LOGINผมยิ้มพูดแบบขำแล้วตบตักตัวเองให้เธอขยับมานั่งที่ตักผม เธอมองเหมือนลังเลแต่ก็ลุกขึ้นมานั่งบนตัก คงอยากได้คนปลอบใจแต่ผมไม่ใช่พี่ชายที่แสนดีในซีรีย์เกาหลีหรอกนะ ... ...... กาแฟ(หัวใจ)สูตรนี้ให้เธอคนเดียว สถานะ/เพื่อน/รัก ออฟฟิศร้อน ฝึกบทรัก Breath ลมหายใจในฤดูรัก
View More[ กาแฟ (หัวใจ) สูตรนี้ให้เธอคนเดียว ]
กลิ่นกาแฟหอมกรุ่นและรสกาแฟนุ่มละมุนลิ้นเป็นเอกลักษณ์เด่นของร้านกาแฟ”ชมดาว” หากแต่ที่ดึงดูดลูกค้าสาวๆให้เป็นลูกค้าประจำคงหนีไม่พ้นเจ้าของร้านหนุ่มลูกครึ่งที่ชื่อ”ชาเลต” ใบหน้าหล่อเหลาที่มีรอยยิ้มอ่อนโยนอยู่เสมอ ทว่าไม่มีใครรู้ว่า เจ้าของร้านกาแฟสุดหล่อคนนี้มีลมหายใจเพื่อรอใครบางคนกลับมา
ตอนที่1.
เสียงกระดิ่งที่ประตูดังเป็นสัญญาณให้ทราบว่ามีสมาชิกเข้ามาในร้าน"ชมดาว"เพิ่มขึ้นแต่คนในร้านคงไม่ค่อยมีใครใส่ใจเท่าไรนัก รวมถึงชาเลต ชายหนุ่มลูกครึ่งไทย-สวีเดนที่เป็นเจ้าของร้านที่ยืนเช็ดแก้วอยู่หลังเคาน์เตอร์
“กาแฟภาคค่ำค่ะ”
เสียงนั่นทำเอาชาเลตถึงกับชะงัก ต้องหันกลับมามองทางต้นเสียง เห็นเพียงสมาชิกใหม่ที่เข้ามานั่งที่เก้าอี้ตรงเคาน์เตอร์ แต่กลับฟุบหน้าลงกับโต๊ะ
“กาแฟๆ” น้ำเสียงยียวนกวนประสาททำเอาคนที่นั่งใกล้ๆหันมามอง หมวกแก๊ปสีน้ำเงินเข้มที่ปิดหน้าผู้มาใหม่ขยับเล็กน้อย ตามเสียงหัวเราะของคนพูด
“จูน!”
"จ๋า"อีกฝ่ายทอดเสียงหวานก่อนเงยหน้ามาสบตาด้วย
“มาได้ไงเนี๊ยะ”
ชาเลตถามอย่างไม่เชื่อสายตา จูนคือเพื่อนรุ่นน้องที่ท่าทางเหมือนทอมบอยอายุอ่อนกว่า2 ปีจะมาเยี่ยมในวันที่เขารู้สึกเหงาอย่างนี้
“เหาะมามั้ง” อีกฝ่ายยังคงกวนไม่เลิกรา “กาแฟจูนล่ะ”
“ชงเองเลยไหม” เขาเหย้าเล่น แต่หันหลังกลับไปชงกาแฟสูตรพิเศษให้เพื่อนสาวรุ่นน้อง
“ok มั้ย” เขาถามเมื่อส่งถ้วยกาแฟให้เธอชิม
“ยังเข้มข้นเหมือนเดิม” จูนตอบพร้อมถอดหมวกออก
ชาเลตมองเส้นผมที่สั้นๆยาวๆไม่เท่ากันของจูนิ แต่ก็กะระดับได้ว่าประบ่า ทำให้เธอดูเปลี่ยนไปบ้าง ไม่เหมือนที่เคยตัดผมสั้นๆได้เท่ห์ขนานผู้ชายยังอิจฉา
“สองทุ่มแล้วลูกค้ายังเยอะอยู่เลยนะ” จูนถามเมื่อมองไปรอบๆตัว
“วันศุกร์ถึงวันอาทิตย์เปิดถึงสี่ทุ่ม”ชาเลตตอบแล้วยกจานใบน้อยใส่คุกกี้หลายชิ้นให้จูนกินกับกาแฟ
“มองอย่างนี้มีเรื่องอะไรอีกล่ะซิ” ชาเลตถามอย่างรู้ทันสายตาของจูน หญิงสาวถอนหายใจเบาๆแก้เขินแล้วยิ้ม
“คือว่า... จูนกำลังมองหาที่พักชั่วคราวนะ”
