LOGINเมิ่งซูเหยาถูกคนรักที่คบหากันมาสิบปีทรยศ ด้วยการบอกเลิกเพราะเขาทำสตรีอีกคนตั้งครรภ์ ทว่าเรื่องโหดร้ายไม่ได้จบเพียงเท่านั้น ไม่รู้ว่าเป็นเพราะสวรรค์กำหนด หรือเพราะกรรมเก่ายังไม่สิ้นกับชายที่ชื่อเฉินหนานเซิงกันแน่ เธอจึงได้เกิดใหม่ในร่างสตรีที่ถูกตราหน้าว่าเป็นบ้า และถูกบังคับให้แต่งงานแก้เคล็ดเพื่อรักษาชีวิตแม่ทัพเอกแห่งแผ่นดิน หากคิดว่านั่นคือเคราะห์ร้ายที่สุดแล้วก็ผิดถนัด เพราะในโลกใหม่นี้ยังมีคนชั่วสองคนที่ทำให้เธอตายหายใจร่วมโลกกับเธออีกครั้ง... แต่ชาตินี้อย่าหวังว่าเธอจะยอมรับชะตากรรมเช่นเดิม เรื่องราวของฮูหยินตัวแสบและแม่ทัพตัวร้ายจึงเริ่มต้นขึ้น… พวกเขาจะลงเอยเช่นไร ติดตามได้เลยค่ะ จากไรต์ถึงรี้ด นิยายเรื่องนี้เป็นแนวโรแมนติกคอมเมดี้ที่มีดราม่าแค่พอกรุบ ๆ ไม่หนักจนเกินไป แต่รับรองว่าจะอบอุ่นและทำให้ทุกคนอินไปกับเส้นทางของเมิ่งซูเหยากับเฉินหนานเซิงแน่นอนค่ะ สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด ไรต์ขอฝากกดไลก์ กดหัวใจ และเขียนคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรต์ด้วยนะคะ ทุกข้อความจากรี้ดคือพลังที่ทำให้ไรต์ยิ้มได้เสมอ
View More“คุณหนู ทำแบบนี้เราต้องถูกลงโทษหนักแน่เจ้าค่ะ กลับจวนตระกูลเฉินกันก่อนดีกว่า” เหมยเอ๋อร์เอ่ยทั้งหายใจหอบ หลังพากันวิ่งหนีมาจนขาแทบหลุด แต่เจ้านายของนางกลับเชิดหน้าอย่างดื้อรั้น ราวกับไม่มีสิ่งใดทำให้นางเปลี่ยนใจได้ “ไม่ว่าจะวันนี้ มะรืนนี้ หรือวันไหน ๆ เฉินหนานเซิงก็จ้องจะเล่นงานข้าอยู่ตลอดเวลาไม่ใช่หรือ” เมิ่งซูเหยาพูดอย่างไม่ยี่หระ “ที่สำคัญ เขาไม่ใช่เจ้าชีวิตข้า” คำพูดเด็ดเดี่ยวเกินสตรีของเจ้านายทำให้เหมยเอ๋อร์ทั้งดีใจและหวั่นใจ... โลกนี้มีด้วยหรือที่สตรีจะเอาตัวรอดได้โดยไร้บุรุษคอยหนุนหลัง แต่ถึงกระนั้นนางก็ยินดีทำตาม “เฮ้อ… คุณหนูว่ากระไร บ่าวก็ว่าตามนั้น” เหมยเอ๋อร์ถอนหายใจยาวราวกับคนแก่ ก่อนยกมือผลักประตูที่ถูกทางการปิดตายไว้ แอ๊ดดด เสียงประตูไม้ผุพังดังเอี๊ยดอ๊าด กลิ่นฝุ่นอับและความวังเวงทะลักออกมา เหมือนบ้านร้างที่ถูกทอดทิ้งมาหลายสิบปี ทั้งที่เรื่องร้ายเพิ่งผ่านมาไม่ถึงเดือนด้วยซ้ำ “คุณหนู…” น้ำเสียงเหมยเอ๋อร์สั่นเครือ ดวงตาแดงก่ำเมื่อมองลานกว้าง ๆ ที่ครั้งหนึ่งเคยเต็มไปด้วยชีวิตชีว
