تسجيل الدخول[สามีเลวเย็นชาใส่นางเอกในตอนแรก หลังจากนั้นยอมทำทุกอย่างเพื่อให้นางเอกกลับมา+พระเอกแต่งก่อนแล้วรักทีหลัง+นางเอกสั่งสอน ทำให้อับอาย] แต่งงานมาสองปี ตอนเจียงหร่านทำทะเบียนสมรสใหม่ พบว่ากระดาษที่ตัวเองเก็บไว้เหมือนสมบัติล้ำค่า เป็นของปลอม...... เธอจะไปถามสามีอย่างฮั่วจี้หมิง กลับได้ยินชายที่รักและทะนุถนอมตัวเองมาหกปี แต่งงานกับอาจารย์ที่อายุมากกว่าตัวเองหกปีมาได้ห้าปีแล้ว! นอกจากเธอเป็นโล่กำบังให้ทั้งสองคนแล้ว ยังโดนชายหนุ่มตราหน้าว่าไม่สามารถมีลูกได้ และรับเลี้ยงลูกของทั้งสองคน! สะกดกลั้นความสะอิดสะเอียน เจียงหร่านโทรหาทนายที่ติดต่อเธอเรื่องสืบทอดมรดก “โสด ไม่มีลูก ฉันสืบทอดมรดกทั้งหมดเพียงผู้เดียว” เจียงหร่านตัดสินใจออกจากตระกูลฮั่ว ฮั่วจี้หมิงมั่นใจว่าเธอไม่มีใครให้พึ่งพา จึงรอเธอกลับมาอ้อนวอนตัวเองอย่างไร้กังวล คิดไม่ถึงว่าวันหนึ่ง ดันเห็นเจียงหร่านอยู่ในข่าวการแต่งงานทางธุรกิจ ซึ่งเป็นที่จับตามองของคนทั้งประเทศ ในตอนนี้ เธอมีทรัพย์สินล้นฟ้า ยืนอยู่ภายใต้แสงไฟเคียงข้างกับชายหนุ่มผู้อยู่บนจุดสูงสุดของอำนาจ กำลังรับคำอวยพรและชื่นชมจากผู้คนทั่วโลก...…
عرض المزيدพอเหยียนหมิงเถาเดินออกจากห้องประชุม พ่อบ้านก็รีบเดินตามมาเธอสั่งการเรื่องของตระกูลหลินอยู่สองสามประโยค “รีบไปจัดการให้เร็วที่สุด พรุ่งนี้มารายงานผลกับฉัน”“ครับ” พ่อบ้านพยักหน้า ก่อนจะเอ่ยเตือนอีกว่า “จริงสิ คุณชายเฮ่าจิงยังคุกเข่าอยู่ในห้องมืดนะครับ ผ่านไปสี่ชั่วโมงแล้ว คุณจะไปดูหน่อยไหมครับ?”เหยียนหมิงเถาเพิ่งนึกถึงโจวเฮ่าจิงขึ้นมาได้ตั้งแต่เจียงหร่านกลับมา ความสามารถในการจัดการเรื่องต่าง ๆ ของเขาก็เหมือนหายไปด้วย ทุกครั้งที่คิดจะเล่นงานเจียงหร่าน เขาไปอย่างมั่นใจเต็มเปี่ยม แต่กลับมาอย่างหมดสภาพทุกทีครั้งนี้ยิ่งพลาดหนักถึงขั้นกระทบธุรกิจของเธอ ความอดทนของเธอแทบถูกเขาผลาญจนหมดแล้วเดิมทีเหยียนหมิงเถาไม่อยากเจอโจวเฮ่าจิง แต่พอนึกได้ว่าตอนนี้เขายังมีประโยชน์อยู่ เธอจึงเปลี่ยนทิศทางแล้วเดินไปยังห้องมืดห้องมืดแห่งนี้เดิมเป็นหลุมหลบภัยใต้ดินที่สร้างไว้ตั้งแต่ตอนสร้างคฤหาสน์ ปกติใช้เก็บของจิปาถะบางอย่างแต่หลังจากเหยียนหมิงเถาเข้ามาอยู่ตระกูลโจว เธอก็สร้างห้องมืดเพิ่มไว้ด้านในอีกสองห้องห้องหนึ่งเป็นห้องนอน อีกห้องเป็นห้องทำงานห้องเหล่านี้ปิดทึบไร้การระบายอากาศ หน้าร้อนร้อนจ
