เคหาสน์คืนใจ

เคหาสน์คืนใจ

last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-05-22
โดย:  หรงเย่า / นาย่าจบแล้ว
ภาษา: Thai
goodnovel16goodnovel
คะแนนไม่เพียงพอ
72บท
719views
อ่าน
เพิ่มลงในห้องสมุด

แชร์:  

รายงาน
ภาพรวม
แค็ตตาล็อก
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป

จากปัจจุบันหวนคืนสู่อดีต จากอดีตกลับคืนสู่ปัจจุบัน และยังคงต้องอยู่ต่อไปกับอนาคต เมื่ออดีตส่งผลถึงอนาคต ปัจจุบันกลับยังผูกพันกับอดีต ลี่ฉิงซวง ที่เพิ่งสูญเสียพี่ชายเดินทางสู่ ‘เคหาสน์เฟิงเยี่ยน’ สถานที่ซึ่งผูกอดีต ปัจจุบัน และอนาคตของหญิงสาวจนไม่อาจแยกแยะ ความรัก ความแค้น สิ่งที่เคยติดค้างผู้อื่น รวมไปถึงสิ่งที่ผู้อื่นติดค้าง ทำให้หญิงสาวถูกดึงให้หวนคืนสู่อดีต การพบกันกับเจ้าของคนเดิมของเคหาสน์เฟิงเยี่ยนอย่าง ฟู่เสวียน ทำให้ภาพในอดีตยิ่งชัดเจน บันทึกฟู่ฉินทำให้กงล้อแห่งอดีตหมุนวนอีกครั้ง และครั้งนี้ลี่ฉิงซวงในร่างหวังซวงซวงจึงได้ตระหนัก ชะตาทุกข์ตรมน่าเศร้า แท้ที่จริงแล้วขึ้นอยู่กับการเลือกของผู้คนทั้งสิ้น

ดูเพิ่มเติม

บทที่ 1

บทที่ 1.1

อำเภออู้หยวน เมืองซ่างเหลา มณฑลเจียงซี

ลี่ฉิงซวงก้าวลงจากรถบัสหลังจากที่เดินทางมาถึงจุดหมายปลายทาง สถานีขนส่งอู้หยวนคึกคักกว่าที่คิด อาจเป็นเพราะช่วงเดือนตุลาคมของทุกปี เป็นฤดูแห่งการท่องเที่ยวซึ่งมีนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมากหลั่งไหลเข้ามา

ความจริงหญิงสาวอยากรวมตัวเธอเองเข้ากับกลุ่มนักท่องเที่ยว เนื่องจากได้ยินมานานแล้วว่าอู้หยวนนับเป็นเมืองชนบทที่สวยที่สุด ทั้งยังมีหมู่บ้านโบราณกว่าห้าสิบหมู่บ้านซึ่งชาวบ้านยังคงใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายสบายๆ ริมสายน้ำ ในพื้นที่สีเขียวโอบล้อมด้วยขุนเขา

ถึงอย่างนั้น...ตัวเธอในวันนี้แตกต่างจากนักท่องเที่ยวทั่วไป เพราะสาเหตุที่เธอเดินทางมามายังมณฑลเจียงซี เกิดจากการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต อุบัติเหตุพรากพี่ชายและพี่สะใภ้ รวมไปถึงหลานสาวตัวน้อยๆ ของเธอไปอย่างน่าเศร้า

หญิงสาวเดินทางมาที่มลฑลเจียงซี เพียงเพื่อจัดการสิ่งที่พี่ชายและพี่สะใภ้ทิ้งเอาไว้ให้ ทั้งยังถือเอาโอกาสนี้ปลอบประโลมหัวใจที่เหนื่อยล้าและโศกเศร้า เพราะต่อจากนี้ไปชีวิตของเธอนับว่าโดดเดี่ยวไร้ญาติขาดมิตรจริงๆ แล้ว

‘เคหาสน์เฟิงเยี่ยน’

หนึ่งในมรดกที่พี่ชายและพี่สะใภ้ทิ้งเอาไว้ให้โดยที่เธอเองก็ไม่เคยรู้มาก่อน หากไม่ใช่ทนายโจวติดต่อมาหา ลี่ฉิงซวงเองก็ไม่รู้ว่าที่นี่ถูกระบุเอาไว้ในพินัยกรรมอย่างชัดเจนว่าเธอคือผู้เป็นเจ้าของ และมันมีผลทันทีที่พี่ชายและพี่สะใภ้ของเธอเสียชีวิต

“คุณหนูลี่ใช่หรือเปล่าครับ”

ชายชราคนหนึ่งเดินเข้ามาใกล้ เขามองหญิงสาวด้วยท่าทีลังเล จากนั้นจึงเอ่ยถาม “ใช่ค่ะ คุณลุงคงจะเป็น...ลุงหวัง?”

