หลุมพรางร้อยรัก

หลุมพรางร้อยรัก

last updateDernière mise à jour : 2026-02-07
Langue: Thai
goodnovel16goodnovel
Notes insuffisantes
148Chapitres
2.2KVues
Lire
Bibliothèque

Partager:  

Report
Overview
Catalog
Scanner le code pour lire sur l'application

บางสิ่งที่เกิดมาคู่กัน แม้จะอยู่ห่างไกล แต่โชคชะตาจะนำพาให้มาพานพบ นางคือผู้ที่ชะตาชักนำให้เดินทางข้ามเส้นแบ่งกาลเวลา เพราะค้นพบกำไลหยกปริศนาสองวงโดยมิได้ตั้งใจ นางต้องเอาตัวรอดจากองค์ชายห้าแห่งแคว้นจ้าว จึงต้องสร้างข่าวลือขึ้นมา แต่แล้วนางกลับถูกจับยัดใส่เกี้ยวเจ้าสาว ของจอมมารจ้าววังเมฆาอัคคีโดยที่นางมิได้เต็มใจ จอมมารที่ใครๆ ต่างก็หวาดกลัวเช่นเขา กลับรับนางเอาไว้อย่างยินดียิ่ง ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่านางมิใช่เจ้าสาวของเขา เมื่อไม่มีทางเลือกนางจึงได้ทำพันธสัญญาร่วมกันระหว่างนางกับเขา โดยที่นางมิรู้เลยว่าพันธสัญญานั้นจะย้อนคืนมา ร้อยรัดหัวใจนางจนมิอาจแยกจาก!

Voir plus

Chapitre 1

บทที่ 1

ท่ามกลางผู้คนมากมายซึ่งเดินสวนกันในท่าอากาศยานนานาชาติปักกิ่ง หญิงสาวร่างสูงโปร่งพร้อมกระเป๋าเดินทาง ก้าวออกมาจากประตูผู้โดยสารขาเข้าระหว่างประเทศ ใบหน้าภายใต้แว่นตาสีชากวาดมองไปยังป้ายภาษาจีน ทั้งนี้ก็เพื่อมองหาชื่อของตัวเอง ในบรรดาป้ายชื่อมากมาย

หลังจากที่กลับไปยังบ้านเกิดได้ไม่ถึงเดือน ‘จิรวรรณ ไป๋’ หญิงสาวลูกครึ่งไทย-จีนวัยยี่สิบสี่ปี ซึ่งเพิ่งจะเรียนจบจากมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้จำต้องกลับมาที่ประเทศจีนอีกครั้ง เพราะได้รับการแจ้งข่าวการเสียชีวิตของ ‘ไป๋ฮุ่ยหวง’ บิดาบังเกิดเกล้า

นานมาแล้วพ่อกับแม่ของหญิงสาวแยกทางกันด้วยดี ‘อัญชลี’ มารดาของหญิงสาวแต่งงาน และมีครอบครัวใหม่ที่อบอุ่น ส่วนบิดาของหญิงสาวย้ายกลับมาอยู่ที่จีน

นับจากแยกทางกับมารดา หญิงสาวก็ไม่ได้ติดต่อกับบิดาบ่อยนัก ทั้งที่มาเรียนอยู่ที่จีน เพราะทางครอบครัวของไป๋ฮุ่ยหวงไม่ค่อยพอใจในการแต่งงานของบิดามารดาของตนแต่แรก ทำให้จิรวรรณไม่ค่อยคุ้นเคยกับญาติๆ ฝ่ายบิดาเท่าที่ควร จนกระทั่งบิดามาจากไป หญิงสาวจึงได้รับข่าวจากญาติของบิดาซึ่งติดต่อไปให้มาร่วมงานศพ

จิรวรรณเดินเข้าไปสะกิดชายวัยกลางคนที่ถือป้ายชื่อของตน จากนั้นรถคันหรูก็วิ่งออกมาจากท่าอากาศยานนานาชาติปักกิ่ง กระทั่งชั่วโมงต่อมาคฤหาสน์หลังงามก็ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า

หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อตั้งสติ ภาพบรรยากาศการพบกันของญาติๆ ในละครน้ำเน่าปรากฏขึ้นในหัว และแล้วมันก็เป็นความจริง ความเย็นชาของทุกคนในบ้านทำให้แทบจะถอนหายใจออกมาดังๆ

