เข้าสู่ระบบ“ผมชอบผู้จัดการนะครับ” อิศราพูดความรู้สึกของตัวเองออกมา เขาไม่ได้เมาจนไม่รู้ว่ากำลังทำอะไร อิศรามีสติรับรู้ทุกอย่าง “คุณเมาจนพูดไม่รู้เรื่องแล้ว” “ไม่ครับ ผมรู้ว่ากำลังพูดอะไรอยู่” พูดจบก็ย้ายก้นสวย ๆ ขึ้นมานั่งบนตักของรชานนท์ มือบางคล้องรอบคออย่างเหมาะเจาะ “คุณอิศรา!” “เรียกว่าอิงค์” คนบนตักสั่ง “คุณไม่ควรทำแบบนี้ คุณมีวีรภัทรอยู่แล้วนะอย่าลืมสิ” รชานนท์เตือนสติ ทั้งอิศราและเขาเองด้วย การที่ถูกอิศราคลอเคลียอยู่บนตักแบบนี้เขาเองก็หวั่นไหวไม่น้อยเลย “เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับพี่วี”
ดูเพิ่มเติมห้องจัดเลี้ยงขนาดใหญ่ภายในโรงแรมระดับห้าดาวที่เป็นหนึ่งในธุรกิจของตระกูลเอสเซียโน ตระกูลมาเฟียผู้มั่งคั่งทั้งอำนาจและเงินทอง กำลังคลาคล่ำไปด้วยแขกเหรื่อนับเกือบพันคนที่กำลังหลั่งไหลเข้ามาในงานแต่งงานสุดยิ่งใหญ่ของลูกสาวคนสุดท้องของบ้านเอสเซียโน
แขกที่ถูกเชิญมาในงานนี้ก็ล้วนเป็นคู่ค้าทางธุรกิจทั้งสีดำและก็สีขาวของตระกูลกันทั้งนั้น ที่แห่แหนกันมาดั่งสายน้ำไหลก็เพราะอยากผูกสัมพันธ์กับตระกูลเอสเซียโนให้แน่นแฟ้น หวังพึ่งบารมีเงินและอำนาจของตระกูลนี้เพื่อสานต่อไปถึงความยิ่งใหญ่กันในอนาคต
และแขกอีกจำนวนไม่น้อยก็เป็นญาติสนิทมิตรสหายฝั่งพ่อเจ้าสาวอย่างเซนต์ ผู้ซึ่งเป็นผู้นำของตระกูล ไม่มีใครหน้าไหนกล้าขัดคำสั่งคนผู้นี้แม้ไม่อยากมาก็ต้องมาเพราะเกรงกลัวในอำนาจของเขากันทั้งนั้น
ภายในงานถูกตกแต่งเอาไว้อย่างงดงามด้วยดอกไม้สดทั้งหมดและแซมด้วยคริสตัลเพื่อเพิ่มความวิบวับให้กับคำคืนอันหวานชื่นนี้
เรียกได้ว่าเหมือนยกสวนดอกไม้ที่สวยที่สุดในโลกมาไว้ในห้องจัดเลี้ยงใหญ่แห่งนี้เลยก็ว่าได้
สร้างความตื่นตาตื่นให้กับแขกในงานจนเอ่ยชมกันไม่ขาดปาก แซ่ซ้องกันยกใหญ่ราวกับเอาอกเอาใจเจ้าของงานในคำคืนนี้ที่เป็นถึงมาเฟียผู้มืออำนาจชี้เป็นชี้ตายใครก็ได้
‘สวยจริงๆ’
‘สวยเหลือเกิน’
‘อิจฉาเจ้าบ่าวจริงๆ ที่ได้ภรรยาสวยและน่ารักขนาดนี้’
และที่งดงามไม่น้อยไปกว่าสถานที่ก็คือเจ้าสาวในค่ำคืนนี้ที่กำลังยืนต้อนรับแขกเหรื่อในงานคู่กับแม่เลี้ยงของเธอ
เธอได้รับคำชมแทบไม่หยุดไม่หย่อนเลย ถึงกับยกมือขึ้นไหว้ขอบคุณกันจนเมื่อยแขนไปแล้วในตอนนี้
‘เจ้าบ่าวไปไหน’