“ใช่แล้วครับ เชิญทางนี้เลย ผมกำลังกังวลอยู่เลยว่าจะหาคุณหนูไม่พบ คนเยอะเหลือเกิน”

หญิงสาวเดินตามคุณลุงหวังไปด้วยท่าทีโล่งอก มองดูรูปถ่ายในมือของอีกฝ่าย หัวใจพลันรู้สึกเศร้าสร้อย รูปถ่ายใบนั้นเธอจำได้แม่น

...มันคือรูปถ่ายในวันแต่งงานของพี่ชาย

ลี่ฉิงซวงจดจำวันนั้นได้แม่น เพราะวันนั้นเป็นวันคล้ายวันเกิดอายุครบยี่สิบสองปี และเป็นช่วงที่เธอเองเรียนจบมหาวิทยาลัย วันนั้นเธอซึ่งยืนอยู่ข้างพี่ชายกับพี่สะใภ้มีรอยยิ้มสดใส จนพี่ชายเย้ากลั้วหัวเราะว่า...

‘มีความสุขมากเลยหรือที่พี่ชายขายออก’

ใครจะรู้ว่าเวลาผ่านไปเพียงสองปี ทุกอย่างก็สูญสลายราวกับเป็นภาพลวงตา

ดูเหมือนลุงหวังจะสังเกตเห็นว่าหญิงสาวเอาแต่จดจ้องรูปถ่ายในมือ ดังนั้นผู้อาวุโสกว่าจึงรีบส่งรูปถ่ายให้ ลี่ฉิงซวงเงยหน้าสบตากับลุงหวัง จากนั้นจึงรับมาถือไว้พร้อมกับกล่าวขอบคุณเสียงเบา

“คุณท่านทั้งสองเป็นคนดี คุณหนูเองก็กำลังน่ารัก เฮ้อ ใครจะนึกว่าจะเกิดเรื่องเศร้าแบบนี้ขึ้นได้” ลุงหวังถอนหายใจออกมา

“หนูไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าพี่ชายซื้อบ้านหลังนี้เอาไว้”

“ครับ คุณท่านเพิ่งซื้อเอาไว้เมื่อไม่กี่ปีก่อนหน้า เพิ่งตบแต่งเสร็จแล้วก็มาค้างคืนแค่ไม่กี่ครั้ง แต่คนแถวนี้รู้จักเขากันทั้งนั้นนะครับ คุณท่านเป็นคนอัธยาศัยดี” ลุงหวังกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ตอนแรกคนในหมู่บ้านเองก็ไม่เชื่อว่าเจ้าของคนเดิมจะยอมขาย แต่เห็นว่าเขาเป็นคนติดต่อไปหาคุณท่านโดยตรงเลย”

ได้ยินดังนั้นหญิงสาวก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย “พอจะทราบไหมคะว่าเพราะอะไร”

“ได้ยินมาว่าก่อนหน้านี้มีคนติดต่อขอซื้อเคหาสน์เฟิงเยี่ยนมากมายเพื่อนำไปทำเป็นรีสอร์ท แต่เจ้าของคนเดิมไม่ต้องการให้มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง เขาตั้งข้อแม้เอาไว้ว่าต้องคงสภาพเดิมเอาไว้ให้มากที่สุด คุณท่านเองก็รับปากเพราะแต่แรกก็ซื้อเอาไว้เพื่อเป็นบ้านตากอากาศจึงเกิดการซื้อขายกันขึ้น หากลุงจำไม่ผิดคุณท่านซื้อมาในราคาเพียงครึ่งเดียวของราคาในท้องตลาด”

