รักล้นแก้ว

รักล้นแก้ว

last updateTerakhir Diperbarui : 2025-11-25
Bahasa: Thai
goodnovel16goodnovel
Belum ada penilaian
17Bab
553Dibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

"ผมกับพี่เรามีอะไรกันหรือเปล่า" "แล้วคิดว่าไง" "ผมจำไม่ได้ ไม่งั้นผมจะถามพี่ทำไม" "ใช่ แต่…" "พี่ลืมมันไปได้ไหม"

Lihat lebih banyak

Bab 1

งานพิเศษ

บทนำ

"ไอ้ยินแกกลับมาเดี๋ยวนี้นะไอ้ลูกชั่ว" เสียงชายแก่ขี้เมาที่ทั้งตะโกนเรียกและตะโกนด่าผมไปพร้อม ๆ กันดังลั่นซอยที่ทั้งเล็ก ทั้งแคบในแถบชานเมือง ผมชื่อยินเป็นลูกชายของชายแก่คนนั้น คนที่กำลังตะโกนด่าและวิ่งไล่กวดผมอยู่เพราะผมวิ่งหนีออกมาจากทางเข้าบ้านของเจ้าหนี้ของเขา

"กลับไปก็เขาขึ้นกบาลแล้ว" หลังจากพ่อขี้เมาของผมตะโกนด่าผมก็สวนกลับทันที ก่อนที่จะออกจากบ้านพ่อบอกว่าจะพาผมไปทำงานใช้หนี้ที่ผมไม่ได้ก่อ ทั้ง ๆ ที่ทุกวันนี้ผมก็เป็นคนหาเงินหาข้าวให้กิน แต่ตาแก่ขี้เมานั่นนอกจากจะไม่ทำงานแล้วยังติดการพนันเข้าขั้นเสพติด ไปกู้หนี้ยืมสินมาเรื่อย ๆ และครั้งนี้ก็เหมือนกัน ผมก็ไม่รู้ว่าไอ้เจ้าหนี้มันโง่หรือมันตั้งใจจะโกงตั้งแต่แรก ถึงได้ให้ตาแก่นั่นยืมเงินเกือบห้าหมื่นโดยไม่มีอะไรค้ำประกันเลย สุดท้ายตาแก่นั่นเลยพาผมมาเป็นคนใช้หนี้ โดยขายผมให้กับเกย์แก่ในหมู่บ้านที่เป็นเถ้าแก่ปล่อยเงินกู้ คิดดูว่ามันบัดซบขนาดไหนผมเป็นผู้ชายแต่ถูกขายใช้หนี้ แต่ผมไม่ได้หมายความว่าผู้หญิงควรถูกขายเพราะไม่ว่าใครก็ไม่ควรถูกขายทั้งนั้นแหละ

 โชคดีที่ผมบังเอิญไปได้ยินพ่อคุยกับไอ้คนเก็บดอกถึงได้หนีออกมาได้ก่อนจะได้เดินเข้าประตูบ้านไอ้โรคจิตนั่นไป ผมวิ่งกลับมาจนถึงบ้านเล็กรูหนูของตัวเองตอนแม่ยังอยู่บ้านเราดีกว่านี้มาก แต่พอแม่ตายตาแก่นั่นก็เอาบ้านที่เป็นสมบัติของผมไปขายเอาเงินมาเล่นพนันจนต้องย้ายมาอยู่บ้านหลังเท่ารูหนู ผมเข้าไปในห้องตัวเองหยิบเอกสารทั้งหมดของตัวเองพร้อมยัดเสื้อผ้าตัวเองใส่กระเป๋าใบใหญ่ ผมต้องหนีไปก่อนที่ไอ้พวกโรคจิตนั่นจะมาเจอผมไม่งั้นคงหนีไม่รอดแล้วล่ะ

"ไอ้ยิน ไอ้ลูกชั่วแกออกมาเดี๋ยวนี้นะ" นั่นไงผมพูดยังไม่ทันจะจบเลย ตาแก่นั่นก็พาไอ้พวกนักเลงหัวไม้มาพังบ้านรูหนูหลังนี้ซะแล้ว ผมรีบเปิดหน้าต่างห้องตัวเองก่อนจะกระโดดออกไปทางหน้าต่างแล้ววิ่งลัดเลาะซอกเล็ก ๆ ข้างบ้านเพื่อออกไปยังถนนใหญ่ โชคดีนะที่ไม่ได้โง่ถอดรองเท้าไว้หน้าบ้านไม่งั้นคงได้เดินเท้าเปล่าแน่

"นั่น ๆ มันอยู่นั่นไง" ไอ้พวกเวรตะไลนั่นหาผมจนเจอผมสับเท้าวิ่งสุดชีวิต นี่ถ้าไม่ได้ใส่รองเท้าตีนแตกหมดแล้ว วิ่งไปได้สักแป๊บก็มีมอเตอร์ไซค์คันใหญ่วิ่งมาบนถนนที่ผมกำลังตั้งใจจะข้าม ผมวิ่งตัดหน้าบิ๊กไบค์คันนั้นแต่โชคดีที่คนขับมีสติและสกิลการขับรถเจ๋งมากผมเลยยังไม่ตาย

