องค์หญิงสิบเอ็ด

องค์หญิงสิบเอ็ด

last updateLast Updated : 2026-03-30
Language: Thai
goodnovel16goodnovel
Not enough ratings
29Chapters
1.9Kviews
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

บุรุษที่เจ้าแย่งมาแต่งทำสามีเป็นสวะเช่นนี้ เรื่องบนเตียงก็ยังไม่ได้เรื่อง เจ้าเอาอะไรมารักปักใจกัน ไป๋อันหรานเจ้าช่างเป็นสตรีที่โง่งมในรัก

View More

Chapter 1

บทที่ 1 เจ้าสาวที่ไม่ต้องการ

ตึง! ตึง!

เสียงกลองพิธีดังผสานเสียงขลุ่ยโหยหวนที่ล่องลอยอยู่เหนือเรือนใหญ่ของตระกูลชุน ภายในลานกว้างประดับด้วยผ้าแพรสีแดงสดระย้าเรียงราย แต่ถึงแม้สีแดงจะชวนให้ชื่นมื่นเพียงใด บรรยากาศทั้งงานกลับอบอวลด้วยความอึดอัดหม่นหมอง ผู้คนที่ถูกเชิญมาร่วมงานต่างยืนเรียงรายกันอย่างเก้ๆ กังๆ ไม่มีเสียงหัวเราะ ไม่มีแววตาร่วมยินดี มีเพียงการกระซิบถกเถียง และสายตาสงสารที่แอบโยนมาทางเจ้าบ่าวเป็นพักๆ

บนแท่นพิธี ไป๋อันหรานสวมอาภรณ์เจ้าสาวสีแดงเข้มยืนอยู่ใต้ผ้าคลุมหน้าเงียบ ไม่ไหวติง ข้างกายมีเจ้าบ่าว ชุนมู่หยาง ยืนเคียงข้างด้วยสีหน้าราบเรียบ แต่ในนัยน์ตาไม่ปิดบังแม้เศษเสี้ยวของความเกลียดชัง คล้ายมีดคมบางที่เงียบงันแต่ทิ่มแทงเจ้าสาวอย่างไร้ปรานี

“หนึ่งคำนับฟ้าดิน!” ชายชราเอ่ยเสียงแผ่วแต่หนักแน่น

ทั้งสองก้มศีรษะลงพร้อมกัน เสียงชุดเจ้าสาวไถลบนพื้นที่เย็นเฉียบดังแผ่วๆ แต่สายตาของแขกกลับจับจ้องที่มู่หยางผู้ซึ่งแม้จะคำนับแต่แววตาไม่ยอมลดระดับลง คล้ายประกาศชัดว่านี่ไม่ใช่ความสมัครใจของเขา

“สองคำนับพ่อแม่!”

บริเวณที่ควรจะมีญาติผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย กลับเว้นว่างโล่ง มีเพียงเก้าอี้ไม้วางไว้โดยไร้ผู้คน สายตาของแขกหลายคนสั่นไหวด้วยความขื่นขม

ญาติผู้ใหญ่ตระกูลไป๋ฝ่ายเจ้าสาวไม่มีผู้ใดมาเลย…นอกจากสตรีหนึ่งคน...

ไป๋เจินเจินน้องสาวต่างมารดาของไป๋อันหราน …ใบหน้างดงามของนางยามนี้ขาวซีดเพราะน้ำตาที่เอ่อคลอไม่หยุด มือบางกำชายกระโปรงแน่นราวยั้งหัวใจที่กำลังแตกสลาย

“คำนับต่อกัน” เมื่อถึงพิธีสุดท้าย ชายชราเอ่ยช้าๆ

ไป๋อันหรานก้มหน้าขึ้นเล็กน้อยใต้ผ้าคลุม เหมือนกลั้นลมหายใจ ส่วนมู่หยางหันมองนางชั่วขณะ ความเกลียดชังในดวงตาลึกจนทำให้หลายคนที่ยืนชมต้องเบือนหน้า

“ประคับประคองซึ่งกันและกัน ร่วมเป็นร่วมตาย”

ถ้อยคำนี้กลับเหมือนมีดกรีดกลางอากาศ แขกหลายคนได้แต่มองภาพสองคนยืนเคียงกันด้วยความรู้สึกย้อนแย้ง คู่บ่าวสาวที่ควรเข้าหอกันด้วยความยินดี กลับมีฝ่ายหนึ่งแสดงท่าทีเหมือนนักโทษที่ถูกบังคับให้ผูกโซ่ตรวนเข้าหากัน

“ส่งตัวเข้าหอ”

ยามที่ชายชราพูดจบประโยค เสียงถอนหายใจเบาๆ ของแขกในงานดังเป็นระลอก มู่หยางยังไม่ทันขยับ ก็ได้ยินเสียงร้องสะอื้นแผ่วเบาจากด้านล่าง

“พี่หยาง…”

ไป๋เจินเจินที่เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ นางกัดริมฝีปากจนเลือดซึมน้ำตาร่วงเผาะราวเม็ดมุกที่ขาดร้อย

“เจินเจิน…”

มู่หยางเอ่ยชื่อคนรักเบาลงกว่าลมหายใจ นัยน์ตาคมอ่อนลงเจือความสงสาร ปลายเท้าของเขาก้าวออกไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว แต่แล้วมือเรียวบอบบางแต่แข็งแรงของหญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างกายกลับยกขึ้น คว้าข้อมือเขาไว้แน่น ชายหนุ่มชะงักฝีเท้า ใบหน้าคมบิดเบี้ยวด้วยความรังเกียจ

“เฮอะ”

เขาแค่นหัวเราะเย็นเยียบ ก่อนสะบัดมืออย่างแรงราวกับถูกสิ่งสกปรกเกาะติด การกระทำของเจ้าบ่าวทำให้แขกหลายคนกระตุกไหล่ด้วยตกใจ มีบางคนส่ายหัวอย่างมองไม่ออกว่า เจ้าสาวช่างใจกล้าเพียงใดถึงได้พยายามเหนี่ยวรั้งเช่นนั้น

