LOGINเพื่อคนที่นางหมายปองจึงวางแผนร้ายเพื่อรวบรัดเขาแต่ผิดพลาดกลับได้คนที่นางไม่ชอบมาแทน นางต้องทนอยู่อย่างรังเกียจเขา หักหลังเขา ค่อย ๆ ผลักดันให้เขากลายเป็น ทรราชที่โหดร้าย จนนางต้องตายภายในน้ำมือเขาอย่างอนาถ แต่สวรรค์กลับให้นางกลับมาใหม่ กลับมา เปลี่ยนทรราชผู้นี้ให้เดินในเส้นทางที่ถูกต้อง ภารกิจพลิกชะตารักจึงเกิดขึ้น
View Moreตอนที่ 3 องค์ชายน้อยภายในห้องที่เงียบสงัด แสงแดดอ่อนลอดผ่านบานหน้าต่างเข้ามาเป็นเงาบาง สายลมอ่อนพัดต้องม่านโปร่งให้ไหวเอน กลิ่นไม้หอมจาง ๆ ลอยคลุ้งทั่วห้องบนเตียงกว้างใต้ผ้าม่านสีอ่อน เสิ่นเหยียนหลัวนอนสงบนิ่งอยู่ครั้นสายลมเย็นสัมผัสปลายผม นางจึงขยับกายเล็กน้อย เปลือกตาสั่นไหวก่อนจะค่อย ๆ เปิดขึ้นช้า ๆ ดวงตาที่พร่ามัวค่อย ๆ ปรับชัด เห็นภาพเพดานไม้แกะสลักเลือนราง ก่อนจะหันมองไปข้างกายเซียวอวี้เหิงนั่งอยู่ข้างเตียง ใบหน้าคมคายนั้นฟุบลงกับขอบเตียง เขาหลับใหลอย่างไม่รู้ตัว เส้นผมสีดำปรกหน้าผากเล็กน้อย ทว่าแม้ยามหลับ มือใหญ่ของเขากลับกุมมือนางไว้แน่นเสิ่นเหยียนหลัวทอดมองเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสุข นางขยับนิ้วเบา ๆ สัมผัสตอบฝ่ามืออุ่นนั้น ริมฝีปากคลี่ยิ้มอ่อนหวาน นิ้วเรียวขยับเบา ๆ ทำให้บุรุษที่ฟุบหลับอยู่สะดุ้งตื่น เซียวอวี้เหิงลืมตาขึ้นช้า ๆ มองภาพตรงหน้า“เหยียนหลัว… ”น้ำเสียงอ่อนโยนของเขาดังขึ้นพร้อมกับขยับกายลุกขึ้นไปนั่งเคียงข้างนาง มือใหญ่คว้าร่างบางเข้ามาโอบกอดไว้แน่น “ท่านอ๋อง… ”เสิ่นเหยียนหลัวเปล่งเสียงออกมาด้วยความงุนงงเล็กน้อย เซียวอวี้เหิงผละออกมาเล็กน้อย มือใหญ่ย
ตอนพิเศษ 2รอท่านภายในห้องที่เงียบสงบเสิ่นเหยียนหลัวนั่งอยู่เบื้องหน้าโต๊ะอาหาร สายตาคอยทอดมองไปยังประตูอย่างรอคอย เคียงข้างนางมี เสี่ยวเถากับเสี่ยวฮวายืนอยู่อย่างสำรวม นางทอดมองจานอาหารที่ถูกจัดอย่างประณีตนั้นพลันถอนหายใจแผ่วก่อนจะเอื้อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงน้อยใจ“เสี่ยวเถานี่ยามใดแล้ว”สาวใช้เงยหน้าเล็กน้อยเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเห็นใจ เมื่อเห็นว่าเจ้านายของตนลงมือทำอาหารอย่างตั้งใจและรอเจิ้นเป่ยอ๋องมานานแล้ว“ยามไฮ่แล้วเพคะ”สิ้นถ้อยคำ เสิ่นเหยียนหลัวถอยหายใจแผ่ว ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่เขากลับมีราชกิจมากมายไม่ค่อยว่างมาหานางเลย