로그인“ทำไมหมอถึงจูบน้ำตาลอีกแล้วล่ะคะ” “ก็น้ำตาลกัดปากตัวเองอีกแล้วนี่นา” “แต่...” น้ำเสียงเล็กแย้งออกมาได้เพียงครึ่งคำ ก็ถูกกรภัทร์ประทับรอยจูบอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เขากลับมอบรสจูบที่อ้อยอิ่งและเนิ่นนานโดยไม่มีทีท่าจะยอมถอนริมฝีปากออกไปโดยง่ายเหมือนครั้งแรก เพราะณัฐกฤตาก็ยินยอมตอบรับรสจูบอันหอมหวานที่เขามอบให้อย่างไม่ขัดขืน ทำให้กรภัทร์ไม่อยากถอนเรียวลิ้นที่แทรกเข้าไปยึดครองพื้นที่ในช่องปากเล็กนั้นสักวินาทีเดียว ยิ่งได้เห็นณัฐกฤตาหลับตาพริ้มหวาน ทำให้ใบหน้างามนั้นยิ่งดูมีเสน่ห์เย้ายวนมากยิ่งขึ้นอีกเท่าตัว ทำให้กรภัทร์ย่ามใจเพิ่มจังหวะการจูบให้เร่าร้อนยิ่งขึ้น ณัฐกฤตารู้สึกเหมือนตัวเองถูกทิ้งให้ลอยเคว้งอยู่กลางมหาสมุทร และกำลังหมดกำลังเรี่ยวแรงจะว่ายต่อ มือเรียวบางลูบไล้ป่ายปีนไปทั่วกรอบหน้าหล่อของกรภัทร์อย่างลืมตัว เสียงลมหายใจหอบกระเส่าของร่างบางที่อยู่ในอ้อมกอดของ กรภัทร์ เขาจึงจำใจต้องถอนริมฝีปากออกก่อนที่ณัฐกฤตาจะขาดอากาศหายใจ “ถ้าน้ำตาลไม่ตอบ ผมจะถือว่าน้ำตาลตกลงนะครับ”
더 보기ณ โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง
‘ก้องภพ’ หรือ ‘ภพ’ วิศวกรหนุ่มหล่ออนาคตไกล วัยย่างยี่สิบเจ็ดปี ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลใกล้บ้านในช่วงค่ำเมื่อวานนี้ หลังจากแพทย์ได้ตรวจวินิจฉัยอาการอย่างละเอียดแล้วพบว่า ก้องภพนั้นมีอาการแพ้อาหารทะเลอย่างรุนแรง แพทย์จึงต้องให้เขานอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาลทันที
แม้ ‘ณัฐกฤตา’ หรือ ‘น้ำตาล’ ภรรยาสาวสวยที่พามาส่งจะรู้สึกแปลกใจว่า สามีของเธอนั้นไปแพ้อาหารทะเลที่ไหนมา เพราะทุกเช้าก้องภพจะทานอาหารเช้าที่เธอทำให้เขาทานก่อนไปทำงาน
ส่วนอาหารเที่ยงเธอก็ทำใส่กล่องให้สามีเอาไปทานที่ทำงานด้วยทุกวัน แต่เธอก็ไม่ได้ใส่ใจจะซักไซ้ไล่เลียงถึงสาเหตุ เพราะเป็นห่วงอาการป่วยของผู้เป็นสามีมากกว่า
หลังจากจัดการทำเรื่องเข้าพักในโรงพยาบาลให้ก้องภพเรียบร้อยแล้ว น้ำตาลจึงรีบกลับไปเก็บของใช้ส่วนตัวที่บ้าน และไหว้วานฝากให้เพื่อนบ้านที่อยู่ติดกันนั้น ช่วยดูแล ‘กัปตัน’ ลูกชายวัยห้าขวบของเธอสักคืน
