تسجيل الدخولดรัณภพ... เขาเป็นคุณหมอหนุ่มช้ำรักที่เดินทางมายังหมู่บ้านดงหวายเพื่อพักกายพักใจและทำหน้าที่หมอเพื่อดูแลชาวบ้านให้ดีที่สุด ดอกแก้ว... เธอเป็นเด็กสาวที่กำลังเสียใจกับการจากไปของแม่กับยาย พยายามจะหาตัวฆาตกรที่ฆ่าแม่ของเธออย่างเลือดเย็น เขาและเธอมาพบกันด้วยความบังเอิญหรือบุพเพฯ มิอาจรู้ได้ ทำให้เขาได้ช่วยเหลือเธอเอาไว้จากคนร้ายที่จะขืนใจเธอ จนทำให้เธอกับเขาต้องตกเป็นของกันและกัน
عرض المزيد“ดอกรัก ดอกรักเอ๊ย อยู่ไหนน่ะลูก” เสียงของหญิงวัยกลางคนนามว่าจันทรากำลังออกตามหาบุตรสาวคนเดียวที่สติไม่ค่อยดีตั้งแต่เด็กด้วยความร้อนใจ
“ดอกรักเอ๊ย! ไปเที่ยวเล่นอยู่ไหนลูก ออกมาหาแม่หน่อย” จันทราเดินหาจนทั่ว ก่อนจะได้ยินเสียงร้องไห้ของบุตรสาวตรงชายป่า
“พวกเอ็งทำอะไรกัน หยุดเดี๋ยวนี้นะ” จันทราตวาดลั่น ตกใจหน้าซีดเผือดเมื่อเห็นว่าผู้ชายหลายคนในหมู่บ้านกำลังย่ำยีลูกสาวคนเดียวของตนอยู่ ดอกรักคลานหนีเสื้อผ้าหลุดลุ่ย แต่กลับได้ยินเสียงหัวเราะจากพวกสัตว์นรกที่ตามมาร่วมรักอย่างบ้าคลั่ง
“เฮ้ย! แม่มันมาว่ะ หนีเร็วพวกเรา” พวกมันร้องขึ้นเมื่อเห็นว่าจันทราถือไม้หน้าสามอันใหญ่ตรงเข้ามาทุบตี
“ฮือ ๆ ๆ” ดอกรักในวัยสิบเจ็ดร้องไห้สะอึกสะอื้น บอกว่าเจ็บๆ เลือดไหลเต็มช่องคลอด จันทราหน้าเสียมองลูกสาวอย่างตกใจ นางตรงเข้าไปกอดรัดเอาไว้แน่น อีกฝ่ายตัวสั่นท่าทีหวาดกลัวกอดร่างมารดาเอาไว้อย่างขวัญเสีย เพราะจิตใต้สำนึกรู้ดีว่ามารดาคือคนที่อยู่ด้วยแล้วปลอดภัยที่สุด
“โธ่... ดอกรัก เป็นยังไงบ้างลูก ไอ้พวกเดนมนุษย์ ทำกันได้ลงคอ” ดอกรักแม้จะสติไม่ดีแต่เป็นหญิงสาวที่อวบอั๋นผิวขาวเนียนละเอียดและสวยมาก เสียดายที่เกิดมาอาภัพสมองพิการตั้งแต่เด็ก เลยทำให้ไม่ค่อยรู้ความ โดนรังแกมาตั้งแต่เล็กๆ
จันทราเคยหวาดกลัวว่าสักวันอาจจะโดนข่มเหงแบบนี้ แต่ไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นจริง แม้จะระวังเท่าไหร่ก็ยังเผลอ พวกของไอ้กล้าเคยแอบเอาขนมอร่อยๆ มาหลอกล่อหลายครั้ง แต่เธอเห็นเสียก่อนเลยไล่ตะเพิดไป ครั้งนี้เผลอเข้าห้องน้ำแป๊บเดียวเท่านั้น พวกมันก็มาหลอกล่อดอกรัก ออกมาทำไม่ดีไม่ร้ายได้สำเร็จ เธอเดินตามหาอยู่นาน กว่าจะเจอก็ถูกย่ำยีไปเสียแล้ว