แน่ละสิก็คฤหาสน์หลังนี้มันกลายเป็นของหญิงสาวอย่างถูกต้อง หลังจากที่งานศพเสร็จสิ้น และญาติฝ่ายบิดาก็ไม่มีทางที่จะเห็นด้วย

การมาครั้งนี้แม้ไม่ได้ต้องการรับสิ่งใด เพราะต้องการหลีกเลี่ยงความวุ่นวาย เพียงคิดว่าอย่างน้อยก็ต้องมาร่วมงานศพ ทว่าทนายของตระกูลไป๋ยืนยันว่าคฤหาสน์หลังนี้ต้องเป็นของหญิงสาวเท่านั้น

ความรู้สึกโดดเดี่ยวตั้งแต่ก้าวแรกที่เหยียบเข้ามาในคฤหาสน์หลังนี้ ทำให้หญิงสาวคิดถึงเมืองไทย ยังดีที่มี ‘หยูจิ้ง’ แม่บ้านเก่าแก่ของตระกูล ที่คุยอย่างเป็นมิตร ทั้งยังดูแลเรื่องต่าง ๆ รวมไปถึงการพาหญิงสาวไปยังห้องพัก

               คฤหาสน์หลังนี้มีพื้นที่กว้างขวาง ซึ่งห้องที่หยูจิ้งจัดเอาไว้ให้หญิงสาวเป็นห้องที่อยู่ชั้นบนสุด คาดว่าน่าจะเป็นห้องที่ดีที่สุดในบ้าน เพราะได้ยินเสียงกระแนะกระแหนดังมาเข้าหูอยู่ไม่ขาดสาย และเจ้าของเสียงก็คือ ‘ไป๋ฮุ่ยเหอ’ ที่มีศักดิ์เป็นน้าสาวของจิรวรรณ

               “ห้องนี้คุณท่านเตรียมเอาไว้ให้คุณหนูนานแล้วค่ะ คุณท่านหวังเอาไว้เสมอว่าคุณหนูจะย้ายมาอยู่ที่นี่” หยูจิ้งเอ่ยยิ้มๆ “นี่เป็นบันทึกของคุณท่าน และนี่กุญแจห้อง กุญแจเซฟรหัสเปิดเซฟอยู่ในนี้ค่ะ” หยูจิ้งยัดทุกอย่างใส่มือของจิรวรรณ

               “ทำไมจะต้องมีกุญแจห้องละคะ”

               “ห้องนี้มีข้าวของมากมายค่ะ คุณหนูเข้าไปเปิดดูก็จะรู้เอง” หยูจิ้งอยากจะพูดเต็มทีว่ามีข้าวของที่มีคนคอยจ้องตาเป็นมัน แต่นางก็ไม่ได้พูดออกมา “ตามสบายนะคะ เวลาอาหารเย็นคือหกโมง พรุ่งนี้เช้าตอนเก้าโมงคือเวลาฝังศพ ป้าจะเข้ามาเรียกตอนแปดโมง”

               “ขอบคุณค่ะ” จิรวรรณเอ่ยขอบคุณยิ้มๆ

เมื่อหยูจิ้งปิดประตูหญิงสาวก็มองไปรอบๆ ห้องอย่างเหนื่อยใจ ครอบครัวของบิดาร่ำรวยมากทั้งยังเป็นตระกูลเก่าแก่ที่มีชื่อเสียง ดังนั้นญาติๆ จึงไม่ยอมรับมารดาของหญิงสาวที่เป็นชาวต่างชาติ

จิรวรรณเปิดบันทึกของบิดาอ่าน และพบจดหมายที่เขียนด้วยลายมือถูกพับสอดเอาไว้ภายใน ที่สำคัญจดหมายฉบับดังกล่าวยังจ่าหน้าซองถึง ‘อวี้หลัน’ ซึ่งเป็นชื่อจีนของหญิงสาว

‘อวี้หลัน พ่อคิดถึงลูกเหลือเกิน พ่อยกทุกอย่างที่พ่อเพียรสร้างมาให้ลูกสาวคนเดียวของพ่อ อย่าได้คิดยกมันให้คนอื่นหรือว่าปฏิเสธ มันควรจะเป็นของลูก พ่อรักลูกและหวังว่าลูกจะมีชีวิตที่ดี’

                                                            ‘ไป๋ฮุ่ยหวง’             

