ไม่เคยถูกรักเลย

ไม่เคยถูกรักเลย

last updateTerakhir Diperbarui : 2026-04-25
Bahasa: Thai
goodnovel4goodnovel
10
1 Peringkat. 1 Ulasan
30Bab
6.7KDibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

เพราะถูกหักหลังในวันนั้น เขาจึงเลือกเกลียดเธอ คืนพลาดพลั้งเพียงครั้งทำให้เธอตั้งท้องลูกของเขา ขณะที่เธอรักเขาอยู่ฝ่ายเดียว วันที่เธอเกือบเสียลูก เขากลับอยู่กับผู้หญิงอื่นอย่างไม่ไยดี

Lihat lebih banyak

Bab 1

CHAPTER 1 ขอเพียงเศษใจ

ดิวากรนั่งนิ่งอยู่กลางห้องโถงกว้าง แสงไฟสีขาวเหนือศีรษะยิ่งขับให้สีหน้าของเขาดูเคร่งเครียดจนแทบจะเป็นหิน แววตาคมเข้มจับจ้องไปยังร่างเล็กที่นั่งตัวเกร็งอยู่ฝั่งตรงข้าม หญิงสาวก้มหน้าแน่น มือสองข้างบีบเข้าหากันจนปลายนิ้วซีด เธอไม่กล้าแม้แต่จะเงยขึ้นมองใคร ข้างกายเธอเมธัสยืนตระหง่านด้วยความเดือดดาล เสียงของเขาดังสะท้อนก้องไปทั่วห้อง

“มึงทำน้องสาวกูท้อง แล้วยังจะให้ไปทำแท้ง มึงยังเป็นคนอยู่หรือเปล่าวะ!”

คำพูดนั้นเหมือนคมมีดที่กรีดลงกลางอก ดิวากรเม้มปากแน่น สายตาที่เคยมองอดีตเพื่อนรักด้วยความไว้ใจ บัดนี้มีแต่ความชิงชังและเจ็บแค้น

“มึงกับน้องสาวมึงรวมหัวกันหลอกกูใช่ไหม แย่งแฟนกูไปไม่พอยังต้องการอะไรอีก” เขาเอ่ยเสียงต่ำแต่เต็มไปด้วยแรงอารมณ์

“นั่นมันเรื่องของกูกับมึง แต่กับทิชา...” เมธัสชะงักไปเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะสวนกลับอย่างไม่ลดละ

“อยากให้กูรับผิดชอบก็ไปตรวจดีเอ็นเอมา!” ดิวากรตะคอกลั่น

เสียงนั้นดังจนมิณทร์ทิชาสะดุ้งทั้งตัวไหล่บางสั่นไหว น้ำตาที่กลั้นไว้มานานไหลหยดลงบนหลังมือ เธอยิ่งก้มหน้าลงต่ำเหมือนอยากจะหายไปจากตรงนั้น

“ตรวจบ้าตรวจบออะไร ทิชาเพิ่งท้องได้สองเดือน!” เมธัสสวนกลับทันควัน เสียงของเขาแหบพร่าเพราะความโกรธที่อัดแน่นอยู่ในอก

“กูจะเอาผลตรวจดีเอ็นเอตอนนี้เวลานี้ไง” ดิวากรย้ำชัดทุกคำ ดวงตาคมแข็งกร้าวราวกับไม่เหลือเยื่อใย

“ไอ้ดฤณมึงยังมีความเป็นคนอยู่หรือเปล่า ตรวจตอนนี้ก็เท่ากับว่า…” เมธัสกัดฟันแน่นประโยคสุดท้ายหายไปในลำคอ เพราะรู้ดีว่ามันหมายถึงอะไร

“มึงก็รวยไม่ใช่เหรอ หาผู้ชายสักคนมารับผิดชอบน้องสาวมึงแล้วกัน” เขาแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างเย็นชา

คำพูดนั้นเหมือนตบหน้าหญิงสาวซ้ำๆ ทั้งที่เธอยังไม่ได้เงยขึ้นมองเขาเลยด้วยซ้ำ น้ำตาไหลเงียบๆ ลงมาตามแก้มมือที่กำหมัดแน่นเริ่มสั่น

“ไอ้เหี้**มึง...” เมธัสพุ่งเข้าหาเขา แต่เสียงสั่นๆ ของน้องสาวก็แทรกขึ้น

“พี่เมธัสเรากลับกันเถอะค่ะ” เธอลุกขึ้นช้าๆ ทั้งที่ขาแทบไม่มีแรง ดวงตาแดงช้ำแต่พยายามไม่มองไปทางดิวากรอีก

“แต่มันต้องรับผิดชอบ!” เมธัสยังไม่ยอม

“กูไม่รับ” เขาตอบทันทีน้ำเสียงแข็งราวกับเหล็ก “มึงวางยาปลุกเซ็กส์กู มึงมันเลวไอ้เมธัส”

