อีกฝ่ายอย่างขอร้อง การปรากฏตัวของเธอทำให้คนมาทวงหนี้ยอมชะงัก หันขวับไปมองหล่อนแทน แววตาดุดันไม่ยอมอ่อนข้อพลันวูบไหว เบิกกว้างอย่างตกตะลึง

สายตาไล่มองเรือนกายของสาวเจ้าอย่างเปิดเผย เผลอผ่อนแรงจนอรไพลินดึงทีวีคืนกลับไปได้ แต่เขากลับไม่ได้สนใจอีกต่อไป กลืนน้ำอึกใหญ่พลันแลบลิ้นออกมาเลียริมฝีปากคล้ำเบา ๆ ตาเป็นมันวับวาว จนอัจฉรารู้สึกตัวขยะแขยงในสายตาคู่นั้น จำต้องคว้าผ้าที่บังเอิญวางอยู่บนโซฟามาคลุมไหล่เอาไว้

“ลูกสาวเจ๊เหรอ...”

ชายทวงหนี้กะพริบตาถี่ ๆ อย่างได้สติ รีบกลับไปควบคุมมาดเข้ม พร้อมกับหันขวับกลับไปมองอรไพลินอีกครั้ง ดวงตาดุดันฉายแววชั่วร้ายที่ซ่อนไม่มิด แต่อรไพลินนั้นสนใจทรัพย์สินตนเองมากกว่าลูกสาวเสียอีก นั่นทำให้คนเป็นลูกรู้สึกเจ็บอยู่ในใจลึก ๆ อย่างอดไม่ได้

“ใช่ค่ะ พี่เคยเจอหนูมาบ้างแล้ว”

อัจฉราตอบแทนผู้เป็นแม่ คำพูดอ่อนหวานแต่ฉะฉานพอสมควร มือบางจับผ้าคลุมไหล่แน่นราวกับกลัวว่าจะหลุดให้คนมองแทะโลมเล่น สายตายังคงตรึงอยู่ที่ชายฉกรรจ์ผิวเข้มตรงหน้า

“พี่ใจเย็น ๆ หน่อยได้ไหม... ตอนนี้พ่อไปไหนหนูกับแม่ยังไม่รู้เลย พวกพี่อย่าพึ่งมายึดของไปเลยนะจ๊ะ หนูขอร้อง”

ชายทวงหนี้หันไปหาอัจฉรา เมื่อสาวเจ้าเอ่ยปากขอร้องด้วยตัวเอง แววตาดุดันไล่มองเจ้าหล่อนตั้งแต่หัวจรดเท้าอีกครั้ง ก่อนจะไปหยุดที่ดวงตาของหล่อนซึ่งไม่มีการหลบตาเขาอย่างใด จนอดไม่ได้ที่จะยิ้มกระหยิ่มใจในความกล้าของเจ้าหล่อน

“หนูจะให้พี่ผ่อนผันเหรอจ๊ะ?”

ชายทวงหนี้ถาม ท่าทางยังคงขึงขังอยู่บ้าง เขาก้าวเข้าไปหาอัจฉรา ยื่นมือออกมาหมายจะขู่ให้อีกฝ่ายกลัว แต่หญิงสาวเบี่ยงตัวหลบไปได้ทัน ทำให้มือที่ยื่นออกมานั้นเฉียดเส้นผมสีแดงชื้นไปนิดเดียว ชายทวงหนี้จึงหัวเราะออกมาอย่างเสียงดังจนน่ารังเกียจ บรรยากาศตึงเครียดขึ้นอีก

“ไม่ได้หรอก พี่มาทวงหนี้! ไม่ได้มาขอความเมตตา!”

พูดจบก็หันไปกระชากทีวีคืนมาจากอรไพลินทันที ด้วยแรงที่น้อยกว่าทำให้หญิงวัยกลางคนเสียหลักล้มลงไปกองกับพื้น อัจฉราต้องรีบถลาลงไปพยุงทันที

“เฮ้ย! มึงจะเอาของกูไปไม่ได้นะโว้ย!”

