LOGINถ้าถามถึงความใฝ่ฝันว่าโตขึ้น อยากเป็นอะไร สำหรับฉัน ความใฝ่ฝันสูงสุดก็คือ การได้เป็นคุณนายมาเฟีย มีแด๊ดดี้เลี้ยงดู ใช้ชีวิตบนกองเงินกองทอง ดังนั้นภารกิจแรกหลังเรียนจบ ฉันจะมีสามีเป็นมาเฟียให้ได้!!
View Moreฉันเชื่อว่าหลายๆคนต้องเคยโดนคำถามประเภทที่ว่า...
โตไปอยากทำอะไร?
เรียนจบอยากเป็นอะไร?
และคำถามเหล่านั้นมักจะมาจากคนใกล้ตัวเสมอ ไม่ว่าจะเป็น พ่อ แม่ พี่ น้อง ไม่เว้นแม้แต่ เหล่าญาติ ๆ หรือไม่ก็ที่โรงเรียน
ย้อนกลับไปเมื่อ 8 ปีที่แล้ว…
“เด็กหญิงปิ่นปัก อนุวงศ์ธนากุล โตไปอยากเป็นอะไรจ๊ะ”คุณครูผู้สอนวิชาแนะแนวเอ่ยถาม
“หนูอยากมีสามีเป็นมาเฟียค่ะ!!” ฉันยืดอกยกมืออย่างภาคภูมิใจ
หึหึ ความฝันของฉันมันยิ่งใหญ่จะตายไป
ทว่า คำตอบนั้นทำเอาคุณครูสาวขมวดคิ้วผูกกันเป็นปม ปิ่นปักเป็นเด็กฉลาด ช่างน่าผิดหวังในคำตอบ
“พรืดดดด ฮ่าๆๆ” เพื่อน ๆ ในห้องพร้อมใจกันหัวเราะเยาะ
หน็อย คอยดูแล้วกัน ถ้าวันไหนฉันได้สามีเป็นมาเฟียขึ้นมา
ฉันจะเอาปืนเป่าหัวกระบาลพวกแกให้หมด ปิ่นปักส่งสายตาคาดโทษใส่เพื่อนทุกคน
“ปิ่นปัก ตอบเป็นอาชีพสิจ๊ะ ไม่เอาเรื่องเพ้อฝัน”
“คุณครูคะ นี่คือผลของการอ่านหนังสือนิยายในเวลาเรียนมากไปหรือเปล่าคะ เพ้อออกมาเป็นตุเป็นตะเชียว” โซเฟีย เพื่อนรักคู่อาฆาตเอ่ยถากถาง ยิ่งทำให้เสียงหัวเราะจากเพื่อน ๆ โหมกระหน่ำ
หึ หัวเราะกันไปเถอะ หัวเราะทีหลังย่อมดังกว่าเสมอ
“ไม่ว่าเพื่อนนะจ๊ะ โซเฟีย” คุณครูเอ่ยห้ามปราม กลัวว่าทั้งสองคนจะทะเลาะวิวาทกัน
“หนูไม่มีความฝันอื่นหรอกค่ะ หนูมีแค่ความฝันเดียวเท่านั้น”
“สวยใสไร้สมองเป็นแบบนี้นี่เอง”
“โซเฟีย แกจะเอาใช่ป่ะ!!”
