ภารกิจจับผู้ให้อยู่หมัด

ภารกิจจับผู้ให้อยู่หมัด

last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-01-21
โดย:  เรติมายังไม่จบ
ภาษา: Thai
goodnovel18goodnovel
คะแนนไม่เพียงพอ
39บท
848views
อ่าน
เพิ่มลงในห้องสมุด

แชร์:  

รายงาน
ภาพรวม
แค็ตตาล็อก
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป

“ผมชอบผู้จัดการนะครับ” อิศราพูดความรู้สึกของตัวเองออกมา เขาไม่ได้เมาจนไม่รู้ว่ากำลังทำอะไร อิศรามีสติรับรู้ทุกอย่าง “คุณเมาจนพูดไม่รู้เรื่องแล้ว” “ไม่ครับ ผมรู้ว่ากำลังพูดอะไรอยู่” พูดจบก็ย้ายก้นสวย ๆ ขึ้นมานั่งบนตักของรชานนท์ มือบางคล้องรอบคออย่างเหมาะเจาะ “คุณอิศรา!” “เรียกว่าอิงค์” คนบนตักสั่ง “คุณไม่ควรทำแบบนี้ คุณมีวีรภัทรอยู่แล้วนะอย่าลืมสิ” รชานนท์เตือนสติ ทั้งอิศราและเขาเองด้วย การที่ถูกอิศราคลอเคลียอยู่บนตักแบบนี้เขาเองก็หวั่นไหวไม่น้อยเลย “เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับพี่วี”

ดูเพิ่มเติม

บทที่ 1

บทที่1

ห้องจัดเลี้ยงขนาดใหญ่ภายในโรงแรมระดับห้าดาวที่เป็นหนึ่งในธุรกิจของตระกูลเอสเซียโน  ตระกูลมาเฟียผู้มั่งคั่งทั้งอำนาจและเงินทอง  กำลังคลาคล่ำไปด้วยแขกเหรื่อนับเกือบพันคนที่กำลังหลั่งไหลเข้ามาในงานแต่งงานสุดยิ่งใหญ่ของลูกสาวคนสุดท้องของบ้านเอสเซียโน

แขกที่ถูกเชิญมาในงานนี้ก็ล้วนเป็นคู่ค้าทางธุรกิจทั้งสีดำและก็สีขาวของตระกูลกันทั้งนั้น  ที่แห่แหนกันมาดั่งสายน้ำไหลก็เพราะอยากผูกสัมพันธ์กับตระกูลเอสเซียโนให้แน่นแฟ้น  หวังพึ่งบารมีเงินและอำนาจของตระกูลนี้เพื่อสานต่อไปถึงความยิ่งใหญ่กันในอนาคต

และแขกอีกจำนวนไม่น้อยก็เป็นญาติสนิทมิตรสหายฝั่งพ่อเจ้าสาวอย่างเซนต์  ผู้ซึ่งเป็นผู้นำของตระกูล  ไม่มีใครหน้าไหนกล้าขัดคำสั่งคนผู้นี้แม้ไม่อยากมาก็ต้องมาเพราะเกรงกลัวในอำนาจของเขากันทั้งนั้น

ภายในงานถูกตกแต่งเอาไว้อย่างงดงามด้วยดอกไม้สดทั้งหมดและแซมด้วยคริสตัลเพื่อเพิ่มความวิบวับให้กับคำคืนอันหวานชื่นนี้

เรียกได้ว่าเหมือนยกสวนดอกไม้ที่สวยที่สุดในโลกมาไว้ในห้องจัดเลี้ยงใหญ่แห่งนี้เลยก็ว่าได้ 

สร้างความตื่นตาตื่นให้กับแขกในงานจนเอ่ยชมกันไม่ขาดปาก  แซ่ซ้องกันยกใหญ่ราวกับเอาอกเอาใจเจ้าของงานในคำคืนนี้ที่เป็นถึงมาเฟียผู้มืออำนาจชี้เป็นชี้ตายใครก็ได้

‘สวยจริงๆ’

‘สวยเหลือเกิน’

‘อิจฉาเจ้าบ่าวจริงๆ  ที่ได้ภรรยาสวยและน่ารักขนาดนี้’

