แผนลับ... ลวงรัก

แผนลับ... ลวงรัก

last updateLast Updated : 2026-06-30
By:  ToBeAloneOngoing
Language: Thai
goodnovel18goodnovel
Not enough ratings
46Chapters
216views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

เมื่อศัลยแพทย์หนุ่มมาดนิ่งอย่าง ‘ณณณ’ กลับมาทวงสัญญาที่เธอมัดจำไว้ด้วยบุญคุณในอดีต หญิงสาวสู้ชีวิตอย่าง ‘น้ำขิง’ จึงต้องจำยอมจดทะเบียนสมรสกับเขาอย่างเลี่ยงไม่ได้ ยิ่งใกล้ชิด เสน่ห์อันร้ายกาจของเขาก็ยิ่งทำให้หัวใจเธอสั่นคลอน ทว่าภายใต้ความแสนดีที่เขาปรนเปรอให้ กลับมีความลับล้ำลึกที่เขาซ่อนไว้ แผนการที่เขาเตรียมไว้เพื่อล่อลูกแมวให้ติดกับนั้นลึกล้ำกว่าที่เธอคาดคิด! นี่คือความบังเอิญ หรือเป็นหมากที่เขาเดินไว้เพื่อครอบครองเธอเพียงคนเดียว? และเมื่อ "ความลับ" ในแผงยาถูกเปิดเผย... เธอจะจัดการกับสามีเจ้าแผนการคนนี้อย่างไร? "พี่บอกแล้วไงน้ำขิง... ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พี่ไม่มีทางปล่อยเราไปเด็ดขาด"

View More

Chapter 1

บทนำ : ความทรงจำที่ไม่เคยลางเลือน (1)

เสียงเพลงอึกทึกในร้านอาหารกึ่งผับบีบให้ทุกบทสนทนาต้องกลายเป็นเสียงตะโกนหรือกระซิบชิดใบหู ในมุมลึกสุดของร้าน ชายหนุ่มร่างสูงเจ้าของส่วนสูง 186 เซนติเมตร นั่งพิงพนักเก้าอี้ด้วยสภาพเหนื่อยล้าเต็มทน

ใบหน้าของเขาคมเข้มโดดเด่นราวกับลูกรักของสวรรค์ ไล่ตั้งแต่ดวงตาคมจัด จมูกโด่งเป็นสัน จนถึงริมฝีปากหยักได้รูปที่แสนเย้ายวน ความหล่อเหลาที่ทำให้ใครต่อใครต้องเหลียวหลัง แต่ยามนี้ความหล่อเล่านั้นกลับเหลือเพียงเปลือกนอก เพราะด้านในเต็มไปด้วยความอ่อนล้า

ณณณเหม่อมองแสงไฟหลากสีบนเพดาน พยายามประคองสติที่เริ่มปลิวหายไปตามฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่กำลังสำแดงเดช จนเขาต้องสบถด่าในใจ

ใครมันสั่งสอนให้ดื่มหนักทันทีหลังสอบเสร็จวะ คนไม่ได้นอนมาทั้งคืนอย่างกู เมาง่ายชิบหาย!

คืนนี้เป็นงานเลี้ยงฉลองจบหลักสูตรแพทย์ รุ่นของเขาถือเป็นตำนานของคณะในรอบยี่สิบปี เพราะไม่มีใครถูกรีไทร์หรือซิ่วออก ทุกคนเริ่มเดินพร้อมกันและจบลงที่เส้นชัยพร้อมกันอย่างสมบูรณ์แบบ

“ไอ้นนท์ หมดแก้ว!” เสียงลากยาวของปัธนัย เพื่อนสนิทร่วมรุ่นดังขัดจังหวะความคิด พร้อมกับแก้วเหล้าที่ยื่นมาจ่อตรงหน้า

ดวงตาคมเหลือบมองแก้วนั้นด้วยความระอา “ไอ้เอก จะให้กูกรอกลงไปอีกเหรอ ถ้าอีกเพียงแก้วเดียว กูได้ขย้อนทุกอย่างออกมาแน่”

ปัธนัยหัวเราะร่า ไม่คิดจะฟังคำท้วงติง ซ้ำยังผลักแก้วให้ชิดเข้าไปอีก “หึหึ... มึงไม่เคยได้ยินเหรอ อ้วกไม่นับ หลับเป็นแพ้!”

