เข้าสู่ระบบ“คุณหยางอี้ นี่คุณวางแผนทำให้ฉันเลิกกับพี่บีมงั้นเหรอ? ” “ใช่…ถ้าผมไม่ทำให้คุณเลิกกับมัน แล้วผมจะเอาคุณมาเป็นผู้หญิงของผมได้ยังไง ในเมื่อคุณกับมันรักกันออกขนาดนั้น” ” ฉันไม่คิดเลยว่าคุณจะเลวแบบนี้ ฉันไม่น่าช่วยคุณเอาไว้เลย…“ “อย่าพูดกับผมแบบนั้นสิ ผมก็แค่หาตัวช่วยไปทดสอบความรักของพวกคุณก็เท่านั้น ถ้าไอ้หมอนั่นมันรักคุณจริง มันจะนอกใจคุณงั้นเหรอ ผมอุตส่าห์ช่วยคุณตัดคนเลวๆออกจากชีวิตของคุณนะ คุณควรจะขอบคุณผมถึงจะถูก“ “ขอบคุณบ้าอะไร ถ้าคุณไม่เอาผู้หญิงพวกนั้นมาหลอกล่อเขา เขาก็คงไม่นอกใจฉัน ทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันเป็นเพราะคุณ“ ”เพราะผมแล้วไง ก็ผมชอบคุณจะให้ทำยังไงล่ะ ในเมื่อผมอยากได้ผมก็ต้องได้… และคุณก็อย่าแม้แต่จะคิดที่จะกลับไปหามันเด็ดขาด เพราะตอนนี้คุณเป็นเมียของผมแล้ว ดังนั้นเลิกพูดถึงมันซะ“ ” ฉันจะพูดแล้วคุณจะทำไม“ ”ถ้าคุณยังไม่หยุดพูดถึงมัน ผมก็จะเอาดุ้นนี่ยัดปากคุณไง…ดูสิว่าคุณยังอยากจะพูดถึงมันอีกไหม“
ดูเพิ่มเติมณ โรงแรมเจอาร์พาราไดซ์วินเลท
ลินดา ผู้จัดการคนฝ่ายห้องพักก็กำลังเดินตรวจเชคห้องพักให้กับแขกคนสำคัญที่จะเข้าพักในคืนนี้ ซึ่งเขาต้องการห้องพักชั้นบนสุดทั้งหมดเป็นเวลาสามวัน ทำให้เธอและพนักงานต้องรีบทำการย้ายแขกที่พักก่อนหน้านี้ไปพักอีกชั้น และเร่งให้แม่บ้านทำความสะอาดและรีบทำการตรวจเชคห้องพักทุกห้องก่อนที่เขาจะเข้ามาพักในคืนนี้ “เฮ้อ...ในที่สุดก็เสร็จสักที...งานเร่งรีบแบบนี้ขออย่ามีมาบ่อยๆเลย...รับมือไม่ไหวจริงๆ...” ฝ้ายพนักงานสาวเอ่ยบ่นไปแบบเหนื่อยๆ “ฉันก็ว่างั้นแหละ...ดูท่าแขกที่จะเข้ามาพักคืนนี้คงจะเป็นคนสำคัญน่าดู ไม่งั้นคงไม่เคลียร์ห้องพักให้แขกคนนี้แบบส่วนตัวแบบนี้แน่...พี่ลินดารู้ไหมคะว่าแขกที่จะเข้าพักคืนนี้คือใคร เป็นพวกนักการเมืองคนใหญ่คนโตเหรอคะพี่” นิกพูดเสริมไป “พี่ก็ไม่รู้เหมือนกัน ยังไม่ได้ดูรายชื่อแขกที่จะเข้าพักจากพี่หนุ่มเลย เขาบอกให้พี่รีบมาจัดการย้ายแขกลงไปใช้ล่างแล้วเชคห้องพักแค่นั้น เดี๋ยวพรุ่งนี้พวกเรามาทำงานก็รู้เองแหละ...พี่ว่าพวกเราไปสแกนบัตรออกงานกันดีกว่า....