تسجيل الدخولหญิงจากยุคปัจจุบันตื่นขึ้นมาในร่างของสาวชาวบ้านในยุค 70 ที่แสนจะยากจน หนำซ้ำถูกลูกพี่ลูกน้องตีหัวโยนลงน้ำจนตาย แต่ก่อนที่ร่างเดิมจะตายดันช่วยผู้ชายคนหนึ่งไว้ ใครจะคิดว่าเขากลับซ่อนความลับไว้มากมาย!!
عرض المزيدโรงแรมหว่านซีใจกลางเมืองเซี่ยงไฮ้ เป็นโรงแรมที่มีชื่อเสียงเป็นอันดับหนึ่งในเรื่องของความหรูหราและบริการที่เป็นเลิศ ลูกค้าส่วนใหญ่ล้วนเป็นคนมีฐานะร่ำรวยทั้งนั้น
อย่างเช่นนักการเมืองหรือผู้นำระดับสูงของประเทศ หรือไม่ก็พวกตระกูลใหญ่ที่ทำธุรกิจระดับพันล้านหมื่นล้าน พวกเขาต่างก็เลือกโรงแรมหว่านซีแห่งนี้ เป็นสถานที่นัดหมายเซ็นสัญญาธุรกิจ หรือเป็นสถานที่จัดงานเลี้ยงฉลองความสำเร็จต่าง ๆ
ตระกูลเซิงเป็นตระกูลใหญ่ ที่ทำธุรกิจทางด้านการก่อสร้างอสังหาริมทรัพย์
โครงการของพวกเขานั้น มีทั้งก่อสร้างอาคารสถานที่ของหน่วยงานราชการ อาคารขนาดใหญ่ ศูนย์การค้า คอนโดมิเนียม โรงแรมระดับ 5 ดาว หรือแม้กระทั่งโรงงานต่าง ๆ จะว่าไปแล้วเซิงหล่ายกรุ๊ปถือว่าเป็นบริษัททางด้านการก่อสร้างที่ใหญ่ที่สุดในเซี่ยงไฮ้เลยก็ว่าได้
ในวันนี้เซิงหล่ายกรุ๊ปก็ได้มาจัดงานเลี้ยงและเซ็นสัญญาธุรกิจกับนายทุนที่จะจ้างให้สร้างห้างสรรพสินค้าแบบครบวงจรในเมืองเซี่ยงไฮ้ และแน่นอนว่าพวกเขาเลือกห้องประชุมที่โอ่อ่าของโรงแรมหว่านซีแห่งนี้ ไม่ต่างจากนักธุรกิจกลุ่มอื่น
“คุณเฟิงรบกวนรอที่นี่ก่อนนะครับ เวลานี้ท่านประธานมาถึงแล้ว ท่านกำลังเข้ามาในห้องนี้ครับ” เลขาหนุ่มเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงนอบน้อมเล็กน้อย ขณะที่พานายทุนผู้ที่จะเซ็นสัญญากับเซิงหล่ายกรุ๊ปมารอที่โต๊ะ
“ได้สิ ฉันไม่รีบ ยังไงก็ต้องอยู่ด้วยกันจนจบงานเลี้ยงอยู่แล้ว” เฟิงหลิวตอบกลับอย่างไม่เรื่องมาก เขาโบกมือเล็กน้อยเพื่อไม่ให้เลขาคนนี้คิดมากและเคร่งเครียดจนเกินไป ก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้ตัวหนึ่ง ซึ่งได้จัดเอาไว้สำหรับการเซ็นสัญญาในครั้งนี้โดยเฉพาะ
“ขอบคุณครับ ว่าแต่คุณเฟิงต้องการอะไรเป็นพิเศษไหมครับ เดี๋ยวผมจะให้คนจัดหามาให้” เลขาหนุ่มถามพลางผายมือไปที่มุมจัดเลี้ยงอาหารและเครื่องดื่ม เขาได้รับคำสั่งมาให้ดูแลนายทุนคนนี้เป็นอย่างดี ดังนั้นจึงไม่อาจขาดตกบกพร่องในสิ่งใดได้
“ไม่เป็นไรหรอก ในงานยังมีแขกคนอื่นให้ดูแลอีก คุณไปดูแลพวกเขาเถอะนะ ผมรอเจ้านายคุณมาก่อนค่อยกินอะไรจะดีกว่า”
เฟิงหลิวบอกและยิ้มให้เลขานุการหนุ่มคนนี้อย่างเอ็นดู เพราะเขามองว่ายังมีแขกคนอื่นที่มางานเซ็นสัญญาในวันนี้อีกหลายคน หากมาดูแลเขาเพียงคนเดียว มันจะไม่ดีต่อสายตาคนอื่น
“ครับ” เลขาหนุ่มถอยหลังไปยืนติดผนังห้อง เพื่อรอดูว่าเฟิงหลิวต้องการความช่วยเหลืออะไรหรือเปล่า และเพื่อรอเจ้านายของตัวเองที่กำลังเดินทางมาด้วย