ไป๋เจินเจินสะอื้นเงียบๆ มองทั้งคู่ด้วยแววตาเจ็บปวดราวถูกฟันบั่นพัง

“พี่หยาง…” เสียงของนางสั่นจนแทบขาดห้วง

แขกบางคนที่เห็นเหตุการณ์นั้นก็อดที่จะเม้มปากแล้วเอ่ยวิจารณ์แผ่วเบาออกมาไม่ได้

“คุณหนูใหญ่ตระกูลไป๋นี่…กล้าแย่งคู่หมั้นของน้องสาวตนได้เช่นไร”

“ไม่แปลกที่ผู้ใหญ่ตระกูลไป๋ไม่ยอมมางาน…น่าอับอายสิ้นดี”

“เห้อ....น่าสงสารก็แต่คุณชายชุนและคุณหนูรองไป๋ มีใจตรงกันแต่ไม่อาจได้ครองคู่”

เสียงซุบซิบดังขึ้นเรื่อยๆ ทว่าภายใต้ผ้าคลุมหน้าสีแดง ไป๋อันหรานกลับยืนนิ่งเหมือนรูปสลัก ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ว่าหญิงสาวกำลังสั่นเพราะโกรธ เจ็บ หรือกลั้นสะอื้น

ส่วนเจ้าบ่าวชุนมู่หยาง ดวงตาของเขามีเพียงเงาของสตรีที่กำลังร้องไห้อยู่ โดยที่เขาคิดไม่เหลียวมองเจ้าสาวที่ยืนอยู่ข้างกายแม้เพียงเสี้ยววินาที

ห้องหอตระกูลชุน

ภายในห้องหอถูกประดับด้วยผ้าแพรแดงทั่วทุกมุม โคมแดงผูกปมยาวห้อยลงมาราวสัญลักษณ์ของความเป็นสิริมงคล ทว่าความมงคลนั้นกลับไม่มีความอบอุ่นของคู่บ่าวสาวเลยแม้แต่น้อย

บนโต๊ะกลมเตี้ยกลางห้องมีกาสุราแกะสลักลวดลายมงคลวางอยู่ข้างถ้วยสองใบอย่างเงียบงัน ไฟจากตะเกียงน้ำมันวูบไหวตามแรงลมที่เล็ดลอดเข้ามา เสียงเปลวไฟสั่นแผ่วเบานั้นยิ่งทำให้ความวังเวงภายในห้องเด่นชัดยิ่งขึ้น

ไป๋อันหราน สตรีร้ายกาจที่ใครก็ต่างรู้จัก เพราะนิสัยของนางที่ชอบทุบตีคนรับใช้ ทั้งยังรังแกน้องสาวต่างมารดา หรือแม้แต่สั่งฆ่าอนุของบิดา ไม่ว่าเรื่องชั่วช้าอันใดที่เกิดในจวนตระกูลไป๋ก็ล้วนแต่ต้องมีชื่อของนางอยู่ในนั้น และเรื่องชั่วร้ายที่นางทำล่าสุดคือ แย่งคนรักของไป๋เจินเจินน้องสาวต่างมารดา

เพราะนางรักเขาจนหมดหัวใจเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังจะแต่งงานกับน้องสาวต่างมารดานางจึงไม่อาจยอมรับได้ สุดท้ายจึงจงใจวางยาปลุกกำหนัดมู่หยางและใช้โอกาสนั้นทำให้บิดาของนางมาพบ

และนั่นคือเหตุผลที่การแต่งงานครั้งนี้เกิดขึ้น

แอ๊ดดด..

เสียงเปิดประตูดังขึ้นภายในห้อง กลิ่นอายเย็นยะเยือกของชายคนหนึ่งก้าวเข้ามาพร้อมเสียงฝีเท้าหนักแน่น

“คุณชาย” หนึ่งในสาวใช้เอ่ยเบาๆ

“พวกเจ้าออกไปให้หมด” ชุนมู่หยางใช้เสียงเย็นเฉียบสั่งทันที โดยไม่รอให้ใครพูดต่อ

“เจ้าค่ะ”

ประตูปิดลงอีกครั้ง ทิ้งให้มีเพียงสองคนในห้องหอที่ควรเต็มไปด้วยความหวานแต่กลับมีเพียงความตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก

อันหรานยกใบหน้าเล็กน้อยภายใต้ผ้าคลุมหน้าเมื่อได้ยินเสียงก้าวของเขาก้าวเข้ามาใกล้ นางกำมือของตนแน่นจนข้อขาว ความตื่นเต้นและความดีใจพรั่งพรูในอกจนต้องค่อยๆ สูดลมหายใจเพื่อกดความดีใจที่พวยพุ่งไม่หยุด

ในที่สุด… วันนี้ก็มาถึง...

วันที่ข้าได้เป็นภรรยาของพี่หยาง....

พรึบ!

ผ้าคลุมหน้าถูกกระชากออกด้วยแรงที่ไร้ความอ่อนโยนแม้แต่น้อย อันหรานกระพริบตา ลืมตาช้าๆ เมื่อแสงไฟส่องกระทบใบหน้า นางเห็นชายผู้เป็นสามียืนอยู่เบื้องหน้า ใบหน้าหล่อเหลาของเขาที่นางหลงใหลมาโดยตลอดยามนี้แข็งกร้าวอบอวลด้วยกลิ่นอายเย็นยะเยือก

“ท่านพี่…”

คำเรียกนั้นกลับไม่ได้ทำให้มู่หยางอ่อนลงแม้แต่น้อย นัยน์ตาคมมองหญิงสาวอย่างกับกำลังมองสัตว์เดรัจฉานสกปรกที่ไม่ควรอยู่ในห้องนี้ด้วยซ้ำ

ดวงตานั้น…เต็มไปด้วยความเกลียดชังอย่างไม่คิดปิดบัง มือหนากำผ้าคลุมหน้าในมือแน่นจนเส้นเลือดขึ้น เขากัดฟันมองนางราวกับโทษว่านางคือผู้ทำลายชีวิตเขา

หากไม่เพราะยาปลุกกำหนัดชั่วๆ ของนางผู้หญิงที่นั่งอยู่ตรงนี้ควรเป็นไป๋เจินเจินไม่ใช่นาง!