แต่ก็เหมือนทุกอย่างจะถูกกลบด้วยคำพูดเบาๆจากแขกบางคนที่กล้าที่จะพูดออกมาแทนการคิดในใจ เมื่อเดินทางมาถึงหน้างานแล้วยังไม่เห็นเจ้าบ่าวเลย ทั้งที่ก่อนจะเดินทางมาร่วมงานก็รู้ข่าวมาก่อนหน้านี้แล้วว่า คนในตระกูลได้เสียกันเองจนต้องแต่งงานกู้หน้าขึ้นมา แต่ทำไมพอมาถึงงานแล้วกลับไม่เจอเจ้าบ่าวล่ะ หรือว่าผู้ชายคนนั้นกลัวจนหัวหดหนีงานแต่งไปแล้ว
“คุณพ่อกับพี่แมกซ์ไปไหนเหรอคะ”
คำพูดเหล่านั้นของแขกในงานทำเอาเจ้าสาวที่กำลังปั้นหน้ายิ้มแย้มต้อนรับแขกในงานต้องแอบหันมาถามกับผู้เป็นแม่เลี้ยงด้วยความหวั่นใจ เพราะนี่ก็เริ่มงานมาตั้งนานแล้ว แต่ทำไมเธอยังไม่เห็นหน้าเจ้าบ่าวของเธอล่ะแถมพ่อเลี้ยงของเธอก็หายไปด้วยเหมือนกัน
“มีงานด่วนเข้ามานะจ๊ะ เดี๋ยวพ่อกับพี่เขาก็มาแล้ว เราต้อนรับแขกรอกันไปพลางๆก่อนนะ”
เพียงพอใจผู้เป็นแม่ยังคงปั้นหน้ายิ้มให้กับลูกสาวและตอบคำถามด้วยคำตอบซ้ำๆแบบเดิมเหมือนที่เคยตอบตั้งแต่ก่อนจะเริ่มงาน เมื่อเธอไม่รู้จะตอบกับลูกสาวว่ายังไงนอกเสียจากคำโกหกคำโตพวกนี้
“พี่เขาไม่ได้หนีไปใช่ไหมคะ”
ซีเดย์อดไม่ได้ที่จะถามผู้เป็นแม่เลี้ยงออกไปตรงๆ เพราะเธอหวั่นใจเหลือเกินว่าจะไม่ได้แต่งงาน เธอดีใจไปแล้วที่ในที่สุดก็ได้มีวันนี้ เธอไม่อยากจะต้องเสียใจเลย
“ไม่หรอกจ้ะ พี่เขาเป็นคนอยากจัดงานแต่งนี้ขึ้นมาเองเพื่อหนู ไม่มีทางที่จะหนีไปอย่างแน่นอน ไม่ต้องคิดมากนะ ยิ้มเข้าไว้เดี๋ยวไม่สวยนะลูกสาวของแม่”
คนเป็นแม่ยังคงปั้นคำโกหกให้ลูกสาวได้รับฟังตั้งแต่เริ่มพูดจนกระทั่งพูดจบ เพื่อให้ลูกสาวคนสุดท้องนี้มีความสุขที่สุดในวันแต่งงาน อยากให้เธอได้ในสิ่งที่เจ้าสาวควรจะได้รับไม่ใช่ต้องมาทุกข์ใจตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มต้นคู่ชีวิต
“ค่ะแม่”
หญิงสาวพยักหน้ารับฟังคำพูดของคนเป็นแม่ด้วยความเชื่อฟังแม่มาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว แล้วเธอก็หันไปยิ้มแย้มต้อนรับแขกเหมือนเดิมทั้งที่ภายในใจกำลังหวั่นไหวกลัวว่าเจ้าบ่าวจะไม่มารวมงานแต่ง
“พ่อกับพี่แมกซ์มาแล้ว ดูซิเจ้าบ่าวของเราหล่อมาแค่ไหน”
เซย์เดนกับเซอร์ซีสพี่น้องคู่ฝาแฝดทายาทโดยตรงของตระกูลเอสเซียโนเดินนำหน้าพ่อของพวกเขาและพี่เขยหรือเรียกอีกอย่างว่าพี่ชายคนโตแต่คนละสายเลือดกันเพราะพ่อกับแม่ของเขารับคนคนนี้มาเลี้ยงเอาไว้ตั้งแต่แบเบาะก่อนที่พวกเขาจะเกิด
หลังจากที่พวกเขาไปเฝ้ารอทั้งสองคนที่บริเวณทางเข้างานมาสักพักใหญ่ได้แล้วเพื่อแบ่งเบาความหวั่นใจของน้องสาวคนสุดท้องที่เป็นเจ้าสาวของค่ำคืนอันแสนหวานนี้
“พี่แมกซ์”