เวลาผ่านไปไม่นานนัก ประธานคนใหม่ของเซิงหล่ายกรุ๊ปก็เดินเข้ามาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม แต่ท่าทางของเขาก็น่าเกรงขามไม่น้อย
“รอนานไหมครับคุณเฟิง ผมต้องขอโทษด้วยที่มาช้าไปหน่อย” เซิงเหยาฉวนนักธุรกิจหนุ่มไฟแรงกล่าวทักทาย พร้อมกับโค้งตัวให้กับลูกค้าของตัวเองอย่างมีมารยาท
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เซิงเหยาฉวนและเฟิงหลิวได้พบกัน เนื่องจากเมื่อสามปีก่อนเฟิงหลิวได้จ้างให้เซิงหล่ายกรุ๊ปก่อสร้างคอนโดมิเนียมให้กับเขามาแล้ว และงานชิ้นนั้นก็ออกมาดีมากจนเขาประทับใจมาก
ดังนั้นครั้งนี้เมื่อเขามีโครงการที่จะก่อสร้างห้างสรรพสินค้าแห่งใหม่ คนแรกที่เขานึกถึงก็คือเซิงหล่ายกรุ๊ปนี่แหละ อีกทั้งเขาก็มั่นใจด้วยว่า เซิงหล่ายกรุ๊ปจะไม่ทำให้เขาผิดหวัง
“ฮ่า ๆ ๆ มาสายอะไรกัน นี่ยังไม่ถึงเวลานัดเลยด้วยซ้ำ มา ๆ นั่งดื่มชากันก่อน” เฟิงหลิวพูดอย่างอารมณ์ดีและกวักมือเรียกให้เซิงเหยาฉวนมานั่งด้วยกันอย่างเป็นกันเอง
หลังจากที่เซิงเหยาฉวนเข้ามาให้ห้องประชุมได้ไม่นาน ก็มีคนกลุ่มหนึ่งตามเข้ามา พวกเขาใส่ชุดสูทสีดำสนิท ที่หูแนบหูฟังไว้ข้างหนึ่ง เหมือนกับว่ากำลังรอที่จะปฏิบัติตามคำสั่งได้ตลอดเวลา
พวกเขาต่างก็ยืนประจำที่ โดยเว้นระยะห่างกันพอสมควร
หนึ่งในนั้นมีผู้หญิงอยู่ด้วย แต่ว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ได้สวมสูทเหมือนกับคนอื่น เพียงแต่สวมเสื้อเชิ้ตและกางเกงที่ดูทะมัดทะแมงเท่านั้น ทว่าเธอกลับมีความโดดเด่นกว่าคนอื่นอยู่มาก เนื่องจากเธอเป็นผู้สั่งการอย่างไรล่ะ
หญิงสาวเดินมายืนอยู่ด้านหลังเซิงเหยาฉวนไม่ไกลนัก เธอคอยออกคำสั่งผ่านวิทยุสื่อสารอยู่เป็นระยะ ๆ ว่าให้ใครทำอะไรบ้างในงานเลี้ยงเซ็นสัญญาครั้งนี้
ส่วนตัวเธอนั้นต้องประกบอยู่ใกล้แขกคนสำคัญอย่างไม่วางตา นั่นก็คือเซิงเหยาฉวนกับเฟิงหลิว เพราะสองคนนี้ถือว่าเป็นคนที่สำคัญที่สุดในงานเลี้ยงคืนนี้
“อาเซี่ยว มาเฝ้าตรงนี้ไว้หน่อย เดี๋ยวฉันจะไปเดินตรวจตราความปลอดภัยรอบ ๆ สักหน่อย ไม่อยากให้เกิดเรื่องน่ะ”
หญิงสาวมีชื่อว่าจี้อู๋เจินพูดผ่านทางวิทยุสื่อสาร เพื่อเรียกให้ลูกน้องอีกคนมายืนเฝ้าตรงตำแหน่งของเธอแทนก่อน เธอไม่อยากให้คนสำคัญอยู่กันเพียงลำพัง เพราะหากเกิดอันตรายขึ้นมา เธอไม่อาจรับผิดชอบได้ทั้งหมด
“ครับหัวหน้า ผมจะไปเดี๋ยวนี้” อาเซี่ยวตอบรับทันที และไม่กี่วินาทีต่อมาเขาก็มายืนตรงหน้าหญิงสาว
จี้อู๋เจินพยักหน้าให้ลูกน้องหนึ่งครั้ง ก่อนจะเดินออกมาจากตรงนั้น
จี้อู๋เจินคนนี้เป็นเจ้าของบริษัทรักษาความปลอดภัยแห่งหนึ่งในเมืองเซี่ยงไฮ้
