Masukความสวยของคุณหนูวิรามรเป็นที่ยอมรับของผู้พบเห็น ความเซ็กซี่ดึงดูดสายตา หนุ่มๆก็ไม่ปฏิเสธ แต่ความเย่อหยิ่งของเจ้าหล่อนนี้สิ ได้จุดความหมั่นไส้รุนแรงจากชายหนุ่มผู้หนึ่ง จนอยากมอบบทเรียนให้หล่อนได้รู้ว่า ต่อให้เป็นนางหงส์ทะนงตนสักเพียงไหน ยามถูกครอบงำด้วยไฟตัณหาราคะก็ไม่ต่างไปจากคนทั่วไป แต่ๆๆ ดูเหมือนคนคิดเด็ดปีกนางหงส์หวังให้ร่วงหล่นสู่ดินเพื่อให้บทเรียนแก่หญิงสาวจะลืมคำพังเพยที่ว่า'หมองูตายเพราะงู'หรือ 'ดาบนั้นคืนสนอง' “นับแต่นี้ไป ถ้าวิไม่อนุญาต ห้ามแตะต้องเนื้อตัววิเป็นอันขาด!” “อะไรนะ?” เสียงห้าวแทบจะฟังเป็นตะโกน “น่าจะได้ยินชัดแล้วนี่คะ” “ไม่! อย่ามาตั้งกฎบ้าๆ แบบนี้เชียว” “นี่ไม่ใช่กฎค่ะ มันคือบทลงโทษ" “นี่มันบ้าชัดๆ!” “ก็ใครล่ะทำเรื่องบ้าๆ ขึ้นก่อน” วิรามรแหวก่อนลดเสียงลงเมื่อพูดต่อเสียงเย็น “แล้วก่อนจะโมโหคนอื่นที่ตกเป็นเหยื่อ โกรธตัวเองก่อนดีมั้ยคะ” “จะลงโทษอะไรก็ทำเลยสิ ทำไมจะต้องมาจำกัดสิทธิ์เรื่องนี้ด้วย” ...อิอิ คนกำลังรักกำลังหลงเหี่ยวแห้งหัวโตก็งานนี้ อะไรที่เคยได้กินก็จะไม่ได้กิน
Lihat lebih banyak“อุ๊ย! ปล่อยฉันนะไอ้บ้า บอกให้ปล่อยไง”
เสียงโกรธเกรี้ยวแทบจะลั่นห้อง
“ไม่ปล่อย.. อยากท่ามากนักมันต้องเจออย่างนี้แหละ”
“ไม่นะ! ปล่อย...”
คำพูดปฏิเสธเต็มไปด้วยความขุ่นเคืองขาดหายกลางคัน เสียงดิ้นรนต่อสู้อึกอักพลอยหายไปด้วย ทิ้งไว้แต่เสียงหายใจหอบกระเส่า
ภาพที่ไม่มีใครได้เห็น...บนที่นอนหนานุ่มขนาดหกฟุตในห้องนอนตกแต่งไว้อย่างสวยงามสมฐานะบุตรสาวเศรษฐี หญิงสาวผิวขาวผ่องผ้าผ่อนไม่มีติดกายกำหมัดทุบหลังไหล่เปลือยแน่นไปด้วยกล้ามเนื้อเป็นมัดของชายหนุ่มที่กำลังซบหน้าลงกับเนินนางอวบอูมอย่างตั้งใจปลุกเร้าอารมณ์ใคร่ให้ลุกโชน ด้วยปากและลิ้นแก่ฝ่ายหญิง
แว่บหนึ่งที่ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นสังเกตสีหน้าหญิงสาว ก่อนแนบหน้าลงดูดเลียติ่งตูมอันเป็นจุดศูนย์รวมประสาทความเสียวซ่านสลับห่อปลายลิ้นแยงร่องที่เขาใช้นิ้วแหวกแคมให้อ้ารับเข้าๆ ออกๆ
ใบหน้ารกหนวดเครามีคราบน้ำรักของหญิงสาว แม้เจ้าตัวจะยังก่นด่าสลับเสียงครางราวกับยังตัดสินใจไม่ได้ ว่าควรปล่อยตัวเองตามอารมณ์เสียวซ่านที่ต้องการปลดปล่อย หรือยุติเหตุการณ์บัดสี
“ฉะ...ฉัน...บอกให้ปล่อย อะ...ไอ้บ้า! ปล่อย...ฉัน”
แม้เสียงจะสั่นพลิ้วขาดเป็นห้วงๆ แต่ก็บอกให้รู้ว่าเจ้าตัวพยายามเต็มที่ในการต่อสู้ เพื่อพาตัวเองรอดพ้นเหตุการณ์คับขันที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าจะเกิดขึ้น
“อย่าปฏิเสธเลยน่า....”
