เข้าสู่ระบบฟางข้าว หญิงสาวหน้าตาน่ารัก ณดล หนุ่มลูกครึ่งตาหวาน ผิวขาวกว่าผู้หญิงหลายๆ คน จะเป็นยังไงถ้าต่างฝ่ายต่างแอบรักกันอยู่ แต่ไม่มีใครยอมพูดออกมา ความสัมพันธ์ครั้งนี้ ใครจะเป็นฝ่ายเริ่มก่อน และจะลงเอยยังไง “แต่ถ้าฉันไม่อยู่ ควรรู้นะ…ว่าจะต้องทำตัวยังไง แต่งตัวยังไง เข้าใจไหม หืม” ใบหน้าหวานหันหน้าหนีปลายจมูกโด่งที่คลอเคลียแก้มนุ่ม พูดเสียงดุดัน เจ้าของตักแกร่งถือโอกาสสูดดมกลิ่นหอมหวานจากร่างบางบนตัก ริมฝีปากกัดหัวไหล่มนแรงๆ อย่างมันเขี้ยว “อ๊ะ เจ็บ” “หืม เสียงได้อารมณ์ดีจัง”
ดูเพิ่มเติมเอาล่ะ ในเมื่อเรื่องมันมาถึงขนาดนี้ละ เห็นทีต้องจัดการให้เด็ดขาด ผมตรงขึ้นห้องที่มีเจ้าตัวเล็กอยู่ พอผมไปถึง เธอกำลังหลับเลย และใช่ครับ ผมยอมรับว่าผมปล้ำยัยตัวเล็ก แรกๆ เธอก็ไม่ยอมหรอก แต่มันก็ไม่ยากเกินมือผมหรอก แล้วทุกคนรู้อะไรไหม ผมโคตรภูมิใจเลย ที่ผมเป็นคนแรกของยัยตัวเล็ก และจะเป็นคนเดียวของเธอด้วย ผมไม่ยอมยกเธอให้ใครหรอกหลังจากที่ผมจับยัยตัวเล็กทำเมีย ผมตามติดเธอไปแทบทุกที่เลย หรือไม่ก็สั่งให้เธอมาหาผม ยอมรับว่าหึง หวงมากด้วย ก็เมียทั้งคนเนอะ อีกอย่างแม่ผมชอบข้าวมาก อยากได้เป็นลูกสะใภ้สุดๆ ผมก็ตามใจแม่ไง ตามใจตัวเองด้วย จับกระแทกแทบทุกวัน บางวันก็หลายรอบ สดทุกครั้งด้วยนะ ปล่อยข้างในตลอด ตั้งใจทำให้ท้องนั่นแหละว่าง่ายๆแต่ขนาดผมทั้งเปิดตัว ทั้งจับกินตลอดแบบนี้ กว่ายัยตัวเล็กจะยอมรับผมเป็นแฟน ก็นานอยู่นะ แต่ก็ยังไม่ยอมเปิดตัวผมกับคนรอบตัวเธออยู่ดี จนผมต้องจัดการทำอะไรบางอย่าง ก็ง่ายๆ ลักพาตัวซะเลย อาทิตย์เดียวเอง ผมพาเธอไปบ้านพักตากอากาศของผม เป็นที่ส่วนตัวที่ผมซื้อเอาไว้ ไม่เคยมีใครมาเลยนะ และใช่ ผมให้เธอได้พักในวันแรกเท่านั้น หลังจากนั้นผมจับเธอกินทุกวันเลยว่ากันตามตรง เหมือนชี
ผมคงบ้าไปแล้วจริงๆ อะแหละ ผมฉุดข้าวมาจากมหาวิทยาลัย กลับมาที่คอนโดของตัวเอง ข้าวก็ดูกลัวๆผมอยู่นะ แต่คือผมหึงหน้ามืดแล้วไงเลยตั้งใจพาข้าวมาคุยให้รู้เรื่องอะ ว่ามันเป็นใคร ทำไมอยู่ในบ้านด้วยกัน แต่ผมคงหงุดหงิดมากไป ข้าวถึงได้กลัวผม ก็ผมคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้แล้วนี่ แล้วยิ่งข้าวบอกผมว่ามันเป็นแฟนข้าว ผมยิ่งโมโห ผมสั่งให้ข้าวไปเลิกกับมัน แต่ข้าวไม่ยอม งั้นโอเค ไม่เป็นไร