พันธะลวง

พันธะลวง

last updateTerakhir Diperbarui : 2025-07-13
Oleh:  rasita_suinTamat
Bahasa: Thai
goodnovel16goodnovel
Belum ada penilaian
75Bab
1.6KDibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

‘พันธะ’ จอมปลอมที่เขาและเธอสร้างขึ้น กลับกลายเป็นบ่วงร้อยรัดแห่ง ‘สิเน่หา’ “จูบแรก สั่งสอนที่คุณคิดจะแอบเขี่ยผมลับหลัง” ปัฐวิกรผละมากระซิบชิดปากเล็ก ลมหายใจร้อนถี่รัวต่างก็รินรดกันทำให้รู้ว่าอารมณ์ทั้งสองไม่อยู่ในอาการปกติ “ฉัน...ผิดตรงไหน” คนตัวเล็กยังไม่เข้าใจว่าทำไมเขาต้องทำแบบนี้กับเธอ “ไม่ผิดงั้นเหรอ ดื้อนัก ต้องปราบเสียให้เข็ด” คนได้ยินคิดไปว่าอีกฝ่ายยังดื้อกับเขา ปล่อยให้หญิงสาวมีเวลาพักแค่ชั่วอึดใจชายหนุ่มก็ประทับริมฝีปากลงมาหาเธออีกครั้ง มาธาวียังหายใจไม่พอเลยด้วยซ้ำ === สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ห้ามมิให้คัดลอกเนื้อหา ดัดแปลง แก้ไข ทำซ้ำ หรือเผยแพร่ในสื่อดิจิทัลและรูปแบบอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต

Lihat lebih banyak

Bab 1

บทนำ

ฉุยฉายเอย ช่างงามขำ ช่างรำโยกย้าย

สะเอวแสนอ่อน อรชรช่วงกาย วิจิตรยิ่งลาย ที่คนประดิษฐ์

สองเนตรคมขำ แสงดำมันขลับ ชม้อยเนตรจับ ช่างสวยสุดพิศฯ

“รำฉุยฉายพราหมณ์ [1] สวยมาก ดูท่าทางนวยนาดอ่อนช้อย งดงามจริงๆ ไม่รู้แน็ตพูดถูกไหม แต่เห็นแล้วรู้สึกอย่างนั้นเลยค่ะ”

คนข้างตัวเขาขยับมากระซิบกระซาบเบาๆ ปัฐวิกรจึงเอียงหน้าไปใกล้ พยักรับเล็กน้อยพร้อมตอบรับ

“ครับ”

“เป็นการรำของตัวพระ แต่น้องที่รำเป็นผู้หญิงหน้าตาสวยเชียว ขยับทีก็ดูแข็งแรง แต่เอวอ่อน สะโพกแอ่น มืออ่อนกรีดกรายสวยมาก”

เจ้าตัวยังชมไม่หยุดปากแม้การแสดงฉุยฉายพราหมณ์บนเวทีจะจบลงไปแล้ว และก็ได้รับเสียงปรบมือชื่นชมก้องพื้นที่ทำการแสดง

“เคยดูมาก่อนเหรอครับ”

ชายหนุ่มถามกลับเสียงเบาไม่แพ้กันเพราะกำลังจะมีการแสดงอื่นต่อ ทำให้บทสนทนายืดยาวดูไม่ค่อยเหมาะสมนัก

“เปล่าค่ะ แน็ตไม่เคยดู ฟังจากที่เขาบรรยายสั้นๆ ก่อนแสดงก็เลยรู้สึกว่า น้องเขาถ่ายทอดความเป็นพราหมณ์หนุ่มน้อยรำได้เหมาะมากค่ะ”

คนฟังเพียงพยักหน้าก่อนจะหันไปสนใจการแสดงชุดต่อมาเพราะฉุยฉายพราหมณ์เป็นการแสดงแรก ซึ่งการแสดงนี้เป็นการแสดงนาฏศิลป์ประจำปีของนักศึกษาชั้นปีที่สี่ และกัญญานันน้องสาวของเขาก็ทำการแสดงด้วยเช่นกัน โดยเปิดให้บุคคลภายนอกเข้าชมด้วยเพื่อเป็นการส่งเสริมสนับสนุนการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมของไทย

