มาเฟียเถื่อนอ้อนรัก

มาเฟียเถื่อนอ้อนรัก

last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-06-27
โดย:  รินธาราอัปเดตเมื่อครู่นี้
ภาษา: Thai
goodnovel18goodnovel
คะแนนไม่เพียงพอ
265บท
398views
อ่าน
เพิ่มลงในห้องสมุด

แชร์:  

รายงาน
ภาพรวม
แค็ตตาล็อก
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป

“คุณหยางอี้ นี่คุณวางแผนทำให้ฉันเลิกกับพี่บีมงั้นเหรอ? ” “ใช่…ถ้าผมไม่ทำให้คุณเลิกกับมัน แล้วผมจะเอาคุณมาเป็นผู้หญิงของผมได้ยังไง ในเมื่อคุณกับมันรักกันออกขนาดนั้น” ” ฉันไม่คิดเลยว่าคุณจะเลวแบบนี้ ฉันไม่น่าช่วยคุณเอาไว้เลย…“ “อย่าพูดกับผมแบบนั้นสิ ผมก็แค่หาตัวช่วยไปทดสอบความรักของพวกคุณก็เท่านั้น ถ้าไอ้หมอนั่นมันรักคุณจริง มันจะนอกใจคุณงั้นเหรอ ผมอุตส่าห์ช่วยคุณตัดคนเลวๆออกจากชีวิตของคุณนะ คุณควรจะขอบคุณผมถึงจะถูก“ “ขอบคุณบ้าอะไร ถ้าคุณไม่เอาผู้หญิงพวกนั้นมาหลอกล่อเขา เขาก็คงไม่นอกใจฉัน ทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันเป็นเพราะคุณ“ ”เพราะผมแล้วไง ก็ผมชอบคุณจะให้ทำยังไงล่ะ ในเมื่อผมอยากได้ผมก็ต้องได้… และคุณก็อย่าแม้แต่จะคิดที่จะกลับไปหามันเด็ดขาด เพราะตอนนี้คุณเป็นเมียของผมแล้ว ดังนั้นเลิกพูดถึงมันซะ“ ” ฉันจะพูดแล้วคุณจะทำไม“ ”ถ้าคุณยังไม่หยุดพูดถึงมัน ผมก็จะเอาดุ้นนี่ยัดปากคุณไง…ดูสิว่าคุณยังอยากจะพูดถึงมันอีกไหม“

ดูเพิ่มเติม

บทที่ 1

1. บทนำ

ณ โรงแรมเจอาร์พาราไดซ์วินเลท

ลินดา ผู้จัดการคนฝ่ายห้องพักก็กำลังเดินตรวจเชคห้องพักให้กับแขกคนสำคัญที่จะเข้าพักในคืนนี้ ซึ่งเขาต้องการห้องพักชั้นบนสุดทั้งหมดเป็นเวลาสามวัน ทำให้เธอและพนักงานต้องรีบทำการย้ายแขกที่พักก่อนหน้านี้ไปพักอีกชั้น และเร่งให้แม่บ้านทำความสะอาดและรีบทำการตรวจเชคห้องพักทุกห้องก่อนที่เขาจะเข้ามาพักในคืนนี้

“เฮ้อ...ในที่สุดก็เสร็จสักที...งานเร่งรีบแบบนี้ขออย่ามีมาบ่อยๆเลย...รับมือไม่ไหวจริงๆ...” ฝ้ายพนักงานสาวเอ่ยบ่นไปแบบเหนื่อยๆ

“ฉันก็ว่างั้นแหละ...ดูท่าแขกที่จะเข้ามาพักคืนนี้คงจะเป็นคนสำคัญน่าดู ไม่งั้นคงไม่เคลียร์ห้องพักให้แขกคนนี้แบบส่วนตัวแบบนี้แน่...พี่ลินดารู้ไหมคะว่าแขกที่จะเข้าพักคืนนี้คือใคร เป็นพวกนักการเมืองคนใหญ่คนโตเหรอคะพี่” นิกพูดเสริมไป

“พี่ก็ไม่รู้เหมือนกัน ยังไม่ได้ดูรายชื่อแขกที่จะเข้าพักจากพี่หนุ่มเลย เขาบอกให้พี่รีบมาจัดการย้ายแขกลงไปใช้ล่างแล้วเชคห้องพักแค่นั้น เดี๋ยวพรุ่งนี้พวกเรามาทำงานก็รู้เองแหละ...พี่ว่าพวกเราไปสแกนบัตรออกงานกันดีกว่า....จะได้ออกไปหาอะไรกินก่อนกลับบ้าน....” ลินดาบอกกับรุ่นน้องทั้งสองของเธอ

“ดีค่ะ เพราะทำโอทีตั้งแต่ห้าโมงเย็นจนนี่จะสามทุ่มแล้ว ข้าวยังไม่ตกถึงท้องเลยเนี่ย พี่ลินดาจะไปกับพวกเราไหมคะ หรือว่าพี่หมอบีมมารับคะ” ฝ้ายถามหัวหน้างานของเธอ เพราะปกติแฟนของลินดาจะมารับเธอกลับบ้านตลอด

