登入“ไม่เป็นหรอกค่ะ งั้นคุณนนท์มาแล้ว นีก็ต้องขอตัวกลับแล้วเหมือนนะคะ” คุณครูสาวเอ่ยขอตัวอย่างสุภาพ ก่อนหันไปคว้ากระเป๋าใบใหญ่ที่ด้านในบรรจุข้าวของหลายอย่างเอาไว้ รวมถึงของฝากของเขาด้วย ซึ่งเขามองก็รู้ว่าเธอคงจะนำไปแจกให้คนอื่นๆ จนเหลือไม่กี่ถุงเอากลับไปรับประทานที่บ้าน
“อ้อ... ครับ” นนท์มัวแต่มองเพลิน เขามาสะดุ้งเอาตอนที่โดนบุตรสาวดึงมือยิกๆ
“คุณพ่อคะ ทำไมไม่บอกว่าจะไปส่งคุณครู หนูนาล่ะเครียดเลย ต้องให้บอกทุกอย่าง คุณพ่อหัดคิดเองบ้างสิ” เด็กน้อยกระซิบบ่นบิดา ก่อนจะเอามือก่ายหน้าผากเหมือนไม่ได้ดั่งใจในความซื่อของบิดา
“อ๋อๆๆ... เอ่อคุณครูนีกลับยังไงครับ” นนท์รีบเอ่ยถามเมื่อคุณครูสาวสะพายกระเป๋าทำท่าจะเดินจากไป
“กลับรถเมล์ค่ะ เดี๋ยวเดินไปขึ้นรถเมล์ที่ป้ายด้านหน้าค่ะ” ป้ายด้านหน้าคือต้องเดินออกจากซอยไปอีกหลายร้อยเมตร ซึ่งเขาเองนึกเป็นห่วงขึ้นมาครามครั้น
“ให้ผมไปส่งนะครับ” นนท์รีบมาดักหน้าเอาไว้ นึกขอบคุณบุตรสาวที่เอ่ยเตือน เพราะเขามัวแต่ใจลอย นี่ถ้าปล่อยให้เธอกลับเอง คงรู้สึกผิดยิ่งนัก ทั้งให้เธอรอเป็นเพื่อนลูก ทั้งให้เดินออกไปจากโรงเรียนอีกไกล
“เอ่อ... ไม่เป็นไรค่ะ นีเกรงใจ” ภคินีตอบอย่างเกรงใจจริงๆ เพราะไม่อยากเป็นภาระใคร เดินออกไปไม่ไกลก็ถึงป้ายรถเมล์แล้ว
“ไม่ต้องเกรงใจหรอกครับ ผมเองเสียอีกที่ต้องเกรงใจ นี่ก็มืดแล้ว เดินคนเดียวอันตรายแย่เลยครับ ถ้าผมปล่อยให้คุณครูเดินออกไปคนเดียวแล้วเกิดอันตราย ผมคงรู้สึกผิดไปตลอดชีวิต อีกอย่างนึงเพราะคุณครูต้องรอผมเป็นเพื่อนยายหนูเลยยังไม่ได้กลับ ให้ผมไปส่งนะครับ” เขาพูดเสียงนุ่มด้วยน้ำใจที่เอื้อเฟื้อให้เธออย่างจริงใจ
“งั้นก็ได้ค่ะ” ภคินีรับคำในที่สุด เพราะไม่อยากให้เขาเสียน้ำใจ
นนท์เดินไปเปิดประตูรถให้คุณครูสาวด้านหน้า ส่วนบุตรสาวนั้นเขาให้นั่งด้านหลัง ก่อนขึ้นรถยายตัวดียังหันมาตบมือแปะๆ กับเขา หัวเราะคิกๆ อย่างอารมณ์ดี จนเขาต้องขยี้ศีรษะเล็กๆ ด้วยความมันเขี้ยว
“ต้องอย่างนี้สิคะคุณพ่อ ถึงจะเหมาะสมกับที่หนูนาพูดชมคุณพ่อปูทางเอาไว้ให้กับคุณครูนี” เด็กน้อยกอดคอบิดากระซิบกระซาบให้ได้ยินกันสองคน
“ร้ายนักนะเรา” นนท์หัวเราะเบาๆ แต่ไม่แสดงออกมากนัก
“ใครดีใครได้ค่ะคุณพ่อ ช้าๆ ก็โดนใครคาบไปสิคะ” เด็กน้อยพูดเป็นการเป็นงาน