“กูจะไปห้องน้ำ แก้วนี้มึงจัดการเองเถอะ” ณณณตอบห้วนๆ ก่อนจะคว้ากระเป๋าจากเก้าอี้เตรียมลุกหนี

“หยุดเลยครับเพื่อนรัก” เสียงของศรุตโผล่มาดักคอไว้ทันควัน ไอ้หมอนี่รู้ทันเขาทุกแผนการ แถมยังมือไวพอจะคว้ากระเป๋าไปจากบ่าเขาได้ทันที “มึงนี่เจ้าเล่ห์นักนะ คิดจะหนีกลับบ้านล่ะสิ เอากระเป๋าทิ้งไว้ที่นี่ก่อนเลย”

ณณณยักไหล่แบบไม่แคร์ “เอาไปเถอะครับ ไอ้คุณก้อง”

กูก็ไม่ได้ต้องการมันอยู่แล้ว โทรศัพท์กับกระเป๋าตังค์อยู่ในกระเป๋ากางเกงหมดละ… เขาต่อประโยคในใจอย่างผู้ชนะ

สองขายาวก้าวฉับ ๆ ออกจากโต๊ะ ตรงไปทางหน้าร้าน โชคดีที่ห้องน้ำตั้งอยู่ใกล้ประตูทางออก ไม่งั้นเขาคงต้องเสียเวลาเถียงกับไอ้พวกเพื่อนเวรอีกยกใหญ่ ระหว่างเดิน มือเรียวก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วกดส่งข้อความหาคนที่เขาอยากเจอมากที่สุดในคืนนี้

‘อีกสามสิบนาทีถึงบ้าน อย่าพึ่งนอน รอเปิดประตูให้พี่หน่อย’

เมื่อกดส่งสำเร็จ ณณณก็เงยหน้ามองท้องฟ้าสีหมึกที่ถูกฉาบทับด้วยแสงไฟจากตึกสูงรอบกาย เขาสูดลมหายใจเข้าลึกหวังให้ลมเย็นช่วยขับไล่ความมึนเมา ไม่งั้นเขาคงหลับคารถจนกลับไม่ถึงบ้านแน่ ในจังหวะนั้น แท็กซี่คันหนึ่งแล่นมาจอดส่งผู้โดยสารหน้าร้านพอดี ชายหนุ่มไม่รอช้า รีบยกมือเรียกทันที

“ไปซอย... ครับ”

ติ๊งงง!

เสียงแจ้งเตือนดังขึ้นท่ามกลางความเงียบภายในห้องนอน ร่างบางที่กำลังนั่งทบทวนบทเรียนชะงักไปเล็กน้อย ดวงตากลมโตสีน้ำตาลทองเหลือบมองหน้าจอที่สว่างวาบขึ้นมาอย่างลังเล

ใจหนึ่งก็อยากรู้ว่าใครส่งอะไรมา แต่อีกใจก็กลัวว่าพอแตะหน้าจอแล้วจะหลุดเข้าไถโซเชียลยาวจนไม่อ่านหนังสือต่อ

“ไม่แตะแกหรอก อย่ามายั่วกันเสียให้ยาก เจ้ามารผจญ” เสียงหวานพึมพำกับตัวเอง พลางสะบัดหน้าหนีกลับไปลุยโจทย์ฟิสิกส์ตรงหน้าต่อ

ติ๊ง ติ๊ง ติ๊ง! เสียงเดิมดังซ้ำราวกับจะกระซิบหลอกหลอนอยู่ข้างหู

หยิบฉันขึ้นมาสิ... หยิบขึ้นมา...

ในที่สุดความตั้งใจก็สั่นคลอน “ใครส่งข้อความมาตอนห้าทุ่มกันนะ...”

สุดท้ายเด็กสาวก็พ่ายแพ้ หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูอย่างจำนน... เพียงแค่เห็นชื่อคนส่ง รอยยิ้มก็แต้มเต็มใบหน้าโดยไม่ทันตั้งตัว

วันนี้พี่นนท์กลับบ้าน...

ร่างเล็กทิ้งทุกอย่างแล้วลุกพรวด วิ่งปราดไปที่ห้องน้ำ สำรวจใบหน้าตัวเองในกระจกทันที “งื้อ... หน้าโทรมไหมเนี่ย อ่านหนังสือดึกติดต่อกันหลายคืนแล้วด้วย”

ตรัสสามือไม้สั่นขณะสางผมลวก ๆ ความตื่นเต้นทำให้เธอลืมไปเสียสนิทว่าตอนนี้ตัวเองสวมชุดนอนตัวโคร่ง และโจทย์ฟิสิกส์ที่ทำค้างไว้ก็ถูกทิ้งไว้เบื้องหลังเรียบร้อยแล้ว

