เป็นสตรีร้ายกาจ...ไม่ง่าย!!

เป็นสตรีร้ายกาจ...ไม่ง่าย!!

last updateآخر تحديث : 2026-03-28
بواسطة:  หรงเย่า / นาย่าمكتمل
لغة: Thai
goodnovel16goodnovel
10
1 تصنيف. 1 review
42فصول
2.2Kوجهات النظر
قراءة
أضف إلى المكتبة

مشاركة:  

تقرير
ملخص
كتالوج
امسح الكود للقراءة على التطبيق

ฟู่โหรว...ลืมตาขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึกสับสน นางสูญเสียความทรงจำทั้งหมด รับรู้เพียงตัวนางคือประมุขแห่งท่าเรือฟู่กุ้ย อีกทั้งข้างกายมีอวี้กูกูที่คอยชี้นำ คอยเตือนว่านางเป็นใคร ต้องทำอะไร คราแรกนางโล่งอกที่ตัวเองไม่โดดเดี่ยว แถมยังเป็นทายาทตระกูลที่มั่งคั่งไม่ต้องลำบากอะไร ทว่าเมื่อได้รู้ว่าเมื่อก่อนตัวนางปักใจหลงรัก เซี่ยอวิ๋น อย่างโง่งม แถมยังเป็นความรักข้างเดียวที่ทำให้นางได้ชื่อว่าเป็น...สตรีร้ายกาจที่สุดแห่งเมืองหลวง!!! ฟู่โหรวตอบตกลงน้อมรับสมรสพระราชทาน นางจะแต่งกับ สือจิ้ง ประมุขตระกูลสือที่ทั้งหล่อเหลาและสุขุมเยือกเย็น หลังได้พบเซี่ยอวิ๋นที่ถูกสตรีข้างกายหลอกลวงอย่างโง่งม บุรุษเช่นนี้น่ะหรือที่นางปักใจ ไร้สาระสิ้นดี!!!

عرض المزيد

الفصل الأول

บทที่ 1.1

เสียงฝีเท้าดังขึ้นอย่างสับสนในเรือนหลักจวนตระกูลฟู่ สตรีในชุดฮั่นฝูหลุดลุ่ยปล่อยผมยาวสยายดูแตกตื่นหวาดหวั่น นางวิ่งออกมาด้านนอกขณะสายตามองไปรอบๆ สีหน้ายิ่งมาก็ยิ่งซีดขาว ปลายเท้าเปล่าเปลือยที่โผล่ออกมาจากชายชุดฮั่นฝูสีขาวนวลเนียนเป็นสีอมชมพู ใบหน้างดงาม ผิวพรรณนวลตา เรียวคิ้วยาวรับดวงตาหงส์ ริมฝีปากที่แม้ซีดเซียว หากแต่ก็อวบอิ่มเป็นรูปกระจับน่ามอง

เสียงกรีดร้องดังขึ้นอีกฟากของเรือนหลัก บ่าวสองคนมองมาด้วยดวงตาตื่นตะลึง “ผีหลอก!!! ช่วยด้วยนายหญิงออกตามล้างแค้นคนแล้ว!!!”

หญิงสาวสะดุ้งสุดตัวมองไปยังบ่าวสองคนนั้น ทว่าที่มองเห็นก็คือแผ่นหลังที่กำลังวิ่งหนีเอาชีวิตรอด นางหายใจหอบสองมือสั่นเทา เท้าที่เปลือยเปล่าเจ็บแปลบ แม้แต่ศีรษะก็เต้นตุบเจ็บหนึบ

เมื่อก้มลงมองชุดสีขาวที่ตนสวมใส่ คราบเลือดที่เปรอะเปื้อนบนชุดสีขาวเด่นชัด นางยกมือขึ้นหมายแตะหน้าผากที่เจ็บหนึบ ถึงอย่างนั้นกลับมองเห็น...เลือด แม้แต่สองมือก็ยังมีเลือดแดงฉานที่ยังคงไม่แห้งดี

ในเรือนหลักเกิดความวุ่นวายขึ้นหลังเสียงตะโกนร้อง หญิงสาวไม่รู้ว่าควรไปทางใด สีหน้างุนงงท่าทางสับสนหวาดหวั่น เท้าก้าวเดินไปเรื่อยๆ อย่างไร้ทิศทาง ร่างอรชรเต็มไปด้วยกลิ่นอายของความตื่นตระหนก

ตอนนั้นเองอยู่ๆ ความรู้สึกพะอืดพะอมก็เข้าจู่โจม หน้าอกแสบร้อน มือเท้าค่อยๆ รู้สึกชา

เสียงด้านหลังทำให้อดไม่ได้ที่หันกลับไปมอง “นายหญิง?!”