“เอ๊ะ! เราไปเอาคำพูดนี้มาจากไหน” นนท์ขมวดคิ้วเข้าหากัน เด็กวัยนี้มักจะจดจำสิ่งที่ผู้ใหญ่พูดได้ดี
“ได้ยินจากคุณครูที่โรงเรียนค่ะ” นรีรัตน์ตอบบิดาเสียงใส
“แล้วเราก็ช่างจดช่างจำเสียจริง” นนท์ลูบศีรษะเล็กๆ ของบุตรสาวอย่างมันเขี้ยว ให้มันได้แบบนี้สิ ยายแสบของเขา
“ก็หนูฉลาดนี่คะ” พูดแล้วกอดอกอมยิ้มยิงฟันใส่บิดา
“ขึ้นรถได้แล้วยายตัวแสบ” นนท์ขยี้ศีรษะบุตรสาวอีกครั้ง หลังจากซุบซิบคุยกันเบาๆ ด้านหลัง ก่อนจะเดินขึ้นรถและขับออกไป
“คุณพ่อขา... หนูนาหิ๊วหิวค่ะ” เด็กน้อยอยากจะถ่วงเวลาให้บิดาได้อยู่กับคุณครูสาวให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ จึงรีบบอกความประสงค์เมื่อบิดาขับรถออกมาจากโรงเรียนได้เพียงเล็กน้อย
“หิวแล้วเหรอครับ” นนท์หันมาพูดกับบุตรสาวระหว่างติดไฟแดง แต่เห็นยายตัวแสบขยิบตาให้ เขางงๆ ในคราแรก ก่อนจะเข้าใจ พักนี้เขากลายเป็นคุณพ่อจอมเอ๋อไปแล้ว เพราะดูเหมือนลูกน้อยจะฉลาดไปเสียทุกเรื่อง
“สงสัยจะมืดแล้วน่ะค่ะ หนูนาเลยหิว” ภคินีแสดงความคิดเห็นเสียงนุ่ม
“งั้นจะรังเกียจไหมครับคุณครู ถ้าจะไปรับประทานอาหารกับเราสองพ่อลูกสักมื้อ” พูดแล้วก็กลั้นใจรอ รับมุขมาจากยายตัวแสบเพราะเขาเข้าใจความต้องการของบุตรสาวดี แค่มองตาก็รู้ใจ
“ได้สิคะ กว่าจะถึงบ้านหนูนาจะแสบท้องเอาแย่ ต้องกินอาหารให้ตรงเวลานะคะหนูนา หิวก็ต้องกิน อย่าอดเอาไว้” ภคินีหันไปบอกคนด้านหลังที่นั่งเรียบร้อยไม่ดื้อไม่ซน
“เย้ๆๆ ดีใจจังเลยค่ะ วันนี้จะได้ไปกินอาหารกับคุณครูนีด้วย” ความฝันเป็นจริงแล้วตบมือชอบใจตามประสาเด็ก ภคินีได้แต่อมยิ้มให้เด็กน้อยทางด้านหลัง
“หลังจากนี้ให้ผมไปส่งบ้านนะครับ เพราะมืดแล้ว ผมไม่ยอมให้คุณครูกลับบ้านคนเดียวแน่นอน” นนท์พูดักคอเอาไว้ เมื่อเห็นว่าคุณครูแสนสวยตรงหน้ามีท่าทีเกรงใจอย่างเห็นได้ชัด
“ขอบคุณมากๆ เลยนะคะคุณนนท์ พาไปกินข้าวแล้วพาไปส่งบ้านอีก” ภคินีเริ่มเกรงใจขึ้นมาอีกแล้ว
“ไม่เป็นไรครับ เรื่องเล็กน้อย” เขาตอบรับเสียงนุ่ม รู้สึกเบาใจที่ทุกอย่างราบรื่นไปได้ด้วยดี
ไม่นานนนท์ก็เลี้ยวรถเข้าไปในร้านอาหารประจำของเขา ที่นี่มีอาหารขึ้นชื่อหลายชนิด เป็นอาหารไทยที่ได้รับความนิยมมากเป็นอันดับต้นๆ แถมราคายังย่อมเยาว์
“คุณครูทานอะไรดีครับ ร้านนี้มีอาหารอร่อยหลายอย่างเลย” นนท์เอ่ยถามเสียงสุภาพเมื่อเลื่อนเก้าอี้ให้คุณครูสาวและบุตรสาวได้นั่งเรียบร้อยแล้ว