ลิ้นสากแบ ตวัดเลียเม็ดกลางแคมคั่นคำพูดอู้อี้
“รู้นะว่าเสียว อยากให้ผมเย_จนน้ำแตก”
คำพูดลุ่นๆ อย่างคนไร้การศึกษา ที่ไม่พยายามจะกลั่นกรองให้ฟังสุภาพ ส่งผลต่อคนฟังเกินกว่าที่ชายหนุ่มจะคาดถึง
นอกจากโกรธ วิรามรรู้แต่ผู้เดียวว่าคำพูดดิบ เถื่อน ฟังหยาบคาย ทำเอาหล่อนเกือบพบความสุขสมอีกครั้ง เมื่อประกอบกับที่โดนชายหนุ่มโจมตีปุ่มกระสันอย่างไม่ปรานี
“ฉ... ฉันจะฆ่าแกไอ้หน้า อูยยยส ตะ...ตัวเมีย!”
ปากอวบอิ่มผรุสวาทเผลอครางซี้ดคั่นคำด่าทอ เมื่อปากหยักได้รูปรวบดูดแรงๆ
“ยังจะปากเก่งอีกนะ”
ใบหน้าคมสันหล่อเหลาผงกขึ้นมองคนปากเก่ง
“ดี! เก่งให้ตลอดละกัน”
ร่างสูงใหญ่ล่ำสันเคลื่อนจากท่าหมอบยันตัวชันตรงกลางระหว่างต้นขาขาวอวบ
โดยไม่บอกกล่าว ก่อนหญิงสาวจะทันคลายความมึนงงจากความเสียว ท่อนลำใหญ่โตแข็งปั๋งก็จ่อติดปากทางรูคับชุ่ม
หญิงสาวปากจัดจ้านร้องเสียงหลง เมื่อถูกเติมเต็มในจังหวะเดียว
ท่อนเนื้ออวบใหญ่แข็งปั๋งทำเอาหล่อนแทบจุก ลมหายใจติดขัดจนต้องอ้าปากช่วยในการสูดลมเข้าปอด
“เป็นไงล่ะทีนี้ ยังจะปากร้ายว่าคนอื่น ไม่คิดถึงหัวจิตหัวใจว่าเขาก็มีความรู้สึกเหมือนกันอีกมั้ย”
ท่อนลำเขื่องพองขยายรับจังหวะบีบรัดของช่องทางคับแน่นโดยที่ผู้เป็นเจ้าของรูฉ่ำไม่ได้ตั้งใจ
“ว่า... แกล่ะที่... อูยส์”
ที่ร้องไม่ใช่เพราะถูกทำร้าย แต่เพราะท่อนเนื้อแข็งๆ ของชายหนุ่มเริ่มขยับเข้าๆ ออกๆ
แต่ละครั้งที่สะโพกสอบโก่งถอย นวลเนื้อของหล่อนเหมือนจะถูกดูดติดไปด้วย จนต้องผวาตาม
เมื่อความเสียวซ่านขับหลั่งน้ำรักออกมาช่วยหล่อลื่น ที่รู้สึกคับตึงจนแปลบปลาบเริ่มผ่อนคลาย
“อู๊! อูย ...เบา หน่อยฉะ...ฉัน สะ...เจ็บนะ”
“จะบอกว่าเสียวก็พูดออกมาเลยคนสวย อูว...ตอดดีชะมัด!”
