LOGINเสียงคลื่นน้ำสาดซัดกระเซ็นเรียกสติสัมปชัญญะชายหนุ่มให้ตื่นขึ้นจากห้วงนิทราอันแสนยาวนาน เสื้อผ้าอาภรณ์ยังคงคาชุดเดิมที่ขี่เจ็ทสกีไม่มีผิดเพี้ยน กลิ่นไอทะเลเตะเข้าจมูกคมสัน แสงแดดรำไรส่องแยงดวงตาแทบบอดทำเอายาหยีต้องขยี้ตาสองสามทีแล้วใช้แขนรีบพยุงตัวขึ้นมองดูทัศนียภาพโดยรอบ
ตอนนี้เขากำลังนอนหลับบนเรือไม้ประมงพื้นบ้านผูกผ้าสามสีบริเวณหัวเรือหนทางข้างหน้ามีเพียงน้ำทะเลสีมรกตกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา บรรยากาศเงียบสงบอากาศสดชื่นแจ่มใสผิดจากเหตุการณ์มรสุมฝนฟ้าคะนองแบบที่เขาพึ่งพบเจอมาลิบลับ อ่าว แต่จำความล่าสุดเขาพึ่งโดนคลื่นพายุซัดร่างปลิวจมน้ำดิ่งก้นทะเลหาดแลจันทร์แล้วไม่ใช่หรือ ดูดิขนาดรองเท้าอีแตะยังเหลือหนีบคาตีนไว้แค่หนึ่งข้างหรือเรื่องทุกอย่างมันแค่ความฝัน?หรือวิญญาณเขามันถูกวาร์ปมาที่โลกหลังความตาย??“กูอยู่ที่ไหนวะเนี่ย…” ยาหยีสะลืมสะลือพูดบ่นพึมพำคนเดียวจนหางตาปะทะกับเงาตะคุ่มของหญิงสาวชุดไทยสีฟ้าอ่อนที่นั่งกอดอกจับไม้พายเท้าคางมองจ้องเขาเขม็ง ร่างเล็กสะดุ้งโหยงเขยิบตัวถอยห่างพลางหันไปมองเรือนร่างนั่นให้ชัดเจน
“นั่งกลางท้องเลกว้างใหญ่ไพศาลขนาดนี้ คงอยู่บ้านเอ็งกระมัง” น้ำเสียงเย็นทรงพลังเอ่ยทักเขาสวนทางกับใบหน้าสวยยิ้มแย้มดูเป็นมิตรแต่แฝงอารมณ์น่าค้นหาชวนพิศวงในเวลาเดียวกัน
เธอคือใครน่ะ ผีทะเล เจ้าหน้าที่ไกด์ หรือยมทูต“พี่เป็นใครครับ”
“อืมมมมตอบยากนะ งั้นข้าเป็นคนพายเรือดีไหมล่ะ” เธอตอบกึ่งหยอกเล่นพลางยกไม้พายโชว์แก่นายรสสุคนธ์
“แล้วเรากำลังไปไหนอ่ะ” ชายหนุ่มถามต่อ
“ข้ากำลังพาเอ็งไปส่งเขาไง”
“ห้ะ! ส่งใครนะ?”