“คุณนนท์แนะนำบ้างสิคะ นีไม่เคยมาร้านนี้น่ะค่ะ” เธอมองบรรยากาศของร้านแล้วนึกชอบใจ ทุกอย่างดูเป็นธรรมชาติ เสียงน้ำตกจำลองเล็กๆ ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย สายลมพัดเย็นสบายโดยไม่ต้องพึ่งเครื่องปรับอากาศ
“ร้านนี้อยู่ใกล้บ้านผมน่ะครับ เป็นร้านที่อร่อยมาก ผมพายายหนูมาทานประจำ” เขาชวนคุยอย่างเป็นกันเอง
“ใกล้บ้านคุณนนท์ ตายแล้ว... บ้านของนีอยู่ไกลไปคนละทางเลยค่ะ” คุณครูสาวตกใจรวมถึงเกรงใจมากขึ้นไปอีก
“ไม่เป็นไรครับ อยากพามารับประทานอาหารอร่อยๆ เดี๋ยวผมไปส่งคุณนีแน่นอน” นนท์รีบพูดเมื่อเห็นสีหน้าของอีกฝ่าย
“เกรงใจมากๆ เลยนะคะ ต้องวนรถกลับไปอีก” พูดอย่างไม่สบายใจจริงๆ
“อย่าคิดมากสิครับ งั้นผมสั่งอาหารเลยแล้วกัน เอาอาหารแนะนำของร้านเลยนะครับ รับรองทานแล้วจะติดใจ” นนท์ตัดบทไม่อยากให้เธอคิดมากมัวแต่เกรงใจแบบนี้ เนื่องจากเขาและบุตรสาวยินดีและเต็มใจเป็นอย่างยิ่งที่จะไปรู้จักบ้านของเธออย่างเป็นทางการ
“ตามสบายเลยค่ะ นีเป็นคนทานง่ายอยู่ง่ายค่ะ ไม่ได้เรื่องมากอะไร” เธอพูดตามจริงเพราะเป็นคนสมถะค่อนข้างจะรักสันโดษ รักเด็ก และก็ไม่เรื่องมาก ไม่ชอบนินทา แถมยังไม่เคยโกรธใครด้วย
อาหารที่สั่งถูกลำเลียงมาอย่างรวดเร็ว ล้วนแล้วแต่เป็นอาหารขึ้นชื่อของร้านแทบทั้งสิ้น “ผมกับยายหนูชอบทานปลา เลยหนักเมนูปลาไปหน่อยครับ”
นนท์ลูบท้ายทอยไปมา ลืมถามว่าคุณครูสาวชอบรับประทานปลาหรือเปล่า หรือรับประทานปลาได้ไหม เขาก็สั่งตามที่ตัวเองและบุตรสาวชอบ
“ได้เลยค่ะ ยิ่งเมนูปลายิ่งดีต่อสุขภาพ คุณนนท์สั่งปลาและเมนูผักแบบนี้ของโปรดของนีเลยค่ะ” เธอรีบบอกยิ้มๆ เพราะชอบทานเหมือนสองพ่อลูก
“งั้นลองชิมอันนี้เลยครับ” นนท์รีบตักอาหารให้คุณครูสาวเมื่อบุตรสาวกระทุ้งข้อศอกเป็นการให้สัญญาณ เอาเข้าสิ ยายตัวแสบของเขาอยากมีแม่จนกำกับเขาเสียทุกอย่างเชียว
“ขอบคุณค่ะ” ภคินีเอ่ยขอบคุณเสียงนุ่มตามนิสัย
“ปลาช่อนลุยสวนครับ” เขาเลื่อนข้าวผัดน้ำพริกลงเรือให้คุณครูสาว อำนวยความสะดวกให้อย่างเต็มที่
“อร่อยมากๆ เลยค่ะ” ทานเข้าไปคำแรกก็ต้องอมยิ้ม อาหารที่นี่อร่อยรสชาติกลมกล่อม กลิ่นหอมทำให้กระเพาะหลั่งน้ำย่อยออกมาอย่างเต็มที่ เพิ่มความหิวขึ้นไปอีกระดับ
“อันนี้ปลากะพงนึ่งมะนาวกระเทียมดองครับ”