จิรวรรณนั่งอ่านสมุดบันทึกของบิดาอยู่ครู่ใหญ่ ทั้งยังพบว่าบันทึกนี้ คล้ายกับว่าไป๋ฮุ่ยหวงจดเอาไว้เพื่อให้หญิงสาวอ่านโดยเฉพาะ มันมีทั้งการใช้ชีวิตประจำวัน ส่วนต่างๆ ของบ้าน มุมโปรด หนังสือเล่มโปรด หรือแม้กระทั่งจำนวนตัวเลขของบัญชีธนาคาร ซึ่งตัวเลขมันก็น่าตกใจเอามากๆ

หลังจากอาบน้ำเสร็จหญิงสาวเหลือบไปเห็นกุญแจเซฟ แต่ยังไม่ทันได้เปิด หยูจิ้งก็มาเรียกลงไปข้างล่างเสียก่อน เพราะไป๋ฮุ่ยหมิงมาพบทั้งยังขอย้ายเข้ามาอยู่ในคฤหาสน์หลังนี้

…ไม่ใช่เฉพาะตัวเขา แต่เป็นทั้งครอบครัว เรื่องนี้ทำให้หยูจิ้งกับไป๋ฮุ่ยหมิงโต้เถียงกันอย่างรุนแรง กระทั่งหญิงสาวที่นั่งฟังอยู่เงียบๆ เกิดรำคาญขึ้นมา

“ถ้าจะย้ายเข้ามาอยู่ถาวรเกรงว่าคงจะไม่ได้หรอกค่ะ แต่หากคุณลุงยังหาบ้านใหม่ไม่ได้ หนูก็จะให้ย้ายเข้ามาอยู่ชั่วคราว แต่ได้แค่สองเดือนนะคะ” หญิงสาวยื่นคำขาด ในขณะที่หยูจิ้งไม่เห็นด้วย ตอนแรกจิรวรรณไม่รู้ว่าทำไม แต่พอกลับเข้าห้องแล้วเปิดตู้เซฟก็เข้าใจทันที

ตู้เซฟขนาดใหญ่ถูกเติมเต็มเอาไว้ด้วยชุดเครื่องเพชร ไม่เท่านั้นยังมีของมีค่าที่จัดแบ่งเอาไว้เป็นสัดส่วน เรียงกันอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย

…ข้าวของมากมายขนาดนี้จะให้เอาไปทำอะไร ใส่หรือ ใส่ไปไหนละ ยังไม่ทันทำอะไรต่อหยูจิ้งก็เข้ามาอีก “คราวนี้ใครคะป้า” จิรวรรณเดินตามหยูจิ้งออกมา

“ล็อกห้องด้วยค่ะคุณหนู อย่าลืมนะคะ ไปไหนมาไหนทุกครั้งล็อกห้องเสมอ จนกว่าคนพวกนี้จะย้ายออกไปหมด”