แม้ว่าเบื้องหน้าจะเปิดเป็นบริษัทรักษาความปลอดภัย แต่ก็เปิดเพื่อบังหน้าเท่านั้น แต่แท้จริงแล้วงานหลักของเธอก็คือ การรับจัดการฆ่าคนตามคำสั่งของลูกค้า
ดังนั้นองค์กรของเธอ จึงเป็นที่รู้จักในวงการว่า บุปผาสีชาด
หญิงสาวเติบโตมาในครอบครัวของนักฆ่า พ่อกับแม่ของเธอเป็นคนก่อตั้งองค์กรบุปผาสีชาดนี้ขึ้นมา
บทที่ 63 สามีที่ฉันเก็บได้ในยุค 70เขาทำแบบนั้นมาตลอด ทว่าไม่เคยได้รับคำชม ไม่เคยได้รับรอยยิ้ม ไม่เคยได้รับการลูบหัวอย่างที่เด็กคนหนึ่งสมควรได้รับ มีเพียงหน้าตาดุดันและคำตำหนิ ที่ฟาดฟันหัวใจเขาไม่เว้นแต่ละวันและตอนนี้ ในวินาทีสุดท้ายของชีวิต เขากลับได้เห็นพ่อร้องไห้เพื่อเขาครั้งแรก‘พ่อร้องไห้ให้ฉันจริง ๆ’ เขาคิดในใจ เสียงในหัวเบาลงเรื่อย ๆแม้จะเป็นเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ แต่สำหรับเซิงโหย่วหลางแล้ว แค่นี้มันก็เพียงพอ เพียงพอที่จะทำให้เขายอมรับโชคชะตา เพียงพอที่จะทำให้การตายครั้งนี้ ไม่ใช่ความสูญเปล่าสิ้นเสียงหายใจเฮือกสุดท้ายของเซิงโหย่วหลาง ร่างของเขาก็แน่นิ่งลงต่อหน้าต่อตาเซิงเกาหลาง ความตายมาเยือนอย่างเงียบงัน ไม่มีเสียงร้อง ไม่มีเสียงโอดครวญ มีเพียงลมหายใจที่ขาดห้วง และดวงตาที่ปิดลง ราวกับปลดปล่อยทุกความทรมาน ที่ถูกให้แบกรับมาตลอดชีวิตเซิงเกาหลางชะงักงันอยู่ตรงนั้น สีหน้าที่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนก ค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นความว่างเปล่า ชั่วขณะที่มองใบหน้าลูกชาย เขาเหมือนคนหมดเรี่ยวแรง ร่างทั้งร่างทรุดลงนั่งกับพื้นอย่างไร้สติรับรู้ มือสั่นระริกราวกับถูกสายลมฤดูหนาวกัดกร่อน ความเย็นเฉี
บทที่ 62 สามีที่ฉันเก็บได้ในยุค 70เซิงเกาหลางตัวสั่นระริก เขาหายใจติดขัด ราวกับอากาศทั้งโลกหายไป เขาอ้าปากแต่ไม่มีเสียงใดเปล่งออกมาได้ กระทั่งครู่หนึ่งเสียงแผ่วแตกพร่า ก็ค่อย ๆ หลุดออกจากริมฝีปากอย่างยากลำบาก“โหย่วหลาง…” เขาเรียกชื่ออีกฝ่ายด้วยเสียงที่ทั้งสั่น ทั้งแตก ทั้งไร้ซึ่งความเย่อหยิ่งที่เคยมีอยู่ตลอดชีวิตร่างสูงทรุดลงนั่งกับพื้นอย่างหมดแรง เขาพยายามเอื้อมมือออกไปเหมือนจะไขว่คว้า แต่ปลายนิ้วกลับแตะได้เพียงความว่างเปล่า ความรู้สึกเจ็บแปลบในอกพุ่งขึ้นมาทาบทับ จนแทบล้มทั้งยืนเสียงอะไรก็ไม่สำคัญอีกต่อไปแล้ว ไม่ว่าจะเสียงฝีเท้าคน หรือเสียงปืนที่ค่อย ๆ หายไป เหลือเพียงเสียงหอบหายใจของเขาเอง ที่ทุกครั้งเหมือนกำลังฉีกหน้าอกออกเป็นชิ้น ๆ“โหย่วหลาง…พ่ออยู่ตรงนี้…พ่ออยู่นี่…”ความสิ้นหวังในน้ำเสียง ทำให้คำพูดนั้นแทบไม่เหมือนคำพูดของชายผู้แข็งกร้าวอีกต่อไป แต่เหมือนเสียงร้องของคนเป็นพ่อคนหนึ่ง ที่กำลังสูญเสียทุกอย่างที่เคยยึดเหนี่ยวเอาไว้เขานั่งนิ่งอยู่อย่างนั้น ไม่รับรู้สิ่งอื่นใดอีกแล้ว ไม่สนใจว่าทางการกำลังประชิดเข้ามา ไม่สนใจว่าความลับของเขาจะถูกเปิดเผย ไม่สนใจแม้กระทั่งว่าตนเองก