ซีเดย์ถึงกับยิ้มกว้างออกมาด้วยความดีใจและปลดเอาความหนักใจทิ้งลงไปได้หมดเมื่อได้เห็นหน้าเจ้าบ่าวของเธอ
ร่างเล็กๆกับชุดพองๆที่ใส่แล้วใครๆก็ชมว่าสวยเหมือนเจ้าหญิงรีบวิ่งไปยืนข้างๆเขาด้วยความคิดถึง
“พี่ไปทำงานมาเหนื่อยไหมคะ”
และเธอก็รีบกระซิบกระซาบถามเขาออกไปด้วยความเป็นห่วง เพราะก่อนหน้านี้เขาไปทำงานมาก็คงต้องรีบมากๆแน่เลยที่จะต้องให้งานเสร็จให้ทันเพื่อมาแต่งงานกับเธอ
ด้วยปกติเขานั้นมักทำงานจนดึกดื่นเที่ยงคืนทุกวัน ยิ่งระยะหลังๆก่อนแต่งงานเขายิ่งงานหนักบางคืนไม่ได้กลับมานอนที่บ้านเลยก็มี
ใบหน้าหล่อเหลายังคงเรียบเฉยราวกับไม่มีความรู้สึกอะไรปรากฎขึ้นมาแม้มีคำถามที่แสนเป็นห่วงดังเข้ามาในโสตประสาทก็ตาม
แต่แววตาอันแสนเย็นชาของเขากลับมองไปที่เธอด้วยความเกลียดชัง ไม่หลงเหลือความเป็นพี่ชายกับน้องสาวคนสุดท้องที่เคยดูแลกันมาก่อนหน้านี้อีกแล้ว
“พี่ก็อยากเปิดตัวว่าเราเป็นแฟนกันกับป๊าแล้วก็แม่ของอิงค์นี่ครับ” รชานนท์บอกพร้อมทั้งรั้งร่างบางเข้ามากอดไว้แน่นใต้แสงไฟ“กลับห้องกันดีกว่าครับ” อิศราเอ่ยกับอกแกร่ง“ครับ” รชานนท์ตอบ พลางลูบหลังมือเล็กอย่างทะนุถนอมแล้วพากับห้องพักบนเตียงนอนนุ่ม สองร่างเปลือยเปล่านอนกกกอดกันอย่างแนบชิด จมูกโด่งก้มลงหอมเส้นผมสีดำที่มีกลิ่นแชมพูอ่อน ๆ อย่างรักใคร่ คนที่เพิ่งจะเสร็จกิจกรรมบนเตียงเงยหน้าขึ้นมามองคนตัวโตอย่างรักสุดหัวใจไม่ต่างกัน“รักพี่นนจังเลย” อิศราพูด ก่อนจะผงกหัวทุย ๆ ที่ผมยุ่งนิด ๆ ขึ้นมาจุ๊บที่ข้างแก้มของคนรัก“อย่าอ้อนแบบนี้ เดี๋ยวจะไม่ได้นอนนะครับ” รชานนท์พูดจบก็ก้มลงไปจูบปากแดง ๆ นั่นอย่างมันเขี้ยว“กลัวซะที่ไหนล่ะ” คนตัวเล็กพูดท้าทาย“พี่นนรู้มั้ยว่าอิงค์แอบชอบพี่นนตั้งแต่เราเจอกันวันนั้นเลยนะ”“วันไหน?” รชานนท์เอ่ยถาม“ก็วันที่พี่นนรับอิงค์เข้าทำงานที่โรงงานไง วันนั้นอิงค์เกือบไม่ได้งานแล้วถ้าพี่นนไม่ช่วย” อิศราเล่าต่อ“ตั้งแต่วันนั้นอิงค์ก็ตั้งใจเอาไว้ว่าจะต้องจีบพี่นนมาเป็นแฟนให้ได้ แต่พี่นนกลับเข้าใจผิดว่าอิงค์เป็นเด็กเลี้ยงของพี่วี แล้วก็หาว่าอิงค์จะจับพี่นนเพราะหวังจะก้าวหน
ณ ร้านอาหารจีนชื่อดัง ที่บรรยากาศเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและกลิ่นหอมของอาหารรสจัดจ้านที่วางเรียงรายอยู่บนโต๊ะ อันประกอบไปด้วยอาหารจานใหญ่เล็กสารพัดเมนู ทั้งติ่มซำ ข้าวผัด เป็ดปักกิ่ง และปลานึ่งมังกร กลิ่นหอมชวนให้น้ำลายสอ แต่สิ่งที่ทำให้บรรยากาศอบอุ่นและเป็นกันเองที่สุด