“อ้อ ...เข้าใจแล้ว พอลำบากมาล่ะคิดถึงกันเชียว” ชาเลตแกล้งทำเสียงน้อยใจ อยากให้อีกฝ่ายง้อ
“โธ่!เราคิดถึงกาแฟสูตรพิเศษที่นี่ด้วย”
“ไม่ต้องอ้าง” ชาเลตรู้ทัน “บอกมาจะพักกี่วัน "
“ยังไม่แน่นอน แต่ที่แน่ๆคงไม่อยู่ถาวรหรอกชัวร์” จูนทำท่ายกมือสาบานจนผู้ชายที่ไม่ค่อยมีรอยยิ้มอย่างชาเลตหัวเราะออกมาได้
“อยู่ฟรีกินฟรีไม่ได้นะต้องช่วยทำงานในร้านด้วย”
เจ้าของร้านแกล้งขู่ทำหน้าดุแต่อีกฝ่ายกับยักไหล่ด้วยท่าทางสบายอกสบายใจ
“โธ่!จิ๊บๆน่า!! เรื่องใช้แรงขอให้บอกจูนเถอะ” หญิงสาวโบกหมวกไปมากระโดดลุกขึ้นยืนแล้วยื่นหน้าใกล้ๆแล้วอวดยิ้มกว้าง
“คิดไม่ผิดที่มาหาชาเลตจริงๆด้วย”
“แล้วเมื่อไหร่จะเรียกผมว่าพี่เสียที”
เขาส่ายหน้าไปมา เธออายุอ่อนกว่าเขาแค่สองปีก็จริง แต่ชอบทำตัวเหมือนรุ่นเดียวกัน แต่ถึงจะบ่นเธออย่างไร จูนก็ยังเป็นจูนไม่เคยเปลี่ยน เขารู้จักเธอที่มหาวิทยาลัย เขาเรียนมหาวิทยาลัยเปิดเนื่องจากต้องดูแลกิจการของครอบครัว สลับวันไปเรียนกลับมาทำงาน อาศัยได้เพื่อนสนิทช่วยเหลือบางวิชา แต่เรื่องกิจกรรมนั้น เพื่อนฝูงก็พากันมาจูงเขากลับเข้าไปทำกิจกรรมทำให้ได้รู้จักกับคนอื่นๆบ้าง
จูนเป็นน้องรหัสของเขา แต่เรื่องความเคารพนั้นไม่ค่อยมีเท่าไหร่ ใครต่อก็ใครก็ชอบบอกว่าจูนเป็นทอมบอย มีแต่ชาเลตที่เห็นความน่ารักซุกซ่อนอยู่
“แล้วนี่ไปไหนมาล่ะ ไม่เจอกันเกือบปีเชียว”
“ไม่นานขนาดนั้นมั้ง?” หญิงสาวยักไหล่แล้วจิบกาแฟหอมกรุ่นจนเกือบหมดแก้ว
“นาน” ชาเชตย้ำ จะให้บอกไหมว่าเขานับได้แปดเดือนกับอีกยี่สิบสองวัน
“ไปเป็นครูดอยมาจ๊ะ” จูนตอบยิ้มๆแล้วมองไปรอบๆ “ร้านกว้างขึ้นนะ ต่อเติมใหม่หรือเปล่า”
“เปล่าแค่ปรับปรุงนิดหน่อย” เขาตอบเป็นจังหวะที่มีลูกค้าเข้ามา เขารับออเดอแล้วหันไปทำเครื่องดื่มให้ลูกค้า
จูนมองร่างสูงโปรงที่เคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่ว ตั้งแต่รู้จักกัน เขาก็เป็นเช่นนี้เสมอ ใจดีเกินไป อ่อนโยนเกินไป ยอมคนเกินไป ทุกอย่างที่เขาเป็นดูขัดตาเธอไปเสียทุกเรื่อง นับตั้งแต่จับฉลากได้เป็นพี่น้องรหัสกัน จูนจำได้ว่าพอรู้ว่าตัวเองสอบติดคณะสถาปัตย์ฯที่ตัวเองใฝ่ฝัน ก็ให้รางวัลตัวเองด้วยการตัดผมสั้นแต่มันดันออกมาเหมือนเด็กผู้ชายเสียนี่ แต่จูนก็ชอบที่ได้เปลี่ยนแปลงตัวเอง