“แล้วมันทำไมล่ะ? แน่จริงก็เอาเลยสิ” โซเฟียเผยอพูดท้าทาย
กรี๊ด ดูถูกกันเกินไปแล้ว เดี๋ยวแม่จะตบสั่งสอนให้รู้ว่าใครเป็นใคร
เพียะ มือบางตวัดตบเข้าที่ใบหน้าโซเฟียเต็มแรง รอยนิ้วมือทั้งห้าค่อย ๆ ขึ้นสีแดงก่ำที่ข้างแก้มคนถูกกระทำ
“ปิ่นปัก หยุดเดี๋ยวนี้นะ!!” ครูสาวร้องห้าม
หึ ฉันไม่ฟังหรอก โซเฟียมันถากถางฉันก่อน ใครจะยอม
คนที่กล้าด่าปิ่นปักต้องเจ็บตัว
เพียะ ฉันขึ้นครอมง้างมือตบโซเฟียอีกครั้ง ยังไม่ทันตบให้สาแกใจ คุณครูวิ่งเข้ามาล็อคตัวฉันไว้ก่อน
“เจ็บจังเลยค่ะ คุณครู” โซเฟียบีบน้ำตาเรียกร้องความสนใจ
“อาร์ตครับ พาโซเฟียไปห้องพยาบาลหน่อยนะ” คุณครูเอ่ยสั่งกับนักเรียนหนุ่มคนหนึ่ง ก่อนจะกลับมาให้ความสนใจกับตัวสร้างความวุ่นวาย
“เอ่อ ได้ครับ” เด็กหนุ่มเอ่ยตอบพลางพยุงโซเฟียขึ้นมาอย่างระมัดระวังพลางแอบยกนิ้วชื่นชมปิ่นปัก
“ส่วนเธอ ปิ่นปัก ตามครูออกไปข้างนอก ที่เหลือนั่งอยู่ในห้องเงียบๆ เดี๋ยวครูจะกลับมา” ฉันกรอกตามองบน
นับแต่นั้นมา ฉันกลายเป็นนางมารร้าย ส่วนยัยโซเฟียรับบทเป็นนางเอก…
หลังจากวันนั้นฉันถูกทำโทษโดยการย้ายห้องแต่เรื่องความใฝ่ฝันของฉันยังคงถูกยัยโซเฟียป่าวประกาศไปทั่ว ผู้คนขำขันหัวเราะมากมาย มีไม่น้อยเชียวล่ะที่ดูถูกฉัน
ถึงอย่างนั้นฉันก็ไม่อายหรอกนะ เพราะฉันจะทำให้พวกที่หัวเราะเยาะมันดูว่า ปิ่นปักคนนี้จะมีสามีมาเฟีย!!!
“นิสิต ปิ่นปัก อนุวงศ์ธนากุล คุณเขียนอะไรมาเนี่ย!” เสียงของอาจารย์ที่ปรึกษาตะโกนขึ้นพร้อมกับชูแบบสอบถามภาวะการหางานทำของบัณฑิตซึ่งฉันเพิ่งเอามันไปส่งเมื่อห้านาทีที่แล้ว
“ก็เขียนตามที่วางแผนไปไงคะ อาจารย์”
“คุณเขียนมาว่า สาเหตุที่ยังไม่ทำงานก็เพราะ ยังหาสามีเป็นมาเฟียไม่ได้ คืออะไรครับ?” อาจารย์หนุ่มเลิกคิ้วถาม
รู้อยู่ว่านักศึกษาสาขานิติศาสตร์มักจะมีความคิดแปลกแหวกแนวแต่เพิ่งจะเคยเจอแนวเพี้ยนหลุดโลกก็คราวนี้
“ก็ตามนี้เลยค่ะ ไม่เห็นจะมีอะไรเข้าใจยาก”
ปึก ใครบางคนกระทุ้งศอกใส่ฉัน
“ปิ่นปัก นี่แกเอาจริงเหรอ” ชายหนุ่มกัดฟันถาม