“คนที่เอ็งใฝ่หาและรอคอยยังไงเล่า”
“หื้อ ส่งใคร? ผมไม่ได้นัดใครไว้นะ?” สมองยาหยีกำลังประมวลผลอย่างหนัก เขาปะติดปะต่อจับต้นชนปลายไม่ถูก
นี่มันเกิดเรื่องราวเชี่ยอะไรกับเขาวะเนี่ยยยยยยยย“จิ! ถามเยอะเวิ่นเว้อ เดี๋ยวเอ็งก็รู้เองแหละหน่า” หญิงสาวตอบปัดความรำคาญ มือเรียวแจวพายเรือหนึ่งครั้งแต่ความเร็วแรงทะลุนรกยิ่งกว่าเครื่องสปีดโบ๊ทเสียอีก
รสสุคนธ์ตัวเกร็งแข็งทื่อเกาะเรือ นั่งโต้ลมปากสั่นกระพือร้องเสียงแหบเสียงแห้ง สรรพสิ่งรอบตัวจากท้องทะเลสีมรกตเริ่มเห็นหมู่เกาะรำไรตรงปลายทาง แสงสว่างดวงอาทิตย์กำลังโดนเมฆทมทับอีกครา กลุ่มควันหมอกหนาปกคลุมพื้นที่ เมื่อเรือหยุดจอดเทียบท่าริมเกาะแห่งหนึ่งซึ่งมีบรรยากาศไม่ค่อยน่าอภิรมย์ชวนขนหัวลุกเหมือนเกาะผีสิงในจ๊ะทิงจา“อ่ะข้าพาเอ็งมาส่งถึงที่หมายละ รีบลงจากเรือเสียสิ”
“ลงทำไม น่ากลัว ผมไม่ลงบนเกาะผีสิงนี่เด็ดขา-เชี่ยย!!” ยาหยีบังคับร่างกายตนเองไม่ได้ สองขาเรียวก้าวออกมาจากเรือไม้นั่นอัตโนมัติราวกับเป็นตุ๊กตาชักใย สุดท้ายเจ้าตัวกลับมึนงงทำหน้าเด๋อด๋าเท้าสัมผัสผืนหาดทรายสีขาว มองหญิงสาวแปลกหน้ากำลังนั่งยิ้มให้เขายิ่งเพิ่มทวีคูณความน่าสงสัยจนต้องตะเบ็งเสียงรัวคำถามใส่หญิงชุดไทยโบราณบนเรือลำนั้น
“สรุปพี่เป็นใคร เอาผมลงเรือทำไม แล้วผมกำลังอยู่ที่ไหน”
“ข้าบอกเอ็งมิได้” หญิงห่มสไบตอบเสียงห้วนปัดทุกคำถามของเจ้านกกระจิบผมชมพูเจื้อยแจ้วนั่งจุ้มปุกหัวฟูถามหล่อนไม่หยุดหย่อน
“อ่ะเปลี่ยนคำถามใหม่ ตอนนี้ผมตายรึยัง”
“ถามอะไรอัปมงคลแท้”
“เนี๊ยยยผมตายแล้วแน่เลยอ่ะ พี่คือแครอนผู้แจวเรือข้ามแม่น้ำสติ๊กซ์ไปยมโลกในตำนานกรีกใช่ป่ะ” ยาหยีจี้ถามตามเนื้อหาหนังสือบทประพันธ์กรีกที่อ่านมา ยิ่งชวนให้แม่นางห่มผ้าสไบฟ้าขมวดคิ้วหนักมาก
“เอ็งยังไม่ตาย แล้วข้าก็ไม่ใช่ไอคนชื่อแปลกประหลาดที่เอ็งเอ่ยเมื่อครู่ด้วย” หญิงสาวนิรนามละเหี่ยใจ ทำไมเจ้าเด็กนี่ถึงทำตัวเป็นหนูจำมัยไปเสียทุกอย่าง ขืนทนอยู่ต่ออาจปวดกบาลตอบคำถามหมอนี่ไม่รู้จบแหง เจ้าหล่อนชุดฟ้าจึงรีบร่ายคาถาใช้ไม้พายแจวเรือเพื่อเข้าใกล้เป้าหมายแสร้งหูทวนลมหลีกเลี่ยงบาลีทุกประเด็นของชายหนุ่ม
“พี่พาผมมาที่ไหนครับ”
“เอ็งหยุดถามข้า แล้วจงเข้าเดินเข้าเกาะนั่นซะ โชคชะตาเอ็งนำพาเอ็งมาที่นี่เอง”
“มันเกี่ยวไรกับโชคชะตาผม สภาพเกาะรกเหมือนเกาะแก้วพิสดารใครจะกล้าหันไปอยู่ลงเล่า!” ยาหยีเถียงคอเป็นเอ็น เขาไม่มีทางยอมโดนทิ้งให้ใครไม่รู้มาสั่งนั่นนี่ตามใจชอบแถมยังไม่บอกข้อมูลน่าเชื่อถือสักอย่าง ทางด้านแม่นางสาวสไบฟ้าเริ่มมีสีหน้าเหนื่อยหน่ายแต่ยังมิวายยอมแพ้ขอต่อล้อต่อเถียงสู้ยัยจอมดื้อเพื่อภารกิจตนสำเร็จลุล่วง
“…..ข้าเข้าใจแล้ว”
“เข้าใจอะไรครับ?”