“แม่! เป็นอะไรหรือเปล่า!”

อัจฉราถาม แม้ว่าแม่ของหล่อนจะยังคงโวยวายไม่สนใจตัวเองหรือว่าเธอที่เข้ามาพยุงเอาไว้ก็ตาม อัจฉราคิ้วขมวด สีหน้าเคร่งเครียด แหงนหน้าไปมองชายทวงหนี้ แววตาเจือความไม่พอใจแต่ในขณะเดียวกันก็ทำอะไรไม่ได้

“ทำไม?! มองกูทำพระแสงอะไรอีหนู! ถ้ามึงไม่อยากให้พวกกูมายึดของไปแบบนี้ มึงก็บอกให้พ่อมึงกลับมาใช้หนี้ซะ! ครั้งนี้กูเห็นใจมึง! กูจะเอาไปแค่ของก็แล้วกัน แต่ครั้งหน้า...”

ชายทวงหนี้เว้นช่วง สายตามองลงไปยังอัจฉรา มองผ่านสาบผ้าขนหนูคลุมไหล่ที่แยกออกเผยให้เห็นไหปลาร้าและเนินอกอิ่มอย่างจาบจ้วง เขาเลียริมฝีปาก ก่อนจะช้อนสายตากลับไปสบตากับแม่สาวเนื้อเนียนอีกครั้ง พร้อมกับทิ้งคำพูดด้วยน้ำเสียงเด็กขาดที่ทำให้คนฟังใจหายวาบ ตัวแข็งทำอะไรไม่ถูกได้อย่างง่ายดาย

“ครั้งหน้าไม่ได้ตัวเงิน... ก็ต้องเป็นตัวมึงไง ไปกลับเว้ย! อย่าลืมขนของที่พอใช้ได้ออกไปให้หมดด้วย!”

“เฮ้ย! หยุดนะโว้ย! พวกมึงจะเอาของกูไปไม่ได้! กลับมา! โธ่เว้ย!”

อรไพลินโวยวาย สลัดตัวเองหลุดออกจากอ้อมแขนของลูกสาว รีบลุกขึ้นหมายจะวิ่งตามไปแต่ก็อืดอาดด้วยแรงจนไม่ทันการณ์ทรัพย์สินของหล่อนถูกขนออกไปหมดแล้ว ทำได้แค่ยืนโหวกเหวกห้าม เกาะแขนขาเกาะเหล่าชายฉกรรจ์เอาไว้

ขณะที่อัจฉรา... สาวเจ้าช็อกไปแล้วกับคำขู่สุดท้ายที่ชายทวงหนี้ฝากเอาไว้ ‘เป็นตัวเธอ...’ ความหมายมันชัดเจนมากว่าถ้าหากไม่มีเงินไปใช้หนี้ คนที่ต้องใช้หนี้แทนจะต้องกลายเป็นหล่อนเสียเอง อัจฉรามองไปหน้าบ้านผ่านประตูที่เปิดอ้าอยู่ แม่ของหล่อนร้องโวยวาย โมโหจนน้ำตาไหล ถูกฝ่ายเจ้าหนี้สะบัดแขนขาใส่

ทนดูภาพนั้นไม่ได้อีกต่อไป อัจฉรารีบลุกและตรงเข้าไปหาแม่ของหล่อนที่ล้มลุกคลุกคลานไปแล้วทันที ก่อนจะยื่นแขนออกไปโอบเอวรั้งตัวผู้เป็นแม่เอาไว้แน่น กระบอกตาร้อนผ่าว สุดท้ายทนกลั้นไม่ไหว ทั้งเครียดและกดดันจากความอัปยศนี้จนห้ามไม่อยู่อีกแล้ว

“แม่!... ฮึก... พอเถอะแม่!”

เสียงสะอื้นให้เล็บออกมากว่าที่จะควบคุม อัจฉรากอดร่างแม่ของหล่อนแน่น แม่อีกฝ่ายจะไม่ยอมให้รั้ง แต่ก็ดิ้นรนต่อไปไม่ไหวเพราะแรงของลูกสาวไม่ยอมปล่อย ความโมโหเปลี่ยนเป็นความโกรธจนหน้าดำหน้าแดง

“พออะไร!?... พออะไร! มึงเห็นไหมอีเนยว่ากูฉิบหายหมดแล้ว! พ่อมึงมันทำเหี้ย!... โว้ย! ไม่เหลืออะไรแล้ว!”