“คืนนี้แฟนพี่เขาอยู่เวรแทนเพื่อนที่โรงพยาบาลน่ะ พี่เอารถมาเอง เดี๋ยวพวกเราไปรถพี่กันก็ได้ วันนี้พี่เลี้ยงเอง..” ลินดาบอกไปตามตรง เพราะแฟนของเธอไปเข้าเวรแทนเพื่อนที่ไปเที่ยวต่างประเทศ

“พี่ลินดานี่ใจดีที่สุดในโลกเลยค่ะ พวกเรานี่โชคดีจริงๆที่มีหัวหน้าดีๆแบบพี่...สงสัยต้องให้พี่หมอบีมอยู่เวรดึกๆบ่อยๆแล้วล่ะค่ะ ฮ่าๆ” นิกพูดชมไปแบบดีใจ เพราะไปกินข้าวกับลินดาทีไรก็เลี้ยงข้าวพวกเธอตลอด

“เกรงใจพี่ลินดาเขาบ้างเถอะแกน่ะ เขาพาไปเราไปเลี้ยงบ่อยแล้วนะ...ฝ้ายว่าครั้งนี้ให้เราสองคนเลี้ยงพี่ลินดาดีกว่านะคะ..” ฝ้ายบอกเพื่อนไปแบบอดไม่ได้

“ไม่เป็นไรหรอก...เรื่องแค่นี้เอง...ไม่ต้องคิดมาก พวกเราไปกันเถอะ พี่หิวข้าวจะแย่แล้วเนี่ย ป่ะ..” ลินดาบอกไปก็เดินนำสองสาวไปทันที สองสาวก็เดินตามไปด้วยรอยยิ้ม

ลินดาและสองสาวก็ไปเอากระเป๋าที่ห้องพนักงาน แล้วพวกเธอก็พากันสแกนออกงาน จากนั้นก็พากันไปที่รถแล้วมุ่งตรงไปยังร้านอาหารที่พวกเธอจะไปทานกันในคืนนี้

“กริ้งๆ....กริ้งๆ...พี่ขอรับสายแปปนะ...” เสียงโทรศัพท์ของลินดาดังขึ้น เธอก็กดรับสายแฟนหนุ่มที่โทรเข้ามาหาตรงปุ่มที่พวงมาลัย

“ฮัลโหล....เลิกงานหรือยังครับ..” บีมเอ่ยถามแฟนสาวของเขาที่คบกันมาห้าปีด้วยเสียงอ่อนโยน จนฝ้ายและนิกที่นั่งอยู่ในรถได้แต่อมยิ้มกันอย่างอิจฉาเลย

“เลิกแล้วค่ะพี่บีม...ตอนนี้หนูกำลังไปทานข้าวกับน้องที่ทำงานค่ะ...พี่บีมถึงโรงพยาบาลแล้วเหรอคะ...” ลินดาตอบไปก็เอ่ยถามแฟนหนุ่มทันที

“ยังเลยครับพี่กำลังขับรถไปนี่แหละ...อีกสิบนาทีก็น่าจะถึงแล้วล่ะ พี่เลยโทรหาลินดาก่อน...เดี๋ยวเข้าโรงพยาบาลแล้วต้องไปตรวจเวรรอบดึก กว่าจะว่างเราก็คงจะนอนแล้วล่ะ...แล้วนี่จะไปกินข้าวกันที่ไหน” บีมบอกไป

“ก็ร้านแถวๆโรงแรมนี่แหละค่ะ กินเสร็จแล้วจะแวะไปสองน้องๆเขาแล้วก็กลับบ้านเลยค่ะ..” ลินดาบอกไป

“โอเคครับ งั้นถ้าถึงบ้านแล้วส่งข้อความมาบอกพี่ด้วยนะ...ขับรถดีๆนะครับ...พรุ่งนี้เช้าเจอกันครับ..” บีมบอกไปแบบเป็นห่วงเธอ เพราะปกติเวลาเธอเลิกงานดึกๆเขาจะเป็นคนไปรับเธอตลอด แต่อาทิตย์นี้เขาเข้าเวรแทนเพื่อนจึงไม่สามารถที่จะปลีกตัวไปรับเธอได้

“ค่ะพี่บีม...พี่ก็ขับรถดีๆนะคะ ถึงโรงพยาบาลแล้วก็บอกหนูด้วยนะคะ...” ลินดาบอกไปแบบเป็นห่วงเขาเช่นกัน

“ครับ...พี่รักหนูนะ....แล้วเจอกันครับ...” บีมบอกไปเหมือนทุกครั้งที่เขาโทรหาเธอ

“รักเหมือนกันค่ะ...บ้ายบายค่ะ...” ลินดาตอบไปแบบอายๆ เพราะในรถมีสองสาวนั่งอยู่ด้วย เธอก็ตอบไปแบบเบาๆ ก่อนจะกดวางสายของแฟนหนุ่มไป

“หวานกันสุดๆเลยอ่ะพี่ลินดา...บอกเคล็ดลับหน่อยได้ไหมคะว่าคบกันยังไงให้คลั่งรักกันขนาดนี้น่ะ ฝ้ายจะได้เอาไปใช้กับแฟนฝ้ายบ้าง...” ฝ้ายพูดแซวไปด้วยรอยยิ้มเขินๆ เพราะเห็นแล้วก็อิจฉาจริงๆ

“จริงด้วยค่ะ พี่ลินดาคบกับพี่หมอบีมมาตั้งห้าปีแล้ว ยังรักกันหวานฉ่ำอยู่เลย มีเคล็ดลับอะไรบอกพวกเราหน่อยสิคะพี่” นิกพูดเสริมไปอีกคนอย่างอยากรู้

“พี่ไม่ได้มีเคล็ดลับอะไรเลย...ก็คบกันแบบคนปกติทั่วไปนั่นแหละ...พวกพี่ก็มีทะเลาะกันบ้างไม่ได้รักกันหวานฉ่ำแบบนี้ตลอดสักหน่อย” ลินดาบอกไปด้วยรอยยิ้มขำๆ

“แต่พี่ลินดาก็ถือว่าโชคดีมากๆเลยนะคะที่มีแฟนแบบพี่หมอบีมน่ะ...คิดดูสิคะจะมีผู้ชายที่ไหนมาใส่ใจคอยดูแลพี่ดีขนาดนี้อ่ะ...เพราะฉะนั้นอย่าให้ใครมาแย่งไปนะคะ ของดีๆแลไอเทมแบบนี้หายากจะตาย” นิกพูดไปเพราะคิดว่าลินดาโชคดีมากๆ

“พี่หมอบีมคลั่งรักพี่ลินดาขนาดนี้ต่อให้มีคนอยากจะแย่ง ฉันว่าก็ไม่สำเร็จหรอก...ใช่ไหมคะพี่ลินดา” ฝ้ายพูดเสริมไปตามความคิดของเธอ

“เรื่องแบบนี้มันก็ขึ้นอยู่กับผู้ชายไหมล่ะ พี่ตอบไม่ได้หรอกว่าใครจะแย่งเขาไปจากพี่ได้ไหม...เพราะถ้าเขามีคนอื่นพี่ก็ไม่คิดที่จะคบกับเขาต่อ...ต่อให้พี่จะรักเขาแค่ไหน แต่ถ้าเขาไม่ซื่อสัตย์กับพี่ เขาก็ไม่คู่ควรที่จะได้รับความรักของพี่เหมือนกัน..แต่ดีนะที่พี่บีมเขาไม่เจ้าชู้ ก็ถือว่าเป็นโชคดีของพี่...” ลินดาบอกไปแบบเด็ดขาด เพราะถ้าเขาไม่ซื่อสัตย์คบไปก็เสียใจเปล่า

“พี่ลินดาเป็นคนดี พี่ก็ควรจะได้เจอคนรักดีๆแบบพี่หมอบีมนี่แหละค่ะ..” ฝ้ายพูดไปด้วยรอยยิ้ม

จากนั้นสามสาวก็นั่งพูดคุยกันไปเรื่องต่างๆนาจนถึงร้านข้าว สามสาวก็พากันลงรถแล้วไปสั่งอาหารทานอย่างหิวโหย เพราะพวกเธอต้องรีบเคลียร์แขกที่เข้าพักย้ายไปอีกชั้น ทำให้พวกเธอไม่มีเวลาที่จะกินข้าวกันเลย สามสาวก็กินกันแบบจัดเต็มมากๆ

เซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน เวลา 18.00 น

จูหลงที่กำลังนั่งสูบบุหรี่อยู่ในห้องทำงานของเขาก็มองประตูที่เปิดออก พร้อมกับลูกชายของเขาที่เดินเข้ามา

“ตอนนี้หยางอี้มันถึงไทยหรือยัง...” จูหลงถามด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง

“ถึงแล้วครับพ่อ ตอนนี้หยางอี้มันอยู่ที่คลับของเพื่อนคนไทยของมันครับ พ่อจะให้คนของเราจัดการเก็บมันเลยไหมครับ” เจ๋อหรานบอกไปก็ถามทันที เพราะพ่อของเขาจ้องจะเล่นงานลู่หยางอี้มานานแล้ว และตอนนี้โอกาสของพวกเขาก็มาถึง เมื่อมันเดินทางไปประเทศไทย

“อืม...จะรออะไรล่ะ โอกาสแบบนี้ไม่ได้มีบ่อยๆ เพราะฉะนั้นเราจะรีรอไม่ได้ เก็บมันซะ แล้วสั่งคนของเราให้เก็บกวาดให้เรียบร้อย อย่าให้มีเรื่องสืบสาวมาถึงฉันได้...” จูหลงบอกไปแบบรอบคอบ

“ครับทพ่อ ผมจะจัดการให้เรียบร้อยครับ...” เจ๋อหรานบอกผู้เป็นพ่อไป

“อืมดีมาก....แล้วเรื่องนี้อย่าให้น้องสาวของแกรู้ล่ะ เดี๋ยวจะมาทำแผนของฉันเสียอีก...” จูหลงกำชับลูกชายของเขา เพราะลูกสาวของเขาแอบชอบลู่หยางอี้อยู่ ดังนั้นจะให้ลูกสาวของเขารู้เรื่องนี้ไม่ได้เด็ดขาด