จะได้ออกไปหาอะไรกินก่อนกลับบ้าน....” ลินดาบอกกับรุ่นน้องทั้งสองของเธอ “ดีค่ะ เพราะทำโอทีตั้งแต่ห้าโมงเย็นจนนี่จะสามทุ่มแล้ว ข้าวยังไม่ตกถึงท้องเลยเนี่ย พี่ลินดาจะไปกับพวกเราไหมคะ หรือว่าพี่หมอบีมมารับคะ” ฝ้ายถามหัวหน้างานของเธอ เพราะปกติแฟนของลินดาจะมารับเธอกลับบ้านตลอด “คืนนี้แฟนพี่เขาอยู่เวรแทนเพื่อนที่โรงพยาบาลน่ะ พี่เอารถมาเอง เดี๋ยวพวกเราไปรถพี่กันก็ได้ วันนี้พี่เลี้ยงเอง..” ลินดาบอกไปตามตรง เพราะแฟนของเธอไปเข้าเวรแทนเพื่อนที่ไปเที่ยวต่างประเทศ “พี่ลินดานี่ใจดีที่สุดในโลกเลยค่ะ พวกเรานี่โชคดีจริงๆที่มีหัวหน้าดีๆแบบพี่...สงสัยต้องให้พี่หมอบีมอยู่เวรดึกๆบ่อยๆแล้วล่ะค่ะ ฮ่าๆ” นิกพูดชมไปแบบดีใจ เพราะไปกินข้าวกับลินดาทีไรก็เลี้ยงข้าวพวกเธอตลอด “เกรงใจพี่ลินดาเขาบ้างเถอะแกน่ะ เขาพาไปเราไปเลี้ยงบ่อยแล้วนะ...ฝ้ายว่าครั้งนี้ให้เราสองคนเลี้ยงพี่ลินดาดีกว่านะคะ..” ฝ้ายบอกเพื่อนไปแบบอดไม่ได้ “ไม่เป็นไรหรอก...เรื่องแค่นี้เอง...ไม่ต้องคิดมาก พวกเราไปกันเถอะ พี่หิวข้าวจะแย่แล้วเนี่ย ป่ะ..” ลินดาบอกไปก็เดินนำสองสาวไปทันที สองสาวก็เดินตามไปด้วยรอยยิ้ม ลินดาและสองสาวก็ไปเอากระเป๋าที่ห้องพนักงาน แล้วพวกเธอก็พากันสแกนออกงาน จากนั้นก็พากันไปที่รถแล้วมุ่งตรงไปยังร้านอาหารที่พวกเธอจะไปทานกันในคืนนี้ “กริ้งๆ....กริ้งๆ...พี่ขอรับสายแปปนะ...” เสียงโทรศัพท์ของลินดาดังขึ้น เธอก็กดรับสายแฟนหนุ่มที่โทรเข้ามาหาตรงปุ่มที่พวงมาลัย “ฮัลโหล....เลิกงานหรือยังครับ..” บีมเอ่ยถามแฟนสาวของเขาที่คบกันมาห้าปีด้วยเสียงอ่อนโยน จนฝ้ายและนิกที่นั่งอยู่ในรถได้แต่อมยิ้มกันอย่างอิจฉาเลย “เลิกแล้วค่ะพี่บีม...ตอนนี้หนูกำลังไปทานข้าวกับน้องที่ทำงานค่ะ...พี่บีมถึงโรงพยาบาลแล้วเหรอคะ...” ลินดาตอบไปก็เอ่ยถามแฟนหนุ่มทันที “ยังเลยครับพี่กำลังขับรถไปนี่แหละ...อีกสิบนาทีก็น่าจะถึงแล้วล่ะ พี่เลยโทรหาลินดาก่อน...เดี๋ยวเข้าโรงพยาบาลแล้วต้องไปตรวจเวรรอบดึก กว่าจะว่างเราก็คงจะนอนแล้วล่ะ...แล้วนี่จะไปกินข้าวกันที่ไหน” บีมบอกไป “ก็ร้านแถวๆโรงแรมนี่แหละค่ะ กินเสร็จแล้วจะแวะไปสองน้องๆเขาแล้วก็กลับบ้านเลยค่ะ..” ลินดาบอกไป “โอเคครับ งั้นถ้าถึงบ้านแล้วส่งข้อความมาบอกพี่ด้วยนะ...ขับรถดีๆนะครับ...