เข้าสู่ระบบเมื่อเงินเดือนไม่เพียงพอกับหนี้สิน เธอจึงต้องเปลี่ยนตัวตนที่จืดชืดให้กลายเป็นกลายครีเอเตอร์สาวสุดเซ็กซี่ที่พร้อมจะเขย่าหัวใจของหนุ่ม ๆ ด้วยคอนเทนต์สุดเอ็กซ์คลูซีฟภายใต้ห้องลับที่ชื่อว่า BabyNoey_Uncut
ดูเพิ่มเติมในซอยแคบที่ขนาบด้วยกำแพงปูนตะไคร่จับหนาเตอะย่านชานเมือง แสงไฟสลัวจากเสาไฟฟ้าเก่าๆ ส่องให้เห็นร่างระหงของ ปณิสรา หรือ เนย หญิงสาวในชุดเสื้อยืดพอดีตัวที่ขับเน้นทรวงอกอิ่มและส่วนเว้าส่วนโค้งอย่างไม่ตั้งใจ เธอเดินเข้าไปในร้านขายของชำท้ายซอยซึ่งเป็นที่พึ่งสุดท้ายในยามที่กระเป๋าสตางค์แห้งเหี่ยว มือเรียวหยิบของใช้จำเป็นและบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปลงตะกร้าด้วยความระมัดระวัง ก่อนจะยื่นให้เจ้าของร้านด้วยฝ่ามือที่ชื้นเหงื่อจากความประหม่า
“ทั้งหมดสี่ร้อยห้าสิบบาท” ป้าจัน เจ้าของร้านวัยดึกเอ่ยถามพลางคิดเงิน
“ค่ะ... แต่ป้าจ๊ะ งวดนี้หนูขอติดไว้ก่อนนะจ๊ะ” เนยบอกด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา แทบจะกลืนหายไปในลำคอ
“ยอดเก่าที่ค้างไว้ตั้งแต่เดือนก่อนเอ็งยังไม่ได้เคลียร์ให้ป้าเลยนะนังหนู!” ป้าจันวางถุงพลาสติกลงบนเคาน์เตอร์ ใบหน้าบึ้งตึงแสดงความไม่พอใจอย่างชัดเจน
“ถ้าหนูได้เงินจะรีบเอามาให้เลยนะป้า ช่วงนี้หนูเพิ่งตกงาน แม่ก็ยังเงินเดือนไม่ออก...”
“เห็นใจป้าบ้างซี ป้าก็ต้องเอาเงินไปหมุนซื้อของมาขายนะ”
“หนูขอโทษจริงๆ ค่ะป้า หนูขอ... ขอติดไว้อีกสักอาทิตย์ได้ไหมคะ แล้วจะรีบหามาให้” เนยพยายามอ้อนวอน ดวงตากลมโตสั่นระริกด้วยความอับอาย
“แต่เดือนนี้เอ็งขอติดป้ามาสามรอบแล้วนะ!” เสียงป้าจันเริ่มแข็งจนคนเดินผ่านไปมาเริ่มเหลียวมอง
“ต่อไปนี้...ถ้าเอ็งไม่มีเงิน ก็ไม่ต้องมาเอาของเพิ่มแล้ว! ที่ป้าให้เครดิตทุกวันนี้ก็เพราะเห็นแก่พ่อเอ็งที่เสียไปหรอก!” เสียงตวาดแหวของป้าจันดังก้องร้าน ปณิสราทำได้เพียงก้มหน้ายอมรับความอัปยศที่แล่นพล่านจนใบหน้าซีดเผือด มือเรียวสั่นเทายกขึ้นไหว้ท่วมหัวเพื่อขอความเมตตา ทว่าในวินาทีที่หยดน้ำตาแห่งความสมเพชตัวเองกำลังจะร่วงหล่น เสียงหวานที่คุ้นเคยก็แทรกขึ้นมา