“ครับพ่อ...เรื่องนี้ผมจะไม่ให้จี้ซินรู้แน่นอนครับ งั้นผมจะบอกให้ลูกน้องของผมจัดการมันเลยนะครับ...” เจ๋อหรานบอกไปอย่างรู้ดีว่า เรื่องนี้จะให้จี้ซินน้องสาวของเขารู้ไม่ได้เด็ดขาด

เพราะเธอมีใจให้หยางอี้มาตั้งแต่เด็กๆแล้ว ถึงขั้นเคยมาขอร้องพ่อให้หมั้นหมายกับหยางอี้เลยด้วยซ้ำ แต่ทางนั้นกลับปฏิเสธอย่างไร้เยื้อใย ทำให้น้องสาวของเขาเสียใจมาก แต่ก็ไม่สามารถทำให้น้องสาวเลิกชอบหยางอี้ไปได้เลย

“อืม....ไปเถอะ” จูหลงพยักหน้าตอบรับไป จากนั้นเจ๋อหรานก็พยักทำความเคารพผู้เป็นพ่อ แล้วเขาก็เดินออกไปทันที

“..ถ้าแกไม่ให้ลูกชายแกเข้ามายุ่งเรื่องธุรกิจของเรา ฉันก็คงไม่ทำแบบนี้ อย่าโทษที่ฉันใจร้ายกับแกเลยนะไห่หมิง......” จูหลงพูดพึงไห่หมิงที่เป็นเพื่อนของเขา

เพราะตั้งแต่หยางอี้เข้ามาบริหารแทนลู่ไห่หมิงผู้เป็นพ่อ มันก็เข้ามาแทรกแซงธุรกิจของไห่หมิงทุกอย่าง รวมถึงธุรกิจที่ไห่หมิงลงทุนร่วมกับเขามาตั้งแต่หนุ่มๆด้วย นั่นก็คือธุรกิจผิดกฏหมายต่างๆที่เขาบริหารอยู่ หยางอี้ก็ต้องการถอนตัวออกไปพร้อมกับเงินมหาศาล ซึ่งเขายอมไม่ได้ ดังนั้นเขาก็ต้องจัดการขั้นเด็ดขาด