ช่วงสายของวันรุ่งขึ้น เมื่อน้ำตาลเข้าไปทำธุระส่วนตัวในห้องน้ำ ก้องภพจึงรีบหยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องบางของเขาขึ้นมาเปิดดู ทำให้รู้ว่ามีสายที่ไม่ได้รับและข้อความทางไลน์ที่กระหน่ำส่งเข้ามารัว ๆ ถ้าหากเขานั้นไม่ได้ทำการตั้งค่าปิดเสียงไว้คงทำให้ภรรยาสาวที่นอนเฝ้าไข้อยู่ข้าง ๆ เตียงคงไม่ได้หลับเป็นแน่
ก้องภพรีบพิมพ์ข้อความตอบเพื่อแจ้งให้ปลายสายที่กำลังพยายามจะโทรเข้ามาอีกครั้งให้รู้ว่า ตอนนี้เขานอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลตั้งแต่เมื่อคืน และด้วยอาการรู้สึกอ่อนเพลียเพราะฤทธิ์ยาจึงไม่รับสาย หากได้พักสักวันสองวันก็คงหายดี ไม่ต้องเป็นห่วง
เมื่อเสียงประตูห้องน้ำภายในห้องพักผู้ป่วยถูกเปิดออก ทำให้คนที่กำลังขะมักเขม้นจิ้มหน้าจอมือถือมีสีหน้าที่ตื่นตระหนก และพยายามซุกซ่อนโทรศัพท์มือถือไว้ใต้ผ้าห่มสีขาวที่คลุมท่อนล่างของเขาไว้ พลางขยับตัวให้อยู่ในท่ากึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียงผู้ป่วย แล้วแสร้งยิ้มกลบเกลื่อนให้ภรรยาสาว
“พี่ภพ มีไข้หรือเปล่าคะ ปวดหัวหรือเปล่า ทำไมหน้าถึงซีดขนาดนั้นคะ?” น้ำตาลปรี่เข้ามาถามไถ่อาการด้วยความเป็นกังวล แววตาฉายความเป็นห่วง พร้อมทั้งใช้หลังมือบางแตะที่หน้าผากของสามีที่ชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อเม็ดโต
“เอ่อ...เปล่าจ้ะ พี่ไม่เป็นอะไร สงสัยคงจะหายไข้แล้วล่ะ เหงื่อเลยออกเยอะ เดี๋ยวรอคุณหมอเข้ามาตรวจ พี่ว่าพรุ่งนี้ก็คงอนุญาตให้พี่กลับบ้านได้แล้วล่ะ”
“อย่างนั้นก็ดีเลยค่ะ พี่ภพอยู่คนเดียวสักพักได้ไหมคะ? น้ำตาลว่าจะขอตัวกลับไปดูกัปตันสักหน่อย ฝากให้พี่กานดาดูแลลูกเรามาทั้งคืนแล้ว ตาลเกรงใจพี่เขาค่ะ”
“ได้สิจ๊ะ น้ำตาลกลับไปดูลูกเถอะ พี่อยู่คนเดียวได้”
“ตาลว่าจะแวะตลาดซื้อวัตถุดิบไว้ทำอาหารให้กัปตัน และก็ซื้อผลไม้ติดไม้ติดมือไปฝากพี่กานดาเป็นการขอบคุณที่ช่วยดูแลกัปตันให้ แล้วพี่ภพอยากทานอะไรเป็นพิเศษไหมคะ? เผื่อกับข้าวที่โรงพยาบาลรสชาติไม่ถูกปาก ตาลจะได้ซื้อเข้ามาให้ค่ะ”