“ไอ้เนยมันติดหนี้ป้าอยู่เท่าไหร่จ๊ะ?” หญิงสูงวัยหันไปหยิบเครื่องคิดเลขมากดอย่างรวดเร็ว
“รวมของวันนี้ด้วยก็สองพันห้าพอดี!” ป้าจันดีดเครื่องคิดเลข พร้อมปัดเศษ ก่อนจะกระแทกเสียงตอบ
“เอานี่จ้ะป้า... เดี๋ยวหนูจ่ายให้เพื่อนเอง” ธนบัตรใบละพันสามใบถูกควักออกมาจากกระเป๋าแบรนด์เนมใบหรู ก่อนจะวางลงบนเคาน์เตอร์ไม้เก่าๆ เนยเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของเงินด้วยความตกตะลึง
“ฟ่าง! แกมาซื้ออะไรเหรอ”
“แฟนให้แวะลงมาซื้อบุหรี่น่ะ” ข้าวฟ่างเพื่อนสนิทตอบสั้นๆ พลางหันมาส่งยิ้มให้
แสงไฟนีออนจากหน้าร้านสาดกระทบใบหน้าของสองสาว ข้าวฟ่างรับเงินทอนแล้วยื่นให้เพื่อน
“เอานี่...ฉันให้แกเอาติดตัวไว้”
“ฉันเกรงใจแกจังเลยฟ่าง”
“เอาเถอะน่า มีเมื่อไหร่ค่อยมาให้ฉันก็ได้” เงินห้าร้อยบาทที่เพื่อนยัดใส่มือมานั้นช่วยบรรเทาความเดือดร้อนได้เพียงชั่วคราว แต่สภาพของเพื่อนสนิทที่เปลี่ยนไปกลับสร้างคำถามมากมายในใจของปณิสรา
“ขอบใจนะ เซ็งเลยว่ะ ดันมาตกงานช่วงนี้ นี่ก็ใกล้จะเปิดเทอมอีกไม่กี่วันแล้วด้วย ไม่รู้จะหาค่าเทอมทันหรือเปล่า”
“แกไม่ได้กู้เงินเรียนเหรอเนย”
“ไม่ได้กู้หรอก ทำเรื่องไม่ทันน่ะ ตอนนั้นมันช่วงที่พ่อฉันเสียพอดี ถ้าพ่อยังอยู่ฉันคงไม่ลำบากขนาดนี้” ปณิสราถอนหายใจยาว กวาดสายตาสำรวจเพื่อนรักที่ดูเปลี่ยนไปราวกับคนละคน ผิวพรรณที่ดูเปล่งปลั่งขึ้น เสื้อผ้าแบรนด์เนม และความมั่นใจที่แผ่ออกมา
“เอ่อฟ่าง... ช่วงนี้แกดูอู้ฟู่ขึ้นเยอะเลยนะ ไปทำอะไรมาวะ” ฟ่างชะงักไปอึดใจหนึ่ง ดวงตาที่กรีดอายไลเนอร์อย่างประณีตสั่นไหวเล็กน้อย เธอถอนหายใจออกมาหนักๆ เหมือนตัดสินใจจะเปิดเปลือยความลับที่ซ่อนไว้
“ฉันทำพวกคอนเทนต์แนวไพรเวทน่ะ... แต่เป็นแนวสิบแปดบวกนะ แกอย่าไปบอกใครเชียวล่ะ”
“หือยย!!! จริงดิ?” เนยทำตาโต หัวใจเต้นรัวแรง
“เอ่อ...แล้วมันต้องถึงขั้นไหนวะ ถึงจะได้เงินเยอะแบบแก อย่าบอกนะว่า...”