ยี่สิบนาทีต่อมา... สายเรียกเข้าจากชื่อที่คุ้นเคยก็ปรากฏขึ้น

“น้ำขิง... พี่... อยู่ที่รั้ว... เข้า... ไม่ไหวแล้ว...” เสียงทุ้มยานคางขาด ๆ หาย ๆ ดังลอดออกมา

“คุณนนท์!” เธอคว้าเสื้อคลุมมาสวมทับชุดนอนแล้ววิ่งออกจากห้องทันที

คฤหาสน์หลังใหญ่ตั้งอยู่บนพื้นที่ขนาดสี่ไร่เศษ ถึงจะสั่งเปิดรั้วจากรีโมตในบ้านได้ แต่แค่เขาบอกว่า ‘เข้าไม่ไหว’ เธอก็พาตัวเองออกมาแล้ว ขนาดคนที่มีสติครบถ้วนอย่างเธอ การเดินจากตัวบ้านมาถึงประตูรั้วยังทำเอาหอบ

“แฮ่ก… แฮ่ก… ทำไมมันไกลขนาดนี้เนี่ย” พอวิ่งมาถึงหน้าประตูรั้ว เธอแทบจะลมจับ ภาพตรงหน้าคือชายหนุ่มในชุดเชิ้ตขาวที่หลุดลุ่ย นั่งพิงกำแพงหมดสภาพ ร่างสูงใหญ่ไม่เหลือเค้าว่าที่คุณหมอผู้เพียบพร้อมแม้แต่นิด

อยากถ่ายรูปเก็บไว้จริง ๆ เสียดายดันลืมวางโทรศัพท์ไว้ในห้อง...

“คุณนนท์ ทำไมไม่ให้แท็กซี่เข้าไปส่งข้างในล่ะคะ แล้วทำไมเมาเหมือนหมาขนาดนี้”

“หมาที่ไหนหล่อขนาดนี้... บอกให้เรียก... เพ่” เสียงทุ้มแหบโต้กลับ แถมยังตวัดสายตามองค้อน ที่บอกชัดว่าเจ้าตัวไม่พอใจ

และเธอก็ไม่รู้ว่าเขาไม่พอใจที่เธอด่าเขาว่าเมาเหมือนหมา หรือที่เรียกเขาว่าคุณนนท์กันแน่ แต่คิดว่าน่าจะเป็นอย่างแรก กองอยู่กับพื้นขนาดนี้ ไม่เหมือนหมาแล้วจะเหมือนอะไรได้อีก เฮ้อ!!

“โอ้โห… คุณนนท์เมาขนาดนี้ยังห่วงเรื่องนี้อีกเหรอ” เธอบ่นเบา ๆ แต่เจ้าตัวดันหูดีเกินไป

“ได้…ยิน… บอกให้เรียกเพ่ เรียกเพ่”

แม้ณณณจะอนุญาตให้เธอเรียกพี่ได้เต็มปาก แต่เธอก็เลือกที่จะเรียกขานเพียงในใจ สถานะที่ได้รับมาทำให้เธอต้องเตือนตนให้เจียมตัวเสมอ แต่บางครั้งความหน้ามึนของเขาก็ทำให้เธออยากแกล้งลืมตัว แล้วหวดก้นเขาสักป๊าบ!

ตรัสสาถอนหายใจ เลิกเถียงก็ได้วะ สองแขนเล็กพยายามพยุงร่างสูงให้ลุก แต่แรงเธอเทียบเขาไม่ได้เลย น้ำหนักตัวเหมือนเพิ่มขึ้นนับสิบกิโลยามเมา เล่นเอาเกือบล้มคว่ำไปข้างหน้าทั้งคู่

“คุณนนท์ ยืนด้วยขาตัวเองหน่อยสิคะ น้ำขิงไม่ไหวแล้วนะ” เสียงหวานตวาดแหว “ไม่งั้นจะเรียกลุงปองมาช่วยลากแล้วนะ!”

“ไม่ต้อง” ณณณรีบตอบ ทั้งยังแกล้งเซนิด ๆ ความจริงเขาเริ่มสร่างตั้งแต่ตอนนั่งรถแล้ว แต่โอกาสที่จะได้ใกล้ชิดกับร่างเล็กนั้นมีไม่บ่อยนัก เลยต้องขอตักตวงไว้เสียหน่อย

“แกล้งเมาใช่ไหมเนี้ย…” ตากลมโตหรี่ลงจับผิด แต่พอเห็นผิวขาว ๆ ของเขา ขึ้นสีแดงจัดกับดวงตาที่ปรือปรอยแทบจะปิดอยู่ร่อมร่อ เธอก็ยอมปล่อยผ่าน

