เข้าสู่ระบบเรนกับริต้าถูกจับคลุมถุงชน เรนค้านหัวชนฝาเพราะจำน้องสาวข้างบ้านไม่ได้...ริต้าตื๊อให้คนพี่แต่ง หากไม่แต่งคนพี่จะมีอันเป็นไป...เรนจึงแกล้งน้องสารพัดให้ถอดใจ...กว่าจะรู้ใจตัวเองก็ทำน้องเสียใจนับครั้งไม่ถ้วน
ดูเพิ่มเติม‘ตึก ตึก ตึก ตึก ตึก’ เสียงรองเท้าผ้าใบกระทบพื้นคอนกรีตดังมาแต่ไกล ไม่กี่อึดใจเจ้าของรองเท้าผ้าใบสีขาวราวดอกเดซี่ก็หยุดอยู่หน้าบ้านหลังงาม หญิงสาวทอดมองบ้านหลังนี้ด้วยความรู้สึกหลากหลาย ในไม่ช้าริมฝีปากชมพูระเรื่อแบบธรรมชาติก็คลี่ยิ้มน้อย ๆ เมื่อความทรงจำในวัยเด็กผุดขึ้นมาในหัว
: : : 20 ปีที่แล้ว… “พี่เรน! รอริต้าด้วย!” เด็กหญิงวัย 3 ขวบตะโกนเรียกพี่ชายข้างบ้าน เสียงของเธอไพเราะและใสกังวานเหมือนเสียงดนตรี พวกเขากำลังเล่นวิ่งแข่งกันอยู่สนุกสนาน โดยมีจุดเริ่มต้นคือถนนลูกรังหน้าบ้านประดิพัทธ์…บ้านของเรน ระพีพัฒน์ ประดิพัทธ์ ส่วนเส้นชัยอยู่หน้าปากซอยทางเข้าหมู่บ้าน ‘แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก~’ เสียงหอบหายใจของคนตัวเล็กถี่กระชั้น จึงต้องย่อตัว ก้มหน้าลงพื้น เอามือชันหัวเข่าและแลบลิ้นเพื่อพักเหนื่อย “ถ้ามัวแต่รอริต้า พี่ก็แพ้สิ แบร่~” เด็กชายวัย 15 ปีหันหลังขวับ ตะโกนตอบน้องสาวข้างบ้านด้วยเสียงอันดัง เมื่อเห็นว่าน้องวิ่งตามไม่ทันก็ล้อเลียนด้วยการแลบลิ้นใส่ ท่าทางและใบหน้าจอมทะเล้นเป็นเหตุให้เด็กหญิงหน้ามุ่ย เธอจึงเร่งฝีเท้าสุดกำลังหวังตามคนพี่ให้ทัน ‘ฟุบ!’ “อะ! โอ๊ย!” เด็กน้อยหกล้มคะมำ ใบหน้าเนียนใสบิดเบี้ยวเหยเกด้วยความเจ็บ ริมฝีปากน้อย ๆ เม้มเข้าหากันแน่น พยายามข่มความเจ็บแสบที่แล่นปราดเข้ามาบริเวณหัวเข่า “ริต้า! เลือดออกเต็มเลย! รู้ว่าวิ่งตามพี่ไม่ทันแล้วจะรีบวิ่งทำไม! เจ็บตัวเลยเนี่ยเห็นไหม!” คิ้วเข้มดกดำขมวดเข้าหากันจนหน้าผากยับ ก่อนหน้านี้ดวงตาของเด็กหนุ่มเบิกกว้างทันทีที่ได้ยินเสียงร้องของน้อง เรนรีบวิ่งกลับไปหาน้อง ย่อเข่าลงแล้วพยุงคนเจ็บให้ยืนขึ้น แม้เขาทำเสียงดุใส่น้อง แต่แววตาคู่นี้แฝงไปด้วยความห่วงใย แววตาของเรนอ่อนโยน ทำให้คนมองรู้สึกอบอุ่นใจ ซึ่งริต้า ลลิตา วิชาธร เป็นคนแรกและคนเดียวที่ได้เห็นมัน “ก็ริต้าอยากชนะพี่เรนบ้างนี่คะ~ ทำไมต้องดุด้วย~” ปากเล็กขยับขมุบขมิบ หวังอธิบายให้คนพี่เข้าใจ เสียงพูดเบาลงด้วยสำนึกผิด ริต้าในวัยเด็กแก้มป่องหอมน่าฟัด แก้มกลมนวลถูกมือหนาเพียงมือเดียวของคนพี่บีบด้วยความมันเขี้ยว หากมีเสียงบีบแก้ม มันคงดัง ‘ปี๊บ ๆ’ แล้วหนา “อื๊อออ!” เจ้าของแก้มนิ่มราวกับซาลาเปานึ่งส่งเสียงอื้ออึงให้คนพี่เลิกบีบแก้ม มือของพี่เรนทั้งใหญ่และหนัก ประเดี๋ยวแก้มของน้องจะแหลกคามือพี่ “งั้นเอางี้ พี่ให้หนูชนะเลย เราจะไม่วิ่งแข่งกันอีกแล้ว…” เจ้าของปากกระจับฉีกยิ้มให้น้อง ก็แหงสิ! เด็กนี่เจ็บหัวเข่าเลือดซิบขนาดนี้ ขืนพาเล่นต่อ มีหวังโดนคุณนายรตีพัชร์ด่าจนหูชาแน่ รายนั้นรักลูกของคนข้างบ้านยิ่งกว่าลูกตัวเองเสียอีก บางทีเรนก็คิดขำ ๆ ว่าเขาเป็นลูกเก็บมาเลี้ยงหรือเปล่า ทำไมแม่โอ๋เด็กนี่อย่างกับลูกตัวเอง ทีกับลูกในไส้เอาแต่ดุ…ทว่าไม่เป็นไร เด็กนี่น่ารัก เรนให้อภัย “เดี๋ยวเราไปทำแผลกันนะคะ” “ค่ะ~” น้องน้อยผงกศีรษะหงึก ๆ ตอบตกลง คนพี่ยิ้มกว้างจนแก้มดันขึ้นไปปิดตา ตาตี่ไปโดยปริยาย เขาทั้งเอ็นดูทั้งสงสารท่าทางสิ้นฤทธิ์ของน้อง เรนยกฝ่ามือใหญ่ลูบหัวน้องเบา ๆ เพื่อปลอบประโลม น้ำเสียงหยาบกระด้างของเด็กหนุ่มเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นนุ่มนวลน่าฟัง หากเรนโตเป็นหนุ่มเต็มตัวแล้วพูดคะพูดขากับผู้หญิง สาว ๆ คงใจละลายกันเป็นแถบ ๆ “ม่ะ!” เรนเชิญชวนตัวเล็กผ่านสายตา เขาหันหลังแล้วย่อเข่าลง มือใหญ่ตบหลังตัวเอง ‘ปุ ๆ’ โก่งตัวรอให้คนตัวเล็กกระโดดขึ้นพาหนะสุดแกร่ง ‘อึ๊บ!’ คนน้องกระโดดขี่หลังคนพี่ด้วยความเคยชิน ‘วื้ดดด!’ “ว้าว! สูงจังเล้ย~ คิก ๆ” เสียงหัวเราะคิกคักดังคละเคล้ากลางซอยหมู่บ้านจัดสรรแห่งนี้…หมู่บ้านเล็ก ๆ ที่คนวัยทำงานนิยมผ่อนไว้พักอาศัยเนื่องจากราคาไม่แพงหูฉี่เหมือนบ้านจัดสรรในละแวกนี้ อีกทั้งยังตั้งอยู่ใจกลางเมืองกรุงเทพมหานคร ร่างสูงโปร่งจมูกโด่งผิวขาวราวหนุ่มเหนือแบกร่างเล็กกลับทางเดิมที่วิ่งผ่านมา ด้วยว่าพื้นถนนที่ริต้าล้มใส่เป็นดินแดง เธอจึงเจ็บแปลบบริเวณแผลสดเป็นระยะ ๆ ยามคนพี่ก้าวเดิน ถึงอย่างนั้นริต้าก็ใจแข็ง ไม่บ่นว่าเจ็บหรือแสบแม้แต่คำเดียว เธอกัดฟันสลับกับเม้มปากไว้พลางกอดคอพี่ชาย เด็กน้อยเอียงศีรษะทุยซบลงบนบ่ากว้างอย่างออดอ้อน เมื่อคนพี่รับรู้ว่ามีเด็กจ้องหน้าเขาตาแป๋ว