LOGIN" จำเอาไว้ให้ขึ้นใจ ว่าเธอเข้ามาอยู่ที่บ้านหลังนี้ ในฐานะอะไร อรวีร์ " "อรมาอยู่ข้างฉัน อยู่ในบ้านหลังนี้ ทำตามที่ฉันบอก แล้วฉันจะให้เงินอรเยอะๆ อรจะสุขสบายกับย่า ที่บ้านหลังเล็กๆ ฉันสัญญา " "ถ้าดื้อ ถ้าเกเร ฉันจะ เอาไว้หลังบ้าน แล้วย่าของอร " "ไม่ค่ะ หนูจะไม่ดื้อ จะเชื่อคุณทิสาทุกอย่าง หนูสัญญา " "อร ต้องนอนกับพี่ยุทธ์ ทำให้พี่ยุทธ์ อยู่กับอร ไม่ออกนอกลู่นอกทางไปไหน ยิ่งเขามาหาอรทุกวันได้ จะดีมาก "
View Moreร้านเครื่องดื่มและขนมขนาดใหญ่ ใกล้กับมหาวิทยาลัยชื่อดัง ที่มีนักศึกษาผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันเข้ามาใช้บริการจำนวนมาก เสียงสั่งเครื่องดื่ม ดังไม่ขาดสาย ตลอดทั้งวัน พนักงานในร้านหลายคน ผลัดเปลี่ยนกันไปพัก เพราะมีลูกค้า เข้ามาใช้บริการไม่ขาด มือเรียวบางผิวขาวจัด ของหญิงสาวตัวผอมบาง หยิบแก้วกาแฟ ที่อยู่บนโต๊ะ ใส่ถาด แล้วก็เก็บจานขนม ก่อนจะหันหลังกลับไป อย่างไม่ทันระวัง ลูกค้าที่กำลัง ลุกขึ้นพอดี จึงชนเข้าไป พนักงาน ที่กำลัง หันหลังกลับไป
เพล้ง เพล้ง เสียงถาดในมือ ร่วงหล่นกับพื้น พร้อมกับ ใบหน้าโกรธจัด ของนักศึกษาสาว ที่ถูกชน ด้วยความ ไม่ตั้งใจ ของพนักงาน มือที่จับกระเป๋า ราคาแพงอยู่ จึงฟาดลงไปที่ไหล่ ของคนที่ยืนอยู่ข้างๆ ทันที
"อีบ้า ซุ่มซ่าม " นักศึกษาสาว มองกระเป๋าสีชมพูหวานในมือ แล้วบอกด้วยน้ำเสียงดุดัน
"ไปเรียก เจ้าของร้านมา "
ป้ายราคาและใบเสร็จ รับเงิน ที่อยู่ในโทรศัพท์ ถูกส่งมอบให้กับ ผู้จัดการของร้านได้ดู
"สองแสนห้า "
ค่าเสียหาย ที่ต้องชดใช้ ทำให้ คนที่ทำงานค่าแรงวันละสองร้อยบาทตาโต ก่อนจะก้มหน้าลงด้วยความอ่อนใจ
"ฉันเพิ่งซื้อกระเป๋ามา อีหน้าโง่ มันซุ่มซ่าม ทำของฉันเสียหาย มันต้องรับผิดชอบ "
"ฉันไม่ได้หน้าโง่หรอกค่ะ แต่ซุ่มซ่าม ฉันยอมรับ และฉันไม่ได้ระวังเท่าที่ควร แต่คุณก็ทำร้ายฉัน "
อรวีร์ ตอบโต้กลับไป ด้วยน้ำเสียงหนักแน่น มองคู่กรณีที่ยืนอยู่ในห้องผู้จัดการด้วยความไม่พอใจ เหมือนกัน
"ฉันต้องการ ค่าเสียหาย ในมูลค่า ที่เท่ากัน "
เสียงของนักศึกษาสาว บอกสิ่งที่ตัวเองต้องการออกไป แล้วหันไปมอง คนที่ยืนหน้าซีดด้วยความสะใจ
"แก ทำกระเป๋าฉันเสียหาย แกต้องรับผิดชอบ แกเอากระเป๋าใบนี้ ไปขายก็ได้ แล้วเอาเงินมาให้ฉัน ให้ครบจำนวน ใบนี้ ซื้อจากช้อปไทย ราคาสองแสนห้า ฉันเพิ่งซื้อมา ไม่กี่วัน แล้วแก ก็ไปหาเงินส่วนต่างที่เหลือ มาให้ฉัน ภายในสิ้นเดือนนี้ ไม่อย่างนั้น ฉันจะไปแจ้งความ ว่าร้านนี้ มันห่วยแตก "