“ไปค่ะ เข้าบ้านได้แล้ว เดี๋ยวยุงกัดน้ำขิงเป็นรอยหมด”

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
46 Chapters
บทนำ : ความทรงจำที่ไม่เคยลางเลือน (1)
เสียงเพลงอึกทึกในร้านอาหารกึ่งผับบีบให้ทุกบทสนทนาต้องกลายเป็นเสียงตะโกนหรือกระซิบชิดใบหู ในมุมลึกสุดของร้าน ชายหนุ่มร่างสูงเจ้าของส่วนสูง 186 เซนติเมตร นั่งพิงพนักเก้าอี้ด้วยสภาพเหนื่อยล้าเต็มทนใบหน้าของเขาคมเข้มโดดเด่นราวกับลูกรักของสวรรค์ ไล่ตั้งแต่ดวงตาคมจัด จมูกโด่งเป็นสัน จนถึงริมฝีปากหยักได้รูปที่แสนเย้ายวน ความหล่อเหลาที่ทำให้ใครต่อใครต้องเหลียวหลัง แต่ยามนี้ความหล่อเล่านั้นกลับเหลือเพียงเปลือกนอก เพราะด้านในเต็มไปด้วยความอ่อนล้าณณณเหม่อมองแสงไฟหลากสีบนเพดาน พยายามประคองสติที่เริ่มปลิวหายไปตามฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่กำลังสำแดงเดช จนเขาต้องสบถด่าในใจใครมันสั่งสอนให้ดื่มหนักทันทีหลังสอบเสร็จวะ คนไม่ได้นอนมาทั้งคืนอย่างกู เมาง่ายชิบหาย!คืนนี้เป็นงานเลี้ยงฉลองจบหลักสูตรแพทย์ รุ่นของเขาถือเป็นตำนานของคณะในรอบยี่สิบปี เพราะไม่มีใครถูกรีไทร์หรือซิ่วออก ทุกคนเริ่มเดินพร้อมกันและจบลงที่เส้นชัยพร้อมกันอย่างสมบูรณ์แบบ“ไอ้นนท์ หมดแก้ว!” เสียงลากยาวของปัธนัย เพื่อนสนิทร่วมรุ่นดังขัดจังหวะความคิด พร้อมกับแก้วเหล้าที่ยื่นมาจ่อตรงหน้าดวงตาคมเหลือบมองแก้วนั้นด้วยความระอา “ไอ้เอก จะให้กูกรอกลงไปอ
Read more
บทนำ : ความทรงจำที่ไม่เคยลางเลือน (2)
“แกล้งเมาใช่ไหมเนี้ย…” ตากลมโตหรี่ลงจับผิด แต่พอเห็นผิวขาว ๆ ของเขา ขึ้นสีแดงจัดกับดวงตาที่ปรือปรอยแทบจะปิดอยู่ร่อมร่อ เธอก็ยอมปล่อยผ่าน“ไปค่ะ เข้าบ้านได้แล้ว เดี๋ยวยุงกัดน้ำขิงเป็นรอยหมด”ร่างเล็กใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดพยุงชายหนุ่มที่สูงกว่าเกือบฟุตเข้ามาในบ้านได้สำเร็จ กว่าจะลากเขามาถึงเชิงบันไดได้ ตัวเธอก็เปียกโชกไปด้วยเหงื่อ พอนึกขึ้นได้ว่าเตรียมของขวัญเรียนจบไว้ให้เขาด้วย ก็ไม่อยากรอช้า...รีบเอาให้ตอนนี้ดีกว่า เผื่อพรุ่งนี้ไม่มีโอกาสได้เจอกัน“คุณนนท์ นั่งรอตรงนี้ก่อนนะคะ น้ำขิงจะไปหยิบของขวัญเรียนจบที่ห้องมาให้”“ไม่อาว... เพ่... ไปด้วย...” เสียงยานคางไล่หลังมา แต่หญิงสาวเดินลิ่วหนีไปไกลเกินจะได้ยินแล้วห้องนอนของเธออยู่ชั้นล่าง ติดกับห้องครัว เป็นห้องที่ปรับปรุงใหม่ตามคำสั่งของปรางทิพย์ หลังยายของเธอเสียชีวิตลง เธอก็ได้ย้ายจากเรือนพักแม่บ้านมาอยู่ในตัวบ้าน ในฐานะ ‘หลานสาวบุญธรรม’ แม้สถานะจะแตกต่าง แต่ครอบครัวนี้ก็ดูแลเธออย่างดีเสมอ โดยเฉพาะคนตัวโตที่ชอบตีหน้ามึนกวนประสาทเธอคนนั้นขณะที่มือเล็กกำลังเปิดกระเป๋านักเรียน หยิบของขวัญที่ตั้งใจจะให้เขาออกมา แต่เสียงเปิดประตูจากด้านหลังก