วันนี้นางตั้งใจทำอาหารที่เขาชอบเป็นพิเศษเพื่อรอเขา แต่เขากลับไม่มาเพียงไม่นานเสียงฝีเท้าหนักแน่นก็ดังขึ้นหน้าห้อง นางกำนัลทั้งสองหันไปตามเสียงก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงยินดี“พระชายาเพคะ ท่านอ๋องเสด็จมาแล้วเพคะ”เสิ่นเหยียนหลัวที่นั่งทำหน้าน้อยใจอยู่รีบยืดกายตรงก่อนจะเผยรอยยิ้มออกมาอย่างดีใจ นางรีบจัดอาภรณ์ของตนเองและทรงผมที่ตั้งใจทำมาอย่างเร่งรีบก่อนจะปรับสีหน้าให้เรียบนิ่งเซียวอวี้เหิงก้าวเข้ามาในห้องด้วยท่าทางสงบนิ่ง เขาทอดสายตาไปยังอาหารที่ยังคงว
เมืองหลิงซานหนึ่งเดือนต่อมายามรุ่งสาง ขบวนรถม้าหลวงเคลื่อนออกจากประตูวังท่ามกลางม่านหมอกบาง เสียงล้อไม้บดกับพื้นหินดังก้องเป็นจังหวะทุ้มต่ำ คล้ายเสียงกล่องส่งผู้เดินทางสู่หนทางไกล แสงแรกแห่งวันทอดยาวไปตามกำแพงสูงตระหง่าน ราวกับแผ่นฟ้ากำลังเปิดทางให้ขบวนเสด็จค่อย ๆ ลาลับจากเมืองหลวงภายในรถม้า กลิ่นไม้หอมอ่อนลอยอบอวล เสิ่นเหยียนหลัวเอนกายนั่งอย่างสงบ ม่านแพรบางไหวตามแรงสั่นสะเทือนของล้อ ทำให้ลำแสงอรุณลอดเข้ามาเป็นช่วง ๆ นางยกมือแง้มม่านเล็กน้อย สายตาทอดมองเมืองหลวงที่ค่อย ๆ ถอยห่างออกไป เรือนร้านเริ่มเปิดรับวันใหม่ ผู้คนเคลื่อนไหวอย่างแผ่วเบา เสียงชีวิตยามเช้าดังเลือนรางอยู่ไกล ๆเซียวอวี้เหิงนั่งตรงข้ามอย่างสงบนิ่ง ดวงตาคมจับจ้องอิริยาบถของนางโดยไม่เอื้อนเอ่ย ครั้นเห็นนางทอดสายตามองภายนอกอยู่เนิ่นนาน เขาจึงกล่าวเสียงต่ำเรียบ“ยังอาลัยสถานที่แห่งนี้หรือ”เสิ่นเหยียนหลัวส่ายหน้าแผ่วเบา มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบาง“มิใช่อาลัย… เพียงแต่มีเรื่องราวมากมายที่ได้เกิดขึ้นที่นี่”สิ้นคำ นางถอนหายใจแผ่ว พลันหันไปทอดมองใบหน้าคมเรียบนิ่งของเขา ก่อนจะขยับเข้าไปนั่งเบียดเขา มือเล็กลูบไล้บนอกกว้างอย
ตอนพิเศษ 1ตำหนักองค์ชายใหญ่ภายในห้องที่เงียบสงบ แสงแดดยามเช้าสาดเข้ามาต้องร่างสองร่างที่กำลังนอนกอดกันอยู่บนเตียงอย่างแนบแน่น สายลมยามเช้าพัดเข้ามาแผ่วเบากระทบร่างบางของเสิ่นเหยียนหลัวที่นอนอยู่บนเตียงกว้าง นางขยับกายเล็กน้อย พลันรับรู้ถึงไออุ่นที่กำลังโอบล้อมร่างนางอยู่ นางลืมตาขึ้นก่อนจะเงยหน้าเล็กน้อยมองใบหน้าคมที่ยังคงหลับใหล เสิ่นเหยียนหลัวทอดมองใบหน้าคมที่กำลังหลับก่อนจะเผยรอยยิ้มบางออกมา