“แหมป้าคะ” จิรวรรณเบ้หน้า

Déplier
Chapitre suivant
Télécharger

Dernier chapitre

Plus de chapitres
Pas de commentaire
148
บทที่ 1
ท่ามกลางผู้คนมากมายซึ่งเดินสวนกันในท่าอากาศยานนานาชาติปักกิ่ง หญิงสาวร่างสูงโปร่งพร้อมกระเป๋าเดินทาง ก้าวออกมาจากประตูผู้โดยสารขาเข้าระหว่างประเทศ ใบหน้าภายใต้แว่นตาสีชากวาดมองไปยังป้ายภาษาจีน ทั้งนี้ก็เพื่อมองหาชื่อของตัวเอง ในบรรดาป้ายชื่อมากมายหลังจากที่กลับไปยังบ้านเกิดได้ไม่ถึงเดือน ‘จิรวรรณ ไป๋’ หญิงสาวลูกครึ่งไทย-จีนวัยยี่สิบสี่ปี ซึ่งเพิ่งจะเรียนจบจากมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้จำต้องกลับมาที่ประเทศจีนอีกครั้ง เพราะได้รับการแจ้งข่าวการเสียชีวิตของ ‘ไป๋ฮุ่ยหวง’ บิดาบังเกิดเกล้านานมาแล้วพ่อกับแม่ของหญิงสาวแยกทางกันด้วยดี ‘อัญชลี’ มารดาของหญิงสาวแต่งงาน และมีครอบครัวใหม่ที่อบอุ่น ส่วนบิดาของหญิงสาวย้ายกลับมาอยู่ที่จีนนับจากแยกทางกับมารดา หญิงสาวก็ไม่ได้ติดต่อกับบิดาบ่อยนัก ทั้งที่มาเรียนอยู่ที่จีน เพราะทางครอบครัวของไป๋ฮุ่ยหวงไม่ค่อยพอใจในการแต่งงานของบิดามารดาของตนแต่แรก ทำให้จิรวรรณไม่ค่อยคุ้นเคยกับญาติๆ ฝ่ายบิดาเท่าที่ควร จนกระทั่งบิดามาจากไป หญิงสาวจึงได้รับข่าวจากญาติของบิดาซึ่งติดต่อไปให้มาร่วมงานศพจิรวรรณเดินเข้าไปสะกิดชายวัยกลางคนที่ถือป้ายชื่อของตน จากนั้นรถคันหรูก็วิ่งออกมาจ
Read More
บทที่ 2
“เชื่อป้าเถอะค่ะ” หยูจิ้งเอ่ย“ก็ได้ค่ะ” ถึงอย่างนั้นก็หันกลับไปล็อกห้องโดยดี ผู้ที่มาหาครั้งนี้คือทนายประจำตระกูลไป๋ เขาเข้ามาแจกแจงหุ้นของโรงแรมแห่งหนึ่งซึ่งไป๋ฮุ่ยหวงถือครองอยู่ แต่ครั้งนี้จิรวรรณสามารถโอนให้ใครก็ได้ ทำให้ญาติๆ หลายคนที่ได้ฟังตาโต และพยายามที่จะพูดเอาใจเพื่อให้หญิงสาวยกให้หลังจากเสร็จงานศพจิรวรรณโทรไปปรึกษากับมารดาเรื่องมรดกที่ได้รับ มารดาของหญิงสาวแนะนำให้แบ่งหุ้นต่างๆ ให้ญาติทุกคนเท่าๆ กัน แต่มีข้อแม้ว่าพวกเขาจะต้องย้ายออกไปจากคฤหาสน์หลังนี้ เพราะอยู่ด้วยกันไปก็รังแต่จะทำให้อึดอัดเปล่าๆเมื่อยื่นข้อเสนอไปทุกคนก็ตอบตกลงแทบจะทันที ซึ่งนั่นก็ทำให้หญิงสาวแทบจะถอนหายใจออกมาดังๆ หากจะคิดอีกแง่พวกเขาก็ยังช่วยดูแลงานศพของบิดาเป็นอย่างดี เพราะหญิงสาวนั้นไม่รู้ว่าจะต้องจัดการอย่างไร อย่างน้อยพวกเขาก็ทำตัวสมเป็นญาติบ้างห้าวันหลังจากงานศพหญิงสาวได้รับโทรศัพท์จากทนายของบิดา ให้ไปเข้าร่วมงานประมูลที่ไป๋ฮุ่ยหวงเคยบริจาคเงินเอาไว้ สถานที่ก็คือพิพิธภัณฑ์โบราณที่ไป๋ฮุ่ยหวงสร้างขึ้นเพื่อการกุศลจิรวรรณอยู่ในชุดสูทสีเขียวเข้มกางเกงขาสั้น เมื่อก้าวเข้าไปในงานก็มีท่าทีลังเล เพราะไม่