“อื้อ! ก็ประมาณนั่นแหละ แต่ฉันไม่ได้ทำคนเดียวหรอก ฉันทำกับแฟนน่ะ” ฟ่างตอบเสียงกระซิบกระซาบ รอยยิ้มจางๆ
“งั้น...แกพอมีเวลาคุยกับฉันหน่อยมั้ย เผื่อว่าฉันอยากทำบ้าง” ปณิสราตัดสินใจเอ่ยความประสงค์
“คิดให้ดีนะเนย!... สำหรับฉัน ถ้าไม่จนตรอกถึงขั้นไม่มีที่ซุกหัวนอนละก็ ฉันคงไม่เลือกทางนี้หรอก และอีกอย่างฉันก็ตัวคนเดียว ไม่ได้ต้องแคร์ใคร ส่วนแกยังมีแม่อีกทั้งคน”
“เฮ่อ!!...ตอนนี้ฉันก็ตัวคนเดียวไม่ต่างจากแกนักหรอก แม่รึ! ก็เอาแต่หลงผัวใหม่ ตั้งแต่พ่อเสียที่บ้านก็หมุนเงินไม่ทัน ชักหน้าไม่ถึงหลัง” ปณิสราระบายความอัดอั้น ความขมขื่นฉายชัดในดวงตา
“ถ้าแกสนใจจริงๆ แกไม่จำเป็นต้องทำแบบฉันก็ได้นะ แค่แนวเซ็กซี่หวาบหวิวหรือโชว์วับ ๆ แวม ๆ ก็พอ หรือไม่จะเป็นพวกแนวเต้นก็ได้นะ หุ่นแกสวยขนาดนี้ รับรองว่าเอฟซีคลั่งกันเป็นแถวๆ” สายตาของข้าวฟ่างกวาดมองเรือนร่างของเพื่อนอย่างชื่นชม
“แล้วต้องมันต้องโป๊แค่ไหนกันล่ะ”
“ก็เปิดเกือบหมดนั่นแหละ คนดูเขาต้องการอะไรที่มันถึงใจ ยิ่งถ้าเรากล้าเปิด ยอดคนดูมันก็ยิ่งพุ่งกระฉูด จากนั้นรายได้มันก็จะเข้ามาเอง”
ปณิสราอดไม่ได้ที่จะเอาห้องนอนของตัวเองไปเปรียบเทียบกับคอนโดหรูของข้าวฟ่าง ยิ่งนึกถึงก็ยิ่งรู้สึกอับอายในความเก่าซอมซ่อ แม้เธอจะพยายามจัดห้องให้มิดชิดเพียงใด แต่มันก็ยังดูห่างไกลจากความหรูหราที่ควรใช้เป็นฉากหลังสำหรับทำคอนเทนต์หวาบหวิว
และสิ่งที่ทำให้เธอหนักใจยิ่งกว่าสภาพห้อง มันคือความไม่ปลอดภัยภายในบ้าน สามีใหม่ของแม่มักจะคอยส่งสายตาแปลก ๆ ที่ชวนให้ขนลุกมาให้อยู่เสมอ สายตาคู่นั้นทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกคุกคามตลอดเวลา จนไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัวทำอะไรที่ล่อแหลมภายในบ้านของตัวเองเลย
“เอ่อ...ฟ่างฉันยังไม่มีสถานที่ถ่ายทำเลย”
“เฮ่ย!... ไม่ยาก ฉันให้แกยืมห้องก็ได้” ข้าวฟ่างบอกเสียงใส คำพูดนั้นเหมือนจุดไฟในใจที่มืดมิด ปณิสรานิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ จินตนาการไปถึงภาพตัวเองที่ต้องเปลือยต่อหน้ากล้อง ความหิวโหยและภาระที่แบกไว้กำลังเรียกร้องให้เธอโยนศักดิ์ศรีทิ้งไปเพื่อความอยู่รอด
“โอเค ถ้าฉันพร้อมจะบอกแกอีกทีนะ เดี๋ยวไลน์หา” ข้าวฟ่างยื่นมือมาโอบไหล่ของเพื่อนเบาๆ สัมผัสนั้นอบอุ่นแต่กลับทำให้ปณิสรารู้สึกวูบโหวงในอก
