تسجيل الدخولทุกอย่างที่อยากได้ เขาต้องได้ รวมถึง ‘ยัยแว่นบื้อ’ นั่นด้วย “ปากอย่างเธอ ฉันไม่เอาทำเมียหรอก” “หน้าหมาแบบพี่ หนูไม่เอาทำผัวเหมือนกัน”
عرض المزيدหลงกลรักพี่ว้ากโคตรเลว
“อยากลองจนได้เรื่อง”
ซีรีส์นิยายเซต ตระกูลวิระโภคิน
เซนต์ คุณากร วิระโภคิน
อายุ 21 ปี สูง 182 cm เลขมงคล 60
ลูกชายคนรองของเสี่ยฮาร์นและหนูหลิน
เจ้าของคลับ KV Grand Club ขอนแก่น
วิศวกรรมไฟฟ้าปีสาม ตำแหน่งเฮดว้ากสายโหดที่น้องหวาดกลัว
หน้านิ่งแต่เจ้าเล่ห์ บริการเสน่ห์เก่ง อยากได้ต้องได้
เทคแคร์ เปรมมิกา โศภีพัทธ์
อายุ 19 ปี สูง 164 cm
ลูกคนเล็กของตระกูลผู้ดี เด็กแว่นเรียนดี
คนอื่นคิดว่าเธอเป็นเด็กเนิร์ด แต่ความจริงแล้ว
เธอเป็นคนมั่นใจ เซ็กซี่ ไม่ยอมคนต่างหาก
“น้องมันใสซื่อขนาดนั้น มึงจะล่อจริงเหรอวะ”
“หน้าตากูดูเป็นคนดีขนาดนั้นรึไง ?”
“มึงกับพี่เซนต์..”
“กูได้ตัวท็อปเลยนะ ถือว่าไม่ขาดทุน”
*************
ที่นี่ มีนมใหญ่ - ขอนแก่น
เสียงดังเจี๊ยวจ๊าวสนั่นร้านขนมหวานชื่อดังแถวรั้วมหาวิทยาลัย วันนี้นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ปิดร้านเลี้ยงต้อนรับน้องเฟรชชี่อย่างเป็นทางการ
“มึง ! หล่อโฮก อยากได้เป็นผัว”
“กูมองไม่เห็น !”
เทคแคร์ เปรมมิกา โศภีพัทธ์ สาวเฟรชชี่ปีหนึ่งหรี่ตาหันมองตามไปที่มุมนอกสุดของร้าน ทว่าเธอกลับมองเห็นแค่กลุ่มผู้ชายร่างสูงโปร่งดูทะมัดทะแมงสามสี่คนเดินผ่านไปเท่านั้น ไม่เห็นว่าหน้าตาเป็นอย่างไร
ที่มองไม่ค่อยชัดก็เพราะเธอเผลอทำแว่นสายตาอันใหม่แตก เลยต้องหยิบเอาแว่นอันเดิมที่ต่ำกว่าค่าสายตามากแล้วมาใส่ ทำเอาทัศนวิสัยการมองเห็นของเธอแทบจะติดลบ
“แก กลุ่มพี่เซนต์ โคตรหล่อเลย ฮือ”
“ไม่ใช่แค่หล่อนะจ๊ะ โคตรรวยเด้อ คนนี้ฉันจองจ้ะ”
“แบ่งกัน เพราะฉันชอบพี่อาร์ทจ้ะ”
เพื่อนร่วมรุ่นเมาท์มอยถึงผู้ชายกลุ่มนั้นแบบออกรสออกชาติแถมเสียงดังจนผู้ชายกลุ่มที่โดนนินทามองตามเสียงมา
“คิดยังไงวะ ชวนพวกกูมางานเลี้ยงนม”
“ไม่ยังไง แค่มาหาเหยื่อ”
