登入ผมรักลู่ซีมานานถึงห้าปี จนในที่สุดหล่อนก็ยอมตกลงมาเป็นคู่หมั้นของผม ทว่าในยามที่คุณปู่ของผมกำลังป่วยหนักใกล้จะสิ้นใจ ลู่ซีกลับเลือกที่จะนิ่งดูดายไม่ยอมยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือเลยสักนิด เพียงเพราะไอ้ลูกบุญธรรมของตระกูลคนนั้น มันดันไปยื่นข้อเสนอให้หล่อน บอกให้หล่อนอาศัยโอกาสทองในครั้งนี้ ลดทอนความดื้อรั้นในตัวผมลงไปบ้าง และถือโอกาสบีบบังคับให้ผมแข็งแกร่งขึ้นมา สุดท้ายคุณปู่ต้องจากโลกนี้ไปอย่างโดดเดี่ยว และผมเองก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคนตามความต้องการของหล่อน ความดื้อรั้นในตัวถูกบดขยี้จนหมดสิ้น กลายมาเป็นคนเด็ดเดี่ยว และไม่คิดจะไปตามตอแยสร้างความรำคาญใจให้แก่หล่อนอีกต่อไป และแน่นอนว่า ผมไม่ได้รักหล่อนอีกแล้ว
查看更多ผมหลับตาลง แล้วทิ้งตัวดิ่งลงไปยามเมื่อลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ภาพแรกที่ปรากฏสู่สายตาก็คือใบหน้าของสวี่เจี่ยวเจี่ยวที่ร้องไห้จนตาบวมเป่ง หล่อนออกแรงกุมมือของผมไว้แน่น ทันทีที่เห็นว่าผมฟื้นขึ้นมา หล่อนก็รีบวิ่งออกไปตามคุณหมอเข้ามาตรวจอาการทันทีผมพยายามรวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีอยู่ยกมือขึ้นอย่างยากลำบาก"อย่าร้องไห้เลยนะ"สวี่เจี่ยวเจี่ยวโผเข้าสวมกอดร่างของผมเต็มแรง จนกระทั่งผมเอื้อมมือไปตบหลังหล่อนเบาๆ เพื่อปลอบประโลม หล่อนถึงยอมปล่อยมือคลายอ้อมกอดออกจากตัวผมคุณพ่อคุณแม่ยืนอยู่อีกฝั่งหนึ่งของเตียงคนไข้ พลางทอดสายตามองมาที่ผมด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใยและรู้สึกผิดสวี่เจี่ยวเจี่ยวโน้มตัวลงมากระซิบที่ข้างหูของผมด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา"ตอนนี้ลู่ซีเสาะหาหลักฐานชิ้นสำคัญที่พิสูจน์ได้ว่าสือยวี่แอบสมรู้ร่วมคิดกับพวกแก๊งทวงหนี้นอกระบบเพื่อวางแผนทำร้ายนายจนเจอหมดแล้วล่ะ ตอนนี้พวกมันทั้งหมดโดนจับเข้าคุกไปเรียบร้อยแล้วนะ"คุณแม่ยกมือขึ้นปาดหยาดน้ำตาเบาๆ พลางเอ่ยปากเรียกชื่อผมออกมา"อาเจี่ยน"ทว่าหลังจากเอ่ยปากเรียกชื่อผมแล้ว หล่อนกลับอ้ำอึ้งอยู่นานสองนานไม่ยอมพูดจาอะไรออกมาเสียที
ในจังหวะที่ผมยันตัวลุกขึ้นมานั่งบนเตียง ลู่ซีก็เอ่ยปากขึ้นมา"อาเจี่ยน นายเป็นยังไงบ้าง"ผมนั่งนิ่งอยู่บนเตียง หัวสมองมันตื้อจนพูดอะไรไม่ออกที่แท้ คนอย่างผมก็ไม่คู่ควรกับการมีชีวิตที่ดีจริงๆ สินะช่วงเวลาดีๆ ทั้งหมดที่ได้ใช้ร่วมกับสวี่เจี่ยวเจี่ยว มันช่างเหมือนกับภาพความฝัน ตอนนี้ฝันนั้นมันสลายไปแล้ว และผมก็ควรจะกลับสู่ห้วงนรกอันมืดมิดตามเดิม ผมนั่งนิ่งอยู่บนเตียงคนไข้ ทำเป็นหูทวนลมลู่ซีเฝ้ารออยู่นานสองนาน เมื่อเห็นว่าผมไม่มีทีท่าจะเอ่ยปากพูดจา หล่อนก็ค่อยๆ สาวเท้าก้าวเข้ามานั่งลงตรงขอบเตียง พลางเอื้อมมือมาจะแตะวัดอุณหภูมิที่หน้าผากของผม"อย่ามาจับตัวผม"ผมเอ่ยปากห้ามด้วยน้ำเสียงแหบพร่า"แค่เธอมาสัมผัสโดนตัว ผมก็สะอิดสะเอียนอยากจะอ้วกแล้ว"ลู่ซีชะงักค้างไปทันควัน ขอบตาของหล่อนพลันรื้นขึ้นมาคนที่มีท่าทีหยิ่งทะนงเสมอมาอย่างลู่ซี มีตอนไหนกันที่หล่อนจะยอมมาเผยสีหน้าท่าทางเวทนาแบบนี้ต่อหน้าผม"อาเจี่ยน ฉันไม่รู้เรื่องเลยจริงๆ ว่านายโดนพวกมัน…"ผมหันหน้ากลับมามอง อาศัยแสงจันทร์รำไรสาดส่องจ้องมองไปที่ใบหน้าของหล่อน แววตาของหล่อนมันอัดแน่นไปด้วยความรู้สึกผิด มันทำให้ผมรู้สึกว่าผ
