Masukกุลจิราเป็นเพียงภรรยาที่ภวินท์ใช้เงินซื้อมา เพราะครอบครัวเธอต้องจำยอมใช้เรือนร่างชดใช้หนี้บุญคุณเขาไปชั่วชีวิต “คืนนี้ก็ทำหน้าที่ภรรยาของคุณซะ แล้วก็ต้องทำให้ผมพอใจด้วยล่ะ” หญิงสาวนั่งนิ่งอยู่บนเตียงในห้องที่ตกแต่งไว้อย่างหรูหรา รู้สึกราวกับเพิ่งถูกกระชากวิญญาณออกจากร่าง ที่แห่งนี้ไม่ต่างอะไรจากกรงสวยงามที่มีเอาไว้กักขังเธอ น่าสมเพชสิ้นดี หญิงสาวมองตัวเองที่สะท้อนในกระจก ใบหน้างดงามฉายชัดถึงความกล้ำกลืนฝืนใจ น้ำตาหยดหนึ่งไหลลงอาบแก้ม ตอกย้ำว่าหลังจากค่ำคืนนี้ไป เธอจะเป็นเพียงนกในกรงของเขา ไร้ซึ่งอิสรภาพ ไร้ซึ่งความรักที่ผู้หญิงคนหนึ่งควรได้รับจากสามี "อ้าขาออกอีก คืนนี้ผมจะกระแทกคุณให้หนักๆ" นิยายรักโรแมนติก พระเอกปากร้าย นางเอกมีความอวดดีและปากดี ไม่ได้อ่อนแอจนเกินไป เรื่องนี้ไม่มีนอกกาย นอกใจ
Lihat lebih banyakสายลมเย็นเยียบของปลายฤดูฝนพัดผ่านหน้าต่างบานสูงในคฤหาสน์หลังใหญ่ สัมผัสแผ่วเบากับผิวแก้มของหญิงสาวผู้ยืนเหม่อมองออกไปที่สวนหย่อม
เจ้าของร่างเล็กสวมชุดเจ้าสาวสีงาช้างสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามกลืนก้อนสะอื้นที่เกาะอยู่ตรงลำคอให้จมหาย
กุลจิราเลือกชุดเจ้าสาวจากร้านพรีเวตดิ้งด้วยตัวเอง แม้จะรู้ดีว่าไม่ใช่วิวาห์ที่วาดฝันไว้ เธอก็ยังอยากให้ตัวเองดูดีที่สุดในวันสำคัญของชีวิต
ความเงียบงันภายในห้องนอนของคฤหาสน์หลังใหญ่มีเพียงเสียงนาฬิกาบนผนังที่เดินเป็นจังหวะ
รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ คำพูดชื่อชมเธอจากแขกเหรื่อในงานที่จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ที่โรงแรมหรูในค่ำคืนที่ผ่านมา คงเป็นเพียงฉากละครฉากหนึ่ง
กุลจิรายังจำสายตาแขกในงานนับร้อยที่มองมายังเธอได้ดี
บางคนยินดี หลายคนอิจฉา บ้างหัวเราะเยาะเมื่อลับจากสายตาเธอ
ภวินท์ เศรษฐวินิจ
ซีอีโอหนุ่มไฟแรง เจ้าของ PSW Asset Group บริษัทอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ที่ไม่มีใครจะไม่รู้จักในเวลานี้
ภวินท์เป็นเจ้าบ่าวของเธอ คนที่ยืนเคียงข้างเธอกลับทำตัวเย็นชาเสียจนกุลจิราอยากวิ่งหนีออกไปจากตรงนี้ หากไม่ติดว่าภวินท์คือคนที่ยื่นมือเข้ามาใช้หนี้ก้อนใหญ่ให้กับครอบครัวของเธอที่กำลังจะล้มละลาย
“เจ้าสาวมองกล้องนี้หน่อยครับ” กุลจิราฝืนยิ้มรับช่างถ่ายภาพทั้งที่ตอนนี้หัวใจของเธอราวกับมีก้อนหินขนาดใหญ่ถ่วงรั้งอยู่