"ผมขอโทษครับพี่" ผมยกมือไหว้คนที่ขับบิ๊กไบค์คันที่ถูกผมวิ่งตัดหน้า คนขับเปิดกระจกหมวกกันน็อคมองหน้าผมด้วยสายตาที่บ่งบอกว่ากำลังรำคาญที่ผมไม่ยอมหลีกทางให้สักที ผมหันหน้าหันหลังมองไอ้พวกเวรตะไลนั่นแล้วหันมา มองคนที่ขับบิ๊กไบค์คันนี้

"เห้ย ทำไร" เจ้าของบิ๊กไบค์ร้องเสียงหลงเพราะผมกระโดดขึ้นไปนั่งซ้อนเขา ผมพนมมือแล้วยกมือไหว้เขาอีกครั้งแบบลนลาน

"พี่ไปเถอะผมไหว้ละพี่ ช่วยผมสักครั้งนะ" ผมพูดแล้วหันซ้ายหันขวามองเผื่อหาทางหนีทีไล่อื่น ๆ ในกรณีที่พี่คนขับไล่ผมลงรถแต่ผิดคาด เขากลับบิดคันเร่งออกตัวไปอย่างเร็วจนผมเกือบหงายหลัง ถ้าไม่ติดว่าเกาะเอวเขาไว้ได้ทัน บิดมาได้ห้านาทีเขาก็จอดรถที่ริมถนนใหญ่ซึ่งมีรถสัญจรไปมาไม่ขาดสาย

"ขอบคุณนะครับ"

"จะไปไหน เดี๋ยวไปส่ง" ผมและพี่คนขับพูดพร้อมกัน เขาจอดรถผมนึกว่าจะไล่ลงรถซะอีก ที่แท้จอดถามหรอกเหรอผมผงกหัวให้เป็นเชิงขอบคุณ แต่ผมไม่กล้ารบกวนพี่แกอีกจริง ๆ ถ้าเผื่อไอ้พวกนั้นจำทะเบียนรถแล้วมาหาเรื่อง พี่แกจะซวยเพราะผมเปล่า ๆ

"ไม่เป็นครับ แค่พามาถึงนี่ก็ขอบคุณมากแล้วครับ" ผมบอกพลางดึงสายกระเป๋ามาใส่แขนอีกข้าง เพื่อให้มันสะพายได้ถนัดมากขึ้นพี่คนขับไหวไหล่ตอบประมาณว่าแล้วแต่นะ ก่อนจะหันไปถอนเกียร์รถ

"ถ้าจะไปแถวมอ x ก็ขึ้นมา" พี่คนขับพูดจบก็ใช้เท้าเหยียบเปลี่ยนเกียร์ทันที ผมรีบโดดขึ้นรถอีกครั้งเพราะนั่นคือที่หมายของผม พี่เจ้าของบิ๊กไบค์ขับรถมาเกือบสิบห้านาทีก็จอดรถให้ผมลงตรงหน้ามหาวิทยาลัยพอดิบพอดี

"ขอบคุณมากนะครับพี่" ผมลงรถแล้วยืนยกมือไหว้คนที่อุตส่าห์มาส่งถึงนี่ เขาพยักหน้าให้เสร็จก็รีบขับรถออกไปอย่างเร็ว เร็วจนรู้สึกว่านี่ละบิ๊กไบค์ พอเขาไปผมก็พาสองขาของตัวเองไปที่บ้านหลังงามหลังหนึ่งซึ่งอยู่ข้างถนนเส้นที่นักศึกษาที่นี่มักจะรู้จักกันดีในชื่อ ถนนโลกีย์ เพราะถนนเส้นนี้ทั้งเส้นแทบจะเป็นร้านเหล้าทั้งหมด

ก๊อก! ก๊อก! 

"เป็นไงมาไงว่ะ" เจ้าของบ้านเอ่ยทักผมหลังจากเปิดประตูรับผมเข้าห้อง พอเปิดประตูเสร็จเดรคเพื่อนสนิทของผมก็หมุนตัวเดินกลับเข้าไปในห้อง มันตรงไปที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ของตัวเองซึ่งเปิดหน้าเกมค้างอยู่ ผมถอดกระเป๋าสะพายออกแล้วทิ้งมันลงบนพื้นห้องนั่งเล่นแล้วตัวเองก็ล้มตัวลงนอนบนโซฟาในโถงรับแขกของเดรค

"กูหนีออกจากบ้านว่ะ" เดรคกดหยุดเกมก่อนจะลุกจากโต๊ะคอมพิวเตอร์มานั่งข้าง ๆ ผม

"มึงเป็นไรเนี่ย" เดรคถามพร้อมกับขว้างเปลือกเมล็ดทานตะวันที่เพิ่งแกะใส่ผม ผมดีดตัวลุกขึ้นจากการใช้เท้าก่ายหน้าผากมาจ้องหน้ามัน

"กูบอกแล้วอย่าขว้างขยะแบบนี้ สงสารป้าแม่บ้าน" 

"รีบ ๆ เล่าเรื่องของมึงมาได้แล้ว" คงเป็นเพราะมันรู้เรื่องที่บ้านของผมดีถึงได้ทิ้งเกมมาเค้นความจริงจากผมแบบนี้