Read more
บทที่ 1 : เตรียมตัวฝึกงาน(1)
บรรยากาศร่มรื่นใต้ต้นไม้ใหญ่หน้าคณะเภสัชศาสตร์เต็มไปด้วยกลุ่มนักศึกษาปีห้าที่กำลังจะก้าวสู่ปีสุดท้าย ทุกคนต่างนั่งจับกลุ่มติวข้อสอบกันอย่างเคร่งเครียด บ่ายนี้เป็นการสอบวิชาสุดท้ายก่อนที่แต่ละคนจะแยกย้ายกันไปฝึกงาน ลมเอื่อย ๆ พอช่วยลดไอร้อนจากแดดได้บ้าง แต่กลับไม่ช่วยให้สมองเบาขึ้นเลยสักนิดในบรรดากลุ่มนักศึกษาที่นั่งติวกันทั้งหมด มีอยู่กลุ่มหนึ่งที่สะดุดตากว่าใคร โดยเฉพาะหญิงสาวเจ้าของดวงตาสีน้ำตาลทองเปล่งประกาย ใบหน้ารูปไข่รับกับจมูกโด่งรั้น และริมฝีปากอวบอิ่ม แม้จะเป็นเพียงลูกเสี้ยว แต่เชื้อชาติยุโรปจากฝั่งพ่อที่ส่งต่อมาให้นั้นก็เด่นชัดพอจนใคร ๆ ต่างคิดว่าเธอเป็นลูกครึ่งคนถัดมาที่นั่งอยู่ข้างกัน มองครั้งแรกอาจจะไม่เหลียวหลัง แต่ด้วยรูปร่างที่สูงโปร่งราวกับนางแบบ รับกับใบหน้าโฉบเฉี่ยวสไตล์หมวยอินเตอร์ โหนกแก้มชัด ปากแดงรูปกระจับ ก็ทำให้เธอเป็นที่ต้องตาของหนุ่ม ๆ ไม่แพ้กันส่วนคนสุดท้ายในกลุ่มคือสาวสวยผมยาวริมฝีปากแดงสด เธอนั่งไขว่ห้างอย่างสง่างามจนแทบไม่มีใครดูออกว่าเธอเป็นสาวประเภทสอง เพราะใบหน้านั้นสวยหวานราวนางเอกละคร ทั้งน้ำเสียงที่นุ่มนวลและบุคลิกที่เป๊ะตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า
Read more
บทที่1:เตรียมตัวฝึกงาน(2)
ดวงตากลมโตเหลือบมองเพื่อนรักทั้งสองที่นั่งจ้องไม่วางตา หากคลาดสายตาไปเพียงวินาที คงกลัวว่าเธอจะละลายหายไปกับอากาศล่ะมั้ง ตรัสสาถอนใจเบา ๆ แล้วหันกลับมาสนใจน้อง ๆ มัธยมปลายสามคนที่กำลังนั่งล้อมโต๊ะตรงหน้าต่อ สีหน้าเด็ก ๆ จริงจังอย่างกับจะเข้าสนามสอบพรุ่งนี้“โจทย์ข้อนี้มันเป็นระบบปิดนะ เพราะงั้นไม่ต้องห่วงว่าจะมีอะไรหายไปในระบบ ใช้กฎแมสบาลานซ์ได้เลย เข้าเท่าไหร่ต้องออกเท่านั้น ดุลสมการเสร็จปุ๊บ ก็ดึงสารตั้งต้นมาใส่ฝั่งนี้ เท่ากับผลิตภัณฑ์ฝั่งโน้นได้เลย” เธอพูดไป ชี้ไปตามชีทที่เตรียมมา น้ำเสียงที่ใช้สอนทั้งนุ่มทั้งละมุน เด็ก ๆ ฟังแล้วใจชื้นขึ้นเป็นกอง“พี่น้ำขิงสอนเข้าใจง่ายมากเลยครับ แต่ผมคงต้องกลับไปอ่านอีกรอบ แหะ ๆ” เด็กชายคนหนึ่งพูดขึ้นพลางยิ้มเขิน