“กูไม่ได้ทำ!” คำกล่าวหานั้นทำให้ทั้งห้องนิ่งงัน เมธัสอ้าปากค้างอย่างไม่อยากเชื่อ

“ไสหัวออกไป ถ้าไม่มีผลตรวจดีเอ็นเออย่าหวังว่ากูจะรับค่าตัวเดี๋ยวกูจ่ายให้” ชายหนุ่มชี้ไปที่ประตู

ประโยคสุดท้ายทำให้หญิงสาวชะงักทั้งตัว เหมือนหัวใจถูกบีบจนแตกสลาย เธอหลับตาลงแน่น หยดน้ำตาร่วงลงพื้นทีละหยด

เมธัสกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูด แต่เมื่อเห็นสภาพน้องสาว เขาก็ได้แต่กัดฟันหันไปประคองเธอไว้ ก่อนจะพาเดินออกมาจากบ้านของดิวากร

เขาทรุดตัวลงนั่งพิงพนักโซฟาอย่างหมดแรง เปลือกตาหนักอึ้งค่อยๆ ปิดลง ลมหายใจที่เคยหอบกระชั้นแผ่วลงช้าๆ แต่ความวุ่นวายในหัวกลับชัดเจนยิ่งกว่าเดิม

ภาพในอดีตไหลย้อนกลับมาเหมือนคมมีดที่กรีดซ้ำแผลเดิม วันที่ทุกอย่างพังทลาย เขายังจำได้ดีว่าเป็นช่วงเย็น ฝนตกปรอยๆ เขาตั้งใจจะไปหาพิมารินที่คอนโดโดยไม่บอกล่วงหน้า เพราะอยากเซอร์ไพรส์เธอ หลังจากที่ช่วงหลัง  เธอเริ่มห่างเหิน อ้างว่างานยุ่งบ่อยขึ้นเรื่อยๆ

แต่คนที่ถูกเซอร์ไพรส์กลับเป็นเขาเอง เสียงหัวเราะคุ้นเคยดังลอดออกมาจากห้องนอน เสียงของผู้หญิงที่เขารักกับเสียงของผู้ชายที่เขาไว้ใจที่สุด

มือที่กำช่อดอกไม้ไว้สั่นจนกลีบร่วงกระจายเต็มพื้น หัวใจเต้นแรงเหมือนจะหลุดออกมานอกอก เมื่อเขาผลักประตูเข้าไปภาพตรงหน้าทำให้เขาโกรธที่สุด

พิมารินกำลังอยู่ในอ้อมแขนของเมธัส บนเตียงที่เขาเคยนอนกอดเธอด้วยความรัก สายตาของเมธัสในตอนนั้นเต็มไปด้วยความตกใจ แต่สิ่งที่ดิวากรเห็นชัดกว่านั้นคือความรู้สึกผิด

“กูอธิบายได้” เสียงของอดีตเพื่อนรักยังดังก้องอยู่ในหัว แต่เขาไม่ได้อยากฟังอะไรทั้งนั้น

ช่อดอกไม้ถูกเหวี่ยงลงพื้นอย่างไม่ไยดีความรัก ความไว้ใจ และมิตรภาพหลายปีแตกกระจายเหมือนแก้วที่ถูกทุบ

หลังจากวันนั้นเขาก็มานั่งดื่มคนเดียวที่ไนต์คลับเดิมซ้ำๆ จนพนักงานจำหน้าได้ คืนนั้นเองที่มิณทร์ทิชาเดินเข้ามา

ผู้หญิงตัวเล็กที่มองเขาด้วยสายตาเป็นห่วง ทั้งที่เขาแทบไม่เคยคุยกับเธอจริงจังมาก่อน เธอนั่งลงข้างๆ โดยไม่ถามอะไร ยื่นแก้วน้ำให้แทนเหล้าในมือเขา แล้วพูดเพียงประโยคเดียว

“พี่ดื่มแบบนี้มันไม่ช่วยให้หายเจ็บนะคะ”

เขาจำได้ว่าตอนนั้นเขาหัวเราะเยาะเธอ แต่สุดท้ายกลับเป็นเขาเองที่เผลอเล่าทุกอย่างออกไป

คืนนั้นภาพทุกอย่างพร่าเลือนเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ เขาจำได้เพียงว่าดื่มไม่หยุดเหมือนต้องการให้ความเจ็บปวดจมหายไปพร้อมกับสติที่ค่อยๆ ดับลง

รู้ตัวอีกทีเขาก็อยู่ในห้องของโรงแรมหรู แสงไฟสลัวส่องผ่านม่านบางกลิ่นหอมอ่อนๆ จากเรือนกายของใครบางคนลอยอยู่ใกล้จนทำให้ลมหายใจของเขาหนักขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้ มันเป็นกลิ่นที่สะอาดและอบอุ่น แตกต่างจากน้ำหอมฉุนๆ ที่เขาเคยคุ้น

