เข้าสู่ระบบ“หากเจ้ากล้าขยับแขนออกไปเพียงนิดละก็…” “นี่ก็แทบจะสิงร่างของพระองค์แล้วนะเพคะ” “เจ้าเลือกจะทำเช่นนี้เอง เช่นนั้นก็อย่าบ่น” "จ้าวเฟยเฟย แพทย์สนามยุคปัจจุบันถูกศัตรูสังหารกลางสนามรบระหว่างรักษาทหารที่ป่วย" ข้ามมิติกลับมายุคโบราณสวมร่างแฝดคนน้องของคหบดีที่ร่ำรวยที่สุด "หลินเฟยเย่" ที่ถูกพิษจนตาย เรื่องราวดำดิ่งจนกลายเป็นความแค้นระหว่างสตรีในตำหนักอ๋อง.... นางเอกสายเหวี่ยง กลับเข้าตำหนักอ๋องครั้งนี้... โหด ดุ ฟาดไม่ไว้หน้าไม่ว่าจะหัวหงอกหัวดำก็ไม่ไว้หน้าทั้งสิ้น!! แต่จู่ๆ....ท่านอ๋องผู้นั้นก็กลับมา... นี่มันไม่ได้อยู่ในแผนนะ แล้วทำไม..ท่านอ๋องถึงรูปงามขนาดนี้เล่าเพคะ "แม่จับปล้ำซะดีมั้ยนะ!!! นิยายเป็นแนว ตบ ตี ตลาด แก้แค้น เอาคืนปากจัด นางเอกสายเหวี่ยง ฟาดนะคะ พระเอกก็ออกแนวคลั่งรัก ละมุนแต่ก็แอบฟาดอยู่เด้อ แม้จะไม่ดุเหมือนเรื่องอื่น แต่เรื่องบนเตียงน๊านนน...ไม้แพ้อ๋องในในใต้หล้า...
ดูเพิ่มเติมเฟยเย่หลับไปหลังจากให้นมท่านหญิงน้อยไม่นานเพราะความอ่อนเพลีย หลังจากนั้นท่านอ๋องน้อยก็เดินกลับมาพร้อมกับอาชิงและแม่นมลี่ที่บอกท่านอ๋องน้อง จื่อหรงเรื่องการคลอดบุตร“จริงหรือแม่นม ครั้งที่คลอดข้าเสด็จแม่ก็ร้องเช่นนี้หรือ”“ใช่เพคะ แต่ครั้งนี้พระชายาทรงเจ็บสองครั้งเพราะว่าท่านอ๋องน้อยได้น้องสาวเพิ่มมาสองคนเลยนะเพคะ”“สองคนหรือ สองคนเลยงั้นหรือ ที่เสด็จพ่อบอกว่าจะมีแฝดคือคลอดสองคนงั้นหรือ”“ใช่เพคะ ท่านอ๋องอยากจะไปเยี่ยมท่านหญิงทั้งสองหรือไม่เพคะ”“ข้าไปได้งั้นหรือ แล้วเสด็จแม่เล่า”“พระชายานอนพักอยู่ในห้องพักเพคะท่านอ๋องทรงเฝ้าอยู่เพคะ”“ไป ข้าอยากไปหาน้องสาวของข้า”“ได้เพคะหม่อมฉันจะพาไปนะเพคะ”แม่นมลี่และอาจิงพาจื่อหรงเดินไปที่ห้องของท่านหญิงน้อยสองคนที่นอนอยู่ที่แปลเดียวกัน ซึ่งเป็นเปลที่ท่านอ๋องน้อยเคยใช้มาก่อนหน้านี้แต่ในตอนนี้คงต้องสั่งทำเพิ่มเพราะน้องสาวเขามีสองคน จื่อหรงมองไปยังเด็กที่มีผ้าแพรสีแดงห่อหุ้มอยู่อีกคนห่อด้วยผ้าแพรสีน้ำเงินทั้งคู่หลับสนิทอยู่ในเปลเดียวกัน“นั่น…เด็กงั้นหรือเหตุใดพวกนางจึงตัวเล็กและนอนนิ่งนัก”“ท่านหญิงพึ่งจะกินนมและหลับไปเพคะ”“เป็นก้อนกลม ๆ อ้วน
