INICIAR SESIÓNหลินโม่ถูกบีบให้แต่งงานกับสามทายาทแห่งซานซิงตามตำนานเทพบรรพกาลผู้สร้างโลกฯ เพื่อทำพิธีบำเพ็ญคู่ หลอมรวมพลังปราณบริสุทธิ์รักษาสมดุลแห่งชีวิต ทว่าการแต่งงานครานี้กลับกลายเป็นกับดักที่ซ่อนเร้นด้วยความตายและการแย่งชิงอำนาจ
Ver másภายในถ้ำศิลาศักดิ์สิทธิ์ที่อบอวบไปด้วยมนต์ขลังแห่งราคะ ละอองปราณสีม่วงอ่อนลอยฟุ้งดุจม่านหมอกเย้ายวน แสงเรืองรองจากหินปราณส่องกระทบผนังถ้ำที่ประดับด้วยลวดลายเถาวัลย์แกะสลักรูปอสุรีนับร้อยกำลังเริงรัก ขับเน้นให้บรรยากาศดูอาถรรพ์และดิบเถื่อนในคราเดียวกัน
บนแท่นหินหยกที่สั่นไหวไปตามจังหวะเร้าอารมณ์ ร่างอรชรของหลินโม่กำลังจมดิ่งอยู่ท่ามกลางเปลวเพลิงแห่งความรัญจวนที่บุรุษทั้งสามยัดเยียดให้
นางถูกขนาบติดด้วยชายสองคนที่ผลัดกันถาโถมบดขยี้ ผิวพรรณขาวผ่องดุจไข่มุกของนางเปียกชุ่มไปด้วยหยาดเหงื่อจนขึ้นเงา รอยแดงจางๆ ปรากฏอยู่ทั่วร่างจากการถูกสัมผัสอย่างรุนแรง
“เจ้าต้องการเช่นนี้มิใช่หรือ หลินโม่?”
เสียงคำรามแหบพร่าที่แฝงความดิบเถื่อนดังชิดใบหูของนาง บุรุษผู้มีร่างกายครึ่งมนุษย์ครึ่งจิ้งจอกเสือกกายเข้าหานางจากด้านหลังจนสุดทาง ความคับแน่นเสียวลึกนั้นทำให้หลินโม่สะท้านเฮือกจนร่างโค้งงอ
“คุณหนูสกุลหลินผู้สูงส่ง... บัดนี้เป็นเพียงสตรีที่โหยหาความรักจากพวกข้าเท่านั้น”
ชายหนุ่มที่นอนอยู่ใต้ร่างของนาง กระแทกกายขึ้นมาจากด้านล่างอย่างหนักเน้น ความล่ำสันและความดุดันของเขาทำให้นางแทบหยุดหายใจ จังหวะเร่งเร้าและความเสียวซ่านเต็มตึงถาโถมเข้าใส่จนนางรู้สึกราวกับวิญญาณจะหลุดลอย
ขณะที่นางกำลังจะกรีดร้องขอความเมตตา ชายคนที่สามกลับประทับจูบลงมาบนริมฝีปากอิ่มอย่างจาบจ้วง ลิ้นร้อนสอดแทรกเข้าไปควานหาความหวานอย่างกระหายหิว กลบเสียงครวญครางอู้อี้ของนางจนสิ้น
“มองข้า...”
เขาถอนจูบออกเพียงเสี้ยวอึดใจ ดวงตาสีทองอำพันคู่นั้นจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่พร่ามัวของนาง
“จำไว้ว่าเจ้าไม่มีสิทธิ์นึกถึงชายอื่น นอกจากพวกข้า”
“ขะ... เข้าใจแล้ว”
สติสัมปชัญญะของนางขาดผึงเมื่อเขาสอดใส่แก่นกายแข็งขืนเข้ามาในช่องโอษฐ์ ริมฝีปากนางอ้ากว้างจนไม่มีแม้แต่ช่องว่างให้กลืนเสียงคราง น้ำกามเหลวหนืดผสมปนเปกับน้ำลาย ไหลยืดเป็นสายยาวเหมือนใยแมงมุมก่อนจะย้อยหยดลงมาบนร่างที่สั่นระริก
บรรยากาศภายในถ้ำทวีความเร่าร้อนจนแทบมอดไหม้ บุรุษทั้งสามต่างสลับตำแหน่งและรุกเร้าอย่างไม่ยอมลดละ ความดิบเถื่อนของพวกเขาทำให้นางหลงลืมทุกสิ่ง ไม่มีแม้แต่ความยับยั้งชั่งใจ เหลือเพียงสัญชาตญาณของเพศเมียที่ถูกปลุกเร้าให้เริงร่านอยู่ในวังวนแห่งกามารมณ์นี้จนกว่าจะถึงจุดแตกดับ
.......................