พรุ่งนี้เช้าเจอกันครับ..” บีมบอกไปแบบเป็นห่วงเธอ เพราะปกติเวลาเธอเลิกงานดึกๆเขาจะเป็นคนไปรับเธอตลอด แต่อาทิตย์นี้เขาเข้าเวรแทนเพื่อนจึงไม่สามารถที่จะปลีกตัวไปรับเธอได้ “ค่ะพี่บีม...พี่ก็ขับรถดีๆนะคะ ถึงโรงพยาบาลแล้วก็บอกหนูด้วยนะคะ...” ลินดาบอกไปแบบเป็นห่วงเขาเช่นกัน “ครับ...พี่รักหนูนะ....แล้วเจอกันครับ...” บีมบอกไปเหมือนทุกครั้งที่เขาโทรหาเธอ “รักเหมือนกันค่ะ...บ้ายบายค่ะ...” ลินดาตอบไปแบบอายๆ เพราะในรถมีสองสาวนั่งอยู่ด้วย เธอก็ตอบไปแบบเบาๆ ก่อนจะกดวางสายของแฟนหนุ่มไป “หวานกันสุดๆเลยอ่ะพี่ลินดา...บอกเคล็ดลับหน่อยได้ไหมคะว่าคบกันยังไงให้คลั่งรักกันขนาดนี้น่ะ ฝ้ายจะได้เอาไปใช้กับแฟนฝ้ายบ้าง...” ฝ้ายพูดแซวไปด้วยรอยยิ้มเขินๆ เพราะเห็นแล้วก็อิจฉาจริงๆ “จริงด้วยค่ะ พี่ลินดาคบกับพี่หมอบีมมาตั้งห้าปีแล้ว ยังรักกันหวานฉ่ำอยู่เลย มีเคล็ดลับอะไรบอกพวกเราหน่อยสิคะพี่” นิกพูดเสริมไปอีกคนอย่างอยากรู้ “พี่ไม่ได้มีเคล็ดลับอะไรเลย...ก็คบกันแบบคนปกติทั่วไปนั่นแหละ...พวกพี่ก็มีทะเลาะกันบ้างไม่ได้รักกันหวานฉ่ำแบบนี้ตลอดสักหน่อย” ลินดาบอกไปด้วยรอยยิ้มขำๆ “แต่พี่ลินดาก็ถือว่าโชคดีมากๆเลยนะคะที่มีแฟนแบบพี่หมอบีมน่ะ...คิดดูสิคะจะมีผู้ชายที่ไหนมาใส่ใจคอยดูแลพี่ดีขนาดนี้อ่ะ...เพราะฉะนั้นอย่าให้ใครมาแย่งไปนะคะ ของดีๆแลไอเทมแบบนี้หายากจะตาย” นิกพูดไปเพราะคิดว่าลินดาโชคดีมากๆ “พี่หมอบีมคลั่งรักพี่ลินดาขนาดนี้ต่อให้มีคนอยากจะแย่ง ฉันว่าก็ไม่สำเร็จหรอก...ใช่ไหมคะพี่ลินดา” ฝ้ายพูดเสริมไปตามความคิดของเธอ “เรื่องแบบนี้มันก็ขึ้นอยู่กับผู้ชายไหมล่ะ พี่ตอบไม่ได้หรอกว่าใครจะแย่งเขาไปจากพี่ได้ไหม...เพราะถ้าเขามีคนอื่นพี่ก็ไม่คิดที่จะคบกับเขาต่อ...ต่อให้พี่จะรักเขาแค่ไหน แต่ถ้าเขาไม่ซื่อสัตย์กับพี่ เขาก็ไม่คู่ควรที่จะได้รับความรักของพี่เหมือนกัน..