تسجيل الدخولแม่ทัพผู้เก่งกาจแต่กลับไม่มีศึกรบให้แสดงฝีมือ ในเมื่อว่างนักจึงต้องก่อศึกรักเพื่อเติมเต็มชีวิตให้มีรสชาติ ฝีมือด้านรักของเขาจะจัดหนักเท่าการรบหรือไม่ ติดตามอ่านได้ใน ว่างจากศึกรบมาจัดหนักศึกรัก โดย แม่นางว่างจิงจิง เรื่องนี้จะมีคู่หลักและคู่รอง โดยความสัมพันธ์เชื่อมโยงด้วยความเป็นเพื่อนสนิทซึ่งรู้ใจ เป็นแนวกรุบกริบ ดราม่านิดหน่อย จบแบบมีความสุขทั้งสองคู่ชู้ชื่นค่ะ
عرض المزيدว่างจากศึกรบมาจัดหนักศึกรัก
โดย แม่นางว่างจิงจิง
แม่ทัพผู้เก่งกาจแต่กลับไม่มีศึกรบให้แสดงฝีมือ
ในเมื่อว่างนักจึงต้องก่อศึกรักเพื่อเติมเต็มชีวิตให้มีรสชาติ
ฝีมือด้านรักของเขาจะจัดหนักเท่าการรบหรือไม่
ติดตามอ่านได้ต่อไปนะคะ
แนะนำตัวละคร
*ตวนมู่เจียว หญิงสาวเผ่านอกด่านซึ่งหากินด้วยการ หมักสุราและนำมาขายในเมืองซือซาน
*โยวหย่งคัง แม่ทัพพิทักษ์ชายแดนด่านตะวันออกของแคว้นเฉียวซึ่งอยู่ติดกับแคว้นต๋า
*เสาซิงอี แม่ค้าร้านอาหารเล็กๆซึ่งสนิทสนมกับตวนมู่เจียว
*เถิงฮวน รองแม่ทัพคู่ใจเพื่อนสนิทของแม่ทัพโยวหย่งคัง
*ลี่ปี้ คณิกาตัวเด็ดแห่งหอนางโลม
*ซุนหลี่ฮวา บุตรสาวเจ้าเมืองซือซาน
เรื่องนี้จะมีคู่หลักและคู่รอง โดยความสัมพันธ์เชื่อมโยงด้วยความเป็นเพื่อนสนิทซึ่งรู้ใจ
เป็นแนวกรุบกริบ ดราม่านิดหน่อย จบแบบมีความสุขทั้งสองคู่ชู้ชื่นค่ะ
----------------------------
นิยายเรื่องนี้แต่งขึ้นเพื่อความบันเทิง
เหมาะสำหรับนักอ่านซึ่งอายุเกิน18ปีขึ้นไปแล้ว
เนื้อเรื่องไม่ดราม่า ไม่มีเหตุผลมากนัก จบดีค่ะ
ชื่อคน ชื่อสถานที่ ไม่มีอยู่จริง สถานการณ์ต่างๆ ล้วนเป็นเรื่องสมมติจากจินตนาการ
หากชื่นชอบ กดหัวใจ กดเก็บเข้าชั้น กดโดเนท หรือคอมเมนต์ให้ไรต์เพื่อเป็นกำลังใจด้วยนะคะ
ขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจที่ส่งให้ค่ะ
จากใจนักเขียน
นิยายเรื่องนี้ได้ความคิดมาจากเมื่อคราวไปเที่ยวป้อมปราการอันสูงใหญ่ซึ่งตั้งอยู่บนเนินเขา กว่าจะปืนขึ้นไปถึงต้องผ่านบันไดหินซึ่งสึกกร่อนจนเป็นหลุมจากรอยเท้าม้าและยังมีรอยดาบกรีดเป็นทางตามกำแพงอันเป็นอนุสรณ์บ่งบอกการสู้รบซึ่งผ่านกาลเวลามาเนิ่นนาน