“แล้วฉันเคยล้อเล่นเหรอวะ อาร์ต” อาร์ตเป็นเพื่อนชายเพียงคนเดียว ไม่สิ ปัจจุบันอาร์ตผันตัวมาเป็นเก้งแล้ว กลุ่มฉันก็มีแค่อาร์ตกับเจ๊ลัตตี้ สาวสองกล้ามบึก นางทำอาชีพเป็นแม่เล้า ช่ำชองวงการตลาดมืด
ก็นะ คบกันอยู่สามคน ไม่มีคนดีเลยสักคน
“เอาไปเขียนมาใหม่” อาจารย์หนุ่มกระแทกกระดาษใส่หน้าปิ่นปัก มือบางคว้าประมวลเล่มหนาไว้ทันที เตรียมตัวจะยกขึ้นฟาดถ้าไม่ติดว่าเพื่อนเก้งจับมือไว้ก่อน
“ใจเย็นสิวะปิ่นปัก นั่นอาจารย์เลยนะเว้ย เดี๋ยวได้ติดคุกหัวโตหรอก”
“คุกเคิกอะไร สำหรับฉันมีแต่คุกกี้เท่านั้นแหละย่ะ คนที่ดูถูกความใฝ่ฝันของฉันก็ล้วนโดนฝ่ามืออรหันต์ทั้งนั้น หึหึ” ฉันหัวเราะเสียงเหี้ยม
“เอาน่า แกก็ใส่ๆไป ทนาย อัยการ ผู้พิพากษา ดารา นักแสดง เขียนๆไปเถอะ”พอได้ยินคำว่าอาชีพนักแสดงก็พาลนึกถึงยัยโซเฟียที่ตอนนี้นางกลายเป็นดาราดังดาวค้างฟ้าไปแล้ว แต่มันก็ไม่แปลก เล่นละครเก่งขนาดนั้น ทั้งในชีวิตจริงทั้งในละคร
ถึงจะดังแล้วยังไง ทุกวันนี้นางยังไม่เลิกจิกกัดฉัน แอบพูดเรื่องของฉันผ่านสื่ออีกต่างหาก
“ชิ ก็ได้ งั้นฉันกรอกอาชีพไซด์ไลน์ไปดีมั้ย” ชายหนุ่มผลักหัวเพื่อนสาวที่ชอบพูดจาเลื่อนเปื้อน หาเอาความจริงไม่ได้ คนหวงพรหมจรรย์เท่าชีวิตแบบนั้นน่ะเหรอจะกล้าเป็นไซด์ไลน์
“จะเป็นจริงไหมล่ะ ฉันจะได้โทรหาลัตตี้ให้พาแกไปทำงานด้วย”
“จริงสิ! ฉันฝากเจ๊ลัตตี้หามาเฟียหล่อๆพอจะเป็นสามีฉันได้มานานแล้วนะ เมื่อไหร่จะได้สักที ฉันจะได้ควงออกสื่อสังคมตอกหน้ายัยโซเฟีย” อาร์ตได้แต่ส่ายหัว เขาไม่รู้ว่าปิ่นปักพูดจริงหรือพูดเล่น
“แกพูดอย่างกับว่าเป็นสินค้าพรีออเดอร์ ถ้าหาได้ง่ายๆป่านนี้แกมีผัวไปแล้วแหละ”
“เออ ก็จริง”
ถึงภายนอกเจ้าตัวจะดูเป็นผู้หญิงแรง ๆ แต่ความเป็นจริงแม้แต่เรื่องอย่างว่าก็ยังไม่เคย ใสซื่อกว่าที่แสดงออกเป็นไหนๆ
อีกไม่ถึงเดือนฉันก็จะได้เป็นบัณฑิตใหม่แล้ว แผนการที่ฉันวางไว้ตั้งแต่ตอนอยู่ ม.3 ถึงเวลาแล้วที่ต้องปฏิวัติ ก่อนอื่นต้องโทรหาตู้ ATM ส่วนตัวก่อน