นางมองสตรีวัยกลางคนที่ส่งเสียงเรียก ดวงตาแตกตื่นทั้งปะปนด้วยความงุนงง สับสน ไม่เข้าใจ เลือดขุ่นข้นคาวคลุ้งเค็มปร่าในลำคอ กว่าจะรู้ว่าตัวนางกำลังกระอักเลือด...ร่างทั้งร่างก็ค่อยๆ เซล้มหงาย

เสียงกรีดร้องดังขึ้นอีกครั้ง ท่อนแขนของหญิงวัยกลางคนช่วยคว้าตัวนางเอาไว้ จากนั้น...นางก็ไม่รับรู้สิ่งใดอีกเลย

ฟู่โหรว...นั่งเหม่อออกไปนอกหน้าต่าง ในหัวว่างเปล่าไร้ความทรงจำ ร่างกายนี้ยังคงอิดโรยไร้เรี่ยวแรง ลำคอแสบร้อนจนยากจะส่งเสียง ในใจสับสนและไม่อาจหาคำตอบให้ตัวเอง

ทุกคนที่นี่เรียกหญิงสาวว่า...นายหญิง

ทุกคนที่นี่ล้วนมีท่าทางหวาดกลัว

ทุกคนที่นี่ไม่กล้าแม้แต่จะสบตากับหญิงสาว

เว้นเพียงคนเดียว...

เสียงประตูเปิดออกพร้อมเสียงฝีเท้าเบาๆ และเสียงถอนหายใจ “นายหญิง ได้เวลากินยาแล้วเจ้าค่ะ” อวี้กูกู สตรีวัยกลางคนที่เป็นคนรับหญิงสาวเอาไว้ไม่ให้ล้มลงบนพื้น

ฟังว่า...ฟู่โหรวถูกวางยาพิษ เป็นพิษร้ายแรงที่ทำให้ถึงตายได้

และอันที่จริงหญิงสาวได้สิ้นใจไปแล้ว คนในจวนตระกูลฟู่กำลังเตรียมจัดงานศพ ถึงอย่างนั้นไม่รู้เพราะอะไรหญิงสาวกลับลุกขึ้นมาจากโลงศพ เดินออกมาหลังกระอักเลือด หมอที่มาตรวจกลับพบว่าร่างกายนี้ขับพิษออกมาแล้ว ไม่หลงเหลือพิษร้ายในร่างกาย

แผลที่ศีรษะเกิดจากตอนที่นางหมดสติจนล้มลง ตอนนั้นเองหน้าผากก็กระแทกขอบโต๊ะอย่างแรง ไม่พอตอนร่างล้มลงบนพื้นยังกระแทกกับขอบยกสูงของพื้นอีกครา เรียกได้ว่าโชคร้ายในโชคร้ายอีกทอดหนึ่งก็ว่าได้ ซึ่งนั่นอาจเป็นสาเหตุที่นาง...สูญเสียความทรงจำทั้งหมด

เสียงซุบซิบดังอยู่ทุกมุมจวน ไม่มีใครเชื่อว่านายหญิงที่แสนร้ายกาจจะกลับมามีชีวิต

บางคนสงสัยว่าเป็นวิญญาณร้ายมาเข้าสิง บางคนหวาดหวั่นว่าจะถูกลงโทษ

บางคนกำลังคิดจะแอบเชิญหมอผีมาทำการปัดรังควาน

บางคนแอบผสมยันต์ที่ขับไล่ความชั่วร้ายลงในน้ำชา

บางคนถึงขั้นแอบย่องเข้ามาในห้องนอน สอดยันต์เข้าไปใต้หมอนขณะหญิงสาวนอนหลับ

วันหนึ่งฟู่โหรวรู้สึกว่าคนที่นี่แม้เป็นบ่าวของจวน แม้หวาดกลัว ถึงอย่างนั้นทุกคนก็ยังรังเกียจ เกลียดชัง รวมไปถึงอยากให้นางตายๆ ไปเสีย!!!