“อัลลอ*….ข้าเข้าใจละว่าเหตุใดเอ็งถึงยังไม่มีผัว”
“ชิ! ผมอุตส่าห์ถามดี ๆ นะวกมาแซะกันเฉย” ชายหนุ่มหน้ามุ่ยกอดอกสะบัดผมบ๊อบริมหาด กิริยาองอาจนั่นมันไม่ได้น่าชังแต่กลับน่าเอ็นดูมากจนคนบนเรืออดหลุดยิ้มไม่ได้แม้จะถูกตั้งคำถามยับใส่ตั้งแต่แรกเจอ
“ข้าไปแล้วนะ อย่าลืมไข่ไก่ร้อยฟองล่ะขอแบบต้มพร้อมทานไม่เอาแบบดิบไม่งั้นข้าจะเข้าฝันแดกหัวเอ็งแทน” หญิงสาวห่มสไบทิ้งทวนคำพูดเสร็จก็ยักคิ้วยิ้มหวานส่งท้าย ก่อนสะบัดไม้พายทำทั้งเรือและคนต่างอันตรธานหายวับไปในพริบตา
“หาาาาาา!! ฮัลโหลลล กลับมาตอบคำถามผมก่อน!!!จะทิ้งผมไว้บนเกาะคนเดียวหรอ!!” รสสุคนธ์บ่นโหวกเหวกโวยร่ายยาวหาหญิงสาวปริศนาที่หายวับไปเมื่อครู่ เขาไม่อาจอยู่เฉยปล่อยตัวเองโถงเทงยืนนิ่งกลางทะเลจึงสาวเท้าเดินตามเรือหญิงสาวไปตามสัญชาตญาณสุดฤทธิ์สุดเดช
กลุ่มหมอกควันเริ่มพันวนรอบร่างกายเขา ทุกสิ่งทุกอย่างขาวโพลนบดบังทัศนียภาพรอบตัวล้วนกักขังปกคลุมด้วยเมฆหมอกมากมาย ชายผมสีลูกกวาดตะเกียดตะกายเดินออกชายทะเลเพื่อติดตามดูเรือปริศนาจนความเย็นเชียบของน้ำเค็มเกยตื้นท่วมถึงเข่า“โอ้ย!” อาการปวดหัวจี๊ดโลดแล่นเข้าสู่เส้นประสาทอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย มันปวดตื้อถึงขั้นยาหยีร้องโอดโอยเสียงหลงเขาหลับตาปี๊พยายามยืนทรงตัวไม่ให้โดนคลื่นน้ำซัดอีกรอบความทรงจำครั้งล่าสุดประโคมฉายรีรันเป็นภาพตัวเองกำลังจมน้ำทะเล flashbackวิต่อวิ เสียงในหูเริ่มมีเสียงวิ๊งถี่อื้ออึง อาการปวดศีรษะก็ทวีความรุนแรงมากขึ้นตาม
เขากำลังหายใจไม่ออก สองมือกุมหน้าอกเหมือนพยายามอ้าปากผะงาบครองสติกอบโกยออกซิเจนเข้าปอดเหมือนปลาขาดน้ำ ร่างเล็กกุลีกุจอเซเดินถอยกลับฝั่งเพื่อหาที่ยึดเกาะไม่ให้ล้ม ยาหยีตาเหลือกหน้าซีดเผือดเหมือนคนเจียนตาย จู่ ๆ ก็มีแสงปริศนาปรากฏกายตรงหน้า มันเจิดจ้าดั่งแสงพระอาทิตย์ยามเช้าแหวกว่ายผ่าเมฆหมอกเพื่อมาหาเขาทว่าเท้าเจ้ากรรมดันสะดุดก้อนหินจนทั้งร่างหงายหลังล้มคะมำตกน้ำท่าเดียวกันกับภาพในหัวของเขาที่ถูกสายลมโหมพัดร่างผลัดตกเจ็ทสกี ยาหยีหลับตาปี๊อัตโนมัติเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำทะเลสัมผัสดวงตาตายห่า….