“อันนี้ก็อร่อยค่ะ คุณนนท์ทานเถอะค่ะ มัวแต่ตักให้นีไม่ได้ทานกันพอดี แล้วหนูนาอยากทานอะไรคะ เดี๋ยวคุณครูตักให้” คุณครูสาวหันไปสนใจกับลูกศิษย์ตัวน้อยที่ทานอย่างเรียบร้อยไม่งอแงหรือกวนผู้ใหญ่
“หนูนาอยากทานปลาทอดจานนั้นค่ะ” นรีรัตน์หมายถึงปลาทอดราดข้าวโพดผัดน้ำมันหอย กลิ่นหอมกรุ่น โดยเฉพาะกลิ่นข้าวโพด
“อันนี้ด้วยไหมคะ ผักบล็อกโคลีกับกุ้งที่หนูนาชอบไง” คุณครูคนสวยจำเมนูของลูกศิษย์ตัวน้อยได้ขึ้นใจ เพราะเห็นทานเป็นประจำ
ภาคิมโอบร่างภรรยายอดสวาทนอนหงายลงบนโซฟาเนื้อนุ่มก่อนจะตามติดควบกระแทกเธอมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อจะติดตามเธอไปสู่สวรรค์อย่างรุนแรง...บทส่งท้ายนรีรัตน์ที่เดินเข้ามาในโรงพยาบาลทำท่าจุ๊ปากให้กับพยาบาลสาวคนสวย เธอต้องการมาตรวจที่แผนกสูตินารีเวชเพราะว่าประจำเดือนขาดหายไป และสังหรณ์ใจว่าจะท้อง แต่เพราะไม่มีอาการแพ้ท้องเหมือนที่เคยได้ยินมา เลยจะมาตรวจให้แน่ใจ และเลือกเป็นวันที่ไม่มีสามีตรวจคนไข้ เพราะได้ข่าวจากพยาบาลที่นี่ว่าเขามีประชุม“ถึงคิวของคุณหนูนาพอดีเลยค่ะ” เพราะโทร.มาจองคิวล่วงหน้าเอาไว้ พอมาถึงเธอเลยได้ตรวจเลยนรีรัตน์เดินเข้าห้องตรวจด้วยรอยยิ้ม เธอไม่เจอกับคุณหมอตรงๆ แต่ถูกสั่งให้ทำโน่นทำนี่ สุดท้ายก็กลับมานั่งที่เก้าอี้หน้าโต๊ะของคุณหมอ“ผมตรวจเสร็จเรียบร้อยแล้วนะครับ” เสียงของคุณหมอที่ทำอะไรสักอย่างอยู่หลังม่านเอ่ยขึ้น แม้น้ำเสียงจะคุ้นๆ แต่ก็เข้มและขรึมมากกว่า ทำให้เธอนั่งเรียบร้อย ตั้งใจฟังอย่างใจจดจ่อ“เป็นยังไงบ้างคะ” เธอถามอย่างลุ้นระทึก“คุณมีอะไรผิดปกติอีกบ้างครับ นอกจากประจำเดือนขาดหาย” คุณหมอหนุ่มเอ่ยถาม เสียงเข้มงวดจนหญิงสาวต้องระมัดระวังคำพูด“ไม่มีนี่คะ ดิฉันเป็นอะไร
“ฉันก๊อกหักเหมือนแกนั่นแหละ คนอะไรแสนดีโคตรๆ ดีไปหมดยี่สิบสี่ชั่วโมง ใจบุญด้วย รักษาคนป่วยอนาถาไม่เคยคิดเงิน รักษาใคร คนนั้นหายเพราะตามติดอาการอย่างกระชั้นชิดไม่ปล่อยปละละเลย แสนดีแบบนี้ คงหาไม่ได้แล้วในโลกล้า หล่อก็หล่อ รวยก็รวย การศึกษาดี โปรไฟล์ดี อิจฉาคุณหนูนาจนตาร้อนผ่าวๆ แล้วพวกแก” เสียงวิพากษ์วิจารณ์ของสาวๆนรีรัตน์รู้แล้วล่ะว่าภาคิมรู้ได้ยังไงว่าเธอเดินทางมาถึงโรงพยาบาล ก็เขามีสปายสายลับอยู่ทั่วนี่นา อืมนะ... เข้าใจแล้วว่าที่นี่คือถิ่นของเขา และสปายสายลับพวกนั้นก็สาวๆ ที่คลั่งเขานั่นเอง“คนที่นี่รักพี่หมอจังเลยนะคะ”“ทำไมล่ะ” หลังจากประคองภรรยาให้นั่งลงในห้องทำงานเรียบร้อยแล้ว“แหม... พอหนูนาก้าวขามาเหยียบพื้นโรงพยาบาล พี่หมอก็รู้ทันที”“พี่ไม่ได้สั่งอะไรใครเอาไว้นะครับ” เขาบอกเธอด้วยรอยยิ้มอบอุ่น“เนื้อหอมจริงๆ เลย ชักจะกังวลแล้วสิว่าสาวๆ ที่นี่จะอยากดูแลพี่หมอแทนหนูนาขนาดไหน”“ไม่มีใครดูแลพี่ได้ดีกว่าเมียคนนี้อีกแล้วครับ” เขานั่งลงตรงหน้าที่เธอ กุมมือนิ่มเอาไว้อย่างแสนรัก“ปากหวานจริงเชียว ทำไมสาวๆ ถึงหลงพี่หมอนัก เนื้อหอมแบบนี้หนูนาชักกลัวแล้วสิ”“ไม่ไว้ใจพี่เหรอครับ”“ไว้ใ
“โห... พี่หมอ” นรีรัตน์ตาโต “หนูนาคิดว่าพี่หมอจะมาแค่ไม่กี่วันเสียอีก”“เรื่องนั้นพับเก็บไปได้เลย”“พี่หมอไม่เบื่อหนูนาเหรอคะ เราจะฮันนีมูนกันนานขนาดนั้น”“ไม่มีวันเบื่อ กลับไปก็ไม่เบื่อ” เขากระซิบที่ริมหู เรียกเลือดฝาดจากพวงแก้มสาวได้อย่างรวดเร็ว“หนูนาเชื่อแล้วค่ะ” เธอยิ้มกว้างโอบกอดรอบคอหนาของเขาเอาไว้“ถ้าเชื่อแล้ว งั้นก็ยกสะโพกขึ้นมาครับเด็กหื่น”“อ๊าย... ว่าเค้าอีกแล้ว คุณหมอหื่น” เธอหัวเราะคิกยกสะโพกให้เขาสอดรักลงมาเป็นจังหวะหนักหน่วง ริมฝีปากอิ่มเผยอครางทุกครั้งที่หลอมรวมเรือนกายเข้าหากัน ลมทะเลพัดเย็นสบาย พร้อมๆ กับลำนำรักที่ดำเนินไปด้วยกลิ่นไอรักไอสวาทของสองสามีภรรยาร่างกายที่แนบชิดสนิทเสน่หา อาบไล้ไปด้วยหยาดเหงื่อโซมกาย คุณหมอหนุ่มจูบซับไปตามเรือนร่างเปลือยเปล่าของภรรยา เขาจับเธอให้ลุกขึ้นนั่งประจันหน้าบนตักแล้วขยับอย่างต่อเนื่อง“ดีที่เป็นหาดส่วนตัวนะคะ” เธอซุกหน้าที่อกของเขา ขยับกายสอดประสานกับเขาเป็นจังหวะหนักหน่วงล้ำลึก พร้อมๆ กับการครางไปด้วยความเสียวซ่าน“ไม่มีใครเห็นครับ พี่ไม่พาเราไปทำอะไรในที่สาธารณหรอก ยกเว้น...” เขาละคำพูดเอาไว้ ก่อนจะหอมแก้ม และกุมมือเธอมาวางที
ใช่... วันนี้เป็นวันวาเลนไทน์ แต่ไม่เคยคิดมาก่อนว่าพี่หมอสุดหล่อของเธอจะทำอะไรแบบนี้เป็นด้วย โรแมนติกที่สุด เธออยากมีโมเม้นต์แบบนี้มานานแล้ว“แฮปปี้วันวาเลนไทน์ครับหนูนา” เขาจูงเธอไปที่จานใบโตระยิบระยับเหมือนเพชร บรรจุช็อกโกแลตเอาไว้มากมายเป็นรูปพีระมิด“ลองชิมสิ พี่สั่งให้เขาทำพิเศษเลยนะ” เขาชี้ชวนให้เธอหยิบช็อกโกแลตด้านบนสุดที่ห่ออย่างดีสีทองเป็นรูปทรงหัวใจขนาดเล็ก“ขอบคุณนะคะพี่หมอ หนูนารักพี่หมอที่สุดในโลกเลยค่ะ” เธอโอบกอดและหอมแก้มเขาฟอดใหญ่ ก่อนจะหยิบช็อกโกแลตรูปหัวใจที่ห่อด้วยกระดาษสีทองแกะออกเพื่อจะชิม แต่...