LOGINสายสัมพันธ์ต้องห้ามที่เกิดขึ้น หลานสาวที่หลงรักอา ทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะครองใจอาของตัวเอง
View More“อาเจขา เบลล่ารักอาเจ โตไปเราแต่งงานกันนะคะ”
เด็กสาวแก้มย้วย ผิวขาวละเอียด ผมสีดำถูกมัดแกะสองข้าง มีนัยตาสีฟ้า ได้จากพ่อของเธอมาตั้งแต่กำเนิด พูดกับอาผู้เป็นที่รักของเธอ ในวัยสิบขวบ
“หนูยังเด็กอยู่ พูดจาแบบนี้มันไม่ดีรู้ไหม”
เจคอบหนุ่มเชื้อสายสวีเดน ที่มีใบหน้าคมคาย ผมสีน้ำตาล นัยสีน้ำน้ำตาลอ่อน ผิวสีขาวเหลือง รูปร่างสมส่วน ในวัยสามสิบ เป็นอาต่างสายเลือดของเด็กสาวเบลล่า ที่เมื่อก่อนเขาเคยหลงรักแม่ของเด็กคนนี้ แต่ตอนนี้กลับได้เป็นอาให้เด็กน้อยที่อยู่ไปโดยปริยาย เพราะน้ำค้างคนที่เขาแอบรักนั้นตกลงปลงใจแต่งงานกับคาลอสศัตรูหัวใจ แล้วเขายังกลายเป็นน้องชายแสนรักของคาลอสไปเสียแล้ว
“เบลล่าพูดผิดตรงไหนเหรอคะ” เด็กสาวเอียงคอถามด้วยความสงสัย
“แต่งงานกัน หนูเข้าใจคำนี้อย่างนั้นหรือ”
“คุณแม่บอกกับเบลล่าว่า แต่งงานกัน ก็จะได้อยู่ด้วยกัน เหมือนคุณพ่อกับคุณแม่ของเบลล่าค่ะ”
“เด็กดี รอหนูโตกว่านี้ก่อนแล้วค่อยมาพูดแบบนี้กับอานะครับ” เจคอบลูบศีรษะของหญิงสาวด้วยความเอ็นดู
นับวัน เบลล่า หลานของเขาก็เริ่มติดเขาเจมากยิ่งขึ้น เขาต้องบินมาหาเด็กสาวทุกๆ สามเดือน และในช่วงซัมเมอร์ พ่อแม่ของเธอก็ชอบส่งเธอมาอยู่กับเขาที่สวีเดนทุกๆ ปี พ่อกับแม่ของเบลล่าให้คำตอบว่า อยากให้ลูกสาวใช้ชีวิตต่างเมืองเสียบ้าง เมื่อโตขึ้นจะได้ไม่ต้องเป็นเด็กติดพ่อและแม่
ใช่และมันก็เหมือนเป็นแบบนั้น เพราะตอนนี้เบลล่าติดเขาไปเสียแล้ว ทุกๆ ช่วงซัมเมอร์ เขาจะต้องเร่งเคลียร์งานเพื่อรับเด็กสาวมาอยู่ด้วย และให้พ่อและแม่ของเธอได้ใช้เวลาสวีทอยู่ด้วยกัน
‘เห้อ สองคนนั้นจะไม่ปล่อยให้เขาได้มีชีวิตคู่บ้างเลยหรืออย่างไรกัน’ ทรมานหัวใจคนโสดชะมัด
หลายปีผ่านไป…
ชีวิตของเขาวนเวียนใช้ชีวิตเดิมๆ อยู่อย่างนั้น และเบลล่าก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเขาไปโดยปริยาย
เมื่อเธอเรียนจบชั้นมัธยมต้นที่ประเทศไทย ก็ดื้อดึงและขอร้องพ่อกับแม่ของเธอมาศึกษาต่อที่ชั้น 10-12 ของที่สวีเดน หรือเรียกว่า Gymnasium เป็นช่วงมัธยมศึกษาตอนปลายที่คล้ายกับประเทศไทย เพื่อที่จะเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศต่างๆ ทั่วโลก ซึ่งพ่อกับแม่ของเบลล่าก็เห็นดีเห็นงามและสนับสนุนลูกสาวเป็นอย่างดี