เพื่อช่วยเหลือครอบครัวในครั้งนี้ ภายในชั่วข้ามคืนกุลจิราต้องยอมสูญเสียอิสรภาพทุกอย่างในชีวิต
เสียงเปิดประตูห้องดังเข้ามา เจ้าของเสียงฝีเท้าปรากฏกายพร้อมกับคำพูดเย็นชาดุจน้ำแข็ง
กุลจิราดังสติตัวเองกลับมาอย่างรวดเร็ว
“ตอนอยู่ในงานผมเห็นคุณไม่ยิ้มเลย ผมบอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าคืนนี้คุณต้องทำตัวให้เป็นเจ้าสาวที่มีความสุขที่สุด” หญิงสาวหันไปมองเจ้าของร่างสูงในชุดทัคซิโด้เรียบหรู
สีหน้าของเธอราบเรียบ หากแต่ในใจกลับสะท้านวาบเหมือนเพิ่งโดนคมมีดเฉือนผ่าน เมื่อเห็นแววตาเย็นชาของชายหนุ่ม
“ฉันก็ยิ้มตลอดตามที่คุณสั่งนี่คะ” น้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าความดื้อรั้นกลับฉายชัดในแววตา
ชายหนุ่มในสูทสีเข้มก้าวเข้ามาใกล้ รูปร่างของภวินท์สง่างาม สมกับเป็นผู้บริหารหนุ่มเนื้อหอม มากด้วยความสามารถ
เขาอายุเพียงสามสืบสามปีแต่ประสบความสำเร็จในชีวิต เป็นที่ยอมรับในแวดวงธุรกิจ
แต่ในความสมบูรณ์และน่าเกรงขามนี้เองที่ทำให้เขาเป็นชายหนุ่มที่กุลจิราคิดว่าตัวเธอไม่ควรเข้าใกล้
“อย่าลืมว่าผมซื้อคุณมาด้วยเงินห้าสิบล้าน ซึ่งเป็นเงินที่ชาตินี้ทั้งชาติคุณก็หามาใช้ผมไม่ได้ เพราะงั้นคุณก็ควรจะทำตัวให้ฉลาดหน่อย อย่าพูดอะไรที่จะทำให้ตัวเองเดือดร้อน” กุลจิรากำมือแน่น เธอหันกลับไปมองเขาด้วยแววตาที่มีประกายแข็งกร้าวเด่นชัดอยู่ในนั้น
“ไม่ต้องห่วงค่ะ ฉันจะหาเงินมาใช้หนี้คุณจนครบทุกบาททุกสตางค์แน่นอนค่ะ” ชายหนุ่มแค่นหัวเราะ น้ำเสียงนั้นคล้ายกำลังเย้ยหยันเธออย่างเห็นได้ชัด
ร่างสูงก้าวเข้ามาใกล้กุลจิราจนเกือบจะแนบชิดกับเธอ ได้กลิ่นน้ำหอมอบอวลกับแอลกอฮอล์ร้อนแรงจากตัวเขา นิ้วเรียวดันปลายคางของเธอให้เงยขึ้น
“ถ้าคุณมีปัญญาหาเงินมาได้จริงๆ คุณคงไม่มายืนอยู่ตรงนี้หรอก กุลจิรา” หัวใจของหญิงสาวถูกบีบรัดแน่นเมื่อได้ฟังคำพูดเย้ยหยัน แต่ริมฝีปากยังคงยกยิ้มบางอย่างคนที่ถือดี
“ค่ะ ฉันคงไม่มีปัญญาจะใช้หนี้คุณ ฉันเป็นแค่ผู้หญิงต่ำต้อยที่คุณยอมจ่ายห้าสิบล้านแถมยังให้ฉันได้มาอยู่ในตำแหน่งภรรยาอันสูงส่งของคุณ ดังนั้นต่อไปนี้ถ้าคุณต้องการให้ฉันทำอะไรก็เชิญสั่งมาได้เลยค่ะ ฉันจะทำด้วยความเต็มใจ” แม้ในอกจะกล้ำกลืนฝืนทนเพียงใดแต่กุลจิราก็ไม่ได้แสดงความอ่อนแอออกมาให้ชายหนุ่มเห็นแม้แต่น้อย