บทที่ 61 สามีที่ฉันเก็บได้ในยุค 70“ต่อสู้ด้วยกันแบบนี้ ก็สนุกดีนะ” เธอพูดแผ่ว ๆเซิงเหยาฉวนก้าวเข้ามาใกล้ ๆ สายตาเขายังจับจ้องที่เธอราวกับจะยืนยันอีกครั้งว่า เธอปลอดภัยจริง ๆ“คุณสนุกเหรอ แต่ยังไงผมก็ยังเป็นห่วงคุณอยู่ดี แล้วก็ไม่คิดว่าคุณจะมีฝีมือการต่อสู้ขนาดนี้” เขาพูดอย่างชื่นชมเมื่อก่อนเขาคิดว่าจี้อู๋เจินเป็นเพียงผู้หญิงบอบบางธรรมดา แต่มาวันนี้เขารู้แล้วว่าเธอไม่ธรรมดาจริง ๆ ดวงตาของทั้งสองสบกันอีกครั้ง โลกที่วุ่นวายรอบตัวเหมือนเงียบลงไปชั่วขณะ เหลือเพียงลมหายใจอุ่น ๆ ที่ปะทะกันเบา ๆทว่าความเงียบนั้นก็ถูกทำลายทันที ด้วยเสียงฝีเท้าหนักกึกก้องและเสียงหอบหายใจของคนหนึ่ง เป็นเซิงเกาหลางนั่นเอง ตอนนี้ใบหน้าของเขาแดงก่ำด้วยความโกรธจนเดือดดาล สายตาหนักแน่นเต็มไปด้วยความแค้นที่แทบกลืนกินสติ มือข้างหนึ่งของเขากำมีดยาวปลายแหลมไว้แน่น จนเส้นเลือดปูดชัด“แก…” เสียงเขาแตกพร่าอย่างคนเสียสติ “ทั้งหมดนี้ เป็นเพราะแก เพราะพวกแกสองคนที่หักหลังฉัน”พูดจบเขาก็พุ่งเข้าหาทั้งสองคน โดยไม่สนใจว่าลูกน้องของตนล้มไปหมดแล้วหรือเปล่า ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยว ราวกับคนที่ถูกช่วงชิงทุกอย่างไปจากชีวิตจี้อู๋เจิน
บทที่ 60 สามีที่ฉันเก็บได้ในยุค 70และแล้วเวลานั้นก็มาถึง ฟุ่บ! เชือกขาดสะบั้น ร่างของเธอตกลงมาในอากาศ ทว่าไม่ได้ร่วงลงตามแรงโน้มถ่วง หากเป็นการกระโดดลงมาอย่างตั้งใจ เธอใช้แรงเหวี่ยงของแขนที่เป็นอิสระ บิดตัวกลางอากาศเพื่อลดแรงกระแทกในจังหวะเดียวกันนั้นเอง เซิงเหยาฉวนที่ตั้งท่ารอไว้แล้ว ก็พุ่งตัวออกไปสุดแรง“อู๋เจิน!” เขาเรียกเธอ พร้อมกับยื่นแขนออกไปรับหญิงสาวไว้ได้ทัน ก่อนที่ร่างของเธอจะตกลงพื้นคอนกรีตที่เต็มไปด้วยเศษเหล็กเขาคว้าเอวเธอไว้ได้อย่างแม่นยำ แรงกระแทกจากการรับร่างของเธอ ทำให้เขาถอยหลังไปสองสามก้าว แต่สุดท้ายก็ทรงตัวได้อย่างมั่นคง ทั้งคู่จึงปลอดภัยร่างของจี้อู๋เจินซุกอยู่ในอ้อมแขนของเขา เสียงลมหายใจของเธอหนักและสั่น แต่แววตาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นว่า เธอไม่ใช่เหยื่อในแผนของใครทั้งนั้น และตอนนี้เธอก็ลงมาได้อย่างปลอดภัยแล้วเซิงเหยาฉวนมองเธอ ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยทั้งความโล่งอกและความเป็นห่วง จนแทบกลั้นอารมณ์ไม่อยู่“อู๋เจิน… ไม่เป็นอะไรใช่ไหม” เสียงเขาแหบพร่าอย่างปิดไม่มิดในตอนที่เอ่ยถามหญิงสาวเงยหน้าขึ้นทันทีที่ได้ยินเสียงนั้น ใบหน้าของเธออยู่ใกล้แค่คืบ ดวงตาของทั้งคู่สบเข

