หญิงสาวคนนั้นพยายามดันตัวเขาออก เสียงสั่นๆ เอ่ยห้าม “พี่ดฤณ พี่เมาอยู่อย่าทำ…”

แต่ในตอนนั้นสติของเขาแทบไม่เหลืออยู่แล้วความต้องการที่พุ่งกระฉูด ความเจ็บปวดจากการถูกหักหลังผสมกับฤทธิ์แอลกอฮอล์ทำให้ทุกอย่างพร่าเลือน เหลือเพียงความต้องการที่จะคว้าใครสักคนไว้เพื่อหนีจากความว่างเปล่าในใจ

เขาจำได้ว่าเธอสั่นเทา จำได้ว่าเธอร้องเรียกชื่อเขาเบาๆ และจำได้แม่นยำที่สุดคือความจริงที่ว่า เขาเป็นผู้ชายคนแรกของเธอ

แสงแดดสาดเข้ามาในห้องจนเขาต้องยกมือขึ้นบังตา ศีรษะปวดหนึบเหมือนจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ เขาหันไปข้างตัว แล้วทั้งร่างก็แข็งทื่อคนที่นอนอยู่ข้างๆ เขาคือมิณทร์ทิชา

ผมยาวสีเข้มของเธอสยายอยู่บนหมอน ใบหน้าซีดขาวเหมือนคนที่ร้องไห้มาทั้งคืนดวงตาบวมช้ำ แม้ตอนหลับยังมีคราบน้ำตาแห้งติดอยู่ตรงหางตา ผ้าห่มถูกดึงขึ้นมาปิดถึงไหล่เล็กๆ ที่เต็มไปด้วยรอยแดงจางๆ หัวใจของเขากระตุกแรงเหมือนถูกกระชาก

“ทิชา…” เสียงของเขาแหบพร่า

“พี่ดฤณ” เธองัวเงียตื่นขึ้นมาหลังจากที่เพิ่งพักผ่อนได้ไม่กี่ชั่วโมง

“เธอคิดจะทำอะไร!”

“คะ?”

“เธอวางยาปลุกเซ็กส์ฉัน เพื่อให้ฉันขึ้นเตียงกับเธอ พี่ชายเธอมันจ้างเธอมาทำลายฉันใช่ไหม!”

เสียงตะคอกของชายหนุ่มดังลั่นห้องพัก ร่างบางตรงหน้าสะดุ้งสุดตัว ดวงตาที่แดงช้ำอยู่แล้วเอ่อล้นไปด้วยน้ำตา

“ไม่ใช่นะคะพี่ดฤณ อ๊ะ เจ็บ”

คำแก้ตัวของเธอขาดหาย เมื่อถูกเขากระชากเข้าหาตัวอย่างไม่ทันตั้งหลัก แรงบีบที่ต้นแขนทำให้เธอหน้าซีด ความเจ็บแล่นขึ้นมาจนต้องหลับตาแน่น

“ไม่ใช่แล้วเธอขึ้นมานอนบนเตียงกับฉันได้ยังไง!” เขาคำรามด้วยความหัวเสีย ความจริงที่ว่าเขาเป็นฝ่ายพลาดทำให้ความโกรธยิ่งพลุ่งพล่าน

“ทิชาไม่ได้ทำ พี่มองดูดีๆ สิว่ามันที่ไหน” เธอส่ายหน้า น้ำตาไหลพรากอย่างควบคุมไม่ได้

“พอ!” เขาตัดบททันที กวาดสายตามองอีกครั้ง นี่ไม่ใช่ห้องพักของเขา

“พี่ดฤณ” เธอชะงักไปเมื่อคำเรียกที่เคยใช้หลุดออกมาโดยสัญชาตญาณ

“ฉันไม่ใช่พี่เธอ ต่อไปห้ามเรียกฉันว่าพี่” น้ำเสียงเย็นเฉียบเหมือนมีดกรีด

“ฮึก…” เสียงสะอื้นหลุดจากลำคอเล็กๆ อย่างกลั้นไม่อยู่

“ต่อให้พี่ชายเธอเอาเรื่องนี้มาเรียกร้อง ฉันก็ไม่มีวันรับผิดชอบเธอ จำไว้!” ดวงตาของเขาแข็งกร้าวจนแทบไร้ความรู้สึก

คำพูดนั้นเหมือนตอกตะปูลงกลางหัวใจของหญิงสาว ร่างบางสั่นเทา แต่เธอไม่ได้เถียง ไม่ได้พยายามอธิบายอะไรอีก เธอเพียงค่อยๆ แกะมือของเขาออกจากแขนตัวเองอย่างแผ่วเบา ทั้งที่มันสั่นจนแทบไม่มีแรง

สองเดือนผ่านไป เขาคิดว่าทุกอย่างควรจะจบลงตั้งแต่วันที่ไล่เธอออกจากชีวิต ชายหนุ่มใช้ชีวิตเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นทำงานหนักกว่าเดิม พยายามไม่คิดถึงคืนในโรงแรม ไม่คิดถึงสายตาที่เปื้อนน้ำตาคู่นั้น