เซนต์ คุณากร วิระโภคิน ตำแหน่งเฮดว้ากจอมเผด็จการที่รุ่นน้องเคารพยำเกรง เขาคนนี้ไม่ค่อยจะชอบมางานเลี้ยงสังสรรค์ของคณะสักเท่าไหร่ยกเว้นจำเป็นต้องมา แต่ครั้งนี้กลับมาเองทำเอารุ่นน้องปีสองอกสั่นขวัญหายเพราะกลัวจะโดนลงโทษ ต่างจากปีหนึ่งที่ไม่รู้กิตติศัพท์ของเขาผู้นี้ เห็นเพียงใบหน้าหล่อเหลากับผมสีเทาเอกลักษณ์
“แล้วเจอยังเหยื่อมึงอ่ะ เห็นมองโต๊ะนั้น อย่าบอกนะว่าจ้องน้องที่คัดดาว มึงจะล่อดาวทุกปีเลยเหรอวะ”
“ไม่ใช่ดาว ยัยแว่น”
รอยยิ้มของผู้ล่ายกขึ้นเมื่อเอ่ยถึงคนที่ตัวเองสนใจ ไม่รู้เพราะอะไรเหมือนกัน ‘ยัยเฉิ่ม’ คนนั้นถึงดึงดูดสายตาเขานัก หน้าตาจิ้มลิ้มใสซื่อกับแว่นสายตากรอบสีชมพูชวนเขามองจนละสายตาจากเธอไม่ได้
“อู้ว ล่อเด็กเรียนซะด้วย เนิร์ด ๆ ไม่เป็นงานจะถูกปากเหรอเพื่อน”
“ฮึ ! ก็ไม่แน่”
ใบหน้าเย็นชาตอนนี้แฝงไปด้วยกลิ่นอายความเจ้าเล่ห์ สายตาชายจดจ่ออยู่ที่สาวน้อยก่อนจะละลงมาที่แก้วเหล้าปั่นสีสวย
“น้อง ! เอาเฟรนซ์ฟราย ไก่คาราเกะ เกี๊ยวซ่า แล้วก็ขนมปังปิ้งอะไรก็ได้ลงโต๊ะนั้นนะ”
เซนต์จัดแจงสั่งอาหารพร้อมชี้ไปที่โต๊ะดังกล่าว การกระทำที่ไม่เคยเห็นมาก่อนเล่นเอาเพื่อนขนลุก จนต้องเอื้อมมือมาแตะที่หน้าผากเขาเพื่อดูว่ามีไข้หรือเปล่า
แปะ แปะ แปะ ! “อะแฮ่ม น้อง ๆ คะ ต่อไปพี่จะขอสุ่มน้องยี่สิบคนแรก แนะนำตัวกับพี่ ๆ ให้บอกชื่อเล่นกับสโลแกนประจำตัวนะ เริ่มที่น้องคนนี้เลยค่ะ”
เสียงพี่สันทนาการปีสองเอ่ยด้วยรอยยิ้มบอกถึงกิจกรรมถัดไปที่ต้องทำร่วมกัน ผู้โชคดีคนแรกจะเป็นใครอื่นไม่ได้นอกจากว่าที่เดือนคณะวิศวกรรมศาสตร์
“สวัสดีครับพี่ ๆ เพื่อน ๆ ผมทอมนะครับ สโลแกนไม่มีหน้าตาดีไปวัน ๆ ครับ”
“สวัสดีค่ะ เอญ่านะคะ โสด จีบได้ ทักไลน์มาเลย”
กรี๊ดดด แปะ แปะ แปะ ~ ทั้งเสียงโห่ร้องทั้งเสียงปรบมือชื่นชมความหล่อความสวยดังขึ้นจนแสบแก้วหู ทำเอาคนมองอะไรไม่ชัดต้องยู่หน้าหรี่ตามองไปยังผู้พูด
ผู้โชคดีโดนสุ่มไปเรื่อย ๆ ส่วนมากเป็นคนที่หน้าตาดี ๆ ทั้งนั้นเรียกเสียงโห่แซวของผองเพื่อนแล้วรุ่นพี่เป็นอย่างดี
“ปัน ! มันนี่”
“ครับพี่”
“สุ่มน้องคนนั้น”
รุ่นน้องพยักหน้าด้วยความงงงวย แต่ก็ทำตามที่รุ่นพี่ของตนบอกเพราะไม่อยากจะขัดใจสักเท่าไหร่
“สุ่มแบบไหนวะไอ้เหี้ย ล็อกเป้าชัด ๆ”
“ฮึ !”