อียาหยีต้องตายซ้ำตายซ้อนแบบดวงวิญญาณตายโหงใช่ไหมนะตึกตัก….ตึกตัก…..ตึกตัก….“เฮือกกก….” ร่างเล็กสะดุ้งตื่นตาโตบนเตียงนอนไม้ เสียงก้อนเนื้อข้างซ้ายถี่ระรัวปะปนเคล้าคลอเสียงจังหวะเครื่องวัดติดตามสัญญาณชีพ ร่างกายปวดชาทั่วทั้งเนื้อทั้งตัว หัวทุยรู้สึกหนักอึ้งมิหนำซ้ำยังมีผ้าพันแผลพันรอบเอาไว้แน่นหนา หน้ากากออกซิเจนครอบบริเวณปากและจมูกคมสันพ่นควันช่วยหายใจจนขึ้นไอ
สิ่งแรกที่มองไปทั่วห้องหลังปรับการมองเห็นคือเพดานสีขาว ข้าวของเครื่องใช้มีแต่หลอดไฟรูปวงแหวนส่องสว่างแปะเด่นหรา กระทั่งชายหนุ่มสองคนหน้าตาไม่คุ้นกำลังตื่นเต้นกับบางสิ่งบางอย่างพร้อมมองเขาด้วยแววตาดีอกดีใจ คนแรกเป็นชายวัยรุ่นวัยยี่สิบตอนต้นผิวแทนสวมเสื้อฮาวายลายดอกรูปร่างสูงใหญ่ ส่วนคนที่สองเป็นชายวัยกลางคนใส่ชุดเงียบง่ายแค่เสื้อยืดสีขาวกางเกงวอร์มลายทางรูปร่างเพรียวเล็ก“เห้ย!!คุณ! ฟื้นแล้วหรอ พี่พร้าวดูสิคุณเขาฟื้นแล้ว!!!”
ปั๊กกกก!!!! คนเสื้อขาวตวัดข้อมือตีกระหม่อมเด็กหนุ่มเสื้อดอกดังลั่นห้องหวั่นสมองของคนน้องมันจะไหลตามแรงฝ่ามืออรหันต์“โอ้ยยยยพี่ มึงตบหัวกูทำไมเนี่ยยย”
“ไอห่านี่ คนเขาพึ่งฟื้นมึงจะตะโกนหาพ่อมึงหรอ”
“กูตื่นเต้นนี่หว่า! ก็เห็นนอนสลบตั้งเกือบสี่วัน ตอนพี่ป๋าพบร่างกูคิดว่าเขาจะเลือดหมดตัวตายห่าไปแล้ว”
“ช่วยเงียบปาก แล้วรีบไปรายงานพี่ป๋าที่ท่าเรือ เดี๋ยวกูเฝ้าเช็คอาการเขาต่อเอง”
“เออ ๆ กูไปก็ได้วะ รำคานไอ้หมาปอม” เด็กหนุ่มเสื้อลายดอกยอมออกจากห้องปิดประตูบ้านพักเรือนแพหยุดเสวนาต่อคู่กรณี ทางด้านคนพี่ที่ใส่แว่นรีบตรวจคลำวัดชีพจรคนไข้ สายน้ำเกลือเกินครึ่งกำลังหล่อเลี้ยงไหลเวียนเข้ากระแสเลือดผู้บาดเจ็บที่เพิ่งมีสติในรอบสี่วัน ดูทรงไม่เป็นหมอก็คนที่มีประสบการณ์ทางการแพทย์พอสมควร
“คุณโอเคไหมครับ รู้สึกแน่นหน้าอกไหม มองเห็นผมชัดหรือเปล่าเอ่ย” ชายหนุ่มวัยกลางคนชะเง้อขอบเตียงผู้ป่วยสอบถามอาการเขาด้วยท่าทางเป็นมิตรดูสุขุมใจเย็น สวนทางกับเสียงในหัวของนาย รสสุคนธ์ ศรีใจภักดิ์ มันกรีดร้องตะโกนตั้งคำถามรอบที่ล้านห้า
ตายห่า นี่กูวาร์ปมาอยู่ที่ไหนอีกวะเนี่ยยยยยยยยย!!!เป็นเวลากว่า 5 สัปดาห์ที่ยาหยีพักพิงอาศัยอยู่บนเกาะแลตะวัน บรรยากาศช่วงปลายวัชสานฤดูทำให้อากาศไม่ร้อนเท่าไร และแล้วบาดแผลตามร่างกายก็หายดีปกติสุขเหลือเพียงรอยแผลเป็นทิ้งไว้ให้ดูต่างหน้า ฟังดูอาจน่าเบื่อที่ตลอดเกือบสองเดือนเขาไม่ได้ออกไปเที่ยวเล่นที่ไหนนอกเหนือสถานที่ในเกาะ แต่ข้อดีคือแลตะวันเป็นมีพื้นที่ขนาดใหญ่จึงมีอะไรทำแก้เหงาอีกทั้งตัวเขายังได้เพื่อนเพิ่มมาอีกสองคน โดยเฉพาะกะทิและไข่มุกที่พวกเราเปิดใจพูดคุยใช้เวลาปรับจูนจนกลายเป็นเหมือนเพื่อนพี่น้องกันแท้ ๆ ไปแล้ว หลังช่วงพิธีต้อนรับยาหยีเข้าสู่ครอบครัวชาวอารัญอย่างเป็นทางการ นิสัยปรับตัวง่ายทำให้ร่างเล็กก็รู้สึกว่าเขาสนิทสนมกับพวกชาวบ้านรวมถึงเหล่าบอดี้การ์ดบนเกาะมากขึ้น พื้นเพตัวเขาเป็นคนติดดินจึงไม่เคยกลัวความลำบากหรือติดหรูอยู่สบาย เราต่างพึ่งพาอาศัยกันแบบคอยเกื้อหนุนช่วยเหลือซึ่งกันและกันไม่มีกำแพงหรืออคติส่วนตัวเกี่ยวกับเรื่องชาติตระกูลมาคอยขวางกั้นดังเช่นแต่ก่อน กรณีเคสคดีล้วนมีความคืบหน้าไปในทางบวก เรื่องคนถูกฆ่าตายยัดใส่กระสอบเริ่มมีเบาะแสเพิ่มเติมสาวถึงกลุ่มจ้างวานฆ่าในท้องถิ่น ทินกรมอบเงินเยียวยาแสดงความรับผิดชอบต่
โต๊ะทำงานมีเอกสารและแฟ้มวางอยู่ประปรายก่อนที่สายตาจะปะทะเข้ากับหนังสือนิยายปกภาพสไตล์สีน้ำที่เขาเคยเห็นมันวางขายตามท้องตลาด ‘ดาวเดือนหงายที่สองแสนไมล์์’ คือหนึ่งในหนังสือนวนิยายเล่มโปรดที่ยาหยีเคยชอบอ่าน จนสามารถคิดไอเดียเขียนเพลงในซิงเกิลที่สี่ของเขา เป็นเรื่องราวเล่าถึงเด็กน้อยที่ชื่อว่า ‘เคน’ มนุษย์ธรรมดาผู้ตกหลุมรักโนวาเทวดาบุตรชายของเทพแห่งดวงจันทร์ ทั้งสองพบกันครั้นตอนเคนได้ช่วยเหลือโนวาตอนยานสะเก็ตดาวตกมายังดาวโลกตอนมนุษย์ทำการทดลองส่งจรวดบังเอิญชนเข้ากับมิติหลุมดำของแดนเทพ เคนหลงรักความงามของโนวาแม้อีกฝ่ายจะเห็นเขาเป็นแค่สหาย ไม่นานพอเทพเจ้าพาโนวากลับดาวจันทร์ พวกเขาจะสามารถกลับมาเจอกันอีกได้ก็ต่อเกิดสุริยุปราคาเต็มดวงทุกห้าสิบปี แน่นอนอายุขัยมนุษย์ช่างแสนสั้นการได้พบกันในรอบห้าสิบปีมันยาวนานเกินไปสำหรับเคน เด็กหนุ่มจึงวาดฝันไต่เต้าเติบโตมาเป็นนักบินอวกาศเพื่อทดลองสร้างยานเพื่อตามหาประตูทะลุมิติบนดวงจันทร์ แต่ยานอวกาศดันขัดข้องรุนแรงเกิดระเบิดระหว่างเดินทาง ก่อนร่างกายตัวน้อยจะแตกสลายสายตาของเคนที่มองดวงจันทร์จากระยะไม่กี่พันไมล์ทำเพียงอธิษฐานครั้งสุดท้ายแค่ปรารถนาอยากเฝ้า