และที่งดงามไม่น้อยไปกว่าสถานที่ก็คือเจ้าสาวในค่ำคืนนี้ที่กำลังยืนต้อนรับแขกเหรื่อในงานคู่กับแม่เลี้ยงของเธอ

เธอได้รับคำชมแทบไม่หยุดไม่หย่อนเลย  ถึงกับยกมือขึ้นไหว้ขอบคุณกันจนเมื่อยแขนไปแล้วในตอนนี้

‘เจ้าบ่าวไปไหน’

แต่ก็เหมือนทุกอย่างจะถูกกลบด้วยคำพูดเบาๆจากแขกบางคนที่กล้าที่จะพูดออกมาแทนการคิดในใจ  เมื่อเดินทางมาถึงหน้างานแล้วยังไม่เห็นเจ้าบ่าวเลย  ทั้งที่ก่อนจะเดินทางมาร่วมงานก็รู้ข่าวมาก่อนหน้านี้แล้วว่า  คนในตระกูลได้เสียกันเองจนต้องแต่งงานกู้หน้าขึ้นมา  แต่ทำไมพอมาถึงงานแล้วกลับไม่เจอเจ้าบ่าวล่ะ  หรือว่าผู้ชายคนนั้นกลัวจนหัวหดหนีงานแต่งไปแล้ว

“คุณพ่อกับพี่แมกซ์ไปไหนเหรอคะ”

คำพูดเหล่านั้นของแขกในงานทำเอาเจ้าสาวที่กำลังปั้นหน้ายิ้มแย้มต้อนรับแขกในงานต้องแอบหันมาถามกับผู้เป็นแม่เลี้ยงด้วยความหวั่นใจ  เพราะนี่ก็เริ่มงานมาตั้งนานแล้ว  แต่ทำไมเธอยังไม่เห็นหน้าเจ้าบ่าวของเธอล่ะแถมพ่อเลี้ยงของเธอก็หายไปด้วยเหมือนกัน

“มีงานด่วนเข้ามานะจ๊ะ  เดี๋ยวพ่อกับพี่เขาก็มาแล้ว  เราต้อนรับแขกรอกันไปพลางๆก่อนนะ”

เพียงพอใจผู้เป็นแม่ยังคงปั้นหน้ายิ้มให้กับลูกสาวและตอบคำถามด้วยคำตอบซ้ำๆแบบเดิมเหมือนที่เคยตอบตั้งแต่ก่อนจะเริ่มงาน  เมื่อเธอไม่รู้จะตอบกับลูกสาวว่ายังไงนอกเสียจากคำโกหกคำโตพวกนี้

“พี่เขาไม่ได้หนีไปใช่ไหมคะ”

ซีเดย์อดไม่ได้ที่จะถามผู้เป็นแม่เลี้ยงออกไปตรงๆ  เพราะเธอหวั่นใจเหลือเกินว่าจะไม่ได้แต่งงาน  เธอดีใจไปแล้วที่ในที่สุดก็ได้มีวันนี้  เธอไม่อยากจะต้องเสียใจเลย

“ไม่หรอกจ้ะ  พี่เขาเป็นคนอยากจัดงานแต่งนี้ขึ้นมาเองเพื่อหนู  ไม่มีทางที่จะหนีไปอย่างแน่นอน  ไม่ต้องคิดมากนะ  ยิ้มเข้าไว้เดี๋ยวไม่สวยนะลูกสาวของแม่”

คนเป็นแม่ยังคงปั้นคำโกหกให้ลูกสาวได้รับฟังตั้งแต่เริ่มพูดจนกระทั่งพูดจบ  เพื่อให้ลูกสาวคนสุดท้องนี้มีความสุขที่สุดในวันแต่งงาน  อยากให้เธอได้ในสิ่งที่เจ้าสาวควรจะได้รับไม่ใช่ต้องมาทุกข์ใจตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มต้นคู่ชีวิต

“ค่ะแม่”

หญิงสาวพยักหน้ารับฟังคำพูดของคนเป็นแม่ด้วยความเชื่อฟังแม่มาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว  แล้วเธอก็หันไปยิ้มแย้มต้อนรับแขกเหมือนเดิมทั้งที่ภายในใจกำลังหวั่นไหวกลัวว่าเจ้าบ่าวจะไม่มารวมงานแต่ง

“พ่อกับพี่แมกซ์มาแล้ว  ดูซิเจ้าบ่าวของเราหล่อมาแค่ไหน”