“ท่านพี่…”

เสียงอันหรานสั่นเครือ นางลุกขึ้นยืนอย่างระวัง มือขาวเอื้อมออกไปจับแขนของมู่หยางอย่างอ่อนโยนแต่ก่อนที่ปลายนิ้วจะได้สัมผัสแขน

พลั่ก!!

มู่หยางผลักหญิงสาวอย่างแรงจนร่างบางล้มไปกระแทกพื้น

“สตรีน่ารังเกียจ อย่าแตะต้องข้า” เสียงเขาเย็นเฉียบจนลมหายใจในห้องเหมือนหยุดลง

อันหรานเงยหน้าขึ้นอย่างตกใจ ดวงตาแดงวาบ น้ำตาเริ่มรื้น

“ท่านพี่… ข้า…”

แต่มู่หยางไม่แม้แต่เหลียวมองเจ้าสาวของตน ชายหนุ่มหันหลังเตรียมก้าวออกจากห้องหอ ตั้งใจเดินออกจากห้องหอราวกับว่ามันเป็นสถานที่น่ารังเกียจที่สุดในโลกสำหรับเขา

หัวใจอันหรานบีบรัดอย่างรุนแรง นางร้องเรียกตามเสียงสั่น

“อย่างน้อย… อย่างน้อยท่านพี่ได้โปรด....ดื่มสุรามงคลกับข้าก่อน…” อันหรานเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ นัยน์ตาคู่สวยมองเขาด้วยสายตาอ้อนวอนเหมือนเด็กที่กลัวถูกทอดทิ้ง

มู่หยางหยุดฝีเท้าแต่ไม่ใช่เพราะคำวิงวอนของนางแต่อย่างใด รอยยิ้มเยาะเย้ยเล็กๆ ค่อยๆ ผุดขึ้นบนริมฝีปากของเขา ร่างสูงหันกลับมามองนาง

“สุรามงคลหรือ”

พูดจบร่างสูงก็ย่างกายตรงไปยังกาสุราที่วางอยู่บนโต๊ะ เขาหยิบมันขึ้นด้วยมือที่มั่นคงก่อนก้าวกลับมาหาไป๋อันหรานที่ยังนั่งอยู่บนพื้น

“เจ้าสู้เจินเจินของข้าไม่ได้สักนิด เทียบกับนางก็ไม่ได้ด้วยซ้ำ” เสียงของเขาต่ำและชัดเจนทุกถ้อยคำ ก่อนมือหนาจะยกกาสุราขึ้นเหนือหัวของไป๋อันหราน 

“สุรามงคลของข้า จะดื่มกับนางเท่านั้น” เขากระซิบด้วยน้ำเสียงพิฆาต

“หากเจ้าอยากดื่ม…ก็จงดื่มไปคนเดียว”

ซ่าส์!!

ทันทีที่พูดจบประโยต มู่หยางก็เทสุราทั้งกาใส่ศีรษะของไป๋อันหราน ของเหลวเย็นเฉียบกระทบผิวหนังและชุดเจ้าสาวจนชุ่มโชก น้ำสุราหยดลงจากปลายคาง คล้ายหยาดน้ำตาของหญิงสาวที่โดนเหยียบย่ำศักดิ์ศรี

มู่หยางยิ้มเย็นอย่างพอใจมองผลงานของตนที่ส่งภรรยาในคืนเข้าหอให้เปียกชุ่มด้วยความอัปยศ

“อันหราน” เสียงเขาเรียกชื่อของนางเหมือนเป็นคำสาป “หากเจ้าคิดว่าแต่งมาแล้วจะมีความสุข ก็จำไว้ว่าข้าจะทำให้เจ้าเอ่ยปากขอหย่าเอง”

ชายหนุ่มเอ่ยน้ำเสียงเย็นเหยียบราวกับนี่คือการประกาศสงครามระหว่างพวกเขา จากนั้นร่างสูงก็หมุนตัวเดินออกจากห้องทันที

“คุณชายเจ้าคะ! ออกจากห้องหอในคืนแรกเช่นนี้มิได้นะเจ้าคะ!”

“คุณชาย! นี่มันผิดธรรมเนียม…”

เสียงบ่าวรับใช่ที่ยืนเฝ้าอยู่หน้าห้องหอเอ่ยร้องห้ามเสียงดัง แต่แน่นอนว่าไม่มีประโยคใดหยุดมู่หยางได้ เสียงฝีเท้าที่เดินจากไปดังก้องราวกับเหยียบหัวใจของใครบางคนจนแตกละเอียด

ภายในห้องหอที่เงียบงันไป๋อันหรานนั่งนิ่ง น้ำตาไหลเงียบๆ ผสมกับสุราที่ไหลจากศีรษะลงสู่หน้าอกจนไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไรอีกต่อไป นางกำชายกระโปรงแน่นแต่ริมฝีปากกลับพยายามยกขึ้นเหมือนพยายามยึดเศษเสี้ยวความหวังที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิด

“ไม่เป็นไร…อันหราน…อีกไม่นานท่านพี่ต้องใจอ่อนต่อเจ้าแน่…”

นางปลอบตัวเองเสียงแผ่วราวลม ดวงตาคู่สวยหลับลงก่อนหญิงสาวจะสูดลมหายใจที่สั่นเครือเข้าไปราวกับพยายามเรียกสติของตัวเอง

“เจ้าแค่อดทนรออีกหน่อยเท่านั้น...ทุกอย่างจะต้องดีขึ้นกว่านี้แน่นอน”

ค่ายทหาร

ลมยามค่ำพัดกระแทกผนังของกระโจมใหญ่จนเกิดเสียงดังกรอบแกรบเป็นระยะ ไฟคบที่ปักอยู่ด้านนอกไหววูบ ส่งเงาของทหารยามทอดยาวลงบนพื้นหญ้าแห้ง

ภายในกระโจมไฟตะเกียงน้ำมันสี่ดวงตั้งอยู่ตามมุม ให้แสงสีส้มสลัวรำไร บรรยากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นควันไฟและความตึงเครียดที่หนาแน่นจนรู้สึกได้เหมือนหมอกควัน

พื้นที่ตรงกลางถูกล้อมด้วยเหล่าองค์ชายและทหารคู่ใจของพวกเขา ทุกคนก้มหน้าไม่กล้ามองสบสายตาของบุรุษผู้มีอำนาจทหารสูงสุดภายในค่ายทหารแห่งนี้ เพราะเคยเห็นฤทธิ์เดชของบุรุษผู้เลือดเย็นมาแล้วหลายครั้ง

ม่อเหยียนหรือที่ผู้คนต่างเรียกขานว่าอ๋องปีศาจ เขายืนอยู่กลางกระโจมหลังเหยียดตรงอย่างน่าเกรงขาม รูปโฉมของเขาได้สัดส่วนราวกับถูกสวรรค์สลักขึ้นเอง คิ้วเข้มได้รูปขับให้ดวงตาคมลึกดุจคมดาบในยามราตรี ปรายตามององครักษ์เงาที่นั่งคุกเข่ารายงานถึงเรื่องที่เขาสั่งให้ไปสืบอยู่เบื้องหน้าด้วยสายตาเย็นเยียบ

“อันหรานนี่หรือ… คือบุรุษที่เจ้าเลือก?”

น้ำเสียงของม่อเหยียนไม่ดัง ไม่เกรี้ยวกราด แต่ทหารทั้งกระโจมกลับรู้สึกราวกับมีแรงอาฆาตไหลอาบรอบตัว

องครักษ์เงาลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากก่อนกล่าวรายงานต่ออย่างระมัดระวังแต่ถึงอย่างนั้น…เหงื่อยังไหลเงียบๆ ตามขมับของเขา

“ในวันคืนแต่งงาน…คุณชายชุนก็ยัง…” เสียงนั้นสั่นเล็กน้อยเพราะรู้ดีว่าอารมณ์ของท่านอ๋องจะเกรี้ยวกราดมากเพียงใดหากได้ฟังเรื่องที่เกิดขึ้นในห้องหอของคุณหนูใหญ่ตระกูลไป๋

องค์ชายสองที่ยืนอยู่ด้านข้างเหลือบมององครักษ์ด้วยสายตาตักเตือน ราวกับบอกว่า…หากพูดออกไปโดยไม่ระวังอาจจะต้องเก็บศพตัวเองคืนนี้

“พูด!!!” ม่อเหยียนกดเสียงต่ำคำเดียวแต่สะท้อนทั่วกระโจมราวกับระเบิด

องครักษ์กลืนน้ำลายก่อนเอ่ยทุกคำด้วยหัวใจที่เต้นรัวเหมือนถูกบีบ

“คุณชายชุน… ไม่ได้อยู่ร่วมในห้องหอเขากลับไปอยู่กับบุตรสาวคนรองของท่านไป๋และก่อนจะออกจากห้อง…เขายังเทสุรามงคลลงบนศีรษะของคุณหนูใหญ่…พร้อมกล่าวเหยียดหยามนางอย่างรุนแรง…”

เงียบ…

เงียบจนได้ยินเสียงลมหายใจของทุกคนในกระโจม

ม่อเหยียนยืนนิ่งแต่ข้อนิ้วที่กำหมัดแน่นจนขึ้นเส้นเลือดบอกได้หมดว่าภายในกำลังเดือดดาลเพียงใด ราวกับเปลวเพลิงกำลังคืบคลานอยู่ภายในอก องค์ชายสองที่เห็นท่าทางอันตรายนั้นรีบก้าวออกมาหนึ่งก้าวพูดเสียงเบาอย่างระวังที่สุด

“ท่านอา…นางแต่งงานแล้ว ท่านอาก็ควรลืมนางเสียเถิด”

คำพูดนั้นเหมือนมีดที่กรีดผ่านความอดทนของม่อเหยียน เขาหันขวับสายตาคมกริบราวคมดาบตวัดไปยังองค์ชายสองจนอีกฝ่ายต้องกลั้นลมหายใจแทบไม่กล้าขยับ

“ออกไปให้หมด!!!”

ครั้งนี้เสียงเขาดังกว่าฟ้าร้องกระโจมสั่นสะเทือน ทหารและเหล่าองค์ชายที่อยู่ในกระโจมรีบคุกเข่าแล้วลุกออกไปทันทีด้วยท่าทางหวาดกลัว

เมื่อทุกคนออกไปจนหมดความเงียบก็กลับมาปกคลุมอีกครั้ง ภายในกระโจมเหลือเพียงเสียงลมหายใจหนักๆ ของม่อเหยียนที่สะท้อนก้องในพื้นที่อันกว้าง เขาทรุดตัวลงบนเก้าอี้ไม้สลักหลังใหญ่พลางเอนกายพิงพนักหลับตาลงช้าๆ เหมือนคนที่กำลังต่อสู้อยู่กับความทรมานในอก

ภาพหนึ่งย้อนกลับมาอย่างชัดเจนเหมือนเพิ่งเกิดเมื่อวาน เด็กสาววัยสิบเจ็ดปีผู้ร่าเริง แก้มแดงตาใสยืนอยู่ท่ามกลางดอกไม้ในสวนผมสีดำพลิ้วไหวไปตามสายลม

“อันหราน เจ้าชอบบุรุษเช่นไรบอกพี่หน่อยสิ”

“ท่านพี่ ข้าชอบบุรุษที่ทะนุถนอมข้าเป็นคนจิตใจดี… แล้วก็ต้องรูปงามด้วย”

ม่อเหยียนในวัยยี่สิบหัวเราะเบา “พี่ก็รูปงามนักมิใช่หรือ”

“แต่ท่านพี่นิสัยร้ายกาจ!”