เซนต์ผุดรอยยิ้มแฝงความในใจออกมาอย่างชัดเจนว่าเขาอยากได้ สายตาวาวโรจน์ดุจเปลวเพลิงมรณะเปี่ยมไปด้วยความคาดหวังว่าจะได้ลิ้มลองเธอสักครั้ง
“สะ.. สวัสดีค่ะ ชื่อเทคแคร์นะคะ ทำไมต้องเป็นเด็กดี ขอเป็นเด็กพี่ได้ไหม ขอบคุณค่ะ”
น้ำเสียงสุภาพเอ่ยติด ๆ ขัด ๆ เพราะไม่ได้เตรียมตัวมาก่อน คำคมก็เป็นเพื่อนของเธอที่คิดให้เมื่อครู่ มันประหลาดจนเธอต้องรีบพูดแล้วรีบนั่งลงทันที แต่นั่นมันกลับถูกใจอีกคนที่จ้องตะครุบเธอไปเป็นเหยื่อเสียจริง
“ชื่อเทคแคร์เหรอ เดี๋ยวโดนกูเทคโอเวอร์”
“เอาจริงดิ !”
“อยากลองเด็กเนิร์ดดูบ้าง”
“พ่อ”“แก”เสียงทุ้มของชายทั้งสองคนเอ่ยขึ้นพร้อมกัน จากที่สถานการณ์นิ่งเงียบมานาน เสี่ยฮาร์นสูดหายใจเข้าเต็มปอดเขาไม่รู้ว่าจะเริ่มจากตรงไหนดี“พ่อสบายดีไหมครับ”“สบายดี ฮึก พ่อ.. สบายดี”แค่ประโยคสั้น ๆ ที่เปล่งออกมาทำให้เจ้าสัวคณาเรศน้ำตาร่วงทันที กี่ปีมาแล้วที่ลูกชายไม่เคยพูดกับเขาด้วยน้ำเสียงเช่นนี้เลย อย่าว่าแต่ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ แค่ยอมคุยกันดี ๆ สักครั้งยังไม่เคย“พ่อ.. ขอโทษ พ่อขอโทษแกจริง ๆ”“เรื่องที่มันผ่านไปแล้วก็ให้มันผ่านไปเถอะครับ ความจริงผมรู้ทุกอย่าง รู้ว่าแม่เป็นคนขอร้องให้พ่อไปลงทุนที่ต่างประเทศเอง รู้ว่าเรื่องข่าวพ่อกับดาราคนนั้นไม่เป็นความจริง ผมแค่รับไม่ได้วันนั้นพ่อไม่มาแม้แต่ดูใจแม่”“พ่อ.. ขอโทษจริง ๆ ฮึก พ่อ.. รับปากแม่แกว่าถ้าไม่สำเร็จพ่อจะไม่กลับมา ตอนนั้นพ่อยังทำไม่ได้แล้วจะให้พ่อแบกหน้ามาเจอแม่แกได้ยังไง”“ผมปล่อยวางได้แล้วครับ พ่อก็เลิกโทษตัวเองเถอะ แล้วไปอยู่กับหลานไปอยู่กับผม”เจ้าสัวเงยมองหน้าลูกชายทันทีที่เขาเอ่ยเช่นนั้น ไม่คิดว่าเขาจะได้กลับไปอยู่กับลูกกับหลานอีกครั้งในบั้นปลายชีวิต แค่นี้คนแก่อย่างเขาก็ตายตาหลับแล้ว“ผมซื้อบ้านหลังข้าง ๆ ไว้ให้พ่อ
อาการแปลกประหลาดของคนสองคนอยู่ในสายตาผู้ใหญ่อย่างป้าไหมตลอด เธอรู้ว่าอาการแบบนี้มันคืออะไรแต่ทว่าเจ้านายของเธอเป็นหมันทำให้เธอไม่แน่ใจอะไรสักอย่างได้แต่สังเกตอาการมาเรื่อย ๆ“หลิน กินแบบนี้มานานหรือยังลูก”“สักพักแล้วค่ะป้า ตัวบวมมาก ฮ่าฮ่าฮ่า”“ให้เสี่ยพาไปหาหมอหน่อยไหม หลินรู้สึกหรือเปล่า”กึก ! คำที่ป้าไหมพูดเธอเริ่มเข้าใจและจับจุดประสงค์ได้ คงไม่ใช่ว่าเธอจะตั้งครรภ์หรอกนะ แต่จะเป็นไปได้ไงในเมื่อเขาบอกเองว่าเป็นหมันวันถัดมาหลินขอให้เขาพาไปหาหมอตามที่ผู้ใหญ่แนะนำ แม้ในใจจะอยากมีลูกมากแต่ก็หวั่นอยู่เหมือนกันกลัวว่าเขาจะไม่เชื่อใจเธอ กลัวว่าเขาจะไม่เชื่อว่าเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาจริง ๆหลินนั่งรอผลตรวจอย่างกระวนกระวายใจ ส่วนคนที่ไม่รู้ว่าเธอขอร้องให้เขาพามาโรงพยายาลทำไมก็คงยังนั่งนิ่งโอบกอดคนตัวเล็กไม่ปล่อย“เชิญคุณวริศราค่ะ”“เฮีย~ เฮียเข้าไปกับหนูได้ไหมคะ”เขาพยักหน้าแล้วพยุงเธอเดินเข้าห้องตรวจ ใบหน้าสาวเจ้าแสดงออกถึงความกังวลอยู่มากจนเขาเครียดตามไปด้วยกลัวว่าเธอจะเป็นอะไรที่ร้ายแรง“ยินดีด้วยนะครับคุณพ่อคุณแม่ ตอนนี้ตั้งครรภ์ได้สิบเอ็ดสัปดาห์แล้วครับ”“เฮีย~”แทนที่เธอจะดีใจกล
จนเกือบหนึ่งทุ่มทั้งสองถึงได้เวลาก้าวขาออกจากบ้านไปวัดสักที วันนี้ที่วัดใหญ่มีการจัดรำวงการกุศลเพื่อหาเงินสร้างโบสถ์ ครอบครัวเธอเองก็มีชื่อนั่งเป็นประธานครั้งนี้ด้วย เพราะบริจาคไปถึงครึ่งแสน แม้จะไม่ได้อยากได้ชื่อเสียงอะไร แต่ทางวัดก็ใส่ให้อยู่ดี“มื้อนี้แม่ใหญ่สายคืองามแท้”หลินเอ่ยชมแม่ตัวเองที่เป็นสาวรำวงครั้งนี้ด้วย เสื้อขาวกระโปรงลายดอกพริ้วนั่นเธอเป็นคนจัดหามาให้ทั้งหมด พอเห็นแม่ตนแต่งตัวแบบนี้บ้างก็แปลกตาดีเหมือนกัน“ไปเหมาสักสองรอบไป อ่ะ”เสี่ยฮาร์นยื่นธนบัตรสีเทาปึกหนึ่งให้ภรรยาก่อนที่เธอจะเดินไปบอกกรรมการวัด พร้อมซื้อมาลัยมาคล้องแม่ของเธอด้วย ความจริงมีมาลัยเงินที่เธอทำเองไว้แล้วแหละ แต่อยากอุดหนุนวัดด้วยเช่นกัน“ปะเฮีย”“ไม่เอาหลิน วันนั้นเฮียก็อายพอแล้ว หลินครับ~”เสียงออดอ้อนของเขาไม่ได้ช่วยอะไรเลยเมื่อมือน้อยของเธอดึงกึ่งลากเขาขึ้นเวที ก่อนที่หลาย ๆ คนจะเดินตามขึ้นไปด้วย เสี่ยใหญ่เดินตามผู้หญิงสองคนพร้อมปรบมือแปะ ๆ ไปด้วย รอยยิ้มของสองแม่ลูกทำให้จิตใจเขาเบิกบานลืมอายฟ้อนเล่นตามเธอไปด้วย“เฮ้อเหนื่อย !”“แก่แล้วก็งี้แหละ คิก ๆ”“แต่เอวดีนะ”“ชิ วนมาเรื่องนี้อีกแล้ว ตาแก่