ต่อให้เธอจะถุกลดทอนคุณค่า เป็นผู้หญิงที่ไร้ค่าไร้ศักดิ์ศรีเพราะใช้เรือนร่างแลกกับเงินก้อนโต เธอก็จะไม่อ้อนวอนขอความเห็นใจจากเขาเด็ดขาด
ภวินท์นิ่งไปครู่หนึ่ง แววตาเหมือนคนที่อยากพูดบางอย่าง หากแต่สุดท้ายเขากลับหมุนตัวเดินออกจากห้องไปหลังจากออกคำสั่งนี้กับเธอ
“คืนนี้ก็ทำหน้าที่ภรรยาของคุณซะ แล้วก็ต้องทำให้ผมพอใจด้วยล่ะ” หญิงสาวนั่งนิ่งอยู่บนเตียงในห้องที่ตกแต่งไว้อย่างหรูหรา รู้สึกราวกับเพิ่งถูกกระชากวิญญาณออกจากร่าง
ที่แห่งนี้ไม่ต่างอะไรจากกรงสวยงามที่มีเอาไว้กักขังเธอ
น่าสมเพชสิ้นดี
กุลจิรามองตัวเองที่สะท้อนในกระจก ใบหน้างดงามฉายชัดถึงความกล้ำกลืนฝืนใจ
น้ำตาหยดหนึ่งไหลลงอาบแก้ม ตอกย้ำว่าหลังจากค่ำคืนนี้ไป เธอจะเป็นเพียงนกในกรงของเขา ไร้ซึ่งอิสรภาพ ไร้ซึ่งความรักที่ผู้หญิงคนหนึ่งควรได้รับจากสามี
กุลจิราปาดน้ำตาออกจากใบหน้าเมื่อตระหนักได้ว่าตัวเองกำลังแสดงความอ่อนแอออกมา เธอหยิบกล่องขนาดเล็ก จากลิ้นชักโต๊ะเครื่องแป้ง สิ่งเดียวที่เธอนำติดตัวมาด้วย
ภายในบรรจุภาพถ่ายเก่า ๆ กับสร้อยคอราคาไม่กี่บาทที่บิดาเคยซื้อให้ตอนเด็ก
มันอาจไม่มีคุณค่าสำหรับคนอื่น แต่สำหรับเธอมันคือสิ่งมีค่าที่สุดในชีวิตเมื่อบัดนี้บิดาของเธอได้จากโลกนี้ไปแล้ว
ก๊อก ๆ ๆ
เสียงเคาะประตูดังขึ้น ประตูห้องถูกเปิดเข้ามาช้า ๆ โดยคนรับใช้ในวัยกลางคน
“ทนายอนุชามาถึงแล้วค่ะ” ป้าลำดวน แม่บ้านคนเก่าคนแก่ของตระกูลเศรษฐวินิจเอ่ยบอกหญิงสาวด้วยใบหน้าที่เป็นมิตร
แม้ว่าเธอจะตบแต่งเข้ามาในบ้านหลังนี้โดยไร้ซึ่งความรักจากเจ้าของบ้าน ชีวิตหลังจากนี้ยังไม่รู้ว่าต้องเจอกับอะไรบ้าง แต่โชคดีที่คนรับใช้ของที่นี่ยังพอมีไมตรีต่อเธออยู่บ้าง
หญิงสาวขมวดคิ้วมุ่นเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้าโดยไม่ให้มากความ เธอเดาว่าทนายประจำตระกูลคงจะมากลางดึกด้วยเรื่องสำคัญ
เวลาเกือบตีหนึ่งหลังจากงานวิวาห์ยิ่งใหญ่เพิ่งจบลง แสงไฟสีอุ่นในโถงรับแขกส่องสว่าง
ภวินท์นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังตัวใหญ่ เชิ้ตสีขาวปลดกระดุมบนสองเม็ดแรก ท่าทางดูผ่อนคลาย ทว่าแววตากลับนิ่งลึก
ทนายในวัยกลางคนในสูทเข้มที่นั่งถัดมา กำลังจัดแฟ้มเอกสารบนโต๊ะ
“ผมเป็นทนายประจำตระกูล ดูแลเรื่องมรดกและสัญญาต่างๆให้กับคุณภวินท์” น้ำเสียงของทนายนุ่มนวล ชัดถ้อยชัดคำ กุลจิราเพียงพยักหน้ารับ