จันทราพาลูกสาวไปแจ้งความกับตำรวจ แต่กล้าเป็นลูกชายของกำนันเพิ่มผู้กว้างขวาง เป็นที่นับหน้าถือตาของคนที่นี่ กำนันเพิ่มมีทั้งอำนาจเงินและบารมีในแถบนี้ ทำให้นางไม่สามารถทำอะไรได้ ไกล่เกลี่ยและบอกว่าจะจ่ายค่าเสียหายให้เพื่อขอให้จบเรื่อง
นางเป็นแค่ชาวบ้านจนๆ จึงได้แต่เก็บความชอกช้ำระกำใจเอาไว้
“แกทำอะไรลงไปฮะ ดีเท่าไหร่แล้วที่แม่มันไม่เอาแกเข้าคุก” กำนันเพิ่มต่อว่าลูกชายด้วยความผิดหวัง ไม่คิดว่าโตขึ้นมา กล้าจะเป็นคนเกเรขนาดนี้ ขนาดเรียนจบกลับมาก็ไม่รู้จักทำงานทำการอะไร
นี่ถ้าภรรยาของเขายังอยู่คงจะเสียใจเป็นอันมาก แต่พอมาคิดๆ ดูแล้ว หากภรรยาของเขายังมีชีวิตอยู่ อาจจะสอนลูกได้ดีกว่าเขาก็เป็นได้ กำนันเพิ่มนึกโทษตัวเองที่สอนลูกให้เป็นคนดีไม่ได้ สร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นไปทั่ว
หลังจากที่ภรรยาเสียชีวิต เขาก็ตามใจลูกทุกอย่าง คิดว่าลูกขาดแม่ คงรู้สึกเหมือนขาดความรักตรงส่วนนั้นไป จึงพยายามชดเชยทุกอย่างให้ลูกอย่างเต็มที่ จนลืมคิดไปว่าอะไรก็ตามหากมันมากเกินไป จะเป็นผลร้ายมากกว่าผลดี
“มันก็เอาเงินไปแล้วนี่ครับ ก็จบๆ กันไป”
“แกแต่งงานมีภรรยาแล้วนะ ต้องทำตัวเป็นสามีที่ดี”
“กุลก็ไม่เห็นว่าอะไรผมเลยนี่ครับ เขาก็ดูมีความสุขดี กะแค่ผู้หญิงปัญญาอ่อนสมองไม่ดีคนหนึ่งเท่านั้น ไม่รู้คุณพ่อจะซีเรียสอะไรนักหนา”
“สติจะดีหรือไม่ดีก็เป็นคนเหมือนกัน” กำนันเพิ่มเอ่ยขึ้น กล้ามองบิดาอย่างเอือมระอา ก่อนที่จะเดินหนี
“นั่นแกจะไปไหน”
“ผมเครียดจะไปบ่อน”
“กลับมาเดี๋ยวนี้นะ วันๆ แกไม่คิดจะทำงานทำการบ้างเลยหรือไง”
“ทำไปทำไมครับ บ้านเราก็รวยอยู่แล้ว ไม่ทำงานทำการอะไรก็มีกินไปตลอดชาติ”
“ทรัพย์สมบัติมีเยอะก็จริง แต่ถ้าไม่ทำเพิ่มก็มีวันหมดได้นะกล้า” กำนันเพิ่มพยายามสอนลูกชาย
“ชาติหน้าก็ไม่หมดหรอกครับ ที่ดินเรามีตั้งเยอะแยะ เงินทองที่ฝากธนาคารเอาไว้ก็มาก ใช้ไปชั่วลูกชั่วหลานยังไม่หมดเลย” กล้าเดินหนีบิดาไปที่บ่นจนน่ารำคาญ
บ่อนไก่ มีทั้งวัวชนและอบายมุขครบวงจร กล้าติดอบายมุขพวกนี้เพราะเพื่อนฝูงและลูกน้อง ห้ามปรามเช่นไรก็ไม่ฟัง ทำเอากำนันเพิ่มผิดหวังกับพฤติกรรมของลูกชายไม่น้อย เพราะต้องปกป้องลูกชาย ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าผิด แต่ถ้าไม่ทำลูกคนเดียวก็ต้องติดคุก
กำนันเพิ่มไปที่บ้านของจันทราเพื่อช่วยเหลือเยียวยา แต่จันทรากลับไล่ตะเพิดออกมา เอาข้าวของขว้างปาใส่อย่างเกลียดชัง ด่าว่าไม่รู้จักสั่งสอนลูก กำนันเพิ่มจึงต้องล่าถอยออกมา ไม่ได้นึกโกรธเคืองที่โดนด่าว่าเช่นนั้น เพราะมันคือเรื่องจริงล้วน ๆ