คนสองคนนอนกกกอดกันบนเตียงนุ่มของหอพักประภาคารสูงหลังเสร็จสิ้นกิจกรรมเข้าจังหวะอย่างหนักหน่วง ถึงเป็นเซ็กส์แค่ภายนอกแต่ก็เผลอทำกันยันเกือบหว่าง ร่างเล็กนอนทับแขนแกร่งสะลืมสะลือด้วยความอ่อนเพลีย ฮังเลนอนมองคนน่ารักหลับตาพริ้มเลยอดใจไม่ได้ที่จะหอมพวงแก้มนิ่มไปหนึ่งฟอดใหญ่แล้วดึงผ้าห่มคลุมอีกคนไว้ไม่ให้เธอจ๋าหนาว “ทำไมพี่ฮังไม่นอนล่ะ ไม่ง่วงหรอ…” คนตัวเล็กหรี่ตาปรือถามเสียงอ่อยเมื่อเห็นร่างสูงยังนอนมองเขาไม่วางตา ยาหยีสังเกตมาหลายคืนแล้วว่าทุกครั้งที่เรานอนด้วยกันมักจะเป็นคุณป๋าทินกรนั้นตื่นก่อนเพื่อเฝ้านอนมองเขาพร้อมบอกอรุณสวัสดิ์แทบทุกเช้าเสมอ ฮังเลล่ะอยากซื้อเวลาทั้งชีวิตมานอนมองหวานใจไปวัน ๆ มันคงเป็นความสุขเล็กน้อยที่เหมือนรางวัลชีวิตของเขายามรู้สึกเหนื่อยล้า ยาหยีจึงเป็นยาใจความสดใสของชายวัยสามสิบตอนต้นแบบเขาที่แต่ละวันแบกรับเรื่องราวห่าเหวมากมายสารพัดสารภี หากพี่ป๋าคืออาทิตยาของบ้านหมิงแล้วไซร้ รสสุคนธ์ต้นนี้ก็เปรียบดั่งดวงดาราที่เปล่งแสงสว่างไสวภายในหัวใจเพียงหนึ่งเดียวของนายทินกร “ตาเธอสวย พี่ชอบนอนมองตาเธอ มันสีฟ้าเหมือนตาฝรั่ง” “พูดเวอร์ หยีเพิ่งลืมตาเหอะ” “ดีแล้วพี่จะ
เขาเบี่ยงความสนใจเลิกพูดเรื่องชวนปวดหัวแล้วขอตัวหยุดกิจกรรมอ้อยอิ่งกลางคัน ลมเย็น ๆ พัดผ่านหน้าสวยและพวงแก้มกลมวิวทะเลยามดึกที่มีแสงจันทร์สาดตกกระทบระยิบระยับดังดวงดาวกำลังร่ายรำบนท้องทะเลลึก วงแขนมัดกล้ามใหญ่เท่าหัวเข้าสวมกอดคนน้องจากด้านหลัง คางได้รูปวางลงบนไหล่ออดอ้อนเหมือนหมายักษ์ตัวใหญ่กำลังง้อเจ้าของ ไม่ใช่เพราะไม่ไว้ใจแต่ทินกรรู้นิสัยอีกฝ่ายดีว่าคุณนักร้องคนเก่งมีมุมบ้าบิ่นแค่ไหนดีสุดคือการไม่ทำให้อีกฝ่ายทำอะไรบุ่มบ่าม หากพลีพลามไปสุดท้ายอาจเกิดอันตรายขึ้นกับตัวยาหยีเอง บางทีการปิดปากเงียบคือสิ่งที่ดีที่สุดในตอนนี้เพื่อการสืบรูปคดีจะยังราบรื่น เขายังไม่อยากแหวกหญ้าให้งูตื่นยิ่งมีการเข่นฆ่าเพื่อประกาศศักดาระหว่างสองแก็ง แถมข่าวล่าสุดยังมีหนอนบ่อนไส้ในองค์กรยังลอยนวลบนเกาะ หมากเกมที่เขาวางเดิมพันเอาไว้จึงสำคัญจนมันต้องแลกกับการปิดบังอีกคนไปก่อน ความเงียบกลืนกินคนทั้งคู่บนประภาคารหรู รสสุคนธ์ไม่มีท่าทีจะแกะมือกาวตราช้างยี่ห้อฮังเลให้ออกพ้นตัว แต่เขาก็แอบอึดอัดที่ชายผู้เคยเป็นอันที่รักและกำลังหวนรีเทิร์นความสัมพันธ์ดันมีเบื้องลึกเบื้องหลังซ่อนเร้นเรื่องราวของพวกแก็งเยว่ที่กำลัง
งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกราแต่ after party ยังคงอยู่ ร่างสูงลากเก้าอี้เปิดสวิสซ์โคมไฟข้างเตียงมานั่งดื่มเบียร์กินลมชมวิวอยู่ติดบานหน้าต่างบนห้องพักหอคอยป้อมปราการสำรองที่สร้างเสร็จติดกับบ้านต้นไม้คนเดียว เลยยังไม่มีใครสามารถขึ้นมาได้โดยไม่ได้รับอนุญาต เหล่าบอดี้การ์ดที่เหลือต่างก็แยกย้ายกลับเข้าที่พักถิ่นฐานบ้างก็ขอดื่มต่อยันหว่างตรงโซนลานงานเพราะไหน ๆ วันพรุ่งนี้ป๋าทินประกาศออกคำสั่งเรียบร้อยว่าคือวันพักผ่อน ยกเว้นเสียแต่บางรายที่ต้องทำมาหากินหรือเตรียมออกเรือข้ามฟากไปซื้อเครื่องใช้ในตัวเกาะแลจันทร์ กลิ่นแป้งกระดังงาคละคลุ้งฟุ้งมาก่อนตัว ทินกรวางแก้วเบียร์แล้วหันไปทักทายร่างเล็กที่แก้มแดงแจ๋มีมงกุฎดอกไม้ประดับสวมบนหัวทุย ดูจากทรงแล้วเหมือนจะโดนรับน้องเล่นจนเมากรึ่มแต่คงครองสติเดินตรงมาหาเขาราวกับภาพย้อนอดีตเมื่อห้าปีก่อนที่บาร์ร้านเจ๊นา เพียงแต่กาลเวลามันทำคนเติบโตและช่ำชองประสบการณ์ “เธอขึ้นมาได้ไงเนี่ย” “พี่ขุนเขาบอกว่าพี่ชอบแอบมาอยู่ที่นี่” เสียงทะเลคลื่นซัดเข้าฝั่ง ยาหยีขึ้นคร่อมนั่งตักหันหน้าเข้าหาคนพี่ก้มมองไล่ตั้งแต่ดวงตาสีเทาลามถึงริมฝีปากบางเฉียบ ไม่รู้อีกคนแกล้งเมาหรือแค
ผ่านไปหลายสิบนาทียาหยีเส้นเสียงยาหยีก็เริ่มแหบแห้งเหมือนลูกแพะพึ่งคลอดจริง ๆ จึงส่งช่วงแก่ทีมงานคนอื่นโชว์ออฟพลังเสียงดูบ้าง ฮังเลยื่นแก้วน้ำให้หวานใจแล้วพานั่งพักคลื่นน้ำริมทะเลหยอกล้อตบตีหยิกหูตามประสาพวกคนคลั่งรัก ทำคนโสดสนิทวัยรุ่นวัยทองต้องแอบแซวที่นาน ๆ ทีจะเห็นเจ้าพ่อบ้านหมิงในมุมแปลกหูแปลกตามากกว่าอดีตที่ผ่านมา ไม่ว่าสถานะระหว่างพี่ป๋ากับคุณดาราชื่อดังตั้งในฐานันดรใด ทุกคนต่างล้วนดีใจที่ชายสายเลือดลูกหลานของเผ่าอารัญประสบพบเจอกับความรักเฉกเช่นคนอื่นเขาให้เห็นเป็นบุญตา