“ฉันไปก่อนนะ เดี๋ยวแฟนจะรอนาน”
ปณิสราแยกกับข้าวฟ่างที่หน้าร้านขายของชำ ในหัววนเวียนอยู่กับศักดิ์ศรีที่เคยยึดมั่น เมื่อนึกถึงค่าเทอมและค่าใช้จ่ายที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ทางเลือกที่ดูเหมือนจะขัดต่อศีลธรรมแต่นั่นก็เป็นทางรอดเดียวที่เธอมีในตอนนี้
ภายในห้องครัวเล็กๆ ที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของอาหาร นาวาจัดการวางกล่องอาหารหรูหราลงบนโต๊ะอย่างถือวิสาสะ ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้เก่าๆ อย่างสบายอารมณ์ ราวกับเป็นเจ้าของบ้านเสียเอง ปณิสรายืนกอดอกมองเขาด้วยสายตาขุ่นเคือง เธอรู้สึกเหมือนถูกรุกรานพื้นที่ส่วนตัวอย่างไม่ทันตั้งตัว“วางไว้ตรงนี้ก็ได้ค่ะ เดี๋ยวแม่เนยจัดการเอง” เธอเอ่ยเสียงหงุดหงิด พยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้แสดงออกถึงอาการหงุดหงิดนั้น“พี่รีบกลับเถอะค่ะ ก่อนที่แม่เนยจะซักประวัติพี่ไปมากกว่านี้” เธอพึมพำเสียงเบา ราวกับจะเตือนเขาให้รู้ตัว“จ้องจะไล่พี่ท่าเดียวเลยนะ...” นาวาโน้มตัวเข้าใกล้ใบหน้าหวานที่กำลังขึ้นสีระเรื่อ แววตาเจ้าเล่ห์พราวระยับราวกับจะหยอกเย้า “หรือว่า....เนยกลัวที่พี่จะหลุดปากบอกแม่เรื่องของเรางั้นเหรอ เรื่องที่เราอยู่ด้วยกันตลอดทั้งคืนน่ะ!”“พี่นาวา! เนยโกรธจริงๆ นะคะ” เธอพูดเสียงสั่นด้วยความอายระคนโกรธ ใบหน้าหวานแดงก่ำไปถึงใบหู นาวาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง“ผมขอตัวกลับก่อนนะครับคุณแม่” นาวาเอ่ยลาปารีณาที่ยืนมองเหตุการณ์อยู่หน้าประตูครัว ก่อนจะเดินออกจากบ้านไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้สองแม่
มื้อเช้าสุดหรูเริ่มต้นขึ้นในบรรยากาศส่วนตัวภายในห้องอาหารของโรงแรมที่เงียบสงัด มีเพียงเสียงดนตรีคลาสสิกแผ่วเบาที่ขับกล่อมให้บรรยากาศดูละมุนละไม กลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้สดตัดกับกลิ่นกาแฟชั้นดีที่ลอยมาแตะจมูก นาวาในชุดสูทลำลองที่ดูภูมิฐานทว่ายังคงความเย้ายวนก้าวเข้ามาประคองปณิสราอย่างให้เกียรติ ฝ่ามือหนาที่เคยสัมผัสเธออย่างร้อนแรงเมื่อคืน บัดนี้กลับวางลงบนแผ่นหลังบางอย่างแผ่วเบาทว่าทรงพลัง“เชิญครับเนย... พี่สั่งให้เชฟเตรียมเมนูพิเศษเอาไว้ให้เนยโดยเฉพาะเลยนะ”ชายหนุ่มเอ่ยพร้อมกับเลื่อนเก้าอี้ให้เธออย่างสุภาพ ท่าทางของเขาราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความใส่ใจจนคนถูกปรนนิบัติเริ่มทำตัวไม่ถูก หัวใจดวงน้อยสั่นระรัวยามที่ใบหน้าคมสันโน้มลงมาใกล้จนได้กลิ่นน้ำหอมจางๆ จากกายเขา“โห!!... ทำไมมันต้องหรูหราขนาดนี้คะ แล้วทำไมห้องอาหารมีแต่เราล่ะคะพี่นาวา” ปณิสราถามขึ้นด้วยความแปลกใจพลางทิ้งตัวลงนั่ง ดวงตากลมโตมองไปรอบห้องที่กว้างขวางทว่ากลับไร้เงาแขกคนอื่น“พี่แค่ไม่อยากให้มีใครมารบกวนน่ะ” นาวาตอบพลางยกยิ้มที่มุมปาก แววตาคมกริบจ้องมองเธอราวกับจะกลืนกิน ทำให้ปณิสราต้องแสร้งก้มหน้ามองผ้ากันเปื้อนเพื่อหลบสายตาที
แสงแดดยามสายสาดกระทบผ้าม่านหนา สองร่างเปลือยเปล่ายังคงกอดเกี่ยวกันอยู่บนเตียงคิงไซส์หนานุ่ม ปณิสราซบหน้าอยู่กับแผงอกแกร่งของชายหนุ่ม ลมหายใจอุ่นรินรดผิวเนื้อที่ยังคงหอมกรุ่นไปด้วยกลิ่นอายแห่งเสน่หาและกามารมณ์ กลิ่นหอมเฉพาะตัวของคนทั้งคู่และความปรารถนาที่เพิ่งผ่านพ้นไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนยังคงอบอวลอยู่ในอากาศ ราวกับจะย้ำเตือนถึงบทเพลงรักอันเร่าร้อนของค่ำคืนที่ผ่านมานาวาขยับกายตื่นขึ้นก่อน เขามองร่างบางในอ้อมกอดพลางไล้มือไปตามแผ่นหลังเนียนละเอียดอย่างแผ่วเบา สัมผัสถึงความนุ่มละมุนและไออุ่นที่ยังคงตราตรึง ดวงตาคมก้มมองใบหน้าหวานที่กำลังหลับพริ้มด้วยแววตาอ่อนโยนผิดกับคนดุดันเร่าร้อนเมื่อคืน ก่อนจะประทับจูบลงบนหน้าผากมนอย่างแสนรัก ราวกับจะเก็บเกี่ยวทุกวินาทีอันแสนหวานนี้ไว้ในส่วนลึกของความทรงจำการขยับกายของเขาทำให้ปณิสราเริ่มรู้สึกตัว เปลือกตาบางค่อยๆ เปิดออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นดวงตาคู่สวยที่ยังฉ่ำปรือด้วยความง่วงงุน เมื่อเธอเงยหน้าขึ้นสบตากับชายหนุ่มที่เฝ้ามองอยู่ก่อนแล้ว รอยยิ้มบางๆ ก็ปรากฏขึ้นบนริมฝีปากอิ่มที่ยังคงบวมเจ่อเล็กน้อยจากการบดจูบอันเร่าร้อน เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความไว้
“ครั้งแรก... เจ็บมากมั้ย” นาวากระซิบถามชิดใบหู ขณะที่ร่างกายยังคงสอดประสานเป็นหนึ่งเดียว“ครั้งแรกเหรอคะ...” ปณิสราพึมพำพลางขยับสะโพกวนเป็นวงกลม เน้นย้ำสัมผัสตรงจุดอ่อนไหวจนนาวาต้องครางซี้ดออกมาอย่างสุดกลั้น “ก็เจ็บอยู่นะคะ แต่ก็พอทนไหว... แต่หลังจากนั้นเราสองคนก็ติดใจจนแอบเอากันแทบทุกวันจนแม่จับได้”คำบอกเล่าถึงความลับในอดีตกระตุ้นให้อารมณ์ดิบในกายชายหนุ่มตื่นตัวเพิ่มขึ้นอย่างประหลาด