“พวกเจ้าออกไปให้หมด ปิดประตูด้วยแล้วห้ามใครเข้ามาจนกว่าข้าจะออกไป” อวี้กูกูออกคำสั่ง อีกฝ่ายเดินเข้ามานั่งที่เก้าอี้หน้าเตียง “นายหญิง...หกวันแล้วนะเจ้าคะ”

ฟู่โหรวหันไปมองอีกฝ่าย “ท่าน...เล่าเรื่องของข้าก่อนหน้านี้ให้ข้าฟังอีกสักรอบได้หรือไม่”

อวี้กูกูยิ้มด้วยสายตาอ่อนโยน “ได้สิเจ้าคะ”

ตระกูลฟู่... คหบดีอันดับหนึ่ง เจ้าของท่าเรือฟู่กุ้ย สัมปทานการขนส่งทางน้ำที่ใหญ่ที่สุดในแคว้นต้าเหอ ดินแดนแห่งสายน้ำและความมั่งคั่ง

توسيع
الفصل التالي
تحميل

أحدث فصل

فصول أخرى

المراجعات

Alisa Shorty
Alisa Shorty
สนุกดี ให้รางวัล
2026-04-25 11:34:40
2
0
42 فصول
บทที่ 1.1
เสียงฝีเท้าดังขึ้นอย่างสับสนในเรือนหลักจวนตระกูลฟู่ สตรีในชุดฮั่นฝูหลุดลุ่ยปล่อยผมยาวสยายดูแตกตื่นหวาดหวั่น นางวิ่งออกมาด้านนอกขณะสายตามองไปรอบๆ สีหน้ายิ่งมาก็ยิ่งซีดขาว ปลายเท้าเปล่าเปลือยที่โผล่ออกมาจากชายชุดฮั่นฝูสีขาวนวลเนียนเป็นสีอมชมพู ใบหน้างดงาม ผิวพรรณนวลตา เรียวคิ้วยาวรับดวงตาหงส์ ริมฝีปากที่แม้ซีดเซียว หากแต่ก็อวบอิ่มเป็นรูปกระจับน่ามองเสียงกรีดร้องดังขึ้นอีกฟากของเรือนหลัก บ่าวสองคนมองมาด้วยดวงตาตื่นตะลึง “ผีหลอก!!! ช่วยด้วยนายหญิงออกตามล้างแค้นคนแล้ว!!!”หญิงสาวสะดุ้งสุดตัวมองไปยังบ่าวสองคนนั้น ทว่าที่มองเห็นก็คือแผ่นหลังที่กำลังวิ่งหนีเอาชีวิตรอด นางหายใจหอบสองมือสั่นเทา เท้าที่เปลือยเปล่าเจ็บแปลบ แม้แต่ศีรษะก็เต้นตุบเจ็บหนึบเมื่อก้มลงมองชุดสีขาวที่ตนสวมใส่ คราบเลือดที่เปรอะเปื้อนบนชุดสีขาวเด่นชัด นางยกมือขึ้นหมายแตะหน้าผากที่เจ็บหนึบ ถึงอย่างนั้นกลับมองเห็น...เลือด แม้แต่สองมือก็ยังมีเลือดแดงฉานที่ยังคงไม่แห้งดีในเรือนหลักเกิดความวุ่นวายขึ้นหลังเสียงตะโกนร้อง หญิงสาวไม่รู้ว่าควรไปทางใด สีหน้างุนงงท่าทางสับสนหวาดหวั่น เท้าก้าวเดินไปเรื่อยๆ อย่างไร้ทิศทาง ร่างอรชรเต็มไ
اقرأ المزيد
บทที่ 1.2
