INICIAR SESIÓNการกลับชาติมาเกิดใหม่ กลายเป็นภรรยาของแม่ทัพผู้เกรียงไกร เจ้าของคมดาบที่บั่นคอนางในชาติก่อน ทั้งยังต้องคลอดลูกให้เขา! นี่คืออันใด? ไม่จริงใช่ไหม? **** ชายหญิงแต่งงานมิอาจเลือกคู่ครองตามแต่ใจ คู่ชีวิตศีลเสมอกัน บัณฑิตคู่กับบัณฑิต คุณชายสูงศักดิ์ย่อมคู่กับคุณหนูในห้องหับแสนเรียบร้อย ทว่าแม่ทัพผู้สูงส่งเกรียงไกรทั้งเคร่งครัดศีลธรรมจรรยากลับได้ภรรยาเป็นสตรีจอมมารยาเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวทั้งกลิ้งกลอกไม่ต่างจากจิ้งจอกสาว การเป็นสตรีผู้เพียบพร้อมงดงามมีคุณธรรมสูงส่งช่างยากเย็นแสนเข็น การประคองชีวิตคู่ที่ดำขาวผิดแผกเยี่ยงนี้จะเป็นสุขตลอดรอดฝั่งได้หรือไม่ ปัญหาหลังเรือนคงมิใช่บานปลาย จนต้องตามแก้ไขทุกวันกระมัง
Ver másกู้เจิ้งจัดงานเลี้ยงอำลาเล็กๆ ให้น้องชาย ก่อนจากลาเขาตบบ่ากู้เหิงแสดงความยินดีจากใจจริง แต่เมื่อเห็นน้องชายแย้มยิ้มหน้าบานปานนั้น กู้เจิ้งก็ให้รู้สึกปลาบปลื้มระคนอิจฉาริษยาเหลือเกินกู้เหิงเหมือนเขาแทบทุกอย่าง นอกใจภรรยา ลุ่มหลงหญิงอื่น มัวเมากามารมณ์หัวปักหัวปำ อาจเรียกได้ว่ากระทำการหยาบช้าไม่ต่างกัน ทว่าอีกฝ่ายกลับยังคงมีภรรยาอยู่เคียงข้างไม่ห่างหาย ในขณะที่เขาทำร้ายจิตใจภรรยาคู่ทุกข์คู่ยากจนตายจากกันไปแล้วและยามนี้ตัวเขาก็รู้สึกเหมือนกำลังได้รับผลกรรมเหตุเพราะหลินเพ่ยเริ่มมีพฤติกรรมแปรเปลี่ยนไป นางไม่เอาอกเอาใจเขาเหมือนก่อน ไม่นุ่มนวลอ่อนหวาน ไม่เชื่อฟังเหมือนวันวาน สีหน้าแววตายังฉายความเบื่อหน่ายแกมหงุดหงิดออกมาอย่างไม่เกรงใจนางยังสาวยังสวย ในขณะที่เขาแก่เฒ่าลงทุกวัน ดังนั้น จึงเป็นเหตุให้นางตัดสินใจทำอะไรต่ำช้า ใช่หรือไม่? เหมือนที่ครั้งหนึ่งเขาเคยทำกับภรรยา ใช่หรือเปล่า?ความรู้สึกทรมานและทุกข์ทนยากหลุดพ้นชนิดนี้ เหมือนความรู้สึกที่เคยเกิดกับอดีตคนรักผู้ล่วงลับใช่หรือไม่?เขาเคยทำให้นางต้องเจ็บช้ำปานใด บัดนี้ได้รู้ซึ้งแล้วหลังจากยืนส่งขบวนครอบครัวของกู้เหิง กู้เจิ้งก็เพียง
การแต่งงานอันหวานชื่นของบุรุษแซ่กู้ผ่านพ้นไปเรื่องราวควรยุติสงบสุขเพราะทุกคนต่างมีคู่ครอง ทว่าซ่งเสวียนชิงกลับยังทำตัวหน้าหนาไร้ยางอายไม่เว้นวัน เขาลอบเข้าหาโม่เหลียนเกือบทุกคืนอย่างไร้มารยาท ปราศจากยางอาย แต่จนใจที่ฝีมือสู้เยี่ยนเต๋อมิได้ จากนั้นเขาเปลี่ยนแผนใหม่ โดยการใช้ฐานะญาติพี่น้องระหว่างกู้ซือหมิงกับกู้ฉีรุ่ย