อัจฉรากอดรั้งคนเป็นแม่เอาไว้ไม่ยอมปล่อย น้ำตาของเจ้าหล่อนไหลพรากเป็นเขื่อนแตก ร่างบางสั่นระริก ผ้าผ่อนก็หลุดลุ่ยจนแทบจะเปลือย แต่หาได้สนใจไม่ ชีวิตของหล่อนมันอัปยศยิ่งกว่าอะไรทั้งนั้นในตอนนี้ ไม่เคยตกต่ำขนาดนี้มาก่อนเลยด้วยซ้ำ ไม่รู้ว่ามันก็เปลี่ยนไปตั้งแต่ตอนไหนกัน... หลังจากที่น้องสาวของเธอไปได้ดี หลุดพ้นจากครอบครัวนี้ หลังจากที่พ่อของหล่อนหนีหนี้ไป

มันตั้งแต่ตอนไหนกันแน่ ที่อัจฉราต้องกลายมาเป็นคนที่ต้องแบกรับทุกอย่างในชีวิต... เหมือนเป็นเวรกรรมที่ถึงคราวหล่อนจะต้องชดใช้มันแล้ว

توسيع
الفصل التالي
تحميل

أحدث فصل

فصول أخرى
لا توجد تعليقات
34 فصول
บทที่ 1 อัจฉรา
“แม่ พ่อยังไม่กลับมาอีกเหรอ” น้ำเสียงเจือความเหนื่อยเอ่ยถามผู้เป็นมารดา หลังจากที่เดินเข้าบ้านมาแต่ไม่เห็นแม้แต่เงาของผู้เป็นบิดาเลยแม้แต่น้อง “ไม่รู้มัน สงสัยไปตายห่าตายโหงที่ไหนแล้วล่ะมั้ง” คนถูกถามตอบ น้ำเสียงไม่ใส่ใจกับคำถามซ้ำซากนั้น ราวกับว่านี่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นทุกวันจนเคยชิน สายตาของหล่อนมองตามลูกสาวที่พึ่งกลับมาถึงบ้าน แววตาที่เคยเต็มไปด้วยความรักใคร่เอ็นดู บัดนี้กลับส่องประกายความไม่ได้ตั้งใจผิดจากเมื่อก่อนจนรู้สึกได้ “แล้วนี่ไปไหนมา กลับมาซะค่ำมืดเชียว” หล่อนถามเสียงแข็งเล็กน้อยแต่ก็ยังมีแววเกรงใจอยู่บ้าง สายตากวาดมองลูกสาวที่กำลังจะเดินเข้าครัวตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะไปหยุดที่หัวอีกครั้ง “แล้วนี่ทำผมสีอะไรของเอ็งวะ อีเนย แดงแรดขนาดนั้นไม่ห่วงว่าคุณอัญแกจะว่าอะไรหรือไง” อัจฉราหยุดกึก มือที่ยื่นออกไปจับฝาชีครอบอาหารบนโต๊ะลอยค้างอยู่กลางอากาศ ผ่อนลมหายใจออกมาอย่างแผ่วเบา ก่อนจะเปิดฝาชีออกเผยให้เห็นแกงสองถุงกับข้าวสวยอีกหนึ่งจาน มื้อเล็ก ๆ ที่เพียงพอแล้วสำหรับบ้านที่อยู่มีอยู่กันแค่สองคน หล่อ
اقرأ المزيد
บทที่ 2 นที