เล็บยาวเคลือบด้วยสีลูกแก้วกดโทรศัพท์เสียงดังตอกแตก เพื่อต่อสายหาใครบางคน
“ฮัลโหล จำได้ไหมเอ่ยว่านี่เสียงใคร” ปิ่นปักกรอกเสียงเจื้อยแจ้ว
“มีอะไรปิ่นปัก กลับบ้านได้แล้วมั้ง เรียนจบแล้วหนิ” เสียงชายวัยกลางคนตอบกลับด้วยความเบื่อหน่าย เขาคิดไว้อยู่แล้วว่าลูกสาวตัวดีต้องไม่ยอมกลับบ้าน แล้วนี่โทรมาคงไม่พ้นขอเงิน
“คุณพ่อคะ ปิ่นปักน่ะ อยากไปเที่ยวที่ต่างประเทศก่อนได้ไหม ปิ่นปักยังไม่พร้อมทำงาน”
“แกจะไปไหน งานการไม่ยอมทำริจะไปต่างประเทศ มีเงินเยอะนักหรือไง”
“เงินพ่อไง ขอเงินหน่อยนะ ปิ่นปักไปเที่ยวปีเดียวกลับมาแล้วจะขยันตั้งใจทำงาน”
“หยุดตอแหลเถอะ ฉันเป็นพ่อของแก ทำไมจะไม่รู้นิสัยลูกตัวเอง”
“พ่ออ่ะ!” ปิ่นปักย่ำเท้าอยู่กับทีด้วยท่าทางขัดใจ
“จะเอาเท่าไหร่”
“ขอ 5 ล้านได้ไหม แค่นี้ขนหน้าแข้งพ่อไม่ร่วงหรอก”
“รู้แล้วเดี๋ยวฉันโอนไปให้ ไปเที่ยวก็ระวังตัวด้วย อย่าให้มีข่าวหลุดออกมาล่ะว่า ลูกสาวนักธุรกิจสกุลดังตามจีบผู้ชายอะไรทำนองนี้”
“ทำไมรู้ล่ะ” ปิ่นปักกระเง้ากระงอด เรียกเสียงหัวเราะให้กับคนเป็นพ่อ
“ฮ่าๆ ความใฝ่ฝันของแกหนิ หาให้ได้แล้วกัน ผัวมาเฟียน่ะ”
จุฑาพิเสฐหยอกล้อลูกสาว เขารู้ว่านั่นก็เป็นเพียงแค่ความฝันลม ๆ แล้ง ๆ ลูกสาวอยากจะทำอะไร เขาตามใจอยู่แล้วเพราะปิ่นปักไม่เคยทำให้เขาต้องผิดหวัง
“ไม่เคยคิดจะหวงลูกสาวบ้างเลย ชิ” ฉันกดวางสายไป คุณพ่อปากแข็งแบบนี้ตลอดเลย เอ๊ะ หรือว่าเขาไม่ได้หวงฉันจริงๆ ลูกสาวสวยขนาดนี้ ไม่หวงได้ยังไง
5 นาทีต่อมา
ตึ้ง ตึ้ง เสียงแจ้งเตือนดังขึ้น
เงินจำนวน 50,000,000 โอนเข้าบัญชีของคุณ
ฉันมองดูเงินจำนวนห้าสิบล้าน ถึงกับเหม่อ ไม่คิดว่าคุณพ่อจะอัดฉีดเยอะขนาดนี้ ฉันรีบกดโทรศัพท์หาเจ๊ลัตตี้ก่อนเลย เพราะแผนการหาสามีของฉันจะเริ่มต้นด้วยการย้ายเข้าไปอยู่กับเจ๊ลัตตี้
“เจ๊ลัตตี้ นี่ปิ่นปักเองนะ จะย้ายไปอยู่ด้วยแจ้งให้ทราบแล้วเปลี่ยน”
“ห๊ะ อะไรนะ? อิปิ่นนน ติ้ด” ฉันไม่ปล่อยให้อิเจ๊ทักท้วงกดตัดสายก่อนเลย เงินพร้อมแล้ว จะรออะไรอีกล่ะ?
โก ทู มาเก๊า สามีมาเฟียจ๋า ปิ่นปักมาแล้ว!!!!