นาวาเด้งสะโพกสวนรับจังหวะเนิบนาบของเธออย่างเร่าร้อน “ถูกแม่จับได้เหรอ... แล้วท่านว่ายังไงบ้างล่ะ”“แม่โกรธมากค่ะ แต่แม่ไม่กล้าบอกพ่อเพราะท่านเป็นโรคหัวใจ กลัวว่าถ้าท่านรู้เรื่องนี้อาการจะกำเริบ...” เธอชะงักไปนิดเมื่อความรัญจวนพุ่งสูงขึ้นจนเกือบถึงขีดสุด ก่อนจะเล่าต่อด้วยเสียงหอบพร่า “แต่สุดท้าย... แฟนเนยก็จากไปเพราะอุบัติเหตุค่ะ”“อุบัติเหตุอะไรเหรอครับ”“มอเตอร์ไซค์ชนเสาไฟฟ้าค่ะ...”“พี่เสียใจด้วยนะ...” นาวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนลง เขาประคองศีรษะของเธอขึ้นมาจูบเพื่อปลอบประโลมอย่างแผ่วเบา ทว่าในนาทีต่อมา เขากลับพาเธอดิ่งลึกลงสู่บทรักที่ดุดันยิ่งกว่าเดิมเพื่อลบเลือนรอยอดีต“แล้ว... ของพี่ใหญ่กว่าขอ
เมื่อตกลงกันได้ ทั้งคู่ก็จัดวางร่างกายสลับกันในท่วงท่าที่พร้อมจะปรนเปรอความสุข นาวาครางต่ำในลำคอด้วยความเสียวซ่านเมื่อริมฝีปากนุ่มของเธอเริ่มทำหน้าที่อย่างจาบจ้วง“อะ... อื้อออ!!! เนยจ๋า... ซี๊ดดดด เด็กดีของพี่ อื้มมมม แบบนั้นแหละครับ... ดีเลย เก่งจัง”นาวาเชิดหน้าขึ้นรับสัมผัสที่เธอปรนเปรอให้ด้วยค
บรรยากาศภายในห้องนอนของคอนโดหรู ข้าวฟ่างที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จอยู่ในชุดผ้าเช็ดตัวผืนเดียวกระโจมอก เผยให้เห็นลาดไหล่เนียนละเอียดที่ยังมีหยดน้ำเกาะพราว เธอทรุดตัวลงนั่งหน้ากระจกเครื่องแป้ง มือเรียวหยิบครีมบำรุงผิวขึ้นมาละเลียดทาลงบนใบหน้า พลางพูดคุยกับแฟนหนุ่มถึงเรื่องของเพื่อน“เนยมันคอแข็งจะตาย มันไม่
ปณิสราตอบกลับด้วยความเจ็บปวดที่แฝงอยู่ในน้ำเสียง แววตาของเธอสะท้อนภาพความจริงที่ตอกย้ำว่าเธอเป็นใครและเขาเป็นใคร“แต่ผมไม่สนว่าฐานะของคุณจะเป็นยังไง คุณจะยากดีมีจน หรือทำอาชีพอะไร ถ้าผมจะรัก... ผมก็รัก”“แล้วครอบครัวคุณล่ะคะ คุณถามพวกเขารึยัง ความรักมันไม่ใช่เรื่องของคนสองคนเสมอไปนะคะ โดยเฉพาะในโลก
“ตอนแรกเนยกลัวว่าเพื่อนจะพาไปไลฟ์ต่อที่ห้อง ก็เลยชิ่งหนีก่อน เนยแอบได้ยินว่า...เพื่อนเนยจะชวนคุณไปห้องค่ะ”“หลังจากคุณขึ้นแท็กซี่ไปแล้ว เค้าก็ชวนครับ... แต่ผมไม่มีทางไปหรอก”“อันที่จริง...ถ้าเนยยอมไปกับเพื่อน คุณก็คงตอบตกลงไปแล้วใช่มั้ยคะ” เธอประชดประชันเบาๆ“ก็คงเป็นอย่างนั้น... แต่ที่ผมต้องไป ก็เ