"พ่อกูเอากูไปขายให้เกย์แก่ เพื่อใช้หนี้ที่ไปยืมมันมา กูโคตรรู้สึกแย่เลยไอ้เหี้ย เกิดเป็นผู้ชายยังโดยขายใช้หนี้อีก" ผมพูดแล้วเอามือตบหน้าผากตัวเองเบา ๆ อย่างจนใจ ใครจะคิดว่านี่มันปี 2022 แล้วยังมีการขายคนเพื่อใช้หนี้อีก โลกแม่งพัฒนาไปไกลแค่ไหนก็ยังมีคนจิตใจสกปรกแบบนี้อยู่อีก

"แล้วมึงเอาไงต่อ" เดรคว่าพลางเอนหลังพิงพนักโซฟาเดี่ยวสีเทาเข้ม มันล้วงเอาโทรศัพท์มาไถเล่นระหว่างรอคำตอบของผม

"กูขออยู่กับมึงสักพักได้ปะวะ เดี๋ยวกูหางานทำได้เงินจะไปเช่าหออยู่เอง" ผมบอกเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวด้วยน้ำเสียงอ่อย ๆ เพราะถ้าไม่ใช่มันผมก็ไม่มีที่ไปอีกแล้ว เพื่อนผมมีเยอะแต่มีแค่มันคนเดียวที่ผมยอมเล่าเรื่องเฮงซวยในชีวิตให้ฟัง และก็เป็นคนเดียวที่คอยช่วยเวลาผมมีปัญหากับตาแก่ที่บ้าน

"ก็อยู่นี่ไปเลยดิวะจะมาเกรงใจอะไร กูจะได้ให้แม่บ้านหยุดไปก่อนเพราะยังไงมึงก็ทำกับข้าวอร่อยกว่าแม่บ้านอยู่ละ" เดรคพูดพร้อมกับนั่งไถโทรศัพท์เครื่องหรูของมันไปด้วยท่าทางอารมณ์ดี

"มึงนี่เห็นแก่กินจริง ๆ งั้นมึงหิวยัง" 

"หึ เดี๋ยวค่อยกูพึ่งกินขนมปังไป มาคุยเรื่องมึงเหอะคิดยังว่าทำงานอะไร" ผมที่กำลังจะลุกขึ้นทิ้งตัวลงบนโซฟาอีกครั้งทันทีที่มันพูดจบ นั่นสินะนี่เรื่องใหญ่สำหรับผมมาก ๆ เลยนะตอนนี้ผมลืมไปได้ยังไงเนี่ย ผมยกมือขึ้นมาลูบหัวตัวเองแรง ๆ จนมันหันมามองผมด้วยหางตา

"กูว่าแล้วมึงคงยังไม่ได้คิด มึงคิดว่านี่เป็นไง" เดรคพูดจบก็วางมือถือเครื่องหรูของตัวเองลงตรงโต๊ะกลาง ซึ่งอยู่ตรงหน้าของผมพอดีผมเอื้อมมือไปหยิบมาดูอย่างงง ๆ 

"รับสมัครพนักงานเสิร์ฟหลายอัตรา ทำงานตั้งแต่หกโมงเย็นถึงเที่ยงคืน ต้องกินแอลกอฮอล์ได้ อายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบ ต้องไม่มีปัญหากับคนที่บ้าน" ผมค่อย ๆ ไล่สายตาอ่านโพสต์ในเฟซบุ๊กของเดรคไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งถึงบรรทัดสุดท้าย

"ค่าแรงวันละห้าร้อยบาท ไม่รวมทิป" โอ้แม่เจ้างานปกติค่าแรงขั้นต่ำวันละสามร้อยบาทแต่ที่นี่ทำงานหกชั่วโมงค่าแรงห้าร้อย ผมรีบอ่านคุณสมบัติของตำแหน่งนี้ตั้งแต่ต้นจนจบแล้วยื่นคืนให้เดรคอย่างสนอกสนใจ

"ร้านไหนวะ อยู่ไกลปะ"

"นี่ไงเดินจากหน้าบ้านกูไป 6-7 นาทีก็ถึงร้านละ กูก็ทำพาร์ทไทม์อยู่ร้านลิฟวิงรูม" เดรคพูดจบผมทำหน้าตื่นตกใจใส่มันที ก็จะอะไรล่ะเดรคมันรวยมาก ๆ บ้านนี้ก็ของมันเอง ผมเลยไม่เข้าใจว่ารวยขนาดนี้มันมาทำพาร์ทไทม์ไปทำไม

"มึงรวยจะตาย ทำพาร์ทไทม์ทำไมวะ"

"เรื่องของกูน่า ว่าแต่มึงเถอะสนใจมั้ยถ้าโอเคอีกครึ่งชั่วโมงก็ไปพร้อมกูเลย วันศุกร์กูต้องทำงาน" เดรคพูดแล้วลุกจากโซฟาแล้วเดินหายไปในห้องน้ำทันที สิบนาทีเดรคออกมาจากห้องน้ำพร้อมกับผ้าขนหนูสีน้ำเงินที่ถูกพันไว้ที่เอวและหยดน้ำที่เกาะตามตัวของมันผมล่ะอิจฉาจริง ๆ ที่ทันดูมาดแมนแฮนด์ซัมขนาดนี้ ส่วนผมนั่นผอมบางจนไอ้แก่นั่นอยากได้ พูดล่ะโมโห

"มึงจะมองอะไรนักหนา รีบ ๆ ไปอาบน้ำเลยเดี๋ยวก็ไปไม่ทัน" 