เซย์เดนกับเซอร์ซีสพี่น้องคู่ฝาแฝดทายาทโดยตรงของตระกูลเอสเซียโนเดินนำหน้าพ่อของพวกเขาและพี่เขยหรือเรียกอีกอย่างว่าพี่ชายคนโตแต่คนละสายเลือดกันเพราะพ่อกับแม่ของเขารับคนคนนี้มาเลี้ยงเอาไว้ตั้งแต่แบเบาะก่อนที่พวกเขาจะเกิด

หลังจากที่พวกเขาไปเฝ้ารอทั้งสองคนที่บริเวณทางเข้างานมาสักพักใหญ่ได้แล้วเพื่อแบ่งเบาความหวั่นใจของน้องสาวคนสุดท้องที่เป็นเจ้าสาวของค่ำคืนอันแสนหวานนี้

“พี่แมกซ์”

ซีเดย์ถึงกับยิ้มกว้างออกมาด้วยความดีใจและปลดเอาความหนักใจทิ้งลงไปได้หมดเมื่อได้เห็นหน้าเจ้าบ่าวของเธอ

ร่างเล็กๆกับชุดพองๆที่ใส่แล้วใครๆก็ชมว่าสวยเหมือนเจ้าหญิงรีบวิ่งไปยืนข้างๆเขาด้วยความคิดถึง

“พี่ไปทำงานมาเหนื่อยไหมคะ”

และเธอก็รีบกระซิบกระซาบถามเขาออกไปด้วยความเป็นห่วง  เพราะก่อนหน้านี้เขาไปทำงานมาก็คงต้องรีบมากๆแน่เลยที่จะต้องให้งานเสร็จให้ทันเพื่อมาแต่งงานกับเธอ

ด้วยปกติเขานั้นมักทำงานจนดึกดื่นเที่ยงคืนทุกวัน  ยิ่งระยะหลังๆก่อนแต่งงานเขายิ่งงานหนักบางคืนไม่ได้กลับมานอนที่บ้านเลยก็มี

ใบหน้าหล่อเหลายังคงเรียบเฉยราวกับไม่มีความรู้สึกอะไรปรากฎขึ้นมาแม้มีคำถามที่แสนเป็นห่วงดังเข้ามาในโสตประสาทก็ตาม

แต่แววตาอันแสนเย็นชาของเขากลับมองไปที่เธอด้วยความเกลียดชัง  ไม่หลงเหลือความเป็นพี่ชายกับน้องสาวคนสุดท้องที่เคยดูแลกันมาก่อนหน้านี้อีกแล้ว