มือเล็กยกขึ้น ปลายนิ้วเรียวไล้หว่างคิ้วเข้มลงมาหยุดอยู่ปลายจมูกโด่งอย่างแผ่วเบา ทว่าทันใดนั้นริมฝีปากหยักได้รูปนั้นก็ยกขึ้นมากัดลงบนปลายนิ้วของนิ้วอย่างเบา ๆ เสิ่นเหยียนหลัวหัวเราะแผ่วเบา ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล“ตื่นแล้วหรือเพคะ”เซียวอวี้เหิงลืมตาขึ้นก้มลงมองนางด้วยแววตาอ่อนโยน ดวงตากลมใสของนางช่างสะกดเขาจนไม่อาจละสายตาได้ ริมฝีปากเล็กนั้นดึงดูดเขาอย่างไม่อาจห้าม เขาโน้มลงจูบริมฝีปากนางอย่างแผ่วเบาก่อนจะกวาดชิมรสหวานจากปากนางอย่างหลงใหลเสิ่นเหยียนหลัวที่กำลังเคลิบเคลิ้มกับรสจูบของเขาก็ผละออกเล็กน้อยอย่างห้ามใจ นางเอ่ยกระซิบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา“สายมากแล้วเพคะ”เซียวอวี้เหิงจูบลง
ตั้งแต่วินาทีนั้น ความโง่งมของข้าก็มลายหายไปสิ้น“คุณหนู”เสียงอารั่วดังขึ้นข้างหูทำให้นางสลัดความทรงจำในชาติก่อนทิ้งไปแล้วหันมามองใบหน้าเย็นชาเบื้องหน้าครู่หนึ่งพร้อมเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนนุ่ม“องค์ชาย ข้าหนาวเหลือเกินเพคะ”นางส่งสายตาหวานให้เขา เซียวอวี้เหิงที่นั่งอยู่หันมาสบสายตานางเขาขมวดคิ้ว
ตอนที่ 3 ย้อนเวลาเสิ่นเหยียนหลัวค่อย ๆ ลืมตาขึ้นอย่างเชื่องช้าความรู้สึกไร้น้ำหนักโอบล้อมร่างกาย นางไม่อาจรับรู้ได้ว่าตนล่องลอยอยู่ ณ แห่งหนใด เบื้องหน้ามีเพียงความมืดมิดไร้ขอบเขต ราวกับโลกทั้งใบถูกกลืนหายไปแล้วนางก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างลังเล ฝีเท้าเบาราวไม่ได้สัมผัสพื้น เดินไปได้เพียงครู่เดียว แ
ตอนที่ 2 ตำหนักเย็นในวังหลวงภายในตำหนักเย็นที่เงียบสงบ นั้นมีเพียงร่างบางของ เสิ่นเหยียนหลัวที่ถูกโซ่เหล็กล่ามไว้ที่ข้อเท้าน้อย นางนอนบนเตียงนุ่มในอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ ใบหน้างดงามนั้นกลับซีดลงเล็กน้อย เส้นผมยาวสลวยสยายลงบนหมอนนุ่ม สภาพของนางราวดังนกน้อยในกรงขังใหญ่นางค่อย ๆ ลืมตาขึ้นรู้สึกปวดร้า
ตอนที่5นอนด้วยในงานล่าสัตว์ประจำปี ลานกว้างกลางหุบเขาหลวงถูกจัดตกแต่งอย่างโอ่อ่า ธงหลากสีโบกสะบัดรับสายลมฤดูใบไม้ร่วง เหล่าขุนนางและเชื้อพระวงศ์ต่างนั่งเรียงรายอยู่ใต้กันสาด สนทนาและจิบชากันอย่างคึกคัก เสียงหัวเราะแผ่วเบา ประสานเสียงเครื่องดนตรี สร้างบรรยากาศครึกครื้นทั่วทั้งลานไม่นานนัก เสียงฝีเ