เขามัวแต่หลงรูปลักษณ์ติวเตอร์ของตัวเอง แม้จะไม่กล้าจ้องหน้าตรง ๆ เพราะติวเตอร์ของเขาสวยจนตาค้าง“ไม่เข้าใจตรงไหนก็ถามได้เลยนะ ไม่ต้องเกรงใจ” เธอยิ้มให้กำลังใจเต็มร้อยเผลอแป๊บเดียวก็เกินเวลาที่ตั้งไว้ไปนิดหน่อย เธอรู้ตัวก็ตอนเห็นสายตากดดันจากเพื่อนรักทั้งสองที่นั่งรออยู่ไม่ไกล“ขอบคุณค่ะพี่น้ำขิง ตั้งแต่อาทิตย์หน้าพวกหนูต้องเรียนผ่านออนไล
Read more
บทที่ 2 : เรามีเรื่องต้องคุยกัน(1)
เสียงเพลงจากผับดังทะลุออกมาจนถึงถนนด้านนอก คิวหน้าร้านยาวเหยียดไปจนเกือบถึงมุมตึก ผู้คนต่อแถวรอตรวจบัตรประชาชนและตรวจอาวุธก่อนเข้าไปด้านใน บรรยากาศครึกครื้นเต็มไปด้วยกลิ่นแอลกอฮอล์ปะปนกับความคึกคักของคนที่พร้อมจะปล่อยตัวให้สนุกไปกับคืนวันศุกร์แต่ในหมู่ฝูงชนที่แน่นขนัดนั้น สายตาหลายคู่กลับจับจ้องอยู่ที่กลุ่มสาวสวยสามคนเป็นพิเศษ โดยเฉพาะแผ่นหลังเนียนละเอียดของร่างบางในชุดสายเดี่ยวดำกับกางเกงยีนส์เอวต่ำ ที่สะกดทุกสายตาให้หันมองอย่างพร้อมเพรียงหญิงสาวที่ไม่ว่าจะยืนเฉย ๆ หรือเดินผ่านไปเฉียด ๆ ก็ทำให้ทั้งผู้ชายผู้หญิงเหลียวหลังได้แบบไม่ต้องพยายามชายหนุ่มหลายคนมองตามด้วยแววตาเยิ้ม ๆ ส่วนบรรดาผู้หญิงด้วยกันก็มองด้วยความอิจฉา ทั้งหน้าตาเอย หุ่นเอย ผิวเอย พวกเธอครบเครื่องแบบที่ไม่ต้องพูดอะไร หญิงสาวที่ได้เห็นก็รู้สึกว่าแพ้แล้ว“สวัสดีครับสาว ๆ คืนนี้มีเจ้ามือหรือยังเอ่ย”เสียงทักแบบเดิม ๆ จากผู้ชายที่ยืนแถวข้างกันดังขึ้นมา รอยยิ้มกะลิ้มกะเหลี่ยของเขาเรียกความเอือมระอาให้ลอยฟุ้งทันที“ไม่จำเป็นค่ะ พอดีมีตังค์” ศศิธรตอบกลับเสี
Read more
บทที่2:เรามีเรื่องต้องคุยกัน(2)
ร่างเล็กยิ้มบาง ส่ายหน้าให้เพื่อนอย่างเหนื่อยใจ ก่อนจะก้มหน้าลงเล็กน้อย กระซิบเบา ๆ กับตัวเอง “ไม่ได้มีสเปคอะไร แค่ต้องเป็นเขาเท่านั้น…”“ว่าไงนะนังชะนี พูดอะไรนะ” ณัฐวัชรตะโกนถามย้ำ แต่เสียงเพลงกลบคำพูดไปหมดในอีกมุมหนึ่งของผับ โต๊ะที่ดูเงียบสงบกว่าบรรยากาศรอบข้าง มีชายหนุ่มสามคนนั่งอยู่ด้วยกัน หมอหนุ่มไฟแรงที่เรียกสายตาจากสาว ๆ ได้ไม่น้อย พวกเขามารวมตัวกันในค่ำคืนนี้เพื่อฉลองที่ณณณเพิ่งกลับจากต่างประเทศ และได้รับการบรรจุเป็นแพทย์เฉพาะทางที่โรงพยาบาลใหม่ปัธนัยยกแก้วขึ้นชนกับเพื่อนสนิท “สุดท้ายก็กลับมาอยู่ไทยจนได้ แกนี่มันทรหดจริง ๆ ว่ะ”“ก็ต้องทรหดแหละ เพราะที่นี่มีของรักที่ต้องเอากลับมาให้ได้” ศรุตเสริมเสียงนิ่ง ดวงตาเขาไหววูบอย่างมีนัย เขาเคยเห็นรูปเด็กสาวคนหนึ่งในกระเป๋าสตางค์ของณณณคนโดนพูดถึงไม่ตอบอะไร ยกแก้วดื่มเงียบ ๆ แต่ในหัวกลับมีเพียงภาพของใครบางคนที่วนเวียนไม่ห่าง นัยน์ตาสีน้ำตาลทอง ใบหน้าเล็กที่เขาจำได้แม่นยำไม่เคยลืมพี่กลับมาแล้ว...เสียงดนตรีบนเวทีเปลี่ยนเป็นจังหว