“กินอะไรอุ่นๆ หน่อยดีกว่ามั้ย เอาโก้โก้ร้อนก็แล้วนะ” เขาถามแต่ไม่รอคำตอบ ปล่อยให้เอื้องคำเปลี่ยนเสื้อผ้า เขาเดินลงมาที่ครัว เปิดเตาแก็สต้มน้ำร้อน เขาควรจะหาอะไรให้เธอกินดีไหม? แต่เวลานี้เธอจะอยากกินอะไรหรือเปล่าล่ะ เสียงกาน้ำร้อนร้องเตือน เขารีบจัดแจ้งชงกาแฟร้อนสำหรับตัวเองและโกโก้ร้อนสำหรับเอื้องคำ เขาเดินประคองแก้วสองใบกลับเข้ามาในห้อง ด้วยเพราะมือไม่วางจึงใช้เท้าเตะประตูเข้าไป“ว้าย!”“พี่ขอโทษ พี่ลืมไปน่ะ” พศินหัวเราะแก้เก้อ แต่แล้วก็ลืมหายใจไปชั่วขณะเมื่อเห็นร่างเกือบเปลือยยืนอยู่ตรงหน้า“พี่พศิน” เอื้องคำยกมือขึ้นปิดหน้าอกแล้วเรียกเขาด้วยน้ำเสียงดุๆ“ขอโทษๆ” เขาหันหลังให้ ได้แต่ก้มมองแก้วกาแฟในมือของตัวเอง“พี่พศิน ช่วยเอื้องหน่อยค่ะ”“ครับๆ” เขาหันกลับมาก็เห็นเอื้องคำเอาเสื้อปิดท่อนบนอยู่“เอื้องยกแขนไม่ขึ้น สงสัยไหล่จะเจ็บ พี่พศินช่วยใส่เสื้อให้เอื้องหน่อยนะคะ” เธอพูดซื่อๆ ไม่มีจริตจะก้านอันใดพศินพยักหน้ารับ เขาวางถ้วยกาแฟและโกโก้ที่โต๊ะว่างใกล้ๆ เตียงนอน เขาเดินไปใกล้แล้วด้วยลมหายใจติดขัด นึกโทษตัวเองที่ไม่หาเสื้อมีกระดุมให้เธอใส่ แต่ก็แน่ล่ะ ปกติเขามีแต่เสื้อย
“ถ้าเป็นพี่หรือน้องคุณ คุณจะยอมเรอะ!” พศินหันมาตวาด “ปล่อยให้มันไปทำระยำหมากับคนอื่นหรือไง”“พี่พศิน”พศินได้ยินเสียงเรียกปนสะอื้นของเอื้องคำ เขารีบเข้าไปประคองหญิงสาวขึ้น ใบหน้าของหญิงสาวแดงช้ำเพราะถูกตบและเสื้อผ้าหลุดรุย เขากัดฟันด้วยความโกรธ มือไม้สั่นจนติดกระดุมให้เธอไม่ได้ เขาลุกขึ้นเดินไปหยิบเสื้อคลุมอาบน้ำของโรงแรมมาคลุมร่างที่สั่นระริกของเอื้องคำ“พี่พศิน เอื้องอยากกลับบ้าน”“พี่จะพาน้องเอื้องกลับบ้าน” พศินกระซิบปลอบอ่อนโยน แล้วช้อนตัวอุ้มเอื้องคำไว้ในวงแขนด้วยความรักและห่วงใย“ผมจะพาน้องเอื้องคำออกไปก่อน คุณผู้จัดการก็คิดให้ดีแล้วกัน ยังไงผมจะให้พี่ซันมาดูแลเรื่องคดีอีกที”ผู้จัดการถึงกับผวาเฮือก แค่ได้ยินชื่อซันก็รู้แล้วว่าใคร พ่อเลี้ยงหนุ่มจากเชียงรายที่เป็นเจ้าของรีสอร์ทหลายแห่งและร้านอาหารหรูอีกด้วย พศินพาเอื้องคำมาที่รถมอเตอร์ไซค์ที่เขาขับมาไม่รู้ว่าเธอบอบช้ำตรงไหนบ้าง“พี่พาไปหาหมอก่อนมั้ย”“ไม่เอาค่ะ เอื้องอยากกลับบ้าน”“เอื้องเกาะเอวพี่ไหวไหม?” เขาถามเหมือนจะชวนคุยให้อารมณ์ดี“ค่ะ”เขาดึงมือเล็กมากอดเอวของเขาไว้ มือหนึ่งจับแฮนด์รถอีกมือประคองมือเล็กที่กอ