“นังจันทร์นี่มันปากจัด ปากไม่ดีจริงๆ เลยนะครับพ่อกำนัน ขนาดเราจะมาช่วย เอาข้าวสารอาหารแห้งกับของกินมาให้ มันยังไล่เราเหมือนหมูเหมือนหมา” ลูกน้องคนสนิทของกำนันบ่นไปตลอดทาง ขณะขับรถพากำนันกลับบ้าน
“เขาก็สมควรโกรธเกลียดเรา ด่าว่าเราไหมล่ะ กล้ากับพวกของมันทำกับลูกสาวของเขาขนาดนั้น” ประโยคของกำนันทำให้เข้มเงียบปากเสีย นึกในใจว่าพ่อลูกช่างต่างกันราวฟ้ากับเหว
อยู่มาไม่นานดอกรักก็มีอาการเหมือนคนแพ้ท้อง พอพาไปตรวจที่อนามัยก็ปรากฏว่าตั้งท้อง ยิ่งสร้างความเจ็บช้ำน้ำใจให้แก่จันทราเป็นอันมาก
“กล้วยจะเป็นพยานให้แก้ว จะช่วยกระชากหน้ากากของมันออกมา มันส่งยาหมู่บ้านอื่น แต่หมู่บ้านเรามันยังไม่กล้า แต่ถ้ามันหันมาทำ ลูกหลานบ้านเราน่าจะไม่เหลือ” เพราะอิทธิคิดว่าส่งยาเสพติดให้หมู่บ้านอื่นก่อน หมู่บ้านที่เขาอยู่จะได้ไม่โดนเพ่งเล็ง แต่พอทำให้ลูกหลานหมู่บ้านอื่นติดยาแล้ว ค่อยกลับมายังหมู่บ้านของตัวเอง มันเลยอยู่รอดมาได้จนถึงทุกวันนี้หลังจากที่กล้วยนำหลักฐานไปให้ดอกแก้วในวันนั้น ไม่นานอิทธิก็ถูกรวบตัว โดนจับกุมหลายข้อหา ซึ่งเป็นคดีร้ายแรงแทบทั้งสิ้น ส่วนกล้วยนั้นถูกกันตัวเอาไว้เป็นพยาน เธอมีคลิปต่างๆ ที่อิทธิทำความผิดเอาไว้ เธอเคยรักเขา แต่เขาทำกับเธอเยี่ยงสัตว์ ตบตีสารพัด บังคับขืนใจให้ทำเรื่องชั่วๆ จากความรักจึงกลายเป็นความแค้นเขาจะแฉคลิปอะไรก็ช่าง เธอเป็นเพียงหญิงสาวบ้านป่า ไม่ได้เป็นที่รู้จักของใคร ช่างหัวมัน เธอไม่อายและคิดว่าการออกจากขุมนรกมันดีกว่าไปมัวแต่อายกับคลิปลามกพวกนั้น เพราะตอนนี้เธอไม่มีอะไรจะเสียอีกแล้วกล้วยถูกพาไปรักษาตัวให้เลิกยา ตรวจสุขภาพและอยู่ภายใต้การดูแลของหมอและเจ้าหน้าที่ กล้วยรู้สึกเหมือนได้เกิดใหม่อีกครั้ง“ฉันไม่ได้ทำคนเดียว พิมพ์แก้วเป็นคนสั่งให้ฉันท
การสืบหาตัวคนร้ายดูเหมือนจะได้เบาะแสเพิ่มขึ้น แต่ดอกแก้วก็ไม่ได้แหวกหญ้าให้งูตื่นว่าเธอพอจะรู้แล้วว่าเป็นใครคนที่ทำคือคนที่เธอไม่คาดคิดว่าจะทำ มันไม่น่าทำเลวๆ กับแม่ของเธอแบบนั้นเลยมีชาวบ้านเห็นว่าวันนั้นอิทธิพาพวกมารุมขืนใจแม่ของเธออย่างบ้าคลั่ง แต่แม่ของเธอดิ้น ต่อสู้จิกข่วน พวกมันเลยพลั้งมือฆ่าจนตาย ก่อนที่ยายของเธอจะมาเห็นเข้าและช็อกจนเป็นลมหมดสติไป