Read More
บทที่ 3
ด้านหนึ่งเขาคือ อิ่นเมิ่ง บัณฑิตอ่อนแอที่มีอาชีพเป็นพ่อค้าธรรมดาหาเช้ากินค่ำที่ชาวบ้านละแวกนั้นรู้จักเขา แต่อีกด้านหนึ่งเขาคือ เสวียนหมิง จอมมารจ้าววังเมฆาอัคคีที่ใครๆ ต่างก็หวาดกลัววังเมฆาอัคคีตั้งอยู่บนหุบเขาอัคคี หุบเขาสูงชันที่ตั้งอยู่ทางด้านเหนือของเมืองอันหนิง เมืองหลวงแคว้นจ้าวเส้นทางขึ้นไปยังหุบเขาอัคคีเต็มไปด้วยหน้าผาสูงชัน ตัวเรือนพักต่างๆ และห้องโถงของวังเมฆาอัคคี ถูกสร้างขึ้นภายในถ้ำที่เจาะลึกเข้าไปในภูเขาหิน โดยการใช้กำลังภายในขั้นสูงเจาะหินเข้าไปเป็นโพรงหอสูงต่างๆ ถูกสร้างขึ้นเหลื่อมล้ำกันไป คล้ายขั้นบันไดสูงขึ้นไปเรื่อยๆ จนถึงยอดเขาที่มีแนวราบ ที่นั่นคือสุสานจ้าววังคนก่อนๆ ที่ได้รับการฝังอย่างมีเกียรติหากมองจากด้านล่างของหุบเขา จะสามารถมองเห็นวังเมฆาอัคคีได้อย่างชัดเจน ทว่าหากมีผู้ที่คิดจะบุกรุกเข้าไป หรือมีผู้ที่คิดจะปีนขึ้นไปคงจะต้องคิดนานหน่อย เพราะทางเข้าและรอบๆ หุบเขาเต็มไปด้วยค่ายกลกับดักซึ่งยังไม่เคยมีคนนอกฝ่าเข้าไปได้“ท่านจ้าววัง การเดินทางครั้งนี้ท่านไม่จำเป็นต้องไปด้วยตัวเองก็ได้” จั่วจินเหิง ผู้คุมกฎซ้ายของวังเมฆาอัคคีเอ่ยเสียงเครียด“ไม่เป็นไร ข้าก็อยากจ
Read More
บทที่ 4
“เจ้าไม่เห็นนางหรือ หญิงสาวในชุดประหลาดตาสีเขียวเมื่อครู่ นางยืนอยู่ตรงนี้ ข้างๆ ข้า” เสวียนหมิงขมวดคิ้ว เขาเห็นภาพลวงตาหรอกหรือถังหานเยวี่ยมองไปรอบๆ อีกครั้ง ทว่าไม่ว่าจะมองหาเท่าไร ก็ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดอยู่อื่น นอกจากสัตว์น้อยใหญ่ที่กำลังส่งเสียงอยู่ในป่าเสวียนหมิงได้แต่ขมวดคิ้วจากนั้นก็ควบม้าออกไป ในใจของเขายังคงสงสัยตัวตนของหญิงสาวผู้นั้น…หรือว่านางจะเป็นเพียงวิญญาณขณะเดียวกันนั้นจิรวรรณก็ต้องรั้งมือกลับเมื่อพบว่า แผงคอม้าที่ตนลูบเมื่อครู่กลับกลายเป็นผนังพิพิธภัณฑ์แทน “นี่มันอะไรเนี่ย” หญิงสาวบ่นกับตัวเองเบาๆ ทั้งยังก้มลงมองกล่องกำไลและกำไลที่ยังคงอยู่ในมือ“คุณหนูครับ”เสียงของทนายประจำตระกูลทำให้ได้สติกลับมา หญิงสาวยื่นกำไลทั้งสองให้กับเขา ทั้งยังถามหาเจ้าของ ทว่าไม่ว่าจะตามหาเช่นไรก็ไม่มีผู้ใดอ้างสิทธิ์ความเป็นเจ้าของ ทนายประจำตระกูลจึงได้แต่เก็บเอาไว้ในตู้ ซึ่งเป็นสถานที่เก็บสิ่งของที่ลูกค้าทำหาย หรือลืมเอาไว้จิรวรรณกลับมาถึงบ้านด้วยความอ่อนเพลีย เรื่องที่เกิดกับตนที่พิพิธภัณฑ์นั้น แน่นอนว่าหญิงสาวไม่กล้าที่จะบอกใคร ตอนที่กำลังจะเตรียมตัวเข้านอนนั้นเอง กำไลทั้งสองกลับวางอยู