นางเท้าคางมองเขาพร้อมยิ้มกว้าง “ท่านพ่อบอกว่าท่านไปทำร้ายองค์รัชทายาทอีกแล้ว”

เขาเบือนหน้าหนีด้วยท่าทางหงุดหงิด “เหอะ ใครใช้ให้ไอ้คนโง่นั่นมามองเจ้ากัน”

“นั่นไงท่านพี่เป็นคนดีไม่ได้จริงๆ” อันหรานหัวเราะเสียงใส

“ถ้าพี่เป็นคนดีได้ล่ะ” เขาก้มมองนางด้วยสายตาแน่วแน่ “เจ้าจะแต่งให้พี่หรือไม่”

“เจ้าค่ะ หากวันนั้นท่านเป็นคนดีได้… ข้าจะแต่งให้ท่าน”

รอยยิ้มบนใบหน้าสาวน้อยในวันนั้น…อ่อนโยนและสดใสจนเขาไม่อาจลืมได้เลย ม่อเหยียนลืมตาช้าๆ แววตาเจ็บลึกอย่างที่ไม่เคยเปิดเผยต่อผู้ใด

“อันหราน…” เสียงเขาแผ่วลง “ตอนนี้พี่ชายเป็นคนดีแล้ว”

มือเขากำที่วางแขนแน่นจนไม้ส่งเสียงดัง ความเจ็บ ความรัก ความเสียดายปะปนกันรุนแรง

“แต่กลับ…ทำเจ้าหลุดมือไป…” ลมหายใจของเขาหนักขึ้นเรื่อยๆ หัวใจเหมือนถูกกดด้วยหินก้อนใหญ่

“พี่ควรทำเช่นไร…ดี”

ใต้แสงตะเกียงสลัวน้ำเสียงของม่อเหยียนไม่ใช่เสียงของอ๋องผู้ฆ่าคนได้โดยไม่กะพริบตาแต่เป็นเสียงของชายผู้รักสตรีคนหนึ่งมากพอจะเสียสละทุกสิ่งเพื่อความสุขของนางได้

ทว่าทุกอย่างกลับสายจนเกินไปแล้ว....