"กูว่ามึงกล้ามแน่นขึ้นนะ แอบไปฟิตเนสมาป่าว" ผมบอกเดรคแล้วเดินตรงดิ่งไปที่ห้องน้ำ ใช้เวลาอาบน้ำห้านาทีและแต่งตัวอีกห้านาที หลังจากนั้นอีกประมาณสี่นาทีกว่าผมกับไอ้เพื่อนยากก็พากันเดินออกจากบ้านไป ผมถามมันว่ามันมีรถขับทำไมถึงไม่ใช้รถมันบอกว่ารอดูตอนเลิกงานก็รู้เอง ก็เลยไม่ได้ถามต่อเราใช้เวลาเดินมาถึงหน้าร้านประมาณหกนาทีกว่า ๆ ตอนนี้เริ่มมีพนักงานบางส่วนเข้ามาที่ร้านบ้างแล้ว เพราะดูเหมือนว่าอีกแค่ครึ่งชั่วโมงร้านจะเปิดให้ลูกค้าเข้าได้แต่ผมว่าคงยังไม่มีใครมาหรอกในเมื่อตอนนี้มันเพิ่งหกโมงครึ่งเอง ใครจะมากินเหล้ากันตั้งแต่หกโมงครึ่ง

"อ้าว มาแล้วเหรอเดรค" ผู้ชายที่ดูท่าทางใจดีและดูอายุมากกว่าพวกเราเอ่ยทักเดรค พอเห็นมันไปสแกนนิ้วเพื่อเข้างานตรงทางเข้าพนักงาน 

"ดีครับพี่เกรย์" พอมันสแกนนิ้วเสร็จก็ยิ้มให้พี่คนนั้นแล้วเอ่ยทักอย่างสนิทสนม แปลกมากไอ้เดรคมันแปลกจริง ๆ ปกติผมแทบไม่เห็นมันยิ้มให้ใครเลยแท้ ๆ

"แล้วนั่นพาใครมาด้วย"

"เพื่อนครับ ผมเห็นพี่โพสต์รับสมัครงานมันเองก็กำลังหางานเลยลองชวนมาทำดู" เดรคตอบเสร็จก็หันมาตบไหล่ผมเบา ๆ

"นี่พี่เกรย์ผู้จัดการร้าน"

"หวัดดีฮะพี่ ผมยิน" ผมยกมือไหว้พี่เกรย์พร้อมกับแนะนำตัวเอง พี่เกรย์ยิ้มรับก่อนจะชวนพวกเราเข้าไปด้านในห้องพักพนักงาน พอเข้าไปข้างในก็จะมีตู้ไว้เก็บข้าวของส่วนตัวของพนักงานเรียงรายอยู่

"พี่ครามไม่มาหรอครับ" 

"วันนี้ครามมันเข้าดึกน่ะ"

"แล้วเราอะ เคยทำงานอะไรมาก่อนมั้ย" พี่เกรย์ถามขณะที่เดินนำผมไปนั่งตรงมุมห้องที่มีโต๊ะกับเก้าอี้วางอยู่

"เยอะแยะพี่แต่ไม่มีประสบการณ์ในร้านเหล้าเลย แต่ถ้าเป็นประสบการณ์เกี่ยวเหล้าก็เยอะแยะอีกเหมือนกันฮะ" ผมตอบขำ ๆ ก็นี่เรื่องจริงเลยนะผมเป็นคนชอบแอลกอฮอล์ฝันอยากมีเหล้ายี่ห้อที่ตัวเองวิจัยขึ้นมาบ้าง แต่กับประเทศนี้ก็คงลำบากหน่อยผมเลยเลือกเรียนสาขาปัจจุบัน เพราะคิดว่าคงจะเป็นไปได้มากที่สุดแล้ว

"งั้นเราเริ่มงานวันนี้ได้เลยมั้ย เดี๋ยวพี่สอนงานให้ดึก ๆ ค่อยไปรู้จักลายคราม" 

"ได้ฮะพี่" ผมตอบพี่เกรย์อย่างดีใจ ในที่สุดผมก็มีแหล่งหาเงินแล้ว นึกว่าจะต้องเกาะเดรคกินไปอีกนานซะอีก แล้วลายครามนี่ใครนะผมได้ยินชื่อนี้สองรอบแล้ว