“พี่หมอ... นี่มัน” ภายในบรรจุกล่องแหวนแทนที่จะเป็นกล่องช็อกโกแลต“แกะดูสิ” เขากระซิบบอก โอบกอดเธอเอาไว้“พี่หมอ...” เด็กสาวหัวใจพองโตคับอกเมื่อเห็นแหวนเพชรที่บรรจุอยู่ภายใน“แต่งงานกับพี่นะครับหนูนา พี่สัญญาว่าจะรักและดูแลเธอให้ดีที่สุด ตราบเท่าลมหายใจของพี่” เขาคุกเข่าลงตรงหน้า ขอเธอแต่งงานด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน“พี่หมอ... หนูนาจะแต่งงานกับพี่ค่ะ” เธอรับคำเสียงหวาน ให้เขาสวมแหวนให้ที่นิ้วนางข้างซ้าย“เย้!” เสียงไชโยและพลุสายรุ้งรอบกายทำให้เด็กสาวเหมือนล่องลอยอยู่ในดินแดนสวร
“น้องหนูนาว่าอะไรคะ” ฟ้าใสถามซ้ำ เธอรับรู้ว่าคนตรงหน้าดูไม่พอใจ“เปล่าค่ะ หนูนาขอออกไปเดินเล่นหน่อยนะคะ ของพวกนี้ฝากเอาไว้ก่อนได้ไหมคะ” อยากออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์ด้านนอก เพราะจะได้ขบคิดอะไรหลายอย่าง“ได้สิคะ ไปเดินสูดอากาศก็ดีเหมือนกัน เห็นว่าฝันร้าย เผื่อจะสบายใจขึ้น” ฟ้าใสบอกยิ้มๆ“ค่ะ” นรีรัตน์เดินออกมาจากห้องของฟ้าใส ก่อนจะปะทะเข้ากับหนุ่มหล่อนักศึกษาแพทย์ที่เดินมาขวางเธอเอาไว้“น้องหนูนาครับ แฮปปี้วาเลนไทน์นะครับ” เขาคุกเข่าลงแล้วยื่นดอกกุหลาบให้เธอ ในจังหวะที่ภาคิมเดินมาเห็นพอดี คุณหมอหนุ่มถึงกับกำดอกกุหลาบในมือแน่น รู้สึกหึงหวงเหลือกำลัง อุตส่าห์เดินตามหา ที่แท้ก็มาพลอดรักกับลูกศิษย์ของเขาอยู่นี่เอง“ตายแล้วหมอคิม ให้นิ่มเหรอคะ ขอบคุณค่ะ” เสียงของพยาบาลสาวอย่างนิ่มนวลดังขึ้น ก่อนจะถือวิสาสะดึงดอกกุหลาบสีแดงในมือของคุณหมอหนุ่มไปถือเอาไว้ เป็นจังหวะเดียวกับที่นรีรัตน์หันมาพอดี เธอเห็นภาคิมให้กุหลาบกับพยาบาลสาว เธอเลยประชดหันไปรับกุหลาบจากนักศึกษาแพทย์ปีสุดท้ายด้วยเช่นกัน“ขอบคุณค่ะ สวยมากค่ะ” เธอรับมาถือเอาไว้ ก่อนจะก้มลงจุ๊บเบาๆ อย่างน่ารัก เหมือนว่าชอบเสียนักหนา“คุณนิ่มชอบก็เอ
นรีรัตน์หนีไม่ทันเมื่อเจอกับพยาบาลสาวอย่างนิ่มนวล “น้องหนูนาคนสวย อยู่ที่นี่นั่นเอง เอ๊ะ! นี่อะไรของใครคะ” มองในมือของเด็กสาวอย่างจับผิด“ของสาวๆ ในโรงพยาบาลที่ฝากให้พี่หมอน่ะค่ะ” บอกอย่างไม่คิดปิดบัง ปล่อยให้พวกนางทั้งหลายสกัดดาวรุ่งกันเอาเอง แล้วเธอก็คอยหัวเราะ“ว้าย! ตายแล้ว หนักแย่เลยนะคะ” แล้วนิ่มนวลก็จัดการเอาดอกกุหลาบพวกนั้นยัดใส่ถังขยะหน้าตาเฉย