ปัฐวิกรเป็นตัวแทนของที่บ้านมาให้กำลังใจน้องสาว จึงชวนแฟนสาวของตัวเองมาด้วย ซึ่งอีกฝ่ายเพิ่งเรียนจบกลับมาจากต่างประเทศก็เลยสนใจ

แม้ตลอดทั้งการแสดงจะเป็นรำทั้งหมด ทว่าก็นับว่าเพลิดเพลินและอิ่มเอมไม่น้อยทีเดียว ชายหนุ่มรอรับน้องสาวกลับบ้านพร้อมกัน เขาเดินเข้าไปหากัญญานัน ในมือถือดอกไม้ช่อโตพร้อมกับแฟนสาวเกาะแขนและมีดอกไม้มาด้วยอีกช่อ

น้องสาวเขายืนอยู่กับพิมพ์ปรางและผู้หญิงอีกคนที่หันหลัง ทั้งสามคนรูปร่างเท่ากัน ตัวเล็กอรชรอ้อนแอ้น ผมถูกเก็บรวบตึงเหมือนกันทำให้ดูไม่แตกต่างนัก เมื่อเขาเข้าไปถึงกัญญานันก็ยิ้มกว้าง ก่อนจะไหว้ทักทายผู้หญิงข้างๆ เขา

“พี่ปัฐ”

หญิงสาวที่หันหลังอยู่หันมามองเขาทว่าชายหนุ่มไม่ได้สังเกตนัก เพราะพิมพ์ปรางก็ยกมือไหว้อย่างนอบน้อมเหมือนทุกครั้ง เขารับไหว้คนที่เหมือนน้องสาวอีกคนด้วยความเอ็นดูก่อนจะยื่นดอกไม้ให้กัญญานัน

“สำหรับน้องก้อย นางรำคนเก่งของพี่”

ปัฐวิกรเอ่ยแล้วรับดอกไม้อีกช่อจากแฟนสาวมาส่งให้พิมพ์ปราง ความจริงเขาถือคนเดียวได้แต่อีกฝ่ายอยากถือด้วย เพราะควงแขนเขาแต่ปล่อยให้เขาถือช่อดอกไม้เต็มสองมือออกจะดูแปลกๆ

“ส่วนนี่ ของปราง เก่งมากครับ”

ชายหนุ่มชมอย่างจริงใจเพราะพิมพ์ปรางเองก็รำได้สวยมากในสายตาของเขา

พิมพ์ปรางไหว้ขอบคุณแล้วรับดอกไม้ไป ทว่าสองสาวกลับมองตากันแล้วมองไปอีกด้าน ปัฐวิกรจึงมองตาม และนึกขึ้นมาได้ว่าบรรยากาศชอบกลเพราะสองคนได้รับดอกไม้และคำชม ส่วนสาวอีกคนกลับไม่ได้รับความสนใจ

“เอ่อ สองไปรอปรางตรงม้านั่งตรงโน้นนะ”

เจ้าของดวงหน้าสวยน่ารักพูดกับเพื่อนแล้วโบกมือเบาๆ พร้อมยิ้มบาง

“บ๊ายบายจ๊ะก้อย ไว้เจอกัน”

“เอ๊ย เดี๋ยวสิสอง”

กัญญานันรั้งเพื่อนเอาไว้

“พี่ปัฐ จำสองได้ไหมคะ”

น้องสาวเอ่ยถามซึ่งชายหนุ่มก็มองหญิงสาวอีกคนอยู่ เมื่อเธอหันมามองแล้วยกมือไหว้ เขาจึงรับไหว้

“ครับ จำได้”

ปัฐวิกรพอจำได้ว่าน้องสาวเขากับพิมพ์ปรางมีเพื่อนสนิทอีกคนที่อยู่กับพิมพ์ปรางตลอดในช่วงงานศพของยายจันทร์ ถึงตอนนั้นจะไม่ค่อยมีเวลาใส่ใจเค้าโครงหน้าหากก็พอนึกออกเลาๆ

“แล้วก็พี่แน็ตแฟนพี่ปัฐ”

อีกฝ่ายไหว้แฟนเขาตามคำแนะนำของกัญญานัน

“ต้องขอโทษด้วยนะครับ พอดีพี่ไม่รู้ว่ามีเพื่อนอยู่กับน้องก้อยอีกคน”