แสดง
บทถัดไป
ดาวน์โหลด

บทล่าสุด

บทอื่นๆ
ไม่มีความคิดเห็น
39
บทที่1
โรงงานแอลไลท์ (Alight) โรงงานผลิตหลอดไฟขนาดใหญ่ของประเทศแห่งที่ 2 ในเครือแอลไลท์กรุป ที่ตั้งตระหง่านอยู่ย่านนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่อิศรา หรือ อิงค์ พนักงานฝ่ายผลิต ที่เพิ่งเข้ามาทำงานที่โรงงานแห่งนี้ได้เพียงสามเดือน ยืนต่อแถวซื้อข้าวเหนียวหมูปิ้งที่หน้าโรงอาหาร ซึ่งอีกไม่กี่คนก็จะถึงคิวของเขาแล้วอิศราเลือกที่จะกินข้าวเหนียวหมูปิ้งกับกาแฟเย็นในตอนเช้า มากกว่าที่จะต้องเข้าไปเบียดเสียดในโรงอาหาร ที่พนักงานส่วนใหญ่มักจะมากินมื้อเช้ากันที่นั่น“มาแล้วเหรออิงค์” เสียงที่ดังมาจากด้านหลังเอ่ยทัก คนที่เพิ่งจะเดินออกมาจากร้านหมูปิ้ง แล้วกำลังจะหย่อนก้นลงนั่งที่ม้านั่งบริเวณสวนหย่อมที่ถูกจัดเอาไว้ให้พนักงานเพื่อนั่งพักผ่อน ถึงกับหันไปยิ้มรับให้กับเสียงที่คุ้นเคย“วันนี้รถมาถึงช้าเหรอ?” อิศราเอ่ยถามต้อม เพื่อนร่วมงานที่เพิ่งเข้ามาทำงานที่นี่พร้อมกับตัวเองต้อมพักอยู่ที่บ้าน ซึ่งอยู่ห่างจากโรงงานหลายสิบกิโล จึงต้องนั่งรถรับส่งที่โรงงานมีให้บริการพนักงานฟรี สำหรับพนักงานที่อยู่ไกลและไม่มีรถมาทำงาน ซึ่งต่างจากอิศราที่พักอยู่อพาร์ตเมนต์ใกล้ ๆ การเดินทางมาโรงงานก็แค่นั่งวินมอเตอร์ไซค์เพียงห้านาทีก็ถึ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่2
“คุยอะไรกัน? เริ่มงานได้แล้ว ถ้าวันนี้ไม่ได้ยอดตามที่กำหนดก็ต้องอยู่ทำโอทีต่อนะ” เสียงของ แจงจิตร หัวหน้าแผนกเอยขึ้น อิศรากับต้อมเลยต้องหยุดการสนทนาแล้วหันมาสนใจงานที่อยู่ตรงหน้าแทบจะทันที“พี่หวังว่าวันนี้จะได้งานมากกว่าเมื่อวานนะอิงค์ ทำงานมาตั้งสามเดือนแล้ว พี่ยังไม่เห็นว่าอิงค์จะทำงานเร็วขึ้นเลย” แจงจิตรบอกกับลูกน้องในความดูแล“ครับพี่แจง ผมจะพยายามให้เร็วกว่านี้ครับ”“ก็เห็นพูดแบบนี้ตลอด” กาญจนา พนักงานสาวสวยประจำแผนกเอ่ยขึ้น พร้อมกับมองหน้าเด็กใหม่อย่างอิศราด้วยสายตาไม่เป็นมิตรอย่างเปิดเผยแต่เธอก็ไม่ชอบขี้หน้าเด็กใหม่แทบจะทุกคนนั่นแหละ เพราะความที่อยู่มาก่อนเป็นเด็กเก่าที่ทำงานมาหลายปี เลยถือว่าตัวเองรู้งานกว่าใคร ถึงอายุของกาญจนาจะรุ่นราวคราวเดียวกับอิศราก็ตาม แถมหนุ่ม ๆ ต่างแผนกก็นิยมชมชอบแวะเวียนมาจีบไม่เว้นแต่ละวัน ตั้งแต่ระดับพนักงานด้วยกันไปจนถึงระดับหัวหน้างาน เพราะความที่เป็นคนหน้าตาสะสวย เธอจึงกลายเป็นดาวเด่นประจำแผนกนี้แต่กาญจนากลับสนใจอยู่แค่เพียงคนเดียวคือ แสน หนุ่มหล่อประจำแผนกวิศวกรของโรงงาน (Engineer) ที่สาว ๆ ฝ่ายผลิตต่างหมายปอง และมีแค่เพียงกาญจนาเท่านั้นที่เค