ยิ่งได้ฟังหญิงสาวก็ยิ่งประหลาดใจ แต่ลุงหวังบอกว่าเขาเองก็รู้เพียงเท่านี้ เนื่องจากว่าเพิ่งจะย้ายมาทำงานกับพี่ชายของเธอได้ไม่นาน เขารู้เรื่องนี้เข้าก็เพราะความบังเอิญ ดังนั้นข้อมูลจึงมีน้อยยิ่งกว่าน้อย

ลี่ฉิงซวงมองดูรอยยิ้มสดใสของคนในรูปถ่าย อดีตไม่อาจหวนคืนมาอีกแล้ว เช่นกันกับชีวิตของพี่ชาย พี่สะใภ้ รวมไปถึงหลานสาวตัวน้อยๆ ซึ่งกำลังอยู่ในวัยน่ารักน่าชัง

ลุงหวังชวนหญิงสาวพูดคุยถามไถ่ตลอดการเดินทาง ระหว่างนั้นเขาก็ขับรถไปตามถนนที่คดเคี้ยว ผ่านหมู่บ้านแล้วหมู่บ้านเล่าเส้นทางหรือก็เริ่มตรงขึ้นไปบนเขา ลี่ฉิงซวงได้แต่ประหลาดใจเพราะตลอดเส้นทางนั้น ไม่ได้มีป้ายบอกว่าลุงหวังกำลังจะพาไปที่ใด

“เรากำลังจะไปที่ไหนหรือคะ เคหาสน์เฟิงเยี่ยนไม่ใช่ว่าอยู่ที่หมู่บ้านเจียงเวินหรอกหรือ”

“เคหาสน์เฟิงเยี่ยนอยู่ในหมู่บ้านหวงเซวียน ไม่ใช่หมู่บ้านเจียงเวินครับ”

“หมู่บ้านหวงเซวียน?” หญิงสาวทวนด้วยความประหลาดใจ มันที่ไหนกันละนั่น เธอไม่ยักกะคุ้นหู ทั้งยังไม่รู้ว่ามันอยู่ส่วนไหนของแผนที่เมืองซ่างเหลา

“เลยเนินเขาลูกนี้ไปก็ถึงแล้วละครับ”