ทุกคนเชื่อในรักครั้งแรกไหม?หนึ่งในร้อยพันหมื่นล้านคนบนโลก น้อยคนนักที่จะได้ลงเอยกับรักครั้งแรก และผม คือ ผู้ได้รับโอกาสหนึ่งในร้อยพันหมื่นล้านคนนี้ แต่กว่าจะมีโอกาส เรียกได้ว่า สูญเสียกันไปเท่าไหร่ ย้อนกลับไปเมื่อตอนกลับจากมาเก๊า…10 ปี ผ่านไป ผมได้กลับมาเจอเขาอีกครั้งโดยบังเอิญ ต้องขอบคุณปิ่นปักที่ทำให้เราหากันจนเจอ ถึงแม้ว่าสุดท้าย ผมไม่ได้ทำอะไร ไม่กล้ารุกจีบ ทำได้เพียงมองเขาจากที่ไกลไกล เพราะรู้ว่า เขาไม่ได้มีรสนิยมชอบเพศเดียวกันผมตัดสินใจจากมาพร้อมปิ่นปัก ฟื้นฟูหัวใจอันเหี่ยวเฉา“เลน่า เจนส์ พวกเธอดูแลแขกให้ดีๆ ถ้าเห็นเริ่มมองหน้ากัน ให้การ์ดเตรียมตัวไว้เลย ตีกันทุกวันแบบนี้ ทุนหดกำไรหายหมด”“ค่ะ คุณอาร์ต” เจนส์และเลน่าตอบพร้อมกัน“อืม ฉันจะไปเที่ยวผับในเมือง ถ้ามีอะไรให้แจ้งลัตตี้หรือปิ่นปักนะ”“ได้ค่ะ”“ค่ะ คุณอาร์ต” ชายหนุ่มโบกเรียกแท็กซี่ เดินทางมายังอีกผับหนึ่ง เขาได้ยินมาว่าผับนี้เป็นคู่แข่งตัวฉกาจ ต้องมาดูซะหน่อยแล้ว จุดขายของผับนี้มันคืออะไรกันแน่!?วินาทีที่เหยียบเข้ามาในผับนี้ ด้านในตกแต่งสไตล์เรียบหรู บทเวทีมีเสาเหล็ก ลักษณะมันเหมือนกัน…“อะไรวะเนี่ย” อาร์ตอ้าปา
5 ปี ผ่านไป… หลังจากวันนั้นที่ฉันแต่งงานกับคุณชาร์ล พวกเรายังอาศัยอยู่ที่บ้านหลังเดิม เพียงแต่คนอื่นๆย้ายออกไปหมดแล้ว ทั้งคุณพ่อ คุณแม่และเจ๊ลัตตี้ ทว่า พวกเขายังอาศัยอยู่ในหมู่บ้านเดียวกันกับฉัน ยกเว้นอาร์ตคนเดียว เขาย้ายไปอยู่ที่ต่างประเทศกับคุณอิจิ ฉันได้ยินมาว่าเร็วๆนี้ทั้งสองกำลังจะเข้าพิธีวิวาห์ ลูกสาวฝาแฝดของฉัน ปักรักและปักใจ อายุ 6 ขวบปี คนหนึ่งพูดเก่งอย่างกับลิงจ้อ ส่วนอีกคนพูดน้อยราวกับกลัวดอกพิกุลร่วงออกจากปาก ถึงอย่างนั้น ลูกสาวทั้งสองคนของฉันก็เป็นเด็กที่ฉลาดเฉลียว สามารถสอบเข้าโรงเรียนนานาชาติลำดับหนึ่งของจังหวัด โรงเรียนเดียวกับลูกของเพื่อนบ้านตัวร้ายได้ด้วย ในปีต่อๆมา ฉันมีลูกอีกสองคนเป็นลูกชายทั้งคู่ อายุไล่เลี่ยกับลูกสาวฝาแฝด พวกเขามีชื่อว่า “ปักอักษรและปักอักขรา” อีกทั้งในท้องของฉันก็ยังมีเจ้าก้อนที่ 5 ยังลุ้นๆอยู่ว่าจะเป็นก้อนเดี่ยวหรือก้อนแฝด ปัจจุบัน ฉันสอบผ่านตั๋วทนาย ได้เป็นทนายความสมใจอยาก คดีที่ถนัดมากที่สุด คือ คดีเกี่ยวกับครอบครัวและเยาวชน ส่วนสามีของฉันผันตัวมาเป็นนักธุรกิจเต็มตัว นานครั้งจะกลับไปดูคาส