ปากเอ่ยชม สะโพกแกร่งขยับโยกไม่หยุดหย่อน
หน้าหล่อๆ ที่เจ้าตัวเสริมความดุดันด้วยหนวดเคราแหงนเริด ปากได้รูปหนาหยักครางอืออา
ครั้งนี้คือครั้งที่สองที่เขาบุกเข้ามาหาความสุขจากลูกสาวนายจ้าง
ครั้งแรก เกิดขึ้นเมื่อสองสัปดาห์ก่อน
หล่อนทำเขาประหลาดใจ ที่ยังมีเยื่อพรหมจารีหลงเหลือ
เขานึกไม่ถึงว่าผู้หญิงสวย เซ็กซี่ มีเสน่ห์เย้ายวนชวนใจอย่างหล่อนจะไม่เคยผ่านผู้ชายมาก่อน ยิ่งมองเลยไปถึงว่าหล่อนมีเพื่อนผู้ชายมากหน้าหลายตา เฟลิตกับคนนั้นทีหวานกับคนนี้ทีก็ยิ่งไม่น่าเชื่อ
จะว่าไป แม้เขาจะติดใจรูปร่างหน้าตาของหล่อนตั้งแต่แรกเห็น แต่เขาก็มองว่าลูกสาวคนเดียวของคุณหญิง รัตนา โชติธนกิจ ไม่ได้มีดีอะไรนอกจากความสวย เกิดมามีพ่อแม่รวย
แต่ที่ทำให้เขาขัดเคือง คือนิสัยของหล่อนที่แสดงออกต่อเขา
ถึงเขาจะเป็นแค่คนขับรถของมารดาหล่อน แต่เขาก็เป็นคนเหมือนกับหล่อน แต่ดูเหมือนหล่อนจะเห็นเขาเป็นสัตว์อีกเผ่าพันธุ์ที่น่ารังเกียจ
เขาเกลียดเวลาหล่อนตวัดสายตาผ่านเขาไปราวเป็นตัวแมลงที่ไร้ความหมาย
นั่นทำให้เขาเปลี่ยนเป้าหมายที่คิดไว้แต่แรก ด้วยการบุกเข้าปลุกปล้ำทำเมียเสียเลยในคืนหนึ่ง เมื่อโอกาสอำนวย
เขาอยากให้บทเรียนหล่อน นั่นคือความตั้งใจของเขา
ไม่คิดจะเข้าหาหล่อนอีกจนกว่า... เขาจะเคลียร์ตัวเอง นั่นคือความตั้งใจที่สอง หลังพรากพรหมจารีจากหล่อน
แต่ดูเหมือนเขาจะทำตามความตั้งใจไม่ได้สักอย่าง
เขาหยุดความต้องการที่มีต่อเรือนกายงามอวบอิ่มที่เคยลิ้มรสไม่ได้
เกือบสองสัปดาห์นับแต่เขาได้ชิมรสหวานจากกายสาว ทุกค่ำคืนของเขา คือความทรมานอย่างแท้จริง
เขาถวิลหาอกอวบขาวน่าฟัด สะโพกงอนงามที่เขาเคยเข้าประกบหลังเพื่อมอบประสบการณ์เสียวแก่หล่อน
ความเป็นชายของเขารวดร้าว เพียงนึกถึงร่องฉ่ำคับแน่นที่เขาเป็นผู้บุกเบิก
แล้วเขาก็ทนไม่ไหว...