“เนื่องจากคุณภวินท์ต้องการให้การแต่งงานในครั้งนี้ชัดเจน คืนนี้ผมเบยต้องรบกวนเวลาพักผ่อนของคุณกุลจิราสักครู่นะครับ” กุลจิรานั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับชายหนุ่ม ชำเลืองมองฝ่ายนั้นที่ไม่ได้แม้แต่จะเหลือบสายตามองมา ก่อนจะหันกลับมามองเอกสารในแฟ้มก่อนที่ทนายจะพูดต่อ
“รายละเอียดต่างๆที่ผมจะแจ้งให้ทั้งสองคนทราบมีดังนี้นะครับ ข้อตกลงภายหลังการแต่งงาน เมื่อทั้งสองฝ่ายยังไม่ได้จดทะเบียนสมรส
ข้อหนึ่ง การแต่งงานครั้งนี้เป็นข้อตกลงร่วมกันของทั้งสองฝ่ายโดยความสมัครใจ
ข้อสอง เมื่อทั้งสองคนยังไม่ได้จดทะเบียนสมรส จึงไม่มีผลผูกพันกันทางกฎหมาย คุณกุลจิราจะไม่มีสิทธิ์ใดๆในทรัพย์สินทั้งหมดของคุณภวินท์
ข้อสาม สิทธิ์ที่คุณกุลจิราจะได้รับ มีดังต่อไปนี้
สามารถพำนักในคฤหาสน์เศรษฐวินิจได้ โดยมีห้องนอนส่วนตัวและได้รับการคนดูแลตามสมควรในฐานะภรรยา หากคุณกุลจิราต้องการอะไรป้าลำดวนจะเป็นคนคอยจัดการหาให้ตามสมควร
คุณกุลจิรายังเป็นพนักงานของบริษัท PSW Asset Group และได้รับเงินเดือนตามเดิม ส่วนการปรับเงินเดือนหรือเงินโบนัสจะได้รับตามผลงานและความสามารถซึ่งเป็นไปตามโครงสร้างของบริษัท
สิ่งที่คุณกุลจิรา ไม่มีสิทธิ์
ข้อที่หนึ่ง ไม่ได้รับเงินใด ๆ จากฝ่ายชาย นอกเหนือจากเงินเดือนในบริษัท
ไม่มีสิทธิ์เรียกร้องทรัพย์สินหรือเงินเพิ่มเติมในอนาคต เนื่องจากคุณภวินท์ได้ชำระใช้หนี้สินจำนวนห้าสิบล้านบาทให้กับครอบครัวของคุณกุลจิราเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนกับการแต่งงานในครั้งนี้ ซึ่งคุณกุลจิราได้ยอมรับในข้อตกลงนี้ก่อนการแต่งงานจะเกิดขึ้นแล้ว โดยมีนายก้องเกียรติ วงษ์เสวตและนาง กานต์ดา วงษ์เสวต บิดามารดาของคุณกุลจิราเป็นพยานขณะทำสัญญา
ไม่มีสิทธิ์ใช้นามสกุล เศรษฐวินิจ เว้นแต่มีการจดทะเบียนสมรสอย่างถูกต้องในอนาคต
หากมีบุตรเกิดขึ้นระหว่างนี้ จะมีการพิจารณาด้านสิทธิ์ทางกฎหมายที่เป็นผลประโยชน์โดยตรงต่อบุตรที่เกิดมาตามกฎหมาย
ความเงียบแผ่ปกคลุมทั่วโถงรับแขกทันทีที่ทนายพูดจบ
เสียงเคาะปากกาลงบนโต๊ะดังขึ้นเบา ๆ ในขณะที่ทนายอนุชาหยิบเอกสารออกมาจากแฟ้มหนังสีเข้มส่งให้หญิงสาว
กุลจิราเปิดอ่านเพียงผ่าน ๆ โดยไม่ได้โต้แย้งอะไร
“ถ้าไม่มีข้อโต้แย้ง คุณกุลจิราเซ็นชื่อรับทราบที่ตรงนี้ครับ” หญิงสาวเงียบในชั่วครู่นั้น ดวงตาคู่สวยจดจ่ออยู่กับกระดาษตรงหน้า
ก่อนจะก้าวเข้ามาเหยียบบ้านหลังนี้ กุลจิรารู้แก่ใจอยู่แล้ว