เมื่อมองลงมาเห็นชุมชนด้านล่างแล้วนึกภาพว่าเมื่อก่อนคงเป็นเพียงทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ คนที่ทำการรบอยู่ด้านบนจึงมองเห็นข้าศึกแต่ไกล
แต่ตอนนี้ไม่มีการรบแบบนั้นอีกแล้ว พื้นที่ต่างๆ จึงถูกปรับเปลี่ยนเป็นหมู่บ้านให้คนได้อยู่อาศัยทำมาค้าขายสืบต่อกันมา
นักเขียนได้มีโอกาสเดินเล่นในเมืองเก่าอันอบอุ่นจากนั้นจินตนาการก็หลั่งไหลพรั่งพรูออกมาจนกลายเป็นนิยายเรื่องนี้
หวังว่านักอ่านจะชื่นชอบนะคะ
แม่นางว่างจิงจิง
บทส่งท้ายฉีฟางหลิงรีบอาศัยข้ออ้างที่นางทำความดีเอาไว้กับลงทุนคุกเข่าขอร้องผู้ใหญ่หลายคน ทั้งไทเฮา ฮองเฮา เสียนเฟย กระทั่งสนมหลี่เพื่อให้ช่วยเจรจากับฮ่องเต้“อีกแล้วหรือ คราวที่แล้วก็โวยวายจะแต่งงาน สุดท้ายเป็นอย่างไร เกือบเอาชีวิตไม่รอด คราวนี้ต้องไปอยู่ต่างบ้านต่างเมือง หากโดนรังแกขึ้นมาคงไม่มีผู้ใดตามไปช่วยได้” เสด็จลุงขององค์หญิงฉางเล่ออ้างเหตุผลที่ไม่ยินยอมจนคนอื่นต่างอึกอักแต่ฉีฟางหลิงกลับเอ่ยเสียงเบาราวไม่ต้องการต่อว่าผู้ใดแต่น้ำเสียงช่างเจ็บปวดนัก“ถึงอยู่แคว้นต้าไห่ก็ไม่เคยมีผู้ใดมาช่วยนอกจากองค์ชายต่างแคว้นนะเพคะ ยามใกล้ตายครั้งนั้นเพียงได้เห็นหน้าเขา หลานก็มั่นใจแล้วว่าเขาไม่ใช่คนที่จะรังแกหลานอย่างแน่นอนทั้งยังจะคอยปกป้องอย่างดีที่สุดดังนั้นครั้งนี้ย่อมไม่เหมือนคราวก่อน ขอเสด็จลุงอนุญาตด้วยเถิดเพคะ”ได้ยินประโยคแห่งความจริง ฮ่องเต้ย่อมสะอึกสุดท้ายจึงโบกมือไล่แต่ยังคงรับปาก“ในเมื่ออยากแต่งก็ตามแต่ใจเจ้าเถอะ”หลังจากนั้นไม่กี่วันคำอนุญาตให้มีการแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์จึงถูกประกาศออกมาขณ
ตอนที่ยี่สิบสาม รางวัลและการลงโทษองค์ชายห้าที่ถูกปรักปรำได้รับการปล่อยตัวออกมาแล้วแต่สภาพของเขาช่างหนักหนาอย่างน่าสงสารขุนนางที่ติดร่างแหจำนวนมากด้วยไม่ว่าเรื่องความผิดใดล้วนเกี่ยวโยงไปหลายสกุล ถูกลากมารับความผิดทั้งหนักทั้งเบาจนสั่นสะเทือนไปทั้งท้องพระโรงคนในสกุลหลี่เองย่อมไม่อาจหลุดพ้นด้วยข้อหาหนักที่สุดคือ กบฏ พวกเขาต่างโดนโบยลงทัณฑ์อย่างหนักเพื่อให้สารภาพความผิดและถูกประกาศโทษประหารทั้งตระกูลองค์หญิงฉางเล่อกลับคืนสู่ฐานะตำแหน่งและอ้อมอกอันอบอุ่นของไทเฮาและเสด็จแม่บุญธรรม