ก่อนจะเหยียดยิ้มสะใจ“พี่นิ่ม” นรีรัตน์แสร้งทำท่าทีตกอกตกใจ ก่อนจะแอบยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ นิ่มนวลเป็นคนทำนะ เธอไม่ใช่คนทำเสียหน่อย“คราวนี้ไม่หนักแล้วนะคะ” นิ่มนวลยัดขนมไทย ทั้งทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง เม็ดขนุน และจ่ามงกุฎ รวมถึงขนมที่ขึ้นชื่อว่าทองอีกหลายชนิดใส่ในมือเธอหน้าตาเฉย ก่อนป้าพญายม เอ๊ย! พยาบาลของเธอจะฉีกยิ้มกว้างที่คิดว่าสวยที่สุดในจักรวาลเป็นการตบท้าย“อะไรคะพี่นิ่ม” มองอย่างงุนงง แม้จะชอบทานขนม แต่เธอก็ไม่ค่อยนิยมขนมไทยที่เคลือบไปด้วยไข่และน้ำตาลสูงเช่นนี้หรอกนะ ยกเว้นช็อกโกแลตเอาไว้แค่อย่างเดียว เพราะนั่นคือของโปรด“ขนมวาเลนไทน์ค่ะ” นิ่มนวลตอบอย่าง“ขะ... ขนมวาเลนไทน์ เอ่อ... เหรอคะ” เธออ้าปากค้างกับขนมตรงหน้า หวานขนาดนี้เนี้
“แต่น้องไม่สบายตัวเลยค่ะ มันเหนียวๆ อีกอย่างน้องก็หายแล้วด้วย” เธอเริ่มงอแงเมื่อเขาจะจัดการเช็ดตัวให้ ถ้าได้อาบน้ำอุ่นๆ เธอคงจะรู้สึกสดชื่นกว่าที่เป็นอยู่“อย่าดื้อสิครับ เดี๋ยวพี่หมอตีก้นให้นะ” เขาขู่เบาๆ จุ๊บที่ผากสวย“ทำยังกับหนูนาเป็นเด็ก” เธอว่าอย่างงอนๆ“ไม่ดื้อครับคนดี วันนี้เช็ดตัว กินข้าวก
“ไม่รู้เรื่องอะไร ละเมออะไร อาบน้ำซะตัวหอม เปลี่ยนชุดเรียบร้อยแล้วแบบนี้” เขาทำหน้าดุก้มลงไปดอมดมพิสูจน์คำพูด“อี๊... จั๊กจี้อ่าพี่หมอ อย่ามาเนียนนะ จะหอมน้องล่ะสิ”“ยายตัวแสบ อย่ามาหลงตัวเองไปหน่อยเลย” เขาทำหน้าดุขึงขัง“งั้นหนูนาไปแล้ว” คนมีความผิดตีหน้ามึนไถลตัวไปด้านหน้าเพื่อจะลงจากเตียงหนีความ
“หน้าตาน่ารักจังเลยค่ะ” ฉัตรสุดารีบปรี่เข้าไปหาพวกทันที ก่อนจะโอบกอดเหมือนสนิทสนมกันหนักหนา นรีรัตน์เขม่นมองไม่ชอบหน้าสุดๆ แต่แม่เจ้า... ยายคุณหมอป้าแอ๊บแบ๊วนี่ดันไม่รู้นี่สิว่าเธอคิดยังไง ทำเธอเซ็งเป็ดเลย…“หนูนารู้ตัวดีค่ะ ปกติก็มีคนชมว่าหนูนาน่ารักค่ะ ถ้าใครไม่ชมก็แสดงว่าตาถั่วอย่างหนักเลยล่ะคะ
ยิ่งเธอยืนเขาก็เห็นลำคอระหงที่แหงนขึ้น ไหนจะพุ่มพวงล้นมือที่หอมหวานตราตรึงอยู่ในความรู้สึกผงาดท้าสายตาของเขาอยู่ เอวคอดที่รับกับสะโพกผายเกินตัวแต่ช่างดูเซ็กซี่อย่างร้ายกาจ ทำให้ลำคอของเขาแห้งผากจนต้องกลืนน้ำลายลงคอติดกันอยู่หลายครั้งผมดำสนิทที่แนบลู่ไปกับศีรษะเล็กๆ เมื่อเธอสะบัดไปมา กวัดแกว่งอยู่เ