“ไม่เอาดีกว่าจ้ะ พี่เข็ดกับข้าวตลาดแล้ว ไม่รู้ว่าเขาใส่อะไรลงไปบ้าง นี่ที่พี่ป่วยครั้งนี้คงเป็นเพราะรุ่นน้องที่แผนกซื้ออาหารกลางวันมาฝากแน่ ๆ เลย ” ก้องภพหยุดพูดเล็กน้อย “ไม่มีอาหารที่ไหนอร่อย ปลอดภัยเท่าฝีมือเมีย”
น้ำตาลค้อนเขาอย่างหมั่นไส้
“แต่ว่าพี่อยากกินไก่ต้มขมิ้นกับหมูฮ้อง ฝีมือของน้ำตาลมากกว่า ซื้อร้านไหนมาก็ไม่เคยได้รสชาติอร่อยเท่าต้นตำรับอาหารใต้แท้ ๆ เหมือนที่น้ำตาลทำให้พี่กินเลย” ก้องภพส่งสายตาหวานล้ำ พลางคว้าท่อนแขนเรียวเล็กแล้วถูไถใบหน้าหล่อทำท่าทีออดอ้อนภรรยาราวกับลูกแมวเชื่อง ๆ
น้ำตาลมีรอยยิ้มเล็ก ๆ ผุดขึ้นบนดวงหน้าสวยคมตามแบบฉบับสาวใต้ เพราะถูกสามีปากหวานเอ่ยชม แต่เพียงชั่วครู่เท่านั้นความยุ่งยากบนใบหน้าก็ปรากฏขึ้นมาแทน
“แต่ว่า...กว่าน้ำตาลจะไปตลาดซื้อของ แล้วมาทำกับข้าวให้พี่ภพ น่าจะกลับมาไม่ทันมื้อเที่ยงหรอกนะคะ”
ก้องภพเหลือบสายตาขึ้นเล็กน้อย ความดีใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อ ริมฝีปากยกยิ้มกรุ้มกริ่มอย่างมีเลศนัย
“โถ ไม่เป็นไรเลย แค่น้ำตาลตั้งใจทำสิ่งที่พี่อยากกินให้ กลับมาไม่ทันมื้อเที่ยงก็ไม่เป็นไร ขอแค่เป็นฝีมือน้ำตาล พี่รอกินมื้อเย็นก็ได้จ้ะ”
“ถ้าอย่างนั้นก็ได้ค่ะ น้ำตาลอาจกลับมาช้าหน่อย ถ้าพี่ภพมีอาการผิดปกติอะไร หรือว่าต้องการอะไร พี่ภพก็กดกริ่งเรียกพยาบาลนะคะ เสร็จธุระน้ำตาลจะรีบกลับมานะคะ”
“จ้ะ ไม่ต้องรีบนะ พี่รอได้”
ทันทีที่ร่างสูงระหงราวกับนางแบบเดินลับตาไปจากห้อง ก้องภพก็รีบหยิบโทรศัพท์มือถือที่ซ่อนอยู่ ขึ้นมากดรับสายที่กำลังโทรเข้ามา
“ครับ ขอโทษนะครับน้องยาหยี พอดีคุณหมอเข้ามาตรวจอาการพี่พอดี เลยไม่ได้รับสาย ตอนนี้น้องยาหยีถึงไหนแล้วครับ” ก้องภพรีบแก้ตัวพันละวัน เพราะเกรงว่าปลายสายจะโกรธที่เขารับโทรศัพท์ช้า
เป็นจังหวะเดียวกันน้ำตาลเดินสวนกับ ‘เศวยา’ หรือ ‘ยาหยี’ สาวสวยในชุดเดรสสั้นสีแดงเพลิงปาดไหล่ เผยให้เห็นผิวขาวออร่ากระแทกตา ตามค่านิยมของสาววัยรุ่นสมัยนี้ ที่มักจะการฉีดวิตามินและกลูตาไธโอนเข้าเส้นเลือดเพื่อปรับความขาวกระจ่างใสของผิวกว่าพันธุกรรมดั้งเดิมของสาวเอเชีย จนน้ำตาลนั้นต้องหันไปชำเลืองมอง แต่ที่มากกว่าผิวขาวกระแทกตาแล้ว เสียงสนทนาที่เด็กสาวกำลังคุยด้วยนั้นกลับกระแทกหูยิ่งกว่า