ท่ามกลางมวลหมู่เมฆาบนยอดเขาสูงเสียดฟ้า หอคอยวิวาห์แห่งตระกูลหลินประดับประดาด้วยศิลาแสงจันทร์ส่องสว่างเรืองรอง งดงามราวกับวิมานที่หลุดออกมาจากภาพวาดของสุดยอดศิลปิน ภายในห้องหออันกว้างขวางโอ่อ่า อบอวลไปด้วยกลิ่นกำยานไม้หอมหมื่นลี้ที่ราคาแพงระยับเกินกว่าที่สามัญชนจะจินตนาการถึง
หลินโม่ นั่งสงบนิ่งอยู่บนเตียงมังกรแกะสลักลวดลายวิจิตรบรรจง ชุดเจ้าสาวสีแดงชาดปักด้วยดิ้นทองเป็นลายหงส์เพลิงดูตระการตา อัญมณีล้ำค่าร้อยเรียงประดับบนมงกุฎเจ้าสาวสั่นไหวทุกครั้งที่นางขยับกาย ผ้านวมสีมงคลเนื้อนุ่มดุจแพรไหมรองรับสะโพกมน
ทว่าภายใต้ผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวสีแดงสดนั้น แววตาของนางกลับไม่ได้เปี่ยมไปด้วยความเขินอายเยี่ยงสตรีทั่วไป หากแต่เป็นโทสะที่พยายามสะกดไว้สุดกำลัง
น่าขันนัก... นางนึกถึงเสียงนินทาที่บาดหู
แขกเหรื่อในงานล้วนเป็นเหล่าผู้บำเพ็ญเซียนผู้สูงส่ง ที่อ้างตนว่าตัดขาดจากโลกีย์แต่ในท้องกลับเต็มไปด้วยถ้อยคำสกปรก เมื่อนางเดินผ่านพวกเขาไปพร้อมกับสามเจ้าบ่าว เสียงซุบซิบเหล่านั้นกลับดังชัดถนัดหู
“ช่างไร้ยางอาย... สตรีเดียวปรนนิบัติบุรุษถึงสามคนพร้อมกันในคืนเข้าหอ ไม่ต่างอันใดกับนางคณิกาในโรงน้ำชา”
“ตระกูลหลินสิ้นไร้ไม้ตอกจนต้องใช้กามราคะรั้งสมดุลเหมืองศิลาเชียวรึ?”
หลินโม่แค่นยิ้มบางๆ ภายใต้ผ้าคลุมหน้า
ไอ้ปากสวะพวกนี้ หากไม่ติดว่าต้องรักษาพิธีการศักดิ์สิทธิ์ นางคงลากคอพวกมันมาตัดลิ้นเสียให้กุด จะได้เลิกเห่าหอนเยี่ยงสุนัขข้างถนนเสียที นางไม่ได้เต็มใจแต่งงานแม้แต่น้อย นี่คือการเสียสละเพื่อกอบกู้แผ่นดิน ทว่าเหล่าผู้ทรงศีล กลับมองนางเป็นเพียงเครื่องมือระบายกิเลส
เสียงฝีเท้าหนักแน่นมั่นคงก้าวเข้ามาในห้องหอ กลิ่นอายกดดันที่แผ่ออกมาทำให้บรรยากาศภายในห้องเปลี่ยนไปทันที หลินโม่ไม่ได้เห็นหน้าพวกเขา แต่เพียงแค่รัศมีพลังปราณที่แผ่ออกมาก็ชัดเจนถึงความหยิ่งผยองและทระนงตนของเหล่าทายาทแห่งซานชิง
กลิ่นอายแรก ดิบเถื่อนและร้อนระอุราวกับไฟป่า นั่นคือ เซี่ยเว่ย ผู้นำเผ่าจิ้งจอกเก้าหาง ความเป็นนักล่าแผ่ออกมาจนนางสัมผัสได้ถึงความกระหายอันรุนแรง
กลิ่นอายที่สอง เยือกเย็นประดุจน้ำแข็งขั้วโลก ทรงอำนาจและมั่นคงทุกฝีก้าว นั่นคือ สือถง เจ้าเมืองผู้ปกครองสองดินแดนในคาบทะเลตงไห่
และกลิ่นอายสุดท้าย สงบนิ่งดุจกระบี่ในฝัก ทว่าแฝงความกดดันมหาศาลจนแทบหยุดหายใจ นั่นคือ จินฝาน เจ้าสำนักเซียนกระบี่แห่งไท่ซานผู้สูงส่ง
"พิธีการอันน่าเบื่อหน่ายจบสิ้นลงเสียที"
เสียงของเซี่ยเว่ยดังขึ้นก่อนใคร "ข้าไม่สนกฎเกณฑ์ใดทั้งสิ้น ในเมื่อข้าคือหนึ่งในสามสามีที่ได้สิทธิ์ในตัวนาง ข้าจะเริ่มการบำเพ็ญคู่ของข้าเดี๋ยวนี้"
"เซี่ยเว่ย เจ้าช่างใจร้อนเยี่ยงสัตว์ป่า"
เสียงราบเรียบของสือถงแทรกขึ้น "พิธีการต้องดำเนินไปตามขั้นตอน การหลอมรวมสายเลือดบริสุทธิ์มิใช่เรื่องล้อเล่น หากเจ้าทำลายสมดุลพลังปราณของหลินโม่ตั้งแต่คืนแรก ข้าจะถือว่าเจ้าคือผู้ทำลายสมบัติล้ำค่าของโลกผู้ฝึกตน"
"พอทั้งคู่เถอะ"
สุ้มเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจของจินฝานเอ่ยขึ้น ราวกับเสียงสวดส่งวิญญาณที่ทำให้หลินโม่ขนลุกซู่ไปทั่วทั้งร่าง
"คำสาปบรรพกาลมิใช่สิ่งที่พวกเจ้าจะมาถกเถียงกันด้วยอารมณ์ บัดนี้ถึงเวลาที่นางต้องเลือกแล้ว ว่าใครจะเป็นผู้เปิดผ้าคลุมหน้าของเจ้าสาว"
***นิยายเรื่องนี้เป็นนิยายแนวพีเรียดอีโรติก เนื้อหาส่วนใหญ่เต็มไปด้วยฉากNC25+ กรุณาใช้วิจารณญาณในการอ่าน***
“ฮึ่ก... ท่านเข้ามาลึกมาก... ”หลินโม่สะดุ้งเฮือก เสียงครางกระเส่าดังระงมเมื่อชายหนุ่มบดควงและแทงเสยเน้นย้ำจุดกระสันภายในอย่างป่าเถื่อน ราวกับปีศาจที่หยั่งรู้จุดอ่อนที่ซ่อนลึกในกายของนาง ช่องทางรักของนางถูกยืดขยายจนถึงขีดสุดด้วยความใหญ่โตที่รุกล้ำเข้ามาอย่างไม่ปรานี และในไม่ช้า นางก็รับรู้ได้ถึงความวาบหวามที่กำลังพุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุดอีกครา"เซี่ยเว่ย... ข้า... เร็วอีก..." หลินโม่ร้องขอด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าปนหอบหายใจ"ซี๊ดดด... โม่เอ๋อร์... ข้างในเจ้า... บีบรัดข้าแน่นเกินไปแล้ว" เซี่ยเว่ยกระซิบถ้อยคำลามกเร้าอารมณ์ข้างใบหูนาง ขณะที่หวดสะโพกสอบกระแทกเสยถี่ยิบ"ระ... แรงอีก... อย่าหยุด... อ๊ะ... อ๊า...!"หลินโม่ร้องขออย่างไร้ยางอาย สัญชาตญาณดิบในตัวนางเรียกร้องให้เขารุกรานให้หนักหน่วงยิ่งขึ้นฝ่ามือแกร่งของเซี่ยเว่ยบีบสะโพกผายของนางไว้แน่น ก่อนจะโหมแรงกระแทกเข้าใส่กายสาวอย่างดุดัน ความหิวโหยของสัตว์ร้ายในตัวเขารุนแรงดุจพายุที่โหมกระหน่ำ ไร้ซึ่งความอ่อนโยนใดๆ หลงเหลืออยู่ มีเพียงจังหวะที่เน้นย้ำบดขยี้จุดอ่อนของหญิงสาว จนสติสัมปชัญญะของหลินโม่พร่าเลือน นางกรีดร้องครวญครางจนฟังไม่ได้ศัพท์