เสียงพลุดังขึ้นต่อเนื่องสนั่นหวั่นไหวไปทั่วผืนฟ้า แสงสีจากการเฉลิมฉลองเบิกบานไปพร้อมกับเสียงหัวเราะชื่นหมื่นของใครบางคน“คิกๆ เอาอีก จุดอีก” ปุ้ง ปุ้ง เสียงพลุหวือบินขึ้นฟ้าอีกระลอกปิ่นปักปรบมือด้วยความสนุกสุดยอดขัดกับอารมณ์ของอีริคที่บูดเบี้ยวไม่มีชิ้นดีไม่รู้ทำไมเจ้านายถึงให้เขามาเป็นพี่เลี้ยงเด็กโข่งโตแต่ตัวก็ไม่รู้ แม้ว่าเธอจะเป็นผู้หญิงของเจ้านายก็เถอะ“นึกถึงบรรยากาศที่ประเทศไทยเลยเนอะอาร์ต” ปิ่นปักสะกิดถามเพื่อนที่นั่งมองดูพลุอยู่ด้วยกัน“จริงมึง แต่ถ้าอยู่ที่ไทยนะ กูคงนั่งเมาอยู่ที่ผับว่ะ”เมื่อปีกลายเขากับปิ่นปักยังสนุกสุดเหวี่ยงอยู่ในผับชื่อดังย่านสีลม ตัดภาพมาตอนนี้ พวกเราได้มาฉลองปีใหม่ไกลถึงมาเก๊า ได้รู้จักกับคนใหม่ๆ และโลกใบใหม่“ถ้ามึงคิดถึงอ่ะนะ เราเปลี่ยนบรรยากาศในเลาจ์ให้เป็นแบบผับที่ไทยได้นะเว้ย” ปิ่นปักเสนอความคิดเห็น ถ้าไปอ้อนขอคุณชาร์ล เขาต้องอนุญาตแน่นอน“ดูมัน คิดอะไรแปลกๆ อีกแล้ว เดี๋ยวคุณชาร์ลได้มาแหกอกฉันพอดี” ลัตตี้เอ่ยแทรกพร้อมกับถือถาดเครื่องดื่มค็อกเทลมาด้วย“ไม่หรอก ฉันอ้อนนิดเดียว คุณขาก็ยอมแล้ว เนอะคุณอีริค”ปิ่นปักพยักเพยิดไปทางพี่เลี้ยงส่วนตัวบุค
เข้าสู่เดือนธันวาคมภูมิอากาศในมาเก๊าหนาวเย็นเป็นพิเศษและเป็นช่วงที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากหลั่งไหลเข้ามาในประเทศมากมายจึงเป็นช่วงเวลากอบโกยผลรายได้คาสิโนแบล็คมอร์ไม่ได้ปิดในช่วงวันหยุดปิ่นปักและผองเพื่อนต้องมาทำงานเหมือนเช่นเคย เพียงเเต่เทศกาลปีนี้คาสิโนจะต้องมีอะไรแปลกใหม่บ้าง“คุณอีริคคะ เอาต้นคริสมาสต์ไว้ตรงนี้” ปิ่นปักในชุดซานดี้ชี้นิ้วสั่งต้นคริสมาสต์ขนาดใหญ่เท่าตึกสองชั้นถูกเคลื่อนย้ายไปมาตามคำสั่งจนมาหยุดอยู่ตำแหน่งฝั่งขวาด้านหน้าคาสิโน“ได้หรือยังคร้าบ คุณหนูปิ่นปัก” อีริคเอ่ยตอบเป็นภาษาไทยแปร่งๆ ตามที่เจ้าตัวสอนมา“ได้แล้ว ไม่บดบังวิสัยทัศน์ สวยมากด้วย คริคริ’ ปิ่นปักป้องปากหัวเราะคิกคัก ก่อนจะวิ่งไปหยิบกล่องของตกแต่งจำนวนมากที่ใช้บัตรวีไอพีรูดมา“อีริค ขอขี่คอหน่อยสิ” ชายหนุ่มเลิ่กลั่ก เขารู้สึกได้ถึงรังสีอำมหิตที่นายท่านใหญ่แผ่ออกมา แม้จะอยู่ไกลกันคนละฝั่งก็ตาม“เอ่อออ คุณปิ่นปักครับ ผมไม่กล้าครับ”“จิส์ อย่าขัดฉันสิ เดี๋ยวก็ให้คลานเป็นหมูซะหรอก!”“ขี่คออีริคทำไม จะเอาอะไร หื้ม” ในที่สุดเสียงช่วยชีวิตมาโปรดแล้ว นายท่านใหญ่เดินเข้ามาใกล้ลูบหัวทุยด้วยความเอ็นดูอีกฝ่ายส่ง