เดินข้ามประตูวงเดือนของจวนกู้มาหาโม่เหลียนอย่างสง่าผาเผยเสียเลยคนอื่นอาจมองเป็นการไปมาหาสู่กันฉันญาติสนิท ทว่าโม่เหลียนกับเยี่ยนเต๋อเกรงว่าเหยาจินกับกู้ซินอาจจะมิได้คิดเช่นนั้นหากแม่สามีกับน้องสามีมองสะใภ้ด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป การอยู่ร่วมกันย่อมมีช่องว่างที่มองไม่เห็นแม้ปัญหายังไม่ทันเกิดและเหมือนเหยาจินกับกู้ซินจะไม่คิดเล็กคิดน้อยอันใด ทั้งยังดูเชื่อใจโม่เหลียนมาก หากแต่เยี่ยนเต๋อไม่มีทางปล่อยปละละเลยภรรยาได้ เขาเชื่อใจนางแต่ไม่มีทางไว้ใจเจ้าคนหน้าหนาอย่างโจรราคะซ่งเสวียนชิงเด็ดขาดการย้ายจวนหลังแต่งงานจึงจำต้องมีตามมาเยี่ยนเต๋อต้องการสร้างจวนใหม่อยู่อย่างผาสุกกับภรรยาและตั้งใจจะพามารดากับน้องสาวไปด้วยเรียกได้ว่าไม่คำนึงถึงธรรมเนียมปฏิบัติกันเ
หลังจากจัดการส่งซ่งเสวียนชิงกลับไปเยี่ยนเต๋อก็ใช้เวลาอยู่กับโม่เหลียนทั้งคืน ดื่มด่ำราตรีร่วมกันอย่างหวานชื่น เอ่ยตามจริง หากเป็นชายอื่นเข้ามาเห็นผู้หญิงของตนอยู่กับผู้ชายอีกคนเช่นนั้นย่อมมีปัญหารุนแรงถึงขั้นแตกหักทว่าเยี่ยนเต๋อที่รู้ทุกเรื่องราวย่อมมีแต่คำปลอบใจ ทำทุกทางให้นางสบายใจ ให้มั่นใจว่าจะมีเขาอยู่เคียงข้าง ช่วยบังลมฝนให้ทุกก้าวย่างจวบจนรุ่งสางโม่เหลียนถึงได้ผลักไสให้เยี่ยนเต๋อลอบปีนหน้าต่างกลับออกไป ก่อนที่หานเซิงจะถือดาบมาไล่ฟัน ชายหนุ่มยิ่งคึกคักฮึกเหิมรีบจัดการนางอย่างเร่าร้อนและเร่งเร้าตรงริมหน้าต่างอีกหลายกระบวนท่า ก่อนยินยอมหนีไปอย่างเร่งรีบ อันเป็นการกระทำที่ตื่นเต้นเร้าใจหาใดเปรียบชาติที่แล้วเยี่ยนเต๋อมีความคิดที่ชั่วร้ายอยู่อย่างหนึ่ง คือคิดจะลอบเข้ามาหาโม่เหลียนแบบนี้ แล้วฉุดคร่านางไปจากสามีผู้นั้นให้รู้แล้วรู้รอด ด้วยรู้ดีว่าซ่งเสวียนชิงหวาดกลัวในตัวเขาอย่างที่สุด หากเขาพาโม่เหลียนไปอย่างอุกอาจ ซ่งเสวียนชิงย่อมทำอะไรเขาไม่ได้ แต่เพราะโม่เหลียนรักใคร่อีกฝ่าย เขาจึงได้แต่ข่มใจไม่กล้าตอแยนางแต่ชาตินี้ไม่เหมือนกัน เขาไม่ต้องทำเรื่องชั่วร้าย แต่สามาร