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
29 Chapters
บทที่ 1 เจ้าสาวที่ไม่ต้องการ
ตึง! ตึง!เสียงกลองพิธีดังผสานเสียงขลุ่ยโหยหวนที่ล่องลอยอยู่เหนือเรือนใหญ่ของตระกูลชุน ภายในลานกว้างประดับด้วยผ้าแพรสีแดงสดระย้าเรียงราย แต่ถึงแม้สีแดงจะชวนให้ชื่นมื่นเพียงใด บรรยากาศทั้งงานกลับอบอวลด้วยความอึดอัดหม่นหมอง ผู้คนที่ถูกเชิญมาร่วมงานต่างยืนเรียงรายกันอย่างเก้ๆ กังๆ ไม่มีเสียงหัวเราะ ไม่มีแววตาร่วมยินดี มีเพียงการกระซิบถกเถียง และสายตาสงสารที่แอบโยนมาทางเจ้าบ่าวเป็นพักๆบนแท่นพิธี ไป๋อันหรานสวมอาภรณ์เจ้าสาวสีแดงเข้มยืนอยู่ใต้ผ้าคลุมหน้าเงียบ ไม่ไหวติง ข้างกายมีเจ้าบ่าว ชุนมู่หยาง ยืนเคียงข้างด้วยสีหน้าราบเรียบ แต่ในนัยน์ตาไม่ปิดบังแม้เศษเสี้ยวของความเกลียดชัง คล้ายมีดคมบางที่เงียบงันแต่ทิ่มแทงเจ้าสาวอย่างไร้ปรานี“หนึ่งคำนับฟ้าดิน!” ชายชราเอ่ยเสียงแผ่วแต่หนักแน่นทั้งสองก้มศีรษะลงพร้อมกัน เสียงชุดเจ้าสาวไถลบนพื้นที่เย็นเฉียบดังแผ่วๆ แต่สายตาของแขกกลับจับจ้องที่มู่หยางผู้ซึ่งแม้จะคำนับแต่แววตาไม่ยอมลดระดับลง คล้ายประกาศชัดว่านี่ไม่ใช่ความสมัครใจของเขา“สองคำนับพ่อแม่!”บริเวณที่ควรจะมีญาติผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย กลับเว้นว่างโล่ง มีเพียงเก้าอี้ไม้วางไว้โดยไร้ผู้คน สายตาของแขกหลาย
Read more
บทที่ 2 องค์หญิงเผ่ามาร
แดนปีศาจ ตำหนักองค์หญิงสิบเอ็ดภายในดินแดนปีศาจ แผ่นฟ้าถูกบดบังด้วยม่านหมอกสีม่วงแดงลอยวนอย่างน่าหวาดหวั่น เสียงคำรามของสัตว์ปีศาจในป่าด้านหลังตำหนักดังแผ่วเหมือนคำสาปที่ไม่เคยเงียบลง ตำหนักขององค์หญิงสิบเอ็ดตั้งอยู่บนยอดผา บนยอดหลังคาประดับด้วยโคมไฟโลหิตซึ่งลุกไหม้ด้วยเปลวเพลิงสีดำที่ไม่มีวันดับคืนนี้โคมทุกดวงสว่างเหมือนรับรู้ความเป็นตายของเจ้าของตำหนักภายในห้องบรรทม ประตูไม้สีดำสนิทถูกเปิดอ้า หมอกสีม่วงคละคลุ้งมาจากเตียงประดับม่านผ้าทับทิมที่กระตุกไหวตามแรงดิ้นของสตรีผู้หนึ่งองค์หญิงสิบเอ็ดในอาภรณ์สีแดงเข้มร้องกรีดด้วยเสียงแหลมบาดหูเหมือนถูกบีบคอจากสิ่งที่มองไม่เห็น ร่างของนางบิดเกร็ง มือกำผ้าปูเตียงจนเล็บแตกเป็นเลือด เส้นเลือดสีม่วงคล้ำผุดขึ้นทั่วลำคอและแขนเหมือนเถาวัลย์ปีศาจแผ่ขึ้นทีละเส้น“องค์หญิง! ได้โปรดอย่าขยับเพคะ!” ต้าลู่ สาวใช้คนสนิทตัวสั่นสะท้าน ดวงตาแดงก่ำจากการร้องไห้ทั้งคืนกลางห้องหมอปีศาจหลายคนวิ่งวุ่น วัตถุควันหอม กล่องยา และยันต์สีเลือดถูกโยนเกลื่อนบนพื้น เพราะทุกอย่างที่ใช้ไป ล้วนไร้ผลต่ออาการของนางด้านนอกห้องยิ่งวุ่นวายกว่าเดิม เสียงรองเท้ากระทบพื้นหิน เสียงท
Read more
บทที่ 3 สามีแสนดี
หลายเดือนมานี้องค์หญิงสิบเอ็ดได้เฝ้าติดตามการใช้ชีวิตของไป๋อันหรานในฐานะวิญญาณเร่ร่อนอยู่เงียบ ๆ ยิ่งนานวันก็ยิ่งรู้สึกหงุดหงิดจนกัดฟันแน่น ไป๋อันหรานที่ถูกมู่หยางผู้เป็นสามีรังแกแทบทุกคราแต่กลับไม่เคยตอบโต้เลยสักคำ“สตรีโง่งม” องค์หญิงสิบเอ็ดพึมพำด้วยสีหน้าเอือมระอา ขณะมองไป๋อันหรานซึ่งกำลังถือน้ำแกงอุ่น ๆ เดินเข้าไปยังห้องหนังสือของมู่หยาง นางถอนหายใจห้วน ๆครั้งนี้น้ำแกงจะไปอยู่บนพื้น หรือตัวเจ้าอีกล่ะ ไป๋อันหรานองค์หญิงสิบเอ็ดก้าวตามไปด้วยความอยากรู้ปนความเอือมระอา ภายในห้องหนังสือ เงียบสงบ มีเพียงเสียงกระดาษถูกพลิกเบา ๆ มู่หยางยังคงนั่งอยู่ด้านใน เงาของเขายาวทอดลงบนพื้น“ข้าได้ยินว่าท่านดื่มสุราจนถึงรุ่งเช้า เลยตั้งใจต้มน้ำแกงมาให้ท่านพี่เจ้าค่ะ” อันหรานพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน ยิ้มให้อย่างเคย ก่อนจะวางถ้วยน้ำแกงลงบนโต๊ะอย่างเบามือถ้อยคำของไป๋อันหลานอ่อนโยนจนองค์หญิงถึงกับเบ้ปาก พลางคิดสมเพชอีกฝ่ายในใจว่าไป๋อันหรานเหตุใดไม่จำสักทีว่าบุรุษผู้นี้ไม่เคยเห็นค่าของเจ้าเลยมู่หยางหยุดพลิกกระดาษ เขาเหลือบตามองถ้วยน้ำแกงที่มีไอร้อนลอยบาง ๆ เสี้ยววินาทีนั้น องค์หญิงสิบเอ็ดถึงกับยืนนิ่ง…ส
Read more
บทที่ 4 ท่านไม่เคยลืมนางได้เลย