อ่านเพิ่มเติม
บทที่3
ช่วงพักเบรกย่อยสิบนาทีในรอบเช้า อิศราเดินออกมาจากแผนกเพื่อมากดน้ำดื่มจากตู้กดน้ำที่มีอยู่ทั่วบริเวณในตัวอาคาร ส่วนต้อมเลือกที่จะออกไปนั่งพักตรงบริเวณที่พักเบรกไม่ได้ตามมากับอิศราด้วย“อิงค์” เสียงเรียกจากด้านหลัง ทำให้คนที่กำลังยืนดื่มน้ำอยู่ต้องหันไปมอง“พี่แสน”“มากดน้ำเหรอ?”“ครับ” พูดจบ อิศราก็หลีกทางให้แสน เพราะคิดว่าเขาน่าจะมากดน้ำที่ตู้เหมือนกัน“พี่ไม่ได้จะมากดน้ำ เห็นอิงค์ยืนอยู่ก็เลยเดินมาทักน่ะ” แสนบอก พร้อมทั้งมองอิศราด้วยแววตาที่สนใจอย่างเปิดเผย“พี่แสนมีอะไรหรือเปล่าครับ” อิศราแกล้งถาม เพราะรู้อยู่แล้วว่าคนตรงหน้ามีจุดประสงค์อะไรที่มาคุยด้วยแบบนี้“กลางวันนี้ไปกินข้าวด้วยกันนะอิงค์ พี่มีเรื่องอยากคุยด้วย”“พอดีว่าผมมีนัดกับเพื่อนแล้วครับ ไม่น่าจะสะดวก” อิศราปฏิเสธทันทีนัดอะไรกันล่ะ เขากับต้อมก็กินข้าวกลางวันด้วยกันทุกวันอยู่แล้ว แค่หาข้ออ้างที่จะปฏิเสธก็เท่านั้น“ปากบอกว่าไม่ได้สนใจ แต่ทำไมถึงได้มาอ่อยพี่แสนอยู่ตรงนี้ล่ะ” กาญจนาพูดอย่างเอาเรื่อง เดินเข้ามายังคนทั้งคู่อย่างไม่พอใจ ที่เห็นแสนมายืนคุยอยู่กับอิศราตรงนี้“เราไม่ได้อ่อย แค่เดินออกมากดน้ำ” อิศราบอก เพราะมันก็เ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่4
“เป็นยังไงบ้างวะ โดนอะไรบ้าง” ต้อมรีบเอ่ยถามทันที หลังจากที่เพื่อนร่วมงานถูกเรียกขึ้นไปพบผู้จัดการใหญ่ กว่าจะได้ออกมาจากห้องผู้จัดการก็ได้เวลาพักเที่ยงพอดี“แค่ตักเตือนน่ะ เพราะยังไม่ได้ถึงกับทำร้ายร่างกายกันรุนแรง แต่ถ้ามีอีกครั้งก็น่าจะถูกพักงาน” อิศราตอบแบบเซ็ง ๆแต่ไม่ได้เซ็งที่ถูกเรียกเข้าไปคุย เซ็งที่ต้องมาเจอกับเขาในสถานการณ์แบบนี้ไง มันดูโคตรแย่ ทะเลาะกันเพราะแย่งผู้ชาย ยิ่งคิดอิศราก็ยิ่งเซ็ง“ก็ดีแล้วนี่ แล้วมึงจะทำหน้าเป็นตูดทำไม” ต้อมเอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจ ในเมื่อผู้จัดการก็ไม่ได้ลงโทษอะไร ทำไมอิศราถึงได้ทำหน้าเหมือนกับว่าถูกพักงานอย่างนั้นล่ะ“ก็เพราะผู้จัดการใหญ่ คือคนที่กูตามหามาตลอดหลายเดือนไง คนที่สัมภาษณ์กูวันนั้นคือ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ไม่ใช่ฝ่ายบุคคล” อิศราเน้นตำแหน่งของคนที่ตัวเองแอบปลื้มให้ต้อมฟังทีละคำ“อะไรนะ?” ต้อมถึงกับวางช้อนที่กำลังจะตักข้าวเข้าปากลงแทบจะทันที“เออ ตามที่ได้ยินนั่นแหละ”“ถึงว่า ทำไมไม่เคยเจอเขาเลยเพราะเขาเป็นผู้จัดการใหญ่นี่เอง”“ต้อม กูจะทำไงดีวะ?”“มึงหมายถึงอะไร?”“ก็เรื่องผู้จัดการไง เขาจะต้องมองกูไม่ดีแน่เลย ที่มีเรื่องแบบนั้น แถมยังเป็