ผู้จัดการร้านมองกระเป๋าสีชมพูใบสวย แล้วมองหญิงสาวที่เป็นลูกค้าของร้านด้วยความหนักใจ
"คุณลูกค้าครับ กระเป๋ามีรอยแบบนี้ สามารถเอาไปซ่อมได้ไหมครับ "
"ซ่อมบ้าซ่อมบออะไรของแก ไอ้หน้าโง่ ซ่อมแล้ว มันจะเหมือนเดิมไหม ใช้สมองของแกคิดสิ ของฉัน ซื้อมาดีดี แต่ก็ถูกทำให้เสียหาย ก็ต้องรับผิดชอบ เข้าใจไหม "
อรวีร์นับหนึ่งจนถึงสิบในใจไปแล้ว หลายต่อหลายครั้ง มองคนที่กำลังอาละวาด ใส่เธอ ด้วยความโกรธ ความโมโห เช่นกัน เธอรับผิด ที่ทำให้ของเสียหาย แต่การชดใช้ มูลค่า สองแสนห้าหมื่นบาท มันมากเกินไป
"ไปแจ้งความกันเถอะค่ะ "
"แน่ใจใช่ไหม ว่าจะแจ้งความ เธอคงไม่รู้ ว่าพ่อฉันเป็นใคร "
กระเป๋าแบรนด์เนม สีชมพูใบสวยที่ถูกนำออกมาวาง พร้อมกับอุปกรณ์ครบชุด ทำให้เจ้าของร้าน ต้องหันมามอง คนตรงหน้าด้วยความสนใจ
นักศึกษาสาว ผิวขาวจัด ตัวผอมบาง นั่งอยู่ในร้าน รับซื้อและจำนำแบรนด์เนม ที่อยู่ในห้างสรรพสินค้า สุดหรู ใจกลางเมือง
"ของน้องเองหรือเปล่าคะ "
เจ้าของร้าน มองกระเป๋า และมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความใส่ใจเป็นพิเศษ
กระเป๋าที่หายาก เพิ่งนำเข้ามาในไทยได้ไม่กี่วัน แต่มีคนนำมาขายแล้ว ตามที่รู้มา มีเพียงไม่กี่คน ที่ได้ครอบครอง และ ดูเหมือนว่า คนที่นั่งอยู่ตรงนี้ จะไม่มีความสามารถ ที่จะถือกระเป๋า ราคานี้ได้
"คือว่า ของหนูค่ะ "
อรวีร์สบตากับคนตรงหน้า แล้วบอกออกไปตามที่ตัวเองคิด คู่กรณีเรียกตำรวจมาจริงๆ และ ให้เธอเขียนหนังสือสัญญา ผู้จัดการของร้าน ต้องรับหน้าที่ค้ำประกันยอดเงินให้กับเธอ ทุกสิ่งทุกอย่าง มันกำหนดเอาไว้ อย่างที่เธอ หลีกเลี่ยงมันไม่ได้จริงๆ โชคชะตาหรือฟ้าลิขิต ทำให้ชีวิตของเธอ เป็นแบบนี้
"น้อง บอกความจริงพี่มาเถอะค่ะ พี่เช็คได้นะคะ ว่าใบนี้ เป็นของใคร "
เจ้าของร้าน มองคนตรงหน้าด้วยสายตาอ่อนโยน มือบางเอื้อมไปจับมือ ของนักศึกษาสาวตรงหน้า แล้วจับเบาๆ
"พี่ ไม่รับซื้อของที่น้องหยิบมาโดยที่เจ้าของไม่รู้นะคะ "
คำที่เลี่ยงใช้ ทำให้อรวีร์ ต้องยิ้มแล้วบอกด้วยน้ำเสียงหนักแน่นอีกครั้ง
"หนู ไม่ใช่คนแบบนั้นค่ะ รับประกันได้เลย "
ยอดเงินจำนวนมาก แบบที่เพิ่งจะเคยได้สัมผัสเป็นครั้งแรก ในชีวิต ถูกนับเป็นครั้งที่สาม ท่ามกลางสายตา อ่อนโยน ของคนตรงหน้า ที่มองมาด้วยความสนใจ ผิวขาวจัด และ ใบหน้าเล็กๆ ที่ดูน่ารักน่าเอ็นดู มากกว่าจะสวยสะดุดตา ดวงตากลมโต คิ้วเรียงเป็นเส้นสวยตามธรรมชาติ และจมูกที่เป็นสัน โด่งแบบไม่ได้ดูแหลม แต่น่ามอง