เธอเป็นเพียงภรรยาในนาม เป็นเพียงผู้หญิงที่เขาใช้เงินซื้อตัวมา
เขายื่นข้อแสนอการแต่งงานเพราะรู้ดีว่าครอบครัวของเธอไม่มีความสามารถในการใช้หนี้ สิ่งเดียวที่จะทดแทนได้คือเรือนร่างของเธอ
หญิงสาวยกมือขึ้น แม้จะลังเลในเสี้ยววินาทีนั้น หากแต่สุดท้ายปลายปากกาก็ถูกขีดเขียนลงบนสัญญาในที่สุด
ทนายอนุชารวบแฟ้มเอกสารไปเก็บในกระเป๋าหนังเงียบ ๆ ก่อนจะหันไปบอกกับชายหนุ่มสุภาพ
“ถ้าไม่มีอะไรเพิ่มเติม ผมขอตัวกลับก่อนนะครับ” ภวินท์พยักหน้าให้กับชายวัยกลางคน ในขณะที่กุลจิราก้มศีรษะเล็กน้อยเป็นการส่งแขก
ทนายประจำตระกูลกลับออกไปแล้ว เวลานี้ภายในโถงรับแขกถูกความเงียบเข้าปกคลุม
กุลจิรารู้สึกราวกับตัวเองเป็นเพียงเครื่องประดับบนผนัง
ไม่มีตัวตน ไม่มีสิทธิ์ใด ๆ ในคฤหาสน์หลังนี้
ไม่ใช่นางเอกในนิยายที่เธอเคยอ่าน
ไม่ใช่ภรรยาที่ได้รับความรักจากสามี
กุลจิรายังคงนั่งเงียบ กัดริมฝีปากไว้เพื่อกลืนทุกความรู้สึกลงในอก เสียงทุ้มต่ำของเขาก็ดังขึ้นอย่างเยือกเย็น
“ตามผมขึ้นไปบนห้อง ขึ้นไปทำหน้าที่ของคุณให้เสร็จๆเพราะพรุ่งนี้ผมมีประชุมตอนเช้า”
“อ้าว ตื่นแล้วเหรอลูก” พิศมัยหันมาเห็นเธอเข้าในจังหวะนั้นรอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏอยู่บนใบหน้าของหญิงวัยกลางคนกุลจิราวางสีหน้าไม่ถูกอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเดินเข้าไปสายตาของเธอชำเลืองมองภวินท์เล็กน้อยชายหนุ่มกำลังวางต้นหอมที่หั่นเสร็จแล้วลงในชามเซรามิกที่เตรียมไว้“หิวหรือยัง” พิศมัยถามขึ้น“ค่ะ” เธอคลี่ยิ้มบาง ๆ ขณะตอบ“ขึ้นไปอาบน้ำสิ แม่ทำกับข้าวใกล้จะเสร็จพอดี” คนเป็นแม่มองสภาพลูกสาวที่เพิ่งตื่นนอน ก่อนจะหันไปมองภวินท์ที่เวลานี้อาบน้ำเรียบร้อยแล้วก็อดยิ้มไม่ได้เหมือนจะรู้ตัว กุลจิรารีบยกมื้อขึ้นมาจัดทรงผมของตัวเอง ก่อนจะกระแอมในลำคอเบา ๆ“งั้นน้ำขึ้นไปอาบน้ำก่อนนะคะ” พิศมัยพยักหน้ารับ เธอหันหลัง ก้าวออกไปแบบกึ่งเดินกึ่งวิ่งทว่าความสงสัยยังวนเวียนอยู่เต็มหัว ขณะก้าวเท้าเหยียบขั้นบันไดไปยังชั้นบนเปิดประตูเข้ามาในห้องก็จัดการถอดชุดนอนบนตัวออก ตั้งใจจะใช้เวลาอาบน้ำไม่นานแต่พอเดินเข้าไปในห้องน้ำ เธอก็พบว่าโฟมล้างหน้าหลอดใหม่ที่เพิ่งซื้อเมื่อวานนี้ไม่ได้