ตัดสินใจบุกเข้าหาหล่อนในคืนนี้ หลังจากไปส่งมารดาของหล่อนที่งานเลี้ยงแห่งหนึ่ง ซึ่งเขาจะต้องไปรับกลับในอีกหนึ่งชั่วโมงข้างหน้า
“ราเมศวร์เคยมาที่บ้านนี้” ดำรงพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนลงเหมือนจะรู้ว่าบุตรสาวคนโตกำลังคิดสิ่งใดอยู่ “ได้พบกับยายดาเข้าโดยบังเอิญ แต่นั่นก็นานมาแล้ว พ่อเองก็คิดไม่ถึงเหมือนกันว่าบทคิดสละโสดขึ้นมาเขาจะเลือกเจ้าสาวที่เคยพบหน้าค่าตาเพียงแค่ครั้งเดียว”“นังดาคงเสนอหน้าล่ะสิ พอรู้ว่าใครมาบ้านก็คงเต้นริกๆ ออกมาต้อนรับขับสู้”ดำรงได้แต่ส่ายหน้า รู้สึกอ่อนใจในบุตรสาวคนโตที่ดูจงเกลียดจงชังน้องต่างแม่นัก จึงพูดอย่างเตือนสติแม้จะรู้ดีว่าคงไม่ได้ผลอะไรนัก“คนที่แกกำลังพูดถึงมันก็น้องของแกนะยายตา”“แต่ตาไม่เคยเต็มใจรับมันเป็นน้องของตามาแต่ไหนแต่ไรแล้ว พ่อก็รู้” “ถึงจะไม่ยอมรับ แกจะทำอะไรได้ ในเมื่อยายดาก็มีเลือดฉันอยู่ครึ่งหนึ่งในตัวพอๆ กับแก”“ตาเกลียดมัน!”การลงเสียงหนักประกอบแววตาวาววับเหมือนจะประกาศ ว่าไม่มีวันเลยจริงๆ ที่จะเห็นปูริดาเป็นน้องไปได้“ตาเกลียดทั้งนังดา และนังแม่ของมัน!”“หยุดนะ!” อีกครั้งที่ดำรงขึ้นเสียงกับลูกสาวที่เขาเคยพะนอเอาใจมาตลอด เพราะสงสารว่ากำพร้าแม่แต่ยังเล็ก และตัวเขาเองยังทำให้ลูกสาวคนนี้ผิดหวัง ไม่พอใจ ด้วยการแต่งงานใหม่กับอดีตสาวคนรักกระทั่งมีประจักษ์พยานรักด้
“พ่อจะให้ยายดาแต่งงาน? แล้วยายดาก็ยอมแต่โดยดีงั้นหรือคะ?”“แค่หมั้นไว้ก่อน ส่วนจะแต่งเมื่อไหร่ค่อยว่ากันอีกที แต่คุณราเมศวร์ออกจะใจร้อน อยากหมั้นวันนี้แต่งพรุ่งนี้เลยด้วยซ้ำ”“คุณราเมศวร์? ราเมศวร์ไหนคะ หวังคงไม่ใช่ราเมศวร์ วัศธร หรอกนะคะ?”“เผอิญว่าใช่” “พ่อ!” ลัลลิตาเสียงหลงใบหน้าแต่งไว้อย่างประณีตจนมองเผินๆ เหมือนเป็นความงามสดสวยตามธรรมชาติเผือดลงทันตา แต่พักเดียวก็กลับเข้มขึ้นด้วยความโกรธ“ไม่นะคะ” หล่อนพูดกระด้างกับบิดา นัยน์ตาเป็นประกายวับ “ตาไม่มีวันยอมเป็นอันขาด พ่อก็รู้ว่าตาหมายตาผู้ชายคนนี้ไว้ตั้งนานแล้ว ยังไงตาก็ไม่มีวันยอมให้นังดาได้เขาไปครอง ไม่เชื่อพ่อคอยดูไปละกัน!”“อย่าให้มันมากไปนะ ยายตา” ดำรงพูดเสียงขรึม แม้จะรู้แก่ใจและยอมรับมานานแล้วว่า เขากับลูกสาวคนนี้ไม่เคยพูดจากันเข้าใจลัลลิตามีนิสัยดันทุรัง เอาแต่ใจแค่ไหนเป็นที่รู้กันดีอยู่ที่ผ่านมา เขาพยายามตามใจเท่าที่จะตามได้ เพราะยังไงก็ลูก และถึงว่าบางครั้งลัลลิตาจะทำให้เขาโกรธและผิดหวังเกี่ยวกับพฤติกรรมเป็นสาวรักสนุกปล่อยเนื้อปล่อยตัวจนเป็นโจษจันของชาวสังคม เขาก็พยายามมองข้ามและอภัยให้บางครั้งยังคิดว่าเป็นคว