จึงละสายตาจากถนนเบื้องหน้ามามองเด็กขี้อ้อน พบว่าริต้ากำลังจ้องเขาตาปริบ ๆ อยู่ เรนยิ้มให้น้องด้วยความเอ็นดู ไม่มีบทสนทนาใด ๆ ระหว่างทางกลับบ้าน มีเพียงรอยยิ้มแสนละมุนและบริสุทธิ์ของเด็กต่างวัยทั้งสองคน ____________________________________________________ เรนแบกเด็กตัวเบาเข้าไปในบ้านประดิพัทธ์ตอนเที่ยงตรงพอดี บ้านหลังนี้เป็นบ้านของพิพัฒน์…เป็นบ้านปูนสไตล์โมเดิร์น การตกแต่งทั้งภายนอกและภายในนั้นธรรมดา ไม่ได้หรูหราอะไร แต่พิพัฒน์คาดว่าอีก 10 ถึง 20 ปีข้างหน้า บ้านของเขาจะดีกว่าที่เป็นอยู่ด้วยธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่เขาเพิ่งเริ่มสร้าง แม้อายุอานามตอนนี้จะปาไป 50 แล้วพิพัฒน์ก็ไม่ได้สนใจ เขาคิดว่าอายุไม่ใช่ข้อจำกัดในการเริ่มสร้างธุรกิจ “อ้าว! กลับมากันแล้วเหรอ แม่เตรียมอาหารเที่ยงเสร็จพอดีเลย แล้วนั่น…ตายแล้ว! หนูริต้าไปโดนอะไรมาคะ ทำไมเลือดถึงได้ออกเยอะขนาดนั้นล่ะลูก” เมื่อรตีพัชร์…แม่ของเรนเหลือบไปเห็นเลือดและรอยถลอกบนหัวเข่าของหลานก็ตกใจ ดวงตาคู่งามเบิกโพลง หญิงวัย 40 ปรี่เข้าไปช่วยลูกชายพยุงหลาน เธอลูบศีรษะเล็กเบา ๆ ปลอบโยนหลาน “น้องวิ่งหกล้มน่ะครับแม่” ลูกชายก้มหน้าก้มตาเอามือกุมเป้าสำนึกผิด ไม่กล้าเงยหน้าสบตาผู้เป็นมารดา หากแม่รู้ว่าเหตุใดน้องจึงได้แผลนี้มา แม่ต้องดุเขาแน่ ๆ ว่าทำไมไม่ดูแลน้องให้ดี ๆ “ตาเรน แม่บอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าพาน้องเล่นวิ่งแข่ง กิจกรรมอื่นมีให้เล่นตั้งเยอะตั้งแยะ คราวหลังพาน้องเล่นขายของนะจะได้ไม่เจ็บตัวกัน” หญิงวัยทองหันไปบอกลูกชายคนเดียวของตน แม้หล่อนไม่ได้ใช้เสียงแข็ง แต่สายตาแข็ง ๆ ของหล่อนทำให้เด็กหนุ่มรู้ดีว่าตอนนี้เขากำลังโดนดุ “คุณป้าอย่าดุพี่เรนเลยนะคะ ริต้าผิดเองค่ะ ริต้าเป็นคนขอให้พี่เรนพาไปเล่นวิ่งแข่ง ถ้าจะดุก็ดุริต้าคนเดียวเถอะค่ะ” เด็กหญิงมองผู้ใหญ่ตาปริบ ๆ อ้อนวอนไม่ให้คุณป้าดุพี่ชายไปมากกว่านี้ “ก็ได้ค่ะ ๆ ป้าไม่ดุพี่เขาแล้วก็ได้ แต่คราวหน้าคราวหลังอย่าพากันเล่นวิ่งแข่งอีกนะคะ เดี๋ยวจะเจ็บตัวเหมือนวันนี้” เจอเด็กคนนี้อ้อนทีไร รตีก็ใจอ่อนทุกที “รับทราบค่ะป้ารตีคนสวย” สาวใหญ่ยกมือขึ้นทาบอก