ภวินท์ออกมาในสภาพที่ทำให้หญิงสาวเบือนหน้าหนีแทบไม่ทันร่างสูงเปลือยท่อนบน มีเพียงผ้าเช็ดตัวผืนเดียวพันอยู่ที่เอว เผยให้เห็นแผงอกแน่นหนั่นที่หยดน้ำยังเกาะพราว ไล่จากลำคอไหลลงตามแนวกล้ามเนื้ออันแข็งแรงเจ้าของใบหน้าหล่อเหลาก้าวช้า ๆ ไปที่หน้าตู้หลังเล็ก หยิบเสื้อยืดสีขาวออกจากไม้แขวนเสื้อก่อนจะสวมมันผ่านศีรษะเนื้อผ้าแนบไปกับอกกว้างของชายหนุ่มกุลจิราพยายามจะไม่สนใจ พลิกตัวหันหลังให้เขา แต่ใบหน้ากลับผ่าวร้อนขึ้นมาชายหนุ่มเห็นอากัปกิริยาของคนบนเตียงทุกอย่าง มุมปากหยักหนาโค้งขึ้น เขาค่อย ๆ ดึงผ้าเช็ดตัวออกจากเอวสอบเพรียวสวมมันอย่างไม่รีบร้อนนัก ราวกลับจะประวิงเวลาเอาไว้สายตาคมกริบชำเลืองมองไปที่แผ่นหลังของเธอสวมใส่เสื้อผ้าเรียบร้อยแล้วก็ทิ้งตัวลงนั่งที่เตียง แสงไฟวอร์มไลท์จากหัวเตียงส่องกระทบใบหน้าของทั้งคู่ร่างเล็กนอนตะแคงอยู่ในท่าเดิม กอดหมอนข้างแนบอกไว้หลวม ๆ ดวงตาคู่สวยยังเปิดอยู่ทว่าคนที่นั่งทำงานก่อนหน้านี้กลับเอนตัวลงนอนข้างเธอ ไม่ได้ดึงผ้านวมขึ้นมาห่ม เว้นระยะห่างไว้เล็กน้อยกุลจิราขยับตัวให้ห่างจากเขา แต่กลับถูกฝ่ายนั้นต่อว่า“หันหน้ามา ผมไม่ชอบให้ใครนอนหันหลังให้” ยอมทำตามแ
หลังจากมื้อค่ำจบลง บ้านทั้งหลังก็ค่อย ๆ กลับเข้าสู่ความเงียบสงบเหมือนอย่างเช่นทุกวันเสียงโทรทัศน์จากห้องรับแขกดังแว่วมาบ้างเป็นระยะ ก่อนจะเงียบหายไปเมื่อพิศมัยขึ้นไปพักผ่อนภายในห้องนอน กุลจิรานั่งอยู่บนปลายเตียง มือข้างหนึ่งถือผ้าขนหนูผืนเล็ก ขยี้เส้นผมที่ยังเปียกชื้นอยู่จากการอาบน้ำสายตาเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างความเงียบภายในห้องทำให้เธอเริ่มรู้สึกแปลก ๆ ขึ้นมาคืนนี้เธอต้องนอนห้องเดียวกับภวินท์เพียงแค่คิด หัวใจก็รู้สึกหนักอึ้งอย่างบอกไม่ถูกเธอไม่ได้หวาดกลัวผู้ชายคนนั้น แต่เธอไม่รู้ว่าควรจะวางตัวอย่างไรมากกว่าตลอดเวลาที่แต่งงานกันมา ภวินท์ขีดเส้นแบ่งพื้นที่ของเขากับเธอไว้อย่างชัดเจนห้องนอนของเธอถูกแยกออกมาต่างหาก ไม่ใช่คู่สามีภรรยาทั่วไปที่นอนร่วมห้องเดียวกันขณะที่ความคิดกำลังไหลเวียนเสียงเปิดประตูห้องก็ดังขึ้น กุลจิราชะงัก ก่อนจะหันไปมองตามสัญชาตญาณร่างสูงก้าวเข้ามาในห้อง เดินผ่านกุลจิราไป วางโทรศัพท์และกระเป๋าสตางค์บนโต๊ะข้างเตียงก่อนจะกวาดตามองรอบห้องเงียบ ๆห้องนอนของเธอไม่ได้ให