ก๊อก ๆ ๆชื่อของ นที เลิศธารินทร์ ไม่ได้เป็นเพียงแค่ชื่อ หากแต่เปรียบเสมือนกับตราประทับแห่งความสำเร็จในวงการกฎหมาย ไม่มีใครที่ไม่รู้จักชื่อของเขาในวงการนี้ หนึ่งในทนายฝีมือดีที่สุด คดีไหนที่ว่ายาก คดีไหนที่ว่าดัง คดีที่ใหญ่ที่เขารับมาถ้าไม่ได้ตั้งใจทำให้แพ้... ก็ไม่มีคดีไหนที่เขาไม่เคยชนะเพราะในศาล ชัยชนะไม่ใช่คำตอบทุกครั้งไป แต่เป็นแค่ ‘หมากตัวหนึ่ง’ บนกระดานที่เขาเลือกเดินเท่านั้น“เข้ามาครับ...”เสียงทุ้มเรียบเปล่งออกไปโดยไม่เงยหน้าจากกองเอกสารตรงหน้า ปลายนิ้วเรียวดันกรอบแว่นขึ้นอย่างเคยชิน สีหน้าไร้อารมณ์ใดเป็นพิเศษ แผ่นหลังยังคงตั้งตรงราวกับไม่รู้จักคำว่าล้าแสงจากโคมไฟเหนือโต๊ะทำงานส่องกระทบเนื้อผ้าสูทเรียบเนียนไร้รอยยับ ชุดที่ตัดได้อย่างพอดีตัวจนยากจะเชื่อว่าเป็นแค่ ‘สูททำงาน’ ปากกาด้ามสีเงินเงาวับเคียงข้างร่างสัญญา สิ่งที่สำหรับเขาเป็นเพียงแค่เครื่องมือ แต่สำหรับคนบางคนอาจหมายถึงราคาเงินเดือนทั้งหมดในชีวิตพวกเขาแม้ท่าทางจะดูสุภาพและไม่เร่งรีบ แต่ในทุกการเคลื่อนไหวของเขากลับแฝงไปด้วยแรงกดดันบางอย่าง ราวกับมีเส้นกั้นที่มองไม่เห็น เส้นที่ใครก็ไม่อาจก้า
اقرأ المزيد
บทที่ 3 เลิศธารินทร์
อรุณรุ่งส่องแสงไปทั่วหล้าสุดขอบฟ้า ปลุกทุกสรรพชีวิตให้ตื่นจากค่ำคืนที่ยาวนานอีกครั้งในวันใหม่ ภายในห้องครัวกว้างสุดหรูหรา เต็มไปด้วยเครื่องครัวใช้สำหรับการประกอบอาหาร หม้อแกงสเตนเลสอย่างดีกำลังตั้งเตาร้อนระอุ ส่งกลิ่นอายจากข้าวต้มที่เพิ่งปรุงเสร็จได้ไม่นาน ทั้งในห้องอาหารก็เช่นกัน ถ้วยข้าวต้มหมูร้อน ๆ บนโต๊ะหินอ่อนสีขาวตัวยาวส่งกลิ่นอบอวลในอากาศ ถูกจัดวางเอาไว้ตามจำนวนคนในครอบครัวเสียงช้อนกระทบถ้วยกระเบื้องเป็นระยะ รวมไปถึงเสียงพูดคุยกันอย่างเป็นกิจวัตรขับเน้นบรรยากาศที่เป็นกันเองบนโต๊ะอาหาร ทว่าเมื่อย้อนกลับเข้ามาในครัวนั้นกลับเงียบเหงาเสียจนใจหาย มีร่างบอบบางร่างหนึ่งซึ่งกำลังนั่งเอนหลังพิงเก้าอี้ไม้เป็นตัวละครประกอบฉาก ในขณะที่คนอื่น ๆ ได้แยกย้ายออกไปทำหน้าที่ของตนกันหมดแล้วมีเพียงแค่อัจฉราเท่านั้นที่ยังคงอยู่ งานก้นครัวในตอนเช้า เที่ยง เย็น คือหน้าที่ของเธออยู่แล้ว เมื่อตอนนี้ยังไม่เลยช่วงเวลาดังกล่าวไป หญิงสาวจึงถือโอกาสแอบมางีบหลับสักพัก ขอบตาดำคล้ำ ผิวขาวซีดผิดไปจากปกติ คือหลักฐานชัดเจนว่าหล่อนอดหลับอดนอนมาแทบจะทั้งคืน ผล็อยหลับไปก็แค่พักเดียวเท่านั้น เพราะข่มตานอนไ
اقرأ المزيد
บทที่ 4 มรสุม