แต่ดีนะที่พี่บีมเขาไม่เจ้าชู้ ก็ถือว่าเป็นโชคดีของพี่...” ลินดาบอกไปแบบเด็ดขาด เพราะถ้าเขาไม่ซื่อสัตย์คบไปก็เสียใจเปล่า “พี่ลินดาเป็นคนดี พี่ก็ควรจะได้เจอคนรักดีๆแบบพี่หมอบีมนี่แหละค่ะ..” ฝ้ายพูดไปด้วยรอยยิ้ม จากนั้นสามสาวก็นั่งพูดคุยกันไปเรื่องต่างๆนาจนถึงร้านข้าว สามสาวก็พากันลงรถแล้วไปสั่งอาหารทานอย่างหิวโหย เพราะพวกเธอต้องรีบเคลียร์แขกที่เข้าพักย้ายไปอีกชั้น ทำให้พวกเธอไม่มีเวลาที่จะกินข้าวกันเลย สามสาวก็กินกันแบบจัดเต็มมากๆ เซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน เวลา 18.00 น จูหลงที่กำลังนั่งสูบบุหรี่อยู่ในห้องทำงานของเขาก็มองประตูที่เปิดออก พร้อมกับลูกชายของเขาที่เดินเข้ามา “ตอนนี้หยางอี้มันถึงไทยหรือยัง...” จูหลงถามด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง “ถึงแล้วครับพ่อ ตอนนี้หยางอี้มันอยู่ที่คลับของเพื่อนคนไทยของมันครับ พ่อจะให้คนของเราจัดการเก็บมันเลยไหมครับ” เจ๋อหรานบอกไปก็ถามทันที เพราะพ่อของเขาจ้องจะเล่นงานลู่หยางอี้มานานแล้ว และตอนนี้โอกาสของพวกเขาก็มาถึง เมื่อมันเดินทางไปประเทศไทย “อืม...จะรออะไรล่ะ โอกาสแบบนี้ไม่ได้มีบ่อยๆ เพราะฉะนั้นเราจะรีรอไม่ได้ เก็บมันซะ แล้วสั่งคนของเราให้เก็บกวาดให้เรียบร้อย อย่าให้มีเรื่องสืบสาวมาถึงฉันได้...” จูหลงบอกไปแบบรอบคอบ “ครับทพ่อ ผมจะจัดการให้เรียบร้อยครับ...” เจ๋อหรานบอกผู้เป็นพ่อไป “อืมดีมาก....แล้วเรื่องนี้อย่าให้น้องสาวของแกรู้ล่ะ เดี๋ยวจะมาทำแผนของฉันเสียอีก...” จูหลงกำชับลูกชายของเขา เพราะลูกสาวของเขาแอบชอบลู่หยางอี้อยู่ ดังนั้นจะให้ลูกสาวของเขารู้เรื่องนี้ไม่ได้เด็ดขาด “ครับพ่อ...เรื่องนี้ผมจะไม่ให้จี้ซินรู้แน่นอนครับ งั้นผมจะบอกให้ลูกน้องของผมจัดการมันเลยนะครับ...” เจ๋อหรานบอกไปอย่างรู้ดีว่า เรื่องนี้จะให้จี้ซินน้องสาวของเขารู้ไม่ได้เด็ดขาด เพราะเธอมีใจให้หยางอี้มาตั้งแต่เด็กๆแล้ว ถึงขั้นเคยมาขอร้องพ่อให้หมั้นหมายกับหยางอี้เลยด้วยซ้ำ แต่ทางนั้นกลับปฏิเสธอย่างไร้เยื้อใย ทำให้น้องสาวของเขาเสียใจมาก แต่ก็ไม่สามารถทำให้น้องสาวเลิกชอบหยางอี้ไปได้เลย “อืม....ไปเถอะ” จูหลงพยักหน้าตอบรับไป จากนั้นเจ๋อหรานก็พยักทำความเคารพผู้เป็นพ่อ แล้วเขาก็เดินออกไปทันที “..