LOGINแม่ทัพหนุ่มรูปงามเปี่ยมเสน่ห์แห่งบุรุษ ไม่ว่าสตรีใดได้เห็นล้วนต้องการเข้าสู่อ้อมแขน ปรารถนามีค่ำคืนวสันต์อันเร่าร้อนกับเขา กระนั้น ชายหนุ่มกลับเป็นคนที่มีนิสัยหวงเนื้อตัวอย่างมาก ไม่คิดมีสัมพันธ์กับสตรีใดง่ายๆ กระทั่งคืนนั้นเขาถูกวางยาปลุกกำหนัดและตื่นขึ้นมาอย่างเปลือยเปล่าไร้อาภรณ์พร้อมสาวน้อยผู้หนึ่ง การแต่งงานเกิดขึ้นอย่างมิอาจปฏิเสธ เขาเข้าใจผิดคิดว่าเป็นแผนการของนางที่ต้องการผูกมัดจึงโกรธเกลียดอย่างยิ่ง หากแต่ท่าทางของนางกลับมิได้ดีใจอะไรเลยแม้แต่น้อย มิหนำซ้ำยังทำสีหน้าเศร้าสลดและเสียใจตลอดเวลาที่ได้เป็นภรรยาของเขา ทำเอาแม่ทัพหนุ่มยิ่งมีโทสะ เขาคิดว่านางควรยินดีที่ได้ตัวเขาสมใจแต่นางกลับทำท่าทางเช่นนั้น ทั้งยังพร้อมจะไปจากเขาตลอดเวลา ชายหนุ่มจึงแสดงออกอย่างเกรี้ยวกราดโดยไม่รู้ใจตัวเอง ทั้งอารมณ์ร้ายเพราะหึงหวงและตามใจนางอย่างไม่สนใจว่าใครจะเป็นหรือตาย ขอเพียงนางไม่หายไปทางใด
View Moreหลายวันผันผ่าน...สองสะใภ้บ้านฟงก็ยังคงมีสภาพย่ำแย่ ทั้งจิตใจและร่างกาย เนื้อตัวมอมแมม เสื้อผ้าเปื้อนฝุ่น ร่างกายอ่อนระโหยโรยแรง ก็ได้ยินเสียงดังคำรามลั่นอยู่นอกห้องเก็บฟืนทันใดนั้น ประตูห้องเก็บฟืนก็ถูกหลันเอ๋อร์เปิดออก นางอยู่ในอาภรณ์สีดำสนิท ท่าทางปราดเปรียว สองมีดาบโค้งคมกริบงดงาม นางเข้ามาจับกุมหลิงเวยและหลี่ลี่เหมย ให้ออกมาจากห้องเก็บฟืนที่ด้านนอกโรงน้ำชาถูกถล่มจนราบคาบเห็นได้ชัดว่า ฟงชินหยางและฟงจินหมิงกลับมาแล้ว และรู้เรื่องราวทั้งหมดแล้วเรือนร่างสูงใหญ่ของพวกเขายืนตระหง่านคล้ายปีศาจจากขุมนรก ในมือของพวกเขา มีชายหนุ่มผู้หนึ่ง ซึ่งคาดว่าจะเป็นแม่ทัพผู้นั้น ซึ่งเป็นสามีของหลันเอ๋อร์หลันเอ๋อร์กระชับดาบในมือที่จ่อคอของสะใภ้บ้านฟงทั้งสองพร้อมคำรามลั่น “มอบชายชั่วผู้นั้นมาให้ข้า”“เอาไปเลย!” ฟงชินหยางและฟงจินหมิงคำรามพร้อมกันพลางเหวี่ยงแม่ทัพผู้นั้นส่งให้หลันเอ๋อร์คล้ายกับเหวี่ยงหุ่นไม้ไร้ค่าก็ไม่ปานเป็นความจริงที่ว่า สองพี่น้องบ้านฟงนั้นโกรธมาก จึงจัดการกับแม่ทัพผู้นี้จนหมดสภาพ เพื่อจับตัวมาแลกกับภรรยาอันเป็นที่รัก โดยไม่สนใจใครหน้าไหนทั้งนั้นหลันเอ๋อร์รีบปล่อยตัวประกันของต