หลังจากที่ท่านอ๋องน้อยได้รับการสอนวิชาดาบ มากว่าสามเดือน วันนี้เว่ยจื่อหรงได้มีโอกาสจับดาบเป็นครั้งแรก อาจารย์ผู้สอนให้เขาทดลองจับดาบกิเลนไฟที่เขาได้รับจากท่านอ๋องในวันครบรอบหนึ่งขวบ ท่านอ๋องแม้ว่าในครั้งแรกจะแทบยกไม่ขึ้นแต่ก็ไม่ทิ้งความพยายามในการร่ำเรียน ไม่นานก็เริ่มคล่องและเริ่มฝึกอย่างจริงจัง“เหตุใดเจ้ายังมานั่งดูจื่อหรงอยู่ตรงนี้อีกเล่าเฟยเฟย แล้วยาพวกนี้ข้าบอกแล้วมิใช่หรือว่าไม่ให้ทำแล้ว เหตุใดพวกเจ้าไม่ปรามนาง”“ก็แค่นั่งคัดแยกเอาไว้แก้เบื่อเพคะ เหตุใดพระองค์ช่างบ่นมากความ บ่นมากกว่าแม่นมลี่เสียอีก”“ท้องเจ้าโตขนาดนี้ยังจะมานั่งตากลมอีก แม้ว่าจะเป็นช่วงปลายฤดูหนาวแล้วแต่อากาศก็ยังคงเย็นอยู่นะ”ท่านอ๋องบ่นพลางกับสวมชุดคลุมให้เฟยเย่อีกชั้นหนึ่งเพื่อให้ร่างกายนางอบอุ่นแต่เขาดึงถาดยาที่นางถือไว้ยื่นไปให้อาจิงแล้วพร้อมกับจับมือนางมาซุกเตาอุ่นมือ“มือเย็นขนาดนี้ยังจะเถียงข้าอีก เหตุใดเจ้าต้องดื้อแข่งกับจื่อหรงด้วยนะ”“พระองค์ทรงกังวลเกินไปต่างหาก หม่อมฉันก็แค่…”ท่านอ๋องหันไปมองใบหน้าที่บิดเบี้ยวแปลก ๆ ของพระชายา พร้อมกับที่นางเริ่มจับที่ท้องที่โตเกินกว่าตัวนาง“เฟยเฟยเจ้าเป็นอะไร
ฤดูหนาวห้าปีถัดมา“จื่อหรง เจ้าอย่าวิ่งเล่นไปทั่วเช่นนั้นหากเสด็จพ่อมาเห็นเจ้าเล่นดาบไม้แล้วไม่นำไปเก็บให้ดีละก็….”“เสด็จแม่ ท่านก็อย่าบอกเสด็จพ่อสิพ่ะย่ะค่ะ ลูกแค่อยากเล่นเพิ่มอีกหน่อยมิใช่ว่าจะไม่เก็บแต่เมื่อเช้าอาจารย์หวางเอ่ยชมข้าด้วยว่าข้าตอบกลยุทธ์การศึกได้ยอดเยี่ยม”“ก็ได้ ๆ แต่เจ้าอย่าวิ่งวนไปใกล้สระเช่นนั้น หากพลัดตกลงไปแม่จะลุกไปช่วยเจ้าไม่ทัน”“ท่านอ๋องเสด็จ!!”“หรงเอ๋อร์เสด็จพ่อมาแล้ว รีบมานั่งนี่เร็วเข้าทำตัวเงียบ ๆเก็บดาบไม้เจ้าไปก่อน”แม้ว่าจะปรามบุตรชายก่อนหน้านี้แต่เมื่อถึงเวลาเข้าจริง ๆ พระชายาก็ไม่อยากให้ท่านอ๋องน้อย “เว่ยจื่อหรง”ต้องถูกท่านอ๋องตำหนิเอาได้ แม้ว่าพักหลัง ๆ เว่ยจื่อหานจะลดความดุดันลงแล้วบ้างเพราะเห็นว่าพระชายาตั้งครรภ์อยู่ก็ตาม“เฟยเฟย เหตุใดยังนั่งตากลมอยู่ตรงนี้อีก ทำไมไม่รีบเข้าไปพักในตำหนักหิมะเริ่มจะตกแล้ว”“หม่อมฉันแค่มานั่งเล่นและตรวจดูยาสมุนไพรที่นำมาตากเอาไว้ พอหิมะตกเลยสั่งให้คนเก็บเพคะ”“ข้าบอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าทำอีกเจ้าก็ไม่ฟัง จื่อหรงวันนี้อาจารย์หวางบอกพ่อว่าเจ้าตอบคำถามในชั้นเรียนได้อย่างยอดเยี่ยม เจ้าอยากได้รางวัลอะไร”“เสด็จพ่อ ได้