“ค่ะ พี่ภพ ตอนนี้ยาหยีใกล้จะถึงห้องพี่ภพแล้วนะคะ ใช่ห้องห้าศูนย์หนึ่งใช่ไหมคะ” ยาหยียิ้มหวาน และหยุดเดินเพื่อสนทนากับคนในสายครู่หนึ่ง
กรภัทร์ยังคงจับมือเล็กไว้ไม่ยอมปล่อย "ขอบคุณนะ...ที่เลือกฉันเป็นพ่อ ฉันจะดูแลเธออย่างดีเจ้าหนู" เขาพูดเบาจนแทบเป็นเสียงกระซิบ โดยไม่รู้เลยว่า...มีอีกคนหนึ่งกำลังมองดูอยู่ น้ำตาลตื่นขึ้นมา เธอก็พบภาพตรงหน้าหมอกรยังนั่งอยู่ข้างเตียงมือหนึ่งกุมมือกัปตันไว้แน่นอีกมือคอยลูบผมลูกชายของเธอไม่หยุดสายตาที่เขามองลูกชายของเธอ เต็มไปด้วยความรัก ความห่วงใย ไม่มีแม้แต่นิดเดียวที่ดูเหมือนกำลังดูแล "ลูกของคนอื่น" หัวใจของณัฐกฤตาอุ่นวาบขึ้น ผู้ชายคนนี้ไม่เคยพูดว่าจะรักกัปตัน แต่ทุกการกระทำของเขากลับพูดแทนทุกคำเธอเดินเข้าไปหาเบา ๆ ชายหนุ่มหันมาเห็นก็ยิ้มบางส่งให้เธอ "ขอโทษนะน้ำตาล...ผมทำให้คุณตื่นหรือเปล่า" เขากลัวว่าเธอจะนอนไม่พอเพราะตั้งแต่น้องกัปตันล้มป่วยแม่ของแกแทบไม่ได้พักเลยเขาสงสารทั้งลูกและแม่ น้ำตาลส่ายหน้าหวือก่อนสายตาจะตกลงไปที่มือของเขาซึ่งยังจับมือลูกชายไว้แน่น "เหนื่อยไหมคะที่ต้องเฝ้าน้องกัปตัน ฉันที่ต้องเฝ้าลูกยังเผลอหลับให้คุณเฝ้าไปด้
เพราะทุกหน้าที่เปิดออกนั้นล้วนแต่เป็นหลักฐานที่เขาคิดว่าไม่มีวันมีใครหาเจอและในวินาทีนั้นเองเขาก็เริ่มเข้าใจว่าคนที่กำลังดึงเขาลงจากทุกสิ่งที่เคยมี ‘ไม่ใช่โชคชะตา’ ‘แต่มันเป็นผลจากการกระทำของตัวเอง’ สองสัปดาห์ผ่านมาณัฐกฤตาโหมงานหนัก ร้านอาหารเล็กๆ ของเธอเป็นไปด้วยดีเพราะเธอตั้งใจทำ เธอไม่อยากให้คนลงทุนให้ผิดหวัง และเธอเองก็เป็นคนทำอะไรจริงจัง ยอมรับว่าทั้งทำงานเลี้ยงลูกดูแลคนรัก แต่ละวันเหนื่อยมากแต่เธอมีความสุขจนกระทั่งคืนหนึ่ง ค่ำคืนนั้น ฝนโปรยลงมาไม่ขาดสาย ละอองฝนกระทบกระจกหน้าต่างห้องเป็นจังหวะแผ่วเบา แต่คนในห้องไม่มีใครได้นอนเลย ร่างเล็กของน้องกัปตันนอนซุกอยู่ใต้ผ้าห่มลายกาตูนตัวโปรด ใบหน้าแดงระเรื่อเพราะพิษไข้ แม้ไข้จะเริ่มลดลงหลังได้รับยา แต่เจ้าตัวก็ยังละเมอเป็นพักๆ ดูน่าสงสาร หมอหนุ่มนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงมาตั้งแต่หัวค่ำด้วยความเป็นห่วงทั้งในฐานะของหมอและว่าที่พ่อเลี้ยง เขาเปลี่ยนผ้าเย็นให้เด็กน้อยครั้งแล้วครั้งเล่า เช็ดเหงื่อที่ผุดขึ้นตามหน้าผากอย่างแผ่วเบาถนุถนอม ก่อนใช้ปลายนิ้วแตะข้อมือเล็กเพื่อ