อ่านเพิ่มเติม
บทที่5
“คุณก็พักที่นี่ด้วยเหรอ?” รชานนท์ เอ่ยถามคนตรงหน้าอย่างแปลกใจ เพราะไม่คิดว่าจะเจออิศราที่นี่ เพราะโดยปกติคนที่พักอยู่ที่นี่ส่วนใหญ่ก็มักจะเป็นคนทำงานออฟฟิศ หรือไม่ก็พวกที่เป็นเจ้าของธุรกิจแทบทั้งนั้น เพราะค่าเช่าที่นี่ค่อนข้างที่จะสูง เกินกว่าเงินเดือนของพนักงานธรรมดาอย่างอิศราที่จะมาเช่าอยู่“ผู้จัดการ!” อิศราเองก็ตกใจเหมือนกันที่ได้เจอเขาที่นี่ ทั้งที่ก่อนหน้านั้นไม่เคยเจอกันเลยด้วยซ้ำตอนที่อยากเจอกลับไม่เคยเจอ แต่พอไม่อยากเจอไม่กล้าสู้หน้า ก็กลับมาเจอกันง่าย ๆ แบบนี้เลย?“ครับ ผมพักที่นี่” อิศราตอบออกไปอย่างไม่เต็มปากนัก“คุณเพิ่งเข้างานไม่ใช่เหรอ? ผมคิดว่าค่าเช่าที่นี่มันค่อนข้างที่จะสูงเกินไปสำหรับเงินเดือนของคุณหรือเปล่า” รชานนท์พูดเพราะหวังดี กลัวว่าคนตรงหน้าจะมีค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนมากเกินไป เพราะเงินเดือนพนักงานก็ใช่ว่าจะมากมาย แถมเพิ่งจะเข้างานได้ไม่กี่เดือนด้วยแต่อิศรากลับรู้สึกเหมือนถูกคนตรงหน้าพูดจาดูถูกและแบ่งแยกชนชั้น ว่าต้องระดับผู้จัดการแบบรชานนท์เท่านั้นถึงจะพักที่นี่ได้“ทำไมครับ ต้องระดับผู้จัดการเท่านั้นเหรอครับถึงพักที่นี่ได้?”“ไม่ใช่แบบนั้น ผมก็แค่กลัวว่าเงิ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่6
หลังจากที่มีเรื่องมีราวจนถูกเรียกพบ กาญจนาก็ไม่มาวุ่นวายกับอิศราอีกเลย ถึงจะมีบ้างที่เวลาเจอหน้ากันจะชอบมองอิศรากับต้อมตาขวาง แต่ก็ไม่พูดจาแดกดันอย่างแต่ก่อน ซึ่งมันทำให้อิศราเองก็ทำงานได้อย่างสบายใจแต่กับแสนยังคงเหมือนเดิม ทุกครั้งที่เจอกันก็ยังคงพยายามที่จะชวนคุยอยู่ตลอด ซึ่งอิศราเลี่ยงได้บ้างไม่ได้บ้าง แต่ก็ยังไม่สร้างปัญหาอะไรมากในช่วงเย็นหลังเลิกงาน วันนี้เป็นวันเกิดของบังอร พี่ในแผนกคนเก่าที่อายุมากที่สุดในแผนกแล้ว น้อง ๆ จึงรวมตัวกันพาไปเลี้ยงวันเกิดให้บังอรที่ร้านอาหารกึ่งผับที่อยู่ในตัวเมือง อิศราเห็นว่าไม่ได้ไกลจากอพาร์ตเมนต์ของตัวเองมากก็เลยตกลงที่จะไปด้วย เพราะบังอรก็ช่วยสอนงานเขาในช่วงที่เข้างานมาแรก ๆ ด้วย บังอรเลยเป็นที่รักของน้อง ๆ ในแผนก ซึ่งกาญจนาเองก็ไปงานนี้ด้วยในตอนแรกต้อมปฏิเสธที่จะไม่ไปงานเลี้ยง เพราะตัวเองอยู่ไกล กว่าจะเลิกก็น่าจะดึกมาก แต่พอมีพี่ในแผนกที่อยู่บ้านไกลเหมือนกันขับรถมาเอง และอาสาไปส่งต้อมตอนกลับ ต้อมจึงยอมที่จะไปงานเลี้ยงด้วย“กินกันเต็มที่เลยนะ วันนี้พี่เลี้ยงน้อง ๆ เอง” บังอรบอก จากที่น้อง ๆ จะพารุ่นพี่มาเลี้ยงวันเกิด กลับกลายเป็นเจ้าของวันเก