จบประโยคยาวเหยียดนั้นของหลันเอ๋อร์ทุกสายตาของฮูหยินใหญ่แต่ละคนล้วนซับซ้อนแปลกประหลาดบางคนถึงกับหลุดแค่นเสียง หึ ออกมาหลันเอ๋อร์ยังคงเล่าต่อ“แน่นอนว่าข้าเชื่อลมปากของเขา เพียงแต่ต้องขอพิสูจน์ด้วยตาของตนเอง ข้าจึงใช้วิชาตัวเบาปีนหลังคาแล้วแอบมองเขายามร่วมรักกับภรรยาคนอื่นๆ และสิ่งที่ข้าได้เห็นสามีทำ ก็คือสายตาอบอุ่น รอยยิ้มจริงใจ คำพูดหวานล้ำ และกิจกรรมที่เขาทำกับภรรยาแต่ละนาง ไม่ว่าจะเป็นจุมพิตดูดดื่ม ขบเม้มตามส่วนต่างๆ ฝ่ามือที่ลูบไล้ส่วนเว้าส่วนโค้งอย่างหลงใหล กลางลำตัวที่ทำจังหวะ ก็ร่วมรักได้ร้อนแรงถึงใจ ซึ่งไม่แตกต่างจากที่ทำกับข้าเลยสักนิด เมื่อเสร็จสมทั้งสองฝ่าย เขายังก้มหน้าพรมจูบภรรยาทุกคนอย่างรักใคร่ ปากก็กล่าววาจาบอกไป ว่าให้ทำตัวดีๆ ปรนนิบัติสามีตามหน้าที่”หญิงสาวเว้นช่วงประโยคโดยการยกถ้วยชาขึ้นจิบแก้กระหายแล้วเล่าต่อ “อันที่จริงข้าควรพอใจ เมื่อสามีบอกว่ารักข้าเหนือใคร ถึงแม้เขาจะเป็นสามีที่รักภรรยาทุกนางอย่างเท่าเทียม เพียงแต่วันหนึ่ง เมื่อข้าตั้งครรภ์ สามีก็มีภรรยาเพิ่ม แน่นอนว่ายามข้าตั้งครรภ์ สามีย่อมมาหาข้าน้อยลง ข้าจึงเริ่มไม่สนใจเขา ข้าคิดแค่ว่าจะสนใจแค่ลูก
ฤดูใบไม้ผลิอากาศกำลังดีชินอ๋องแคว้นเป่ยฉีนามว่าฉีเล่อและพระชายาเฉิน นามว่าลี่หลินแจ้งข่าวมาว่า จะเดินทางกลับมาเยี่ยมบ้านฟง เพื่อพาท่านชายน้อยมาท่องเที่ยวหาท่านตาท่านยาย ฟงชินหยางและฟงจินหมิงจึงพาคนไปคอยอารักขายังดินแดนห่างไกล คงเหลือไว้เพียงสะใภ้ใหญ่และสะใภ้รองอยู่เหย้าเฝ้าเรือนดูแลสองผู้เฒ่าฟง และทำหน้าที่ออกงานสร้างสัมพันธ์ไมตรีระหว่างตระกูลต่างๆยามบ่ายวันนี้…มีงานเลี้ยงน้ำชาของฮูหยินบ้านหนึ่งที่หลิงเวยกับหลี่ลี่เหมยเป็นตัวแทนฮูหยินบ้านฟงไปร่วมงานงานเลี้ยงวันนี้จัดขึ้นที่โรงน้ำชาอันขึ้นชื่อเลื่องลือที่สุดของเมือง เจ้าของโรงน้ำชามีนามว่า หลันเอ๋อร์และก็เหมือนเฉกเช่นทุกครั้ง ที่มีงานเลี้ยงเมื่อใด จะต้องมีเหล่าฮูหยินมากมายได้ร่วมรับฟังและร่วมแบ่งปันประสบการณ์ชีวิตให้แก่กันฮูหยินคนที่หนึ่งเล่าจบ ฮูหยินคนที่สองเล่าตาม ฮูหยินคนที่สามเล่าบ้าง หมุนเวียนสลับสับเปลี่ยนกันไปทุกเรื่องราวที่เล่าก็ไม่พ้นเรื่องใหญ่ นั่นก็คือเรื่องของสามีพวกนางนั่นเองคำกล่าวที่ว่า เรื่องราวภายในของครอบครัวไม่ควรแพร่งพรายออกนอกเรือน ล้วนไร้ประโยชน์ เมื่อเหล่าฮูหยินทั้งหลายได้รวมตัวกัน โดยไร้ซึ่งหูตาของพ่อแม่ส