ชายหนุ่มออกตัวเพราะเขาไม่มีดอกไม้ติดมือมาสำหรับเธอ

สาวหน้าใสไร้เครื่องสำอางยิ้มรับราวไม่ใส่ใจนัก

“ก็คุณไม่รู้จริงๆ นี่คะ แล้วเราก็ไม่ได้รู้จักกันถึงกับต้องมายินดีอะไรกับสอง”

ตากลมโตดำขลับมองเขาโดยไม่หลบหลีก บ่งบอกว่าเป็นคนกล้าแสดงออกและจริงใจ จากนั้นก็ขอตัวแยกไปรอพิมพ์ปรางที่ม้านั่ง

ปัฐวิกรมองตามร่างบางอรชรไล่เลี่ยกับน้องสาวของเขา ดวงหน้าสวยน่ารักยังติดตาเพราะรู้สึกคุ้น ทว่าไม่ใช่เพราะเคยเจอกันเมื่อหลายปีก่อน แล้วก็ได้ยินเสียงแฟนของตนพึมพำ

“อ๋อ คนที่รำฉุยฉายพราหมณ์”

[1] ฉุยฉายพราหมณ์ เป็นการร่ายรำที่งดงามของตัวละครพระเป็นการแสดงชุดหนึ่งในบทละครเบิกโรง เรื่องพระคเณศเสียงาบทพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งทรงพระราชนิพนธ์ขึ้นจากตำนานของเทพเจ้าโดยพระนารายณ์แปลงเป็นพราหมณ์น้อยไปเฝ้าพระอิศวรและพระอุมามีลีลาท่ารำของตัวพระที่มีลักษณะของความเป็นหนุ่มน้อยที่มีความงดงามและท่าที่นวยนาดกรีดกรายแต่สง่างาม แต่โบราณการรำฉุยฉายพราหมณ์จัดแสดงเฉพาะในการแสดงเบิกโรงเท่านั้นไม่นิยมนำออกมาแสดงรำเดี่ยว แต่ในปัจจุบันการรำฉุยฉายพราหมณ์เป็นที่นิยมจึงทำให้พบเห็นได้ในโอกาสงานต่างๆ โดยทั่วไป ที่มา: cuycay.blogspot.com