เดี๋ยวผมจะทำให้ข้าวไปเลิกกับมันด้วยตัวเองหลังจากวันนั้นที่ผมฉุดข้าวมา ผมก็ไม่ว่างยาวเลย ผมต้องไปทำงานแทนพ่อ เพราะพ่อผมลื่นล้มอย่างแรง แล้วกระดูกสันหลังกระทบกระเทือน ต้องนั่งรถวีลแชร์ แต่ผมไม่ค่อยห่วงเท่าไหร่ มีแม่คอยดูแลอยู่ บวกกับต้องทำกายภาพบำบัดด้วย ผมเลยต้องทำงานแทนพ่อผมเต็มตัวผมเดินทางเป็นว่าเล่นเลยล่ะ จนในที่สุดผมก็ว่างหนึ่งอาทิตย์ ให้ตายเถอะ คิดถึงยัยตัวเล็กชะมัด หลังเครื่องแลนด์ดิ้งและรับกระเป๋าเรียบร้อยผมตรงกลับบ้านเลย เพราะแม่ส่งรถมารับผมเรียบร้อย ยอมรับว่าโคตรเหนื่อยเลย เรียนอยู่ดีๆก็ต้องมารับผิดชอบบริษัทเต็มตัว แล้วมันไม่ใช่แค่ในประเทศไง พ่อแม่ผมโคตรเก่ง บริหารจนสามารถเปิดโรงแรมที่ต่างประเทศได้หลายสาขา แต่พอพ
วันนี้ผมออกมาหาข้าวกินก่อนเข้าบริษัท คือไม่รีบไง ยังขี้เกียจอยู่ เลยตั้งใจจะเดินฆ่าเวลาไปเรื่อยๆหลังกินข้าวเสร็จ แต่สายตาของผมดันดีเกินไปหน่อย ผมเห็นข้าวเดินอยู่ข้างหน้าไกลๆ ลองโทรหาหน่อยดีกว่า“ข้าว เธออยู่ห้างใช่ไหม”“ใช่ค่ะ ใครคะ”“อ้าว ข้าวไม่เคยบันทึกเบอร์เราเอาไว้เหรอ”“ดลเหรอ เราเพิ่งเปลี่ยนเครื่องไม่นานนี้เอง” โห ผมใจเสียเลยนะ“อื้ม เราอยู่ที่ห้างเหมือนกัน เหมือนเราจะเห็นข้าวเดินผ่านไป แต่เราไม่แน่ใจว่าใช่ข้าวไหม เลยโทรมาถามน่ะ” โอเค ผมตอแหลข้าว“ข้าวมาทำอะไร มาคนเดียวเหรอ”“อยู่บ้านเบื่อๆ เลยมาหาซื้อหนังสือน่ะ ดลล่ะ”“มาหาอะไรทาน วันนี้ต้องเข้าบริษัท แต่ยังขี้เกียจอยู่ เลยถ่วงเวลาก่อน“เกเรนี่นา”“เปล่าสักหน่อย รอตรงนั้นนะ เดี๋ยวเราเดินไปหา”“ดล” ข้าวสะดุ้งสุดตัวเลยอะ ผมแค่วางมือลงบนไหล่เธอเองนะ“ไปเถอะ ไปเดินเล่นกัน”ผมดันหลังข้าวเบาๆ ให้เดินนำไป หลังซื้อของเสร็จผมชวนข้าวไปที่บริษัทด้วยกัน ก็แบบว่าอยากให้ไปด้วยอะ อยากอยู่ด้วยนานๆ เธอก็ไปด้วยนะ แต่หลังจากลังเลอยู่พักใหญ่เลยพอมาถึงบริษัท ผมพาเธอขึ้นลิฟต์ส่วนตัวแล้วแวะไปที่ห้องทำงานแม่ก่อน เดี๋ยวแม่บ่นน่ะ เลยต้องแวะไปรายงานตัว
สวัสดีครับ ผมชื่อ ณดล เป็นนักศึกษาใหม่ของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ วันนี้เป็นวันเปิดเทอมวันแรก หลังจากที่จอดรถเสร็จผมต้องรีบเดินหาที่นั่งเพราะคนเยอะมาก แล้วผมก็ไม่รู้จักใครเลย เพื่อนผมส่วนใหญ่ไปเรียนต่างประเทศกันหมด ผมเลยต้องเข้ามาเรียนที่นี่คนเดียวอันที่จริงแม่ก็อยากให้ผมไปเรียนที่ต่างประเทศนะ แต่ผมอยากเรียนที่นี่มากกว่า เอาง่ายๆ คือผมขี้เกียจไปอยู่คนเดียวน่ะเอาล่ะ ผมว่าผมควรเดินหาตึกคณะนะว่าอยู่ตรงไหน ผมมองซ้ายมองขวาก่อนจะลุกขึ้นเดินไปเรื่อยๆ มองตึกนั้นตึกนี้เก็บข้อมูล ก็ผมต้องเรียนที่นี่ ผมควรจะรู้ว่าอะไรอยู่ตรงไหน จริงไหมล่ะหลังจากหาตึกคณะเจอ ผมมานั่งเล่นอยู่ใต้ตึก นึกว่าจะไม่มีคนมาแต่เช้า แต่ก็มีแห๊ะ ไปทักดีกว่า ดูจากการแต่งตัวน่าจะอยู่ปีหนึ่งเหมือนกัน“สวัสดี เธออยู่ปีหนึ่งใช่ไหม”“เอ่อ ใช่จ้ะ”“เหมือนเราเลย เราชื่อดลนะ”“เราชื่อข้าวจ้ะ”โห ผู้หญิงอะไร โคตรน่ารักเลย ผิวขาวมาก ขาวแบบอมชมพูเลย ตากลมโต แก้มป่องๆ ปากบางเป็นกระจับโคตรน่าจูบเลย ที่สำคัญหุ่นดีสุดๆ กะดูคร่าวๆน่าจะสูงประมาณ 170 เซนติเมตร อกเอวสะโพก ลงตัวไปหมด ให้ตายเถอะ ละสายตาไม่ได้เลย“เอ่อ มีอะไรหรือเปล่า”“อะ ขอโทษที เผล
“ต่อเลยนะ”ร่างบอบบางถูกจับพลิกหงายอุ้มกระเตงขึ้น ท่อนแขนกลมกลึงยกขึ้นคล้องคอหนาช่วยพยุงตัวเองณดลสอดแขนใต้ข้อพับขาเรียว ยกสะโพกกลมสวยขึ้นเล็กน้อย แล้วกระแทกลงมาใส่ท่อนเนื้อลำใหญ่ที่ยังแข็งขึงเป็นลำ ตั้งตรงราวกับกำลังรออยู่“อ๊ายยยย มันลึกไป” เสียงหวีดร้องของฟางข้าวดังลั่นห้อง เมื่อคนตัวสูงกระเตงเธ
เช้าวันนี้ที่บ้านของณดลค่อนข้างวุ่นวายกันเป็นพิเศษ เพราะเป็นวันที่ทุกคนรอคอย ภายในบริเวณสวนหน้าบ้านประดับประดาไปด้วยดอกไม้นานาพรรณ ภายในบ้านมีกรอบรูปเล็กใหญ่ตั้งอยู่ตามจุดต่างๆ“พร้อมหรือยังจ๊ะ คนสวยของแม่” ประตูถูกเปิดออกพร้อมกับเสียงของปลายฝน ที่ส่งเสียงพร้อมกับเดินเข้ามาหาบุตรสาวภายในห้องนอน“พร
“กลับมาแล้ว คุณท่านล่ะ” เมื่อภัทราเดินเข้ามาภายในบ้านก็ส่ายสายตามองหาสามี เธอเป็นห่วงเขามากพอสมควร ช่วงนี้ชาญชัยอยู่ในช่วงทำกายภาพบำบัด เธอกลัวเขาจะแอบพยายามฝึกเดินเองแล้วจะล้ม“ออกไปที่ศาลากลางสวนค่ะ” ภัทราพยักหน้ารับรู้“เดี๋ยวภัทรไปตามคุณชาญชัยก่อนนะคะ คุณฝนนั่งเล่นไปก่อนนะคะ เดี๋ยวเจ้าดลคงตามมา
เป็นเวลา 1 อาทิตย์แล้ว ที่ณดลพาฟางข้าวมาอยู่ที่นี่ อันที่จริงตั้งแต่เช้าอีกวัน ลลัลนาก็ติดต่อมาหาเขา เขารู้ว่าทุกคนเป็นห่วงฟางข้าว แต่เขาเองก็อยากทำอะไรบางอย่างให้แน่ใจ และอยากให้หญิงสาวยอมรับในความสัมพันธ์กับเขาด้วย เขาถึงต้องทำแบบนี้ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ มีเพียงวันแรกที่หญิงสาวได้พักผ่อนอย่างเต็มท