Read More
บทที่ 5
ทั้งที่หลับตาลงเพื่อเตรียมพร้อมกับรับความเจ็บ ทว่าเมื่อลืมตาขึ้นอีกที กลับพบว่าตัวเองล้มตัวลงไปบนพื้นห้องนอนที่มีพรมหนานุ่มรองรับ “อะไรกันเนี่ย นี่มันอะไรกัน”จิรวรรณโยนกำไลในมือทิ้งไป มันกลิ้งไปหยุดอยู่ที่มุมห้อง หญิงสาวมองมันอย่างหวาดๆ ก่อนจะงอเข่าขึ้นแล้วนั่งซบหน้าลงกอดตัวเองนิ่ง หากจะบอกว่าตนคิดไปเอง แต่สัมผัสจากท่อนแขนแข็งแรงของบุรุษแปลกหน้าก็ชัดเจนเหลือเกิน แม้ว่าครั้งนี้จะมองเห็นใบหน้าเขาไม่ชัด ทว่าหน้ากากอันนั้นก็ทำให้จิรวรรณมั่นใจว่า เขาคือบุรุษบนหลังม้าคนนั้นทางด้านเสวียนหมิง เขามองหน้ากากในมือนิ่งอย่างใช้ความคิด ร่างของหญิงสาวหายวับไปกับตา ทำให้เขาจ้องเขม็งไปยังบริเวณที่นางเคยยืนอยู่เขามั่นใจว่านางมิใช่ภูตผีหรือวิญญาณ เพราะสัมผัสจากผิวกายของนางยังคงติดอยู่ที่มือเขา ทว่าเขากลับอธิบายไม่ได้ว่าทำไมนางจึงสามารถล่องหนหายตัวไปเช่นนี้ ความจริงเขาไม่ได้ตั้งใจจะทำให้นางตกใจเลย เขาเพียงอยากจะถามให้แน่ชัดเท่านั้น ว่านางเป็นคนหรือวิญญาณกันแน่ เหตุใดจึงมีเพียงเขาที่มองเห็นนาง แต่ดูเหมือนว่านางจะตกใจกลัวหน้ากากของเขา จึงได้ตั้งท่าจะวิ่งหนีอย่างเดียวเมื่อก้มลงมองหน้ากากในมือ อยู่ๆ บทส
Read More
บทที่ 6
ภาพร่างเล็กที่นอนอยู่บนเตียงคนไข้ มีสายระโยงระยางทั้งเลือดและน้ำเกลือทำให้รู้สึกใจหาย หมอบอกว่าจิรวรรณพ้นขีดอันตรายแล้ว เพียงแต่ยังไม่รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาเท่านั้น“ลูกวรรณแม่มาแล้ว ตื่นสิลูก นอนขี้เซาอีกแล้วนะ ต้องให้แม่มาปลุกทุกทีเลย ตื่นได้แล้วจ้ะลูกรัก”อัญชลีลูบไล้ใบหน้าบุตรสาวด้วยความรักใคร่ ใบหน้าของนางปรากฏรอยยิ้ม ทว่าน้ำตากลับไหลออกมาอาบแก้มสองข้างไม่หยุด“โอ้ย” จิรวรรณลุกขึ้นนั่งอย่างลำบากยากเย็น รู้สึกมึนงงทั้งยังเจ็บไปทั้งตัว ดวงตากะพริบตาปริบๆ แล้วหันมองซ้ายขวา “คราวนี้อะไรอีกละ” เอ่ยเสียงดังเมื่อพบว่าตนนั่งอยู่กลางป่าอีกแล้ว“ไป๋อวี้หลัน” มองหาเด็กสาวที่จูงมือตนเดินมาเมื่อครู่ ทว่ารอบกายกลับไม่มีใครสักคนเสียงกรีดร้องขอความช่วยเหลือของผู้หญิงดังแว่วมา จิรวรรณพยายามเงี่ยหูฟัง ทั้งยังเดินเข้าไปยังทิศทางของเสียง ยิ่งเดินไปเสียงก็ยิ่งชัดเจนขึ้น ทั้งยังมีเสียงของผู้ชายแว่วมา ดังนั้นจึงยิ่งเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นไม่นานก็พบร่างสูงใหญ่ของบุรุษคร่อมอยู่บนร่างของหญิงสาวเจ้าของเสียง หญิงสาวไม่รอช้าคว้าท่อนไม้อันใหญ่ที่วางระเกะระกะอยู่ไม่ไกลจากเท้า แล้วค่อยๆ ย่องเข้าไปด้านหลังไม่ให้เขา