“ข้าจะแต่งเจินเจินเป็นอนุขอรับ”“อันหรานเองก็ดีกับเจ้ามาก มู่หยางเจ้าคิดให้ดีอีกครั้งเถิด”“ท่านแม่ให้ข้าทำดีกับนาง ข้าก็ทำแล้วตอนนี้ถึงคราวที่ท่านแม่จะทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับข้าได้แล้วขอรับ”“ข้าแค่หวังว่าเจ้าจะเห็นความดีของนางบ้าง…เอาเถิด ในเมื่อเจ้ามันตาบอด ก็แล้วแต่เจ้าเถิด”“ขอรับ”“เจ้าจงแจ้งแก่อันหรานด้วย อย่างไรนางก็เป็นฮูหยินของเจ้า ไป๋เจินเจินเป็นอนุต้องมาคารวะน้ำชานาง”บทสนทนาระหว่างมู่หยางและชุนฮูหยินยังคงสะท้อนอยู่ในความคิดของเขา คำของมารดาทั้งตำหนิทั้งผิดหวังวนเวียนรอบหู แต่เขาไม่คิดหนักใจแม้แต่น้อย สิ่งเดียวที่รบกวนจิตใจมีเพียงอย่างเดียว ไป๋อันหรานสตรีเจ้าเล่ห์ผู้นั้นจะรังแกเจินเจินผู้อ่อนโยนของเขาหรือไม่“ท่านพี่…”เสียงแผ่วบางดังขึ้นจากหน้าประตู มู่หยางเงยหน้าไปเห็นอันหรานปรากฏตัวขึ้นในชุดบางสีจางเดินเข้ามาอย่างเชื่องช้า ใบหน้างดงามซีดเผือดจนสีเลือดแทบไม่เหลืออยู่ ร่างกายสั่นน้อย ๆ ประหนึ่งเพิ่งฟื้นจากความเจ็บปวด นางพยายามรักษาท่าทางให้ปกติ แม้ภายในจะปวดร้าวจากยาขับเลือดที่เพิ่งดื่มเมื่อครู่มู่หยางมองสภาพนั้นเพียงชั่วครู่ ไม่มีความสงสารผุดขึ้นมาในสายตาแม้แต่น้อย“เจ้า
Read more
บทที่ 5 ความรักของอันหราน
ลมอ่อนจากหน้าต่างกระทบกับผ้าม่านสีงาช้างพลิ้วไหวเบาบาง ในห้องนอนกว้างของจวนอ๋องม่อเหยียนมีกลิ่นสมุนไพรอบอวลเจือกลิ่นยาจีนร้อน ๆ ที่ยังคงลอยกรุ่นอยู่บนโต๊ะข้างเตียง ชายหนุ่มผู้เป็นเจ้าของจวนฟุบหลับอยู่บนเก้าอี้ไม้แกะสลัก ศีรษะเอนพาดแขนที่วางทับขอบเตียง คนที่ดูเย็นชาและเฉยเมยต่อผู้คนทั้งแคว้น กลับมีสีหน้าล้าอ่อนอย่างน่าประหลาดเป็นใบหน้าที่มีเพียงอันหรานเท่านั้นที่เคยเห็นในวัยเด็กนี่เป็นคืนที่เจ็ดแล้วที่ม่อเหยียนเฝ้าอันหรานไม่ห่าง ทุกคืนเขาแทบไม่ได้นอนจริงจัง ทำเพียงงีบหลับอย่างคนหมดแรง แล้วสะดุ้งตื่นทุกครั้งที่ได้ยินเสียงลมหายใจนางผิดปกติ แม้นางไม่ได้สติ แต่เขายังคงเช็ดเหงื่อให้นางทุกครั้งที่ตัวนางร้อนขึ้น จับมือเรียวของนางไว้แน่นเหมือนกลัวว่าถ้าผละออกนางจะหายไปอีกครั้งเสียงฝีเท้าแผ่วเบาดังขึ้นจากด้านหลัง ก่อนที่องค์หญิงสิบเอ็ดจะก้าวเข้ามา นางยืนกอดอกมองภาพนั้นเงียบ ๆ ดวงตาคู่สวยที่ปกติแฝงประกายดื้อรั้นกลับอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด“เห็นเจ้าแล้ว…” นางพึมพำด้วยเสียงเบา ก่อนจะเอ่ยต่อ “ทำให้ข้านึกถึงพี่ชายพวกโง่ ๆ ของข้าจริง ๆ”สายตานางทอดลงมองชายหนุ่มที่ฟุบหลับอย่างหมดแรง ใบหน้าของม่อเหยียน
Read more
บทที่ 6 สวมร่าง
“องค์หญิงได้เวลาแล้ว”เสียงของหญิงชราดังแผ่วเบา เสียงนั้นคล้ายมีแรงดึงดูดบางอย่างฉุดกระชากจิตใจขององค์หญิงสิบเอ็ดให้จมลงสู่ความว่างเปล่า ความรู้สึกหนาวเย็นแทรกซึมเข้าไปทั่วร่าง ยิ่งพยายามขยับ ก็ยิ่งเหมือนร่างไม่ใช่ของตัวเองทำไมหนาวเช่นนี้…ทันใดนั้นเอง เสียงตะโกนที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและความหวาดกลัวก็กึกก้องขึ้น“อันหราน!!! พี่บอกให้เจ้ากลับมา!!”องค์หญิงสิบเอ็ดลืมตาขึ้นในฉับพลัน นางสำลักออกมาแรงจนทั้งร่างสั่นสะท้าน น้ำเย็นไหลออกจากริมฝีปากของนางอย่างต่อเนื่อง ภาพแรกที่นางเห็นคือเงาร่างหนึ่งทาบทับเหนือศีรษะ พร้อมกับเสียงหอบหายใจแรง ๆ ที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวชายผู้นี้มิใช่ม่อเหยียนหรือ? เหตุใดมองข้าแล้วร้องไห้ออกมาเช่นนี้ ?อย่าร้อง...บุรุษที่แกร่งและดุดันเช่นเจ้าไม่เหมาะกับน้ำตาเลยสักนิด“อันหรานฟื้นแล้ว!”ม่อเหยียนที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้ารีบประคองศีรษะของหญิงสาวขึ้น ใบหน้าคมคายของเขาเปียกชุ่มไปด้วยน้ำ บางส่วนเป็นน้ำในแม่น้ำ และบางส่วนเป็นน้ำตาที่ไม่เคยมีผู้ใดพบเห็น“หรานเอ๋อร์เจ้าได้ยินพี่หรือไม่ ตอบพี่สิ”องค์หญิงสิบเอ็ดยามนี้รู้สึกเหนื่อยล้าจนไม่อาจฝืนร่างกายได้อีกต่อไป เปลือกตาข
Read more
บทที่ 7 แก้แค้นให้เจ้าก้อนแป้ง
ความเงียบสงบยามค่ำคืนโรยตัวปกคลุมเรือนพักอย่างอ่อนละมุน แสงตะเกียงน้ำมันตรงหัวเตียงส่องสว่างไหวระริกไปตามแรงลมที่ลอดเข้ามาทางหน้าต่าง นอกจากเสียงลมหายใจของอันหรานแล้ว เรือนทั้งหลังแทบไม่มีสิ่งใดเคลื่อนไหว‘ข้าจะดูแลทั้งเจ้าและลูกไปตลอดชีวิต แค่เจ้าไม่หนีข้าไปอีกก็พอ’เสียงกระซิบแผ่วเบาของม่อเหยียนดังก้องอยู่ในหัวของนาง หญิงสาวยกแขนขึ้นวางพาดเหนือหน้าผาก ดวงตาจับจ้องเพดานไม้ที่คุ้นเคยอย่างเลื่อนลอย ภาพในความทรงจำผุดขึ้นเหมือนม่านหมอกที่เริ่มแผ่คลุมจิตใจวันที่ไป๋อันหรานตัดสินใจกระโดดลงจากสะพานเพื่อจบทุกสิ่ง นางเห็นสายตาของม่อเหยียนที่มองตามด้วยความสิ้นหวังราวกับฟ้าถล่มลงมา เขากระโดดตามไป๋อันหรานลงไปในแม่น้ำโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย ท่าทีของเขาราวกับว่ายินดีตายไปพร้อมกับไป๋อันหรานด้วยซ้ำ“ม่อเหยียน หากเจ้ารู้ว่านางตายไปแล้ว เจ้าจะเสียใจมากเพียงใด”อันหรานกระซิบกับความมืดด้วยเสียงที่แฝงความกังวลบางเบา ใจของนางไม่เคยยอมรับความผูกพันกับมนุษย์ แต่เหตุใดกัน เมื่อคิดว่าเขาต้องร้องไห้เมื่อรู้ความจริง หัวใจของนางกลับเหมือนถูกบีบจนแน่น รู้สึกเจ็บปวดเสียยิ่งกว่าตอนถูกเล่นงานด้วยวิชาเหล็กเย็นของราชาปี