หญิงสาวบรรจงจัดแจงทุกสิ่ง เสื้อผ้าอาภรณ์ยังอบกลิ่นที่เขาชื่นชอบแต่อืม...ดึกป่านนี้แล้ว เหตุใดจินหมิงยังไม่มานะ?หลี่ลี่เหมยนั่งรอฟงจินหมิงกลับจากไปดูแลกิจการเหมือนดั่งเช่นทุกวันหากแต่วันนี้นั้น นางเตรียมการหลายอย่างตามที่ได้ร่ำเรียนมาทั้งยังเตรียมการยั่วยวนสามีพร้อมๆ กับสะใภ้ใหญ่อีกด้วยแต่ทว่าสามียังไม่กลับเสียที หลี่ลี่เหมยจึงอ่อนล้าจากการฝึกทำงานและทำอาหารที่ตนเองไม่เคยได้ทำมาก่อน หญิงสาวจึงเผลอหลับไปเมื่อใดไม่ทราบได้เมื่อฟงจินหมิงกลับเข้าเรือนมาก็รีบอาบน้ำชำระเหงื่อไคลตามวิสัยก่อนจะเดินเข้ามายังห้องนอนชั้นในให้เบาที่สุด เพื่อมิให้เป็นการรบกวนภรรยาระหว่างทางของห้องชั้นนอกเชื่อมต่อกับห้องชั้นใน ชายหนุ่มเดินมาหยุดมองอาหารมากมายบนโต๊ะที่เขารู้มาจากบ่าวรับใช้ ว่าหลี่ลี่เหมยลงมือทำเองทุกอย่าง โดยให้พี่สะใภ้ช่วยสอน ก็ให้รู้สึกอิ่มเอมใจนักเขาใช้เวลานั่งชิมอาหารฝีมือภรรยาทีละคำด้วยความเต็มใจ ถึงแม้ว่ารสชาติยังไม่ดีสักเท่าไหร่ แต่เขาก็กินทุกอย่างจนหมดเกลี้ยง ไม่เหลือแม้แต่ข้าวสักเม็ดเมื่อจัดการกับอาหารเสร็จสิ้น ฟงจินหมิงก็ล้างมือด้วยน้ำสะอาดที่ลอยกลีบดอกไม้หอมฟุ้ง บ้วนปากด้วยชาที่นา
ภายในห้องหนังสือของฟงหนิงอันและฟงหนิงเฉิงเสี่ยวชุ่ยกำลังนั่งร้องไห้น้ำตานองหน้าไม่ยอมกลับบ้านไปหาสามี เด็กน้อยทั้งสองเห็นสภาพของพี่สาวคนสนิทเป็นอย่างนี้ ก็พากันโวยวายว่าต้องการให้พี่เสี่ยวชุ่ยกลับบ้านไปหาพี่หย่งเหวินเพื่อที่ว่าจะได้ตั้งครรภ์ มีน้องๆ ออกมาวิ่งเล่นด้วยกันเสี่ยวชุ่ยส่ายหน้าระรัว น้ำ
เขาเริ่มต้นจากเบาๆ จนนางเสียวสะท้านอ่อนระทวย ก่อนจะค่อยๆ เพิ่มจังหวะพานางไต่ข้ามสะพานแขวนที่เบื้องล่างเป็นเหวสูง เบื้องบนเป็นผาชัน ด้วยเส้นทางอันแสนจะขรุขระ ทั้งยังลาดชันแต่กลับสร้างความหฤหรรษ์ไม่ธรรมดา การเดินทางของสองชายหญิงยังคงดำเนินต่อไปด้วยจังหวะอันแสนจะรัญจวน ก่อเกิดพลังงานแปลกประหลาดมากมา
ภายในห้องพักของหลี่ลี่เหมยหญิงสาวยังคงนอนนิ่งๆ ขมวดคิ้วพันกันจนยุ่งเหยิง นางกำลังรู้สึกคาใจกับท่าทีของฟงจินหมิงเป็นอย่างมาก มิรู้ได้ว่าเกิดเรื่องอันใดในจวนแห่งนี้หรือไม่เมื่อนอนคิดไปคิดมาอีกครู่หนึ่งจึงตัดสินใจลุกขึ้นแล้วเดินไปที่กระจกบานใหญ่เงาสะท้อนจากกระจกตรงหน้าเผยให้เห็นสตรีงดงามพิลาสเลิศล้
ภายในเรือนกลางของจวนที่มีสองผู้เฒ่ากำลังนั่งฟังคำรายงานเหตุการณ์ความวุ่นวายรุนแรงเมื่อครู่ที่ผ่านมา“ข้าน้อยแอบตามคุณหนูไปตลาดก่อนหน้านี้เจ้าค่ะ”เสี่ยวชุ่ยเริ่มเล่าต้นสายปลายเหตุให้ซินหรูกับฟงซือหลางฟังตั้งแต่แรกเริ่มเมื่อยามสายของวันนี้“ยามนั้นข้าน้อยกำลังดูแลคุณชายน้อยทั้งสองอยู่ในเรือน ครั้นเห












reviews