เซี่ยเว่ยจับมือบางรวบไว้เหนือศีรษะ สายตาแรงกล้าที่กวาดมองร่างกายเปลือยเปล่าของนาง ทำให้หลินโม่ใบหน้าร้อนผ่าวไปหมด มันเป็นความร้อนที่พลุ่งพล่านขึ้นมาจากท้องน้อยจนถึงลำคอ แล้วประจานความอ่อนหัดของนางออกมาทางใบหน้าความรู้สึกวาบหวามที่ใต้สะดือสั่นไหวเหมือนระลอกคลื่นบนผิวน้ำที่ถูกก่อกวนซ้ำ ๆ ราวกับมีอะไรบางอย่างที่กระตุ้นให้ความปรารถนาในตัวนางรั่วไหลออกมาจนควบคุมอารมณ์ไม่ได้“โม่เอ๋อร์... เจ้าเต็มใจเป็นของข้าหรือไม่” น้ำเสียงที่เอ่ยถามนั้นแหบพร่า ทว่าแฝงไว้ด้วยแรงอารมณ์ที่คุกคามอยู่ในคราวเดียวกัน“ข้าเต็มใจ” หลินโม่ตอบโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อยเมื่อได้ฟังคำยินยอมจากปากนาง เซี่ยเว่ยก็ประกบริมฝีปากลงมา จูบนางอย่างดุดันจนลมหายใจของทั้งคู่แทบขาดห้วงจูบที่ตะกละตะกรามบดขยี้กลีบปากอิ่มอย่างไม่ปราณี ก่อนจะสอดแทรกลิ้นร้อนเข้าสำรวจโพรงปากของนางอย่างถือสิทธิ์ หลินโม่โต้ตอบอย่างเร่าร้อน เสียงครางกระเส่าหลุดลอดออกมาท่ามกลางสัมผัสที่แลกเปลี่ยนกันอย่างไม่มีใครยอมใครฝ่ามือหนาที่ร้อนผ่าวลูบไล้ไปตามสีข้างโค้งเว้าอ่อนหวานของนางด้วยความโหยหา ก่อนจะเลื่อนขึ้นไปกอบกุมทรวงอกอวบอัด บีบเคล้นจนนางต้องแอ่นอกรับสัมผัสเ
ภายใต้แสงโคมไฟมงคล ที่สาดส่องผ่านหน้าต่างไม้ฉลุลาย ณ เรือนบูรพา กลิ่นหอมจางๆ ของดอกเหมยในยามค่ำคืนมิอาจกลบกลิ่นกายอันเย้ายวนของเซี่ยเว่ยไปได้เซี่ยเว่ยยืนนิ่งอยู่หน้าตั่งไม้สบสายตามองหญิงสาวที่นั่งพิงหมอนปักลายร้อยบุปผาอยู่บนเตียงตั่ง นึกย้อนไปถึงวันที่เขาต้องกรำศึกแย่งชิงตำแหน่งผู้นำเผ่าจิ้งจอกเก้าหาง อุทิศเลือดเนื้อของตนเองแลกมาด้วยบาดแผลนับไม่ถ้วนก็เพียงเพื่อวันนี้ วันที่เขาจะได้ยืนอยู่เคียงข้างนางอย่างสง่างาม ไม่ใช่ในฐานะสุนัขรับใช้ที่รอเศษความรัก แต่ในฐานะสามีของนาง“ท่านจ้องข้าเช่นนี้ ราวกับจะกลืนกินข้าเข้าไปทั้งตัว”หลินโม่เอ่ยเบาๆ พร้อมกับยิ้มที่มุมปาก นางวางตำราในมือลงแล้วเอนกายอย่างผ่อนคลาย แม้ในยามปกติเซี่ยเว่ยจะดูเจ้าสำราญและกะล่อนเพียงใด แต่นางกลับรู้สึกสบายใจอย่างประหลาดเมื่ออยู่ใกล้เขา อาจเป็นเพราะความช่างเอาอกเอาใจของบุรุษเผ่าจิ้งจอกที่ทำให้กำแพงในใจของนางพังทลายลงง่ายๆเซี่ยเว่ยหัวเราะในลำคอพลางก้าวเข้ามาใกล้ จนลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดข้างหูนาง“กลืนกินน่ะหรือ? สำหรับเจ้า... ข้าเพียงแค่ปรารถนาจะเชยชิมทีละน้อยจนกว่าจะพอแก่ใจต่างหาก”เขาโน้มตัวลงมา กลิ่นจางๆ ของไม้หอมและไอ