และมาปรากฏในภายหลังว่าท่านได้เสียชีวิตไปเสียแล้วชาวบ้านที่เห็นไม่มีหลักฐาน ถ้าจะให้การก็คงเป็นแค่พยาน ซึ่งต้องสอบสวนกันอีกว่าให้การเท็จหรือไม่ แต่กลับมีอีกคนที่ช่วยเหลือดอกแก้วเอาไว้อย่างที่ไม่มีใครคาดคิดดอกแก้วเชื่อแล้วว่าในโลกนี้ไม่มีอะไรแน่นอน เพราะคนที่ช่วยเธอคือกล้วย เพื่อนในหมู่บ้านที่เคยวางยาเธอนั่นเอง“ฉันถ่ายคลิปเอาไว้ด้วย ที่ฉันมาบอกเรื่องนี้กับเธอก็เพราะว่าฉันไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว” กล้วยกอดตัวเองอย่างหนาวสั่น ร่างกายดูไม่สาวสดเหมือนก่อน ทำให้ดอกแก้วเป็นห่วงยิ่งนัก“กล้วยมีอะไร เล่าให้ฉันฟังได้นะ” ดอกแก้วมองสภาพเพื่อนแล้วรู้สึกใจหายไม่น้อย จากเพื่อนสาวที่หน้าตาน่ารัก กลายเป็นคนผอมแห้งแรงน้อย ซูบซีดไปได้อย่างไรกัน“ไอ้อิทมันเ
สะโพกงอนงามหยัดขึ้นไปรับด้วยความรัญจวน ความเสียวกระสันเข้าโจมตีไม่แพ้ความคับแน่นที่เกิดขึ้นใจกลางร่างสาวเขาแช่กายเอาไว้นิ่งๆ ให้เธอได้ปรับตัว ความใหญ่โตแข็งคึกที่พักพิงอิงแอบอยู่ในกายสาวทำให้เธอต้องซู้ดปากเบาๆ พยายามผ่อนคลายโอบรัดทุกสิ่งอย่างที่สอดประสานเข้ามาเป็นหนึ่งเดียวเธอครางเบาๆ ด้วยความกระสันซ่าน เนื้อกายสาวห่อหุ้มโอบอุ้มเสียดสี ผนังอ่อนนุ่มด้านในตอดรัดทุกทิศทาง ทำให้คนที่กำลังสอดเสียบเข้ามา หลุดเสียงครางอันแสนแหบพร่าออกมาไม่ต่างกันร่างกายของคุณหมอหนุ่มเริ่มโยกคลอนเข้าออกในความเป็นสาว มือหนาช้อนสะโพกงอนงามของเธอขึ้นรับ และบดบี้เข้าหากันอย่างล้ำลึกมันลึกจนเสียวซ่านไปถึงภายใน ร่างกายสั่นสะท้านโยกคลอนเข้าจังหวะอย่างไม่หยุดพักบทรักแสนเร่าร้อนรัวเข้าใส่หากันไม่ยั้งแรง ทั้งลึกทั้งเร็วเร่งเร้าให้ป่ายปีนไปถึงจุดหมายปลายทางสวาทที่กวักมือรอคอยอยู่เบื้องหน้าดอกแก้วร้องครางไม่เป็นส่ำ ใบหน้าของเธอส่ายไปกับหมอนใบโต พร้อมๆ กับกายสาวที่หยัดยกให้เขาซ้ำๆ อยู่แบบนั้น คุณหมอหนุ่มโอบอุ้มสะโพกน้อยๆ งอนงามของเธอเอาไว้ ยกขึ้นมาให้เขากระแทกย้ำๆ จนใบหน้าของเขาเริ่มเหยเก“พี่ไม่ไหวแล้ว พร้อมกันเลยน