คุณ.." กรภัทร์ยิ้มอ่อนเหมือนเดาออกว่าน้ำตาลกำลังคิดอะไรอยู่ "วันนี้..." "ผมไม่ได้เร่งรีบจะขอคุณแต่งงาน ผมรู้ว่าต้องให้เวลาคุณบ้าง" ถึงภายในใจอย่างเร่งเร้าแล้วก็ตามเขาอยากมีครอบครัวพร้อมจะสละโสดถ้าได้น้ำตาลคนนี้มาเป็นเมีย หญิงสาวแอบถอนหายใจอย่างโล่งอกเพราะทุกอย่างมันเร็วเกินไป บางทีคนที่ถูกหวยรางวัลที่หนึ่งก่อนช็อกตายในความโชคดีทั้งที่ยังไม่ทันได้ใช้เงิน แต่ก็อดแปลกใจไม่ได้ แม่หม้ายลูกติดมีสิทธิ์จะโชคดีแบบนี้ด้วยเหรอ ชายหนุ่มค่อย ๆ เปิดฝากล่อง ภายในไม่ใช่แหวนขอแต่งงาน แต่เป็น... กุญแจร้านอาหารแห่งหนึ่งซึ่งเขาคิดว่าหญิงสาวจะต้องชอบมันเป็นร้านที่เขาสืบรู้มาว่าเธอมีความฝันอยากมีร้านอาหารเล็กๆ แบบนี้เป็นของตัวเอง "ผมซื้อร้านอาหารร้านนี้ไว้แล้ว ตั้งใจมอบให้คุณ" น้ำตาลเบิกตากว้าง “อะไรนะคะ ซื้อร้านอาหาร” เธอแทบไม่เชื่อหู เคยเห็นผู้หญิงคนอื่นโชคดีถูกแฟนเปย์ด้วยเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า เงินสด ส่วนเธอไม่เคยได้มาก่อน ไม่คิ
ภายในร้านอาหารริมแม่น้ำ แสงเทียนอันอุ่นละมุนสะท้อนดวงตาคมของกรภัทร์ เวลานี้แม้บรรยากาศจะโรยราด้วยสีของรัตติกาล แต่สำหรับคุณหมอหนุ่มเขาเหมือนถูกโอบล้อมด้วยสีชมพู สีแห่งความรัก เขาหยิบกล่องกำมะหยี่สีน้ำเงินเข้มออกมาวางตรงหน้าน้ำตาลเบิกตากว้างสงสัยว่าผู้ชายตรงหน้าจะทำอะไรบางอย่างให้เธอประหลาดใจ "หมอ..." ชายหนุ่มสูดลมหายใจลึก ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง เขาเริ่มสารภาพแบบตรงไปตรงมา "ตั้งแต่วันที่ผมทำคลอดน้องกัปตัน..." "ผมก็แอบตกหลุมรักน้ำตาล คุณเป็นผู้หญิงที่เข้มแข็งมากแต่วันนั้นคุณมีครอบครัวแล้ว ผมจึงทำได้แค่เก็บความรู้สึกเอาไว้ ผมรู้ขอบเขตว่าคิดอะไรไปเกินกว่านั้นไม่ได้" เขาอยากบอกเธอมานานแล้วเขาไม่ได้เพิ่งชอบเธอแต่ชอบเธอนานแล้ว "แต่ต่อจากนี้ที่คุณกับผมไม่ได้ติดอยู่ในความสัมพันธ์กับใคร...ปล่อยให้ผมดูแลคุณกับกัปตันได้ไหม" น้ำตาลยกมือขึ้นปิดริมฝีปาก น้ำตาค่อย ๆ เอ่อคลอโดยไม่รู้ตัวเป็นครั้งแรกในชีวิต... ที่เธอรู้สึกว่า ความรักไม่จำเป็นต้องหวือหวาแค่ม