แสดง
บทถัดไป
ดาวน์โหลด

บทล่าสุด

บทอื่นๆ
ไม่มีความคิดเห็น
265
1. บทนำ
ณ โรงแรมเจอาร์พาราไดซ์วินเลท ลินดา ผู้จัดการคนฝ่ายห้องพักก็กำลังเดินตรวจเชคห้องพักให้กับแขกคนสำคัญที่จะเข้าพักในคืนนี้ ซึ่งเขาต้องการห้องพักชั้นบนสุดทั้งหมดเป็นเวลาสามวัน ทำให้เธอและพนักงานต้องรีบทำการย้ายแขกที่พักก่อนหน้านี้ไปพักอีกชั้น และเร่งให้แม่บ้านทำความสะอาดและรีบทำการตรวจเชคห้องพักทุกห้องก่อนที่เขาจะเข้ามาพักในคืนนี้ “เฮ้อ...ในที่สุดก็เสร็จสักที...งานเร่งรีบแบบนี้ขออย่ามีมาบ่อยๆเลย...รับมือไม่ไหวจริงๆ...” ฝ้ายพนักงานสาวเอ่ยบ่นไปแบบเหนื่อยๆ “ฉันก็ว่างั้นแหละ...ดูท่าแขกที่จะเข้ามาพักคืนนี้คงจะเป็นคนสำคัญน่าดู ไม่งั้นคงไม่เคลียร์ห้องพักให้แขกคนนี้แบบส่วนตัวแบบนี้แน่...พี่ลินดารู้ไหมคะว่าแขกที่จะเข้าพักคืนนี้คือใคร เป็นพวกนักการเมืองคนใหญ่คนโตเหรอคะพี่” นิกพูดเสริมไป“พี่ก็ไม่รู้เหมือนกัน ยังไม่ได้ดูรายชื่อแขกที่จะเข้าพักจากพี่หนุ่มเลย เขาบอกให้พี่รีบมาจัดการย้ายแขกลงไปใช้ล่างแล้วเชคห้องพักแค่นั้น เดี๋ยวพรุ่งนี้พวกเรามาทำงานก็รู้เองแหละ...พี่ว่าพวกเราไปสแกนบัตรออกงานกันดีกว่า....จะได้ออกไปหาอะไรกินก่อนกลับบ้าน....” ลินดาบอกกับรุ่นน้องทั้งสองของเธอ“ดีค่ะ เพราะทำโอทีตั้งแต่ห้าโ
อ่านเพิ่มเติม
2. เริ่ม
ลูซิเฟอร์คลับ...ประเทศไทย เวลา 20.00 น.ร่างสูงใหญ่ของหนุ่มหล่อเดินเข้ามาในคลับก็ทำให้สาวๆพากันมองตาเป็นมันส์เลย แต่รอบตัวเขากลับมีคนติดตามอยู่รอบๆทำให้ไม่มีสาวๆคนไหนกล้าเข้าใกล้เขาเลย จนกระทั่งเขาเดินเข้าไปยังโซนวีไอพี เขาก็ทำมือส่งสัญญาณให้ลูกน้องของเขารออยู่รอบๆ แล้วเขาก็เดินเข้าไปหาพวกเพื่อนๆของเขาที่รออยู่“มาแล้วเหรอวะหยางอี้...พวกฉันดื่มรอแกจนจะเมาอยู่แล้วเนี่ย” ตรินที่เป็นเจ้าของคลับแห่งนี้ก็ทักทายเพื่อนของเขาไปด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะลุกขึ้นแล้วอ้าแขนต้อนรับเพื่อนด้านหยางอี้ที่ฟังภาษาไทยเข้าใจก็ยิ้มออกมา เพราะสมัยเรียนที่อังกฤษเขาอยู่หอร่วมกับชยุทและตรินจึงค่อยๆซึมซับภาษาไทยมา ทำให้เขาสามารถพูดสื่อสารภาษาไทยได้นิดหน่อย แต่เขาก็เลือกที่จะพูดภาษาอังกฤษ เพราะมันเข้าใจง่ายกว่า “นี่พึ่งจะสองทุ่มเอง แกจะรีบเมากันไปไหนวะ...ฉันพึ่งจะมาถึงไทย พวกแกก็ให้ฉันมาหาที่นี่เลย ไม่คิดจะให้ฉันพักหน่อยหรือไงวะ” หยางอี้ตอบเพื่อนไปแบบบ่นๆ ก่อนจะเข้าไปโอบกอดเพื่อนอย่างทักทาย“แกพักตอนอยู่บนเครื่องแล้วไงวะ จะพักอะไรนักหนาวะ มาดื่มกับพวกเพื่อนๆดีกว่า..นานๆพวกเราจะเจอกันนะโว้ย” ตรินก็ตอบเพื่อนเป็นภาษาอังก
อ่านเพิ่มเติม
3. ตามฆ่า
22.00 น. อาจ้าวลูกน้องของเจ๋อหรานที่ตามหยางอี้มาตั้งแต่เซี่ยงไฮ้ ก็ตรวจดูลูกน้องของหยางอี้ที่จอดรถรอรับหยางอี้อยู่นั้นก็มองอย่างพิจารณา จนพบว่ามีทั้งหมดหกคน เขาก็ส่งคนของเขาไปจัดการลูกน้องของหยางอี้ทั้งหมดแบบเงียบๆ แล้วลากตัวพวกนั้นออกไปไว้ในที่ลับสายตาคน จากนั้นก็สลับตัวคนของเขาเข้าไปแทน จากนั้นก็นั่งรอจนกว่าหยางอี้จะออกมาด้านลู่หยางอี้ก็นั่งดื่มกับเพื่อนทั้งสองมาเกือบสองชั่วโมงแล้ว เขาก็รู้สึกเริ่มจะเมานิดหน่อยแล้ว เขาก็บอกเพื่อนของเขาทันที“ฉันดื่มต่อไม่ไหวแล้วว่ะ...