แต่ทว่านับวันเด็กสาวเริ่มโตขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งโตยิ่งสวย จนทำให้เขานั้นเริ่มเว้นระยะห่างกับเธอ ถึงแม้ว่าเธอจะโตขึ้นแล้วก็ตาม แต่ทว่าพฤติกรรมของเธอยังคงดื้อราวกับเด็กอายุสิบขวบ ทั้งที่ในตอนนี้เธอนั้นอายุสิบห้าปีแล้ว เขาจะทำอย่างไรกับหลานรักของเขาดี
ตู้ดดดด
[ฮัลโหล]
[อาเจขา พรุ่งนี้เบลล่าจะเดินทางไปอยู่กับอาเจแล้วนะคะ อาเจอย่าลืมมารับหนูที่สนามบินด้วยนะคะ]
[อืม พรุ่งนี้อาจะไปรับ]
ผลั๊วะ!ตุบ!“คุณพ่อคะ อย่าทำอาเจ แบบนี้สิคะ ฮึก” เบลล่าร้องไห้ออกมา เมื่อคาลอสพ่อของเธอปล่อยหมัดหนักๆ เข้าไปที่ใบหน้าของเจคอบหญิงสาวร้องไห้และสวมกอดเขาไว้แน่น เพราะกลัวว่าพ่อของเธอจะทำร้ายอาเจของเธออีก“อาไม่เป็นไร เบลล่า” เจคอบประคองใบหน้าเธอเอาไว้และเช็ดคราบน้ำตาที่เปื้อนบนใบหน้าของเธอ“อาของหนูสมควรโดน มาหลอกดวงใจของพ่อนานหลายปี” “ขอโทษครับพี่คลาส ขอโทษที่ปิดบังเรื่องราวต่างๆ แต่ตอนนี้ผมเป็นอิสระแล้ว พร้อมจะดูแลเบลล่าไปตลอดชีวิตแล้วครับ” “นายรักลูกสาวฉันจริงๆ อย่างนั้นหรือ”“ถ้าไม่รัก คงไม่ปล่อยให้พี่มาต่อยหน้าของผมแบบนี้หรอก”เจคอบคุกเข่าอยู่กลางห้องโถงในบ้านของเธอเขากับเธอตัดสินใจบินกลับมาหลังจากเคลียร์ใจกัน และเจคอบมาที่นี่ในวันนี้เพื่อสารภาพความจริงทั้งหมดให้กับพ่อของแม่เบลล่าได้รู้ความจริง ว่าที่เขาทำไปทั้งหมดนั้นเป็นความจำเป็น“เบลล่า ลุกออกมาหาแม่เดี๋ยวนี้” เสียงของน้ำค้างดังขึ้นมาหลังจากที่เงียบดูสถานการณ์ตั้งแต่ต้นเหตุการณ์ในวันแต่งงานของเจคอบทำให้เธอเห็นใจเพื่อนของตน แต่ทว่าตอนนี้เธอไม่สามารถให้อภัยเขาได้ เพราะเจคอบปล่อยให้ดวงใจสุดที่รักของเธอต้องร้องไห้และโศกเศร้าม
เธอลืมตาตื่นขึ้นมาในเช้าวันใหม่ ฟ้าหลังฝนอันสดใส มันควรเป็นวันที่ดีสำหรับเธอ แต่ทว่ามันกลับไม่ใช่สภาพร่างกายของเธอในตอนนี้มันมีแต่รอยรักที่อาของเธอทำเอาไว้ เอวอันคอดกิ่วของเธอก็ราวระบมไปเสียหมด เธอก้าวเท้าลงจากเตียงที่ไร้ร่างของอาที่เคยกอดเธอเอาไว้เมื่อคืนทั้งคืนเขาทำให้เธอลืมเรื่องฟ้าร้องได้ แต่มันกลับทำให้หัวใจเธอบอบช้ำ‘เธอทำผิดต่อภรรยาและลูกของเขา’ “ฮึก!!”น้ำตาเจ้ากรรมรินไหลออกมาช่างเป็นผู้หญิงไร้ค่าสิ้นดี เธอปาดน้ำตาและเดินตรงไปยังห้องน้ำเพื่ออาบน้ำแต่งตัว ท้องน้อยๆ ของเธอในตอนนี้กำลังร้องคำรามออกมา เพราะเจอบทรักของอาเมื่อคืน ทำให้ร่างกายของเธอต้องการอาหารเข้าไปล่อเลี้ยงร่างกายตื่นลืมตาขึ้นมาก็ไม่เจอหน้าของเขาแล้ว“เบล แกกำลังคาดหวังอะไร จะไปรักคนมีครอบครัวแล้วไม่ได้นะ เลิกคิดฟุ้งซ่านได้แล้ว”เธอเตือนสติตัวเองเท้าของเธอก้าวออกมาจากห้องนอน เธอก็ได้แต่ยืนตะลึงชายหนุ่ม สามีของคนอื่นกำลังยืนทำอาหารเช้าอยู่ในห้องครัว ด้วยใบหน้าที่สดใส“ตื่นแล้วหรือ เด็กน้อย มาทานอาหารเช้าก่อนสิ” เจคอบยิ้มหวานออกมา ก่อนจะจูงมือของเธอมานั่งลงบนเก้าอี้และนำจานแพนเค้กที่หอมกรุ่นพร้อมกับนมมาวางต