ถ้าแกไม่ให้ลูกชายแกเข้ามายุ่งเรื่องธุรกิจของเรา ฉันก็คงไม่ทำแบบนี้ อย่าโทษที่ฉันใจร้ายกับแกเลยนะไห่หมิง......” จูหลงพูดพึงไห่หมิงที่เป็นเพื่อนของเขา เพราะตั้งแต่หยางอี้เข้ามาบริหารแทนลู่ไห่หมิงผู้เป็นพ่อ มันก็เข้ามาแทรกแซงธุรกิจของไห่หมิงทุกอย่าง รวมถึงธุรกิจที่ไห่หมิงลงทุนร่วมกับเขามาตั้งแต่หนุ่มๆด้วย นั่นก็คือธุรกิจผิดกฏหมายต่างๆที่เขาบริหารอยู่ หยางอี้ก็ต้องการถอนตัวออกไปพร้อมกับเงินมหาศาล ซึ่งเขายอมไม่ได้ ดังนั้นเขาก็ต้องจัดการขั้นเด็ดขาดลินดาก็ตบมือให้อย่างยินดี ก่อนจะทำหน้าพะอืดพะอมเพราะอยู่ๆก็เหม็นกลิ่นดอกไม้ที่ถูกจัดใส่แจกันตรงหน้า เธอก็รีบเอามือปิดจมูกทันที แต่เธอก็ทนไม่ไหวก็รีบลุกวิ่งออกไปทันที“อ่าว พี่ลินดาไปไหนคะนั่น” ฝ้ายที่อยู่ตรงข้ามก็มองแบบตกใจที่อยู่ๆลินดาก็วิ่งออกไปแบบนั้นทุกคนก็หันไปมองกันแล้วพากันเงียบ เพราะอยู่ๆลินดาก็วิ่งพรวดพลาดออกไปแบบนั้น“หรือว่าลินดาจะทนดูไม่ได้ที่ลินดายังไม่ท้องน่ะ” ชยุตพูดไปอย่างอดไม่ได้“ไม่พูดก็ไม่มีใครว่าอะไรนะคะ” ฝ้ายก็มองชยุตแบบดุๆ เพราะเขาไม่ควรจะพูดแบบนั้น“ลินดา...” หยางอี้ก็มองตามแล้วไดยินที่เพื่อนพูดเขาก็รู้สึกใจคอไม่ดีเลย หยางอี้ก็รีบวิ่งตามลินดาออกไป“เพราะแกเลยไห่หมิง ถามเอาแต่หลานอยู่นั่นแหละ หนูลินดาเขาเลยกดดันน่ะ” ไป๋เหวินว่าเพื่อน“ฉันก็ไม่ได้กดดันนานแล้วนะโว้ย จะท้องก็ท้อง ไม่ท้องฉันก็ไม่ได้ว่าอะไรนิวะ” ไห่หมิงตอบเพื่อนไป“อย่าเถียงกันเลยค่ะ พวกเราตามไปดูกันดีกว่าค่ะ” ลู่หลิงก็รู้สึกเป็นห่วง เพราะเธอรู้ว่าลินดาเครียดมาก แต่ก็ไม่ยอมพูดอะไร แต่ทุกคนรู้ว่าเธอกดดันแค่ไหน“อืม ไปกันเถอะ” ซ่งเฉินก็เห็นด้วย เขาก็ประคองลู่หลิงเดินไปกับเขาแล้วทุกคนก็พากันลุกตามไปหาล
พอกระจกกั้นเลื่อนขึ้นมาปิดลินดาก็เอามือกดหน้าต่างด้านข้างระบายกลิ่นออกไปจนเธอรู้สึกดีขึ้น เธอก็กดปิดแล้วถอนหายใจแบบโล่งอก“ดีขึ้นแล้วใช่ไหม...คุณนี่จมูกไว้จริงๆเลยนะ ผมยังไม่ได้กลิ่นอะไรเลย” หยางอี้ก็มองลินดาแล้วถามเธอ“ก็คุณเคยสูบบุหรี่นิคะไปได้กลิ่นอะไรล่ะ อืม...แต่จะว่าไปวันนี้คุณใส่น้ำหอมกลิ่นอะไรคะ ทำไมหอมจัง...” ลินดาตอบเขาแล้วก็ได้กลิ่นหอมๆจากตัวเขา เธอก็ยื่นหน้าเข้าไปสูดดมแบบชอบใจ“ถ้าจะดมขนาดนี้ก็มานั่งตักของผมเลยไหม คุณจะได้ดมเต็มที่เลย” หยางอี้พูดหยอกเธอไปแบบขำๆ“ก็ดีนะคะ เมื่อกี้เหม็นจนเวียนหัวแล้ว ขอดมกลิ่นหอมๆให้ชื่นใจหน่อยค่ะ พรึบ...