ฉันขอกลับไปพักที่โรงแรมก่อนนะโว้ย...ไว้พรุ่งนี้ฉันค่อยมาดื่มกับพวกแกใหม่..วันนี้ไม่ไหวแล้วจริงๆว่ะ” หยางอี้บอกไปแล้วส่ายหน้ายอมแพ้“อะไรวะ ยังไม่เมาเลยนะโว้ย แกจะกลับได้ยังไงวะ...ดื่มด้วยกันก่อนสิวะ...จะรีบกลับไปทำไมวะ...โรงแรมไอ้ชยุทมันไม่หนีหายไปไหนหรอก” ตรินพูดไปแบบไม่ยอม“แกจะดื่มเอาเป็นเอาตายเลยหรือไงวะ พรุ่งนี้ฉันมีประชุมตอนเช้านะโว้ย ฉันก็ดื่มไม่ไหวแล้วเหมือนกันว่ะ ฉันว่าวันนี้พอแค่นี้เถอะ พรุ่งนี้ก็มาต่อกันใหม่...ยังไงหยางอี้มันก็อยู่ที่ไทยอีกตั้งสองสามวัน” ชยุทพูดเสริมไปอีกคน เพราะเขาก็ไม่ไหวแล้วเช่นกัน“เออๆ
อ่านเพิ่มเติม
4. ไล่ล่าอย่างดุเดือด
“เบรกทำไมวะเนี่ย....ขับรถภาษาอะไรของแกวะ” หยางอี้ที่เผลอหลับไปก็พูดบ่นออกมา ก่อนจะลืมตาตื่นแล้วมองอย่างไม่พอใจ แต่เขาก็ต้องตกใจเมื่อซูหานกำลังต่อสู้กับคนขับรถอยู่ “ลงจากรถก่อนครับนาย...ไอ้นี่มันจะมาฆ่าเรา...คนของเราอยู่ข้างหลัง..” ซูหานบอกเจ้านายของเขา แล้วเขาก็ล็อคแขนของชายคนนี้ไว้แล้วเอามือตีที่ไหล่อย่างแรงเพื่อตัดกำลัง“อ่อ...” หยางอี้ได้ยินแบบนั้นก็รนรานแล้วเขาก็รีบปลดล็อคแล้วเปิดประตูลงจากรถทันที “แกร้ง! เห้ย...มันยิงฉันทำไมวะ...” หยางอี้เปิดประตูแล้วปืนจากด้านหลังก็รัวยิงเข้ามาทันที จนเขาเอาขาขึ้นรถแทบไม่ทัน เพราะพวกมันยังใช้ปืนเก็บเสียงทำให้เขาตั้งตัวไม่ทันเลย“ปึก ปึก...เพราะคนของแกโดนพวกฉันจัดการแล้วไงวะ....วันนี้แกสองคนไม่รอดหรอก ผั้วะ...แกไปก่อนเจ้านายของแกละกัน...ปึก...ผั้วะ!...” ลูกน้องของอาจ้าวพูดไปแล้วก็ต่อยหน้าของลูกน้องหยางอี้ไปจนสลบ แล้วก็เอาปืนที่เก็บเสียงแล้วมาจ่อยิง“ซูหาน...ปึก...กล้าดียังไงมาทำร้ายคนของฉันวะ...พรึบ...ฉันไม่ได้จัดการง่ายขนาดนั้นโว้ย..ปึก....ผั้วะ....ผั้วะ...ผั้วะ....” หยางอี้เห็นคนร้ายเอาปืนจ่อใส่ซูหานที่นอนสลบไป เขาก็เอาลุกเอามือล็อคคอของคนร้า
อ่านเพิ่มเติม
5. บาดเจ็บ
หยางอี้ก็พยายามลุกขยับตัวมาหลบที่พุ่มหญ้าอย่างฮึดสู้สุดๆ เพราะแผลที่ถูกยิงก็เจ็บจะตายอยู่แล้ว พอเจอแรงกระแทกตอนปลิวออกจากรถอีก ดีนะที่เขายังพอมีแรงอยู่ ไม่งั้นเขาตายแน่ อาจ้าวลงจากรถมาดูแล้วยิ้มมุมปากออกมาแบบชอบใจ เพราะตอนนี้งานของเขาเสร็จเรียบร้อยแล้ว เขาจึงเอาโทรศัพท์มากดโทรหาเจ้านายของเขาทันที“ฮัลโหลคุณเจ๋อหรานครับ...ผมจัดการมันเรียบร้อยแล้วนะครับ...ตอนนี้มันถูกไฟครอกตายในรถเรียบร้อยแล้วครับ” อาจ้าวรายงานไปตามตรง“อืม...ดูให้แน่ใจว่ามันตายแล้วจริงๆ แล้วก็เก็บกวาดทุกอย่างให้เรียบร้อย อย่าให้สาวมาถึงเราได้ ” เจ๋อหรานบอกไป“ครับ...เดี๋ยวก่อนคุณเจ๋อหราน อย่าพึ่งวางครับ เงินค่าจ้างผมขอเพิ่มอีกหน่อยได้ไหม....ไอ้หยางอี้มันฆ่าคนของผมไปหลายคนเลย แล้วก็มีคนที่บาดเจ็บอยู่ ผมต้องการเงินเพิ่ม” อาจ้าวบอกไป“ฉันจะโอนเข้าบัญชีให้ ตอนนี้พวกนายรีบเก็บกวาดให้เรียบร้อยแล้วรีบออกจากไทยซะ” เจ๋อหรานบอกไป“ครับ ผมเก็บกวาดเสร็จแล้วจะรีบไปคืนนี้เลยครับ คุณเจ๋อหรานไม่ต้องห่วงครับ เรื่องนี้สาวไปไม่ถึงคุณเจ๋อหรานกับนายใหญ่หรอกครับ” อาจ้าวบอกไปด้วยรอยยิ้ม ขณะมองไฟที่ลุกโชนตรงหน้า“อืม...แค่นี้แหละ แล้วถ้าไม่จ
อ่านเพิ่มเติม
6. ช่วยผมด้วย