ก็คือเสียงหัวเราะของสมาชิกทุกคนบนโต๊ะวันนี้เป็นวันที่อิศรากับครอบครัวมาทานอาหารจีนกันที่ร้านประจำของครอบครัว โดยที่วันนี้มีสมาชิกใหม่อย่างรชานนท์มาร่วมรับประทานอาหารมื้อนี้ด้วยรชานนท์เห็นสายตาที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม และแววตาที่สื่อถึงความรักและความผูกพันของครอบครัวนี้ ที่เขาเองก็รู้จักกับครอบครัวนี้มาเป็นเวลาหลายปี เพราะความที่เป็นเพื่อนสนิทของวีรภัทรด้วย เพียงแค่ไม่เคยได้รู้จักกับอิศราที่เป็นลูกชายคนเล็กของบ้านเลยก็เท่านั้น เพราะอิศราเองก็ไปเรียนต่อที่ต่างประเทศด้วย เลยยิ่งทำให้ทั้งคู่ไม่เคยได้โคจรมาเจอกันสักครั้ง“ตกลงวันนี้จะกลับมาอยู่ที่บ้านได้หรือยัง?” วีรภัทรเอ่ยถามคนน้อง ที่จนป่านนี้แล้วอิศราก็ยังติดแฟนหนึบ บ้านช่องไม่คิดที่จะกลับไปนอน“เดี๋ยวก็กลับเองแหละน่า” อิศราเอ่ยอย่างติดจะลำคาญคนพี่ที่เซ้าซี้ถามเรื่องนี้ไม่เ
รชานนท์ส่ายหน้าอย่างเอือม ๆ แต่ริมฝีปากกลับเผลอคลี่ยิ้มออกมา“พูดไม่หยุดแบบนี้ ทุกคนในบ้านถึงพากันเอ็นดูไงล่ะ”“ก็คุณพ่อคุณแม่แล้วก็พี่แนนน่ารักนี่ครับ แถมอบอุ่นมากด้วย” อิศราตอบกลับพลางเงยหน้าขึ้นมองผ่านเงาสะท้อนในกระจก แววตาที่สบเข้ากับสายตาของรชานนท์ทำเอาบรรยากาศเปลี่ยนไปในทันที จากหยอกล้อกลายเป็นความเงียบงันที่มีเพียงเสียงลมหายใจมือใหญ่หยุดเช็ดผมไปชั่วครู่ ก่อนจะเลื่อนลงมาจับไหล่เล็กเบา ๆ นิ้วโป้งเกลี่ยไปตามแนวกระดูกไหปลาร้า ราวกับไม่ทันรู้ตัวว่าแรงสัมผัสนั้นทำให้อีกฝ่ายสะดุ้งเล็กน้อย“พี่นน...” เสียงเรียกแผ่วเบาหลุดจากริมฝีปากอิศรา ใบหน้าที่ขึ้นสีแดงจัดยิ่งทำให้หัวใจรชานนท์สั่นวูบเขาโน้มตัวลงมาใกล้ กลิ่นสบู่และกลิ่นแชมพูอ่อน ๆ ที่ลอยเข้ามา มันยิ่งเหมือนเป็นแรงดึงดูดระหว่างกัน“รู้ตัวมั้ย เวลาทำหน้าแบบนี้ มันอันตรายกับพี่แค่ไหน?”คนตัวเล็กเบือนหน้าหลบ แต่ก็ถูกมือใหญ่ดันคางกลับมาให้สบตาอีกครั้ง คราวนี้ไม่มีใครพูดต่อ ริมฝีปากทั้งสองแนบเข้าหากันอย่างแผ่วเบาในตอนแรก ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นร้อนแรงยิ่งขึ้นเมื่ออิศราตอบรับโดยไม่ลังเลเสียงหัวใจเต้นดังแข่งกับเสียงหายใจ รชานนท์โอบร่างเล็กขึ