Read More
บทที่ 7
ไป๋ซู่ซินพูดพล่ามหลายอย่างว่าจิรวรรณคือน้องสาวของตน หญิงสาวได้แต่เถียง เพราะเด็กสาววัยสิบหกสิบเจ็ดอย่างไป๋ซู่ซิน จะกลายมาเป็นพี่สาวของตนที่มีอายุยี่สิบสี่ได้อย่างไรระหว่างทางที่เดินมากับไป๋ซู่ซิน หญิงสาวก็ใจแป้วลงเรื่อยๆ ภาพบรรยากาศบ้านเรือน ผู้คนและสถานที่ที่ดูยังไงก็คงจะหาไม่เจอในจีพีเอส ทำให้ลางสังหรณ์แปลกๆ ในใจส่งเสียงออกมาดังลั่น และคิดว่าเจ้ากำไลนั่นกำลังเล่นตลกแน่ไป๋ซู่ซินพาหญิงสาวเข้ามายังคฤหาสน์ตระกูลไป๋อันมั่งคั่ง แล้วยื่นกระจกส่งให้ไป๋อวี้หลันทันที เพราะเห็นอีกฝ่ายเอาแต่บอกว่าตนอายุยี่สิบสี่แล้ว“นะ นี่มันอะไรกันเนี่ย!!!”ภาพของเด็กสาววัยไม่เกินสิบห้าปีกำลังสะท้อนออกมาจากกระจกเงา เด็กคนนี้คือไป๋อวี้หลันที่มีใบหน้าพิมพ์เดียวกันกับหญิงสาวไม่ผิดแน่ หากหญิงสาวคือไป๋อวี้หลันเด็กสาวอายุสิบห้าอยู่ที่นี่…แล้วจิรวรรณที่อายุยี่สิบสี่ปีเล่า อยู่ที่ไหน!!หลังจากที่ไป๋ซู่ซินพาไป๋อวี้หลันกลับมาถึงคฤหาสน์ตระกูลไป๋แล้ว นางจึงจำเป็นต้องบอกความลับเรื่องที่นางแอบคบหากับหยางไห่ออกไป ด้วยเพราะนางต้องเชิญท่านหมอมาดูอาการของญาติผู้น้อง ซึ่งโดนหยางไห่บีบคอ และยังต้องอธิบายด้วยว่าทำไมพวกนางจึงออ
Read More
บทที่ 8
“คุณหนู คุณหนูเจ้าคะ”เสียงสาวใช้ปลุกไป๋อวี้หลันเสียงดัง ทำให้ไป๋ซู่ซินที่กำลังเดินเข้ามาพอดีขมวดคิ้ว “วันนี้อวี้เอ๋อตื่นสายจริง” ไป๋ซู่ซินเดินเข้ามาในห้อง“คุณหนูใหญ่เจ้าคะ คุณหนูอวี้หลันเป็นอะไรไปก็ไม่ทราบเจ้าค่ะ บ่าวเรียกตั้งนานแล้วก็ไม่ยอมตื่น บ่าวเขย่าตัวก็แล้ว เรียกก็แล้ว” เสี่ยวจี๋เอ๋อสาวใช้ประจำตัวของไป๋อวี้หลันเอ่ยออกมาเสียงสั่น“อะไรนะ” ไป๋ซู่ซินก้าวเข้ามาหน้าเตียงของไป๋อวี้หลัน“อวี้เอ๋อ เจ้าเป็นอะไรไป ตื่นได้แล้ว” ไป๋ซู่ซินเรียกนางด้วยเสียงแตกตื่น เห็นอยู่ชัดๆ ว่าไป๋อวี้หลันยังคงหายใจเป็นปกติ ทว่าไม่ว่าจะเรียกอย่างไรเด็กสาวก็ไม่ยอมตื่นเสียที“ไปบอกนายท่าน แล้วก็ให้คนไปตามหมอมาด้วย” ไป๋ซู่ซินเอ่ยเสียงร้อนรนและแล้วเช้าวันนั้นคฤหาสน์ตระกูลไป๋ก็วุ่นวายขึ้นอีกครั้ง ทว่าในตอนที่หมอกำลังจับชีพจรไป๋อวี้หลันอยู่นั้น ดวงตาของไป๋อวี้หลันก็ค่อยๆเปิดออก ใบหน้าเล็กมองทุกคนงงๆ คล้ายยังไม่ตื่นเต็มตา“ทำไมเป็นที่นี่อีกแล้วล่ะ”ภาพของผู้คนตระกูลไป๋ที่ยืนรายล้อมหน้าเตียง ทำให้ไป๋อวี้หลันเบิกตามองคนโน้นทีคนนี้ทีด้วยความประหลาดใจ หญิงสาวจำได้ว่าตนตื่นขึ้นมาและพบว่าตนอยู่ที่โรงพยาบาล แล้วทำไมห