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
17 Bab
งานพิเศษ
บทนำ"ไอ้ยินแกกลับมาเดี๋ยวนี้นะไอ้ลูกชั่ว" เสียงชายแก่ขี้เมาที่ทั้งตะโกนเรียกและตะโกนด่าผมไปพร้อม ๆ กันดังลั่นซอยที่ทั้งเล็ก ทั้งแคบในแถบชานเมือง ผมชื่อยินเป็นลูกชายของชายแก่คนนั้น คนที่กำลังตะโกนด่าและวิ่งไล่กวดผมอยู่เพราะผมวิ่งหนีออกมาจากทางเข้าบ้านของเจ้าหนี้ของเขา"กลับไปก็เขาขึ้นกบาลแล้ว" หลังจากพ่อขี้เมาของผมตะโกนด่าผมก็สวนกลับทันที ก่อนที่จะออกจากบ้านพ่อบอกว่าจะพาผมไปทำงานใช้หนี้ที่ผมไม่ได้ก่อ ทั้ง ๆ ที่ทุกวันนี้ผมก็เป็นคนหาเงินหาข้าวให้กิน แต่ตาแก่ขี้เมานั่นนอกจากจะไม่ทำงานแล้วยังติดการพนันเข้าขั้นเสพติด ไปกู้หนี้ยืมสินมาเรื่อย ๆ และครั้งนี้ก็เหมือนกัน ผมก็ไม่รู้ว่าไอ้เจ้าหนี้มันโง่หรือมันตั้งใจจะโกงตั้งแต่แรก ถึงได้ให้ตาแก่นั่นยืมเงินเกือบห้าหมื่นโดยไม่มีอะไรค้ำประกันเลย สุดท้ายตาแก่นั่นเลยพาผมมาเป็นคนใช้หนี้ โดยขายผมให้กับเกย์แก่ในหมู่บ้านที่เป็นเถ้าแก่ปล่อยเงินกู้ คิดดูว่ามันบัดซบขนาดไหนผมเป็นผู้ชายแต่ถูกขายใช้หนี้ แต่ผมไม่ได้หมายความว่าผู้หญิงควรถูกขายเพราะไม่ว่าใครก็ไม่ควรถูกขายทั้งนั้นแหละ โชคดีที่ผมบังเอิญไปได้ยินพ่อคุยกับไอ้คนเก็บดอกถึงได้หนีออกมาได้ก่อนจะได้เดินเข้าป
Baca selengkapnya
ทำงานวันแรก
Brew up 1หลังจากพี่เกรย์ผู้จัดการร้านสอนงานผมอยู่เกือบชั่วโมง ร้านก็เปิดเรียบร้อยแล้วแม้จะยังไม่มีลูกค้ามาก็ตามที ร้านอาหารกึ่งบาร์ของที่นี่จะแบ่งเป็น 4 โซน โซนแรกจะเป็นห้องกระจกซึ่งอยู่ฝั่งขวามือถ้ามองจากนอกร้าน ส่วนโซนที่สองจะเป็นโซนหน้าเวทีที่มีไว้โชว์ไลฟ์ของวงดนตรีที่มีทั้ง 3 วงจนกระทั่งปิดร้าน โซนที่สามจะเป็นโซนฝั่งซ้ายมือถ้ามองจากด้านนอกร้านและอยู่ตรงข้ามกับโซนแรกซึ่งเป็นห้องกระจก โซนสุดท้ายจะเป็นโซนที่ต่อจากโซนที่สองแต่เป็นโซนที่ไม่มีหลังคาคลุม อ๋อ! ที่สำคัญผมรู้แล้วว่าคนชื่อลายครามคือเจ้าของห้องนั่งเล่นเวลาผ่านไปชั่วโมงหนึ่งหลังจากที่กัปตันสอนงานผมเสร็จพี่แกก็อยู่ใกล้ตัวผมตลอดเวลาเผื่อผมยังไม่เข้าใจระบบสั่งเหล้าสั่งอาหารผ่านโปรแกรมของที่ร้าน พอเริ่มมีลูกค้ามาเรื่อย ๆ ผมก็คอยเดินเข้าไปสังเกตดูว่าพนักงานเก่ามีวิธีรับลูกค้ายังไงบ้าง โดยเราจะรับลูกค้าได้เฉพาะลูกค้าที่ไปนั่งในโซนที่เรารับผิดชอบเท่านั้น เพื่อไม่ให้เกิดการแย่งลูกค้ากัน ผมว่าระบบของที่นี่ดูโอเคอยู่นะเพราะถ้ามีการแย่งลูกค้ากันอาจจะเกิดการทะเลาะกันก็ได้"สวัสดีครับ พี่มากันกี่คนครับ" ผมรีบเข้าไปหาลูกค้าผู้ชายซึ่งกำลัง
Baca selengkapnya
พี่ลืมมันไปได้ไหม