แสดง
บทถัดไป
ดาวน์โหลด

บทล่าสุด

บทอื่นๆ
ไม่มีความคิดเห็น
72
บทที่ 1.1
อำเภออู้หยวน เมืองซ่างเหลา มณฑลเจียงซีลี่ฉิงซวงก้าวลงจากรถบัสหลังจากที่เดินทางมาถึงจุดหมายปลายทาง สถานีขนส่งอู้หยวนคึกคักกว่าที่คิด อาจเป็นเพราะช่วงเดือนตุลาคมของทุกปี เป็นฤดูแห่งการท่องเที่ยวซึ่งมีนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมากหลั่งไหลเข้ามาความจริงหญิงสาวอยากรวมตัวเธอเองเข้ากับกลุ่มนักท่องเที่ยว เนื่องจากได้ยินมานานแล้วว่าอู้หยวนนับเป็นเมืองชนบทที่สวยที่สุด ทั้งยังมีหมู่บ้านโบราณกว่าห้าสิบหมู่บ้านซึ่งชาวบ้านยังคงใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายสบายๆ ริมสายน้ำ ในพื้นที่สีเขียวโอบล้อมด้วยขุนเขาถึงอย่างนั้น...ตัวเธอในวันนี้แตกต่างจากนักท่องเที่ยวทั่วไป เพราะสาเหตุที่เธอเดินทางมามายังมณฑลเจียงซี เกิดจากการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต อุบัติเหตุพรากพี่ชายและพี่สะใภ้ รวมไปถึงหลานสาวตัวน้อยๆ ของเธอไปอย่างน่าเศร้าหญิงสาวเดินทางมาที่มลฑลเจียงซี เพียงเพื่อจัดการสิ่งที่พี่ชายและพี่สะใภ้ทิ้งเอาไว้ให้ ทั้งยังถือเอาโอกาสนี้ปลอบประโลมหัวใจที่เหนื่อยล้าและโศกเศร้า เพราะต่อจากนี้ไปชีวิตของเธอนับว่าโดดเดี่ยวไร้ญาติขาดมิตรจริงๆ แล้ว‘เคหาสน์เฟิงเยี่ยน’หนึ่งในมรดกที่พี่ชายและพี่สะใภ้ทิ้งเอาไว้ให้โดยที่เธอเอ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 1.2
ลุงหวังตอบด้วยด้วยรอยยิ้ม หากไม่ใช่เพราะก่อนหน้านี้ได้มีโอกาสพูดคุยกับทนายโจวเกี่ยวกับลุงหวังและภรรยาที่เป็นคนดูแลเคหาสน์ เธอคงคิดว่าตัวเองกำลังโดนหลอกเสียแล้ว“ถึงแล้วครับเคหาสน์เฟิงเยี่ยน”มองเห็นบ้านโบราณบนเนินเขาสูงขึ้นไปอีกเล็กน้อยลี่ฉิงซวงพยักหน้า ความคลางแคลงใจก่อนหน้านี้ลดทอนลงแต่ก็ยังไม่หมดไป“ที่นี่มีคนงานอยู่หกคน คนทำความสะอาดสองคน คนสวนสองคน แล้วก็คนดูแลครัวสองคน”“แล้วลุงละคะ”“ลุงมีบ้านเช่าอยู่กับเมียกับลูกชายลูกสะใภ้ โน่นครับห่างออกไปสองถนน ลุงเป็นคนดูแลเรื่องทั่วไปของเคหาสน์ แต่จะนำข้าวของจำเป็นมาให้ทุกๆ เจ็ดวัน หรือหากคุณหนูอยากไปที่ไหน หรือว่าขาดเหลืออะไรก็โทรบอกตามเบอร์ที่เคยให้ไว้ได้เลยครับ”ลุงหวังช่วยยกกระเป๋าเดินทางของหญิงสาวลงจากรถ ที่หน้าประตูใหญ่มีคนจำนวนหนึ่งยืนรออยู่ก่อนแล้ว พวกเขาต่างก็ก้มหน้าก้มตาด้วยท่าทีสงบเสงี่ยม แต่เห็นชัดว่าใบหน้านั้นเต็มไปด้วยการรอคอย“นี่เป็นคนงานทั้งหมดของเคหาสน์เฟิ่งเยี่ยนครับ”ลี่ฉิงซวงพบว่าคนทั้งหกพักอาศัยอยู่ในโฮ้วจ้าวฝาง[1]ของเคหาสน์เฟิงเยี่ยน ทั้งยังรับรู้จากลุงหวังว่าพวกเขาล้วนไร้ที่ไป ดังนั้นพี่ชายของเธอจึงรับเอาไว้ให้ทำงา