รอยยิ้มงามประดับบนใบหน้าเลอโฉม หล่อนประทับใจเด็กคนนี้หลายเรื่อง ริต้าปากหวาน ทว่าไม่ใช่จำพวกปากหวานก้นเปรี้ยว มองตาก็รู้แล้วว่าจริงใจ อีกทั้งยังใจดี ไม่ยอมให้คนพี่โดนดุอยู่คนเดียว เพื่อนข้างบ้านเลี้ยงลูกได้ดีเหลือเกิน เห็นทีต้องทาบทามผู้ปกครองของริต้า ขอลูกสาวบ้านนี้มาเป็นสะใภ้บ้านประดิพัทธ์แล้วล่ะ7.2 “ฮะ! แกล้งแฟนคลับเนี่ยนะ หยอกเล่นเฉย ๆ ว่างั้น แล้วไม่คิดบ้างเหรอว่าถ้าเขารู้เขาจะรู้สึกยังไง” “ไม่คิด ก็ตั้งใจให้เขาเห็นอยู่แล้วนี่” เรนตอบพลางพยักพเยิดหน้าไปทางหน้าต่างบานกระจก หญิงสาวซึ่งยืนอยู่หลังบานกระจกอยู่แล้วเดินลิ่ว ๆ จากไป แต่ก่อนที่เธอจะเดินออกไป เธอได้ทิ้งใบหน้าหลายอารมณ์ไว้ให้เพื่อนกับเลขาฯ ของเรนดูต่างหน้า ทั้งโกรธ เสียใจและน้อยใจ สองคนนี้สงสารริต้า ไม่น่ามาเป็นแฟนคลับไอ้คนใจร้ายอย่างเรนเลย กลับกันไอ้คนใจร้ายยกยิ้มอย่างผู้ชนะ สะใจที่แกล้งสำเร็จจนริต้าต้องเป็นฝ่ายเดินออกไปในที่สุด! “ตั้งใจให้เขาเห็นอยู่แล้ว หมายความว่ายังไงวะ นั่นแฟนคลับเลยนะเว่ย!” “แฟนคลับกำมะลอล่ะสิไม่ว่า” เรนเงียบไปชั่วอึดใจ ไม่พ้นถอนหายใจแล้วอธิบายต่อเมื่อเครื่องหมายคำถามและความอยากรู้อยากเห็นผุดขึ้นบนใบหน้าของคุณเพื่อนกับคุณเลขาฯ “เด็กนี่เป็นคนที่พ่อกับแม่ทาบทามให้มาแต่งงานกับฉัน ฉันส่งคนติดตามเด็กนี่ก็เลยรู้ว่าเจ้าหล่อนจะมาที่นี่” “อ้อ! แกไม่อยากแต่งงานกับเขาก็เลยวางแผนแกล้งให้เขาเสียใจเนี่ยนะ” ปฏิกิริยาบนใบหน้าของเพื่อนค่อนข้างอิหยังวะ “ก็ใช่น่ะสิ แกนี่หัวไวสมเป็นเพื่อนฉันจริง ๆ
7.1 ตอนที่ 7 ผู้ร้ายปากแข็ง หากพี่ชายปากตรงกับใจไม่ทำตัวเป็นผู้ร้ายปากแข็ง รุจก็ คงรักษาระยะห่างระหว่างเขากับริต้าทว่าจู่ ๆ สายตาอันว่องไวของชายหนุ่มก็เหลือบไปเห็นรถยนต์คันหนึ่งจอดอยู่ไกล ๆ ถึงอย่างนั้นก็จำได้ทันทีว่านั่นคือรถของลูกน้องคนสนิทของเรน แม้ไม่ได้ยินเสียงกดชัตเตอร์แต่ยกมือถือขึ้นมาขนาดนั้นก็พอเดาออกว่ากำลังถ่ายรูปอยู่ แหม~ ถึงกับส่งคนมาส่องว่าที่เจ้าสาวขนาดนี้ เห็นทีอติรุจต้องช่วยให้พี่ชายรู้ใจตัวเองเร็ว ๆ ด้วยการพูดคุยกับว่าที่พี่สะใภ้อย่างใกล้ชิดสนิทสนมแล้วล่ะ รับประกันว่าหากพี่ชายได้เห็นรูปที่เขากับริต้ายิ้มให้กัน ตีนกาคนกลัดมันวัย 35 ต้องโผล่เพิ่มเป็นแน่! ‘ชั้นลอยของภัตตาคารหรู’ 