=====

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
75 Bab
บทนำ
ฉุยฉายเอย ช่างงามขำ ช่างรำโยกย้ายสะเอวแสนอ่อน อรชรช่วงกาย วิจิตรยิ่งลาย ที่คนประดิษฐ์สองเนตรคมขำ แสงดำมันขลับ ชม้อยเนตรจับ ช่างสวยสุดพิศฯ“รำฉุยฉายพราหมณ์ [1] สวยมาก ดูท่าทางนวยนาดอ่อนช้อย งดงามจริงๆ ไม่รู้แน็ตพูดถูกไหม แต่เห็นแล้วรู้สึกอย่างนั้นเลยค่ะ”คนข้างตัวเขาขยับมากระซิบกระซาบเบาๆ ปัฐวิกรจึงเอียงหน้าไปใกล้ พยักรับเล็กน้อยพร้อมตอบรับ“ครับ”“เป็นการรำของตัวพระ แต่น้องที่รำเป็นผู้หญิงหน้าตาสวยเชียว ขยับทีก็ดูแข็งแรง แต่เอวอ่อน สะโพกแอ่น มืออ่อนกรีดกรายสวยมาก”เจ้าตัวยังชมไม่หยุดปากแม้การแสดงฉุยฉายพราหมณ์บนเวทีจะจบลงไปแล้ว และก็ได้รับเสียงปรบมือชื่นชมก้องพื้นที่ทำการแสดง“เคยดูมาก่อนเหรอครับ”ชายหนุ่มถามกลับเสียงเบาไม่แพ้กันเพราะกำลังจะมีการแสดงอื่นต่อ ทำให้บทสนทนายืดยาวดูไม่ค่อยเหมาะสมนัก“เปล่าค่ะ แน็ตไม่เคยดู ฟังจากที่เขาบรรยายสั้นๆ ก่อนแสดงก็เลยรู้สึกว่า น้องเขาถ่ายทอดความเป็นพราหมณ์หนุ่มน้อยรำได้เหมาะมากค่ะ”คนฟังเพียงพยักหน้าก่อนจะหันไปสนใจการแสดงชุดต่อมาเพราะฉุยฉายพราหมณ์เป็นการแสดงแรก ซึ่งการแสดงนี้เป็นการแสดงนาฏศิลป์ประจำปีของนักศึกษาชั้นปีที่สี่ และกัญญานันน้องสาวของเข
Baca selengkapnya
1.คู่หมั้นที่รัก (1)
รำอวยพรเปิดงานจบลง...ปัฐวิกรยกมือขึ้นปรบทำให้คนที่กุมมือเขาอยู่ต้องปล่อยและปรบมือตาม ทว่าดวงหน้าขาวเครื่องสำอางจัดเต็มมองเพียงเขา ไม่ได้มองเวทีแม้สักนิด ตาที่กรีดตกแต่งสวยงามหยาดเยิ้มแทบจะไม่ปกปิดความคิดผู้เป็นเจ้าของ‘คุณปัฐไปทานข้าวกับพี่สักมื้อนะคะ คุยกันสักน่อย ไม่ได้เจอคุณพี่รุจีนานแล้ว อยากรู้ว่าเป็นยังไง สบายดีไหมน่ะค่ะ’ก่อนหน้านี้อีกฝ่ายพูดขึ้นเบาๆ และวางมือลงบนหลังมือเขาเหมือนชวนคุย ปัฐวิกรยังไม่ทันพูดอะไรการแสดงก็จบลงพอดีชายหนุ่มยิ้มบางให้ ไม่ได้แสดงออกว่าปฏิเสธไมตรี หลังจากที่เขาวางมาลงบนหน้าขาของตนอีกครั้ง อีกฝ่ายก็ตามมาวางทาบทับซ้ำยังลูบหลังมือเขาแผ่วเบา ปัฐวิกรยังใจเย็นแม้ว่าจะถูกรุกหนักจนเกินงามก็ตาม“ไม่ได้เจอคุณปัฐตั้งแต่เรียนมัธยมล่ะมั้ง ใช่ไหมคะ โตจนพี่จำไม่ได้ มาช่วยงานแบบนี้คุณพี่รุจีก็สบายแล้ว ดีจังนะคะ มีลูกชายหล่อล่ำเชียว แต่ไม่เคยเห็นคุณพี่ควงออกงานเลย”“ผมไม่ค่อยถนัดงานสัมคมเท่าไรครับ แต่พอดีวันนี้คุณแม่ไม่ว่าง”เขาร่วมพิธีเปิดมางานแฟร์ใหญ่ระดับประเทศที่จัดโดยสมาคมผู้ค้าอัญมณีไทยและเครื่องประดับที่มีประจำทุกปี โดยปกติแล้วจะเป็นมารดาของตนที่มาแต่เพราะช่วงนี
Baca selengkapnya