คนอย่างมันคู่ควรตรงไหน? คนอย่างมันกล้าดียังไง? จนกระทั่งความเจ็บปวดแล่นขึ้นมาบนใบหน้า ผมถึงได้สติกลับคืนมาลู่ซียืนอยู่ตรงหน้าผม แววตาเอือมระอาและรังเกียจเดียดฉันท์จนแทบจะทะลักออกมา ส่วนสือยวี่โดนผมกระชากคอเสื้อกดไว้กับกำแพง สภาพผมเผ้าหลุดลุ่ย ใบหน้าบวมเป่งขึ้นสีแดงช้ำ ในตอนนั้นผมแยกแยะไม่ออกเลยจริงๆ ว่าใครกันแน่ที่เป็นคนบ้าสติฟั่นเฟือนลู่ซีชักมือกลับ พลางเอ่ยปากพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาจับขั้วหัวใจ"โจวเจี่ยน นายเป็นบ้าไปแล้วหรือไง? หัดแหกตาดูสภาพของตัวเองในตอนนี้บ้างสิ มีตรงไหนที่ดูคู่ควรกับคนของตระกูลสือบ้าง? ทำตัวไม่ต่างอะไรกับพวกคนป่วยจิตเวช""ซีซี ไม่เป็นไรหรอกครับ อาเจี่ยนจะโกรธผมมันก็สมควรแล้วล่ะ"สือยวี่ยิ้มมุมปาก พลางหลุดเสียงซี้ดซ้าดออกมาด้วยความเจ็บปวด"ยังไม่รีบปล่อยมือออกจากตัวอายวี่อีก"ผมได้แต่ยืนอึ้งนิ่งไม่ยอมขยับเขยื้อน ลู่ซีเริ่มหมดความอดทน ถลันกายเข้ามาตั้งท่าจะกระชากตัวผมออกทว่าในตอนนั้น ท่อนแขนของผมกลับรับรู้ได้ถึงความรู้สึกอ่อนโยน ผมกวาดสายตามองตามไป ก็สบตาเข้ากับแววตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใยและสงสารของสวี่เจี่ยวเจี่ยว หล่อนเอื้อมมือมาดึงตัวผมให้แยกออกมา
สวี่เจี่ยวเจี่ยวหัวเราะซ้ำเติมผมอยู่ครู่หนึ่ง แต่สุดท้ายก็ยังคงรีบหยิบเสื้อคลุมมาสวมใส่ แล้วรีบวิ่งลงบันไดไปหาซื้อยาแก้ปวดท้องมาให้ผมเมื่อเสียงกดกริ่งประตูห้องดังรัวขึ้นอย่างเร่งรีบ ผมก็นึกทึกทักเอาเองว่าสวี่เจี่ยวเจี่ยวคงจะลืมหยิบโทรศัพท์มือถือติดตัวไปด้วยแน่ๆหล่อนมักจะขี้หลงขี้ลืมแบบนี้อยู่เรื่อย"รีบออกไปขนาดนั้น ลืมหยิบโทรศัพท์ไปด้วยล่ะสิท่า"น้ำเสียงของผมพลันขาดห้วงไปในทันควัน พร้อมๆ กับบานประตูที่ถูกเปิดออกผู้ที่ยืนตระหง่านอยู่ตรงหน้าประตูไม่ใช่สวี่เจี่ยวเจี่ยว ทว่ากลับเป็นสือยวี่ที่แต่งตัวหรูหราดูดีราวกับคุณชายตระกูลสูงศักดิ์เขากวาดสายตาสำรวจเรือนร่างของผม ในมือหิ้วถุงขนมปังอยู่สองสามชิ้นผมรู้ได้ทันทีว่าเขามาเยือนในคราวนี้ย่อมไม่หวังดีแน่ผมขมวดคิ้วมุ่น พลางเอ่ยปากเค้นถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา"นายรู้ได้ยังไงว่าฉันอยู่ที่นี่?"สือยวี่จับจ้องมาที่ผมราวกับกำลังมองคนโง่"นี่นายไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลยจริงๆ สินะ ตึกแถวหลังที่นายกำลังซุกหัวนอนอยู่นี่น่ะ มันเป็นสินทรัพย์ในเครือของตระกูลลู่ต่างหากล่ะ""และแน่นอนว่า ที่อยู่ของนาย ซีซีก็เป็นคนคาบข่าวมาบอกฉันเองนั่นแหละ"ผม