แต่ยิ่งพยายามลืมความทรงจำกลับยิ่งชัด และแล้วเสียงหนึ่งก็ดังก้องขึ้นมาในหัวอีกครั้ง เหมือนมันไม่เคยหายไปไหน

“ทิชาท้อง มึงต้องรับผิดชอบ”

คำพูดของเมธัสในวันนี้กระแทกเข้ามาซ้ำๆ จนเขาต้องยกมือขึ้นกุมขมับแน่น

**ดฤณ (อ่านว่า ดะ-ริน)

**มิณทร์ทิชา (อ่านว่า มิน-ทิ-ชา)

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya

Ulasan-ulasan

เฉิ่ม🐹
เฉิ่ม🐹
สนุกมากกกกก
2026-06-28 21:10:58
1
0
30 Bab
CHAPTER 1 ขอเพียงเศษใจ
ดิวากรนั่งนิ่งอยู่กลางห้องโถงกว้าง แสงไฟสีขาวเหนือศีรษะยิ่งขับให้สีหน้าของเขาดูเคร่งเครียดจนแทบจะเป็นหิน แววตาคมเข้มจับจ้องไปยังร่างเล็กที่นั่งตัวเกร็งอยู่ฝั่งตรงข้าม หญิงสาวก้มหน้าแน่น มือสองข้างบีบเข้าหากันจนปลายนิ้วซีด เธอไม่กล้าแม้แต่จะเงยขึ้นมองใคร ข้างกายเธอเมธัสยืนตระหง่านด้วยความเดือดดาล เสียงของเขาดังสะท้อนก้องไปทั่วห้อง“มึงทำน้องสาวกูท้อง แล้วยังจะให้ไปทำแท้ง มึงยังเป็นคนอยู่หรือเปล่าวะ!”คำพูดนั้นเหมือนคมมีดที่กรีดลงกลางอก ดิวากรเม้มปากแน่น สายตาที่เคยมองอดีตเพื่อนรักด้วยความไว้ใจ บัดนี้มีแต่ความชิงชังและเจ็บแค้น“มึงกับน้องสาวมึงรวมหัวกันหลอกกูใช่ไหม แย่งแฟนกูไปไม่พอยังต้องการอะไรอีก” เขาเอ่ยเสียงต่ำแต่เต็มไปด้วยแรงอารมณ์“นั่นมันเรื่องของกูกับมึง แต่กับทิชา...” เมธัสชะงักไปเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะสวนกลับอย่างไม่ลดละ“อยากให้กูรับผิดชอบก็ไปตรวจดีเอ็นเอมา!” ดิวากรตะคอกลั่นเสียงนั้นดังจนมิณทร์ทิชาสะดุ้งทั้งตัวไหล่บางสั่นไหว น้ำตาที่กลั้นไว้มานานไหลหยดลงบนหลังมือ เธอยิ่งก้มหน้าลงต่ำเหมือนอยากจะหายไปจากตรงนั้น“ตรวจบ้าตรวจบออะไร ทิชาเพิ่งท้องได้สองเดือน!” เมธัสสวนกลับทันควัน
Baca selengkapnya
CHAPTER 2 ไม่ต้องการ
ดิวากรนอนหลับเหยียดยาวอยู่บนโซฟา สภาพเสื้อผ้ายับยู่ยี่ กลิ่นแอลกอฮอล์ยังคงคลุ้งอยู่รอบตัว หลังจากดื่มหนักลากยาวเกือบถึงเช้า ความมึนงงยังเกาะกุมจนเขาไม่รับรู้แม้กระทั่งเสียงเปิดประตูบ้านซ่า!น้ำเย็นจัดถูกสาดเข้าที่ใบหน้าเต็มๆ เขาสะดุ้งเฮือก ลุกพรวดขึ้นมานั่งทั้งที่ตายังพร่ามัว ก่อนจะชะงักทันทีเมื่อเห็นคนตรงหน้า“อะไรวะ คุณแม่...” สีหน้าที่หงุดหงิดเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นเรียบตึงในเสี้ยววินาที“ไปล้างหน้าล้างตา แล้วมาคุยกับแม่” ดรุณียืนกอดอก มองลูกชายด้วยสายตาแข็งกร้าวที่เขาไม่ได้เห็นมานานน้ำเสียงนั้นไม่ได้ดัง แต่หนักแน่นจนไม่มีช่องให้ปฏิเสธ ไม่กี่นาทีต่อมาชายหนุ่มเดินกลับมานั่งตรงข้ามผู้เป็นแม่ สภาพยังดูอิดโรยแต่ท่าทางพยายามตั้งตัวตรง“คุณแม่มีอะไรพูดมาเลยครับ”เพียะ!ฝ่ามือหนักฟาดเข้าที่แก้มเขาเต็มแรงจนใบหน้าหันไปตามแรงตบ ความแสบแล่นวาบไปทั้งซีกหน้า รสเลือดจางๆ คลุ้งอยู่ในปาก“คุณแม่…” เขายกมือกุมแก้มดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ“ยังจำได้ว่าแม่คือแม่แปลว่าสมองยังดี” ดรุณีพูดช้าๆ แต่ทุกคำเหมือนคมมีด “ลูกไปก่อเรื่องอะไรไว้ แม่ไม่เคยสอนให้ลูกไร้ความรับผิดชอบแบบนี้”“คุณแม่รู้แล้วเหรอ…” เสียง