1.คู่หมั้นที่รัก (2)
“คุณ...”มาธาวีถึงกับพูดไม่ออก ทั้งที่อยากต่อว่าอีกฝ่ายกลับไปบ้าง แต่ก็ไม่อาจทำได้ ด้วยบางสิ่งบางอย่างที่ตนเคยก่อเอาไว้“ช่วยกันนิดๆ หน่อยๆ ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร จะหัวเสียทำไม”ปัฐวิกรย้อนถามหน้าตาย นั่นยิ่งทำให้หญิงสาวถึงกับขบริมฝีปากล่างเพราะเหมือนถูกตอกหน้า“แต่คู่หมั้น มันไม่มากไปหน่อยเหรอคะ”เธอยังรู้สึกเหมือนถูกรวบรัดมัดมือชกเกินไป“อายุผมตั้งขนาดนี้แล้ว จะเรียกว่าแฟนมันดูขัดๆ”เหตุผลของเขาทำเอาหญิงสาวถึงกับขยับปากค้าง กวาดตามองใบหน้าหล่อเนี้ยบ ตาคมกริบ ผมเรียบเป๊ะ พร้อมรูปร่างสูงสมาร์ตในชุดสูทลำลองของอีกฝ่ายแล้วก็แอบเห็นด้วยในใจมาดดีขนาดนี้ อายุก็ไม่น้อยแล้ว จริงๆ ควรจะแต่งงานไปแล้วด้วยซ้ำ แม้จะจำอายุของอีกฝ่ายไม่ได้ แต่ก็พอรู้ว่ามากกว่ากัญญานันหลายปี เพราะตอนงานศพของยายจันทร์เธอกับเพื่อนอยู่มัธยมปลาย ทว่าปัฐวิกรเรียนจบมหาวิทยาลัยกลับมาจากเมืองนอกแล้ว“ว่าแต่คุณมาทำอะไรที่นี่เหรอ”ปัฐวิกรถามขึ้น เพราะงานนี้จัดที่กรุงเทพฯ จึงอดแปลกใจไม่ได้ที่ได้พบกับเจ้าของร่างอรชรที่นี่“พาเด็กๆ มารำเปิดงานน่ะค่ะ”“หืม? รับงานถึงกรุงเทพฯ เลยเหรอ”คิ้วเข้มขยับขึ้นเล็กน้อยพร้อมถาม“พอดีผู้ใหญ่ที่
Baca selengkapnya
2.คุณแฟนที่รัก (1)
แขนกำยำถูกแขนเรียวสอดเข้ามาคล้องอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว ปัฐวิกรรู้สึกได้ว่ามีคนเดินเข้ามาหาเขา หากก็ไม่ได้ใส่ใจในตอนแรก ทว่าเมื่ออยู่ๆ ก็ถูกประชิดตัวชายหนุ่มจึงหันมอง กำลังจะดึงแขนของตนออกคิ้วเข้มก็ขมวดเข้าหากันดวงหน้าเนียนใสน่ารักด้านข้างคุ้นตา ขณะที่อีกฝ่ายมองตรง ไม่ได้มองเขา“นี่แฟนฉัน”คำพูดของเธอทำให้ปัฐวิกรขมวดคิ้วยิ่งขึ้นด้วยความไม่เข้าใจ แต่เพราะหญิงสาวไม่ได้ใส่ใจเขา ทำให้ชายหนุ่มทำอะไรไม่ได้นอกจากหันมองตามเธอแล้วก็เห็นผู้ชายรูปร่างหน้าตาดีคนหนึ่งมองเขากับเธอด้วยสีหน้าสงสัย“ไม่เอาน่าสอง คิดว่าการที่เธอเดินไปเกาะแขนคนอื่นที่เป็นใครก็ไม่รู้เอามาอ้างเฉยๆ แล้วเราจะเชื่อเหรอ”ชายหนุ่มคนที่พูดดูจากหน้าตาและอายุแล้วน่าจะพอๆ กับหญิงสาวข้างกายเขา“ฉันไม่ได้อ้างนะ”คนที่สูงประมาณช่วงอกของเขาพูดพร้อมเชิดหน้า“ทำแบบนี้อันตรายนะ มาคุยกับเราให้รู้เรื่องดีกว่า”ผู้ชายคนนั้นยื่นมือมาหาแต่ร่างอรชรถอยหลบมาหลังเขาเล็กน้อย“เราคุยกันจบแล้ว บอกแล้วไงว่าฉันมีแฟนแล้ว พอนายไม่เชื่อฉันก็ยืนยันให้นายเห็นนี่ไง”“สอง...”“ถามผมก็ได้นี่ ว่าเป็นแฟนเธอจริงๆ หรือเปล่า”ปัฐวิกรพูดขึ้นเพราะชักเอือมกับการโต้เถี