"เรียนปีไหนแล้ว "
เจ้าของร้านถามไถ่ ชวนคุยไปเรื่อย
"ปี4แล้วค่ะ จะจบแล้ว "
"สนใจมาทำงานกับพี่ไหม " มือที่กำลังยัดเงิน ในซองสีน้ำตาล ชะงัก แล้วหันไปมองคนพูดอีกครั้ง
"พี่รับสมัครงานอยู่ แล้วน้อง ก็ดูฉลาดพูดจาฉะฉาน "
"หนู ไม่มีความรู้เรื่องกระเป๋าเลยค่ะ เพราะหนูเรียนบัญชี "
"พี่จ้างพนักงาน เดือนละ 30k ถ้าน้อง "
"สมัครค่ะ "
คนที่ไม่เคยได้รับโอกาสแบบนี้ เดินออกจากห้างดังตรงไปที่สถานีรถไฟฟ้า นามบัตรของ เจ้าของร้าน ยังอยู่ในกระเป๋าผ้าที่ใช้ใส่หนังสือเรียน เงินแสนกว่าบาทที่ได้รับมาในวันนี้ ยังไม่คบจำนวน ที่จะไปชำระหนี้ แต่การที่เธอ จะได้เข้าทำงาน ในร้านใหญ่โตแบบนั้น ก็ทำให้เธอ โล่งใจ ไปได้ อีกอย่าง พนักงานพาสไทม์ ที่หาเงิน เรียนหนังสือ และใช้ชีวิตมาด้วยความยากลำบาก สอนให้อรวีร์ อดทน คนจน ถ้าไม่สู้ ก็รอวันอดตาย แต่ถ้าคิดจะสู้ กับคนที่เขา มีอะไรเหนือกว่า ตัวเองมากๆ ก็ต้องยอมแพ้ แพ้ตั้งแต่ยังไม่ต้องสู้ ชีวิตมันก็เป็นแบบนี้ มันไม่ได้สวยงาม อย่างที่ใครต่อใครบอกหรอก
รองเท้าผ้าใบคู่เก่า ถอดวางอยู่หน้าบ้าน คนที่เพิ่งกลับมาถึง เปิดประตูบ้านเข้าไป พร้อมกับ มองหาคนที่อยู่ในนั้น
ร่างบอบบางของหญิงชรา นอนคุดคู้อยู่ข้างโซฟาตัวเก่า และ ชายวัยกลางคน ก็เดินเข้ามา พร้อมกับไม้ในมือ
เสียงกรีดร้องและเสียงข้าวของในบ้าน ร่วงหล่นลงบนพื้น มือบางกำสายกระเป๋าเอาไว้แต่ก็ไม่อาจต้านทานได้
เงินนับแสนบาท ร่วงหล่นกระจายออกมาเต็มไปพื้น พร้อมกับ เสียงร้องด้วยความดีใจ ที่ได้เงินมหาศาล จากหลานสาวที่ตัวเองเลี้ยงดูมา ตั้งแต่ พ่อแม่ ของหลาน เสียชีวิตไป เมื่อสิบกว่าปีก่อน
ครอบครัวนักธุรกิจใหญ่ ที่มีคุณย่า เป็นที่รักและเคารพ ที่สุดของคนในบ้าน เดินทางมางานแต่งงาน ของหลานชาย ที่จัดงานแต่งงาน กับลูกสาวอดีตนักธุรกิจใหญ่ ข่าวการขอแต่งงานในกลุ่มเพื่อน ค่อยๆกระจายออกไปในวงกว้าง ทำให้พี่ๆน้องๆ ที่อยู่ในกลุ่มใกล้เคียงกัน ต้องการที่จะมางานในวันนี้รถตู้และเอสยูวีหลายคัน จอดเรียงรายเป็นแนวโดยมี พนักงานในร้านขนม ออกมาอำนวยความสะดวกให้อย่างเต็มที่พ่อเลี้ยงและแม่ ที่เดินทางมาหลายวันแล้ว มองลูกชายที่กำลังจะเป็นฝั่งเป็นฝาด้วยความชื่นใจสาวๆหลายคน ที่มารวมตัวกัน ในวันนี้ มองแฟนสาวของพี่ปราบด้วยความสนใจ ใบหน้าสวยหวาน ที่แต่งเติมด้วยเครื่องสำอางโทนสีหวาน สวมชุดไทยสีฟ้าอ่อน นั่งเงียบๆ อยู่ด้านใน โดยมีน้องปราง น้องสาวคนเล็ก นั่งอยู่เป็นเพื่อน"นอกจากจะเซอร์ไพรส์ กับ เจ้าสาวแล้ว แฟนพี่ปราบก็ทำเอาพวกเรา เซอร์ไพรส์มาก "เจ้าสาว ที่กำลัง สำรวจหน้าผม ยิ้มแล้วมองไปทางแฟนพี่ชาย"พี่ภัชน่ารักมาก เรียบ