Baca selengkapnya
CHAPTER 3 ประชด
ก๊อก ก๊อก ก๊อกเสียงเคาะประตูดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ก่อนที่ร่างบอบบางของพิมารินจะผลักบานประตูเข้ามาอย่างระมัดระวัง ห้องทำงานกว้างใหญ่ยังคงเย็นชาราวกับเจ้าของมันไม่มีผิดดิวากรไม่ได้เงยหน้าทันที เขายังคงเซ็นเอกสารต่อราวกับคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าไม่มีตัวตน จนกระทั่งเธอเอ่ยเสียงสั่น“พิมพ์ดีใจมากที่คุณให้เข้าพบ”“ว่ามาสิ” ปลายปากกาหยุดนิ่ง เขาวางมันลงช้าๆ ก่อนเงยหน้าขึ้น สายตาคมเข้มมองเธออย่างพินิจพิเคราะห์“เรื่องวันนั้นพิมพ์ขอโทษ เมธัสเขาหลอกล่อพิมพ์ พิมพ์ไม่ได้ตั้งใจ” น้ำตาไหลลงมาอย่างพอเหมาะพอดี มือบางยกขึ้นปาดเบาๆ ตามแบบที่เธอใช้เสมอ แต่ครั้งนี้มันไม่ทำให้หัวใจของเขาไหว“มันหลอกล่อท่าไหนล่ะ ถึงไปอยู่บนเตียงด้วยกัน” น้ำเสียงเรียบเฉยจนเหมือนมีคมมีดซ่อนอยู่“เมธัสเขาวางยาพิมพ์ ฮึก พิมพ์ไม่ได้ยินยอม” พิมารินสะอึกเล็กน้อยก่อนรีบตอบชายหนุ่มกำหมัดแน่นเส้นเลือดที่ขมับปูดขึ้นชัดเจน ภาพในคืนนั้นย้อนกลับมาในหัวเขาอย่างห้ามไม่ได้เรื่องของเขากับมิณทร์ทิชาที่ยังคงตามหลอกหลอนเขาจนถึงทุกวันนี้พิมารินจ้องกระดาษในมือเหมือนมันเป็นของร้อนตัวอักษรสีดำคมกริบ แทบจะแทงเข้าตา“นี่อะไรกันคะ!” เสียงเธอสั่นทั้งโก
Baca selengkapnya
CHAPTER 4 ไม่เคยอยู่ในสาย
มิณทร์ทิชาย้ายมาอยู่ในบ้านของดิวากร เขายังคงทำตัวเฉยชากับเธอเสมอต้นเสมอปลาย พร้อมกับคำพูดที่ทำร้ายจิตใจ ชายหนุ่มนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานเหมือนทุกวันเอกสารกองสูงตรงหน้า ราวกับชีวิตเขาไม่มีอะไรเปลี่ยนไปเลยตั้งแต่วันแต่งงาน ต่างจากเธอที่มีอีกหนึ่งชีวิตเติบโตอยู่ในร่างกาย“คุณหมอบอกให้พาคุณไปตรวจเลือดด้วยค่ะ”“ฉันไม่ว่าง” เขาไม่เงยหน้าขึ้นด้วยซ้ำ“แต่ว่า...”“เธอท้องก็ดูแลตัวเองไป รับกรรมที่ทำไว้ให้ได้” เขาพูดตัดบทน้ำเสียงเย็นชา“ทิชาไม่ได้ทำแบบนั้น” ปลายนิ้วของหญิงสาวจิกเข้าหากันแน่น“โกหกเธอมันเลวเหมือนพี่ชายเธอนั่นแหละ” เขาเงยหน้าขึ้นทันที ดวงตาคมเต็มไปด้วยความไม่เชื่อคำพูดนั้นทำให้ลมหายใจเธอสะดุด ความเจ็บแล่นขึ้นมาถึงดวงตา แต่เธอกลืนมันลงไป“ทิชาท้องลูกสาวค่ะ” เธอเปลี่ยนเรื่องทันที เสียงเบาเหมือนกำลังบอกความลับที่ล้ำค่าที่สุดในชีวิตวินาทีนั้นเธอเผลอมีความหวังว่าอย่างน้อย จะทำให้เขาอ่อนลงบ้าง แต่ชายหนุ่มยังคงนิ่งสายตาเขากลับไปที่เอกสารตรงหน้าเหมือนเดิม“จะชายหญิงก็ไม่เกี่ยวกับฉัน อยากตั้งชื่ออะไรก็ตั้งไป” เขาพูดเรียบๆ โดยไม่แม้แต่จะมองหน้าเธอ “แต่ฉันไม่อนุญาตให้ใช้นามสกุลของฉัน”“ค่ะ” เ