Baca selengkapnya
2.คุณแฟนที่รัก (2)
“ผมไปตกลงช่วยคุณตอนไหน คุณมัดมือชกผมล้วนๆ”คนถูกบังคับสวนขึ้นอย่างไม่พอใจ ขณะที่หญิงสาวกลับชะโงกหน้าผ่านเขาไปมองทางที่เพิ่งเดินจากมา ราวกับไม่ได้ฟังในสิ่งที่เขาพูด“ถ้าคุณไม่มีอะไรแล้วผมไปล่ะ”ปัฐวิกรมองอีกฝ่ายราวกับเด็กจอมยุ่งพูดไม่รู้เรื่อง เมื่อเธอไม่คิดจะฟังเขา ก็ไม่จำเป็นต้องพูดอะไรด้วยอีก ร่างสูงใหญ่ขยับตัวจะกลับไปทางเดิม ทว่ากลับถูกหญิงสาวดึงแขนเอาไว้“ไปไหนน่ะคุณ”เธอกัดฟันทำใจให้นิ่งเพื่อมองหน้าชายหนุ่มให้ได้ทั้งที่ก่อนหน้านี้พยายามเลี่ยง เพราะดันไปจูบแก้มเขาเข้าแบบนั้นย่อมต้องมีความกระดากอายบ้าง“ก็กลับไปที่เดิมน่ะสิ”“ถ้าคุณกลับไปแล้วเขายังอยู่ ก็ต้องเห็นน่ะสิ ว่าคุณไม่ได้ไปกับฉัน”คนฟังถอนหายใจออกมาอย่างแรงด้วยความจงใจให้เห็นว่าเขาไม่พอใจในสิ่งที่เธอทำ“เรื่องของคุณผมไม่อยากยุ่ง”“แค่ช่วยนิดๆ หน่อยๆ ไม่ได้หรือไง เรื่องแค่นี้เอง ทำหัวเสียไปได้”มาธาวีอดเคืองขึ้นมาไม่ได้ รู้สึกว่าอีกฝ่ายแล้งน้ำใจกับตัวเองเกินไป ทั้งที่ก็เป็นคนรู้จักกัน แม้จะผิวเผินก็ตามเธอเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวที่รักของเขาเลยนะ แถมยังเพิ่งเจอกันเมื่อสองอาทิตย์ก่อนเอง ตอนนั้นเขาก็พูดกับกัญญานันดีว่า ‘จำเธอ
Baca selengkapnya
3.คนที่หมายตา (1)
“นายบินไปค้างคืนเดียว เช้าก็กลับมาไม่เห็นจะยุ่งยากอะไร”ปัฐวิกรมองน้องชายที่กำลังนั่งหน้าบูดบึ้งอย่างเหนื่อยหน่าย เพราะการขอความช่วยเหลือครั้งนี้ดูไม่จำเป็นสักนิด“พี่ปัฐทำเหมือนไม่รู้”กิตติกรถอนหายใจพิงหลังกับโซฟาด้วยความท้อแท้ใจที่พี่ชายไม่ได้ใส่ใจความทุกข์ร้อนของเขาเลย“พี่รู้ แต่ปรางกับลูกก็ไม่ได้หนีนายไปไหนสักหน่อย เขาก็อยู่นี่ แค่คืนเดียวจะเป็นอะไรไป”คนเป็นพี่ชายยังหน้าเฉย ดูแฟ้มคอเลกชั่นใหม่ที่ฝ่ายแบบส่งมาอยู่ที่โต๊ะทำงานของตน ก่อนจะเงยหน้าขึ้นถามน้องชายเกี่ยวกับงาน“สาขาที่โน่นส่งคอเลกชั่นใหม่หรือยัง”กิตติกรมองพี่ชายอย่างไม่อยากเชื่อว่าอีกฝ่ายจะมองข้ามความเดือดเนื้อร้อนใจของเขา“พี่ปัฐ”“ส่งหรือยัง”คนถูกถามถอนหายใจออกมาเสียงดังอย่างต้องการให้รู้ว่าตนเองขุ่นใจ ทว่าก็ยอมตอบ“ส่งเมล์มาให้ผมดูแล้ว ถ้าพี่จะดูเดี๋ยวผมส่งไฟล์ให้เลขาพี่ปริ้นต์ให้ครับ”“นายว่าไงบ้างล่ะ”สาขาที่เชียงใหม่ค่อนข้างลงตัวแล้ว ปัฐวิกรปล่อยให้น้องชายตัดสินใจได้เลย เพราะงานมีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ แต่ก็มีคอเลกชั่นหลักของแบรนด์วางขายด้วย หรือมีออเดอร์พิเศษในแบบทางเหนือ สาขาที่กรุงเทพฯ ก็สามารถจัดการให้ลูกค้า