Read more
บทที่ 3 : โสดไหมคะ(1)
มือเรียวรีบคว้าแขนเขาลงจากเวทีแบบไม่คิดชีวิต ใบหน้าสวยแดงจัดด้วยความอับอาย เพราะสายตาหลายคู่ในผับจับจ้องมาที่พวกเขา บ้างยิ้มกรุ่มกริ่ม บ้างกระซิบกระซาบกันเบา ๆ แต่สิ่งที่ทุกคนเห็นตรงกัน คือทั้งคู่ดูเหมาะสมราวกับหลุดออกมาจากพระนางในซีรีส์จีนตรัสสาลากเขากลับมาที่โต๊ะอย่างไว พอถึงปุ๊บก็รีบปล่อยมือแล้วทรุดตัวลงนั่งแทบจะทันที หวังหลบสายตาเพื่อนร่วมโต๊ะที่กำลังจ้องมาแบบจะเผากันให้มอด“ต๊าย นังขิง แกไปแอบซ่อนพ่อเทพบุตรไว้ตอนไหนยะ” ณัฐวัชรโพล่งขึ้นทันที ดวงตาเป็นประกายวิบวับ จนณณณที่ถูกจับจ้องอยู่ถึงกับเลิกคิ้ว“นั่นสิ ถึงว่า ทำไมเมินอาจารย์เจมส์ได้หน้าตาเฉย เพราะมีของดี ของแรร์อยู่กับตัวนี่เอง” ศศิธรเสริมเสียงแซวอย่างรู้ทันดวงตาคมของณณณตวัดมองใบหน้าสวยข้างตัวก่อนจะหันไปทางศศิธร “อาจารย์เจมส์… เหรอ” น้ำเสียงเยียบเย็นดังขึ้นตรัสสาก็รีบหันขวับไปห้ามเพื่อนแทบไม่ทัน หัวใจเต้นแรงขึ้นมาทันทีแบบไม่มีสัญญาณเตือน “พวกแกหยุดเลยนะ”แล้วทำไมฉันต้องกลัวเขาด้วยเนี่ย…ร่างเล็กสูดลมหายใจลึก แล้วพูดรวดเดียวจบแบบไม่ให้ใครแทรก “จำที่ฉันเคยเล่าไหม ว่ามีครอบคร
Read more
บทที่ 3 : โสดไหมคะ(2)
“ไม่ค่ะ ร้อน” เธอสะบัดเสียงอย่างดื้อรั้นบรรยากาศกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง เพื่อน ๆ เห็นท่าไม่ดี จึงค่อย ๆ ทยอยลุกออกจากโต๊ะ ปล่อยให้ทั้งคู่อยู่เคลียร์ใจกันตามลำพัง ร่างเล็กเห็นเพื่อนตัวเองชิ่งหนี ก็เตรียมจะลุกหนีเหมือนกัน“ถ้าลุกขึ้นจากโต๊ะ พี่จะพากลับทันที”“คุณมีสิทธิ์อะไรมาบ่งการชีวิตฉัน”“หึหึ” เขาไม่ตอบ แต่กลับหัวเราะในลำคอเขาจะเอายังไงกันแน่… ตรัสสาคิดในใจอย่างหงุดหงิดมือบางยื่นแจ็กเก็ตคืนให้ แต่ร่างสูงไม่ยอมรับ เธอจึงวางไว้ข้างตัวเขา ก่อนจะลุกย้ายไปนั่งอีกฝั่งของโต๊ะเพื่อหลีกเลี่ยงความใกล้ชิด ยังไม่ทันจะนั่งลงดี ณณณก็คว้าแจ็กเก็ตขึ้นมาและเดินอ้อมโต๊ะมาอีกครั้ง“ใส่ซะ” เขาออกคำสั่งนิ่ง ๆ แล้วลงมือใส่ให้เธอเสร็จสรรพ ก่อนจะก้มลงกระซิบชิดใบหู “อย่าให้พี่เอาจริงนะครับ” ริมฝีปากเขาแตะลงบนแก้มเธออย่างจงใจ และเขายังกดค้างเอาไว้ชั่วครู่“พี่นนท์!” ตรัสสาร้องเสียงหลง สายตารีบกวาดมองรอบโต๊ะอย่างลนลานว่ามีใครเห็นไหม หัวใจดวงน้อยเต้นแรงจนแทบกระเด้งกระดอนออกมา“อย่าทำแบบนี้ได้ไหมคะ”“พี่จะทำยิ่งกว่านี้ ถ้าเด็กดื้อแถวนี้