ค่ำคืนเดือนพราว ดวงดาวระยิบระยับโม่เหลียนยืนแหงนหน้ามองฟ้าอย่างอารมณ์ดี รู้สึกว่าราตรีนี้ช่างสวยงามเสียจริง สาเหตุที่รู้สึกเช่นนี้ก็เพราะเพิ่งได้รับจดหมายจากเยี่ยนเต๋อที่บอกให้รู้ถึงการเดินทางกลับในอีกเจ็ดวันข้างหน้าหญิงสาวหมุนตัวกลับเข้าห้องนอนตรงไปที่ชั้นเสื้อผ้า หยิบชุดนั้นเลือกชุดนี้ออกมา แต่ละชุด นางสั่งสาวใช้คัดสรรมาเตรียมไว้ตั้งแต่หัวค่ำ คิดว่าควรใส่ชุดไหนออกไปต้อนรับเขาที่ประตูเมืองดี ทว่าจนแล้วจนรอดก็ยังตัดสินใจมิได้จังหวะนิ่วหน้าครุ่นคิดอย่างมีความสุข เงาดำหนึ่งพลันวูบเข้ามาจากทางใดมิทราบ จับนางกดลงบนเตียง ทั้งรวดเร็วรวบรัด ในชั่วลมหายใจเดียวนางก็ถูกพันธนาการโม่เหลียนเบิกตาจ้องมอง เห็นเป็นใบหน้าคนคุ้นเคยก็ให้ตกใจนัก เสี้ยวเวลาต่อมานางจึงโมโหอย่างที่สุด“เสวียนชิง! ท่านอุกอาจปานนี้ได้อย่างไร?”ชายหนุ่มผู้บุกรุกก้มมองนางด้วยดวงตาเจ็บร้าวและเศร้าสลด สีหน้าสำนึกผิดเต็มที่ ไม่มีเสแสร้ง“เหลียนเอ๋อร์ เจ้าควรรู้เอาไว้ว่าเรื่องข้ากับเหวินซูลี่ไม่ได้มีอะไร ข้ามิได้ชอบนาง ไม่ได้มีใจ และไม่เคยคิดอยากให้เกิดเรื่องแบบนั้น นางวางยาข้า เจ้าเชื่อข้านะ”ซ่งเสวียนชิงแก้ตัว ข
นางยังเผยความจริงใจด้วยการบอกแผนการที่ถูกส่งมาวางยากู้ฉีรุ่ยแบบใด ร่ายรายละเอียดให้ฟังว่าพรุ่งนี้เช้าบ่าวรับใช้กลุ่มหนึ่งจะมายืนออกันอยู่ที่ประตูเรือนชั้นนอกเพื่อรอเป็นพยานมัดตัวกู้ฉีรุ่ยให้ดิ้นไม่หลุด พวกเขาจะส่งสาวใช้ถืออ่างน้ำมาเพียงหนึ่งคน ยืนรอที่หน้าห้องนอนอย่างแนบเนียน รอจังหวะเปิดประตู จะเจ
หญิงสาวไม่รู้จะโทษตัวเองหรือยาปลุกกำหนัดดี คิดไปก็ป่วยการณ์เพราะมันสายเกินแก้ไข จึงยกมือกรีดนิ้วฝากรอยเล็บไว้บนกล้ามอกเขาอีกหนึ่งแผลอย่างหมั่นไส้ “อ๊ะ” มือเล็กเลื่อนขึ้นไปกุมบ่ากว้าง จิกเล็บไว้แน่น เมื่ออีกฝ่ายขยับเอวไม่หยุด และเหมือนจะทำได้เรื่อยๆ“เยี่ยนเต๋อ!”“หืม...”ชายหนุ่มก้มหน้าขบแก้มนวล เ
รอยยิ้มของเขาทรงเสน่ห์เปี่ยมพลังยั่วยวนใจปานนั้น เขามองนางเพียงชั่วครู่ก่อนหันไปทางเหยาจิน “วันนี้ข้าสั่งโรงครัวทำขนม ท่านอาสะใภ้ลองชิมดูเถิด” แล้วหันมาเอ่ยอีกทาง ยื่นกล่องขนมให้“กล่องนี้ของซินเอ๋อร์”แม่นางน้อยยิ้มรับ “ขอบคุณเจ้าค่ะพี่ซือหมิง”ชายหนุ่มหันมาทางสตรีอีกคน ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักอันแท
แม้ร่างเดิมเกเรเสเพลกระทั่งพู่กันยังจับไม่ถนัด อักษรยิ่งไม่แตกฉานเลยสักตัวทว่ากู้ฉีรุ่ยที่ยามนี้มีวิญญาณขององค์ชายผู้สูงศักดิ์แห่งเยี่ยนมาสิงร่างมีหรือจะคณามือหนังสือเล่มหนา ตำราแห่งปราชญ์ คัมภีร์พิชัยยุทธ์ มีเล่มใดบ้างไม่เคยผ่านตา อักษรใดบ้างไม่เคยตวัดพู่กันกระทั่งใช้ดาบกรีดหินผาแกร่งเพื่อจารึก

