รถตู้คันเงาวับที่จอดอยู่หน้าบ้าน พร้อมกับเสียงสั่งลูกน้องดังมาก่อนตัว ทำให้คนที่อยู่ในบ้าน ต้องออกไปยืนดูนักธุรกิจหนุ่มหล่อลูกครึ่งวัยยี่สิบกว่าปี สวมสูทสีดำ แต่ปลดกระดุมเสื้อลงมา เพื่อให้สบายตัวมากขึ้น สั่งลูกน้องให้ขนของเดินเข้ามา เครื่องดื่ม และอาหารคาวหลากหลายอย่าง ที่ซื้อมาตามคำสั่งของแฟน สำหรับมื้อเย็น ในวันนี้ รวมถึงของเล่นของน้องแฝด ที่พี่เขย รับหน้าที่เปย์น้องๆด้วยความเต็มใจ"ไอ้เชี่ยปราบ " เสียงเพื่อนรักสองคน ทักทายกัน แล้วสวมกอด ด้วยความดีใจ ก่อนจะมองหน้ากัน"เรียกใหม่ครับ คุณมึงต้องเรียกกูว่า พี่ปราบ "ตำแหน่งน้องเขย ที่เป็นตำแหน่งต้องห้ามมาหลายปี กำลังจะมีคนได้ครอบครอง และคนที่ได้รับตำแหน่ง เป็นเพื่อนสนิท ที่รู้จักกันดีอีกด้วย กลุ่มเพื่อนสนิท แทบจะอยากหยุมหัวไอ้โนอาห์ ที่พอกลับมาถึงประเทศไทย หลังจากหายหน้าหายตาไปต่างประเทศ ก็มาคว้าหัวใจดอกฟ้า ที่ใครต่อใครได้แต่มองแต่เอื้อมไม่ถึง"สวัสดีครับ พี่ปราบ ผมชื่อ ณพ โนอาห์ ตระกูลอมรวงค์ ขอฝากเนื้อฝากตัวกับพี่ปราบด้วยนะครับ "เมื่อพี่ชายเมีย พูดออกมาแล้ว คนที่ยอมรับว่า อยา
ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีเข้ม กางเกงยีนขายาว เดินถือกระเป๋าเดินทางใบเล็กลงมาจากห้องพัก แล้วมองคนที่เดินตามหลังมา ด้วยสายตาอ่อนโยน"เขินอะไร ไปเร็ว "เธอเดินลากขาลงมาจากห้องพักอย่างช้าๆ แล้วมองชุดที่สวมใส่ ก่อนจะก้าวขึ้นรถของเขาไปการเดินทางไปเยี่ยมบ้านแฟน ครั้งแรก ในชีวิตของเธอ ทำให้เธอตื่นเต้นไม่น้อย แต่ เขาก็บอกเสียงอ้อน จนเธอ ไม่กลัวที่จะเดินเข้าไป ในบ้านของเขา"บ้านปราบ มีคุณยาย ที่ใจดีมากๆ ท่านอายุมากแล้ว และแน่นอนว่า คุณยายรักปราบที่สุด "คุณทวดที่เป็นเจ้าของต้นตำรับขนมไทย อายุมากแล้ว และหลงลืมไปบ้าง ตามวัย แต่หลานชายคนโต ที่ชื่อน้องปราบ คือแก้วตาดวงใจ"พ่อก็หล่อเฟี้ยว ใจดีกับลูกมาก แล้วก็แม่ ที่เข้าใจลูกที่สุด ส่วนน้องปริม น้องสาวที่กำลังจะเป็นเจ้าสาว ในอีกไม่กี่วัน ก็เข้ากับภัชได้ดี น้องแฝดก็คงติดพี่ภัช ไม่ทำให้พี่ภัช อึดอัดใจแน่นอน "ครอบครัวของเขาน่ารักกับเธอมากทุกคน แต่คนที่ไม่เคย ได้พบเจออะไรแบบนี้ก็รู้สึกว่า แปลกที่แปลกทาง และอดตื่นเต้นไม่ได้รถเอสยูวีที่ขับไปบนถนนรักษาระยะความเร็ว คงที่ได้แล้ว คนขับรถก็วางมือขอ