Read more
บทที่ 8 ครอบครัว
ภายในพระตำหนักทรงอักษรเงียบงันจนแม้แต่ลมหายใจยังเหมือนจะดังเกินไป ลมปลายวสันต์พัดผ่านสวนด้านนอกเสียงใบไผ่เสียดสีกันเบา ๆ ม่านสีทองของตำหนักปลิวไหวด้วยแรงลมอ่อน แต่กลับสะท้อนเงาของอ๋องม่อเหยียนยืนอยู่เบื้องหน้าฮ่องเต้ผู้ปกครองแคว้นใบหน้าของเขาแม้พยายามสงบนิ่ง แต่แววตาที่ซ่อนอยู่ลึก ๆ กลับเต็มไปด้วยความกังวลจนปิดไม่มิด ราวกับกำลังอุ้มความกลัวหนักประหนึ่งหินก้อนใหญ่ไว้ในอก“เสด็จพี่”เสียงของม่อเหยียนทุ้มต่ำและเต็มไปด้วยความลังเลเล็ก ๆ ก่อนที่เขาจะตัดสินใจเอ่ยต่อ“ตอนพี่สะใภ้ตั้งครรภ์…นางเคยมีอาการนอนไม่หลับ อาเจียน และเบื่ออาหารหรือไม่?”ฮ่องเต้ยกสายตาขึ้นจากเอกสารในมือ มองน้องชายอย่างจับสังเกต มุมปากของพระองค์ตวัดขึ้นเล็กน้อยราวกับรู้คำตอบก่อนแล้ว“เรื่องของไป๋อันหรานอีกแล้วหรือ?” น้ำเสียงไม่ได้ตำหนิ แต่ปนความเอ็นดูและเหนื่อยใจในเวลาเดียวกันผู้ใดในเมืองหลวงไม่รู้บ้างว่าความรักของม่อเหยียนที่มีต่อไป๋อันหรานลึกซึ้งเพียงใด ในคราแรกที่นางแต่งงานก็คิดว่าเขาคงจะตัดใจได้แล้ว แต่นี่ไม่ตัดใจไม่พอยังถึงขนาดรับสตรีผู้นั้นและลูกเข้ามาดูแลในจวนอีกม่อเหยียนเม้มริมฝีปากแน่น เขาไม่ได้โต้กลับ เพราะม
Read more
บทที่ 9 ไม่ได้เป็นอะไรกัน
หลายเดือนต่อมาสายลมฤดูใบไม้ผลิพัดผ่านกลีบดอกเหมยสีชมพูซีดให้ลอยละล่องราวหิมะอุ่น ผืนหญ้าในสวนทอดยาวอยู่ใต้แสงแดดอ่อนที่ส่องผ่านเรือนยอดของต้นเหมยเก่าแก่ เป็นบ่ายที่สงบและเงียบพอให้ได้ยินแม้กระทั่งเสียงใบไม้ปลิวไป๋อันหรานที่ตั้งครรภ์สิบเดือนเดินช้า ๆ ตามทางหินในสวน นางสวมชุดผ้าบางสีอ่อนที่รับกับแสงแดด ดวงตาของนางทอดมองเหล่าดอกเหมยที่ร่วงหล่นด้วยแววตาสงบอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนทว่าความสงบก็ถูกทำลายลงเมื่อจู่ ๆ มีเสียงตะโกนดังขึ้นจากด้านหลัง“ไป๋อันหราน!!”หญิงสาวหันกลับช้า ๆ พบชายชราร่างผอมแคระเดินตรงเข้ามา ใบหน้าเหี่ยวย่นของอีกฝ่ายฉายความเกรี้ยวกราด อันหรานขมวดคิ้วด้วยความสงสัยตั้งใจจะเอ่ยถามว่าเขาคือผู้ใด ทว่ายังไม่ทันได้เอ่ยคำพูดใดออกไป ใบหน้าของนางก็ถูกฝ่ามือของชายชราตบอย่างแรงเพี๊ยะ!!ฝ่ามือหนักประหนึ่งเหล็กกระแทกเข้าที่แก้มของนางเต็มแรง กลิ่นเลือดคาวบาง ๆ ตีขึ้นในปากทันที ใบหน้าของนางหันไปตามแรงตบแก้มซ้ายชาวูบ ความเงียบปกคลุมไปทั่วทั้งสวนก่อนเสียงเหี้ยมเต็มไปด้วยโทสะจากชายชราจะดังขึ้น“ลูกชั่ว!” เขาตะโกน เส้นเลือดบนขมับปูดโปน “ทำให้ตระกูลอับอายขายขี้หน้าถึงเพียงนี้ ยังมีหน้ามาเดิ
Read more
บทที่ 10 ไม่เป็นดั่งใจ
ลานหน้าจวนตระกูลไป๋ในยามค่ำคืนถูกปกคลุมด้วยม่านหมอกสีเลือด กลิ่นคาวคละคลุ้งทั่วอากาศจนผู้มีชีวิตเหลือน้อยนิดในจวนแทบสำลัก เสียงกรีดร้องโหยหวนที่สะท้อนก้องไปทั่วราตรีสลับกับเสียงกระแทกของร่างเนื้อ และเสียงเนื้อฉีกอันน่าสะอิดสะเอียนศพของคนรับใช้ถูกกองระเกะระกะตามลานทางเดิน เสื้อผ้าของพวกเขาขาดรุ่งริ่ง เลือดไหลเป็นทางราวกับลำธารสายเล็ก เด็กหนุ่มคนหนึ่งที่ยังไม่สิ้นใจดีนักกำลังเอื้อมมือสั่นเทาพยายามจะคลานหนี แต่ก่อนที่เขาจะพ้นพุ่มไม้ไปไม่กี่ก้าว เงาดำของปีศาจรูปร่างคล้ายมนุษย์แต่ดวงตาสีแดงโลหิตก็ปรากฏขึ้นเหนือร่าง มันเงื้อกรงเล็บลงมาอย่างเฉยชาราวกับกำลังบี้มดตัวเล็ก เสียงกระดูกแตกดังกร๊อบพร้อมกับวิญญาณของเด็กหนุ่มที่ถูกกระชากลงสู่ห้วงนรกปีศาจทั้งห้าตัวที่องค์ชายสามส่งมาในครั้งนี้ล้วนสูงใหญ่เกินมนุษย์ธรรมดาแต่ละตนมีเขา ดวงตาของพวกมันแดงฉานและยังมีความกระหาย พวกมันรู้สึกพอใจที่ได้ลิ้มรสเนื้อสดใหม่หลังจากถูกกักขังมานานนับพันปี ทำให้ลานหน้าจวนตระกูลไป๋ยามนี้ดูราวกับสนามล่าสัตว์ของพวกมันท่ามกลางความสยดสยองนั้น หญิงสาวผู้หนึ่งเดินผ่านกองศพอย่างสง่างามราวผู้ชมภาพวาดที่ไร้ซึ่งความรู้สึก นางสวม
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status