Baca selengkapnya
CHAPTER 5 แสนโดดเดี่ยว
ห้องพักผู้ป่วยมิณทร์ทิชานอนตะแคงหันหน้าเข้าหาหน้าต่าง แสงแดดยามเช้าที่ลอดผ่านผ้าม่านสีอ่อนตกกระทบใบหน้าซีดเซียวของเธอ“คุณผู้หญิงกินผลไม้ไหมคะ ป้าไปล้างให้” ป้าอ้อยพูดพลางจัดหมอนให้สูงขึ้นอย่างเบามือ ดวงตาเต็มไปด้วยความเป็นห่วง ตั้งแต่เมื่อคืนจนถึงตอนนี้เธอแทบไม่ได้หลับ เพราะคอยดูอาการหญิงสาวตลอด“ป้าอ้อยกลับไปดีกว่าค่ะ ทิชาอยู่คนเดียวได้” เธอยิ้มบางๆ ทั้งที่แววตาอ่อนล้า“ได้ยังไงคะ หมอบอกให้นอนอยู่เฉยๆ ห้ามลุกไปไหนนะคะไม่มีคนดูแลจะลำบากเอา” น้ำเสียงของป้าอ้อยทั้งดุทั้งอ่อนโยนในเวลาเดียวกัน“สักพักพี่เมธัสคงมาถึงค่ะ” เธอพูดเหมือนปลอบอีกฝ่าย แต่ในใจกลับรู้ดีว่าใครอีกคนคงไม่มาก๊อก ก๊อก ก๊อกเสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆ ท่ามกลางความเงียบในห้องพักฟื้น“คุณเมธัสน่าจะมาแล้ว เดี๋ยวป้าจะลงไปหาซื้อของก่อนนะคะ” ป้าอ้อยยิ้มพลางเดินไปเปิดประตู แต่พอเห็นคนที่ยืนอยู่หน้าห้องรอยยิ้มก็ชะงักเล็กน้อย“คุณดฤณ ป้าจะออกไปซื้อของค่ะ”“เชิญ” เขาตอบสั้นๆ แล้วเบี่ยงตัวให้หญิงสูงวัยเดินผ่าน ก่อนจะก้าวเข้ามาในห้องด้วยท่าทีเรียบนิ่งกลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ผสมกับกลิ่นควันบุหรี่จางๆ ลอยตามตัวเขาเข้ามา มิณทร์ทิชานอนหันหลัง
Baca selengkapnya
CHAPTER 6 ลูกสาว
เสียงร้องไห้ของเด็กน้อยดังลั่นห้องนอนเล็กๆ ร่างกลมป้อมวัยหกเดือนดิ้นไปมาอยู่บนที่นอน มือเล็กชูขึ้นกลางอากาศเหมือนพยายามคว้าใครสักคน“อา…แง้”น้องเดียร์น่าหน้าแดงก่ำน้ำตาเอ่อคลอเมื่อไม่เห็นคนที่คุ้นเคยที่สุด ดิวากรที่เพิ่งเดินผ่านหน้าห้องชะงักเท้า เสียงนั้นดึงเขาให้หันกลับมาโดยไม่รู้ตัว คิ้วเข้มขมวดแน่นก่อนจะผลักประตูเข้าไป“ร้องทำไม” เขาพึมพำเสียงห้วน แต่ขายาวกลับก้าวเข้าไปหยุดข้างเตียงเด็กดวงตากลมใสของเด็กน้อยมองเขาทันทีเสียงร้องเงียบลง เหลือเพียงสะอื้นเบาๆ มือเล็กๆ ชูขึ้นอีกครั้งเหมือนจำเขาได้ชายหนุ่มยืนนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะก้มลงอุ้มขึ้นมาอย่างเก้ๆ กังๆ ทั้งที่ไม่เคยทำมาก่อน ร่างเล็กนุ่มนิ่มซบลงกับอกเขา“แอ้…” เสียงเล็กๆ ดังขึ้นเหมือนตอบรับ หัวใจของเขาสะดุดวูบ“ไม่ต้องมายิ้มให้” เขาพูดเสียงเข้ม แต่แววตากลับสั่นไหวเด็กน้อยยิ่งหัวเราะ ส่งเสียงอ้อแอ้เหมือนดีใจที่มีคนอุ้มมือป้อมๆ ตบลงบนอกเขาเบาๆ กำแพงที่เขาสร้างไว้แน่นหนามานาน กำลังจะพังทลายเขามองใบหน้ากลมๆ นั้นอย่างห้ามไม่ได้ คิ้วเหมือนเขา จมูกเหมือนเขา แม้แต่เวลายิ้มก็ยังเหมือน ผลตรวจดีเอ็นเอก็เป็นทายาทของเขา“หยุดยิ้ม” เสียงเขาแผ