ฟู่โหรวเป็นคุณหนูใหญ่ ทายาทสายตรงเพียงคนเดียวของนายท่านฟู่ เป็นน้องสาวต่างบิดากับฮ่องเต้พระองค์ปัจจุบัน ฟังว่าหลังจากที่เยียนกุ้ยเฟยถูกปลด อดีตฮ่องเต้กลับพระราชทานสมรสให้เยียนกุ้ยเฟยกับคนตระกูลฟู่ คหบดีที่มีความดีความชอบในช่วงเวลานั้นตระกูลฟู่มีนางเป็นทายาทหลงเหลือเพียงคนเดียว หลังจากที่บิดาสิ้นใจ มารดาตรอมใจจากนั้นสิ้นใจตามไปเมื่อไม่กี่ปีก่อน ฟู่โหรวก้าวขึ้นมาเป็นประมุขของตระกูล ดูแลท่าเรือฟู่กุ้ยที่มั่งคั่งและกว้างขวางในวงการค้าวงการค้ามีทั้งมิตรและศัตรู... พิษที่นางได้รับไม่มีใครล่วงรู้ว่าเป็นพิษชนิดใด ไม่รู้ว่าโดนจากไหน จากในหรือนอกจวน ด้วยความเป็นไปได้นั้นไม่มีใครกล้าคาดเดา อวี้กูกูมีท่าทีอึดอัด“ท่านยังเล่าไม่หมด” นางมองออกอวี้กูกูถอนหายใจ “มีเรื่องหนึ่งข้าเองก็โล่งอกที่ท่านลืมเลือนเรื่องราวก่อนหน้า”“เพราะเหตุใด”“เพราะ...นายหญิง ท่านรักประมุขเซี่ยเหลือเกิน มีใจให้เขามานานทั้งที่รู้ว่าเขามีสตรีในดวงใจ”ฟู่โหรวอึ้งงัน...“วันนั้น...ก่อนที่ท่านจะถูกพิษเพียงไม่กี่ชั่วยาม ท่านไปเยือนประมุขเซี่ยที่จวน ข้าเองก็ไม่ได้อยากจะคาดเดาว่าเป็นฝีมือเขา แต่เขาน่าสงสัยที่สุด มีความเป็นไปได้
اقرأ المزيد
บทที่ 1.3
“เพราะมีความเป็นไปได้ที่ประมุขเซี่ยจะเป็นคนวางยาท่าน ดังนั้นฝ่าบาทจึงให้คนสอบสวนโดยละเอียด ช่วงเวลานี้จวนตระกูลเซี่ยจึงถูกปิดห้ามคนเข้าออกไม่เว้นแม้แต่ประมุขเซี่ย ขุนนางและเหล่าบัณฑิตกำลังรวมตัวกันถวายฎีกา ยังมีบางส่วนถึงขั้นกล้าร้องเรียนตระกูลฟู่”“ร้องเรียนตระกูลฟู่?”“เจ้าค่ะ ร้องเรียนท่านที่...ที่...เป็นสตรีไร้ยางอาย”ฟู่โหรวนิ่งงันพูดไม่ออก “ข้า? ไร้ยางอาย?” ก็คงจริงหากเป็นอย่างที่อวี้กูกูเล่ามา “ข้าต้องทำอย่างไร”“ตอนนี้เรื่องแรกคือเข้าวังหลวงเจ้าค่ะ กราบทูลฮ่องเต้ว่าการวางยาพิษไม่เกี่ยวกับตระกูลเซี่ย หาไม่ตอนนี้เมืองหลวงต้องวุ่นวายเกินกว่าที่เราจะจินตนาการ แม้ท่านจะเป็นน้องสาวของฮ่องเต้ แต่การสร้างความขัดแย้งในหกตระกูลคหบดีไม่เป็นผลดีเลย ผู้ที่ลำบากพระทัยที่สุดตอนนี้คือฝ่าบาท ทุกๆ วันทรงส่งขันทีมาเฝ้าเพื่อสอบถามอาการ นายหญิง” อวี้กูกูคุกเข่าลง“ถือเสียว่าข้าขอร้องท่าน เรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ท่าน...ขอร้องให้ฝ่าบาทเลิกสอบสวนเถิด ถึงตอนนี้ท่านเองก็ไม่เป็นอะไรแล้ว ความขัดแย้งที่มีแต่จะบานปลายไม่เพียงส่งผลเสียต่อตระกูลฟู่ แต่มันยังส่งผลเสียต่อส่วนรวมด้วย การค้าตอนนี้ล้วนชะงักลง