ท่านอ๋องยืนกอดพระชายาไว้พร้อมกับมองหิมะที่ตกลงมาก่อนจะพยุงนางเดินกลับรถม้าที่จอดรออยู่ เขานั่งกอดนางมาตลอดทางเพราะคิดว่านางเห็นภาพการประหารเช่นนั้นคงจะไม่สบายใจ“เฟยเฟย เจ้ารู้สึกดีขึ้นหรือยัง”“หม่อมฉันรู้สึกดีและอบอุ่นมากเพคะเมื่ออยู่ในอ้อมกอดของพระองค์เช่นนี้”“แล้วเจ้าหายกลัวหรือยัง”“หม่อมฉันมิได้กลัวนะเพคะ เพียงแค่รู้สึกเศร้าไปหน่อยเท่านั้น”“เศร้างั้นหรือ”“คนคนหนึ่งทำทุกอย่างเพื่อสิ่งที่อยากครอบครอง จนทำเรื่องที่ผิดไปมากมาย อันถงไม่น่าจบชีวิตเช่นนี้หากว่านางมีทางเลือกที่ดีกว่านี้ ก็คงจะดีเพคะ”“ไม่มีผู้ใดเลือกได้นอกจากตัวนางเอง นางเลือกเดินเส้นทางที่ผิดตั้งแต่แรก”“จริงด้วย ว่าแต่แม่นางซ่ง…”“อ้อ ข้าเองก็ลืมบอกเจ้าไป จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นางเลยตัดสินใจไปที่อารามหย่งชิงพร้อมกับไท่เฟยเพื่อจะไปดูแลนางน่ะ พวกนางจะออกเดินทางในอีกสองวัน”“เช่นนี้นี่เอง ท่านอ๋องไม่เสียพระทัยหรือเพคะ”“หืม ข้าหรือเหตุใดต้องเสียใจอีกเล่า”“ก็เห็นวันก่อนพระองค์ยังคลอเคลียกับนางในตำหนักอย่างสนิทสนม คิดว่าจะห้ามมิให้นางไปแสวงบุญเสียอีก”“นี่เจ้า!! นั่นมิใช่เพราะทำตามคำสั่งเจ้าหรืออย่างไร สั่งให้ข้าทำเช
เว่ยจื่อหานไม่รู้เลยว่านางพูดสิ่งใดอยู่ แต่ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใดเขาก็มั่นใจว่านางมีเหตุผลเพียงพอที่จะเอ่ยออกมา เพราะก่อนหน้านี้ไม่ว่าเรื่องใดที่ออกมาจากปากนางล้วนมิได้โกหกเขา“เจ้า…จะช่วยอธิบายเรื่องนี้ให้ข้าฟังสักหน่อยได้หรือไม่”“พระองค์มั่นพระทัยในตัวหม่อมฉันมากเพียงใดเพคะท่านอ๋อง”“ข้าไว้ใจเจ้า
“เจ้านี่มันปากมากเสียจริง รีบพูดมา เจ้ายังต้องรีบไปตรวจอาการนางด้วย”“ท่านไม่รู้สึกแปลกใจสิ่งใดบ้างเลยหรือ”“เจ้าหมายถึงเรื่องใดเล่า”“ลองนึกย้อนไปสิ ตอนที่ท่านพบพระชายาที่กำลังเตะสาวใช้ผู้นั้นลงมา…”“ในตอนนั้นข้าวิ่งไปหานาง นางก็แทบจะไม่มีแรงยืนแล้ว”“จากนั้นเล่า”“จากนั้นลั่วมู่เฉินก็เดินมา และบอ
เฟยเย่ทรุดตัวลง ครั้งนี้นางหมดแรงไปจริง ๆ เมื่อได้ยินท่านอ๋องเอ่ยนามของบุรุษหนุ่มตรงหน้า เขานี่เอง เขาคือ “ลั่วมู่เฉิน” พ่อของบุตรในครรภ์ของพี่สาวฝาแฝดเว่ยจื่อหานตกใจเมื่อเฟยเย่ล้มลงเขาจึงช้อนตัวนางขึ้นมาอุ้มและพาเดินเข้าไปยังตำหนัก นางซบหน้าไปที่แผงอกของเขาพร้อมกับตัวที่สั่นเทา ท่านอ๋องเองก็เริ่
“เจ้าคงไม่คิดจะปิดบังเรื่องนี้ได้หรอกนะ ตอนนี้รองแม่ทัพนั่นกลับมาถึงเฉินโจวแล้ว หากว่าจะให้เขามายืนยันเรื่องนี้ เจ้าว่าเขาจะกล้าหลอกลวงท่านอ๋องหรือไม่เล่า”“พระองค์….ทรงเตรียมแผนการนี้มานานแล้วสินะเพคะ”“จับนางเอาไว้!!”“พระชายาเพคะ หยุดนะ พวกเจ้าจะทำสิ่งใดกับพระชายาอย่านะ!”“เจ้าหลีกไป!!”“พี่อันถ






ความคิดเห็น