Brew up 2ผมลืมตาขึ้นมาในเช้าของอีกวันเพราะเเสงอาทิตย์ทะลุผ่านผ้าม่านเข้ามา ก่อนจะขยับตัวให้ลุกจากที่นอนช้า ๆ พอมองไปรอบห้องสิ่งที่ทำให้ผมตกใจคือที่นี่ไม่ใช่ห้องเดรค ผมจำได้ว่าเมื่อคืนเลี้ยงรับน้องใหม่อย่างผมและหลังเมาจัดผมจำได้ว่าผมอยู่ที่ร้าน มันคลับคล้ายคลับคลาหรือผมฝันกันแน่นะ"ตื่นได้แล้วหรือไง" เสียงที่ไม่ค่อยคุ้นหูเท่าไรดังขึ้น จากประตูห้องน้ำที่อยู่ถัดจากเตียงไปไม่ไกลนัก ผมพยายามเพ่งมองอยู่นานเพราะคน ๆ นั้นใช้ผ้าขนหนูวางแปะไว้บนหัวเพื่อซับน้ำที่เปียกจากการสระผม"พี่เป็นใคร" ผมถามพร้อมกับเปิดผ้าห่มออกเพื่อจะลุกจากที่นอน แต่พอเปิดได้แค่นิดเดียวก็ต้องปิดไว้เหมือนเดิมเพราะใต้ผ้าห่มผมไม่ได้ใส่อะไรอยู่เลยแม้แต่ชิ้นเดียว"อะ จำเจ้าของร้านตัวเองไม่ได้แล้วหนึ่ง""พี่ครามเหรอ""เออ จะใครล่ะก็เมื่อคืนเมาอยู่ที่ร้าน""แล้วทำไมผมอยู่สภาพนี้อะ""คิดเอาเอง ไปอาบน้ำไป่" พี่ครามพูดจบก็ขว้างผ้าขนหนูมาตรงหน้าของผม ผมรีบเอาผ้าขนหนูพันไว้รอบตัวแล้วตรงเข้าห้องน้ำที่เขาเพิ่งจะออกมา ใช้เวลาอาบน้ำแค่ 5 นาทีผมก็รีบออกมาเพราะมีบางอย่างอยากจะถามเจ้าของร้าน พอออกมาจากห้องน้ำก็เห็นพี่ครามนั่งเป่าผมอยู่หน้า
Baca selengkapnya
คืนวันเสาร์
Brew up 3หลังจากพักฟื้นมาครึ่งวันผมก็สร่างเมา อาบน้ำเพื่อเตรียมตัวไปเมาในเวลางานต่ออีก โชคดีที่วันนี้เป็นวันเสาร์ทำให้ผมไม่ต้องฝืนสังขารไปเรียนทั้ง ๆ ที่แฮงก์หนักขนาดนี้ ก็อย่างที่เดรคมันพูดผมไม่ใช่คนคออ่อนนะแต่เมื่อคืนหนักสุดเพราะคนปกติเวลากินเหล้ากินเบียร์ก็เลือกกินแค่อย่างเดียว แต่นี่ผมกินทุกอย่างที่ในร้านมีเลยมานั่งแฮงก์ นอนแฮงก์ ยืนแฮงก์อยู่นี่ไง เดรคกำลังอาบน้ำอยู่เหมือนกันเพราะวันนี้เป็นอีกวันที่มันต้องทำพาร์ทไทม์ที่ร้าน เออ…เมื่อวานผมทำงานวันแรกได้ทิปตั้งพันห้าแน่ะ ถ้าเป็นแบบนี้ทุกวันผมรับประกันเลยว่าไม่อดตายแน่ ๆ ข้าวเย็นก็ไปกินที่ร้าน เงินออกทุก 15 วัน กัปตันของเราบริหารร้านแทนพี่ครามได้ดีจริง ๆ"มึงเพ้อไรอยู่วะยิน ไปได้ยัง" เดรคทักขึ้นขณะที่ผมกำลังนั่งเหม่อคิดอะไรไปเรื่อย ผมลุกขึ้นพยักหน้าให้มันก่อนจะหันไปหยิบเป้มาสะพาย แล้วเดินตามมันออกไป"มึงยังแฮงก์ไม่หายหรือไง" เดรคหันมาถามผมขณะที่ยืนรอผมปิดประตูบ้านอยู่ พอปิดประตูเสร็จผมก็หันไปตบไหล่มันหนึ่งที"นิดหน่อย แต่เดี๋ยวไปถอน" ผมตอบมันพร้อมใช้มือพยายามเกาะไหล่มันเดิน แต่บังเอิญผมเตี้ยกว่ามันเลยดูเหมือนเด็กกำลังปีนผู้ใหญ่อยู่
Baca selengkapnya
นักร้องจำเป็น
Brew up 4ผมร้องเพลงเสร็จทุกคนปรบมือกันดังมากจนผมลืมความตื่นเต้นก่อนหน้านี้ไปซะสนิทเลย พี่เกรย์ก็ชูนิ้วโป้งทั้งสองนิ้วพร้อมยิ้มหวานให้ผม"สวัสดีทุกคนนะครับ ขอต้อนรับสู่ห้องนั่งเล่นสำหรับคนที่ต้องการพักผ่อนหย่อนใจในคืนวันเสาร์แบบนี้ สามารถแนะนำเพลงกันขึ้นมาได้นะครับแต่ถ้าใครแนบทิปมาเราจัดให้พิเศษแน่นอนฮะ" พอผมพูดติดตลกใส่ไมค์เสร็จมือกลองห็ให้สัญญาณเริ่มเพลงที่สองต่อเลย นอกจากกระดาษขอเพลงแล้วผมยังได้รับทั้งเหล้าทั้งเบียร์และทิปพิเศษจากลูกค้า ที่ชื่นชอบเสียงผมเป็นพิเศษอีกด้วยวันนี้วันสินะเพราะผมได้ทิปไม่หยุดเลยLaiknam's saidหลังจากขึ้นร้องเพลงในฐานะนักร้องจำเป็น ดูเหมือนเจ้าเด็กหัวส้มนั่นจะได้ความสนใจจากลูกค้ามากเป็นพิเศษ นอกจากหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดูแล้วเด็กนั่นยังอัธยาศัยดี ยิ้มเก่ง นี่ผมเพิ่งบอกว่าเด็กหัวส้มนั่นน่ารักใช่หรือเปล่า หลังจากที่คุยกับพี่ชินเสร็จผมก็คิดทบทวนมาตลอดทั้งวัน วันนี้ถึงได้รีบเข้าร้านเพราะผมไม่มั่นใจว่าตัวเองรู้สึกอะไรกับเด็กนั่นหรือเปล่า"เหลือเวลาอีกสองเพลงสุดท้ายแล้ว ใครมีเพลงอะไรแนะนำกันเข้ามาได้เลยนะฮะ" ยินพูดใส่ไมค์ช่วงก่อนขึ้นเพลงใหม่ ผมนั่งจ้องเด็กนั่นมาสั