اقرأ المزيد
บทที่ 1.4
อวี้กูกูกล่าวว่าฟู่โหรวเป็นคนฉลาด...นางอยากได้อะไรล้วนมีวิธีทำให้ฮ่องเต้คล้อยตาม นางมักรู้จังหวะ รู้โอกาส รู้ช่วงเวลา เวลาใดควรเงียบ เวลาใดควรเปิดปาก ดังนั้นจ้าวชิงหลงจึงค่อนข้างชอบนิสัยเช่นนี้ของน้องสาว“ดูที่พวกเขาทำกับเจ้าสิ”“ฝ่าบาททรงเข้าพระทัยผิดแล้วเพคะ ยาพิษนั่นที่จริงไม่ใช่พิษเลย เป็นหม่อมฉันไม่ระวังเอง ไม่ใช่ความผิดของประมุขเซี่ยเลย ฝ่าบาทเองก็ทรงทราบว่าหม่อมฉันเคยเกือบเอาชีวิตไม่รอดเพราะขนมเมล็ดซิ่ง วันนั้นเพราะไม่ระวังจึงกินเข้าไป ไม่ใช่ความผิดของตระกูลเซี่ยเลยจริงๆ นะเพคะ”จ้าวชิงหลงหรี่ตามองนาง “เจ้าคิดว่าเราโง่หรือ คิดจะปกป้องเขาไปจนถึงเมื่อไหร่ เขาทำให้เจ้าเกือบตายโหรวโหรว!”ฟู่โหรวดวงตาแดงก่ำ “ฝ่าบาท หม่อมฉันซาบซึ้งและตระหนักดีว่าทรงรักเอ็นดูหม่อมฉัน ทุกครั้งที่ทอดพระเนตรใบหน้านี้ ฝ่าบาทจะทรงคิดถึงท่านแม่ แต่ว่าตอนนี้ฝ่าบาทเป็นโอรสมังกร ไม่ว่าสิ่งใดล้วนต้องทรงคำนึงถึงแคว้นมาเป็นอันดับแรก”หญิงสาวปั้นหน้าทำเหมือนไม่ได้รับความเป็นธรรม ถึงอย่างนั้นก็พยายามข่มกลั้นเอาไว้“อย่างไรเสียเรื่องก็ล่วงเลยมาถึงตอนนี้ หม่อมฉันไม่เป็นอะไรแล้ว ข้างนอกนั่นต่างก็ลือกันไปต่างๆ นานา หาก
اقرأ المزيد
บทที่ 1.5
“หากเราไม่เชื่อและอยากให้เจ้าพิสูจน์เล่า”“พิสูจน์??” นางงุนงง“แต่งงานเสีย”!!!...อะไรนะ“เราจะพระราชทานสมรสให้เจ้า นอกจากเจ้ารับปากเรื่องนี้ หาไม่เราไม่มีทางปล่อยตระกูลเซี่ยไปเด็ดขาด!”ฟู่โหรวทิ้งตัวลงนั่งบนพื้นอย่างจนใจ ขณะที่นางกำลังเดินออกมาจากตำหนักเฟิ่งหวง สีหน้าของนางขาวซีด ทางเดินทอดยาวริมระเบียงทางเดิน นางเหม่อลอยจนไม่รู้ตัวว่าเดินไปผิดทาง สองเท้าก้าวเดินอย่างไร้ทิศทาง กระทั่งมุมทางเดินนางถูกชนเข้าจนเกือบล้มหงายมือข้างหนึ่งยื่นออกมาช่วยประคอง “ขะ...ขอบคุณ แล้วก็...ขออภัย” นางกล่าวอย่างเหม่อลอย จากนั้นจึงเดินต่อไปโดยไม่ได้สนใจเงยหน้าขึ้นมองคนที่ช่วยประคอง“นายท่าน? ข้าน้อยได้ยินผิดไปหรือไม่ ประมุขฟู่เพิ่งจะ...ขอบคุณท่าน แถมนางยังเพิ่งขอโทษท่านในประโยคเดียว?!”สือจิ้งยังคงมองตามแผ่นหลังที่สับสนของหญิงสาว คิ้วเข้มมุ่นลงเล็กน้อยตอนเห็นอวี้กูกูปราดเข้าไปประคองร่างที่โงนเงน“ฟังว่าครานี้นางอาการหนักไม่น้อย เข้าเฝ้าวันนี้คงมาขอร้องแทนตระกูลเซี่ยกระมัง”“ข้าน้อยเองก็คิดเช่นนั้น สตรีโง่งม” ซูม่อถอนหายใจ “ประมุขฟู่ผู้นี้เรื่องอื่นล้วนเก่งกาจ ทว่าเรื่องบุรุษนับเป็นจุดอ่อนของนางข้อเดีย
اقرأ المزيد
บทที่ 1.6
สือจิ้งเหม่อลอยเล็กน้อย “ข้าเหมาะสมที่สุดเพราะข้ามีทายาทสืบทอดร้านแลกเงินแล้ว ฝ่าบาทตระหนักดีว่าข้าไม่จำเป็นต้องใช้ประโยชน์ใดจากท่าเรือฟู่กุ้ย แม้ว่ามีความเป็นไปได้ที่ข้าจะมีบุตรกับฟู่โหรว เด็กคนนั้นจะใช้แซ่ฟู่ก็ย่อมได้ จากนั้นสืบทอดการดูแลท่าเรือฟู่กุ้ย”!!! ซูม่ออ้าปากค้างสือจิ้งแค่นยิ้ม “นี่คงเป็นสิ่งสุดท้ายที่คนในเมืองหลวงคาดคิดว่าจะเกิดขึ้นกระมัง เช่นกันกับที่เซี่ยอวิ๋นคงคาดไม่ถึงว่าหลายปีมานี้ เขา...ทั้งอยากปฏิเสธนาง แต่ก็เสียดายจนไม่อาจปล่อยมือเพราะผลประโยชน์มหาศาล จนแล้วจนรอดคงไม่อาจจินตนาการว่าท่าเรือฟู่กุ้ย อยู่ๆ จะถูกส่งมาถึงมือข้า คนที่ไม่คิดจะใช้ประโยชน์มันที่สุดในหกตระกูลใหญ่”“แล้วหากจนแล้วจนรอดประมุขฟู่ไม่มีทายาทเล่าขอรับ”สือจิ้งยิ้มที่มุมปาก “นั่นเป็นเรื่องดีต่อราชสำนักมิใช่หรือ ท่าเรือฟู่กุ้ยตกเป็นของราชสำนักเพราะฟู่โหรวไม่มีทายาท นี่เป็นเรื่องถูกต้องชอบธรรมเจ้าไม่คิดเช่นนั้นหรอกหรือ”ซูม่ออ้าปากค้าง “หรือว่าฝ่าบาททรง...”“คราวนี้เข้าใจแล้วหรือยังว่าเป็นข้าเหมาะสมที่สุด” สือจิ้งหลับตาลงอีกครั้ง เขารู้ดีว่าฮ่องเต้กำลังวางแผนสิ่งใดอยู่ ทว่าในใจลึกๆ ก็ยังกังวลกับท่าที
اقرأ المزيد
บทที่ 1.7
อวี้กูกูมองนางด้วยสายตาลังเล สูดลมหายใจเข้าจากนั้นจึงกล่าว “หากเป็นท่านเกรงว่า...แต่งได้วันเดียวก็หาเรื่องกลับจวนตระกูลฟู่แล้ว”ฟู่โหรวยิ้ม “เช่นนั้นก็ตกลงตามนี้” อวี้กูกูเลิกคิ้วมองนาง ทว่าจนแล้วจนรอดก็ไม่ได้พูดอะไรสมรสพระราชทานระหว่างประมุขสองตระกูลใหญ่ แน่นอนย่อมเป็นที่ฮือฮา ยิ่งเป็นข่าวการแต่งงานของคนที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน ด้วยฟู่โหรวผู้นี้ชาวบ้านต่างรู้ดีว่านางหลงรักเซี่ยอวิ๋นหัวปักหัวปำ รักแค่ไหนน่ะหรือ...ก็อย่างที่เห็นนี่อย่างไรเล่า ถึงขั้นยอมแต่งงานกับบุรุษอื่นเพื่อช่วยไม่ให้ฮ่องเต้ลงโทษคนทั้งตระกูลเซี่ยอย่างไรเล่า!!