อ่านเพิ่มเติม
บทที่7
“ไม่คิดว่าจะได้เจออิงค์ที่นี่” เสียงของแสนเอ่ยขึ้น แสนมาเที่ยวที่นี่กับบรรดาเพื่อน ๆ ในแผนกเหมือนกัน และพอเห็นว่าที่แผนกของอิศรามาดื่มที่นี่ แสนก็เลยเดินมาเพราะคิดว่าจะได้เจอกับอิศรา และก็ได้เจอจริง ๆ ทั้งที่กาญจนาก็นั่งอยู่อีกโต๊ะที่ไม่ไกลกัน แต่แสนกลับไม่คิดที่จะเข้าไปทักทายเธอ จนคนที่ถูกเมินได้แต่มองมาที่คนทั้งคู่อย่างไม่พอใจ“มาเลี้ยงวันเกิดพี่อรน่ะครับ” อิศราตอบอย่างเลี่ยงไม่ได้ ทั้งที่ไม่ได้อยากจะเจอกันแท้ ๆ แต่แสนก็ตามตอแยไม่เลิกรา“ถ้าอย่างนั้นดื่มกับพี่สักแก้วนะอิงค์” แสนบอก ก่อนจะหันไปสั่งเครื่องดื่มที่คิดว่าแรงที่สุดในร้านจากบาร์เทนเดอร์แล้วส่งให้อิศราอิศรามองแก้วเหล้าที่แสนยื่นให้ตรงหน้าอย่างลังเล ถึงจะรู้ว่ามันก็แค่เหล้าไม่ได้มีการใส่อะไรนอกเหนือจากนั้นลงไป แต่เขาก็ไม่อยากที่จะรับน้ำใจอะไรจากแสนทั้งนั้น“เอาน่าไม่เมาหรอกอิงค์ หรือถ้าเมาพี่ไปส่งที่ห้องก็ได้” แสนยังคงคะยั้นคะยอ แต่อิศราไม่ได้กลัวว่าตัวเองจะเมาสักหน่อย เพราะเหล้าแค่แก้วเดียวมันทำอะไรเขาได้อยู่แล้ว แต่ในเมื่อแสนอยากให้ดื่มเขาก็จะดื่ม แสนจะได้ไปจากโต๊ะของตัวเองสักทีอิศรารับแก้วเหล้ามาดื่มรวดเดียวหมดแก้ว ก่อน
อ่านเพิ่มเติม
บทที่8
“แต่ผมไม่ได้คิดอะไรกับพี่ครับ” พูดจบก็สะบัดมือออกจากมือของแสน แล้วรีบเดินออกมาจากในห้องน้ำทันที แต่แสนก็ยังไม่ละความพยายามที่จะตามตื๊อ เดินเข้ามากอดเอวของอิศราจากทางด้านหลังทันที“พี่แสนปล่อยผม พี่เมาแล้วเนี่ย!” อิศราพยายามแกะมือที่กอดรอบตัวออกจากแสน แต่ยิ่งแกะก็เหมือนแสนจะยิ่งรัดมือแน่นขึ้นกว่าเดิม“อิงค์เป็นแฟนกับพี่เถอะนะ”“ไม่ ปล่อยผมสิ! ถ้าพี่ไม่ปล่อยผมจะตะโกนให้คนช่วยนะ” อิศราขู่ แต่แสนกลับไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไรเลยสักนิดเดียว อาจจะเป็นเพราะเริ่มจะเมาแล้วด้วย จึงทำอะไรโดยไม่คิดถึงผลที่จะตามมา“มีอะไรกัน?” เสียงของคนมาใหม่เอ่ยขึ้น ทำให้อิศราที่กำลังพยายามแกะมือของแสนออกจากเอวของตัวเองรีบเงยหน้าขึ้นมามอง“ผู้จัดการ!” แสนเองก็ตกใจเหมือนกันที่เห็นรชานนท์มายืนอยู่ตรงหน้า และเพราะความกลัวว่าจะเป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โต จึงยอมปล่อยอิศราให้เป็นอิสระแต่โดยดี“คุณสองคนอีกแล้วเหรอ?” รชานนท์มองคนทั้งคู่ที่เพิ่งจะก่อเรื่องเอาไว้ที่โรงงานอย่างไม่พอใจ ถึงตรงนี้มันจะไม่ใช่ที่โรงงาน แต่มันก็อาจจะทำให้เรื่องมันไม่จบตามที่เคยให้คำสัญญาเอาไว้กับเขาเมื่อหลายวันก่อนก็ได้“ตกลงพวกคุณคบกันใช่มั้ย?”“ไม่ใช่ค
อ่านเพิ่มเติม
บทที่9