Baca selengkapnya
ทบทวนความรู้สึก
Brew up 5ผมลากสังขารกลับจากสาขาตอนสี่โมงครึ่ง เราใช้เวลาทำวิเคราะห์น้ำในอาหานเกือบครึ่งวันเพราะอาจารย์ให้สาธิตให้น้องปีหนึ่งดูด้วย พอกลับมาผมรีบตรงดิ่งไปอาบน้ำเพราะหกโมงต้องรีบเข้าร้าน ผมไม่อยากเสียเงินค่าสายชั่งโมงละร้อยเลยรีบปั่นงานสุดชีวิต อะ…ผมบอกไปหรือยังว่าเมื่อวานหลังจากกลับมานับทิปในกระเป๋าดู ผมได้ทิปเกือบสี่พันแน่ะวันนี้เป็นวันอาทิตย์เดรคไม่ได้ทำพาร์ทไทม์ มีแค่ผมคนเดียว หลังอาบน้ำเสร็จเลยไม่ต้องรอใครตรงดิ่งไปที่ร้านได้เลย พอเดินเข้าไปในร้ายผมเจอพนักงานประจำซึ่งจำนวนของพนักงานต่างจากเมื่อวานเกือบครึ่ง เพราะพรุ่งนี้ไม่ใช่วันหยุดวันนี้คนเลยลดลง วันนี้เลยไม่มีพนักงานพาร์ทไทม์"เดี๋ยวนี้พี่ครามเข้าร้านเร็วจังวะ" พี่อาร์มพนักงานประจำของร้านหันมาพูดกับผม ทุกคนในร้านรู้ดีว่าพี่ครามจะเข้ามาร้านก็สามสี่ทุ่มตลอด แต่สองวันมานี้พี่ครามเข้าร้านพร้อม ๆ กับที่พนักงานเข้ามาทำความสะอาดร้านเลย"สงสัยมาจับผิดเรามั้ง ฮ่า ๆ" ผมพูดเสร็จก็หันไปถูโต๊ะเพื่อทำความสะอาด พี่อาร์มหัวเราะนิดหน่อยก่อนจะยกเก้าอี้
Baca selengkapnya
เลิกบุหรี่
Brew up 6หลังจากเมื่อวานผมกลับมาถึงบ้านก็รีบอาบน้ำแล้วเข้านอน เพราะตอนเช้าต้องรีบตื่นมาใช้คอมพิวเตอร์ของเดรคจัดหน้าเอกสารก่อนส่งงานอาจารย์ พอเปิดคอมฯ ได้มือเจ้ากรรมก็กดเข้าเฟซบุ๊กก่อนชาวบ้านเลยด้วยความเคยชิน พอเข้ามาก็เลยเปิดดูการแจ้งเตือนต่าง ๆ สักหน่อย การแจ้งเตือนมากมายเพราะผมถูกแท็กในรูปต่าง ๆ ของลูกค้าที่ห้องนั่งเล่น อะห้องนั่งเล่นนี่ไม่ได้หมายถึงห้องที่บ้านนะ ผมหมายถึงร้าน living room ซึ่งทุกคนพร้อมใจกันเรียกห้องนั่งเล่น ผมเปิดไปที่รายการเพิ่มเพื่อนเพื่อกดยอมรับลูกค้าที่ขอเป็นเพื่อน เลื่อนลงไปอีกเกือบสิบคนมือก็กดคลิกเข้าไปดูโปรไฟล์ของคนที่มาขอเป็นเพื่อน"พี่ครามหรอวะ" ผมพึมพำคนเดียวตอนที่มองรูปโปรไฟล์ของคนผมสีน้ำเงินคราม ยืนสูบบุหรี่หันข้างอยู่น่าจะเป็นหน้าต่างของคอนโดที่ไหนสักที่"ไอ้ยิน มึงตื่นมาทำไรแต่เช้าวะ""ตรวจรายงานแล็ป ละมึงตื่นมาทำอะไรแต่เช้าวะ""กูตื่นมาฉี่""งั้นมึงมาพอดี มาดูนี่ดิใช่พี่ครามปะ""ใช่" มองโปรไฟล์แค่แวบเดี๋ยวเดรคก็หันมาตอบผ
Baca selengkapnya
ยินมานอนนี่
Brew up 7  ในที่สุดวันนี้ก็มาถึงวันที่พนักงานประจำและพนักงานพาร์ทไทม์รอคอย ผมให้เดาว่าวันนี้วันอะไร เอาล่ะ…ผมเฉลยเลยแล้วกันวันนี้เป็นวันพระใหญ่ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันเป็นวันอะไรเพราะไม่เคยสนใจวันสำคัญของศาสนา ก็พวกเรามันคนบาปกินแต่เหล้า เข้าวัดไม่ได้เพราะร้อน ก่อนที่จะถึงวันนี้ทางจังหวัดได้ส่งหนังสือขอความร่วมมือให้ปิดร้าน แต่ผมว่ามันคือการบังคับกันมากกว่าเพราะถนนโลกีย์ทั้งเส้นไม่มีไฟจากร้านเหล้าเลย