ลมหายใจหนุ่มสาวเริ่มร้อนระอุมือทั้งสองของเจตดิลกไม่อยู่นิ่ง ลูบไล้เปะปะไปทั่ว ไม่ว่าสะโพก ต้นขากดคลึงสลับขยำเนินสาวที่ยังมีผ้าชาตินลูกไม้ทรงสามเหลี่ยมปกปิดฉกนิ้วผ่านด้านข้างขอบจี-สตริง แตะคว้านหลืบเร้นเริ่มฉ่ำเยิ้มไม่ต้องมีใครมาการันตี รับประกันเขาก็รู้ด้วยตัวเอง ด้วยสัมผัสเดี๋ยวนี้เองว่าลัลลิตาคือสาวร่านร้อนในกาม มีความต้องการทางเพศสูงพร้อมจะสนุกกับผู้ชายที่หล่อนพึงพอใจมีเสียงคราง เรือนกายส่ายขยับให้มือเขาทำมุมพอเหมาะ สามารถล่วงล้ำถ้ำสวาทที่มีไหมนิลรูปสามเหลี่ยมปกคลุม ได้ถนัดถนี่ยิ่งขึ้น“ไปที่เตียงเถอะ เจต”หล่อนกระซิบเสียงแทบจะไม่เป็นเสียง หน้าบิดเบ้ไปด้วยความเสียดเสียว เมื่อเจตดิลกเล่นงอนิ้วที่ผลุบๆ โผล่ๆ ในช่องทางของหล่อนขูดรูดผิวด้านหน้า สลับเขี่ยติ่งตูมภายในอยู่เป็นระยะๆชายหนุ่มผู้มีประสบการณ์เชิงกามมามากมาย ผละมือถอนนิ้วจากรูฉ่ำ มองตามร่างงามสมส่วนในความโค้งเว้ายวนตาอกอวบอึ๋ม ที่กำลังเดินถอยหลังไปทิ้งตัวลงบนเตียง โดยที่ยังส่งสายตามามองสบตาของเขาอย่างท้าทายและเชิญชวนลัลลิตาขึ้นไปนอนราบกลางเตียง กระตุกจี-สตริงตัวน้อยนิดแทบจะไม่ปิดเนินสงวนออกจากสะโพกลำขาขาวตั้งฉากกับที่นอ
คุณชายหนุ่มมองร่างอวบอิ่มกลึงเกลาอุ้มท้องลูกเขาด้วยดวงตาหรี่แคบสิ่งที่เขาเห็น คือสีหน้ากระหยิ่มสะใจ เพียงเท่านี้ก็รู้แล้ว ว่าตัวเองถูกลงโทษเรื่องเมื่อเช้า“ร้ายนักนะ”เขาสั่นนิ้วใส่หน้ายิ้มอิ่มเอมราวกับแมวขโมยที่ย่องมากินครีมหมดชาม“จะช่วยตัวเองต่อก็ได้นะคะ”ว่าแล้วคนที่ตั้งใจมาแก้แค้นก็หมุนตัวกลับเดินไปที่ประตูแต่ไปได้เพียงครึ่งทางก็ถูกกระชากกลับ พริบตาเท่านั้นเองร่างอวบอิ่มก็ระเห็จขึ้นไปอยู่บนบ่าหนาราวกระสอบข้าวที่ถูกแบก“คุณชาย! ปล่อยวิลงเดียวนี้นะ”แทนที่จะทำตามคำสั่ง มือหนาตบป้าบเข้าที่สะโพกอวบผายทีหนึ่ง กำชับตาม“อยู่นิ่งๆ ถ้าไม่อยากเจ็บตัว”“คนบ้า! คุณจะทำอะไรวิ”ดอนไม่ตอบ เขาหยุดข้างโต๊ะเพียงเพื่อกดเครื่องรับติดภายในที่เชื่อมต่อกับโต๊ะเลขา“จนกว่าวิจะกลับออกไปห้ามใครรบกวน”“สักครู่นี้คุณวิก็บอกดิฉันแบบนี้เลยค่ะ”“ตามนั้นแหละ”จากนั้นก็กดปิดการติดต่อวิรามรเพิ่งเคยมาที่ทำงานของสามีเป็นครั้งแรก ก็เลยเพิ่งรู้ว่าหลังโต๊ะทำงานที่เป็นผนังปูนประดับภาพเขียนสีน้ำมัน มีอีกห้องซ่อนอยู่ลักษณะเป็นห้องพักอาศัยกะทัดรัด มีห้องนอน ห้องน้ำ และโต๊ะอาหารขนาดสี่ที่นั่งทรงกลม ตั้งอยู่ไม่ไกลจากช