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 1.3
ตอนแรกที่มองเห็นกำแพงสูงล้อมรอบ หญิงสาวยังมองไม่ออกถึงความใหญ่โตโอ่อ่าของตัวเคหาสน์ แต่ตอนนี้เห็นชัดว่าเธอประเมินที่นี่ต่ำไปเฉลียงทางเดินทั้งสองฝั่งเป็นเรือนระเบียงที่ทำจากไม้แกะสลัก ทอดยาวซ้ายขวาไปสู่เรือนหลัก เรือนตะวันตก และเรือนตะวันออก ทางเดินตบแต่งด้วยราวไม้แกะสลักอันงดงามตามแบบโบราณ ให้ความรู้สึกถึงกลิ่นอายของความเก่าแก่ที่ดูมีมนต์ขลัง ในขณะเดียวกันก็ให้ความรู้สึกเยือกเย็นและน่าเกรงขาม ตรงกลางมีสวนที่มีน้ำตกจำลองและต้นไม้ร่มรื่นทำให้ผู้ที่มองผ่านรู้สึกสงบใจ“ที่นี่มีส่วนของที่พักสามเรือนครับ คุณท่านทั้งสองอยู่ที่เรือนหลักเสียเป็นส่วนใหญ่ เรือนตะวันออกเคยคิดจะยกให้คุณหนูเล็กแต่...”ลุงหวังหยุดพูดเมื่อมองเห็นสีหน้าของลี่ฉิงซวง เธอเพียงยิ้มน้อยๆ ดวงตาแดงก่ำเช่นทุกครั้งที่คิดถึงความสูญเสีย ผู้อาวุโสกว่ากระแอมทีหนึ่งจากนั้นจึงพูดต่อ“ไปที่เรือนหลักก่อนก็แล้วกันนะครับ ดูว่าขาดเหลืออะไรผมจะได้จัดหามาให้”“ค่ะ” หญิงสาวส่งเสียงเห็นด้วย จากนั้นจึงเดินตามลุงหวังไปอย่างว่าง่าย ระหว่างเดินไปตามโค้งทางเดิน สายตาก็กวาดมองไปรอบๆบรรยากาศอันสงบเงียบทำให้หญิงสาวรู้สึกเยือกเย็นมากขึ้น เคหาสน์เฟิ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 1.4
“คุณหนู พวกเราเป็นแค่คนงานในบ้าน ปกติจะแยกไปกินในครัวด้านหลังค่ะ”“แต่ฉันกินข้าวคนเดียว...”มองเห็นท่าทีลำบากใจของอีกฝ่าย ลี่ฉิงซวงได้แต่ถอนหายใจ ช่องว่างบางอย่างก็สมควรรักษาเอาไว้ แม้ว่าเธอไม่ใช่คนเจ้ายศเจ้าอย่าง แต่ที่นี่เธอยังใหม่ดังนั้นจึงได้แต่พยักหน้า“ช่างเถอะ ตั้งโต๊ะตอนหกโมงเย็นก็แล้วกัน” พูดจบก็คว้าแก้วชาแล้วเดินออกไปยังสวนหย่อมกลางลานบ้านโต๊ะหินใต้ต้นเฟิงริมสระจำลองร่มรื่น หญิงสาวนั่งลงวางแก้วชาเอาไว้ก่อนมองไปรอบๆ สูดลมหายใจรับกลิ่นอายสดชื่น ใบหน้าสัมผัสกับแสงแดดที่ลอดผ่านกิ่งก้านของต้นไม้ลงมา มองดูแสงแดดแรงกล้าแต่กลับมีต้นไม้บดบังให้ความร่มรื่น รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นยังมุมปาก‘ท่านพี่’เสียงหนึ่งดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏของร่างอรชรงดงามราวกับเทพธิดา ท่วงท่าการเดินเหินอ่อนช้อย รอยยิ้มเจิดจ้า พานให้คนรู้สึกอยากจะประคองนางเอาไว้บนอุ้งมือ เนื่องจากเกรงว่านางจะสูญสลายไปหากไม่ระวังชุดสีชมพูไล่โทนสีอ่อนไปหาเข้ม ยิ่งขับให้ใบหน้าของสตรีผู้นี้งดงามเจิดจ้า ไม่ว่าใครมองผ่านย่อมไม่อาจดึงสายตาไปที่อื่นได้อีกลี่ฉิงซวงตัวแข็งทื่อไม่อาจขยับและไม่อาจส่งเสียง ที่ทำได้คือมองหญิงสาวคนนั้นเดินใ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 2.1