ผมยังสงสัยอยู่หน่อยถ้าคนศาสนาอื่นอยากเข้าร้านเหล้าวันนี้แต่ร้านถูกปิดเพราะเป็นวันสำคัญของศาสนาพุทธ มันดูไม่ยุติธรรมเลยนะผมว่าแต่ก็นะพูดมากไม่ได้เรื่องศาสนามันอ่อนไหว  ผมกำลังหิ้วกระเป๋าเป้ใบใหญ่ของตัวเองเดินไปตามทางพร้อม ๆ กับเดรค ผมลืมบอกไปว่าคนรวยอย่างมันก็สนใจทริปเที่ยวฟรีของพี่ครามเหมือนกัน กัปตันบอกว่าระหว่างที่ร้านหยุดสองวันพี่ครามจ้างคนมาทาสีใหม่ด้วย ซึ่งผมงงมากเพราะร้านนี้ยังไม่มีตรงไหนที่สีซีดเซียวหรือควรถูกบูรณะเลยแม้แต่นิดเดียว แต่เจ้าของร้านเขาบอกมาว่าร้านที่ต้องรับลูกค้าทุกวันควรทำงานให้ดูดีอย
Baca selengkapnya
วันหยุดของพวกเรา
Brew up 8หลังพี่เกรย์ดุพวกพี่อาร์มเสร็จเราทุกคนก็พากันกินเหล้าเล่นน้ำต่อ ไม่ได้มีความโกรธกันแต่อย่างใด โดยเฉพาะพวกพี่อาร์มที่รู้สึกจะมีความสุขเป็นพิเศษเพราะสาว ๆ ที่มาชงเหล้าให้ ตอนนี้มีทั้งสาวชงเหล้าและสาว ๆ ที่มาเต้นเอ็นเตอร์เทน แต่สาว ๆ ส่วนมากชอบไปเต้นใกล้พี่ครามกับพี่เกรย์ที่ดูเป็นผู้ใหญ่ที่สุด หน้าตาดีที่สุด และมีเงินที่สุด จนกระทั่งพี่ครามคงจะหงุดหงิดที่พวกเธอให้ความสนใจเขามากไป พี่ครามเลยเรียกผมไปชงเหล้าให้แทน นั่งกินกันอยู่สักพักผมก็ขอตัวไปเล่นน้ำ ซึ่งเจ้านายก็อนุญาตแต่ห้ามให้ผมถอดชูชีพสีส้มนี่ออกโดยเด็ดขาด  ระหว่างที่กำลังโดดน้ำอย่างเพลิดเพลินผมก็ครุ่นคิดอย่างหนักไปด้วย ทำไมทุกคนถึงเล่นสนุกได้โดยมีคนอื่นคอยชงเหล้าคอยเสิร์ฟอาหารให้ มีแต่ผมที่ต้องคอยชงเหล้าให้พี่ครามคิดได้ครู่เดียวก็รู้สึกปวดเกร็งที่น่องซ้าย ให้ตายเถอะผมกำลังจะเป็นตะคริว พอรู้ผมรีบพลิกหงายเพื่อลอยตัวโชคดีที่โดนบังคับให้ใส่ชูชีพไว้"ช่วยด้วยฮะ ช่วยผมด้วย" ผมตะโกนเสียงดังเรียกให้คนที่อยู่แถวนั้นได้ยินและหวังว่าจะมีสักคนได้ย
Baca selengkapnya
สารภาพแบบหมดเปลือก
Brew up 9เมื่อคืนผมกะจะออกไปกินเหล้ากับพวกพี่ที่ร้านนิดหน่อย แต่ด้วยสมองมันคิดมากเรื่องพี่ครามผมเลยเมาจนจำไม่ได้ว่าตัวเองกลับเข้าห้องได้ยังไงเพราะรู้ตัวอีกทีตอนเช้าผมนอนอยู่บนที่นอน โดยที่ใส่เสื้อคนอื่นอยู่และนั่นทำให้ผมคิดมากอีกครั้งว่าเมื่อคืนมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ครั้นจะถามพี่ครามก็อายเกินไป"ไง ตื่นสักทีนะหายปวดขาหรือยัง เจ็บขาขนาดนั้นแล้วยังจะไปกินเยอะอีก" พอผมบอกให้พูดเยอะพี่ครามดูจะบ่นเก่งขึ้นจมเลย ผมลุกขึ้นมาด้วยความมึนงงและเวียนหัว ดีที่ไม่ได้รู้สึกอยากจะอ้วกเหมือนทุกครั้งหลังเมาในร้าน"ผมกลับมาได้ยังไงอะ จำไม่เห็นได้เลยเดรคมาส่งหรอหรือกัปตัน" ผมถามพี่ครามที่ยืนถือถาดอะไรอยู่ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว ถามปุ๊บคนตัวสูงกว่าก็คิ้วขมวดปั๊บดูเหมือนผมยะสร้างเรื่องเอาไว้สินะ"พี่แบกมา" ดูเหมือนสรรพนามของพี่ครามที่ใช้เรียกแทนตัวเองก็จะเปลี่ยนไปตั้งแต่เมื่อวาน พูดจบก็วางถาดที่ถือมาลงบนเตียงตรงหน้าผม"อะไรหรอครับ""ข้าวต้มไง ไม่รู้จักหรอ""รู้ แต่หมายถึงพี่เ
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status