ไม่นานนักเฉินหนานเซิงก็ได้รู้ฤทธิ์ของฮูหยินบ้าอีกครั้ง เสียงผู้คนจอแจในหอนั่งของโรงเตี๊ยมดังของเมืองหลวงกลับเงียบสงัดเมื่อแม่ทัพใหญ่ของแคว้นบุกเข้ามาด้วยสีหน้าถมึงทึง “นางกับสาวใช้หายเข้าไปในห้องพักจริง ๆ ขอรับ แต่ไม่กลับออกมาอีกเลย” “จนกระทั่งข้าจ้างให้สตรีนางหนึ่งเข้าไปดูถึงได้รู้ว่าพวกนางสองคนหายไปแล้ว” พลทหารที่ติดตามเมิ่งซูเหยารายงานเจ้านายด้วยสีหน้าซีดเผือด พวกเขาไม่คิดแม้แต่น้อยว่านางจะหนีไปได้!... ร้ายจริง ๆ สีหน้ามืดครึ้มของเจ้านายพร้อมกับน้ำเสียงเย็นยะเยือกราวกับน้ำแข็งทำให้พลทหารก้มหน้างุด “ข้าเตือนเจ้าแล้วว่านางเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวนัก แต่พวกเจ้าก็ยังประมาท กลับไปที่ค่ายทหารแล้วรับโทษซะ!!” เฉินหนานเซิงโมโหจนแทบบ้า เขาที่ไม่ได้หลับไม่ได้นอนมาสามวันเต็มเพราะหนิงอันป่วยหนัก และเรื่องการตามหาคนร้ายที่สังหารตระกูลเมิ่ง กลับต้องมารับรู้ว่าฮูหยินเอกตัวร้าย... หนีหายไปอีกแล้ว เฉินหนานเซิงประกาศกร้าว “นับจากวันนี้ไป... ข้าไปไหน เจ้าก็ต้องไปที่นั่น!!” “เจ
เวลาย่ำรุ่งที่ควรจะเป็นเวลาที่ได้หลับอย่างเป็นสุขไป แต่เมิ่งซูเหยากลับต้องเผชิญกับเสียงหนวกหูจนน่ารำคาญ “ฮูหยินขอรับ ท่านแม่ทัพเชิญให้ท่านไปที่เรือนใหญ่ทันที” “ฮูหยินขอรับ” ปัง! เสียงสิ่งของปะทะกับกำแพงห้องดังลั่น “เงียบไปเลยนะไอ้พวกบ้า กล้าส่งเสียงดังยามวิกาล เดี๋ยวฉันก็แจ้งความจับเสียเลย” “อาเสียนดูสิ ไม่เพียงไม่ตื่นแต่ฮูหยินยังจะแจ้งความจับพวกเราเสียด้วย แต่มันมีกฎหมายข้อนี้ด้วยหรือ” ทหารของเฉินหนานเซิงเกาหัวแกรก ๆ เมื่อได้ยินคำตอบโต้ของคนที่ตนต้องมาตาม ผ่านไปเกือบครึ่งชั่วยามแล้ว เขายังขุดนางออกจากเตียงไม่ได้เลย “...” “แค่สตรีคนเดียวพวกเจ้าไม่มีปัญญาปลุกงั้นรึ” เสียงทุ้มหนึ่งดังขึ้นข้างหูทำให้ทหารทั้งสองขนลุก มิใช่ว่าเพราะเป็นภูตผีปีศาจ... แต่เพราะเจ้านายของเขาโกรธจัดเสียแล้ว “หนวกหูที่สุด คนจะนอนเสียงดังกันอยู่ได้” เมิ่งซูเหยาเองก็โมโหเช่นกันเพราะถูกรบกวนการนอนอันมีค่าของตัวเอง “...” มีแต่เหมยเอ๋อร์เท่านั้นที่อยากจะร้องไห้เสียให้ได้ เมื่อวานนี้คุณหนูของน
สองนายบ่าวหันมองไปยังต้นไม้ต้นใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านสาขาร่มรื่น เจ้าพวกตัวเล็ก ๆ ปีนขึ้นลงอย่างปราดเปรียวทั้งที่มันสูงขนาดนั้น เหมยเอ๋อร์ตั้งสติ พลางหันไปถามเจ้านายเมื่อเดาออกว่าอีกฝ่ายจะทำอะไร “คุณหนู…ท่านปีนต้นไม้เป็นด้วยหรือเจ้าคะ” สาวใช้เบิกตากว้าง “ว่ายน้ำ ปีนหน้าผา ตกปลา เทควันโด ข้าทำได้ทั้งนั้นแหละ” “เทควัน…อะไรนะเจ้าคะ?” “ช่างมันเถอะ ข้าแค่อยากบอกเจ้าว่าเรื่องปีนต้นไม้นะเรื่องเล็กน้อย!” เมิ่งซูเหยาปัดมือ ก่อนโบกเรียกเด็ก ๆ บนกิ่งไม้ “เฮ้ เจ้าตัวเล็กทั้งหลาย! มาช่วยพี่สาวหน่อยสิ” … เด็กหัวโจกปีนลงมาอย่างเร็วรี่ “พี่สาวอยากได้อะไรหรือขอรับ” “นี่เงินหนึ่งตำลึง...ปีนไปฝั่งโน้น แล้วเอาบันไดมาวางพาดกับต้นไม้ต้นนี้ให้พี่สาวที” เมิ่งซูเหยาบอกพลางแหงนหน้ามองต้นไม้ต้นใหญ่ตรงหน้า เธอจำได้ว่าต้นไม้จากฝั่งตระกูลเฉินมันสูงจนน่ากลัวเพราะถูกตัดกิ่งก้านจนหมด แต่ขนมในมือเด็กพวกนี้... เธอแน่ใจว่าพวกแกลงไปขโมยของมานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว ขณะที่อีกฝ่ายกำลังครุ่นคิด อีกด้านหนึ่งข
สองหนุ่มน้อยหน้าหวานกับบุรุษลึกลับดื่มเหล้ากันจนเกือบรุ่งสางจึงพากันแยกย้าย “ไอ้หยา เมาหัวราน้ำอีกแล้วหรือนี่ ปวดหัวจังเลย” เมิ่งซูเหยากุมขมับตัวเองที่ปวดหยุบ ๆ ทันทีที่ตื่นมา แอ๊ดดด “คุณหนูตื่นแล้วหรือเจ้าคะ ท่านรีบทานน้ำแกงนี่ก่อนเถิดเจ้าค่ะ พวกเราต
ท่ามกลางความพลุกพล่านของผู้คนที่เข้าออกโรงเตี๊ยมไม่ขาดสาย สาวใช้กับนายสาวที่ตอนเข้ามาในโรงเตี๊ยมเป็นสตรีรูปงาม ... แต่ขากลับออกไปกลับมีเพียงหนุ่มน้อยวัยเพิ่งแตกหนุ่มสองคนเดินออกมาเท่านั้น คนที่ตามติดตามคำสั่งของเจ้านายถึงกับงุนงง เมื่อสตรีทั้งสองหายไปจากโรงเตี๊ยมอย่างไร้ร่อง
เช้าวันใหม่ของสองนายบ่าวดูสดใสกว่าทุกวันที่ผ่านมาอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะผู้เป็นนายที่ยังขดตัวอยู่ในผ้าห่มอุ่น ส่วนสาวใช้ที่เริ่มคุ้นชินกับนิสัย ‘ตื่นสาย’ ของเจ้านาย เพิ่งกลับมาจากตลาดพร้อมตะกร้าเต็มมือ เมื่อคืนก่อน พวกนางย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านหลังใหม่ ที่แม้ไม่ใหญ่แต่เรียกได้ว่
ห้องรับรองของเรือนใหญ่ตึงเครียดจนเงียบสงัด แม้แต่เสียงลมลอดหน้าต่างยังฟังชัดเจน เยี่ยนลิ่วอิงนั่งบนตั่ง แววตาคมกริบกวาดมองลูกสะใภ้ขัดตาทัพด้วยความไม่ชอบใจ อีกทั้งในใจของนางเต็มไปด้วยความสงสัยว่าเหตุใดอีกคนมิใช่คนบ้าอย่างที่ผู้คนเขาลือกัน สุดท้ายแล้วก็นิ่งเงียบเพร

