พร้อมราชโองการยกเลิกการแต่งงานกับหลี่เฉียงโดยฮ่องเต้ทรงออกประกาศว่านั่นคือแผนการเสียสละตนเองขององค์หญิงด้วยการยอมลดตัวลงไปสืบหาผู้ก่อกบฏในจวนสกุลหลี่จนสามารถกวาดล้างได้ในที่สุดทั้งฮ่องเต้ยังพระราชทานรางวัลให้แก่องค์หญิงฉางเล่ออีกจำนวนมากเพื่อตอบแทนความเหนื่อยยากของนางฮองเฮากับองค์ชายรัชทายาทย่อมต้องมอบของขวัญให้อีกไม่น้อย ด้วยการที่โค่นล้มเต๋อเฟยกับองค์ชายสามลงได้ย่อมเป็นประโยชน์แก่พวกเขาโดยไม่เหนื่อยแรงนับจากคืนนั้น สายต่างๆ ที่แฝงตัวอยู่ในแคว้นต้าไห่ได้ขยับเคลื่อนตัวอย่างรุนแรง บางส่วนหาทางหลบซ่อนตัวตนใ
ตอนที่ยี่สิบสอง เปิดตัวหลังจากนั่งลงเรียบร้อย ไทเฮาจึงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียดเมื่อไม่กี่วันก่อน สนมเสียนเฟยมาขอเข้าเฝ้าพร้อมจดหมายจากบิดาแม่ทัพใหญ่แม่ทัพจิ้นเหอเล่าตามคำบอกกล่าวขององค์หญิงฉางเล่อทุกคำทั้งยังแนบหลักฐานความผิดหลายข้อของเต๋อเฟยกับองค์ชายสามมาด้วยจากนั้นขันทีเฒ่าจากตำหนักเต๋อเฟยจึงลอบมาขอเข้าเฝ้าทั้งนำหลักฐานเพิ่มเติมมาแสดง และด้วยความสัมพันธ์อันดีกับขันทีตำหนักอื่น ขันทีเฒ่าจึงติดต่อสนมหลี่เพื่อให้มาเป็นพวกด้วยอีกคนแน่นอนว่าในฐานะย่าขององค์ชายสาม ไทเฮาย่อมไม่อยากให้หลานชายต้องรับความผิดใหญ่หลวง แต่เรื่องนี้เกี่ยวพันถึงแว่นแคว้นและหลานคนอื่น นางจึงต้องตั้งตัวตรงผดุงความยุติธรรมแล้วดำเนินตามแผนการที่แม่ทัพใหญ่จิ้นเหอส่งมาทางเสียนเฟยเป็นระยะหลังจากองค์หญิงฉางเล่อกราบทูลเล่ารายละเอียดให้กับเสด็จย่ากับเสด็จแม่ได้รับฟังแล้ว นางจึงหันไปทางขันทีที่ยังยืนสงบเสงี่ยมเพื่อเปิดตัวเขา“องค์ชายหก ‘ลู่หวังเหว่ย’ เพคะ”ใช่แล้ว... ชายหนุ่มผู้นี้คือองค์ชายหกผู้แสนดีที่สุดแม้เขาอาจจะโหดร้ายกับคนอื่นก็ตามจู่ๆ ก็มีองค์ชายต่างแคว้นมาคุกเข่าทำความเคารพ ทั้งไทเฮาและเสียนเฟยย่อมมีสีห
ตอนที่ยี่สิบสอง เปิดตัวเพียงแต่ องค์หญิงฉางเล่อนางนี้กลับไม่ได้อ่อนแออย่างที่เขาเคยคิดไว้ นางไม่ได้รอให้เขาปกป้องหรือเป็นฝ่ายโดนรังแกอยู่ฝ่ายเดียวอีกแล้ว“พี่เหว่ยไม่ต้องกังวล ครั้งนี้ข้าหาใช่เหยื่อที่ไร้เขี้ยวเล็บและโดนวางไว้กลางลานเพื่อรอให้พวกเขาเหยียบย่ำกระทำตามอำเภอใจอีกต่อไป”“หากน้องหลิงมั่นใจ จงจำไว้ว่าพี่จะคอยระวังอยู่ด้านหลังเสมอ หากเขากล้าแตะต้องเจ้าแม้แต่นิดเดียว พี่จะปิดม่านนี้ด้วยเลือดของพวกเขาเอง”องค์ชายหกให้คำมั่นซึ่งฉีฟางหลิงย่อมมั่นใจในคำสัญญานั้น และนั่นจึงทำให้นางกล้าที่จะยอมโดนจับตัวมาอีกครั้งองค์ชายสามกำลังจะผวาตามร่างบางที่ขยับเคลื่อนห่างมือแต่กลับถูกคว้าตัวไว้แล้วเหวี่ยงไปรวมกับเต๋อเฟยด้วยฝีมือของขันทีเฒ่าซึ่งแลไร้เรี่ยวแรงเต๋อเฟยตะลึงมองขันทีแก่ไร้ความสำคัญซึ่งมักโดนตวาดว่าเชื่องช้าน่ารำคาญ แต่ด้วยเขาเป็นคนเก่าแก่ซึ่งรู้จักคนมากมาย นางจึงเก็บไว้ใช้สอยเพื่อคอยวิ่งประสานงานผู้ใดจะคิดถึงว่าขันทีประจำตำหนักเต๋อเฟยผู้ไม่มีอะไรน่าจดจำผู้นี้ แท้จริงแล้วคือสายอีกคนของลู่หวังเหว่ยซึ่งถูกซื้อตัวไว้นานแล้ว ทั้งเขายังเคยติดหนี้บุญคุณ ฉางอ๋อง บิดาขององค์หญิงฉางเล่อจ
ตอนที่สิบ รีบช่วยสิมู่หรงเหว่ยไม่ได้ปล่อยให้หญิงสาวสัมผัสความเสียวอยู่คนเดียวเนิ่นนานนักด้วยบุกจู่โจมด้วยแท่งร้อนแข็งชูชันที่จดจ่ออยู่กลางร่องแดงฉ่ำที่เพิ่งโดนเลียอย่างหนักจนบวมเป่งของแข็งใหญ่ถูกดันเข้าไปในร่องบุปผาสีหวานที่กำลังตอดถ
ตอนที่สี่ รู้สึกดีเช่นนี้เอง โยวหย่งคังสรุปเองก่อนจะถอดกางเกงที่เหลือติดกายจนมังกรตัวเขื่องเด้งผงาดขึ้นชี้หน้าตวนมู่เจียวตาเหลือกตะเกียกตะกายพุ่งหนีก่อนจะถูกลากขากลับมาด้วยแรงที่มากกว่า“ปล่อยข้า ข้ากลัวแล้ว” หญิงสาวร้องอ้อนวอนเสียงสั่นแม้จะเคยลอบดูการร่วมรักของเหล่าคณิกา แต่ภาพที่เห็นย่อมเป็นแ
ตอนที่สาม ว่างมาก แม่ทัพหนุ่มเดินตรงเข้าไปยังห้องนอนพลางจับหญิงสาวโยนลงบนเตียงจนผ้าคลุมกายหลุดลุ่ยออกมาตวนมู่เจียวรีบใช้มือดึงผ้าปิดปากออกแล้วคลุมผ้าทั้งบนทั้งล่างเพื่อไม่เปิดเผยความขาวนวลเนียนของร่างกาย“ถึงจะเป็นแม่ทัพ แต่จู่ๆจะจับผู้คนมาตามอำเภอใจไม่ได้ ข้ามิได้ทำเรื่องใดผิด ที่สำคัญคือข้าไม่
ตอนที่สอง แม่ทัพพิทักษ์ชายแดนโยวหย่งคังมองน้ำตาซึ่งคลอหน่วยอย่างเสแสร้งของคณิกาสาวก่อนจะสะบัดมือทิ้งแล้วลุกขึ้นผลุนผลันออกไปโดยไม่ใส่ใจเสียงเรียกของทั้งลี่ปี้คนงามและเถิงฮวน“ข้าทำสิ่งใดผิดหรือ นายท่านโยวจึงโกรธกริ้วเช่นนั้น” ลี่ปี้เสแสร้งตกใจจนเกินจริงก่อนจะถลาไปซบอกเพื่อให้เถิงฮวนปลอบโยน“เขาก็

