“หนูขอร้องนะคะเฮีย ตอนนี้หนูกับแม่ลำบากกันมากจริง ๆ”เสียงสั่นเครือออกมาจากปากของหญิงสาวที่ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะต้องยอมก้มหัวให้ใครมาก่อน แต่ตอนนี้มันเกิดขึ้นแล้วในขณะที่อัจฉรากำลังเผชิญหน้ากับเจ้าหนี้ของพ่อเป็นการส่วนตัว ณ จุดนี้หล่อนยอมลดศักดิ์ศรีที่มันค้ำคอลงบ้าง อย่างไรเสียหล่อนก็แทบไม่มีอะไรจะเสียไปมากกว่านี้แล้ว ยิ่งถ้าต้องเป็น ‘ตัวของเธอ’ ยิ่งไม่มีทาง“แล้วหนู... มั่นใจได้ไงว่าจะไม่บิดเฮีย?”เฮียโจ้ ชายหน้าโหด รูปร่างผอมบางแต่สักเต็มตัว คำพูดของเขาห้วนสั้น ไม่กรรโชกแต่แฝงไปด้วยความกดดันอย่างผู้ที่รู้ว่าตัวเองเหนือกว่าชัดเจน การแสดงออกนั้นดูไม่ยากที่จะสังเกตได้จากสายตาที่มักจะจ้องอัจฉราด้วยความพึงพอใจบางอย่างตั้งแต่หล่อนกล้าก้าวขาเข้าในรังของเขาตั้งแต่แรกแล้ว“หนูสัญญาว่าหนูไม่เบี้ยวเฮียแน่นอนค่ะ นะคะเฮีย... ให้หนูใช้หนี้แทนพ่อนะ”“โอ๊ย พูดมันก็พูดกันได้ง่าย ๆ หนู ตอน ‘ไอ้ยศ’ มันก็แทบจะคลานเข่ามาขอเฮียด้วยซ้ำ แต่ดูตอนนี้มันหนีไปไหนแล้วล่ะ?”เจ้าหนี้หนุ่มพูดขึ้นเสียงดัง น้ำเสียงแฝงไปด้วยความเย้ยหยันระคนขบขัน ทำให้คนฟังใจหายวูบ เขามองอัจฉราที่หน้าเริ่มถอด
اقرأ المزيد
บทที่ 5 นกปีกหัก
ความเงียบภายในรถยนต์ที่กำลังแล่นไปบนท้องถนนท่ามกลางพายุที่ยังไม่สงบนั้นเป็นสิ่งที่จับต้องได้ นอกจากเสียงเครื่องยนต์ที่ยังคงทำงานอยู่อย่างต่อเนื่อง ก็ไม่มีใครปริปากพูดอะไร ทำให้บรรยากาศเหมือนคนแปลกหน้าสองคนที่บังเอิญอยู่ในรถคันเดียวกันมากกว่าคนที่รู้รักกันเสียอีกสายตาของนทีจับจ้องไปยังทัศนวิสัยเบื้องหน้า ร่องรอยของความหงุดหงิดเริ่มปรากฏออกมาให้เห็นเล็กน้อยผ่านการแสดงออก ปลายนิ้วเรียวเคาะลงบนพวงมาลัยเป็นจังหวะเบา ๆ เพราะฝนที่ดูเหมือนจะไม่ยอมหยุดง่าย ๆ ตกหนักขึ้นจนทำให้เร่งความเร็วล้อไปมากกว่าที่เป็นอยู่ไม่ได้ แต่นทีไม่ใช่คนประมาท ต่อให้ใจร้อนเพียงใดแต่เขาก็รู้ตัวว่าไม่ควรทำอะไรที่ไร้การยั้งคิดลงไปยิ่งโดยเฉพาะเมื่อคนอื่นอยู่ในรถคันเดียวกันแล้ว เขาก็ยิ่งต้องมีความรับผิดชอบ แม้ว่าความรับผิดชอบนั้นมันจะน่าอึดอัดเพียงใดก็ตาม อีกอย่างท่าทีของคนข้าง ๆ ที่ดูเหมือนจะอึดอัดไม่น้อยไปกว่ากัน แต่หล่อนควบคุมได้แย่กว่า เขามองออกว่าหล่อนเกรงใจเขาจนนั่งตัวเกร็งแทบจะเป็นก้อนหินที่หายใจได้ของแม่คุณนั่น มันก็ช่าง... น่ารำคาญจริง ๆอัจฉราแอบชำเลืองหางตามองนที ยิ่งเห็นว่าเขาเคา