22.30 น. ระพีพัฒน์นั่งหน้ายุ่งขณะทานมื้อค่ำกับเจ้าเอย ต้นตอมาจากรูปซึ่งลูกน้องคนสนิทเพิ่งส่งมาผ่านแอปพลิเคชันหนึ่ง มันคือรูปที่น้องชายต่างมารดากับเด็กข้างบ้านยิ้มให้กัน บ้าจริง! ทีกับเขาล่ะทำตาละห้อยอย่างกับจะโดนฆ่า บางครั้งก็จ้องตากลับราวกับโกรธเกลียดกันมาตั้งแต่ชาติปางไหน แต่คนที่บ้ากว่านั้นคือเขา! เขาหงุดหงิดทำไม! เรนไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน! “หน้าเรนดูเครียด ๆ นะ มีอะไรหรือเปล่า
6.2 บรรยากาศอึดอัด พัฒน์กับรตีมองเจ้าเอยแค่หางตา แววตาเต็มไปด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์มาสามภพสามชาติ สลับกับมองหน้าลูกชายอย่างตำหนิ ส่วนวัตกับลินต้องสงวนท่าทีตามฉบับผู้ดี จึงไม่ได้แสดงอาการอะไร…มีก็แต่ริต้าที่นั่งหน้าเสียอยู่ข้างผู้เป็นแม่ “รถไฟชนกันตู้ม! ดูทรงแล้วน่าจะปวดหัวไม่เบา ฉันขอตัวไปทำอย่างอื่นก่อนนะแม่จริงใจ” “เดี๋ยวสิพี่จงรัก! ยิ่งสถานการณ์เคร่งเครียดเรายิ่งต้องอยู่ อยู่ช่วยคุณนายไล่คุณเจ้าเอยออกไปให้ได้ก่อน” คนงานสองคนยืนซุบซิบกันเนียน ๆ อยู่มุมหนึ่งของบ้าน…ไม่ใกล้ไม่ไกลกับโต๊ะอาหารของเจ้านาย “สวัสดีคุณพ่อกับคุณแม่ค่ะ ไม่เจอกันนานเลยนะคะ ยังหล่อยังสวยเหมือนเดิมเลย” เจ้าเอยเพียงกล่าวสวัสดีปากเปล่า ไม่ได้ยกมือไหว้แต่อย่างใด อีกทั้งเสียงชมว่ายังหล่อยังสวยก็ค่อนไปทางประชดประชันแกมกระแนะกระแหน พัฒน์กับรตีเมินคำทักทายของเจ้าเอยแต่เจ้าหล่อนยืนเชิดหน้าหาได้ยี่หระไม่ “นี่มันอะไรกันครับแม่ จะชวนคนอื่นมาร่วมโต๊ะด้วยทำไมไม่โทร. บอกกันก่อน ผมจะได้พาแฟนผมไปทานข้าวที่อื่น” ร่างสูงโปร่งยังคงยืนอยู่ตรงประตู ไม่ยอมเข้าไปนั่งร่วมวงทานข้าวตามที่มารดาเอ่ยเรียก สีหน้า แววตาและน้ำเส
6.1 ตอนที่ 6 ไม่หวังให้รัก แต่เอ็นดูบ้างคงดีไม่น้อย หลังลินทร์พิตาโทร. ไปแจ้งรตีพัชร์เรื่องประสงค์ของลูก ฝั่งนั้นก็ดูใจเสียเอามากแต่ไม่ได้โวยวายให้มากความ ต่อให้ครั้งนี้หลานปฏิเสธ รตีก็เตรียมคำพูดดราม่าน้ำตาแตกไว้หว่านล้อมหลานเรียบร้อยแล้ว ผู้ใหญ่ทั้งสองฝั่งจึงให้เวลาริต้าคิดทบทวนเรื่องแต่งงานตามที่เจ้าตัวร้องขอเป็นเวลา 2 สัปดาห์ 2 สัปดาห์ต่อมา… ‘บ้านประดิพัทธ์’ เรวัตกับลินทร์พิตาพาลูกสาวเข้าไปกราบขอโทษพิพัฒน์กับรตีพัชร์ในเวลาหกโมงเย็น ลลิตามายืนยันกับคุณลุงคุณป้าว่าไม่เปลี่ยนใจเรื่องแต่งงาน สองสามีภรรยาดีใจมาก โดยเฉพาะพิพัฒน์ ส่วนรตีพัชร์ดีใจพอเป็นพิธีเพราะคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้แล้วว่าอย่างไรเด็กขี้สงสารต้องเห็นใจลูกชายตน เป็นอันว่าแผนดราม่าน้ำตาแตกถูกพับเก็บไป เดิมทีพิพัฒน์ไม่ได้สนใจลลิตาเท่าภรรยา (ในสมรส) ของตน ชายชรามัวแต่ยุ่งกับงานบริหารที่บริษัท ไม่มีเวลามาสนใคร เขารับรู้เพียงว่าเป็นเด็กที่รตีทาบทามผ่านเพื่อนสนิทอย่างวัตกับลินไว้ตั้งแต่เด็กคนนี้อายุ 3 ขวบ ทว่าวันนี้พิพัฒน์เริ่มเอ็นดูว่าที่สะใภ้ใหญ่และเห็นดีเห็นงามกับศรีภรรยาเข้าแล้วสิ! พิพัฒน์เป็นถึงผู้บริหารของบริษัท
2.3 เสียงกรี๊ดกร๊าดดังแสบแก้วหูอีกหนเมื่อผู้เข้าแข่งขันที่พ่วงตำแหน่งเจ้าของสนาม Rain International Circuit เสยผมขึ้นลวก ๆ แล้วเลียริมฝีปากก่อนเดินออกมาจากสนามท่ามกลางเสียงฮือฮา ‘ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก’ เสียงหัวใจของใครบางคนเต้นเร็วผิดปกติจนเจ้าตัวรู้สึกได้ เธอยกมือทั้งสองข้างขึ้นทาบอก ประทับใจ
2.2 “สนามแข่งรถอย่างนั้นเหรอ! ฮึ่ย! ตาเรนนะตาเรน! ไม่ได้ดั่งใจเลย! เจอหน้าแม่จะหยิกให้หลังเขียว!” คิ้วโค้งหนาของผู้เป็นแม่ผูกกันเป็นปม โมโหไอ้ลูกชายหัวรั้นจนตีนกาโผล่ ทั้งที่บอกล่วงหน้าแล้วแท้ ๆ ว่าน้องจะถึงไทยวันนี้ กล้าดียังไงถึงหนีไป! รตียิ้มแหยให้ว่าที่ลูกสะใภ้ ส่วนริต้านั่งซึม หน้างอคอตกจนร
ลลิตาถูกส่งไปศึกษาต่อยังประเทศนิวซีแลนด์ถึง 20 ปี กลับบ้านอีกทีอะไร ๆ ก็เปลี่ยนไปเกือบหมด ถนนหน้าบ้านที่เคยเป็นทางลูกรังดินแดง ทุกวันนี้ถูกฉาบด้วยคอนกรีต แต่แผ่นคอนกรีตคงบางไปหน่อย หินคลุกจึงผุดขึ้นมาให้เห็นอยู่ประปราย สองข้างทางที่เคยเรียงรายไปด้วยต้นไม้เขียวชอุ่มนานาพรรณ ทุกวันนี้มีที่พักอาศัยผ
“ถ้าอย่างนั้นหนูริต้าไปทำแผลก่อนนะจ๊ะ แล้วเดี๋ยวมาทานข้าวทานยากันเนอะ” ริต้าชอบรอยยิ้มสวยหวานของคุณป้ารตีเป็นที่สุด แม้คุณป้าชอบทาปากแดงแจ๊ดเหมือนนางร้ายในละครไทย แต่อุปนิสัยตรงกันข้าม คุณป้ารตีปากร้ายแต่ใจดี “น้องน่าจะได้ทำแผล ได้ทานข้าวและได้ทานยาตั้งนานแล้วครับถ้าแม่ไม่มัวแต่บ่นผม” เห็นแม่โอ๋