จากนั้นลินดาก็ขับรถพาชายแปลกหน้าที่ได้รับบาดเจ็บมาที่บ้าน เธอก็ค่อยๆพาเขาลงจากรถแล้วเข้าบ้าน เธอก็พาเขาไปนั่งที่โซฟาก่อน“ฉันพาคุณมาที่ปลอดภัยแล้ว แล้วใครจะมาช่วยรักษาคุณอ่ะ...คุณจะมาตายที่บ้านของฉันไม่ได้นะ” ลินดาบอกไปแล้วมองเขาที่นอนด้วยสีหน้าที่ซีดเซียวมากๆ“ผมขอยืมโทรศัพท์คุณหน่อยได้ไหม...ผมจะติดต่อไปหาเพื่อนของผม” หยางอี้บอกไปตามตรง เพราะซูหานไม่รู้จะเป็นยังไงบ้าง ตอนนี้เขาต้องพึ่งเพื่อนของเขาแล้ว“อืม...นี่โทรศัพท์ของฉัน...เอาไปสิ...เดี๋ยวฉันจะไปหาผ้ามาห้ามเลือดของคุณก่อนละกัน ไม่งั้นคุณเลือดหมดตัวแน่ๆ” ลินดากดปลดล็อคโทรศัพท์แล้วยื่นให้เขาไป แล้วเธอก็รีบเดินไปที่ห้องครัวทันทีหยางอี้ก็มองตามเธอด้วยสายตาที่ซาบซึ้ง เพราะเขาเป็นคนแปลกหน้าที่ได้รับบาดเจ็บปางตาย แต่เธอก็ยังกล้าพาเขาขึ้นรถและพามาที่บ้าน มันทำให้เขารู้ว่าผู้หญิงคนนี้มีจิตใจดีเหมือนกับหน้าสวยๆของเธอ เขาก็ยิ้มมุมปากออกมาแบบประทับใจเธอ ด้านชยุทก็ตามจีพีเอสของเพื่อนหนุ่มจนเขามาเจอตัวซูหานลูกน้องคนสนิทของเพื่อนนั่งสลบอยู่ข้างถังขยะ เขาก็รีบเรียกซูหานจนได้สติขึ้นมา ก่อนจะถามหาหยางอี้แต่ซูหานก็ซ่ายหน้าไม่รู้ เพราะเขาสลบตั้งแ
อ่านเพิ่มเติม
7. ทิ้งไม่ลง
“โอ๊ย....คุณมองแผลผมด้วยสิ....อื้อ...ผมเจ็บนะคุณ...” หยางอี้ร้องออกมาแล้วบอกเธอให้มองมือที่ทำแผลให้เขา ไม่ใช่มองไปทางอื่นแบบนั้น “อ่อ..ฉันขอโทษ...ฉัน..อ่อ...ฉันเห็นแผลคุณแล้วฉันกลัวนิ...คุณเอามือกอดผ้านี้ไว้เองละกัน จะได้ไม่เจ็บ..” ลินดาบอกเขาไปก็จับมือของเขามาวางลงบนผ้าที่เธอกดปิดแผลของเขา“อืม...” หยางอี้ก็เข้าใจว่าเธอกลัวแผลของเขา เขาจึงเอามือกดไว้เองแล้วเขาก็พยายามอดทนเอาไว้ จนเหงื่อเริ่มไหลออกมาเต็มหน้าของเขาลินดาเห็นเขาหลับตาแล้วทำสีหน้าเจ็บปวดก็สงสารมาก แต่เธอก็ช่วยอะไรเขาไม่ได้มากไปกว่านี้แล้ว คงต้องรอให้เพื่อนของเขามาช่วยแล้วล่ะ“ติ่งต่อง...” เสียงกริ่งหน้าบ้านของเธอดังขึ้น ลินดาก็หันไปมองทันที ส่วนหยางอี้ก็ลืมตาตื่นขึ้นมาแล้วคิดว่าเพื่อนของเขาน่าจะมาแล้ว“เพื่อนของคุณน่าจะมาแล้ว เดี๋ยวฉันจะไปเปิดประตูให้พวกเขาเข้ามา” ลินดาบอกไปแล้วก็รีบลุกออกไปทันที หยางอี้ที่นอนเจ็บปวดทรมานอยู่ก็ได้แต่มองเธอดินออกไป เพราะคนร้ายคิดว่าเขาตายไปแล้ว พวกมันไม่น่าจะตามเขามาที่นี่ได้ ดังนั้นคนที่มาก็น่าจะเป็นเพื่อนของเขาที่เขาส่งตำแหน่งที่นี่ไปให้ด้านชยุทและซูหานก็พากันมายืนที่หน้าบ้านที่เพื่อ
อ่านเพิ่มเติม
8. อกหักตั้งแต่ยังไม่เริ่ม
หนึ่งชั่วโมงต่อมา...“ผมทำแผลให้เรียบร้อยแล้วนะครับ ตอนนี้ฉีดมอร์ฟีนระงับการแก้ปวดให้แล้ว และฤทธิ์ของยาชายังมีผลอยู่ ดังนั้นควรจะรีบพาคุณหยางอี้ไปรักษาที่โรงพยาบาลครับ...เพราะต้องรับยาฆ่าเชื้อทุกๆหกชั่วโมงครับ ไม่อย่างนั้นแผลอาจจะติดเชื้อได้ และมันจะเป็นอันตรายสำคัญคุณ” หมอบอกไปเพราะผ่าตัดแบบนี้มันค่อนข้างเสี่ยงที่แผลจะติดเชื้อ“อืม...ผมต้องการความเป็นส่วนตัวในการรักษา หมอช่วยจัดการให้ผมที..” หยางอี้บอกไป เพราะก่อนหน้านี้ที่เขาไม่ไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลเนื่องจากเขาเขาโดนยิงและต้องสืบหาสาเหตุ และเขายังไม่ต้องการให้คนร้ายรู้ว่าเขายังไม่ตาย ดังนั้นเขาจึงเลือกที่จะมารักษาข้างนอก แล้วค่อยเข้าไปพักรักษาตัวแทน แบบนี้มันจะปลอดภัยกว่า“ได้ครับ งั้นเดี๋ยวผมจะไปที่โรงพยาบาลแล้วทำเรื่องห้องพักให้คุณตอนนี้เลยครับ” หมอหนุ่มบอกไป“อืม...