ยามซวีมาเยือน หุบเขาเหลียงซานถูกปกคลุมด้วยความมืดมิด ท้องฟ้าเหนือศีรษะกระจ่างใสจนเห็นมวลหมู่ดาราพราวระยับ กลิ่นอายป่าไผ่หลังเรือนหอมกรุ่นปนกลิ่นดินยามค่ำคืน บรรยากาศเงียบสงบชวนให้ผ่อนคลายแต่หัวใจของจินฝานกลับเต้นไม่เป็นจังหวะ ยิ่งพยายามข่มตาลงเท่าใด ภาพหลินโม่ในชุดเจ้าสาวยามที่เขาต้องแบ่งปันนางกับบุรุษอื่นก็ยิ่งแจ่มชัดขึ้นในความนึกคิดเขาถอนหายใจยาว ก่อนจะลุกขึ้นจากเตียงและกระโจนขึ้นไปนั่งอยู่บนหลังคาเรือนป่าไผ่ ความเย็นจากกระเบื้องดินเผาสัมผัสผ่านเนื้อผ้าเข้าสู่ผิวกาย ทว่ากลับไม่สามารถดับความร้อนรุ่มภายในอกได้เลยเหตุใดจึงเป็นเช่นนี้?จินฝานขบกรามแน่น การแต่งงานครั้งนี้เดิมทีเป็นเพียงหน้าที่... เป็นพันธะสัญญาเพื่อความอยู่รอดของสำนักเซียนฯ เขาพร่ำบอกตนเอง สาเหตุที่เขารู้สึกหงุดหงิดเช่นนี้ เพียงเพราะสัญชาตญาณดิบของบุรุษที่ไม่อาจยอมรับการแบ่งปันสตรีของตนให้แก่ผู้อื่นได้เท่านั้น...ไม่ใช่ความรัก... ต้องไม่ใช่ความรักอย่างแน่นอน"ถึงกับข่มตานอนไม่หลับเชียวหรือ?"สุ้มเสียงทุ้มต่ำทำลายความเงียบ จินฝานไม่จำเป็นต้องหันไปมอง เขารู้ดีว่าใครคือแขกที่ไม่ได้รับเชิญ"หึ... เจ้าเองก็ไม่ได้ต่างกับข้า
“ยังมีหน้ามาแก้ตัว หากเจ้าไม่ก่อไฟ จะมีควันได้อย่างไร !”หลินเทียนซือมือไม้สั่นระริก ปลายไม้เท้าชี้หน้าหลานสาวด้วยความขุ่นเคือง"ท่านประมุขหลิน..."สุ้มเสียงนุ่มลึกแต่เปี่ยมด้วยอำนาจดังแทรกขึ้นอย่างถูกจังหวะจินฝานในอาภรณ์สีขาวสะอาดตาก้าวเข้ามาด้วยท่าทีสงบเยือกเย็น ราวกับไม่ได้เป็นหนึ่งในผู้ก่อเหตุ
หลินโม่ในวัยเด็กก้าวออกมาจากกลุ่มหมอกเย็นชื้น มือเล็กถือตะกร้าสมุนไพรที่เพิ่งเก็บได้ นางชะงักฝีเท้าเมื่อเห็นก้อนขนสีขาวปุกปุยที่ขยับเขยื้อนอยู่เบื้องหน้า เมื่อนางสืบเท้าเข้าไปใกล้ จิ้งจอกน้อยก็ขู่ฟ่อในลำคอ ดวงตาสีชาดที่พร่าเลือนจ้องมองนางด้วยความหวาดระแวง และพร้อมจะกัดทุกคนที่เข้าใกล้"เจ้าจิ้งจอกน
หลินโม่กัดริมฝีปากจนเจ็บ นางรู้ดีว่าถูกเขาฉวยโอกาสอยู่บ่อยครั้ง ทว่าในยามที่เขาโอบรัดและไล้สัมผัสผ่านอาภรณ์นั้น ความรู้สึกรัญจวนกลับแล่นปราดเข้าสู่หัวใจอย่างหยุดไม่อยู่ไอ้คนหน้าหนา เจ้าตั้งใจจะทำให้ข้าหวั่นไหวจนเสียสมาธิใช่หรือไม่... นางคิดอย่างเจ็บใจปนหมั่นไส้ แต่ในขณะเดียวกัน นางก็มิอาจปฏิเสธได้
“ข้าเป็นมารแล้วอย่างไร เจ้าไม่มีสิทธิ์รังเกียจสามีที่แท้จริง และโดยชอบธรรมของเจ้า หลินโม่” ท่ามกลางความมืดมน รอยแยกของผืนดินเริ่มแคบลงทุกขณะ แต่เสียงตะโกนด้วยความเดือดดาลของบุรุษทั้งสามจากด้านบนยังคงดังแทรกเข้ามาเป็นระยะ“หลินโม่ ! เจ้าอยู่ที่ไหน?” เสียงของสือถงเต็มไปด้วยความร้อนรน ในยามนี้เขาไม่