Read more
บทที่ 4 : ไม่ดื้อกับพี่ได้ไหม (1)
“ปล่อยฉันนะ”มือเล็กพยายามแงะมือที่จับแขนเธอไว้แน่น แต่ยิ่งดึง เขาก็ยิ่งบีบแรงขึ้นจนรู้สึกเจ็บ “เจ็บนะ…” เธอร้องบอกเขาร่างสูงชะงักทันทีที่ได้ยิน เขาคลายแรงบีบลง… แต่ก็ยังไม่ยอมปล่อย“ไม่ดื้อกับพี่… ได้ไหม” เสียงทุ้มฟังดูเหนื่อยล้ายัยเด็กดื้อไม่รู้เลยว่าเขาผ่านอะไรมาตั้งแต่เช้า บินข้ามน้ำข้ามทวีปมาถึง นั่งก้นยังไม่ทันหายร้อนก็โดนโรงพยาบาลโทรตาม เสร็จจากเคสด่วนยังไม่ทันได้พักหายใจ ไอ้เพื่อนเวรสองตัวก็มาลากเข้าผับอีกแต่ครั้งนี้เขาจะไม่โกรธพวกมันสักครั้งไม่สิ... ไม่ใช่แค่ไม่โกรธ กลับต้องขอบคุณสองคนนั้น ที่ทำให้เขาได้มาเจอเธออีกครั้ง“ก็ปล่อยสิคะ…” น้ำเสียงของเธออ่อนลงโดยไม่รู้ตัว ดวงตาสีน้ำตาลทองสบกับแววตาคมเข้มที่มองมาอย่างลึกซึ้ง… เหมือนพยายามค้นหาอะไรบางอย่างในใจเธอยังไม่ทันได้พูดอะไรต่อ ก็รู้สึกเหมือนโลกหมุนตลบ เพราะถูกอุ้มขึ้นจากพื้นโดยไม่ทันตั้งตัว “ว้าย! คุณนนท์! ปล่อย! ฉันยอมแล้ว จะเดินดี ๆ ก็ได้!”เธอรีบกระซิบเสียงเบา
Read more
บทที่ 4 : ไม่ดื้อกับพี่ได้ไหม (2)
แสงแดดอ่อนจากหน้าต่างเล็ดลอดเข้ามากระทบเปลือกตา ทำให้ร่างเล็กที่กำลังนอนหลับสบายต้องขมวดคิ้วน้อย ๆ เธอพยายามจะพลิกตัวหนีแสง แต่กลับทำไม่ได้ เพราะติดอะไรบางอย่าง พอก้มมองก็เห็นสาเหตุ ท่อนแขนวางพาดอยู่บนเอว ทั้งมือใหญ่ก็กำชายเสื้อนอนของเธอไว้แน่นราวกับกลัวว่าเธอจะหนีหายไปไหนดวงตากลมโตเบิกกว้างตกใจ เมื่อนึกขึ้นได้ว่า เมื่อคืนนี้เธอเมาจนภาพตัด“หรือว่าเรา…”ตรัสสารีบก้มสำรวจตัวเอง ใจที่หล่นวูบแทบกระแทกพื้นก็เริ่มค่อย ๆ กลับขึ้นมา เมื่อไม่รู้สึกถึงความผิดปกติอะไรบนร่างกาย มีแค่ชุดนอนของผู้ชายตัวโคร่ง ที่ความยาวของแขนเสื้อกับขากางเกงมีขนาดที่ยาวเกินไป เมื่อเทียบกับร่างกายสั้น ๆ ของเธอ มันก็เลยถูกพับขึ้นมาอย่างเป็นระเบียบ“แสดงว่าเมื่อคืนไม่มีอะไรเกิดขึ้น” เธอพึมพำกับตัวเองเสียงเบา แต่แล้วความรู้สึกประหลาดกลับแล่นขึ้นมาวูบหนึ่ง “หรือเรามีเสน่ห์ไม่มากพอ”เพียะ! มือเล็กตบหน้าผากตัวเองดังลั่น “บ้า คิดอะไรของแก ไอ้น้ำขิง อยากมีอะไรกับเขาหรือไง” เธอบ่นตัวเองไม่หยุด โดยไม่รู้เลยว่าคนข้างตัวที่แกล้งหลับอยู่นั้น&hel
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status