พอได้ยินแบบนั้น หลินซีก็ไม่พอใจยิ่งกว่าเดิมเธอหัวเราะเยาะเบา ๆ “ชดเชยเหรอ? ตระกูลหลินของเราไม่ได้ขาดอะไรเลย คุณลุงโจวเกรงใจเกินไปแล้ว อีกอย่าง ของขวัญที่โจวเยี่ยนทิ้งไว้ครั้งก่อน รบกวนคุณลุงเอากลับไปด้วยนะคะ”“ของขวัญของโจวเยี่ยนเป็นน้ำใจจากเขา คุณหลินซี ต่อให้ต่อไปสองตระกูลของเราไม่ได้เป็นญาติดองกัน อย่างน้อยเป็นเพื่อนกันไว้ก็น่าจะดีกว่านะครับ”โจวเฟิ่งถังรู้ว่าหลินซียังโกรธอยู่ จึงไม่ต่อความในเรื่องนั้นกับเธออีก“ในเมืองไห่ ตระกูลโจวก็ยังพอมีหน้ามีตาอยู่บ้าง คุณเรียกผมว่าคุณลุง ต่อไปผมก็จะดูแลคุณเหมือนลูกสาวครึ่งคน แบบนี้ไม่ดีกว่าไปถือโทษโกรธเจ้าเด็กโจวเยี่ยนนั่นหรอกเหรอ?”โจวเฟิ่งถังดูปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นจิ้งจอกเฒ่า หลินซีเองก็เข้าใจว่า เขากำลังพูดหว่านล้อมพร้อมชี้ให้เธอเห็นได้เห็นเสียอย่างแนบเนียนแล้วตระกูลโจวจะเป็นอะไรนักหนา? เธอไม่มีทางกล้ำกลืนความแค้นเรื่องโจวเยี่ยนครั้งนี้ลงไปได้หรอกยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้ตระกูลโจวเองก็วุ่นวายกันไปหมด หลังจากโจวซุนจากไป ตระกูลโจวก็กลายเป็นทรายที่กระจัดกระจาย ไร้เอกภาพมานานแล้วโจวเฟิ่งถังเองก็ถือหุ้นในโจวซื่ออยู่ไม่มาก จะมาวางท่าต่อหน
…………เช้าตรู่วันถัดมา โจวเฟิ่งถังก็ได้รับข่าวว่าโจวเยี่ยนเกิดเรื่องแล้วเมื่อวานโจวเยี่ยนเดินทางไปเจรจาธุรกิจที่ประเทศ M แต่คืนก่อนกลับประเทศกลับถูกควบคุมตัวกะทันหันอีกฝ่ายอ้างว่าโจวเยี่ยนมีส่วนเกี่ยวข้องกับการขโมยความลับทางการค้าในต่างประเทศ จึงต้องถูกกักตัวไว้เพื่อสอบสวนโจวเฟิ่งถังรู้ดีว่าลูกชายของตัวเองไม่มีทางเข้าไปพัวพันกับเรื่องแบบนี้ จึงรีบติดต่อคนของตนในประเทศ M ให้ช่วยสืบหาความจริงทันทีจนกระทั่งช่วงบ่าย เขาถึงได้รับข่าวว่าสาเหตุเป็นเพราะโจวเยี่ยนไปล่วงเกินคนเข้าอีกฝ่ายยังเป็นผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงานด้านพาณิชย์ในประเทศ M อีกด้วย“อาเยี่ยนจะไปล่วงเกินคนของประเทศ M ได้ยังไง?”บริษัทของโจวเฟิ่งถังทำธุรกิจการค้าระหว่างประเทศเป็นหลัก และดูแลการส่งออกของโจวซื่อฟาร์มาด้วย แต่แทบไม่มีความร่วมมือกับประเทศ M เลย ครั้งนี้ก็เป็นเพราะคู่ค้ากำหนดสถานที่เจรจาไว้ที่ประเทศ M โจวเยี่ยนจึงเดินทางไปที่นั่น“เกรงว่าจะเป็นตระกูลหลิน” ผู้ช่วยเอ่ยเตือน “ไม่กี่วันก่อน คุณชายกับคุณหลินซีเพิ่งยกเลิกการหมั้นหมายกัน”พอได้ยินคำพูดนี้ สีหน้าของโจวเฟิ่งถังก็เปลี่ยนไปทันทีโจวเยี่ยนเคยบอกเร
ในกระจก มองเห็นคิ้วตาที่จริงจังของผู้ชายบนหน้าจอได้ลาง ๆ ความสงบประหลาดอย่างหนึ่งแผ่ซ่านอยู่ในอากาศเจี่ยงอี้จัดการเอกสารเสร็จไปหนึ่งหน้า ถึงได้เงยหน้ามองไปที่หน้าจอ และเห็นภาพเจียงหร่านกำลังทาเซรั่มอยู่หน้ากระจกพอดีเธอเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ลำคอทอดเป็นเส้นโค้งงดงาม หยดน้ำจากปลายผมที่ยังเปียกไหลผ่านกระดูกไหปลาร้าลงไปในคอเสื้อชุดนอนสายตาของเจี่ยงอี้หม่นลึกลงเล็กน้อย ลูกกระเดือกขยับขึ้นลงอย่างห้ามไม่อยู่“อาบน้ำเสร็จแล้วเหรอ?” เขาปิดแฟ้มเอกสารลง น้ำเสียงที่เงียบมานานฟังแหบพร่ากว่าเมื่อครู่นี้เล็กน้อย“อืม” เจียงหร่านยิ้มให้เขาผ่านกระจก “งานเสร็จแล้วเหรอ?”“เกือบเสร็จแล้ว” เขาเลื่อนเอกสารไปด้านข้าง ก่อนหันความสนใจมาที่เธอเต็มที่ “ต้องเป่าผมให้แห้งนะ ไม่งั้นเดี๋ยวจะปวดหัว”“รู้แล้วน่า” เธอตอบรับปาก แต่การเคลื่อนไหวของมือยังไม่หยุด ค่อย ๆ ตบแก้มเบา ๆ อย่างไม่รีบร้อนเจี่ยงอี้ไม่ได้เร่งเธอ เพียงเอนพิงพนักเก้าอี้แล้วมองเธอเงียบ ๆ อย่างนั้นมองนิ้วเรียวของเธอค่อย ๆ นวดรอบดวงตาอย่างแผ่วเบา มองเธอรวบผมยาวไปไว้ข้างหนึ่ง เผยผิวขาวเนียนหลังใบหูออกมาการกระทำธรรมดา ๆ เหล่านี้ ในสายตาเขาตอนน
ผู้บริหารระดับสูงของบาร์รู้ว่าคุณหนูตระกูลโจวมาใช้บริการ ถึงกับอยากมารอต้อนรับด้วยตัวเอง แต่เสียดายที่อีกฝ่ายอยู่ต่างพื้นที่ จึงทำได้แค่ให้ผู้จัดการออกไปรอรับอยู่ด้านนอก“คุณโจว ทางเจ้าของร้านไม่ทราบมาก่อนว่าคุณจะมาเยือน เมื่อครู่ดูแลไม่ทั่วถึง ต้องขออภัยด้วย เลยตั้งใจเตรียมของเล็ก ๆ น้อย ๆ มาให้เป
ฮั่วจี้หมิงชะงักไปเล็กน้อย ปกติเขาไม่ค่อยดูข้อความในกลุ่มอยู่แล้ว กลุ่มศิษย์เก่าและกลุ่มห้องเรียนหลายกลุ่มก็ถูกตั้งค่าปิดแจ้งเตือนไว้ทั้งหมดเขายังดูข้อความในกลุ่มไม่ทันจบ ก็สังเกตเห็นว่าในโทรศัพท์ของตัวเองก็มีข้อความจากเพื่อนร่วมรุ่นเก่าส่งเข้ามาหลายข้อความเช่นกันทุกคนต่างถามเขาว่า เจียงหร่านเกิ
เจียงหร่านพูดจบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยช้า ๆ ก็มีคนไปตรวจสอบข้อมูลมาได้แล้ว“จริงด้วย! คุณหนูตระกูลโจวนั่นเป็นมิจฉาชีพจริง ๆ!”ในโลกออนไลน์ไม่มีรูปหรือข้อมูลอื่นใดเกี่ยวกับคุณหนูตระกูลโจวเลย เพราะเธอยังไม่เคยปรากฏตัวต่อสื่ออย่างเป็นทางการแต่รายงานข่าวงานเลี้ยงการกุศลระบุไว้อย่างชัดเจนว่า บุตรสาวของโ
คำพูดของต้วนฉีฉีทำให้ทุกคนได้สติกลับมาอีกครั้งท่าทีจริงจังเหมือนเป็นเรื่องเป็นราวของเจียงหร่านเมื่อครู่ ทำเอาพวกเขาตกใจไปจริง ๆ ถึงขั้นเผลอคิดว่าเธอเป็นคุณหนูตระกูลโจวตัวจริง กำลังออกคำสั่งอยู่เสียอีกแต่มันจะเป็นไปได้ยังไงกันล่ะ!“เจียงหร่าน ขอร้องล่ะ อย่าแสดงต่อไปเลย ดูสิถังอวิ๋นซื่อขนาดไหน ถึ






المراجعاتأكثر