“เจ้าว่านางฉลาดหรือโง่งมที่ทำเช่นนี้”“ทั้งสองอย่าง”“ทำไมพวกเจ้าคิดเช่นนั้น”“ฉลาดที่เลือกช่วย ทั้งยังเป็นการช่วยที่ทำให้คนตระกูลเซี่ยไม่มีวันลืม ประมุขเซี่ย? เขาจะลืมก็ลืมไม่ได้ เรื่องคนตระกูลเซี่ยติดค้างนางทั้งตระกูลจะถูกกล่าวถึงจนกว่า...”“จนกว่าอะไร”“จนกว่าไม่ใครก็ใครจะตายไปข้างหนึ่ง!”“ก็จริง ต่อให้ไม่รัก ต่อให้รังเกียจ เรื่องที่ประมุขฟู่ ตลอดมานางไม่ยอมแต่งบุรุษเข้าจวนก็เพราะรอให้ประมุขเซี่ยตอบตกลงแต่งนางเป็นฮูหยิน ตอนนี้เพื่อช่วยคนตระกูลเซี่ยทั้งตระกูล
اقرأ المزيد
บทที่ 2.1
ไม่ว่าสตรีใดหากแต่งงาน ล้วนอยากให้บุตรตัวเองเป็นทายาทที่ถูกต้องของจวนสามี สือจิ้งจึงนับเป็นบุรุษที่น่าดึงดูด หากแต่ก็ไม่เป็นที่ปรารถนา เช่นกันกับนางที่บุรุษล้วนปรารถนา ทว่าไม่กล้าอาจเอื้อมเพราะความร้ายกาจอันเลื่องลือบนระเบียงชั้นสองของหอสุราซ่านโจว สือจิ้งเงยหน้าขึ้นมองทันทีที่ก้าวลงจากรถม้า สายตาของเขามองตรงไปยังสตรีที่แต่งกายด้วยชุดของบุรุษสีเทาเรียบง่าย ชะงักไปเล็กน้อยเพราะใบหน้าที่อ่อนเยาว์และแตกต่างจากที่เคยเห็นซูม่อเองก็คาดไม่ถึง “นั่น...ประมุขฟู่? เหตุใดนางแต่งกายเช่นนั้น?”สือจิ้งยังคงสบตากับหญิงสาวที่ก้มลงมองเขาเช่นกัน เขารับรู้ได้ว่ามีบางอย่างแปลกไป ทั้งแววตา ท่าทาง รวมไปถึงกลิ่นอายที่เปลี่ยนไปของฟู่โหรว “ไปเถิด” เขากล่าวจากนั้นก้าวเข้าไปในหอสุราซ่านโจวหอสุราซ่านโจวเป็นของสหายที่รู้จักกัน ทันทีที่ฟู่โหรวเดินเข้ามา สหายของเขาก็ให้คนไปแจ้งที่ร้านแลกเงิน เขามีเรื่องอยากสนทนากับนางอยู่พอดี ดังนั้นจึงนั่งรถม้ามาที่นี่ตอนเดินขึ้นบันไดเขาพบว่านางเปิดประตูและยืนรออยู่ สายตาประหลาดใจมองตรงมายังเขาที่เดินเข้าไปหาชายหนุ่มประสานมือ “ประมุขฟู่ สะดวกให้ข้าเข้าไปสนทนาด้วยสักครู่หรือไม
اقرأ المزيد
บทที่ 2.2
นางมองเขาและถามออกไปตรงๆ “เพราะอะไรท่านจึงยอม”“เพราะข้าติดค้างฝ่าบาทอยู่เรื่องหนึ่ง” เขาเองก็ตอบนางไปตามตรง “หากหลังจากนี้สามารถอยู่ร่วมกันอย่างสันติได้ ทุกเรื่องล้วนสามารถพบกันครึ่งทางหาทางออกที่ดีต่อทุกฝ่าย ทั้งเจ้า ทั้งข้า ทั้งหกตระกูล วงการค้า รวมไปถึง...