หลังจากที่เคลียร์ปัญหาที่โรงงานเรียบร้อย ก็ได้มีการจัดตั้งทีมบัญชีขึ้นใหม่ยกชุดแทนทีมงานชุดเก่าที่เป็นลูกน้องของนิกร ซึ่งทีมงานชุดใหม่ถูกส่งมาจากโรงงานใหญ่ เป็นทีมงานที่มีคุณภาพและวีรภัทรเองก็ไว้ใจ“วันนี้จะกลับบ้านได้หรือยังไอ้ตัวแสบ?” วีรภัทรเอ่ยถามน้องชายในห้องทำงาน หลังจากที่ได้มีการแนะนำทีมบัญชีชุดใหม่ในที่ประชุมเรียบร้อย“เดี๋ยวค่อยกลับ พรุ่งนี้พี่นนจะพาอิงค์ไปเที่ยวที่บ้านเขาน่ะ” อิศราบอก“เอาใหญ่เลยนะ ตกลงคบกันแล้วว่างั้น?” วีรภัทรเอ่ยถามอย่างหมั่นไส้ ตนไม่อยู่แค่สองอาทิตย์ แต่ดูเหมือนว่าความสัมพันธ์ระหว่างไอ้เพื่อนตัวดีกับน้องชายของเขาจะคืบหน้าไปจนเขาเองก็ตามไม่ทัน“ก็ประมาณนั้น” อิศราบอกอย่างไม่เต็มเสียง เพราะระหว่างเขากับรชานนท์มันเกินเลยไปถึงไหนต่อไหนแล้ว“ตามใจ แล้วก็อย่าลืมบอกป๊ากับแม่ล่ะ เรื่องไอ้นนน่ะ” ถึงทางครอบครัวจะไม่ได้ห้ามเรื่องพวกนี้ แต่การบอกให้ทางผู้ใหญ่รับรู้เอาไว้ก็เป็นเรื่องที่ควรจะทำ“อิงค์รู้หรอกน่า เดี๋ยวจะพาว่าที่ลูกเขยไปแนะนำตัวแน่นอนไม่ต้องห่วงนะครับ”วันรุ่งขึ้นซึ่งเป็นวันหยุดของโรงงาน รชานนท์พาอิศราไปหาครอบครัวตามที่คนเป็นพ่อบอก เพราะรชานนท์เองก็ไม่
วันนี้เป็นวันที่อิศราเรียกระดับผู้บริหารเข้าประชุมเรื่องการปรับปรุงโรงงานตามที่เคยได้ทำโปรเจคเอาไว้ ก็คือการสร้างโรงอาหารเพิ่ม สร้างห้องน้ำภายในอาคาร และเครื่องสแกนบัตรเข้า-ออก สำหรับพนักงานที่เพิ่มขึ้นอีกสามจุดส่วนเรื่องของนิกรที่ยักยอกเงินโรงงาน รชานนท์กับวีรภัทรจะเป็นคนจัดการเรื่องนี้เอง ในระหว
อิศราหลับตาแน่น ซ่อนใบหน้าลงกับอกกว้าง ไม่รู้ว่าควรจะอายหรือควรจะสุขสมกับคำพูดนั้น แต่หัวใจกลับเต้นแรงเหมือนมันจะระเบิด เพราะรู้ดีว่าตัวเองได้มอบทั้งกายและใจให้คนตรงหน้าไปหมดแล้ว“พี่นนเป็นของอิงค์แล้วนะ” คนตัวเล็กพูดอู้อี้ในอ้อมกอดของเขา ก่อนที่จะพากันหลับไปพร้อมกับความสุขที่มันเอ่อล้นด้วยกันทั้งค
"ดิฉัน แค่ทำตามคำสั่งของคุณนิกรค่ะ ท่านยืนยันว่าเจ้านี้มั่นคงและไว้ใจได้" คำตอบสั้น ๆ แต่กลับทำให้สิ่งที่เขาสงสัยยิ่งชัดเจนยิ่งขึ้นเย็นวันนั้น รชานนท์ไปส่งอิศราที่ห้องแล้วตัวเขาเองก็ย้อนกลับเข้ามาที่โรงงานอีกครั้งในช่วงค่ำโดยที่ไม่ได้บอกกับอิศราว่าจะมาที่โรงงานเพราะไม่อยากให้คนตัวเล็กต้องเป็นห่วง
“ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ” ลิษายิ้มทักทาย“ลิษากลับเลยดีกว่าค่ะนน รบกวนเวลางานนนมานานแล้ว”“จะกลับเลยเหรอ? ตอนนี้ก็เที่ยงพอดีไปกินข้าวด้วยกันก่อนสิ” รชานนท์เอ่ยชวน จนคนที่นั่งข้าง ๆ ถึงกับหน้าตึงขึ้นมา เพราะอิศราตั้งใจที่จะมาชวนเขาไปกินข้าวด้วยกันแท้ ๆ แต่รชานนท์กลับชวนคนอื่นไปแทน“ไม่ดีกว่า ลิษามีนัด