คนที่ถูกจับยัดขึ้นมาบนรถ แล้วก็นั่งรอด้วยความกระวนกระวายใจ ก่อนจะรีบปลดล็อกให้ เมื่อเห็น เขาเดินมาใบหน้าที่เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ คว้าตัวเธอมากอด แล้วจูบที่หน้าผากหลายครั้ง"ไม่มีอะไรแล้ว ต่อไปนี้ มันคงไม่กล้า ""ปราบ ไม่เป็นอะไรใช่ไหม ""ไม่เป็นอะไร ปราบไม่ได้ไปทำร้ายสักหน่อย ไปพูดด้วย ว่าอย่ามายุ่งกับแฟนปราบ "คนเป็นแฟนที่เสียขวัญอย่างหนัก เพราะไม่คาดคิดว่าจะได้เจออดีตแฟนหนุ่ม ที่เลิกรากันไป เขายืนดักรออยู่ที่หน้าห้องน้ำ แล้วดึงตัวไปคุยด้วย พร้อมกับ ขอเงินจากเธอ คนที่เคยคบหากันมา รู้นิสัยของเธอ ประมาณหนึ่ง ว่าคนอย่างเธอ ไม่มีทางใส่เสื้อราคาแพง แบบนี้ แน่นอน ดังนั้น ตอนนี้ สภาพการเงินของนภาภัช ต้องถือว่า ดีกว่าเดิมแน่ๆ ดังนั้น คนหัวอ่อน อย่างเธอ คงไม่กล้าร้องออกมาแน่นอนนภาภัชไม่มีวันยอมให้ใครรังแก เธอจึงใช้ศอกกระทุ้งใส่เขา แล้วรีบวิ่งกลับออกมา แต่วิ่งไปผิดทาง ทำให้ต้องใช้เวลากว่าจะมาถึงโต๊ะ เมื่อมาถึง ก็ไม่เจอ ปราบอยู่ที่โต๊ะ ทำให้เธอ กลัวกว่าเดิม"ทีหน้าทีหลัง ต้องพกโทรศัพท์ " เขาดุเธอเสียง
รถโรงงานที่จอดรับส่งพนักงานบริเวณหน้าโรงงานเป็นประจำของทุกวัน พนักงานจำนวนมากที่เดินทางมาทำงานด้วยรถบริษัท มองดูรถเอสยูวีคันสวย ที่ขับเข้ามาจอด และเปิดท้ายรถ ให้รปภ.ตรวจตามกฎระเบียบ พนักงานในโรงงานจำนวนไม่น้อย ที่เป็นระดับซีเนียร์ หรือผู้จัดการ ที่นำรถมาเอง แต่รถราคาแพง คันหรูแบบนี้ มีเพียงคันเดี
ริมฝีปากนุ่มๆที่สัมผัสที่หน้าปากขาวมน แล้วค่อยๆขยับลงมาที่แก้ม สบตากับคนที่นอนอยูใต้ร่าง ด้วยสายตาหวานฉ่ำ"ปราบ " เสียงเรียกชื่อแผ่วเบา สั่นสะท้าน เพราะรู้ดีว่า เขากำลังจะทำอะไร"ครับ ทำไม เรียกปราบทำไม "คำขานรับแผ่วเบา ที่ตอบกลับมา เหมือนเสียงกระซิบ"ยังไม่พออีกเหรอ
เสียงไดร์เป่าผม ที่อยู่ด้านหลัง และมือนุ่มๆที่ค่อยๆสางผมให้อย่างระมัดระวัง ทำให้คนที่ได้รับการเอาใจ แอบยิ้มออกมา หวีที่วางอยู่ข้างตัว ค่อยๆสางผมให้เป็นทรง แล้วก็โน้มตัวเข้าไปใกล้
นักศึกษาฝึกงานที่กระหืดกระหอบ มาถึงโรงงาน แต่ก็ยังสาย ใบหน้าขาวใสที่วิ่งกระหืดกระหอบขึ้นไปที่แผนกบุคคล ยืนหอบเพราะหายใจไม่ทัน มือที่ถือบัตรชั่วคราวเอาไว้ พร้อมกับเป้ ที่สะพายอยู่ข้างหลัง มองรุ่นพี่ ที่ไปทานอาหารด้วยกัน เมื่อวาน"น้องปราบ เป็นอะไร ""ผมมาช้า 5 นาที "รุ่นพี่รั