اقرأ المزيد
บทที่ 6 ความอยากที่ไม่เคยมี
รถยนต์ค่อย ๆ ชะลอตัวลงเมื่อขับเข้ามาจอดในโรงจอดรถ แม้จะจอดนิ่งแล้วแต่ว่าเครื่องยนต์ยังคงทำงานเงียบ ๆ อยู่อย่างต่อเนื่อง แทนที่นทีจะดับเครื่องยนต์เขากลับเลือกที่จะให้มันเป็นแบบนี้ต่อไปอีกหน่อย สายตาของเขามองไปยังคนร่างบางที่ยังคงนอนนิ่งไม่ไหวติงอยู่บนเบาะฝั่งผู้โดยสาร สิ่งเดียวที่ยังบอกว่าหล่อนมีชีวิตอยู่มีเพียงแค่ลมหายใจที่สม่ำเสมอเท่านั้นตอนแรกนทีตั้งใจที่จะปลุกเธอ แต่เขากลับเลือกที่จะมองดูเงียบ ๆ เสียอย่างนั้น เขาไม่เข้าใจเหมือนกันว่ามีเหตุผลอะไรที่ต้องมานั่งรอคนหลับแบบนี้ ทั้งที่เขามีสิทธิ์เต็มที่ว่าจะให้เธออยู่หรือไป แต่การที่เห็นอัจฉราหลับสงบแบบนั้น แม้จะไม่เข้าใจแต่เขาก็ไม่คิดที่จะหาคำตอบเพื่อทำความเข้าใจเช่นกันดวงตาคู่เฉียบยังคงราบเรียบเหมือนเคย แต่สายตาของเขาในยามนี้กลับกำลังจับจ้องทุกการเคลื่อนไหวของหญิงสาว ไม่ว่าจะเป็นการเคลื่อนไหวเล็ก ๆ น้อย ๆ หรือมากกว่านั้นก็ตาม นทีสังเกตหล่อนตั้งแต่เรือนผมสีแดง คิ้วเรียวสวยที่ขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ใต้ตาที่แดงช้ำจาง ๆ ทั้งสองข้าง ปลายจมูกรั้นนิด ๆ ตลอดไปจนถึงกลีบปากอิ่มที่แย้มออกจากกันเล็กน้อยยอมรับโดยไม่ต้
اقرأ المزيد
บทที่ 7 หนังสือสองเล่ม
ดวงตาคู่สวยของอัจฉราเบิกกว้าง หัวใจเต้นระรัวจากการกระทำและคำพูดที่ไม่คาดคิดของนทีเมื่อครู่ มือบางกำผ้าขนหนูผืนใหญ่ที่อีกฝ่ายพึ่งโยนให้เมื่อครู่แน่น ขณะที่แววตาฉายแววสับสนและตกใจออกมาอย่างซ่อนไม่มิด สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่เป็นเรื่องที่หญิงสาวไม่คิดว่าชายหนุ่มจะทำ เธอกลืนน้ำลายอึกใหญ่ ยังคงยืนนิ่งงันทำตัวไม่ถูกราวกับรูปปั้นนทีเลิกคิ้วเล็กน้อย เขามองร่างบางที่ยืนทำหน้าเป็นลูกกวางที่ตื่นภัย ตกใจแสงไฟจากหน้ารถตอนที่มันจะข้ามถนนอย่างไรอย่างนั้น แต่ก็ไม่คิดที่จะแก้ตัวอะไร มิหนำซ้ำยังยืนจ้องกดดันเธอต่อไปไม่รู้ร้อนรู้หนาวอีกด้วย เขาคลายเนกไทรอบคอออกเล็กน้อย ก่อนจะถามเธออีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบเหมือนเก่า“จะยืนอยู่แบบนั้นทั้งคืนเลยไหม?”