เปลือกตาของเธอถูกจุมพิตเบาๆ สลับกัน มันร้อนผ่าวและให้ความอบอุ่นในเวลาเดียวกันแล้วจุมพิตจากริมฝีปากร้อนรุ่มของเขาก็ประทับไปทั่วใบหน้าหวานละมุน จนมาหยุดอยู่ตรงริมฝีปากนุ่มของเธอเขาขบเม้มริมฝีปากบนล่างของเธอ ทำให้เธอเผยอริมฝีปากแยกแย้มออกจากกัน แล้วเรียวลิ้นสากร้อนของเขาก็สอดแทรกเข้าไปพัวพันในโพรงปากนุ่มของเธอ“อื้ม...” ดอกแก้วหลุดเสียงครางออกมาเบาๆ ยามที่ลิ้นของเธอสัมผัสกับลิ้นของเขา เขาดูดรวบและกลืนกิน มันให้ความรู้สึกเสียวกระสันระคนอ่อนหวานในเวลาเดียวกันมือหนาของเขาเริ่มลูบไล้ไปทั่วเนื้อกายของเธอ เล้าโลมให้อารมณ์สาวพวยพุ่งไปด้วยความเสน่หาคุณหมอหนุ่มค่อยๆ จัดการปลดกระดุมเสื้อชุดนอนของภรรยาสาวออกอย่างเบามือ แล้วประทับริมฝีปากลงไปทุกครั้งที่กระดุมถูกปลดออกผิวกายหอมกรุ่นของเธอถูกปากร้อนสัมผัส จนเธอดีดเด้งแอ่นกายให้เขาด้วยความเสียวซ่านรัญจวนใจ ริมฝีปากน้อยหลุดเสียงครวญครางออกมาอย่างสะท้านหวั่นไหวมือหนาสัมผัสลูบโลมไปทั่วสรรพางค์กาย ความเป็นชายบดเบียดเสียดสีกับหน้าท้องเนียนนุ่ม ทำให้เธอต้องหลุดเสียงครางรับออกมาด้วยความสยิวเขาเลื่อนริมฝีปากขบเม้มไปทั่วผิวกายผุดผ่อง บดจูบไปตามปทุมถันอว
หมอจรินทร์กับนิตยาเดินทางมาครั้งนี้ก็พาแพทย์อาสาคนอื่นๆ มาในหมู่บ้านด้วย ซึ่งทุกคนเดินทางตามมาในอีกสามวันหลังจากนั้น เพื่อมารักษาชาวบ้าน ใครป่วยเป็นอะไร ก็จะช่วยดูแลรักษาให้ดีที่สุด คนไหนต้องส่งตัวเข้าเมืองก็จะมีรถคอยรับส่งและทำเอกสารต่างๆ ให้เป็นอย่างดีกำนันพร้าวจึงป่าวประกาศให้ชาวบ้านในหมู่บ้านข
สรุปว่าเธอต้องติดฝนอยู่ที่บ้านพักของดรัณภพในค่ำคืนนั้น“อาบน้ำก่อนไหมจะได้ไม่เหนียวตัว” เขาเอ่ยถาม มองสายฝนด้านนอกที่ตกลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา“ไม่มีชุดเปลี่ยนค่ะ”“พี่มีเสื้อผ้าให้เปลี่ยน สวมใส่เสื้อผ้าพี่ไปก่อนก็ได้”“จะดีเหรอคะ”“ทำไมถึงจะไม่ดีล่ะ หรือจะนอนเหนียวตัวทั้งอย่างนี้”“ก็ได้ค่ะ” เธอก็อ
“ก็แกนอนกับพี่หมอ”“เรื่องนี้เป็นความผิดพลาดครับ ผมจะรับผิดชอบดอกแก้วทุกอย่างเอง ผมขอโทษทุกคนด้วยจริงๆ ที่เกิดเรื่องไม่ดีแบบนี้ขึ้นมา” ดรัณภพก้มลงกราบ ชาวบ้านบางคนก็ไม่พอใจ บางคนก็เข้าใจ ได้เสียกันแล้วรับผิดชอบก็ควรจะจบ“เพื่อให้ทุกคนสบายใจ ผมจะแต่งงานกับดอกแก้วนะครับ” ประโยคนั้นทำให้พิมพ์แก้วกรีดร
“ตัวหนักขนาดนี้ พี่จะแบกไปยังไงล่ะ”“โน่นจ้ะ ไอ้ยอดมันเอารถเข็นมาแล้ว” รถเข็นหรือเรียกว่ารถรุน มาจอดลงตรงหน้าของดอกแก้ว เพื่อจะพาตัวคุณหมอหนุ่มกลับไปที่อนามัย“ช่วยกันหามเลยจ้ะพี่” เพลงรีบบอก ทำให้ดอกแก้วได้สติอีกครั้ง ช่วยเด็กๆ ยกร่างของดรัณภพไปไว้บนรถและรีบเข็นกลับไปยังบ้านพักของเขา โดยมีเด็กๆ ตา

