Baca selengkapnya
3.คนที่หมายตา (2)
ร่างสูงใหญ่ของคนที่เพิ่งก้าวเข้ามาในงานทำให้มาลินีแปลกใจ หากไม่นานก็ยิ้มออกมาเพราะคิดว่าเป็นโอกาสดีที่ตนเองจะได้พูดคุยทำความรู้จักกับอีกฝ่ายให้มากขึ้น สาวร่างโปร่งระหงตรงไปทักทายชายหนุ่มพร้อมรอยยิ้มในทันใด ด้วยรู้สึกว่าเขาเริ่มตกเป็นเป้าสายตาของสาวหลายคนในงาน“สวัสดีค่ะคุณปัฐ ไม่คิดว่าคุณจะมางานนี้”“สวัสดีครับคุณหนึ่ง”ชายหนุ่มไม่ได้ยิ้มตอบคนที่ส่งยิ้มหวานมาให้ หากเขาก็ตอบรับอย่างมีมารยาท“พอดีนายกลางงอแงผมก็เลยต้องมาแทนน่ะครับ”ปัฐวิกรไม่ได้อยากดิสเครดิตน้องชายตัวเองหรอก แต่อีกฝ่ายทำตัวอย่างนั้นจริงๆ อีกอย่างแม้สาวสวยตรงหน้าจะเคยสนใจน้องชายของเขาหากก็เธอเองก็มีส่วนช่วยให้กิตติกรสมหวัง ชายหนุ่มจึงคิดว่าไม่มีประโยชน์อะไรต้องรักษาภาพลักษณ์ของน้องชายกับเธองานนี้เป็นงานเลี้ยงครบรอบหกสิบปีของอดีตผู้ว่าราชการจังหวัดที่ผู้ใหญ่ในเชียงใหม่ต่างก็นับหน้าถือตา ตระกูลเขาเพิ่งมาลงหลักปักฐานธุรกิจที่นี่จำเป็นต้องให้เกียติผู้หลักผู้ใหญ่ รวมทั้งออกงานสังคมทำความรู้จักผู้คนให้มาก ก่อนหน้านี้กิตติกรค่อนข้างออกงานบ่อยและวางรากฐานเอาไว้อย่างดี ทำให้งานใหญ่ครั้งนี้ไม่อาจพลาดได้“แหม ถ้าบอกว่าเพราะต้องดูแ
Baca selengkapnya
4.หนุ่มเนื้อหอม (1)
“คุณสองครับ”เสียงเข้มทักขึ้นขณะมาธาวีกำลังลังเลที่จะก้าวไปยังโต๊ะที่ครอบครัวตนนั่งอยู่เพราะมีบางคนทำให้เธออึดอัดนั่งอยู่ด้วย หญิงสาวหันไปมองก็เห็นว่าเป็นชายหนุ่มที่เคยเจอกันหลายครั้งในงานสำคัญของจังหวัด และเธอมักจะประสานงานกับฝ่ายของเขาบ่อยครั้งเมื่อต้องพาเด็กๆ ที่โรงเรียนไปทำการแสดง“คุณอธิป”“ผมเพิ่งเคยดูรำฉุยฉายพราหมณ์ คุณสองรำสวยมาก”เขาเอ่ยขึ้นทันทีที่เดินมาถึงตัวเธอ“ผมไม่เคยดูคุณสองรำเลย ปกติเห็นแต่เด็กๆ”“คุณป้าท่านบอกว่าอยากดูสองน่ะค่ะ”เธอตอบพร้อมยิ้มอ่อน ไม่ได้แสดงท่าทีเชิดหน้ายืดอกในคำชม ขอแค่มีคนชอบและสนใจอยากดูนาฏศิลป์ไทยเธอก็ดีใจแล้ว“เพราะภรรยาท่านชอบ ผมก็เลยมีโอกาสได้ดูเป็นบุญตา”“ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกค่ะ”มาธาวียิ้มขำ คิดว่าอีกฝ่ายพูดเกินจริงไปหน่อย“แล้วนี่คุณสองจะไปไหนครับ”“ไปหาคุณพ่อคุณแม่น่ะค่ะ”“อ๋อ งั้นผมไปด้วยนะครับ ยังไม่ได้พบพวกท่านเหมือนกัน”หญิงสาวชะงักไปเล็กน้อย หากก็ไม่คิดมาก เพราะอย่างไรเสียอีกฝ่ายก็รู้จักบิดามารดาของเธอ แถมยังทำงานอยู่ที่เดียวกันกับพี่สาวของเธออีกด้วย“อ้าวยายสองมาแล้ว มานั่งลูก”มารดาของเธอหันมาเห็นพอดีแล้วเรียกให้นั่ง“สวัสดีครับพ่อเล
Baca selengkapnya