เกือบเที่ยงที่ทั้งสองลืมตาตื่นและเดินลงมาจากบ้านพร้อมกัน สายสมรเองที่รู้อยู่แล้วได้แต่ยิ้มกริ่มดีใจที่ลูกสาวกับลูกเขยดีกัน ต่างจากบันลือที่ตอนนี้วิ่งเข้าไปในบ้านแล้ว“มึงยังกล้ามาอีกอยู่ติ หือ ! (มึงยังกล้ามาอีกเหรอ หือ !)”“พ่อใหญ่ลือ เจ้านิเฒ่าซือ ๆ บ่ฮู้จักความเนาะ ! (พ่อใหญ่ลือ แกนี่แก่เฉย ๆ ไม่รู้จักความเลยนะ !)”สายสมรวิ่งไปห้ามผัวตัวเองพร้อมด่าฉาดใหญ่ ก่อนจะอธิบายเรื่องทั้งหมดให้ฟัง ส่วนบันลือเองก็ไม่พอใจนักไม่ได้เต็มใจที่จะรับเขาเป็นลูกเขยเหมือนแต่ก่อน แค่เห็นว่าลูกสาวรักผู้ชายคนนี้มากเลยมองข้ามไปเสี่ยฮาร์นเดินไปที่รถของตัวเอง ก่อนจะหยิบของที่เตรียมมาตั้งแต่เมื่อวานลงจากรถ พานบายศรีเล็ก ๆ ถูกวางต่อหน้าพ่อตาแม่ยายพร้อมกล่าวขอขมาอย่างจริงใจ แต่ถึงอย่างนั้นบรรลือก็ไม่ได้ใจอ่อนลงสักนิดจนกระทั่งเขาหยิบขวดบรั่นดีนอกออกมา ทำเอาบันลือตาลุกวาวเป็นประกาย“เออ บักอันนี้มันอยู่เป็นเว้ย (เออ ไอ้นี่มันอยู่เป็นเว้ย)”ชายสูงวัยหยิบขวดเหล้าก่อนจะตบบ่าลูกเขยเบา ๆ แล้วเดินออกจากบ้านไปหาลุงในทันที ทำเอาสายสมรและหลินส่ายหัว“อีสาย !”เสียงเดือนเพ็ญตะโกนเรียกน้องสาวจากทางหน้าบ้านดังขึ้น สายสมรรีบ
ลานเกียร์“พี่มิลค์ใช่เจ้าของคำใบ้ขาวมากกินได้ทุกวันไหมคะ”“จะใช่ไหมน้า หรือไม่ใช่”“ใช่แหละ ฮ่าฮ่าฮ่า รับแคร์เข้าสายรหัสได้ไหมคะพี่มิลค์”เทคแคร์ยืนกุมมือทำหน้าออดอ้อนพี่สาวที่เธอตามหามาทั้งบ่าย ขอร้องให้รับเธอเข้าร่วมสายรหัสอีกคน เพราะถ้าตอนนี้เธอยังหาพี่ไม่เจอตอนรวมนัดต้องโดนลงโทษให้ทำอะไรแผลง ๆ
“แม่ง ! เป็นผู้หญิงเสือกเมาหัวราน้ำ”พลขับมองเด็กสาวที่นอนแน่นิ่งอยู่เบาะข้าง ๆ สายตาเสือร้ายไล่ตั้งแต่หัวจรดเท้า แปลกก็แต่เขาไม่มีความคิดที่จะล่วงเกินคนเมาเลยสักนิด มีแต่อยากปลุกขึ้นมาอบรมให้รู้สำนึกเสียบ้างติ๊ด~เขาถือวิสาสะหาคีย์การ์ดในกระเป๋าเธอแล้วสแกนผ่านตั้งแต่ประตูใหญ่ ลิฟต์จนถึงประตูห้อง
KV Grand Club – Khon Kaen“เข้าได้แน่นะม่อน”“เออ กูสืบมาแล้ว เห็นว่าเจ้าของก็เป็นนักศึกษา”กลุ่มเพื่อนสามคนยืนถามไถ่กันอยู่หน้าร้าน กล้า ๆ กลัว ๆ ที่จะเข้า หากแต่แต่งตัวมาขนาดนี้แล้วคงต้องลองแล้วแหละ หวังว่าพวกเธอคงไม่โชคร้ายในวันที่ตำรวจลงพื้นที่ออกตรวจหรอกนะในขณะที่ทั้งสามก้าวเข้าร้านสายตาหนุ่ม
สวนพฤกษศาสตร์ - มหาวิทยาลัยเทคแคร์จอดรถมอเตอร์ไซค์คู่ใจไว้ลานปูนด้านหน้าแล้วลงมายืดเส้นยืดสายเตรียมตัววิ่งออกกำลังกายอย่างที่ทำมาตลอด“อ้าว !”“พี่เซนต์ สวัสดีค่ะ เจอกันอีกแล้ว”“เจอบ่อยขนาดนี้ไม่คิดหน่อยเหรอว่าพี่ตามจีบ”“ไม่ค่ะ แคร์คิดว่าพี่ว่าง”เธอยิ้มแห้งตอบไปอย่างนั้นแล้วยืดเส้นต่อ ความจริงก






المراجعات