เช้าวันต่อมาลี่ฉิงซวงใช้เวลาตลอดช่วงเช้าเดินสำรวจทุกตารางนิ้วภายในกำแพง ทั้งเรือนหลัก เรือนตะวันออก เรือนตะวันตก รวมไปถึงเรือนห้อยทั้งสี่ของเรือนต่างๆ ที่ถูกจัดให้เป็นเรือนรับรอง ไม่พ้นแม้แต่โฮ้วจาวฝางที่เป็นส่วนของเรือนบริวารและโรงครัว“ใหญ่โตขนาดนี้ มิน่ามีคนคิดจะซื้อมาทำรีสอร์ท” เดินวนไปมารอบหนึ่งลี่ฉิงซวงถึงกับเหงื่อตกหลังจากกินมื้อเที่ยงเธอไม่ได้รบกวนหมิ่นเอ๋อร์และซิ่งเอ๋อร์อีก ทั้งสองคนคิดว่าเธอจะนอนกลางวัน ดังนั้นจึงกลับไปทำความสะอาดอย่างเคยสถานที่ซึ่งลี่ฉิงซวงสนใจเป็นพิเศษหลังจากเดินสำรวจ แน่นอนว่าเป็นห้องหนังสือ เธอกับพี่ชายชอบอ่านหนังสือด้วยกันทั้งคู่ หนังสือก็มักจะเป็นประเภทเดียวกันดังนั้นหญิงสาวจึงสามารถใช้เวลาได้ทั้งวันในห้องหนังสือ เพราะที่นั่นอัดแน่นไปด้วยตำรา สารานุกรม หนังสือประวัติศาสตร์ รวมไปถึงนิยายมากมาย“บันทึกฟู่ฉิน??”ในกล่องไม้ลงรักมีหนังสือเล่มหนึ่ง สภาพเก่าแก่มากแต่กลับได้รับการเก็บรักษาอย่างดี ภายในเขียนด้วยอักษรพู่กันลายมืองดงาม หนักแน่น เข้มแข็ง มองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นลายมือของผู้ชายไม่รู้เพราะอะไรหญิงสาวเลือกจะหยิบบันทึกเล่มนี้ขึ้นมาอ่าน รู้ตัวอีกที
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 2.2
เสียงหนึ่งกระซิบบอกให้ลองเข้าไปดู แต่อีกเสียงกลับบอกให้เธอหันหลังแล้วเดินกลับไปที่ห้องหนังสือ อย่าได้สนใจประตูเชื่อมหลังแนวไผ่แห่งนี้อีกสมัยเรียนเพื่อนๆ เคยบอกหญิงสาวเสมอว่าความอยากรู้อยากเห็นอาจทำให้เธอเดือดร้อนในสักวัน แต่ใครบ้างไม่รู้ว่ายิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งเป็นการยั่วยุกว่าจะนึกขึ้นถึงคำเตือนนั้นลี่ฉิงซวงก็มุดเข้าไปยังแนวไผ่ทะลุเข้าไปยังอีกด้านของกำแพงเสียงไอยังคงดังขึ้นเรื่อยๆ เช่นกันกับความเงียบสงบของคฤหาสน์ซึ่งอยู่ติดกับเคหาสน์เฟิงเยี่ยน บรรยากาศที่นับว่าไม่แตกต่างกัน ราวกับว่าเป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน ทำให้ลี่ฉิงซวงรู้สึกว่ากำลังเดินอยู่ในเคหาสน์เฟิงเยี่ยนมากกว่าที่อื่นที่สำคัญไปกว่านั้นรูปแบบของที่นี่ ก็คือเรือนสี่ประสานเช่นกันกับเคหาสน์เฟิงเยี่ยน“คฤหาสน์ตระกูลหวัง??”หญิงสาวกระซิบกับตัวเอง พร้อมกับกวาดสายตามองไปโดยรอบ เมื่อเดินทะลุเรือนตะวันออกของเคหาสน์เฟิงเยี่ยน ดังนั้นแน่นอนว่าเรือนที่เธอยืนอยู่ ย่อมเป็นเรือนตะวันตกของคฤหาสน์ตระกูลหวังเสียงไอถี่ๆ พร้อมกับเสียงพูดทำให้ลี่ฉิงซวงค่อยๆ เดินใกล้เข้าไป เรือนระเบียงตรงหน้าเชื่อมจากตัวเรือนตะวันตกเข้าไปสู่เรือนหลัก เธอรู้ก็เ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 2.3