"ดูเหมือนคุณสองคนจะสนิทกันมากนะ"น้ำเสียงนั้นเรียบเรื่อยเสียจนจับอารมณ์ไม่ได้กุลจิราหันมามองเขา“คุณอาทิตย์น่ะเหรอคะ” หัวใจเธอสะดุดวูบเมื่อมองเห็นบางอย่างในสายตาของเขา“ฉันกับคุณอาทิตย์รู้จักกันมานานแล้วน่ะค่ะ”“เหรอ” เขาพยักหน้าช้า ๆ เหมือนคนที่กำลังรับฟัง แม้เขาจะไม่เชื่อคำพูดของเธอแม้แต่น้อยกุลจิราถนัดเรื่องเสแสร้งแกล้งทำจะตายไป“คงมาหาแม่คุณบ่อยสินะ”“ไม่ทราบสิคะ คงงั้นมั้งคะ”“มั้ง?” ดวงตาคมกริบเลื่อนมาสบตาเธอ“แต่ที่ผมเห็นเหมือนผู้ชายคนนั้นจะคุ้นเคยกับทุกคนในบ้านหลังนี้นะ” ไม่ใช่แค่ความสงสัยแต่สายตาที่มองมาเป็นสายตาของคนที่กำลังจับผิดชัด ๆ“คิดมากไปแล้วค่ะ คุณอาทิตย์แค่มีน้ำใจกับบ้านเราเท่านั้นค่ะ” ชายหนุ่มวางแก้วน้ำลงบนโต๊ะ มุมปากหยักยกขึ้นเล็กน้อย“ไม่ใช่ว่าจริงๆ แล้ว” เขาจงใจเว้นจังหวะในการพูด หัวใจของกุลจิราเต้นแรงขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุ“คุณเป็นคนเขาให้ผู้ชายคนนั้นมาอยู่เ
กระจกฝั่งเบาะด้านหลังเลื่อนลง เผยให้เห็นใบหน้าคมคายที่คุ้นเคย ภวินท์นั่งอยู่ด้านในในชุดสูทสีเข้ม โดยมีคุณเมธีทำหน้าที่เป็นคนขับรถดวงตาลึกล้ำของประธานหนุ่มยากจะคาดเดา เป็นสายตาที่ไม่เปิดพื้นที่ให้ใครเข้าถึง แม้แต่คนที่อยู่ในสถานะภรรยาเช่นเธอสายตาเย็นเยียบคู่นั้นเลื่อนมาหยุดที่หญิงสาวร่างบาง ภวินท์
“พี่ทิตย์?” ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง ผิวสีแทนตรงหน้าแต่งกายด้วยเชิ้ตแขนยาวสีอ่อนพับแขนอย่างเรียบง่าย กับกางเกงสแลคสีเข้ม แววตายามที่มองมายังคงอบอุ่นเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนรอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏบนริมฝีปากของเขาทันทีที่สบตาเธอ“บังเอิญจัง ไม่คิดว่าจะได้เจอน้ำที่นี่” น้ำเสียงทุ้มเอ่ยขึ้นอย่างเป็น ท่าทางที่ด
“ผมรู้สึกเป็นเกียรติมากนะครับที่คุณศรันย์ถูกใจการทำงานของภรรยาผม”“ภรรยา?” สีหน้าของศรันย์ดูตกใจไม่น้อยใคร ๆ ก็รู้ว่าภวินท์เพิ่งจะสละโสดเมื่อไม่นานมานี้แต่ใครจะคิดว่า เจ้าสาวของนักธุรกิจหนุ่มผู้เพียบพร้อมอย่างเขา จะเป็นพนักงานในบริษัท หนำซ้ำยังเป็นผู้หญิงที่ตนเองกำลังสนใจอยู่พอดี“ผมต้องขอโทษด้วย
ปลดปล่อยความต้องการจนพอใจ ภวินท์ก็ลุกขึ้นไปที่ห้องน้ำห้องวีวีไอพีแห่งนี้มีห้องน้ำอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าชั้นเยี่ยมกุลจิรายังคงนอนหมดเรี่ยวแรงอยู่บนโซฟากึ่งกลางลำตัวมีอาการแสบ เพียงขยับกายเล็กน้อยก็รู้สึกเจ็บที่หว่างขาเธอหันไปมองเงาสะท้อนของตัวเอ
Ulasan-ulasan