ด้วยบรรยากาศที่เป็นใจ ทำให้หญิงสาวจูบตอบรับชายหนุ่มอัตโนมัติโดยไม่อิดออด เขากำลังทำให้เธอหลงผิดและมัวเมาไปอีกครั้งชายหนุ่มที่พยายามเรียกสติของหญิงสาว เมื่อเห็นริมฝีปากบางที่เขาคุ้นเคยมันเป็นอย่างดีก็ประกบจูบเธอ เพื่อให้เธอเบี่ยงเบนความสนใจจากความกลัว ริมฝีปากที่เขาโหยหาและคิดถึงมานานมันยังคงหวานและนุ่มเหมือนเดิม‘เขารักหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้าเป็นอย่างมาก รักมากกว่าสิ่งใด’ มือหนาของเขาประคองใบหน้าของเธอไม่ให้ขยับไปไหนเธอกำลังจูบตอบเขา มันทำให้เขานั้นใจชื้นขึ้นมา ‘เธอยังคงโหยหาเขาเหมือนเดิมสินะ’ ‘ปากไม่ตรงกับใจของเธอ’ เขาจะแก้มันอย่างไรดี“อื้อ” เสียงร้องครางในลำคอของเธอมันทำให้แก่นกายของเขามันชูชันขึ้นมาโดยอัตโนมัติ มันยังคงเป็นหญิงสาวตรงหน้าตลอดที่ทำให้เขาหลงใหลและคลั่งไคล้อยู่ตลอดเวลาเมื่อพบเจอกันมือหนาของเขาเลื่อนซุกซนไปทั่วร่างกายของเธอ ก่อนจะปลดเสื้อผ้าแต่ละชิ้นของเธอทิ้งออกไป“อาเจ” เสียงหวานของเธอมันทำให้เขานั่นแทบจะจับเธอมัดไว้ที่เตียงไม่ให้ออกไปไหนเขาเลื่อนจูบและทำรอยรักอย่างแหนหวงตามลำคอและหน้าอกของเธอ“หวาน” เธอยังคงหวานไปทั้งตัว เขาไม่ใช่สุภาพบุรุษขนาดนั้น หญิงสาวที่อยู
หลังจากวันที่เธอเดินหนีออกมาจากงานแต่ง ก็เดินทางมายังบ้านพักตากอากาศ ที่สมอลันด์ เป็นบ้านที่คุณตาและคุณแม่ของเธอซื้อไว้เมื่อหลายปีก่อน เธอใช้ชีวิตอยู่ที่นี่มาได้หนึ่งสัปดาห์แล้วหัวใจของเธอค่อยๆ ดีขึ้นเรื่อยๆ เธอยิ้มให้กับตัวเองในทุกๆ วัน และบอกกับตัวเองว่าให้เริ่มต้นใหม่ ‘ฟ้าหลังฝนย่อมดีกว่าเสมอ’เธอยืนรดน้ำต้นไม้หน้าบ้าน และพรวนดินให้กับดอกทิวลิป และร้องฮัมเพลงออกมา บ้านพักตากอากาศแห่งนี้มันสามารถฮีลจิตใจของเธอได้มากเลยล่ะ คราแรกพ่อกับแม่ของเธอจะมาด้วย แต่เธอยืนยันว่าขออยู่คนเดียวสักพัก ถ้าดีขึ้นเมื่อไหร่จะกลับไปวันแรกเธอเอาแต่ร้องไห้ไม่ยอมทำอะไรเลย เสียใจ ที่คนๆ นั้นไม่ใช่เธอ และเสียใจที่เขารังแกเธอ แต่มันก็ไม่ใช่ความผิดของเขาทั้งหมด เธอเองก็ผิดเช่นกัน ที่ตกหลุมรักเขา และยอมให้เขาทำตามอำเภอใจเธอใช้ชีวิตอยู่ที่หมู่บ้านแห่งนี้อย่างเรียบง่าย ตื่นเช้ามาเธอก็มานั่งจิบกาแฟ อ่านหนังสือ เดินเล่นรอบๆ บ้าน เมื่อเริ่มบ่ายคล้อยก็ถืออุปกรณ์ตกปลา ไปนั่งอยู่ริมทะเลสาบเพียงลำพัง มองดูพระอาทิตย์ตกดิน และนำปลาที่ได้มาทำเป็นอาหาร‘ถ้ามีคุณตาคอยตกปลาและทำอาหารให้กินก็คงจะดีกว่านี้’ เธอยิ้มออกมาและน