ซูหาน นายไปกับหมอ แล้วก็ทำแผลของนายซะ...ถ้าห้องพักเรียบร้อยก็โทรมา ฉันจะตามไป..” หยางอี้บอกไป“ครับนาย...งั้นเชิญเลยครับคุณหมอ ผมจะพาไปครับ” ซูหานได้ยินแบบนั้นก็รับคำสั่งทันที เขาก็เชิญหมอออกไปกับเขาด้านลินดาพอเห็นหมอเดินออกมาพร้อมกับผู้ชายคนนั้นแล้วออกจากบ้านเธอไป เ
อ่านเพิ่มเติม
9. ตกหลุมรัก
สองหนุ่มก็นั่งรถเดินทางไปยังโรงพยาบาล ชยุทเห็นหยางอี้นั่งเงียบมาตลอดก็มองเพื่อนหนุ่มแล้วเอ่ยถามไปอย่างอดไม่ได้ “หยางอี้ นี่แกนั่งเงียบแบบนี้เพราะแกเจ็บแผลหรือว่าแกอกหักจากพนักงานของฉันเมื่อกี้วะ” ชยุทถามไป“แกยังจะมาตอกย้ำฉันอีกนะไอ้เพื่อนเวร ถ้าแกจะนั่งไปเงียบๆจะดีมากเลยว่ะ” หยางอี้พูดด้วยสีหน้าเซ็งๆ“ก็ฉันอยากพูดกับแกนิวะ ถ้าแกหลับไปแล้วไม่ตื่นขึ้นมาจะทำยังไงวะ ฉันเลยอยากจะชวนแกคุยน่ะ ฉันให้แกเลือกสองทางว่าแกจะคุยเรื่องไหนดี ระหว่างเรื่องผู้หญิงคนนั้นหรือว่าเรื่องคนร้ายที่ลอบทำร้ายแก” ชยุทพูดไปเพราะเขาอยากรู้ทั้งสองเรื่องเลย“เรื่องคนร้ายฉันรู้แล้วว่ามันเป็นใคร รอให้ฉันหายดี ฉันเอาคืนมันแน่..” หยางอี้บอกไปแบบจริงจัง“ใครมันกล้าทำร้ายแกวะ...ศัตรูในไทยแกก็ไม่ได้มีใครนิวะ...” ชยุทถามต่ออย่างสงสัย“คนที่ทำร้ายฉันไม่ใช่คนไทย พวกมันเป็นคนจีน...ดูเหมือนว่าพวกมันจะตามฉันมาตั้งแต่ที่เซี่ยงไฮ้แล้ว..พวกมันคือคนของเจ๋อหราน...ลูกชายของเพื่อนพ่อฉันเอง...” หยางอี้บอกไป“ลูกชายของเพื่อนพ่อเหรอวะ แล้วมันจะทำร้ายแกทำไมวะ...ฉันเคยได้ยินแกพูดถึงคนนี้นะ มันเป็นเพื่อนตอนเด็กๆของแกด้วยไม่ใช่เหรอ แล้วมันจ
อ่านเพิ่มเติม
10. ขอเลวเพราะเธอ
เช้าวันต่อมา...บีมก็ออกเวรที่โรงพยาบาลแล้วกลับมาถึงบ้านก็เจ็ดโมงครึ่งแล้ว เขาก็เห็นว่าแฟนของเขายังไม่ลงมา เขาก็เข้าครัวไปเตรียมอาหารให้เธอไปกินที่ทำงานตอนเที่ยง“กลิ่นหอมๆอะไรคะเนี่ย หอมไปถึงข้างบนเลย....กลับมาเหนื่อยๆทำไมไม่ขึ้นไปพักล่ะคะ มาทำอาหารอีกทำไมคะ หนูอุ่นอาหารที่พี่ทำไว้เมื่อวานกินก็ได้ค่ะ” ลินดาเดินลงมาแล้วเข้าไปอ้อนแฟนของเธอแบบน่ารัก ก่อนจะเข้าไปโอบกอดเขาจากด้านหลังแล้วเอาหัวซบหลังของเขา“พี่อุ่นให้แล้วล่ะ เรากินได้เลย ส่วนนี่พี่ทำไว้ให้เราไปกินตอนเที่ยง เราจะได้ไม่ต้องออกไปหาอะไรกินไง เพราะแค่ทำงานเราก็แทบจะไม่มีเวลากินข้าวอยู่แล้ว” บีมยิ้มออกมาอย่างชอบใจที่เธอมาอ้อนเขาแบบนี้ ก่อนจะพูดบอกไป“ทำไมน่ารักแบบนี้คะเนี่ย แบบนี้ต้องให้รางวัลแล้วล่ะค่ะ จุ๊บ...จุ๊บ...อื้ม..ชื่นใจจังเลยค่ะ...มีกำลังใจทำงานขึ้นมาเยอะเลย” ลินดาถอนกอดมาแล้วเอามือโน้มตัวเขามาหอมแก้มแล้วจุ๊บปากไปแบบรักใคร่“เรานี่นะ ขี้อ้อนจริงๆเลย...แล้ววันนี้อย่ากลับดึกแบบเมื่อคืนอีกนะ พี่เป็นห่วง..” บีมบอกเธอไปด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน“ค่ะ วันนี้ไม่ดึกแล้วค่ะ เสร็จงานปุ๊บจะรีบกลับมาบ้านเลย หนูจะได้มาเจอพี่บีมก่อนพี่ไปทำง
อ่านเพิ่มเติม
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status