Read More
บทที่ 9
“ข้าเองก็เคยได้ยินนะเจ้าคะ หลายคนบอกว่ามีคนเคยเห็นหน้าเขาไม่กี่คน เพราะคนที่เห็นต่างก็ถูกเขาฆ่าตายไปหมดแล้ว” เสี่ยวจี๋เอ๋อตัวสั่น ใบหน้าซีดลงด้วยความกลัวเช่นกัน“น่ากลัวขนาดนั้นเลยหรือ” ไป๋อวี้หลันตาโต“เขามาที่นี่ด้วยหรือเปล่า จ้าววังผู้นั้น” เสี่ยวชุนกระซิบถาม“ไม่รู้สิ ที่ข้ารู้ มีเพียงตอนนี้เหล่าชาวยุทธ์ทั้งหลายต่างก็พากันทยอยมาแล้ว หอมงคลมั่งมีต้องปิดเร็ว เพราะเถ้าแก่จะให้พวกเราทั้งหมดเข้าไปช่วยงานในหอมั่งมี” หลิวเจ้าเอ่ยอย่างตื่นเต้น เขาไม่ได้สนใจเรื่องนั้นเลยแม้แต่น้อย เขาสนเพียงค่าจ้างงามๆ ที่โรงเตี๊ยมมั่งมีจะจ่ายเท่านั้นโรงเตี๊ยมมั่งมีและหอมงคลมั่งมี ต่างก็เป็นกิจการของตระกูลลั่ว ดังนั้นจึงสามารถหยิบยืมคนงานของกันและกันได้ เหล่าคนงานเองก็ชอบ เพราะงานครั้งนี้โรงเตี๊ยมมั่งมีจ่ายค่าจ้างสูงเป็นสองเท่าเมื่อซื้อขนมจากหอมงคลมั่งมีอย่างที่ต้องการแล้ว หญิงสาวทั้งสี่คนจึงเดินออกมาด้านนอก ผู้คนที่ยังคงเดินเข้าออกโรงเตี๊ยมมั่งมี ทำให้บนถนนด้านหน้าเบียดเสียดกันไม่น้อย“เราไปทางนั้นได้หรือไม่ ทางนี้คนเยอะเหลือเกิน” ไป๋อวี้หลันหันไปมองถนนอีกฝั่ง เห็นไม่ค่อยจะมีคนจึงเอ่ยถาม“ทางนั้นไม่ใช่ท
Read More
บทที่ 10
“แล้วท่านชื่ออะไร”“เรียกข้าว่าหย่วนหมิง”“แซ่หย่วน ชื่อหมิงหรือ”“แซ่จาง ชื่อหย่วนหมิง”“ฉันชื่อ…เอ่อไม่ใช่สิ ข้าชื่ออวี้หลัน แซ่ไป๋”“แซ่ไป๋หรือ” เสวียนหมิงเลิกคิ้ว “เจ้าเป็นอะไรกันกับไป๋ซู่จิ่น”“ท่านรู้จักท่านน้าด้วยหรือ เขาเป็นน้องชายของพ่อข้าเอง”“เจ้าคือบุตรสาวของไป๋จินเป่าหรือ” คราวนี้น้ำเสียงเขาสูงขึ้นกว่าตอนที่เอ่ยถึงไป๋ซู่จิ่นจนรู้สึกได้“ใช่ ทำไมหรือ” ไป๋อวี้หลันเงยหน้ามองเขาอย่างรอคอยคำตอบ เสวียนหมิงยืนจ้องหน้านางนิ่งอยู่ครู่ใหญ่ ทว่าก็ไม่ได้ตอบอะไรออกมา กระทั่งไป๋ซู่ซินเดินเข้ามาหาไป๋อวี้หลันกับเสี่ยวจี๋เอ๋อหันไปมองพวกนางเพียงครู่เดียว พอหันกลับมาก็พบว่าเสวียนหมิงหายไปจากตรงนั้นแล้ว เสี่ยวจี๋เอ๋อเองก็ตกอกตกใจที่เขาหายวับไปทันทีเช่นนี้“ใครหรือเจ้าคะคุณหนู ท่านรู้จักเขาได้ยังไง ท่าทางเขาน่ากลัวออกใบหน้า เขามีหน้ากากประหลาดๆ นั่นด้วย” เสี่ยวจี๋เอ๋อทำท่าขนลุก“นั่นสิอวี้เอ๋อ คล้ายกับพวกเจ้ารู้จักกันเลย”“ข้าไม่ได้รู้จักเขาหรอก แต่เหมือนจะเคยเจอเขา”“อวี้เอ๋อเจ้าบาดเจ็บหรือ” ไป๋ซู่ซินอุทานขึ้น“นิดหน่อยเอง ใส่ยาแล้วด้วย”“รีบกลับเถิด แผลลึกขนาดนั้นต้องให้ท่านหมอดูอาการ” ดัง
Read More
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status