อัจฉราสะดุ้งเฮือกเมื่อถูกทักติง นัยน์ตาสียางไม้ไหววูบราวกับคนที่พึ่งจะตื่นจากฝัน และความจริงทำให้เธอเพิ่งจะค้นพบว่ากำลังสบตากับนทีอยู่จะจะ อัจฉรารีบเบือนหน้าหนีไปทางอื่นทันที ก่อนจะรีบก้มหน้าลงมองพื้นที่มีคราบน้ำเจิ่งนองเพราะเสื้อผ้าที่เปียกชุ่มของเธอ กลีบปากอิ่มเม้มเข้าหากัน มือที่ถือผ้าขนหนูรีบดึงกลับเข้าหาตัวกอด
اقرأ المزيد
บทที่ 8 ชีวิตที่ต้องดิ้นรน
“ค่ะ ได้เดี๋ยวไปตามนัดค่ะ ขอบคุณนะคะ”เสียงหวานเจือสั่นเครือเล็กน้อยเพราะรู้สึกไม่ค่อยสบายตัวเท่าไหร่นักพูดจบก็วางสายลงทันที ดวงตาที่ฉายแววอ่อนล้ามีประกายเล็กน้อย แต่ก็หายไปอย่างรวดเร็ว ก่อนที่หล่อนลุกออกจากเตียงนอนโล่ง ๆ ตรงไปยังประตูห้องนอน ทันทีที่เปิดออกแสงแรกของยามเช้าก็ส่องเข้ามาเผยให้ดวงหน้าหวานที่ตอนนี้ดูซีดกว่าเมื่อคืนเสียอีกอัจฉราหายใจเข้าเบา ๆ รับเอาไอดินหลังจากฝนตกหนักเมื่อคืนเข้าปอดเบา ๆ แล้วจึงออกไปจากห้องคนใช้เงียบ ๆ ตอนนี้ยังเช้ามาก ยังไม่มีใครตื่น ตะวันพึ่งจะขึ้นพ้นฟ้าได้ไม่นานแต่ก็ใช่ว่าจะสดใสอย่างที่ควรจะเป็น แม้พายุจะผ่านไปแล้วแต่ท้องฟ้ายังคงอึมครึมด้วยเมฆสีเทาอัจฉรากับกระเป๋าเป้ใบเก่งสะพายไหล่ เดินตรงเข้าไปในห้องครัวก่อนที่จะออกไปอย่างที่ตั้งใจ หญิงสาวตรงไปยังอ่างล้างจาน เธอถอดปิ่นโตใบน้อยออกจากเถา เผยให้เห็นภาชนะที่เปื้อนคราบอาหาร ก่อนจะจัดการล้างน้ำยาเงียบ ๆ ตามด้วยน้ำเปล่าจนสะอาดเอี่ยมเสร็จแล้วก็เช็ดให้พอแห้งด้วยผ้าเช็ดจานผืนสะอาด ประกอบเข้ากลับทรงเหมือนเดิม เอาไปวางไว้บนเคาน์เตอร์หินอ่อนในจุดที่หล่อนคิดว่าน่าจะเด่นที่สุ
اقرأ المزيد
บทที่ 9 ดาวบริวาร
ร่างบางของอัจฉราโผล่พรวดเข้ามาในสตูดิโอ จนคนทั้งห้องต้องหันมามองเป็นตาเดียวกัน ลมหายใจของเธอหอบหนักราวกับคนกระหายอากาศ เหงื่อผุดพรายตามกรอบหน้าแสดงให้เห็นว่าหล่อนรีบแค่ไหน ระหว่างที่ต้องเดินทางมาที่นี่ แม้จะโดยสารด้วยรถไฟฟ้าแต่เพราะเป็นวันธรรมดาในเมืองใหญ่ จึงติดขัดไม่ค่อยเป็นดั่งใจนัก