Baca selengkapnya
CHAPTER 7 ไม่ใช่สามีภรรยา
ค่ำคืนเงียบสงบมีเพียงแสงไฟสลัวจากโคมตรงหัวเตียง น้องเดียร์น่าหลับสนิทในอ้อมแขนของแม่ ร่างเล็กหายใจสม่ำเสมอเหมือนนางฟ้าตัวน้อยดิวากรยืนพิงกรอบประตูมองภาพนั้นอยู่นาน สายตาคมกริบอ่อนลงอย่างที่แม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่ทันรู้ตัว มิณทร์ทิชานอนตะแคงกอดลูกไว้แน่นเหมือนกลัวว่าใครจะมาแย่งไปเขาเดินเข้าไปช้าๆ ระวังไม่ให้เสียงฝีเท้าดัง ก่อนจะค่อยๆ ช้อนอุ้มร่างบางขึ้นจากเตียงอย่างแผ่วเบา หญิงสาวขยับตัวนิดหนึ่งแต่ก็ยังไม่ตื่น ศีรษะเล็กซบลงกับอกกว้างโดยอัตโนมัติเขาพาเธอไปอีกห้องหนึ่ง วางลงบนเตียงนุ่มอย่างทะนุถนอมมือหนาเลื่อนเกลี่ยเส้นผมที่ปรกหน้าออก สายตาหยุดอยู่ที่ริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อที่เผยอเล็กน้อยยามหลับความรู้สึกที่พยายามกดทับมานานกลับไหลบ่าขึ้นมา ปลายนิ้วสากแตะไล้ต้นขาเบาๆ ผ่านเนื้อผ้าบางอย่างเผลอตัว“อืม…” เสียงครางแผ่วเหมือนคนกำลังฝันทำให้เขาชะงัก เปลือกตาบางค่อยๆ เปิดขึ้น ดวงตาหวานยังพร่าเลือน“อ๊ะ…” เธอสะดุ้งเมื่อเห็นว่ามีคนอยู่ตรงหน้า“อย่าร้อง” เสียงทุ้มกระซิบใกล้ๆ“คุณดฤณทำอะไร” มือเล็กดันอกเขาไว้ แต่แรงนั้นแทบไม่มีผลอะไรเลยเขาจ้องเธอเหมือนจะค้นหาคำตอบบางอย่างจากแววตาคู่นั้น แต่ไม่ยอมลุก
Baca selengkapnya
CHAPTER 8 แม่ของลูกที่ไม่ต้องการ
“ปะป๊า…” เสียงใสๆ เรียกพร้อมกับร่างจิ๋วที่วิ่งเตาะแตะเข้ามาเกาะขาเขาไว้แน่น ดฤณชะงักไปทั้งตัวก้มลงมองเด็กหญิงตัวน้อยที่เงยหน้าขึ้นยิ้มให้ ดวงตากลมโตเหมือนเขาไม่มีผิดน้องเดียร์น่าตอนนี้สองขวบแล้ว พูดเก่งจนทั้งบ้านหลง เสียงเจื้อยแจ้วดังทั้งวัน“แม่ไปไหน” เขาถามเสียงเรียบ พยายามทำตัวเหมือนเดิมทั้งที่ในอกมันอุ่นแปลกๆ“ไปเย่นสวนสนุก” เด็กน้อยตอบทันที ชี้ไปทางโทรทัศน์ที่กำลังฉายภาพเครื่องเล่นสีสดใส “หนูอยากปายยย”คำว่าอยากไปของลูกทำให้มือใหญ่ที่แนบข้างลำตัวขยับนิดหนึ่งเหมือนอยากอุ้ม แต่ก็ยังไม่กล้า มิณทร์ทิชาเดินเข้ามาเร็วๆ“น้องเดียร์น่าอย่าไปวุ่นวายกับปะป๊าค่ะ มาหาแม่มา”“ไปเที่ยว” เด็กน้อยส่ายหัวแรงๆ กอดขาพ่อแน่นกว่าเดิมเสียงเล็กๆ นั้นไม่ได้งอแง แต่มันเต็มไปด้วยความหวังจนคนฟังใจสะเทือน ชายหนุ่มหันหน้าหนีเหมือนทุกครั้ง“เดียร์น่า ไปกับแม่ก่อนนะคะ” หญิงสาวพยายามแกะมือลูกออกอย่างนุ่มนวล เพราะรู้ดีว่าเขาไม่ชอบให้ใครเข้าใกล้“คุณหนูมาเล่นกับป้าอ้อยมา” ป้าอ้อยรีบเข้ามาอุ้มคุณหนูออกไปทันที“เธอสั่งให้ลูกพูดแบบนี้ใช่ไหม” คำพูดของเขาเหมือนมีดคมกรีดลงกลางอกซ้ำแล้วซ้ำเล่า“ทิชาเปล่านะ