หัวใจของลี่ฉิงซวงเต้นรัว พยายามดึงสายตาออกมาจากริมฝีปากบางเฉียบนั้นอย่างยากเย็น เมื่อมือไม้เก้งก้างไปหมดที่ทำได้ก็คือลงมือเก็บกวาดเศษกระเบื้องที่กระจายไปทั่ว“จะตำหนิเขาก็ไม่ได้หรอกครับ เขาไปเพราะต้องไปซื้อยาให้ผม”“อ๋อ” เธอพยักหน้าก่อนจะมองหาผ้ามาเช็ดคราบน้ำชาเสียงฝีเท้าร้อนรนเดินเข้ามาก็ทำให้เธอชะงัก “คุณชาย!...”ผู้มาใหม่น่าจะเป็นคนสนิทของเขา ดูแล้วอายุน่าจะอ่อนกว่าเขาไม่กี่ปี แต่ที่แน่ๆ ก็ยังอายุมากกว่าหญิงสาวอยู่ดี เขาสวมชุดจงซันสีเทาซีดจางตัดเย็บด้วยผ้าฝ้ายเนื้อหนาก้มลงมองตัวเองในชุดกางเกงยีนส์ เสื้อยืด บวกกับรองเท้าผ้าใบคู่เก่งมีโลโก้เป็นเครื่องหมายถูก ลี่ฉิงซวงรู้สึกว่าตัวเธออยู่ผิดที่ผิดทางชอบกลตอนที่มองเห็นว่ามีหญิงสาวแปลกหน้าอยู่กับผู้เป็นนาย จิ่วลู่ชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะมองไปบนพื้นที่เปียกชุ่ม“ผมทำเองครับ” เขากระวีกระวาดหาผ้ามาเช็ด“พยุงฉันที ฉันจะพาคุณคนนี้ออกไปนั่งที่ศาลาด้านนอก”“ครับ”“เชิญทางนี้เถอะครับ เราไปคุยกันข้างนอกจะสะดวกกว่าเสี่ยวลู่จะได้ทำความสะอาดที่นี่”“อ้อ เอ่อ ก็ได้ค่ะ” เธอเดินตามเจ้าบ้านไปพร้อมกับมองสองนายบ่าวพยุงกันเดินออกไปยังสวนเล็กๆ ข้างเรือนจิ่
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 2.4
อีกอย่างในเมื่อมันอยู่ในห้องหนังสือของเคหาสน์เฟิงเยี่ยน อีกทั้งที่นั่นยังถูกยกให้เธอ ดังนั้นมันก็กลายเป็นของเธออย่างสมบูรณ์แล้ว“ฉันมีเรื่องสงสัยค่ะ” เธอพูดออกมาในที่สุด“ว่ามาสิครับ”“คุณเป็นทายาทตระกูลฟู่ แต่กลับเลือกที่จะขายเคหาสน์เฟิงเยี่ยน แทนที่จะขายคฤหาสน์ตระกูลหวัง เพราะอะไรหรือคะ” เธอรู้ว่าคำถามนั้นเสียมารยาท แต่ไม่รู้ทำไมจึงรู้สึกว่าเขาไม่เพียงจะไม่โกรธ แต่ยังจะยอมตอบคำถามนั้นอย่างแน่นอน“การคงอยู่ของเคหาสน์เฟิงเยี่ยน แท้จริงแล้วก็เพื่อรอคอยการหวนคืนและการเปลี่ยนแปลง”“รอคอยการหวนคืนและการเปลี่ยนแปลง? รอใครหรือคะ?”เขาไม่ตอบแต่หันมาสบตากับเธอด้วยรอยยิ้ม ดวงตาคมเปล่งประกายบางอย่าง ทำให้ลี่ฉิงซวงใจเต้นรัว ใบหน้าหล่อเหลาและรอยยิ้มนี้ดูคุ้นเคยเธอ...เคยพบเขาที่ไหนมาก่อนหรือเปล่านะ คิดอย่างไรก็คิดไม่ออก ยิ่งครุ่นคิดก็ยิ่งสับสนนับตั้งแต่กลับมาจากคฤหาสน์ตระกูลหวัง ลี่ฉิงซวงเอาแต่หมกมุ่นอยู่คนเดียวเงียบๆ แม้แต่ตอนกินมื้อค่ำก็ให้หมิ่นเอ๋อร์และซิ่งเอ๋อร์ยกอาหารเข้าไปในห้องในใจเต็มไปด้วยคำถามที่ไม่ได้รับคำตอบ ทำให้ตกดึกไม่อาจข่มตาให้หลับลงได้ เธอเดินกลับไปที่ห้องหนังสือ เปิดบันทึกฟู่