ฝ่าบาท”ฟู่โหรวสบตากับเขานานมาก “ตกลง”“ไม่มีคำถาม?” เขาสงสัยกับท่าทางประนีประนอมของนางยิ่ง“ไม่มี”“ไม่สงสัยหรือว่าเหตุใดต้องสามเดือน”“เพราะไม่ว่าผู้ใดล้วนคาดเดาว่าข้าจะกลับไปอยู่ที่จวนทันทีหลังแต่งงาน”สือจิ้งยิ้ม บางทีเขาอาจคิดมากเกินไป ฟู่โหรวก็ยังคงเป็นสตรีที่เฉียบคมเช่นเดิม แม้รูปลักษณ์ของนางแตกต่าง ทว่าสายตาที่มองทุกอย่างได้อย่างเฉียบแหลมก็ยังไม่เปลี่ยน“ภายในสามเดือนนี้ข้ารับรอง หากเจ้าอยู่ภายใต้การดูแลของตระกูลสือ ไม่ว่าเรื่องใดจะเกิดขึ้นข้าจะเป็นคนแบกรับเอาไว้เอง”นางเลิกคิ้วมองเขาด้วยสายตากังขา “บังเอิญว่าเรื่องที่มักจะเกิดขึ้นกับข้า ล้วนเป็นเรื่องที่ค่อนข้าง...ซับซ้อน”“เชื่อเถิดประมุขฟู่ ข้าคุ้นเคยกับเรื่องซับซ้อนไม่แพ้เจ้า”นางมองเขานิ่งจากนั้นยิ้มบาง “เช่นนั้นก็ตกลงตามนี้”เพิ่งตกลงกันได้ด้วยดีก็มีเสียงเคาะประตู เ
اقرأ المزيد
บทที่ 2.3
ท่าทีที่แตกต่างโดยสิ้นเชิงกับคนเมื่อครู่ทำให้ฟู่โหรวยกสองแขนกอดอก นางยิ้มที่มุมปากไม่พูดเอาแต่จ้องหยวนอินอินอีกฝ่ายกล่าวต่อทันทีด้วยรอยยิ้ม “ท่านอย่าเข้าใจผิด ข้าเพียงมาเพื่อแสดงความยินดีเท่านั้น ท่านตัดใจจากพี่อวิ๋นได้ข้าย่อมดีใจกว่าผู้ใด ตอนนี้ข้าไม่ต้องอยู่อย่างหวาดระแวงแล้ว และหวังว่าท่านจะเห็นแก่สมรสพระราชทาน เลิกยุ่งกับพี่อวิ๋นและข้าจริงๆ มิใช่เพียงเสแสร้งทำเพื่อตระกูลเซี่ย จากนั้นหวนคืนมาทวงบุญคุณหรือคิดว่าพี่อวิ๋นจะไขว้เขวเพราะการเสียสละจอมปลอมนั่น”ฟู่โหรวยังคงกอดอกมองหยวนอินอินนิ่ง อีกฝ่ายเริ่มงุนงง ไม่เข้าใจ เห็นชัดว่าหากเป็นฟู่โหรวคนก่อนคงพุ่งเข้าไปหาตั้งแต่ประโยคแรกแล้วนางหัวเราะ “พูดจบแล้ว?”คิ้วเรียวของหยวนอินอินมุ่นลงเล็กน้อย ดวงตาล่อกแล่กมองไปยังประตู ฟู่โหรวขยับตัวเดินไปนั่งลงบนเก้าอี้ เป็นจังหวะเดียวกันกับที่มีเสียงเท้า นึกไม่ถึงว่าหยวนอินอินจะส่งเสียงกรีดร้องจากนั้นพุ่งไปที่ประตูฟู่โหรวรินชาชะงักงัน มองเห็นหยวนอินอินกระแทกประตูเปิดออกจากนั้นล้มลงบนพื้น เสียงกรีดร้องดังขึ้นร่างอรชรนอนหมอบบนพื้น มือข้างหนึ่งยังยกขึ้นมากุมข้างแก้ม นางหัวเราะออกมาด้วยสีหน้าขบขัน มือ
اقرأ المزيد
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status