Baca selengkapnya
CHAPTER 9 รักลูกสักนิดก็ได้
ดิวากรเพิ่งรู้ว่าคำว่าเลี้ยงลูก มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย จากที่คิดว่าแค่นั่งเฝ้าเฉยๆ เด็กคงเล่นของเล่นไปเอง แต่เดียร์น่ากลับเดินเตาะแตะไปทั่วห้อง พูดเจื้อยแจ้วไม่หยุด หยิบโน่นจับนี่ทุกอย่างที่ขวางหน้า“ปะป๊า ดูนี่”“ปะป๊า หนูหิวนม…”“ปะป๊า อุ้ม…”เสียงเล็กๆ เรียกเขาซ้ำไปซ้ำมา จนสุดท้ายชายหนุ่มที่เคยนั่งประชุมทั้งวันไม่เคยเหนื่อย กลับต้องทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟา หายใจแรงเล็กน้อย“คุณดฤณคะมีแขกมาขอพบค่ะ”“ใคร” เขาเงยหน้าขึ้นทันที“คุณพิมารินค่ะ”คิ้วเข้มขมวดแน่นอย่างหงุดหงิด ไม่ว่าจะผ่านมากี่ปี ผู้หญิงคนนี้ก็ยังวนเวียนกลับมาเหมือนเดิม“ให้ไปรอที่ห้องรับแขก” เขาลุกขึ้นจากโซฟา ชายหนุ่มยังไม่ทันก้าวพ้นห้อง มือเล็กๆ ก็จับชายกางเกงเขาไว้แน่น“ปะป๊าไปหนาย…”“ปะป๊าจะไปหาเพื่อน” เขาก้มลงมองลูก“ปายด้วยนะคะ ไม่ดื้อน้า…” เด็กน้อยทำปากยื่นทันที ก่อนจะยกมือขึ้นอ้อนดวงตากลมใสกะพริบปริบๆ เป็นการออดอ้อน และมันก็ได้ผล“ก็ได้” เขาช้อนอุ้มลูกขึ้นแนบอกอย่างไม่รู้ตัวว่าตัวเองทำมันได้คล่องขึ้นกว่าเมื่อก่อนมาก เดียร์น่าหัวเราะคิกคัก ซุกหน้าลงกับไหล่กว้าง“ปะป๊าหอม”ที่ห้องรับแขกพิมารินลุกขึ้นยืนทันท
Baca selengkapnya
CHAPTER 10 ไม่เคยทรยศ
“ไสหัวออกไปทั้งสองคน!” เสียงของมิณทร์ทิชาดังลั่นห้องพักผู้ป่วย ดวงตาที่เคยอ่อนโยนตอนนี้แดงก่ำไปด้วยความโกรธและความเจ็บปวด“ทิชาฉันไม่ได้ตั้งใจจะทำให้ลูกเป็นแบบนี้นะ” เขาก้าวเข้าไปหาเธอหนึ่งก้าว“ออกไป!” เธอตวาดซ้ำเสียงสั่นจนแทบขาดห้วงหายใจ มือบางยกขึ้นชี้ไปที่ประตูอย่างไม่ลังเล“ฉันไม่ได้ตั้งใจ” เขาชะงักเหมือนคำพูดทั้งหมดถูกกลืนหายไปในลำคอ“ดฤณเขาไล่แล้ว เราออกไปกันเถอะค่ะ” พิมารินที่เงียบอยู่นานเอ่ยขึ้นเสียงเบา ก่อนจะคว้าแขนเขาไว้แน่น ราวกับกลัวว่าเขาจะหันกลับไปหาภรรยาอีกภาพนั้นบาดลึกลงกลางหัวใจของหญิงสาว พยายามเข้มแข็งบอกตัวเองว่าชินแล้ว แต่มันกลับเจ็บเหมือนวันแรกที่รู้ว่าเขาไม่เคยเลือกเธอหญิงสาวเบือนหน้าหนีทันที แล้วเดินกลับไปที่เตียงลูก ลูบผมนุ่มของเดียร์น่าเบาๆ เหมือนโลกทั้งใบเหลือเพียงเด็กน้อยคนนี้ประตูห้องผู้ป่วยปิดลงช้าๆ ทันทีที่พ้นระยะสายตาของหญิงสาว ดิวากรก็สะบัดมือพิมารินออกอย่างแรงราวกับสิ่งสกปรก“อย่ามาแตะต้องตัวผม” น้ำเสียงเย็นชาจัดจนคนฟังหน้าชา“ดฤณคุณเปลี่ยนไปมากเลยรู้ไหม คุณกำลังตกหลุมพรางมันนะ” พิมารินชะงักไปหนึ่งวินาที ก่อนจะเม้มปากแน่น “แล้วคุณเดือดร
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status