รชานนท์พาคนเมากลับมาที่อพาร์ตเมนต์ในเวลาไม่กี่นาที แต่พอรถขับมาจอดที่หน้าอพาร์ตเมนต์อิศราก็หลับคอพับไปแล้ว เรียกเท่าไหร่ก็ไม่รู้สึกตัว จนเดือดร้อนให้เขาต้องแบกอิศราขึ้นหลังแล้วพามาที่ห้องของตัวเองแทน เพราะรชานนท์ก็ไม่รู้ว่าห้องของอิศราอยู่ชั้นไหน เอาไว้รอให้เจ้าตัวสร่างเมาแล้วค่อยให้กลับไปที่ห้องของตัวเองก็แล้วกันรชานนท์พาอิศราเข้ามานอนที่โซฟารับแขก หาผ้าชุบน้ำมาเช็ดหน้าเช็ดตัวให้ หวังว่าคนเมาจะได้สติตื่นขึ้นมา แต่คนที่แกล้งเมากลับไม่มีทีท่าว่าจะยอมตื่นขึ้นมาง่าย ๆ ปล่อยให้ผู้จัดการหนุ่มเช็ดหน้าเช็ดตัวให้อย่างสบายใจเฉิบเสียอย่างนั้น“นอนไปก่อนก็แล้วกัน ตื่นขึ้นมาเมื่อไหร่ค่อยกลับห้อง” รชานนท์พูดกับร่างที่หลับไม่รู้เรื่อง ก่อนที่ตัวเขาเองจะหันไปหยิบผ้าขนหนูแล้วก็ชุดนอนของตัวเองหายเข้าไปในห้องน้ำคนที่แกล้งหลับพอเห็นว่าเจ้าของห้องเข้าห้องน้ำไปแล้ว เลยถือโอกาสลุกขึ้นมาสำรวจห้องของเขาสักหน่อย วีรภัทรบอกว่ารชานนท์มีครอบครัวแล้ว แต่พอมองไปรอบ ๆ ห้องกลับไม่เห็นรูปถ่ายของรชานนท์กับผู้หญิงที่ไหนเลยสักรูปเดียว มีแค่รูปเดี่ยวของเขาที่ใส่กรอบตั้งเอาไว้ที่โต๊ะหัวเตียงเท่านั้น แถมมองไปรอบ ๆ ก็แทบจ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่10
อิศรากลับมาที่ห้องตัวเองที่อยู่ชั้นถัดลงมาจากห้องของรชานนท์ พร้อมกับความสงสัยมากมาย ที่แกล้งเมาแล้วให้เขาพาไปที่ห้องก็เพราะอยากจะรู้ว่ารชานนท์มีครอบครัวจริงๆ ตามที่พี่ชายบอกมาหรือเปล่า แต่กลับไม่เห็นจะมีอะไรบ่งบอกสักอย่างว่ารชานนท์แต่งงานแล้ว และความสงสัยนี้เขาก็ต้องได้รับคำตอบจากพี่ชายในตอนนี้ด้วยอิศราต่อสายโทรหาวีรภัทรทันที ไม่สนด้วยซ้ำว่าเวลานี้มันเที่ยงคืนกว่าแล้ว และไม่สนด้วยว่าคนพี่จะหลับไปแล้วหรือยัง“พี่วี! ทำไมรับสายช้าขนาดนี้เนี่ย?” คนน้องโวยวายใส่ปลายสายทันที ที่ปล่อยให้ตัวเองถือสายรออยู่หลายนาที“นี่มันกี่โมงแล้วอิงค์! ดูเวลาด้วย” วีรภัทรตอบอย่างขัดใจ ที่ถูกน้องชายปลุกขึ้นมาทั้งที่ตัวเองเพิ่งจะหลับไปได้ไม่นานเพราะต้องเคลียร์งานจนดึก“ไหนพี่วีบอกว่าผู้จัดการมีครอบครัวแล้วไง” อิศราเข้าประเด็นทันที ไม่คิดที่จะขอโทษคนพี่ด้วยซ้ำที่โทรมาปลุกพี่ชายดึก ๆ ดื่น ๆ แบบนี้“ผู้จัดการไหน?”“ก็คุณรชานนท์ไง พี่วีบอกว่าเขามีครอบครัวแล้ว แต่วันนี้อิงค์ไปที่ห้องเขามา เห็นเขาอยู่คนเดียวไม่เห็นจะเจอภรรยาของเขาเลย”“พี่บอกว่าเขามีครอบครัว ไม่ได้บอกว่ามีภรรยาสักหน่อย”“แล้วมันต่างกันตรงไหน?”“ก
อ่านเพิ่มเติม
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status