เธอยิ้มบางๆ แล้วเข็นจักรยานเบี่ยงหัวออกเพื่อจะหลบผู้ชายสองคนที่ล้อมเธออยู่ แต่สองคนนั้นก็ไม่ยอมหลีกทางให้ เอื้องคำขมวดคิ้วชักสีหน้าอย่างไม่พอใจ“ช่วยหลบทางด้วยค่ะ ฉันจะกลับบ้าน”“โอ๋ๆ เมื่อกี้ยังพูดคะขาอยู่เลย ตอนนี้เสียงแข็งขึ้นมาเชียว” ชายคนตัวโตกว่าหัวเราะแล้วยื่นหน้ามาใกล้จนเกือบจะชิดใบหน้าเนียนของอีกฝ่าย“สาวเหนือแก้มแดงจริงๆ ด้วย น่ารักน่าจูบ” อีกคนกระเซ้าและขยับเข้ามายึดจักรยานไว้ไม่ให้เอื้องคำเข็นรถหนีไปได้“จะทำอะไรนะ! ปล่อยนะ! ฉันจะร้องให้คนช่วยจริงๆ ด้วย”“โธ่ๆ ไปกับพี่ดีกว่าไม่ต้องรีบกลับบ้านหรอก” ยังไม่ทันทีเอื้องคำจะส่งเสียงร้อง คนตัวใหญ่ก็ก้าวมายืนซ้อนด้านหลังแล้วมือใหญ่ของอีกฝ่ายก็เข้ามาประกบปิดปาก เอื้องคำโบกตาโตอย่างตกใจ พยายามดิ้นร้นแต่ถูกอีกคนต่อยเข้าที่ท้องน้อยจนร่างบางทรุดลงไปด้วยความเจ็บปวด “เฮ้ย! เร็วเข้า! อุ้มเข้าโรงแรมเลย เดี๋ยวมีคนเห็น” “รู้แล้วนะ ใกล้แค่นี้เองไม่มีคนเห็น”“อย่ามัวแต่พูดเลย รีบอุ้มไปเร็วๆ”“ไม่นะ ...ฉัน..ฉันไม่ไป” เอื้องคำเสียงแผ่วไม่มีเรี่ยวแรงจะต่อสู้ขัดขืน โทรศัพท์มือถือตกพื้นพร้อมกับร่างบางถูกช้อนตัวขึ้นอุ้มโดยทีพยายามขัดขืนแ
เอื้องคำถอนหายใจเบาๆ หยิบเอาจดหมายหลายฉบับที่ถูกเสียบไว้ที่ตู้รับจดหมายหน้าบ้านเข้ามาเก็บให้ แล้วสายตาของเธอก็สะดุดกับหนังสือฉบับหนึ่งที่ใส่ซองใสทำให้เธอมองเห็นด้านใน รูปหน้าของคนที่ปรากฏในหนังสือนั้นมันคือพศิน! มือเรียวรีบแกะซองหยิบหนังสือออกมาดู มันเป็นนิตยสารที่เธอไม่คุ้นเอาเสียเลย ดูเหมือนจะเกี่ยวกับแวดวงโฆษณาหรือครีเอทีฟ“รางวัลโฆษณาอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมยอดเยี่ยม ...พศิน...”ภาพในหนังสือเป็นรูปพศินในชุดสูทดูแปลกตาแต่หรูหรา เขายืนยิ้มรับโล่รางวัล และสองสามภาพถัดมาเป็นรูปเขายืนอยู่โดยมีปิ่นมุกยืนอยู่ชิดใกล้ เขาหายไปเผื่อไปรับรางวัลนี่เอง ความจริงเรื่องน่ายินดีแบบนี้ทำไมเขาไม่บอกกับเธอตรงๆ นะ หรือเขากลัวว่าเธอจะตามเขาไปเกาะเกะหรืออย่างไรกัน หรือว่าเพราะที่ข้างกายเขามีผู้หญิงคนนั้นอยู่แล้ว มันไม่มีที่ให้เธอยืนอยู่อีกแล้วน้ำตาไหลออกมาอย่างไม่รู้ตัว เอื้องคำวางทุกอย่างในมือแล้วเช็ดน้ำตา เธอแหงนหน้ามองท้องฟ้าที่เริ่มมืดลงไปที่ละน้อย เหมือนหัวใจเธอก็เริ่มจะดับแสงลงไป เปล่าประโยชน์ที่จะถามหาฐานะที่ตัวเองเป็นอยู่และเธอไม่ควรจะรออะไรอีกต่อไปพศินลงจากรถทัวร์ก็ตรงดิ่งไปย