4.หนุ่มเนื้อหอม (2)
มาธาวีนั่งเงียบอยู่ที่เบาะด้านหลังรถของปัฐวิกรอย่างอึดอัด เธอไม่ได้อยากติดสอยห้อยตามมากับพวกเขาเลยแม้แต่น้อย ทว่าเพราะวันพรุ่งนี้โรงเรียนหยุดและกัญญานันเองก็ไปนอนบนภูหมอก เธอจึงกลับบ้านก่อนจะมาที่งานพร้อมบิดามารดาและจะกลับไปนอนกับพวกท่านทว่าเมื่อพี่สาวเอ่ยปากเรื่องไปต่อกับกลุ่มเพื่อน เพราะพรชิตาเอ่ยปากชวน เธอจึงถูกยัดเยียดให้มาเป็นเพื่อนพี่สาว แถมพี่เธอยังชวนปัฐวิกรมาอีกด้วย ในคราแรกชายหนุ่มปฏิเสธแต่เพราะมาลินีอ้างว่าอยากให้มีคนที่ไว้ใจได้ไปด้วยเพื่อความสบายใจของพ่อกับแม่ นั่นทำให้ได้แรงสนับสนุนจากพวกท่านในทันที ยิ่งแม่ของเธอถึงกับฝากฝังลูกสาวสองคนกับชายหนุ่มเลยทีเดียวปัฐวิกรขับรถมาตามสถานที่ที่มาลินีบอก แล้วก็ได้รู้ว่าอยู่ไม่ไกลคอนโดของตนนัก เมื่อก่อนชายหนุ่มพักกับน้องชาย แต่เมื่ออีกฝ่ายมีครอบครัวแล้วเขาจึงซื้อคอนโดของตนเองแยกออกมา แม้จะนอนโรงแรมก็ได้ทว่าชายหนุ่มคิดว่าหากบิดามารดาต้องการมาเยี่ยมกิตติกรหรือกัญญานัน น่าจะสะดวกมากกว่า“นึกว่าคุณอธิปจะไม่มาเสียอีกค่ะ”มาธาวีพูดขึ้นเมื่อเห็นอธิปเดินตามกลุ่มของพวกเธอเข้าไปข้างใน“จะพลาดได้ไงล่ะครับ”อธิปยิ้มกว้างตาพราว“สาวๆ เยอะใช่ไหมล่
Baca selengkapnya
5.อย่ามายุ่งกับคู่หมั้นผม (1)
มาธาวีเงยหน้าขึ้นมาจากมือถืออีกครั้งก็ยังไม่มีใครกลับมา ที่สำคัญพวกเขาไม่ได้อยู่ที่โซนหน้าเวทีแล้ว“ไปไหนกันหมดล่ะเนี่ย”หญิงสาวมองไปรอบๆ ด้วยความแปลกใจ ผู้คนอยู่ทั้งโซนด้านหน้าและเต้นในมุมโต๊ะของตัวเองแม้ไม่ได้แออัดยัดเยียดและไม่ได้ดูเละเทะ เพราะต่างก็โตมีวุฒิภาวะกันแล้วแต่ภายในไม่ได้สว่างจึงหาได้ยาก แต่แล้วเธอก็เห็นหลังกว้างของปัฐวิกรแวบๆ ไปทางด้านหนึ่ง“อะไรจะไวไฟขนาดนั้น แต่ก็โตๆ กันแล้วอะนะ”เธอคิดว่าพรชิตากับชายหนุ่มน่าจะอยากได้มุมที่เป็นส่วนตัว แล้วก็พยายามมองหาพี่สาวแทนเพราะดูออกว่ามาลินีถูกใจปัฐวิกร แต่กลับปล่อยให้ชายหนุ่มไปกับเพื่อนแล้วตัวเองหายไปกับอธิปเสียได้“อย่าบอกนะว่าพี่หนึ่งเปลี่ยนใจจากคุณปัฐแล้วเนี่ย”“น้องครับ”เสียงใครคนหนึ่งดังขึ้นใกล้ตัวทำเอามาธาวีถึงกับสะดุ้ง แล้วก็ต้องรีบขยับตัวทันทีเมื่ออีกฝ่ายทิ้งตัวลงนั่งเบียดกับเธอทั้งที่ไม่รู้จักกัน ทว่าเขากลับดึงแขนเธอเอาไว้ไม่ให้ลุก“เดี๋ยวสิน้อง จะไปไหน”“ขอโทษค่ะ ฉันไม่รู้จักคุณ”มาธาวีพยายามทำตัวสุภาพเข้าไว้เพราะเวลานี้ไม่มีใครอยู่กับเธอ ดูแล้วอีกฝ่ายค่อนข้างเมามาก คิดว่าคุยแบบดีๆ เอาไว้ก่อนดีกว่า“พี่ก็กำลังจะมาทำคว
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status