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 2.5
ก่อนออกจากห้องหนังสือหญิงสาวได้ยินเสียงเศร้าสร้อยนั้นอีกครั้ง เธอถอนหายใจก่อนจะหันไปมองกล่องบันทึก“ไม่ต้องมาเรียก ไม่อยากรู้แล้วก็ได้ ไม่ต้องมาหลอกมาหลอนด้วยนะคืนนี้ ฉัน...จะนอน ถ้าได้ยินเสียงเรียกหรือทำเสียงประหลาดให้กลัวอีกรับรองได้เห็นดีกัน ของเก่าแก่แค่ไหนก็ไม่มีทางทนไฟ ยิ่งเป็นกระดาษด้วยแล้วละก็”ข่มขู่เสร็จก่อนปิดประตูยังถลึงตาใส่กล่องใบนั้น ในใจสงสัยว่าเรื่องประหลาดๆ ทั้งหมดนี้ต้องเป็นเพราะเรื่องเศร้าของหวังซวงซวง กับบันทึกที่ฟู่ฉินเขียนทิ้งเอาไว้แน่ๆขณะเดียวกันนั้นร่างสูงที่ยืนอยู่อีกฟากของกำแพงหลุดหัวเราะออกมา ใบหน้าหล่อเหลาซีดเซียวมองไปยังกำแพงสูงซึ่งกั้นขวางระหว่างคฤหาสน์ตระกูลหวังและเคหาสน์เฟิงเยี่ยน“ลี่ฉิงซวงคนนี้นิสัยต่างจากหวังซวงซวงโดยสิ้นเชิง”“นายท่าน เพราะอะไรไม่ให้คุณหนูลี่อ่านบันทึกเล่มนั้นให้จบ บางทีหากคุณหนูลี่ได้อ่าน ทุกอย่างอาจง่ายขึ้น”ฟู่เสวียนส่ายหน้าช้าๆ “นายไม่อยากรู้หรือว่า...หากมีสิทธิ์เลือกอีกครั้ง ซวงซวงยังจะเลือกในสิ่งที่เคยเลือกไปแล้วหรือเปล่า หากไม่...ทุกอย่างจะเปลี่ยนไปจากเดิมตอนนี้มั้ย แล้วหากเปลี่ยนไป...ฉันจะยังเป็นฉันเช่นทุกวันนี้หรือเปล่า”
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 2.6
“นั่งสิครับ กินมื้อเช้าคนเดียวมานาน หากไม่รังเกียจก็กินมื้อเช้ากับผม”“เอ่อ...”ไม่รู้เพราะอะไรเธอจึงรู้สึกหิวทันทีที่เห็นและได้กลิ่นโจ๊กปลากับหมั่นโถวร้อนๆ บนโต๊ะ ทั้งที่เป็นมื้อเช้าแสนธรรมดาทำไมถึงได้ดูน่ากินได้อย่างนี้นะ“นึกเสียว่าเห็นใจคนป่วย กินมื้อเช้าเป็นเพื่อนผมสักครั้งนะครับ”ลี่ฉิงซวงสบตากับเขา เธอพยักหน้ายิ้มๆ ก่อนจะเดินไปนั่งลงยังฝั่งตรงกันข้าม “ถ้าอย่างนั้นไม่เกรงใจแล้วนะคะ”หลังมื้อเช้าจิ่วลู่เข้ามาเก็บสำรับ เขานำป้านชาเข้ามาวางแทนที่จากนั้นจึงยิ้มให้ลี่ฉิงซวง “หากไม่รบกวนจนเกินไป ผมฝากนายท่านสักครู่ได้ไหมครับ ยังมีบางอย่างต้องออกไปซื้อ เมื่อวานทิ้งเขาเอาไว้จนเกือบเกิดเรื่อง ผมไปไม่นานจะรีบกลับ”“เอ่อ...” ลี่ฉิงซวงมองจิ่วลู่สลับกับฟู่เสวียนที่กำลังเดินกลับมายังโต๊ะหิน“ไม่เป็นไรหรอก อย่าไปรบกวนคุณหนูลี่เลย ฉันอยู่ได้”เขาพูดจบก็หันไปมองลี่ฉิงซวง “อย่าไปสนใจเขาเลยครับ คุณมานานแล้วป่านนี้คนที่เคหาสน์คงเป็นห่วงแย่แล้ว”“นั่นสิ ไม่ได้บอกใครด้วยว่าแอบมาที่นี่ เอาอย่างนี้ก็ได้ค่ะ เดี๋ยวฉันจะให้คนมาเปิดช่องแนวต้นไผ่ออก คุณมาดูด้วยกันก็ได้”ฟู่เสวียนยิ้มพร้อมกับพยักหน้า “ขอบคุณน
อ่านเพิ่มเติม
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status