อือ...” ลินดาก็ลุกไปนั่งตักของหยางอี้แล้วเอามือโอบรอบคอของเขาแล้วเอาหน้าซุกหน้าอกดมกลิ่นหอมๆจากตัวเขา“โอ้...ลินดา นี่คุณจงใจอ่อยผมใช่ไหมเนี่ย” หยางอี้ก็กลืนน้ำลายลงคอแล้วถามเธอ เพราะเธอมากอดเขาแบบแนบชิดแบบนี้ มันทำให้เขารู้สึกวูบวาบขึ้นมา“เปล่าค่ะ ฉันแค่อยากดมกลิ่นตัวคุณเฉยๆ อื้ม....สดชื่นขึ้นมาเลยค่ะ” ลินดาก็ส่ายหน้าแล้วพูดบอกเขา เธอก็ยื่นหน้าเข้าไปใกล้หน้าของเขาแล้วสูดดมอย่างชื่นใจ“ลินดา...ผมไม่ใช่พระอิฐพระปูนนะ” หยางอี้เตือนเธอแล้วก็พย
สามเดือนต่อมา ทุกคนก็ชีวิตกกันอย่างมีความสุข ฝ้ายและชยุตก็จดทะเบียนแต่งงานกันเรียบร้อยและจะจัดงานแต่งงานหลังจากคลอดลูกแล้ว ส่วนซ่งเฉินก็ออกจากโรงพยาบาลและกลับมาทำงานตามปกติ และก็ยังหวานชื่นกับลู่หลิงจนน่าอิจฉา ส่วนหยางอี้และลินดาก็ตั้งหน้าตั้งตากับการปั้มทายาทของพวกเขา แต่ก็ยังไม่มีวี่แววว่าลินดาจะท้องเลย“ลินดา คุณยังไม่ตื่นอีกเหรอ เดี๋ยวเราจะไปสายกันนะ ตื่นได้แล้วที่รัก” หยางอี้ที่กลับจากวิ่งออกกำลังกายเข้ามาในห้อง เขาก็ยังเห็นลินดานอนอยู่ จึงเข้าไปปลุกเธอ“อือ....ขอนอนต่ออีกหน่อยสิคะ เมื่อคืนคุณทำให้ฉันแทบไม่ได้นอนเลย” ลินดาพูดตอบมาทั้งที่ตายังปิดอยู่“ผมขอโทษ เดี๋ยวคืนนี้ผมจะให้คุณนอนเต็มที่เลย แต่ตอนนี้คุณต้องตื่นก่อนนะที่รัก เราต้องไปร่วมงานเบบี้ชาร์เวอร์ของพี่ลู่หลิงนะ” หยางอี้บอกลินดาแล้วเขาก็เข้าไปนั่งที่เตียงแล้วเอามือจับไหล่ของเธอเบาๆ“อือ....จริงด้วยสิคะ ฉันลืมไปเลย....คุณน่าจะปลุกฉันให้เร็วกว่านี้นะคะ” ลินดาก็ลืมตาตื่นแบบตกใจ เพราะเธอลืมไปเลยว่าวันนี้จะต้องไปงานเบบี้ชาร์เวอร์น่ะ“ปกติคุณก็ตื่นเองตลอด ผมก็นึกว่าคุณจะตื่นเองน่ะสิก็เลยไม่ได้ปลุก งั้นเราก็ไปอาบน้ำด้วยกันเลยก
“ถ้าฉันไม่ได้ยินกับหูฉันก็คงไม่รู้ว่าลูกชายของฉันมันหื่นขนาดนี้...เฮ้อ...” ไห่หมิงที่กำลังเดินเข้ามาได้ยินพอดีก็ถึงได้อึ้ง ไม่คิดว่าลูกชายที่ดูนิ่งๆขรึมๆเวลาอยู่กับเมียมันจะเป็นแบบนี้ “อ่อพ่อ...มาตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ ไม่ให้สุ่มให้เสียงกันเลยนะครับ” หยางอี้ก็ยิ้มแบบอายๆพ่อของเขา“ก็มาตั้งแต่แกพูดแทะโลมเมียแกนั่นแหละ อย่าไปทำตัวแบบนี้ให้ใครเห็นล่ะ ฉันอาย...” ไห่หมิงมองลูกชายแบบค้อนๆ“ครับๆ ผมก็ไม่ได้อยากให้ใครเห็นผมมุมนี้เหมือนกันครับ แล้วนี่พ่อจะไปไหนเหรอครับ” หยางอี้ตอบไปก็ถามพ่อทันที“จริงสิ ฉันมัวแต่พูดกับแกเลยลืมบอกไปเลยว่าซ่งเฉินรู้สึกตัวแล้วล่ะ พ่อก็เลยจะไปที่โรงพยาบาล” ไห่หมิงก็นึกได้รีบบอกลูกชายทันที“จริงเหรอครับ งั้นเรารีบไปโรงพยาบาลกันเถอะครับ...ป่ะ ที่รัก ไปเร็วเข้า” หยางอี้ได้ยินก็ดีใจ เขาก็รีบเข้าไปจับแขนลินดาแล้วเดินออกไปทันที“อ่าว ไอ้ลูกเวร แทนที่จะมาพยุงพ่อตัวเอง กลับไปพยุงเมียซะงั้น เฮ้อ แกนี่มันติดเมียจริงๆ” ไห่หมิงก็มองตามแล้วส่ายหน้าไปมาอย่างระอาจากนั้นเขาก็รีบเดินตามลูกชายและลูกสะใภ้ออกไป แล้วก็ขึ้นรถเดินทางไปที่โรงพยาบาลทันที โรงพยาบาลตระกูลลู่พอซ่งเฉินรู้สึ
ลินดาได้ยินว่าเขาจะบินกลับเซี่ยงไฮ้ในคืนนี้ก็รู้ว่าเขาคงจะโกรธและไม่พอใจเธอ นี่เขาคิดจะเอาเธอแล้วก็จะจากไปสินะ สุดท้ายเธอก็เป็นของของเล่นริมทางที่เขาผ่านมาสนุกด้วยแล้วก็จากไป “ถ้าคุณไม่อยากจะอยู่ที่นี่ขนาดนี้ก็ไปซะตอนนี้เลยสิคะ จะรอให้เสียเวลาทำไม ฉันก็เบื่อขี้หน้าคุณเต็มทนแล้วเหมือนกัน” ลินดาพูดป
“งั้นคุณช่วยอาจารย์อีกคนได้ไหม ฉันไม่อยากให้อาจารย์ต้องมีปัญหาเพราะฉัน” พลอยขอร้องเขาทันที“ไม่ได้! ผมช่วยคุณได้แค่คนเดียว กับไอ้หมอนั่นผมช่วยไม่ได้ เพราะตอนนี้ผมบอกให้ทางผู้บริหารไล่มันออกแล้ว ส่วนคุณผมสามารถย้ายคุณไปฝึกงานที่อื่นได้ แต่กับมันผมช่วยไม่ได้” ซูหานบอกไปแบบชัดเจน ขืนเขาช่วยเจ้านายก็เล
“พลอยแค่อยากจะถ่ายเก็บเอาไว้เท่านั้นค่ะ” พลอยตอบไปแล้วก้มหน้าแบบไม่กล้าสบตากับเขา “แค่จะถ่ายเก็บไว้แล้วทำไมตอนนี้มันหลุดไปให้ทุกคนเห็นหึ...จงใจปล่อยภาพพวกนี้ใช่ไหม เธอทำไปเพื่ออะไรกัน ในเมื่อตอนนี้ฉันก็เลิกกับลินดาเขาไปแล้ว หรือว่าเธอคิดจะใช้ภาพพวกนี้ให้ฉันรับผิดชอบเธอ” บีมพูดไปตามความคิดของเขา“ไ
“ฉันยังไม่ได้อนุญาตเลยนะคุณหยางอี้ คุณจะนอนได้ยังไงคะ เตียงฉันมันไม่ได้ใหญ่เหมือนเตียงที่ห้องคุณนะคะ” ลินดามองตามเขาแล้วเธอก็ปิดประตู ก่อนจะเดินตามเขาแล้วเอ่ยพูดไป เพราะเตียงห้องเธอแค่ห้าฟุตเองนะ “มันก็ไม่ได้เล็กจนนอนไม่ได้นิ นอนเบียดๆกันผมว่ามันก็อบอุ่นดีนะ..คุณดูซีรีย์จีนอยู่เหรอ งั้นผมดูด้วย” ห