หวังว่าสักวันทุกคนจะมีวาสนาเห็นป๋าทินกรเอาเมล็ดดอกชบามอบให้แก่คนพิเศษคนนั้นและครองรักจวบจนนิรันดร์ “เห้ยไข่มุกรอเดี๋ยวดิ!” ทินกรขอเวลาคุยธุระส่วนตัวชนแก้วกับพวกพี่ขุนเขาและลูกน้องฝั่งบ้านเซฟเฮ้าส์ ชายหนุ่มผมชมพูจึงอาศัยโอกาสวิ่งเรียกหญิงสาวนุ่งผ้าถุงสั้นสีม่วงอัญชันผมสั้นประบ่าทัดดอกชบาเสื้อสายเดี่ยวสีพาสเทลโชว์เรือนร่างผิวหนังตามแบบชุดชนเผ่าวัยรุ่น วันนี้เธอแต่งองค์ทรงเครื่องสวยเป็นพิเศษขัดกับใบหน้ายมนาบอกบุญไม่รับกับเขาเช่นเคย เมื่อยืนเทียบความสูงแล้วดูเหมือนยาหยีจะสูงกว่าเธอเกือบห้าหกเซน เมื่อครู่เขาได้แว
“อยากขี่หรอน้องหยี ตอนนี้เนี่ยนะ?” สาวชาวใต้เจ้าของร้านเช่าเจสกีผิวสีน้ำผึ้งนามว่า ‘พี่หมี’ อดีตแชมป์นักกีฬาแข่งเจสกีดีกรีแนวหน้าระดับประเทศที่แอบมาทำธุรกิจร้านเช่าเล็ก ๆ บนเกาะแลจันทร์เลิกคิ้วถามซุปตาร์ขวัญใจมวลชนขณะยืนกินไข่ปลาหมึกย่างด้วยอารมณ์สงสัย สภาพอากาศย่ำแย่ถึงขนาดไม่มีนักท่องเที่ยวกล้า
สี่เดือนก่อนหน้า… เสียงปรบมือแห่เชียร์เซ็งแซ่ ชายหนุ่มผมสีชมพูอ่อนละม้ายคล้ายลูกกวาดอายุอานามย่าง25ปีในชุดสูทแบรนด์ดังควบคู่กับเครื่องประดับราคาเฉียดล้านเดินตระหง่านไหว้ขอบคุณบรรดาแขกผู้มีเกรียติในงานประกาศรางวัลหลังได้ยินชื่อตัวเองขานดังผ่านลำโพงโรงละคร แสงสปอตไลท์ฉายแผ่ลงมายังผู้ที่ได้รับถ้วย
งานคอนเสิร์ตจบลงด้วยความโกลาหล ผู้คนและเหล่าแฟนเพลงแตกตื่นวิ่งออกจากฮอลล์คอนเสิร์ตกันจ้าละหวั่นหลังรู้ข่าวว่ามีนักธุรกิจชื่อดังทายาทผู้นำตระกูลหมื่นล้านพ่วงแก็งเจ้าพ่อทรงอิทธิพลคนใหม่นอนหายใจรวยรินนั่งจมกองเลือดตรงบริเวณที่นั่งโซนแขกวีไอพีของศิลปินอย่างไม่ทราบสาเหตุ สื่อข่าวแพร่สะพัดกระจายไปทั่วห
“คุณครับ ได้ยินผมรึเปล่า” ชายหนุ่มแว่นกลมเสื้อขาวทวนถามผู้บาดเจ็บขณะมองถุงน้ำเกลือเพื่อตรวจดูปริมาณว่าลดลงมากน้อยแค่ไหน คนไข้ร่างเล็กจึงค่อย ๆ ไหวพยักหน้ารับแม้สายตาจะยังฝ้าฟางปรับความชัดได้แค่ประมาณ 240p ยาหยีพยุงตัวลูบหัวตัวเองเล็กน้อยโดยมีชายคนนี้ถอดหน้ากากออกซิเจนแล้วช่วยประคองจับตัวพยุงเขาน






![Sexy the Series | รักนี้เกินต้าน [YAOI] + [BDSM] + [NC25+]](https://yfbwww.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