ถึงออกจากบ้านตั้งแต่เช้าแต่ก็เกือบข้ามเส้นยาแดงผ่าแปดหลังจากยืนพักหายใจจนเริ่มจะหายเหนื่อยดีแล้ว ดวงตาคู่สวยก็กวาดมองไปรอบ ๆ สตูดิโอถ่ายงานที่ตอนนี้ทุกอย่างถูกจัดเตรียมเอาไว้เรียบร้อยเกือบทุกอย่างแล้ว และนั่นทำให้อัจฉราเพิ่งจะรู้ตัวว่าถูกมองอยู่ หล่อนชะงักไปเล็กน้อย กะพริบตาพลางส่งยิ้มแก้เก้อ ตระหนักว่าที่นี่ไม่มีใครรู้จักเธอเลยสักคน อัจฉรามาแทนนางแบบตัวจริงที่บังเอิญเกิดอุบัติเหตุ... ไม่แปลกที่พวกเขาจะมองกันยิ่งเธอแต่งตัวธรรมดา แม้จะมีใบหน้าสวยจัดและผมแดงเด่นมาแต่ไกล แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าใครจะไม่งง แต่ก่อนที่ทุกอย่างจะบานปลายไปมากกว่านี้ ร่างที่คุ้นตา เสียงที่คุ้นหูก็ดังขึ้นคลายความสับสนและตึงเครียดออกไปเสียก่อน ขณะที่เขาปรี่เข้ามาหาหล่อนพร้อมรอยยิ้มอย่างคนรู้จักกันดี แววตาดีใจเป
اقرأ المزيد
บทที่ 10 ไฟสุมอก
“ส่วนเอกสารโอเคแล้วนะ แต่เพราะเรามีนางแบบมาแทนวันนี้... เช็กสัญญาจ้างให้ชัดเจนด้วย โดยเฉพาะข้อใช้ภาพ อย่าให้พลาดเรื่อง NDA ทีหลัง เดี๋ยวมันเรื่องใหญ่”นทีตรวจสอบเอกสารสัญญาต่าง ๆ ตรงหน้าผ่านสายตาคู่เฉียบอย่างคล่องแคล่ว ทุกอย่างดูเหมือนจะเป็นไปได้ด้วยดี จนไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงในสายตาทนายความอย่างเขาแล้ว ชายหนุ่มก็วางกระดาษแผ่นสุดท้ายลงในที่สุด ทุกท่วงท่าของเขาแม้จะเป็นการขยับเพียงแค่เล็กน้อย แต่ก็ยังคงดูสง่างามสมศักดิ์ศรี แววตาส่งประกายความเฉลียวฉลาดอย่างน่าจับตามอง“อืม... โอเคค่ะ งั้นปรับนิดเดียว ไม่มีอะไรต้องแก้มาก สมกับที่ไว้ใจทีมกฎหมายจาก L&T งานดีจริง ๆ ค่ะ”ณดาวว่า ริมฝีปากคลี่ยิ้มประดับดวงหน้าหวาน พลางลงมือเก็บเอกสารเข้าแฟ้ม ก่อนที่จะเอนหลังพิงโซฟาอย่างสบายอารมณ์นทีเองก็เช่นกัน ชายหนุ่มยอมปล่อยให้ตัวเองผ่อนคลายลงบ้างหลังจากใช้เวลากับงานเอกสารไปเกือบชั่วโมง เขาเอนหลังพิงโซฟาคนละตัวกับน้องสาว ขาข้างหนึ่งยกขึ้นไขว่ห้าง แขนแกร่งยกขึ้นกอดอก แม้จะอยู่ในท่วงท่าที่ผ่อนคลายแต่กลับไม่สามารถที่จะทำลายรังสีที่เต็มไปด้วยอำนาจของเขาลงได้เลยสายต
اقرأ المزيد
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status